<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100032</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2021 07:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2021 07:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัษฎางค์&#039;ถามกดดันศาลเพื่อช่วยคนที่ตั้งใจกระทำผิดซ้ำซากทำไม?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย.64- นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า กดดันศาล เพื่อช่วยคนที่ตั้งใจกระทำผิดซ้ำซาก ทำไม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าคนติดคุกสามารถประท้วงศาลได้สำเร็จ จะกลายเป็นบรรทัดฐานให้นักโทษทุกคนในเมืองไทยทำตาม แล้วกฎหมายจะเหลือความศักดิ์สิทธิ์อยู่ได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักโทษไม่ได้ถูกคุกคามโดยศาลหรือกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่นักโทษคือผู้ที่คุกคามผู้อื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักโทษคือผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิทธิในการขอประกันตัว เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ที่ศาลยังไม่ได้ตัดสินความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด และศาลได้ให้โอกาสออกมาเพื่อหาหลักฐานไปต่อสู้คดีในศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แค่กลับกลายว่า เมื่อศาลปล่อยตัวแล้ว ยังกลับไปทำผิดในคดีเดิมซ้ำซาก ติดต่อหลายครั้ง ก็ย่อมแปลว่า ถ้าศาลยัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คงปล่อยตัวออกไปซ้ำอีก เขาก็จะออกไปกระทำความผิดซ้ำเรื่องเดิมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือเหตุผลที่เข้าใจได้ง่ายมากกว่าทำไม คนกลุ่มดังกล่าวถึงไม่ได้รับการอนุญาตให้ปล่อยตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งคนและพระควรจะเข้าใจประเด็นนี้ใช่ชัดเจน ก่อนออกมาเคลื่อนไหว กดดันศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญการกดดันศาล คือความผิดทางกฎหมายอีกด้วย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100032</URL_LINK>
                <HASHTAG>กดดันศาล, ม็อบ 3นิ้ว, อัษฎางค์ ยมนาค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603c4ac4d2c0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57364</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟ้องกกต.ทั่วประเทศ สมาชิกอนค.ขู่เอาคืนหากยุบ/เสรีชี้ดิ้นเฮือกสุดท้ายบีบศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นิด้าโพลเผย ปชช.ส่วนใหญ่ 82.87% จะไม่ไปร่วมชุมนุมทางการเมืองบนท้องถนน หวั่นวุ่นวายเกิดจลาจลซ้ำรอยอีก &amp;nbsp;31.95% ไม่เห็นด้วยกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 6 รมต.นอกสภาหากพรรค อนค.ถูกยุบ &amp;quot;ส.ว.เสรี&amp;quot; ซัด อนค.ดิ้นเฮือกสุดท้ายสร้างความขัดแย้งกดดันศาล แคมเปญค้านยุบ อนค.มีผู้ลงชื่อกว่า 3หมื่น ตัวแทนสมาชิกส้มหวานฮือค้านยุบ อนค. จ่อยื่นฟ้อง กกต.ทั่วประเทศหากถูกยุบ อ้างต้องรักษาสิทธิ์ในฐานะเจ้าของพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;ท่านจะไปชุมนุมประท้วงทางการเมืองหรือไม่&amp;rdquo;ระหว่างวันที่ 12-13 ก.พ.2563 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปกระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษาและอาชีพทั่วประเทศ 1,255 ตัวอย่าง โดยเมื่อถามถึงการเข้าร่วมชุมนุมประท้วงทางการเมืองของประชาชน พบว่าส่วนใหญ่ ร้อยละ 91.87 ระบุว่าไม่เคยเข้าร่วมชุมนุมประท้วงทางการเมือง ขณะที่ร้อยละ 8.13 ระบุว่าเคยเข้าร่วมชุมนุมประท้วงทางการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านการตัดสินใจเข้าร่วมชุมนุมประท้วงของประชาชน หากมีนักการเมือง/พรรคการเมือง/กลุ่มการเมือง รณรงค์ให้ชุมนุมประท้วงทางการเมืองบนท้องถนน พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 82.87 ระบุว่าจะไม่ไป เพราะรู้สึกไม่ปลอดภัย เป็นการสร้างความวุ่นวายให้บ้านเมือง กลัวเกิดการจลาจลเหมือนครั้งก่อนๆ ขณะที่บางส่วนระบุว่าขอติดตามข่าวทางโทรทัศน์อยู่ที่บ้าน และไม่ชอบการเข้าร่วมกิจกรรมแบบนี้ รองลงมา ร้อยละ 14.02 ระบุว่าไม่แน่ใจ เพราะต้องดูรายละเอียดต่างๆ ในการจัดกิจกรรมการชุมนุม เช่น วัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรม การชุมนุม สถานที่ แกนนำ ขณะที่บางส่วนระบุว่าต้องดูสถานการณ์ในขณะนั้น และร้อยละ 3.11 ระบุว่าจะไป เพราะมีอุดมการณ์ที่เหมือนกัน เพื่อเรียกร้องในสิ่งที่ต้องการ ขณะที่บางส่วนระบุว่าอยากให้ประเทศพัฒนามากกว่านี้ และไม่ชอบรัฐบาลชุดปัจจุบัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อแนวคิดของนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ จะเดินสายอภิปราย ไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง 6 คนนอกสภา หากพรรคอนาคตใหม่ถูกตัดสินยุบพรรค พบว่า ร้อยละ 20.00 ระบุว่าเห็นด้วยมาก เพราะ พรรคอนาคตใหม่ไม่ได้รับความเป็นธรรม และเป็นสิทธิที่นายปิยบุตรจะสามารถเดินสายอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ ขณะที่บางส่วนระบุว่าไม่ชอบรัฐบาลชุดปัจจุบัน อยากให้ยุบสภา, ร้อยละ 11.71 ระบุว่าค่อนข้างเห็นด้วย เพราะการอภิปรายนอกสภาเป็นการแสดงออกทางการเมือง ทำให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างทั่วถึง บางส่วนระบุว่าชอบนโยบายพรรคอนาคตใหม่เป็นการส่วนตัว, ร้อยละ 11.16 ระบุว่าไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย ขณะที่บางส่วนระบุว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจควรทำเฉพาะในรัฐสภาเท่านั้นไม่สมควรทำนอกสภา, ร้อยละ 31.95 ระบุว่าไม่เห็นด้วยเลย เพราะ การอภิปรายไม่ไว้วางใจควรอยู่ในสภาเท่านั้น ถ้านอกสภาเปรียบเสมือนการประท้วง ซึ่งก่อให้เกิดความวุ่นวาย ทำให้สถานการณ์บ้านเมืองแย่ลง และร้อยละ 25.18 ระบุว่าไม่ตอบ/ไม่สนใจ&amp;nbsp;
ดิ้นเฮือกสุดท้ายกดดันศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงคดียุบพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) สรุปว่า การต่อสู้ทางการเมืองในเฮือกสุดท้าย เหมือนรู้ชะตาตัวเองว่าผลของศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินเช่นใด การต่อสู้ในช่วงสุดท้ายคือ การให้คู่ต่อสู้ตายตกไปตามกัน การใช้กฎหมายที่เอาเปรียบคนอื่นเป็นวิถีทางที่ได้ตัดสินใจเลือกแล้ว แม้จะเสี่ยงต่อการกระทำความผิด แต่เพื่อชัยชนะจึงไม่คำนึงถึงวิธีใช้ การที่พรรคการเมืองกู้เงินจากหัวหน้าพรรค ย่อมเป็นรายได้ของพรรคการเมือง รายได้ของพรรคการเมืองอาจมีหลายลักษณะ แต่กฎหมายได้ควบคุมเงินที่พรรคการเมืองจะนำมาเป็นรายได้ของพรรคการเมืองนั้น จะต้องเป็นรายได้ตามที่มาตรา 62 กำหนดไว้เท่านั้น เพื่อเป็นการควบคุมเงินที่จะนำมาใช้จ่ายในพรรคการเมืองมิให้เอาเปรียบกัน หรือมิให้ได้เปรียบเสียเปรียบกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสรีระบุต่อว่า การต่อสู้ครั้งสุดท้าย จึงต่อสู้แบบเอาพรรคเข้าแลก โดยการสร้างความขัดแย้งไปทั่ว ตั้งแต่โต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในทุกเรื่องทุกประเด็นที่ตนเองเสียประโยชน์ เพื่อจะเป็นข้ออ้างว่าการที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในเรื่องยุบพรรคนั้น เกิดจากการไปขัดแย้งกับศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งๆ ที่ศาลรัฐธรรมนูญมิได้ไปขัดแย้งด้วยเลย สร้างวาทกรรมว่ารัฐบาลปัจจุบันมาจากการสืบทอดอำนาจ เพื่อให้สาธารณชนเกิดความรู้สึกว่าที่จะถูกยุบพรรคเพราะไปขัดแย้งกับรัฐบาล สร้างวาทกรรมพาดพิงมายังวุฒิสภาตลอดมาว่าวุฒิสภาเป็นผลพวงจากรัฐประหารและมาจากการสืบทอดอำนาจ ก็เพื่อให้สาธารณชนเกิดความรู้สึกว่าที่จะถูกยุบพรรคนั้นเพราะมีความขัดแย้งกับวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งจาก คสช.