<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97309</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อเอาผิดม็อบ24มี.ค. ตร.ถอดเทปปราศรัย11แกนนำ/กทปส.จี้ฟันนศ.-อจ.3นิ้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ขอทุกคนยึดมั่นชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ บอกแผ่นดินนี้ศักดิ์สิทธิ์ ใครทำอะไรไว้ย่อมได้รับกรรม&amp;nbsp; &amp;quot;ตำรวจ&amp;quot; ถอดเทปม็อบ 24 มี.ค. ปราศรัยจ่อเอาผิด 11 แกนนำ &amp;quot;หมู่บ้านทะลุฟ้า&amp;quot; โดน &amp;quot;กทม.&amp;quot; แกงไม่เข้าติดป้ายห้ามใช้พื้นที่ข้างทำเนียบฯ &amp;quot;อัยการ&amp;quot; เลื่อนสั่งคดี 3 นิ้วชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนี &amp;quot;กทปส.&amp;quot; ร้อง &amp;quot;รมว.อุดมศึกษาฯ-มธ.&amp;quot; ถอดสภาพ &amp;quot;นศ.-อาจารย์นิติราษฎร์&amp;quot; เคลื่อนไหวเป็นภัยต่อสถาบันและความมั่นคงประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวระหว่างเป็นประธานในงานสถาปนากระทรวงยุติธรรม ครบรอบ 130 ปี ตอนหนึ่งยืนยันว่า จะทำหน้าที่ด้วยความโปร่งใส สุจริต และเป็นธรรมให้มากที่สุด หากใครเรียกหาประโยชน์ แจ้งมาได้ทันที ทั้งนี้ ขอให้ทุกคนยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ขอเพียงแค่นั้น เพราะต้องทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย อยู่กันด้วยความรักความสามัคคีฉันพี่ฉันน้อง เพราะเราเป็นครอบครัวเดียวกัน เป็นครอบครัวคนไทยและประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เราต้องมีความรักความสามัคคีและร่วมมือกันทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย อยู่ด้วยความรัก ความสามัคคี เป็นครอบครัวเดียวกัน นายกฯ ก็เป็นครอบครัวเดียวกับพวกเราทุกคน อยู่ด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่มีการใช้กฎหมายมากเกินไป เพราะเจ้าหน้าที่เองก็ลำบากและเหนื่อย ไม่มีใครอยากทำผิดกฎหมาย เว้นพวกเจตนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากขอร้องพวกเราทุกคนดูแลลูกหลานเยาวชนของเราให้ดี ไม่เช่นนั้นปัญหาจะเกิดขึ้นตามมามากมาย แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดา เพราะเป็นโลกดิจิทัล สามารถสื่อสารส่งข้อมูลที่บิดเบือนถึงกันอย่างรวดเร็วจนสร้างความไม่เข้าใจ รัฐบาลยืนยันว่าจะดูแลทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเพื่อคนไทยทุกคน อย่าลืมว่าเราคือคนไทย เกิดบนผืนแผ่นดินไทย วันนี้ขอร้องให้ทุกคนช่วยกันรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อย่าลืมว่าแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะพระสยามเทวาธิราชและพระแก้วมรกต ทรงดูแลคุ้มครองมาตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา พ่อแม่ก็คือพระในบ้าน สังคมเราต้องเคารพผู้มีอาวุโส พ่อแม่พี่น้องครูบาอาจารย์ ถ้าสิ่งเหล่านี้หายไป ก็ไม่ใช่คนไทยและประเทศไทยแล้ว&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมว่า การชุมนุมอะไรต่างๆ อย่าให้คนอื่นเดือดร้อน จะอ้างว่าเป็นประชาธิปไตยก็ไม่ใช่ เพราะประชาธิปไตยต้องไม่ใช่แบบนี้ จะต้องไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน หากจะมีการชุมนุมรัฐบาลก็ไม่ได้ห้าม ขอให้แจ้งมา และชุมนุมอยู่กับที่ จำนวนพอสมควร ไม่ใช่เพิ่มเติมไปเรื่อยๆ และเคลื่อนย้ายไปโน่นนี่ ในต่างประเทศเขาไม่มีแบบนี้ แต่ก็ต้องขอความร่วมมือใช้กฎหมายก็มีปัญหาทุกที ไม่ใช้ก็ไม่ได้ สื่อห่วงหรือไม่ ถ้าสื่อห่วงก็ต้องช่วยกันสร้างความรับรู้ให้ตนบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าการชุมนุมข้างทำเนียบรัฐบาลจะทำอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ดำเนินการเอง กฎหมายเขามีขั้นตอนอยู่ ช่วงเวลาที่เหมาะสมอะไรก็ว่าไป เพราะ 1.การสัญจรเดือดร้อน 2.โรงเรียนบริเวณดังกล่าวเดือดร้อน ซึ่งเขาร้องเรียนมาแล้ว เดี๋ยวเจ้าหน้าที่กฎหมายจะต้องดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการชุมนุมกลุ่มราษฎรที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องว่า จะให้ทำอย่างไร&amp;nbsp; ทำไมไม่ไปถามม็อบ เราดูแลความปลอดภัยอย่างเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าเนื้อหาบนเวทีมีการจาบจ้วงมากขึ้นเรื่อยๆ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า อันนี้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะรับฟังและดูแลว่าพูดเกินเลยไปหรือไม่ ซึ่งการดำเนินการแล้วแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีการเคลื่อนไหวให้ยุติการชุมนุม เพราะไม่เป็นผลดีต่อใครทั้งสิ้น และยังทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน บ้านเมืองเป็นของพวกเราทุกคน ควรหันมาช่วยกันรวมไทยสร้างชาติ ช่วยนายกฯ และรัฐบาลขับเคลื่อนประเทศเดินหน้าไปสู่นโยบายที่วางไว้ให้สำเร็จ ไม่ใช่เวลาที่จะออกมาชุมนุมจนทำให้บ้านเมืองเสียหายย่อยยับ
