<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2021 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2021 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทพ.  เชิญร่วมส่งภาพถ่ายประกวด ชิงเงินรางวัลรวม 45,000 บาทพร้อมโล่ สะท้อนความประทับใจผ่านหัวข้อ “ทางพิเศษ ทางวิเศษ” </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ขอเชิญประชาชนทั่วไปเข้าร่วมการประกวดภาพถ่าย ตามโครงการ EXAT Contest Marketing ภายใต้กิจกรรม EXAT Photo Contest&amp;nbsp; ในหัวข้อ &amp;ldquo;ไอเดียสร้างสรรค์การถ่ายภาพที่แสดงถึง กทพ. ในหัวข้อ ทางพิเศษ ทางวิเศษ&amp;rdquo; ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มลูกค้าผู้ใช้ทางพิเศษกับ กทพ. ผ่านภาพถ่ายที่ประทับใจในการทำงานและการให้บริการของกทพ. เพื่อชิง 3 รางวัลใหญ่ ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศ ได้รับเงินรางวัล 20,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 15,000 และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 10,000&amp;nbsp; บาท โดยทุกรางวัลจะได้รับโล่พร้อมเกียรติบัตรด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับกติกาในการรับสมัครต้องเป็นประชาชนทั่วไปที่พำนักอาศัยหรือทำงานอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ประกอบด้วย จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และนครปฐม โดยต้องแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนมาพร้อมใบสมัคร และส่งผลงานเข้าประกวดได้ไม่เกิน 3 ผลงานต่อ 1 คน ในลักษณะไฟล์ดิจิทัลรูปแบบภาพ .JPG ขนาดไฟล์ภาพไม่น้อยกว่า 12 ล้านพิกเซล สามารถใช้ได้ทั้งกล้องที่ใช้ฟิล์ม หรือดิจิทัลในการถ่ายภาพ โดยภาพที่ส่งเข้าประกวดปรับแต่งได้ แต่ห้ามทำการตัดต่อจนผิดความเป็นจริง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการตัดสิน และที่สำคัญต้องเป็นภาพที่ถ่ายระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ &amp;ndash; มีนาคม 2564 เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;ประชาชนผู้สนใจ สามารถส่งผลงานภาพถ่ายเข้าร่วมประกวดได้ระหว่างวันที่ 1 &amp;ndash; 18 มีนาคม 2564 โดยจะตัดสินผลงานรอบแรก วันที่ 22 &amp;ndash; 25 มีนาคม 2564 ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณารอบแรก และเปิดให้มีการโหวตตัดสินผลงานทางแฟนเพจ EXAT Society&amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม &amp;ndash; 1 เมษายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;ในการประกวดครั้งนี้ หลักเกณฑ์การตัดสินคณะกรรมการจะพิจารณาจาก&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;1. เทคนิคการถ่ายทำและความสวยงามของผลงานภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;2. ความคิดสร้างสรรค์ในการเล่าเรื่องประทับใจ EXAT &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;3. การสื่อสารแบรนด์ ให้รับรู้ในนาม EXAT คือ &amp;ldquo;การทางพิเศษแห่งประเทศไทย&amp;rdquo; และ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;4. ความพึงพอใจผลงานต่อประชาชนทั่วไป โดยพิจารณาจากยอดกดไลค์โพสต์ในแฟนเพจเฟสบุ๊ก Exat Society&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ กทพ. จะประกาศรายชื่อผู้ได้รางวัล ทางแฟนเพจ EXAT Society ในวันที่ 6 เมษายน และมีพิธีมอบรางวัลภายในเดือนเมษายน 2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ผู้สนใจที่ต้องการส่งภาพถ่ายเข้าประกวด สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กองพัฒนาธุรกิจและการตลาด สำนักผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย โทรศัพท์ 0 2558 9800 ต่อ 23710-23713 และอ่านรายละเอียดกติกาการประกวดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3cIZxPN และส่งใบสมัครได้ที่ https://forms.gle/5BuAJ2RcAcEdcoyi8&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95101</URL_LINK>