ซึ่งเป็นฝ่ายทหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ใกล้ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินในเรื่องของการกู้เงินของพรรคการเมือง ก็เกิดปฏิกิริยาสร้างม็อบ จัดเวที สร้างกลุ่มให้ประชาชนออกมาสนับสนุน เพื่อเรียกร้องหาความเป็นธรรม ทั้งๆ ที่ปัญหาทั้งหลายตนเองเป็นผู้ก่อขึ้นทั้งสิ้น เล่นการเมืองแบบไม่รับผิดชอบ การสร้างประเด็นให้เป็นความขัดแย้งทั้งหลายข้างต้นนี้ แสดงให้เห็นเป็นสัญญาณได้ว่ารู้ชะตากรรมของตนเองว่าเป็นเช่นใด จึงได้ใช้วิธีการต่อสู้ดิ้นรน ขัดแย้งกับทุกฝ่ายเป็นเฮือกสุดท้าย เพื่อจะบอกว่าถูกกลั่นแกล้งหรือถูกรังแก ซึ่งความจริงมิได้เป็นเช่นนั้น สิ่งที่ทำได้อย่างเดียวคือการสร้างความขัดแย้งให้มากเข้าไว้เพื่อกดดันศาลรัฐธรรมนูญที่จะตัดสินในเวลาอันใกล้ว่าจะถูกยุบพรรคหรือไม่ หากว่ากันตามเหตุผลและตามกฎหมายแล้ว การที่พรรคการเมืองกู้เงินมาใช้ในลักษณะเช่นนี้เป็นการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นๆ ซึ่งมันผิดกฎหมายชัดๆ แต่ก็คงต้องดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินเช่นใด&amp;quot; นายเสรีกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องการรณรงค์คัดค้านยุบพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า &amp;quot;ถ้าเห็นว่าพรรคการเมืองไม่ควรถูกยุบ ต้องยกเลิก พ.ร.บ.พรรคการเมือง ไม่ใช่ออกมาต่อต้านไม่ให้มีการบังคับตามกฎหมาย&amp;quot;
ยุบ อนค.ฝ่ายค้านอ่อนกำลังลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงแคมเปญคัดค้านการยุบพรรคอนาคตใหม่ว่า เชื่อว่าประชาชนให้ความรักและชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของพรรค อนค.อย่างเข้มแข็ง การทำหน้าที่ของพรรค อนค.ในฐานะฝ่ายค้านเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับพี่น้องประชาชน ดังนั้นหากมีการวินิจฉัยและจะทำให้พรรค อนค.ไปต่อไม่ได้ ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียหาย พรรคร่วมฝ่ายค้านก็คงอ่อนกำลังลงไปไม่น้อย แต่เชื่อว่าการออกมาเรียกร้องครั้งนี้เป็นการสะท้อนเสียงของประชาชนที่เห็นตรงกันว่าอยากให้พรรค อนค.ได้ไปต่อ เหมือนกับที่ตนและสมาชิกพรรคเพื่อไทยรู้สึกและต้องการเช่นเดียวกัน จึงอยากให้ผู้เกี่ยวข้องรับฟังเสียงของประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังนายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักเขียนรางวัลศรีบูรพา สร้างแคมเปญ #คัดค้านยุบพรรคอนาคตใหม่ ผ่านเว็บไซต์ change.org ซึ่งมีรายชื่อคนดังจำนวนมากต่างมาลงชื่อเพื่อเปิดแคมเปญนี้ โดย ณ เวลา 16.00 น. วันที่ 16 ก.พ.2563 มีผู้ร่วมลงชื่อแล้วมากกว่า 30,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ประสานงานพรรคอนาคตใหม่ จังหวัดปทุมธานี ตัวแทนสมาชิกพรรค อนค.จากทั่วประเทศ นัดหารือเพื่อลงความเห็นในการที่จะฟ้องร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นรายบุคคลในฐานะสมาชิก เนื่องจากเห็นว่าเป็นการกระทำไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมติเป็นเอกฉันท์ยืนยันที่จะฟ้อง กกต. หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยตัดสินยุบพรรค อนค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงการณ์ของสมาชิกพรรค อนค.ระบุว่า พวกเราซึ่งเป็นสมาชิกพรรคที่มีส่วนร่วมในการก่อสร้างพรรคนี้กันขึ้นมาจนเป็นที่ยอมรับ และมีความเข้มแข็ง จนสามารถมีสมาชิกที่เป็นตัวแทนของพวกเราในสภาถึง 80 คน มีความวิตกกังวลต่อการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะให้มีการยุบพรรค อนค.หรือไม่ โดยพิจารณาจากการที่ กกต.รับคำร้องจากนายศรีสุวรรณ จรรยา ในคดีกู้ยืมเงินของพรรค ตามความผิดในมาตรา 66 ว่าเป็นการบริจาคเงินเกิน 10 ล้านบาท และอนุกรรมการสืบสวนได้ยกคำร้อง แต่นายทะเบียนพรรคการเมืองได้ตั้งกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริงแล้วตั้งข้อหาใหม่ ให้มีความผิดตามมาตรา 62, 66 และ 72 ซึ่งมีโทษถึงขั้นยุบพรรค โดยไม่มีการเรียกให้ผู้ถูกกล่าวหาไปชี้แจง และศาลรัฐธรรมนูญก็ได้เร่งรัดพิจารณาอ่านคำวินิจฉัยโดยไม่เปิดให้มีการไต่สวนตามคำร้องของพรรคอนาคตใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกเราจึงมีความเห็นว่า การกระทำของ กกต.เป็นการกระทำโดยมิชอบ อันเป็นความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 157 และแม้ว่าพรรคจะได้ดำเนินการฟ้องร้องในฐานะที่เป็นนิติบุคคลแล้ว แต่พวกเราซึ่งสมาชิกรายบุคคลที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำของ กกต. ก็สมควรที่จะดำเนินการฟ้องร้องต่อ กกต.ในฐานะบุคคลเช่นเดียวกัน และหากมีการยุบพรรคอนาคตใหม่ในวันข้างหน้า กกต.ก็สมควรจะต้องรับผิดชอบต่อค่าสมาชิกและเงินบริจาคที่เรามอบให้พรรคในคดีแพ่งต่อไป&amp;quot;