ตร.จ่อเอาผิดม็อบ 24 มี.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รอง ผบช.น.) ในฐานะโฆษก บช.น. กล่าวถึงกรณีการชุมนุมของกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ วันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า พนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี อยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุม และถอดเทปคำปราศรัยของกลุ่มบุคคล 11 รายที่ขึ้นปราศรัย ขณะนี้ทราบชื่อแล้ว 10 ราย ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้ออกเลขคดีเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะขยายผลไปยังกลุ่มการ์ด กลุ่มผู้ร่วมชุมนุม กลุ่มรถเครื่องขยายเสียง และกลุ่มบุคคลอื่นที่มีส่วนร่วมในการชุมนุมครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับคดีมาตรา 112 จะพิจารณาเป็นรายบุคคลไป ต้องดูเนื้อหาการปราศรัยว่ากล่าวพาดพิงเกิดความเสียหายหรือไม่ รวมถึงผู้ถือป้ายที่มีข้อความผิดกฎหมาย มีทีมตำรวจคอยตรวจสอบบันทึกภาพและเสียงเป็นหลักฐาน จากนั้นจะออกหมายเรียกแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป&amp;quot; พล.ต.ต.ปิยะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก บช.น.กล่าวว่า ในส่วนสื่อมวลชนที่มีการถ่ายทอดสดภาพและเสียง ถ้ามีเจตนาทำผิดกฎหมายก็ถูกดำเนินคดีด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ จากการตั้งจุดตรวจค้นโดยรอบพื้นที่ของการชุมนุมดังกล่าว พบว่ามีผู้กระทำผิดโดยนำใบกระท่อม น้ำกระท่อม และวัตถุผิดกฎหมายเข้ามาในที่ชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล มีรายงานว่าสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้รับการประสานจากสำนักอนามัย? สำนักงานเขตดุสิต ร่วมกับฝ่ายสิ่งแวดล้อมและเทศกิจ กรุงเทพมหานคร ประสานงานกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อส่งเจ้าหน้าที่เข้าแจ้งประกาศของกรุงเทพมหานคร ในเวลา 15.00 น. เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ฉบับที่ 20 ลงวันที่ 23 ก.พ.2564 ต่อผู้ชุมนุมที่อยู่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพระราม 5
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ บริเวณข้างทำเนียบรัฐบาล ถนนพระราม 5 ขณะนี้มีกลุ่มผู้ชุมนุมหมู่บ้านทะลุฟ้าได้ปักหลักชุมนุมมานานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว และยังได้ตะโกนขับไล่นายกรัฐมนตรีและ ครม.อยู่เป็นระยะในช่วงที่เข้าปฏิบัติหน้าที่ในทำเนียบฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การลงพื้นที่ไม่ได้เป็นการเจรจาให้ออกจากพื้นที่ แต่เป็นการขอความร่วมมือให้ผู้ชุมนุมปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกันของทุกม็อบในเรื่องมาตรการป้องกันโควิด เพราะขณะนี้สถานการณ์ยังถือว่าน่าเป็นห่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่บริเวณหน้าประตูทางเข้าหมู่บ้านทะลุฟ้า สะพานชมัยมรุเชฐ หลังมีข่าวเจ้าหน้าที่จะเข้าพื้นที่ดังกล่าว ทำให้ผู้ชุมนุมได้ระดมคนมาที่บริเวณประตูทางเข้าหมู่บ้าน โดยมีพระสงฆ์ 4 รูป นั่งขวางประตูทางเข้าหมู่บ้าน และสวดมนต์บทสวดอิติปิโส เพื่อป้องกันเจ้าหน้าที่ กทม. เข้ามาแจ้งประกาศปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.นางเลิ้งดูแลความเรียบร้อยโดยรอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามกำหนดเดิมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะลงพื้นที่หมู่บ้านทะลุฟ้าข้างทำเนียบรัฐบาล เวลา 15.00 น. เพื่อแจ้งประกาศของกรุงเทพมหานคร เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราวต่อผู้ชุมนุมที่อยู่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ แต่เมื่อผ่านเวลาที่ระบุไว้ไปกว่า 1 ชม. ก็ยังไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าพื้นที่แต่อย่างใด