                <HASHTAG>EXAT Photo Contest, กทพ., การทางพิเศษแห่งประเทศไทย, ทางพิเศษ ทางวิเศษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210305/image_big_6041eaa671126.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84008</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2020 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2020 15:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทพ.แจ้งให้ใช้ทางด่วนฟรีช่วงวันหยุด18-23 พ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16 พ.ย. 2563 รายงานข่าวจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม กำหนดยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษของทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนา-ชลบุรี) และทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) ตามที่รัฐบาลประกาศ &amp;nbsp;วันหยุดพิเศษ ทำให้มีวันหยุดต่อเนื่องติดต่อกัน 4 วัน โดยเริ่มยกเว้นค่าผ่านทางของทางพิเศษทั้ง 2 สายทาง ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันพุธที่ 18 พฤศจิกายน 2563 จนถึงเวลา 24.00 น. ของวันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2563 รวมทั้งสิ้นจำนวน 6 วัน เช่นเดียวกับมอเตอร์เวย์ของกรมทางหลวง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนในวันหยุด และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน รวมทั้งช่วยลดปัญหาจราจรติดขัดบริเวณหน้าด่านได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในช่วงวันหยุดต่อเนื่องดังกล่าว กทพ. ได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ทั้งพนักงานกู้ภัย พนักงานจัดการจราจร คอยอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือผู้ใช้ทางตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงผู้ใช้ทางยังสามารถสอบถามข้อมูลการเดินทาง สภาพการจราจร และขอความช่วยเหลือจากศูนย์ข้อมูลผู้ใช้ทางพิเศษ EXAT Call Centerโทร 1543 หรือขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน (SOS) ผ่านทาง Application &amp;quot;EXAT Portal&amp;quot; ได้อีกช่องทางหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84008</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทพ., ค่าผ่านทางพิเศษของทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนา-ชลบุรี), ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200914/image_big_5f5f8ac933ef6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80262</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2020 18:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2020 18:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮ 13 ต.ค.นี้ กทพ. ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ 3 สายทางฟรี  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.63-รายงานข่าวจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) แจ้งว่าได้ ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษของทางพิเศษเฉลิมมหานคร ทางพิเศษศรีรัช และทางพิเศษอุดรรัถยา 3 สายทาง ในวันอังคารที่ 13 ตุลาคม 2563 (วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร) ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ถึง 24.00 น. จำนวน 1 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทาง &amp;nbsp;ของประชาชนในวันหยุด และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชนรวมทั้งช่วยลดปัญหาจราจรติดขัดบริเวณหน้าด่านได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​อย่างไรก็ตามในช่วงวันหยุดดังกล่าว