ขู่ฟ้อง กกต.ทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางพยอม สมประสงค์ สมาชิกพรรค อนค. ปทุมธานี กล่าวว่า การที่มารวมตัวกันในวันนี้ เกิดจากความพร้อมทางความคิดของแต่ละบุคคล พรรค อนค.เป็นพรรคการเมืองของประชาชน เริ่มต้นจากการที่เราจ่ายค่าสมาชิก 200 บาทต่อปี หรือ 2,000 ตลอดชีพ พรรคก่อตั้งโดยสมาชิก ไม่ได้ก่อตั้งโดยนายทุน สมาชิกทั้งหมดร่วมกันเป็นเจ้าของพรรคร่วมกัน ซึ่งเรารู้สึกยอมไม่ได้เมื่อเห็นว่าคนเพียงไม่กี่คนที่จะตัดสินยื่นยุบพรรค สมาชิกพรรค อนค.จากทั่วประเทศได้มีการประสานผ่านศูนย์ประสานงานทั้ง 77 จังหวัด ในการเคลื่อนไหว เพื่อชี้ให้เห็นว่าเผด็จการไม่สามารถล้มล้างประชาธิปไตยได้ เมื่อประชาชนยืนหยัดกว่า 6 หมื่นคนที่เป็นสมาชิก และอีกกว่า 6 ล้านเสียงที่เลือกพรรค อนค.เข้าสภา จะไม่ยอมจำนนโดยเด็ดขาดหากมีการยุบพรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางพยอมกล่าวด้วยว่า จะให้สมาชิกพรรค อนค.จากทั่วประเทศร่วมกันฟ้องร้องต่อ กกต. โดยมีคำฟ้องกลางที่สมาชิกสามารถดาวน์โหลด นำไปพิมพ์ชื่อในคำฟ้องด้วยตนเอง ทั้งนี้ มีทนายอาสาสมัครซึ่งเป็นสมาชิกพรรค อาสาที่จะเป็นทนายให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย กิจกรรมจะเริ่มตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพร้อมสิน บุญจันทร์ สมาชิกพรรค อนค. กล่าวว่า เห็นได้ชัดเจนว่าการยื่นยุบพรรคอนาคตใหม่เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองอย่างชัดเจน แม้เราไม่อาจวิพากษ์วิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญได้ แต่เรามีสิทธิ์ที่จะปกป้องพรรคในฐานะที่เป็นสมาชิก เพราะสมาชิกเป็นเจ้าของพรรคร่วมกัน เมื่อพรรคถูกเล่นงานด้วยกฎหมาย เราจึงจำเป็นต้องใช้กฎหมายในการฟ้องร้อง กกต.เช่นเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ภูเก็ตและประชาชนร่วมเสวนาประชาธิปไตยในหัวข้อ &amp;quot;ภูเก็ตกับอนาคตการเมืองไทย&amp;quot; โดยนายธีรพงศ์ ทวีทรัพย์ หัวหน้าคณะทำงานศูนย์ประสานงานพรรคอนค.จังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการเสวนา มีสมาชิกพรรค ผู้สนใจ เข้าร่วม 39 คน และมีเจ้าหน้าที่ กกต.ภูเก็ต เจ้าหน้าที่สันติบาล ร่วมสังเกตการณ์ ณ ศูนย์ประสานงานพรรค เลขที่ 35/69 ถนนรัษฎานุสรณ์ ต.รัษฎา อ.ภูเก็ต จ.ภูเก็ต &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรพงศ์กล่าวว่า ประเด็นการเสวนาวันนี้เกี่ยวกับมุมมองของประชาชนต่อคดีเงินกู้ของพรรคอนาคตใหม่ ได้ข้อสรุปว่าห้ามยุบพรรคอนาคตใหม่ มติสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ต้องการเดินหน้าต่อไป เชื่อมั่นว่าอุดมการณ์ของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยอยู่ใต้จิตสำนึกของทุกคน พรรคการเมืองเป็นของประชาชน ถ้าบุคคลใดทำผิด ต้องเอาผิดกับบุคคลนั้น จึงขอย้ำอีกครั้งว่าห้ามยุบพรรคอนาคตใหม่.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57364</URL_LINK>
                <HASHTAG>กดดันศาล, ชุมนุมทางการเมือง, ชุมนุมทางการเมืองบนท้องถนน, ดิ้นเฮือกสุดท้าย, นิด้าโพล, วุ่นวายเกิดจลาจล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200216/image_big_5e4945b8d1cb0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัปยศกดดันศาล! &#039;ชาญวิทย์&#039;นำทีมใช้โซเชียลห้ามยุบอนาคตใหม่&#039;ทอน&#039;ขอบคุณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ตามคาด ผุดอีเวนต์กดดันศาลรัฐธรรมนูญ &amp;quot;ชาญวิทย์&amp;quot; นำทีมรณรงค์แคมเปญห้ามยุบอนาคตใหม่ เหล่านักวิชาการชื่อดัง เซเลบ ร่วมลงชื่อเพียบ! เป้าหมายเพื่ออนาคตของประเทศต้องอยู่ในมือประชาชน ไม่ใช่คนแค่หยิบมือ &amp;quot;เฒ่าส้มหวาน&amp;quot; ชม &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; มุ่งมั่นสูง กล้าชนกับต้นตอปัญหา มาเป็นทีม ส่วน &amp;quot;ทอน-ช่อ&amp;quot; ขอบคุณทันควัน &amp;quot;ภูมิธรรม&amp;quot; ร่วมแจม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ &amp;nbsp; www.change.org มีการรณรงค์ร่วมลงชื่อคัดค้านการยุบพรรคอนาคตใหม่ โดยกว่า 150 