เลื่อนสั่งคดีม็อบสถานทูต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารกรุงเทพใต้ เวลา 09.50 น. น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ พร้อมพวกผู้ต้องหาแกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎร เดินทางมารายงานตัวตามที่อัยการนัดฟังคำสั่งคดีชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนี ซึ่งถูกแจ้งข้อหาในความผิดตาม ป.อาญา ม.112 และยุยงปลุกปั่นฯ ม.116 และข้อหาอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ภัสราวลีกล่าวก่อนเข้ารายงานตัวว่า มารอฟังคำสั่งอัยการ ซึ่งการชุมนุมเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้เติมกำลังใจตัวเองได้อย่างดี ให้สู้ต่อไม่ถอย ซึ่งพ่อกับแม่ก็ให้กำลังใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่มีข่าวว่าวันนี้อัยการจะเลื่อนนัดสั่งคดีนั้น ยังไม่มั่นใจ ต้องรอฟังอีกที ทุกคนในคดีจะมากันครบ เพราะทุกคนมาด้วยความบริสุทธิ์ใจ มั่นใจในสิ่งที่ทำ กล้าหาญ กำลังใจดี เข้มแข็ง พี่น้องประชาชนส่งพลังให้ทุกคน&amp;quot; น.ส.ภัสราวลีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มายด์ยังกล่าวว่า หากมีการส่งฟ้องแล้วถ้าศาลให้ประกันตัว ประชาชนก็จะมองกระบวนการยุติธรรมอย่างมั่นใจ ทุกคนโดนข้อหาเดียวกันทั้ง 13 คน หลายคนเป็นนักศึกษา และส่วนตัวก็ยังมีสอบ เชื่อว่าพลังของประชาชนที่ออกมาเป็นส่วนสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เบนจา อะปัญ แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กล่าวว่า หากไม่ได้รับการประกันตัว ก็จะให้มวลชนเดินหน้าต่อสู้กันต่อไป ตนเองก็จะสู้ต่อไป เพียงแค่เปลี่ยนสถานที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การชุมนุมเมื่อคืนที่ผ่านมาพยายามจัดการชุมนุมให้มีความปลอดภัยกับผู้ชุมนุมมากที่สุด และให้มวลชนได้มีส่วนร่วมกับการทำกิจกรรม ส่วนภารกิจที่ติดค้างคือเรื่องเรียน และการต่อสู้ยังเป็นภารกิจสำคัญ ขณะนี้มองว่าควรที่จะมีการยกเลิกการส่งฟ้องไปเลย ซึ่งจะไม่เป็นการค้างคา&amp;quot; แกนนำผู้นี้ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงความคิดเห็นที่มีต่อการชุมนุมของกลุ่มรีเดมที่ไม่มีแกนนำ น.ส.เบนจามองว่า เป็นการชุมนุมที่ให้คนหลายกลุ่มได้เข้ามาร่วม ซึ่งตนก็ไม่เคยบอกว่าการมีแกนนำหรือไม่มีแกนนำดีหรือไม่ดีอย่างไร จะมีความแตกต่างกันในด้านวิธีการ แต่แนวทางการต่อสู้คือเป้าหมายเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่สำนักงานอัยการสูงสุด มีผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎรและผู้ใกล้ชิดเดินทางมารอให้กำลังใจผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดี อาทิ นายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา บิดาของนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน และนางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ มารดาของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน รวมถึงมีกลุ่มพระสงฆ์ 4 รูป ถือป้ายข้อความว่า &amp;quot;ขอบิณฑบาตอนาคตของชาติ #ยกเลิก112&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ให้สัมภาษณ์ว่า อัยการเลื่อนนัดสั่งคดีไปเป็นวันที่ 13 พ.ค.2564 เวลา 09.00 น. เนื่องจากอัยการอยู่ระหว่างพิจารณาสำนวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ กล่าวหลังรับทราบเลื่อนนัดคดีว่า ขอให้กระบวนการยุติธรรมธำรงรักษาไว้ซึ่งความเป็นธรรม การเลื่อนเป็นสัญญาณที่ดีได้เคลื่อนไหวต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เบนจาระบุว่า ได้ยื่นร้องขอความเป็นธรรม ทำตามกระบวนการทุกอย่างในการทวงถามความยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.ภัสราวลีกล่าวว่า เชื่อว่าสถานการณ์ทางการเมืองมีส่วนต่อคดี ตนไม่กังวลกับการถูกดำเนินคดีเพิ่ม เชื่อมั่นในสิ่งที่เราทำ พูด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีที่มีเจ้าหน้าที่สถานทูตต่างประเทศมาสังเกตการณ์วันนี้ตนไม่ได้พูดคุยอะไรมาก เจ้าหน้าที่มาหลายประเทศ เห็นความสำคัญเรื่องสิทธิมนุษยชนจึงมาจับตาดู ขณะนี้ทุกคนไม่กังวลถูกขังหรือไม่ แต่กังวลจะสู้ได้อย่างเต็มที่ข้างนอกมากน้อยแค่ไหน&amp;quot; มายด์ระบุ
