<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118636</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 16:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 16:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาตามนัด!13เขต’กทม.’ฝนตกเล็กน้อย-ปานกลาง’ตลิ่งชันหนักสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.64- เพจศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร @BKK_BEST รายงานว่า 16.30 น. พื้นที่ กทม. ฝนเล็กน้อยสลับปานกลางเขตทวีวัฒนา บางแค ตลิ่งชัน ภาษีเจริญ บางกอกน้อย ธนบุรี บางซื่อ หลักสี่ จตุจักร ลาดพร้าว คลองสามวา มีนบุรี หนองจอก&amp;nbsp; เคลื่อนตัวทิศตะวันตก ปริมาณฝนสูงสุดเขตตลิ่งชัน 32.0 มม.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118636</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม, ฝนตก, ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร @BKK_BEST</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211003/image_big_61597cf6e92a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 13:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.ระทึก !ผู้ว่าอัศวิน เตือนชุมชนริมน้ำเจ้าพระยา เฝ้าระวังน้ำขึ้นสูง 1-5 ต.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย. 64 - พล.ต.อ.อัศวิน &amp;nbsp;ขวัญเมือง &amp;nbsp;ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 28 ก.ย.- 2 ต.ค.64 กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่างและภาคใต้ตอนบน จะทำให้มีฝนตกหนักในพื้นที่ดังกล่าว กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้ประเมินปริมาณฝนที่ตกหนักสะสมในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบนและลุ่มน้ำป่าสัก คาดว่ามีน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาไหลลงเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำจังหวัดนครสวรรค์ (C.2) อยู่ในอัตราประมาณ 2,750 - 2,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วินาที)และมีปริมาณน้ำหลากจากแม่น้ำสะแกกรังไหลผ่านสถานีวัดน้ำจังหวัดอุทัยธานี (Ct. 19) อยู่ในอัตรา 450 ลบ.ม./วินาที ประเมินปริมาณน้ำไหลเข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยาอยู่ในอัตรา 3,200 ลบ.ม./วินาที จึงมอบหมายกรมชลประทานบริหารจัดการน้ำด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ร่วมกับการตัดยอดน้ำเข้าระบบคลองชลประทานทั้งสองฝั่งและพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งจะทำให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ในอัตรา 2,700 ลบ.ม./วินาที ประกอบกับมีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เพิ่มมากขึ้น เพื่อรักษาเสถียรภาพความปลอดภัยและความมั่นคงของเขื่อน จึงจำเป็นต้องระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในอัตรา 900 - 1,200 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (C.29A) อยู่ในอัตราประมาณ 3,000- 3,200 ลบ.ม./วินาที และส่งผลให้ระดับน้ำตั้งแต่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และท้ายเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 1.20- 2.40 เมตร และท้ายเขื่อนพระรามหกเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 2.30 - 2.80 เมตร ในช่วงวันที่ 1-5 ต.ค.64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ดังกล่าว กรุงเทพมหานครได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ ที่เป็นลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมทั้งตรวจสอบความแข็งแรงและจุดรั่วซึมของแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำ ความยาวประมาณ 78.93 กิโลเมตร &amp;nbsp; เรียงกระสอบทรายในบริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวรและบริเวณแนวป้องกันที่มีระดับต่ำ &amp;nbsp;ตรวจสอบความพร้อมของสถานีสูบน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา จำนวน 97 สถานี และบ่อสูบน้ำตามแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่ง &amp;nbsp;ในช่วงน้ำทะเลขึ้น จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง ตรวจสอบแนวป้องกันน้ำท่วม แนวกระสอบทราย พร้อมวัสดุอุปกรณ์ และกระสอบทราย เพื่อแก้ไขจุดที่คาดว่าอาจจะมีปัญหาน้ำรั่วซึมเข้ามาในพื้นที่ชั้นในอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบความรุนแรงของอุทกภัยและให้สถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว รวมทั้งเตรียมแผนเผชิญเหตุรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ รวมถึงความพร้อมของระบบสื่อสารสำรอง เพื่อบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครขอให้หน่วยงาน &amp;nbsp;บริษัท ห้างร้าน