<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2019 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2019 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอระวี&#039; เปิดซิงสภาจ่อยื่นญัตติขวาง &#039;กทพ.&#039; ฮั้วเอกชนต่อสัมปทานทางด่วน 3 โครงการให้อีก 30 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มิ.ย.62 - ที่อาคารทีโอที แจ้งวัฒนะ นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ แถลงว่า ตนจะยื่นญัตติด่วนต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฏร เพื่อให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาค่าโง่ทางด่วนที่เกิดจากการบริหารงานคณะกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.)กับบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ &amp;ldquo;BEM&amp;rdquo; ที่ผิดพลาดจนทำให้เกิดการฟ้องร้องดำเนินคดีมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 คดี ซึ่งคาดว่ารัฐจะต้องจ่ายค่าเสียหายเป็นเงินร่วม 1.37 แสนล้านบาท หากพ่ายทุกคดี โดยล่าสุด กทพ. ต้องเสียค่าปรับหรือค่าโง่ให้กับบริษัท BEM สองคดี คือ คดีทางด่วนปากเกร็ด-บางปะอิน จำนวน 4.3 พันล้านบาท และคดีที่กทพ.ไม่อนุมัติให้ขึ้นค่าทางด่วนตามสัญญา 1.9 พันล้านบาท โดยศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษายืนตามคำสั่งศาลปกครองกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ บอร์ดกทพ.ยังได้มีการเจรจาลดวงเงินค่าโง่ที่ต้องจ่ายให้กับบริษัท BEM จาก 1.37 แสนล้านบาท มาอยู่ที่ 5.8 หมื่นล้านบาท และมีมติขยายอายุสัมปทาน 3 โครงการ โครงการละ 30 ปี เป็นข้อแลกเปลี่ยน ประกอบด้วย ทางด่วนศรีรัช ทางด่วนศรีรัช ส่วนดี และทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด ซึ่งการต่ออายุสัมปทานดังกล่าวขณะนี้อยู่ระหว่างอัยการตรวจสอบร่างสัญญาก่อนที่จะลงนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราเห็นว่าข้อตกลงกทพ.อาจทำให้รัฐเสียโอกาส เพราะหากเปิดให้มีการทำประมูล รัฐอาจได้เงินประมาณ 3 แสนล้านบาท แต่หากให้ BEM ต่อสัมปทานออกไป 30 ปี เพื่อแลกกับคดี เรามองว่าเป็นความต้องการกลบเกลื่อนค่าโง่จากการบริหารงานที่ผิดพลาดของกทพ.และรัฐบาลในอดีตหรือไม่ เพราะการทำงานให้เกิดค่าโง่ 4.3 พันล้าน ไม่ควรจะเอามาเป็นข้ออ้างแลกเปลี่ยนกับอายุสัมปทานหรือรายได้ในอนาคตที่จะเข้าสู่ภาครัฐ เพื่อปกปิด ปล่อยผ่านการบริหารงานที่ผิดพลาดของกลุ่มบุคคลใดกลุ่มบุคคลหนึ่ง มันคุ้มกันหรือไม่&amp;rdquo; นพ.ระวี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ระวี กล่าวอีกว่า เหตุที่ต้องยื่นเป็นญัตติด่วน เพราะต้องการใช้อำนาจทางกฏหมายของกมธ.ขอข้อมูลต่างๆจากกพท. เช่น สัญญาทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ20คดี เพราะอยากรู้ว่าทำไมถึงทำสัญญาเสียเปรียบ ตารางรายได้เปรียบเทียบระหว่างเปิดประมูลใหม่กับต่อสัมปทาน เป็นต้น ซึ่งเท่าที่ตนทราบจะมีการโยนเรื่องไปให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)ชุดใหม่เป็นผู้ตัดสิน ดังนั้น จึงมีเวลาท้วงติงเพื่อทวงผลประโยชน์กลับคืนมาให้ประเทศชาติ และหากผลการตรวจสอบของกมธ.พบข้อผิดพลาด หรือความไม่โปร่งใสจากการทำงานของกทพ.และรัฐบาลไม่ว่าชุดใด ก็จะเรียกร้องทวงความรับผิดชอบด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37828</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทพ.ฮั้วเอกชน, การทางพิเศษแห่งประเทศไทย, การทางพิเศษแห่งประเทศไทย-บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ, ค่าโง่ทางด่วน, นพ.ระวี มาศฉมาดล, พรรคพลังธรรมใหม่, ยื่นญัตติด่วน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190606/image_big_5cf8a9122f843.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