รายชื่อเบื้องต้นที่ร่วมลงชื่อล้วนเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงจากหลากหลายวงการ อาทิ สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ปัญญาชนสยาม, ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, นิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการ, เสกสรรค์ ประเสริฐกุล อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, โคทม อารียา อดีตกรรมการการเลือกตั้ง, บรรยง พงษ์พานิช ผู้บริหาร, ปรีดา เตียสุวรรณ์ นักธุรกิจ, &amp;quot;ครูยุ่น&amp;quot; มนตรี สินทวีชัย ผู้ก่อตั้งมูลนิธิคุ้มครองเด็ก, วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ นักเขียน &amp;nbsp;สื่อมวลชน และนักสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิกและนักออกแบบ, ทิชา ณ นคร นักสิทธิเด็ก เยาวชน และสตรี, บรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย, พนัส ไทยล้วน ประธานสภาองค์การลูกจ้างแห่งชาติ, วีรพร นิติประภา นักเขียนรางวัลซีไรต์ 2 สมัย, &amp;quot;ต้อม&amp;quot; ยุทธเลิศ สิปปภาค ผู้กำกับภาพยนตร์, &amp;quot;มะเดี่ยว&amp;quot; ชูเกียรติ? ศักดิ์?วีระกุล ผู้กำกับภาพยนตร์, &amp;quot;มดดำ&amp;quot; คชาภา ตันเจริญ พิธีกร, &amp;quot;ฟ้าใส&amp;quot; อรจิรา แก้วสว่าง ดารานักแสดง, &amp;quot;จิ๊บ&amp;quot; ปกฉัตร เทียมชัย ดารานักแสดง เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แคมเปญรณรงค์ดังกล่าวระบุว่า &amp;quot;ประเทศไทยต้องไปข้างหน้า การเมืองต้องเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่าย ร่วมลงชื่อ #คัดค้านยุบพรรคอนาคตใหม่ ฟังก่อน! เราไม่ได้บอกว่าพรรคอนาคตใหม่ดีงามสมบูรณ์แบบจนทุกคนต้องลุกขึ้นมาเป็นปากเป็นเสียงต่อสู้ให้ สิ่งที่กำลังจะบอกก็คือ ไม่ว่าเราจะมีความเชื่อแบบไหนก็ตาม จะมีคนที่เชื่อไม่เหมือนเราอยู่ร่วมสังคมเดียวกันเสมอ ไม่มีวันหายไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงชื่อครั้งนี้ เป้าหมายคือการปกป้องวันนี้และอนาคตของประเทศไทย การเมืองที่ดีควรเป็นระบบที่เปิดให้ทุกฝ่ายเข้ามาต่อสู้แข่งขันกันได้อย่างเสรี เป็นธรรม โดยมีประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ส่วนการมุ่งกำจัดกลุ่มการเมืองใดๆ ให้สิ้นซากนั้น มีแต่จะทำให้สังคมตึงเครียดรอวันระเบิด ช่วยกันหยุดการทำลายล้างทางการเมืองครั้งใหม่ที่จะไม่เหลืออะไรนอกจากความพัง ความสงบจบที่อยู่ร่วมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางออกที่ดีที่สุดคือการเปิดพื้นที่ทางการเมืองให้กว้างที่สุด สนับสนุนให้พรรคการเมืองของประชาชนเข้มแข็ง เลิกคิดเสียทีว่า การยุบพรรคการเมืองหรือตัดสิทธิ์ทางการเมืองของคนที่คิดไม่เหมือนเราจะนำไปสู่ความสงบในสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมามีความพยายามในการหยุดยั้งหรือทำลายพรรคอนาคตใหม่อยู่จริง โดยผู้มีอำนาจไม่สนใจถึงราคาที่สังคมไทยจะต้องร่วมกันจ่าย ประชาชนและประเทศไทยบอบช้ำมามากพอแล้ว พอกันทีกับการกดทับเสียงของความเปลี่ยนแปลง อำนาจการตัดสินปัจจุบันและอนาคตต้องอยู่ในมือประชาชนอย่างเรา ไม่ใช่อยู่ที่คนเพียงหยิบมือ นี่เป็นโอกาสที่เราจะได้ยืนยันสิทธิอันชอบธรรมนั้น ร่วมกันลงชื่อ เพื่อพาการเมืองไทยไปข้างหน้า หยุดความพัง ยับยั้งความขัดแย้ง
ดี-ชั่วประชาชนตัดสินเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ หนึ่งในผู้ร่วมลงชื่อ กล่าวว่า ที่ร่วมลงชื่อรณรงค์คัดค้านการยุบพรรคอนาคตใหม่ เพราะเห็นด้วยกับหลักการของการรณรงค์ครั้งนี้ และที่สำคัญคือเห็นว่าไม่ควรต้องมีพรรคการเมืองใดต้องถูกยุบ การยุบพรรคอะไรก็ตามไม่ควรเกิดขึ้น เราต้องปล่อยให้พรรคการเมืองเติบโต พรรคการเมืองจะดีจะชั่วอย่างไรประชาชนจะเป็นคนตัดสินเอง ถ้าประชาชนไม่เลือก วันหนึ่งพรรคนั้นก็อยู่ไม่ได้และก็ยุบหายไปเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ไม่ใช่อย่างที่เป็นอยู่นี้ ที่ให้คนเพียงไม่กี่คน ซึ่งหลายคนก็รู้ว่าเป็นอย่างไรมาตัดสิน ถามว่าเขาเป็นตัวแทนของอะไร ถูกตั้งขึ้นมา อุปโลกน์ขึ้นมา ดูไปแล้วก็เหมือนจะกลายเป็นตัวแทนของอำนาจรัฐ เพราะไม่ได้มีฉันทามติของคนในประเทศนี้เลย ทั้งที่โดยจุดกำเนิดตั้งต้นขององค์กรอิสระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; โดยหลักคิดและนโยบายนั้น