ร้องฟัน &amp;#39;นศ.-อ.นิติราษฎร์&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายภูภัทร แสงสุบิน ผู้ประสานงานกองทัพประชาชนปกป้องสถาบัน (กทปส.) เป็นตัวแทนยื่นหนังสือที่ลงนามโดยนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือพุทธะอิสระ เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้พิจารณาพฤติกรรมการแสดงออกทั้งทางวาจา ท่าทาง และหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรของคณะอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่เรียกตัวเองว่า คณะนิติราษฎร์ ซึ่งได้แสดงออกเชิงสนับสนุนการกระทำของนักศึกษาบางกลุ่มให้เกิดความเกลียดชังต่อสถาบัน ส่งผลกระทบให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง บ่อนทำลายความมั่นคง สร้างความแตกแยกและวุ่นวายในสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น กลุ่ม กทปส.เดินทางมาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เข้ายื่นหนังสือถึงอธิการบดีมหาวิทาลัยธรรมศาสตร์ และกรรมการสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่องขอให้อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเกี่ยวกับปัญหาทางจริยธรรมหรือจรรยาบรรณของบุคลากรและอาจารย์ที่กระทำการล่วงละเมิดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 6ประกอบมาตรา 50 และบกพร่องทางจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคลากรและอาจารย์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ข้อที่ 6 ถึง 11 และข้อ 33 (3)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอเรียกร้องอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ด้วยการหยุดยั้งหรือจำกัดบทบาทของอาจารย์กลุ่มคณะนิติราษฎร์ และถอดถอนสถานภาพนักศึกษาที่มีพฤติกรรมเป็นภัยต่อสถาบัน ต่อความมั่นคงและละเมิดรัฐธรรมนูญ ละเมิดข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่ง กทปส.ขอรอฟังผลการดำเนินการ โดยให้อธิการบดีแจ้งผลความคืบหน้ามาให้พวกเราทราบเป็นลายลักษณ์อักษร จึงหวังว่านายเอนกในฐานะกำกับดูแลสถาบันอุดมศึกษา จะประสานงานกับอธิการบดีและสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อหยุดยั้งความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อไปโดยเร็ว&amp;quot; หนังสือร้องเรียนระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรค พท. กล่าวถึงกรณีที่อาจารย์และบุคลากรคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เก็บผลงานศิลปะบริเวณหน้าตึกหอศิลป์ของนักศึกษาสาขาวิชาสื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ว่าในฐานะศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอตั้งคำถามกับคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยและผู้บริหารคณะวิจิตรศิลป์ ว่าการกระทำต่อผลงานนักศึกษา ท่านกำลังเลือกปฏิบัติหรือไม่ เพราะล่าสุดมีการแชร์ภาพงานศิลปะของอาจารย์ท่านหนึ่งที่เคยนำเสนองานศิลปะที่มีส่วนประกอบของธงชาติและการวิพากษ์วิจารณ์ถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งในตอนนั้นไม่ได้มีการปิดกั้นในการแสดงออกผลงานศิลปะเหมือนครั้งนี้แต่อย่างใด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มหาวิทยาลัยควรเป็นพื้นที่สำหรับนักศึกษาในการแสวงหาความรู้และพัฒนาทักษะทุกด้าน ไม่ควรมีการจำกัดพื้นที่หรือเอาใจรับใช้ผู้มีอำนาจ ยิ่งสิ่งที่เกิดขึ้นมาจากการกระทำของคณบดีคณะวิจิตรศิลป์เสียเอง ในฐานะศิษย์เก่าคนหนึ่ง จึงรู้สึกไม่สบายใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น&amp;quot; โฆษกพรรค พท.ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97309</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทปส., ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์, ชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนี, ถอดเทปปราศรัย, ภัยต่อสถาบันและความมั่นคงประเทศ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมู่บ้านทะลุฟ้า, แผ่นดินนี้ศักดิ์สิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210325/image_big_605c969f41a2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55140</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2020 17:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2020 17:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลทุ่มทุนอนุมัติ240ล้านถ่ายสดมหกรรมกีฬา5รายการ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.2563 &amp;ndash; ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร.) ได้มีมติรับทราบเรื่องการขอรับการสนับสนุนงบประมาณการซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ 5 รายการ ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) เสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อจัดซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ 5 รายการ จากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) วงเงิน 240,000,000 บาท โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.การถ่ายทอดสดการแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ 5 รายการดังกล่าวประกอบด้วย (1) การแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน (โตเกียว 2020) (2) การแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเยาวชนฤดูหนาว (โลซาน 2020) (3) การแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว (ปักกิ่ง 2022) (4) การแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเยาวชนฤดูร้อน (ดาการ์ 2022) และ (5) การแข่งขันมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ (หางโจว 2022) ซึ่ง กก. พิจารณาแล้วเห็นควรซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฯ ทั้ง 5 รายการดังกล่าวจากบริษัท แพลนบี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ที่เป็นผู้บริหารจัดการลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดและการตลาด มูลค่ารวม 480,000,000 บาท (รวมภาษีทั้งหมดที่เกี่ยวข้องแล้วแต่ไม่รวมค่าดำเนินการด้านเทคนิคการออกอากาศ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ &amp;nbsp;ในการประชุมครั้งที่ 4/2562 เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2562 มีมติอนุมัติงบประมาณสนับสนุนค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดการแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ เป็นเงิน 480,000,000 บาท โดยมีเงื่อนไขหากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) สามารถหาผู้สนับสนุนได้มากกว่า 240,000,000 บาท ตามที่นำเสนอคณะกรรมการการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติให้ใช้จ่ายจากแหล่งเงินที่จัดหามาได้เพื่อจะได้ไม่ต้องใช้งบประมาณของกองทุนทั้งหมด โดยหากมีรายได้จากการจัดหาให้นำกลับคืนมาให้กองทุนเพื่อเป็นทุนสนับสนุน ส่งเสริมกิจกรรมกีฬาของประเทศชาติต่อไป สำหรับค่าใช้จ่ายประชาสัมพันธ์เพื่อกระตุ้นการรับรู้จำนวน 20,000,000 บาท ให้ กกท. ใช้จ่ายจากแหล่งงบประมาณอื่นที่ไม่ใช่งบประมาณกองทุน (บริษัท แพลนบี มีเดีย จำกัด (มหาชน) จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในส่วนดังกล่าวให้ก่อน และจะนำรายได้จากการบริหารจัดการการถ่ายทอดสดไปชดเชยในส่วนดังกล่าว) ดังนั้น กก. จึงจำเป็นต้องขอรับการสนับสนุนจาก กทปส. มาสมทบในวงเงินงบประมาณ 240,000,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. กก. แจ้งว่า การขอรับงบประมาณสนับสนุนในครั้งนี้สามารถดำเนินการได้ตามมาตรา 27 (21) และมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ที่บัญญัติให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีอำนาจหน้าที่พิจารณาและให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับการจัดสรรเงิน กทปส. ตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (คณะกรรมการ กทปส.) เสนอ และมีความสอดคล้องกับมาตรา 52 (1) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวที่บัญญัติให้ กทปส. มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินการให้ประชาชนได้รับบริการด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมอย่างทั่วถึง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55140</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทปส., กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ, มหกรรมกีฬานานาชาติ, เอเชียนเกมส์, โอลิมปิกฤดูร้อน, โอลิมปิกฤดูหนาว, โอลิมปิกเยาวชนฤดูร้อน, โอลิมปิกเยาวชนฤดูหนาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200121/image_big_5e26ce7380f09.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