กทพ. ได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ทั้งพนักงานกู้ภัย พนักงานจัดการจราจร คอยอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือผู้ใช้ทางตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงผู้ใช้ทางยังสามารถสอบถามข้อมูลการเดินทาง สภาพการจราจร และขอความช่วยเหลือจากศูนย์ข้อมูลผู้ใช้ทางพิเศษ EXAT Call Centerโทร 1543 หรือขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน (SOS) ผ่านทาง Application &amp;quot;EXAT Portal&amp;quot; ได้อีกช่องทางหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80262</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทพ., เว้นเก็บค่าทางด่วน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201012/image_big_5f843e4225069.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63413</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2020 10:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2020 10:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  BEM ร่อนหนังสือถึงกทพ.ขอรัฐชดเชยพิษโควิด -19 ทำรถใช้ทางด่วนวูบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17เม.ย.63-นางพเยาว์ มริตตนะพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงและต่อเนื่องในปัจจุบัน ประกอบกับมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล โดยออกคำสั่งห้ามทำกิจกรรมในสถานที่แออัด พร้อมออกคำสั่งห้ามบุคคลใดทั่วราชอาณาจักรออกนอกเคหสถานในช่วงเวลา 22.00-04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ซึ่งมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. 2563 ที่ผ่านมานั้น ส่งผลให้ปริมาณจราจรบนทางพิเศษ (ทางด่วน) เฉลิมมหานครและทางพิเศษศรีรัช ลดลงต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ด้วยสถานการณ์ดังกล่าว เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2563 BEM จึงได้ยื่นหนังสือถึงนายดำเกิง ปานขำ รองผู้ว่าการฝ่ายปฏิบัติการ รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เพื่อแจ้งผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยอ้างถึงสัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 (ฉบับแก้ไข) ลงวันที่ 20 ก.พ. 2563 โดยนำเสนอปริมาณจราจรและรายได้ค่าผ่านทางทางพิเศษเฉลิมมหานครและทางพิเศษศรีรัช ประจำเดือน ก.พ.-มี.ค. 2563 นอกจากนี้ ยังขอให้ กทพ. พิจารณาแนวทางการชดเชยผลกระทบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางพเยาว์ กล่าวต่ออีกว่า เมื่อสถานการณ์คลี่คลายกลับสู่ภาวะปกติแล้วนั้น BEM จะรายงานผลกระทบจากเหตุสุดวิสัยและเหตุการณ์ที่เป็นข้อยกเว้นที่เกิดขึ้น เพื่อให้เป็นไปตามสัญญา ข้อ 18.1 และ 18.2 รวมถึงแนวทางการชดเชยผลกระทบต่อไป อย่างไรก็ตาม BEM ได้ตระหนักถึงความจำเป็นของภาครัฐ และความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน เพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินให้ยุติลงโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ BEM ได้รายงานจำนวนรถใช้ทางด่วน เดือนมีนาคมลดลง 25.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เหลือที่ 950,000 คันต่อวัน โดยในไตรมาสแรก คาดว่าจะมีปริมาณรถใช้ทางด่วนลดลง 11.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และ ลดลง 8.8% เมื่อเทียบระหว่างไตรมาส(QoQ) โดยจะเหลือรถใช้บริการทางพิเศษเฉลี่ยอยู่ที่1.12ล้าน คันต่อวัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63413</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทพ., ขอรับการชดเชย, บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (บีอีเอ็ม)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200417/image_big_5e99282d32ec3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63412</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  BEM ร่อนหนังสือถึงกทพ.