ต้องยอมรับว่าดีมากๆ มาจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 แต่ตอนนี้เหมือนกลายพันธุ์ไปหมดแล้ว ซึ่งในะระยะยาวผมเห็นว่าจะไม่เป็นผลดีอย่างแน่นอน เพราะหากมีใครแหลมขึ้นมาหน่อยก็จะถูกกำจัด ประชาธิปไตยจะถูกทำให้เหมือนเล่นปาหี่ การยุบพรรคตนเห็นว่าเป็นปฏิบัติการที่มันต่อต้านประชาธิปไตย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาญวิทย์กล่าวว่า การเกิดขึ้นของพรรคอนาคตใหม่เป็นเรื่องน่าสนใจ มีปรากฏการณ์หลายอย่างที่ทำให้พรรคที่เพิ่งก่อนตั้งไม่นานมาได้ไกลขนาดนี้ แต่อย่างไรก็ตาม มันสะท้อนว่าสังคมไทยต้องการอะไรที่ใหม่และมีหลักการ เป็นเรื่องดีที่มีคนรุ่นใหม่ขึ้นมาพร้อมกับความคิดใหม่ๆ แบบนี้ แต่แน่นอนว่าต้องส่งผลกับกลุ่มผู้นำแบบเก่า คนรุ่นเก่า การเมืองแบบเก่าๆ เขาต้องตกใจอย่างมากกับนโยบายของพรรคที่เสนอ กับบทบาทที่พรรคอนาคตใหม่ทำ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และถ้าดูจากตัวผู้นำพรรค คือ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก็จะเห็นว่าเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นสูง กล้าชนกับต้นตอปัญหา และที่สำคัญคือ เขาไม่ได้เล่นเกมบินเดี่ยว แต่เขามาเป็นทีม เราจะเห็นว่ามีดาวดวงใหม่คนอื่นๆ โผล่มาเรื่อยๆ ทั้งคนรุ่นใหม่ คนรุ่นกลางคน รวมถึงคนรุ่นอายุมากแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำคัญคือภาพลักษณ์ของพรรคนั้นคือ ความคิดใหม่ จึงเป็นเหตุผลให้ตัวแทนความคิดเก่าๆ ต้องการจะทำลายให้ได้ แรกเลยพอเลือกตั้งเสร็จก็สกัดหัวหน้าพรรคไม่ให้เขาสภา มาตอนนี้ก็เตรียมยุบพรรค ไม่น่าเชื่อว่าประเทศเราจะมาจุดนี้ได้&amp;quot; นายชาญวิทย์กล่าว
จะไม่มีที่ยืนในใจประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพียงไม่กี่ชั่วโมงของการเปิดลงชื่อ ปรากฏว่ามีผู้คนจำนวนมาเข้ามาร่วมลงชื่อและแสดงความคิดเห็นในเว็บไซต์รณรงค์ดังกล่าวคับคั่ง อาทิ ภาวนา คุณหพันธ์ ระบุว่า &amp;quot;พรรคการเมืองเป็นของ ปชช. ใครก็ไม่มีสิทธิ์ยุบพรรคฯ ได้นอกจาก ปชช.&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ Dumrong W?.?Watana ระบุว่า &amp;quot;ไม่เห็นด้วยการยุบพรรคการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการตัดสินขององค์กรที่ไม่ได้มีที่มาจากประชาชน แต่เป็นองค์กรที่สืบทอดมาจากคณะยึดอำนาจ&amp;quot; และ &amp;quot;ประกาศตัวชนกับทหารมาเฟียมาตั้งแต่เริ่มตั้งพรรค เป็นกำลังใจให้ครับ&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุนทร พฤกษพิพัฒน์ ระบุว่า &amp;quot;พรรคการเมืองเป็นช่องทางของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย หากพรรคไม่ดี สุดท้ายก็ไม่มีประชาชนสนับสนุนไปเอง อย่าใช้อำนาจเหนือระบอบมาทำลายพรรคการเมือง หากยังใช้อำนาจเหนือระบอบอยู่อีก สุดท้ายระบอบนั้นจะไม่มีที่ยืนในใจประชาชน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ขอบคุณผู้ร่วมลงชื่อดังกล่าว โดยระบุว่า &amp;quot;ผมขอขอบคุณ นักวิชาการ นักคิด นักเขียน ศิลปิน นักศึกษา นักธุรกิจ ผู้นำแรงงาน นักสิทธิมนุษยชน นักพัฒนาเอกชน กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้คนจำนวนมาก ที่ร่วมลงชื่อในจดหมายเปิดผนึก &amp;#39;เปิดพื้นที่ทางการเมืองให้ทุกฝ่าย ลงชื่อคัดค้านการยุบพรรคอนาคตใหม่&amp;#39; ผมเข้าใจว่าหลายท่านที่ร่วมลงชื่อ คงไม่ได้เห็นด้วยกับพรรคอนาคตใหม่ในทุกเรื่อง แต่ที่ร่วมลงชื่อก็เพราะเห็นถึงความสำคัญของการเปิดพื้นที่ทางการเมืองให้แก่ทุกความคิด ทุกอุดมการณ์ ได้แข่งขันกันภายใต้ระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา การเอาชนะกันโดยการตัดคู่แข่งออกจากสนามการเมืองนั้นไม่ยั่งยืน รังแต่จะสร้างปมความขัดแย้งให้ร้าวลึกในสังคม โปรดรับคำขอบคุณจากผมและสมาชิกพรรคอนาคตใหม่อีกครั้ง ด้วยใจจริง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิกและนักออกแบบ หนึ่งในผู้ร่วมลงชื่อ โพสต์ในทวิตเตอร์ว่า &amp;quot;ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับแนวคิดหรือนโยบายของพรรคการเมืองใดๆ เป็นสิทธิทางการเมืองของแต่ละคน และไม่ควรให้อำนาจคณะบุคคลใดมีอำนาจเหนือประชาชน ที่จัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นโดยการยุบพรรคการเมืองเหล่านั้นได้โดยง่าย ระบอบประชาธิปไตย อำนาจปกครอง อยู่ในมือประชาชน ผิดจากนี้คือไม่ใช่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ระบุว่า &amp;quot;ขอบคุณ อ. ชาญวิทย์ ผู้เริ่มแคมเปญ #คัดค้านยุบอนาคตใหม่ และขอบคุณทุกรายชื่อที่มาร่วมแสดงพลัง พิสูจน์ว่าพรรคอนาคตใหม่ถือกำเนิดโดยประชาชน มีประชาชนเป็นเจ้าของ&amp;quot;