ขอรัฐชดเชยพิษโควิด -19 ทำรถใช้ทางด่วนวูบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17เม.ย.63-นางพเยาว์ มริตตนะพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงและต่อเนื่องในปัจจุบัน ประกอบกับมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล โดยออกคำสั่งห้ามทำกิจกรรมในสถานที่แออัด พร้อมออกคำสั่งห้ามบุคคลใดทั่วราชอาณาจักรออกนอกเคหสถานในช่วงเวลา 22.00-04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ซึ่งมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. 2563 ที่ผ่านมานั้น ส่งผลให้ปริมาณจราจรบนทางพิเศษ (ทางด่วน) เฉลิมมหานครและทางพิเศษศรีรัช ลดลงต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ด้วยสถานการณ์ดังกล่าว เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2563 BEM จึงได้ยื่นหนังสือถึงนายดำเกิง ปานขำ รองผู้ว่าการฝ่ายปฏิบัติการ รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เพื่อแจ้งผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยอ้างถึงสัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 (ฉบับแก้ไข) ลงวันที่ 20 ก.พ. 2563 โดยนำเสนอปริมาณจราจรและรายได้ค่าผ่านทางทางพิเศษเฉลิมมหานครและทางพิเศษศรีรัช ประจำเดือน ก.พ.-มี.ค. 2563 นอกจากนี้ ยังขอให้ กทพ. พิจารณาแนวทางการชดเชยผลกระทบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางพเยาว์ กล่าวต่ออีกว่า เมื่อสถานการณ์คลี่คลายกลับสู่ภาวะปกติแล้วนั้น BEM จะรายงานผลกระทบจากเหตุสุดวิสัยและเหตุการณ์ที่เป็นข้อยกเว้นที่เกิดขึ้น เพื่อให้เป็นไปตามสัญญา ข้อ 18.1 และ 18.2 รวมถึงแนวทางการชดเชยผลกระทบต่อไป อย่างไรก็ตาม BEM ได้ตระหนักถึงความจำเป็นของภาครัฐ และความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน เพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินให้ยุติลงโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ BEM ได้รายงานจำนวนรถใช้ทางด่วน เดือนมีนาคมลดลง 25.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เหลือที่ 950,000 คันต่อวัน โดยในไตรมาสแรก คาดว่าจะมีปริมาณรถใช้ทางด่วนลดลง 11.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และ ลดลง 8.8% เมื่อเทียบระหว่างไตรมาส(QoQ) โดยจะเหลือรถใช้บริการทางพิเศษเฉลี่ยอยู่ที่1.12ล้าน คันต่อวัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63412</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทพ., ขอรับการชดเชย, บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (บีอีเอ็ม)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200417/image_big_5e99282d32ec3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58202</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2020 09:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2020 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีสุวรรณจ่อฟ้อง&#039;ครม. - กทพ.&#039;ต่อสัญญาทางด่วน15ปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ.2563 - &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อ 18 ก.พ.2563 ที่ผ่านมาเห็นชอบให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ลงนามสัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 (ฉบับแก้ไข) และสัญญาโครงการทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด (ฉบับแก้ไข) กับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เพื่อยุติข้อพิพาททั้ง 17 คดีที่มีมูลค่าที่ 58,873 ล้านบาท โดยมีการต่อขยายสัญญาโครงการทางด่วนเป็นระยะเวลา 15 ปี 8 เดือน โดยจะทำให้สัญญาสัมปทานทางด่วนขั้นที่ 2 (ส่วน A, B, C) ทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วน D และสัญญาโครงการทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด (C บวก) สิ้นสุดพร้อมกันในวันที่ 31 ตุลาคม 2578 โดย กทพ.และ BEM ได้สงนามต่อสัญญากันไปแล้วเมื่อ 20 ก.พ.ที่ผ่านมานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การต่อสัญญาอย่างรวดเร็วหลังมีมติ ครม.เพียงไม่กี่วันเป็นข้อพิรุธที่ผิดสังเกต เป็นการผลักภาระให้เกิดขึ้นกับประชาชนผู้ใช้ทางด่วนขั้นที่ 2 (ส่วน A, B, C) ทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วน D ให้ยาวนานเพิ่มขึ้นไปอีก ซึ่งประชาชนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับการทำให้เกิดข้อพิพาทจนทำให้เอกชนฟ้องร้อง ซึ่งอาจจะมีทั้งบุคคลและกลุ่มบุคคล ซึ่งกระทรวงคมนาคม ควรที่จะเร่งสอบสวนหาผู้ที่กระทำความผิดที่เอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนจนนำไปสู่การฟ้องร้องเป็นคดีที่ศาลปกครอง และที่สำคัญคดีที่ฟ้องร้องกันอยู่ที่ศาลปกครอง เป็นคดีสาธารณะจะถอนฟ้องได้อย่างไร การที่คู่กรณีทั้งสองฝ่ายอ้างว่าจะรีบถอนฟ้องเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติตามสัญญารอบใหม่นี้นั้น เชื่อว่าศาลปกครองไม่น่าจะอนุญาตให้ถอนฟ้องได้ เพราะจะเท่ากับใช้ศาลเป็นเครื่องมือในการเอื้อประโยชน์กัน อีกทั้งโดยหลักแล้วเมื่อหน่วยงานราชการเป็นคดีความในชั้นศาลปกครองแล้ว ต้องต่อสู้คดีไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุด แต่การมาขอถอนฟ้องโดยอ้างมูลหนี้พิพาทจะสูงถึง 3 แสนล้านบาทหากปล่อยให้คดีถึงที่สุดนั้น แสดงให้เห็นโดยชัดแจ้งว่า กทพ.ไม่มีความจริงใจในการสู้คดี กำลังทำให้เป็นมวยล้มต้มคนดูใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย และกลุ่มคณะราษฎรไทยแห่งชาติ จึงไม่อาจปล่อยให้หน่วยงานราชการ-รัฐวิสาหกิจเหล่านี้ ใช้อำนาจรัฐมากระทบสิทธิของประชาชน โดยนำประชาชนผู้ใช้ทางด่วนไปร่วมแบกรับหนี้ ทั้ง ๆ ที่เป็นปัญหาที่ภาครัฐก่อขึ้นมาเองได้แต่กลับใช้ประชาชนเป็นตัวประกัน สมาคมฯและคณะราษฎรไทยแห่งชาติจึงจำต้องนำความไปฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้ศาลสั่งเพิกถอนการต่ออายุสัญญาสัมปทานดังกล่าวทั้งหมดต่อไป โดยจะไปยื่นคำฟ้องในวันพฤหัสที่ 27 ก.พ.63 เวลา 10.00 น. ณ ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58202</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทพ., การทางพิเศษแห่งประเทศไทย, คณะรัฐมนตรี, ศรีสุวรรณ จรรยา, เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย, โครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200226/image_big_5e55d544d5dad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2020 09:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2020 09:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทพ-BEM เซ็นสัญญายุติข้อพิพาททางด่วนมหากาพย์25ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 ก.พ.2563 นายสุรงค์ บูลกุล ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยภายหลังการลงนามสัญญายุติข้อพิพาทางด่วนระหว่าง กทพ. กับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ว่า การลงนามสัญญาในวันนี้ (20 ก.พ. 2563) นั้น ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา เห็นชอบขยายอายุสัญญาสัมปทานออกไปอีก 15 ปี 8 เดือน โดยสัญญาระบบทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วน A ช่วงรัชดาฯ-พระราม 9 ส่วน B ช่วงพญาไท-บางโคล่ และส่วน C ช่วงแจ้งวัฒนะ-รัชดาฯ จะสิ้นสุดวันที่ 28 ก.พ. 2563 เพื่อยุติข้อพิพาทและถอนฟ้อง ทั้ง 17 คดี แลกกับการขยายสัญญาสัมปทานทางด่วน ระยะเวลา 15 ปี 8 เดือน หรือไปสิ้นสุดสัญญาพร้อมกันในวันที่ 31 ต.