ส้มหวานยุฟ้อง กกต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เชิญชวนให้ประชาชนลงชื่อคัดค้านการยุบพรรคอนาคตใหม่ ไม่ควรมีพรรคการเมืองใดถูกยุบจากองค์กรที่มิได้มีส่วนยึดโยงกับประชาชน ไม่ว่าเราจะเห็นเหมือนหรือเห็นต่างกันกับพรรคการเมืองนั้นก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ กลุ่มไลน์สื่อมวลชนพรรคอนาคตใหม่ มีการเผยแพร่ข้อความจากศูนย์ประสานงานพรรคอนาคตใหม่ ปทุมธานี เรื่อง &amp;ldquo;สมาชิกพรรคอนาคตใหม่เตรียมฟ้อง กกต. ในฐานะบุคคล&amp;rdquo; ระบุว่า สืบเนื่องจากการที่ กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคอนาคตใหม่ และศาลรัฐธรรมนูญได้นัดอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 นั้น บรรดาสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งมีส่วนร่วมในการก่อสร้างพรรคนี้ขึ้นมา มีความวิตกกังวลต่อคำพิพากษาว่าจะมีการยุบพรรคอนาคตใหม่หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากการที่ กกต.เร่งรัดส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ทั้งการเพิ่มข้อกล่าวหาใหม่ ว่ามีความผิดตาม มาตรา 72 (รับประโยชน์ที่รู้หรือควรรู้ว่าเป็นเงินที่มิชอบด้วยกฎหมายโทษ) ซึ่งมีโทษถึงขั้นยุบพรรค ทั้งที่การกู้ยืมเงินของพรรคการเมือง เป็นเรื่องปกติที่ทุกพรรคกระทำกัน โดย กกต.ไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาใหม่ดังกล่าวต่อพรรค และไม่ได้เปิดโอกาสให้พรรคแก้ข้อกล่าวหาใหม่ดังกล่าวก่อนเลย ดังนั้นการสืบสวนและการสอบสวนของ กกต.เสียงข้างมากดังกล่าว จึงเป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรดาสมาชิกอนาคตใหม่มีความเห็นว่า แม้พรรคอนาคตใหม่ในฐานะนิติบุคคลจะได้ยื่นฟ้อง กกต.เป็นรายบุคคลไปแล้ว แต่สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ในฐานะบุคคล ก็ได้รับความเสียหายจากการกระทำของ กกต.เช่นเดียวกัน ดังนั้น สมาชิกพรรคที่มีกว่า 6 หมื่นคน จึงสมควรฟ้องร้อง กกต. ตามกฎหมายอาญา มาตรา 157 (ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต) และหากในวันข้างหน้ามีการยุบพรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้น ก็จะเกิดความเสียหายกับมวลสมาชิกที่ได้ชำระค่าสมาชิกและเงินบริจาคให้กับพรรคไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น จึงใคร่ขอเชิญท่านสื่อมวลชน รับฟังการแถลงข่าวของสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ เกี่ยวกับการรณรงค์เพื่อให้สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ทั่วประเทศฟ้องร้องต่อ กกต. ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ เวลา 11 นาฬิกา ณ ศูนย์ประสานงานพรรคอนาคตใหม่ ปทุมธานี
ต้องเคารพคำตัดสินของศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีเนื้อหาระบุว่า &amp;nbsp;เคารพคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนหน้านี้นายปิยบุตรเคยออกมาพูดเรื่องเอกสารหลุดของ กกต. แต่เมื่อผมมีโอกาสได้อ่านและชี้แจงข้อเท็จจริง ว่านายปิยบุตรไม่พูดในหลายเรื่อง ที่เป็นปัญหาของตนเอง และบางเรื่องไม่จริง กลับกลายเป็นว่าเกิดคัดค้านยุบพรรคอนาคตใหม่ การสร้างกระแสดังกล่าว แสดงว่ายอมจำนนต่อหลักฐานใช่หรือไม่ ผมไม่ทราบว่าผลคำตัดสินจะออกมาเช่นไร แต่ต้องเคารพคำตัดสินของศาลครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีการล่ารายชื่อเพื่อไม่ให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคอนาคตใหม่ว่า การกระทำในลักษณะดังกล่าวไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นการกดดันการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญ คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาไต่สวน