ค. 2578 พร้อมทั้ง BEM จะต้องยกเว้นค่าผ่านทางในวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตามที่สำนักนายกรัฐมนตรีประกาศเป็นวันหยุดด้วย รวมถึงมีเงื่อนไขว่า กทพ.สามารถสร้างทางแข่งขันได้ โดยไม่ถูก BEM ฟ้องร้องได้อีกในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวนั้น เพื่อให้สัญญาเดินหน้าต่อเนื่องกับสัญญาเดิม พร้อมทั้งหากมีการต่อสู้คดี ยอมรับว่า กทพ.มีโอกาสแพ้คดีสูง จึงต้องมีการเจรจา เพื่อไม่ให้ประเทศเกิดความเสียหายเพิ่มขึ้น ยืนยันว่า เป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์ของประเทศ และไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้แก่เอกชนแต่อย่างใด โดยถือเป็นการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมา 25 ปี ขณะเดียวกัน หลังจากนี้ BEM จะไปถอนฟ้องคดีที่มีการฟ้องร้องต่อศาล ภายในวันที่ 29 ก.พ.นี้ โดยยืนยันว่าสามารถดำเนินการถอนฟ้องได้ทันอย่างแน่นอน เนื่องจากมีการเตรียมการมาเป็นระยะเวลานานแล้ว โดยสัญญาใหม่นั้นจะมีผล ในวันที่ 1 มี.ค. 2563 ขณะเดียวกัน กทพ. จะไปศึกษาเพิ่มการคล่องตัวของการจราจรทั้งระบบ รวมถึงการก่อสร้างทางขึ้น-ลงบริเวณสถานีกลางบางซื่อด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยืนยันว่ารัฐบาลนี้ และบอร์ดชุดนี้ ไม่ได้สร้างปัญหา แต่มาเป็นผู้แก้ปัญหา และเชื่อว่าในผลการเจรจาในครั้งนี้ เป็นประโยชน์สูงสุด โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ หลังจากนี้ กทพ และ BEM จะไม่มีหนี้ต่อกัน เป็นการทำดีที่สุดต่อประเทศชาติและประชาชน ซึ่งในวันที่ 21 ก.พ.นี้ จะเริ่มดำเนินการถอนฟ้องต่อศาล&amp;rdquo; นายสุรงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานจาก กทพ. ระบุว่า กทพ. ขอชี้แจง กรณีในข้อสงสัยเรื่องการขยายสัญญาสัมปทานโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 (ทางพิเศษศรีรัช รวมถึงส่วนดี) และทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด (ทางพิเศษอุดรรัถยา) โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่า การเจรจาครั้งนี้จะทำให้ BEM มีสิทธิ์ต่อสัญญาได้อีก 20 ปี หลังจากที่การต่อสัญญาสิ้นสุดลงหรือไม่นั้น กทพ.ยืนยันว่า BEM จะไม่มีสิทธิ์ต่อสัญญาได้อีก 20 ปี หลังจากที่การต่อสัญญาสิ้นสุดลง เนื่องจากการเจรจาต่อสัญญายุติข้อพิพาทที่ได้รับการอนุมัติโดย ครม. เป็นการนำสิทธิ์การเจรจาเพื่อการต่อสัญญา ตามข้อ 21 ของสัญญาเดิมมาใช้ ซึ่งกำหนดให้ BEM สามารถเจรจาต่อสัญญาได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 10 ปี ดังนั้น เมื่อการต่อสัญญาในครั้งนี้ BEM สิ้นสุดลงในวันที่ 31 ต.ค.2578 จะมีสิทธิ์เจรจาต่อสัญญา เฉพาะเวลาส่วนที่เหลือเท่านั้น โดยในสัญญามีการระบุไว้อย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ในส่วนของข้อสงสัยที่ว่า การเจรจาครั้งนี้ ทำไมจึงต้องนำรายได้จาก 3 สัญญามารวมกันนั้น กทพ. ให้รายละเอียดว่า การเจรจาต่อสัญญายุติข้อพิพาทครั้งนี้ เป็นการนำรายได้เฉพาะที่เป็นส่วนแบ่งของ BEM จากทางด่วนขั้นที่ 1 ทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วน A, B, C ส่วน D และส่วน C+ มารวมกัน แล้วหักลบด้วยรายจ่ายจากการให้บริการทางด่วน (O&amp;amp;M และค่าบริหารจัดการ) ดอกเบี้ย และภาษี ให้เกิดเป็น Net Cash เพื่อนำมาชดเชยมูลหนี้ข้อพิพาท อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์พบว่า ในระยะเวลา 15 ปี 8 เดือน BEM จะมี Net Cash เป็น Nominal value เท่ากับ 59,600 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่ามูลค่าหนี้ข้อพิพาทเป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57775</URL_LINK>
                <HASHTAG>BEM, กทพ., ยุติค่าโง่, เซ็นสัญญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200221/image_big_5e4f4629c5789.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