ยังไม่มีใครทราบได้ว่าผลคดีจะออกมาเช่นไร ทุกคนควรรอฟังผลคำวินิจฉัย คือทางออกที่ดีที่สุด หากสร้างบรรทัดฐานโดยการล่ารายชื่อเพื่อกดดันของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ทั้งๆ ที่ควรต่อสู้กันด้วยข้อเท็จจริงในคดี ก็จะเกิดความเสียหายต่อกระบวนการได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่บอกว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่เปิดให้มีการไต่สวนในประเด็นนี้จะเห็นได้ว่ายังมีช่องทางอยู่ เพราะศาลรัฐธรรมนูญใช้ระบบการไต่สวนบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถยื่นพยานหลักฐานต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ทุกเมื่อ แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากช่องทางนี้&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศกล่าวต่อว่า ส่วนในประเด็นที่มีความกังวลว่าหากมีการยุบพรรคอนาคตใหม่อาจจะมีผลกระทบต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ไม่สามารถทำหน้าที่ได้หรือไม่ สามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่เป็นการบิดเบือนข้อกฎหมาย เพราะหากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบจริง สถานะความเป็น ส.ส.ยังคงมีอยู่ เพียงแต่จะต้องหาพรรคการเมืองอื่นสังกัดภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายควรรอผลคำวินิจฉัย ไม่ควรกระทำการในลักษณะข่มขู่กดดันศาลรัฐธรรมนูญ
หัวหน้าทีมพินอคคิโอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายธนาธรเป็นหัวหน้าทีมพินอคคิโออภิปรายไม่ไว้วางใจว่า นายธนาธรจะใช้ตัวละครอะไรก็ช่าง แต่ระวังว่าจะเป็นพินอคคิโอเสียเอง ทั้งนี้ รัฐบาลไม่ได้ใส่ใจอะไร เพราะมั่นใจว่าจะสามารถชี้แจงข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านได้ ที่ผ่านมารัฐบาลทำงานตรงไปตรงมาไม่ได้ทำอะไรผิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ทำทุกอย่างเพื่อพี่น้องประชาชน ไม่มีแบ่งแยกประชาชน หรือเลือกช่วยเฉพาะจังหวัดที่เลือกพรรคตัวเองเหมือนพรรคการเมืองบางพรรคในอดีต บริหารงานด้วยความโปร่งใส ดังนั้น เราจึงไม่กลัวการตรวจสอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ตนเห็นด้วยที่นายธนาธรบอกว่าพรรคอนาคตใหม่จะอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ ตรงประเด็น กระชับ ไม่เน้นการใช้โวหาร ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี พี่น้องประชาชนอยากเห็นแบบนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านก็ควรจะยึดหลักแบบนี้ด้วย อย่าใส่สีตีไข่หวังโจมตีรัฐบาลแบบหน้ามืดตามัวด้วยข้อมูลเท็จเหมือนที่บางคนออกมาพูดเป็นละครหลังข่าวรายวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรกล่าวอีกว่า กรณีที่นายธนาธรจะอภิปราย 5 ด้าน อาทิ บริหารเศรษฐกิจผิดพลาด เอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง ความมั่นคง และคุณสมบัติจริยธรรมที่ไม่เหมาะสมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น เป็นเหตุผลมุมมองทางการเมืองของฝ่ายค้าน และไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่รัฐบาลไม่ได้เป็นอย่างนั้น และมั่นใจว่าประชาชนจะเข้าใจในสิ่งที่รัฐบาลจะชี้แจง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ที่ผ่านมารัฐบาลทำงานมา 7 เดือน มีผลงานเป็นที่ประจักษ์มากมาย เกิดการเปลี่ยนแปลงในการพัฒนาประเทศอย่างเห็นได้ชัดเจน ส่วนทางด้านเศรษฐกิจนั้น แม้เราได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก และต้องเจอกับไวรัสโควิด-19 ซ้ำเติมอีก แต่รัฐบาลก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อประคองเศรษฐกิจผ่านมาตรการต่างๆ ตนจึงมองว่า เวลานี้ไม่ใช่เวลามาเอาชนะคะคานกัน หรือเล่นเกมการเมืองกัน แต่เป็นเวลาแห่งการร่วมแรงร่วมใจของคนในชาติ เพื่อผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57284</URL_LINK>
                <HASHTAG>กดดันศาล, คดีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พรรคอนาคตใหม่, ศาลรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200215/image_big_5e47fa3524e76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