ที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร รวมทั้งประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประชาชนที่มีบ้านเรือนอาศัยอยู่นอกแนวคันป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ ซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบและความเดือดร้อนจากน้ำท่วมได้ โดยจากการสำรวจมีบ้านเรือนประชาชนที่อยู่นอกแนวคันป้องกันน้ำท่วม 11 &amp;nbsp;ชุมชน จำนวน 239 ครัวเรือน ในพื้นที่ 9 เขต ได้แก่ บางซื่อ ดุสิต พระนคร สัมพันธวงศ์ บางคอแหลม ยานนาวา คลองเตย บางกอกน้อย และคลองสาน จึงขอให้เตรียมขนย้ายสิ่งของให้อยู่ในที่สูง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนหากเกิดปัญหาระดับน้ำขึ้นสูงในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์น้ำผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักการระบายน้ำ https://dds.bangkok.go.th/ ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118327</URL_LINK>
                <HASHTAG>#น้ำท่วม, กทม, ชุมชนริมตลิ่งกทม., พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210930/image_big_6155534da73ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113549</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 06:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 06:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตรวจสอบ 6 หน่วยตรวจโควิดฟรีในกทม.วันนี้ รู้ผลใน 30 นาที </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.64- &amp;nbsp;ปักหมุด 6 หน่วยตรวจโควิดในกทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มกรุงเทพกลาง ณ ลานกีฬาพัฒน์ 2 ถนนพระราม 6 เขตราชเทวี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มกรุงเทพเหนือ ณ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มกรุงเทพตะวันออก ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา เขตมีนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มกรุงเทพใต้ ณ ศูนย์สร้างสุขทุกวัย สวนลุมพินี เขตปทุมวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มกรุงธนเหนือ ณ ใต้สะพานพระราม 8 เขตบางพลัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มกรุงธนใต้ ณ ตลาดบางแคภิรมย์ เขตบางแค
.............
วิธีการตรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) รู้ผลใน 30 นาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากผลเป็นลบ กลับบ้านได้เลย
ผลเป็นบวก/มีอาการน่าสงสัย ตรวจซ้ำด้วย RT-PCR ที่หน่วยตรวจเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จ่ายยาฟ้าทะลายโจร/ยาฟาวิพิราเวียร์ ตามดุลพินิจของแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่อาการแย่ลงจะมีการประสานส่งต่อรักษาที่โรงพยาบาลต่อไป
.............
เอกสารและอุปกรณ์ที่ต้องใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัตรประจําตัวประชาชนตัวจริง พร้อมสำเนา 2 ใบ
&amp;nbsp;ปากกาสีน้ำเงินส่วนตัว เพื่อใช้ลงทะเบียน (เลี่ยงการสัมผัสหรือส่งต่อ)
.............&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากต้องการเอกสารรับรองผลการตรวจ กรุณาสอบถามเจ้าหน้าที่ ณ หน่วยตรวจ ในวันที่เข้ารับการตรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมในแต่ละจุด ได้ที่ Facebook แฟนเพจ ของสำนักงานเขตพื้นที่ที่ให้บริการ
&amp;mdash;&amp;mdash;&amp;mdash;&amp;mdash;&amp;mdash;&amp;mdash;&amp;mdash;&amp;mdash;&amp;mdash;
ที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์ กรุงเทพมหานคร
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113549</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม, ตรวจโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611af8f4ec58c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 20:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 20:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.เร่งค้นหาผู้ติดเชื้อในกรุงเทพฯ 2,016 ชุมชนให้เสร็จภายใน 31 ก.ค.นี้ เผยมีคนไร้บ้าน1-2พันรายต้องฉีดวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.64 -กรุงเทพมหานคร แถลงข่าวสรุปการบริหารสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;ร.ต.อ. พงศกร &amp;nbsp;ขวัญเมือง โฆษกของกรุงเทพมหานคร เผยว่า &amp;nbsp;ขณะนี้การระบาดในพื้นที่กรุงเทพฯ อยู่ในเกณฑ์เพิ่มขึ้น ไปจนถึงทรงตัว โดยยอดสูงขึ้น ในวันนี้ (21ก.ค.)อยู่ที่ 2,500 ราย ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะมาตรที่เข้มข้นขึ้น ในช่วง 14วันที่ผ่านมา ในภาพรวม กทม. มีการพบคลัสเตอร์ทั้งหมด 105 คลัสเตอร์ และ &amp;nbsp;28 คลัสเตอร์ที่ไม่พบผู้ป่วยแล้ว จึงต้องเร่งในการค้นหาผู้ป่วยให้ได้เร็วที่สุดเพื่อทำการกักตัว ด้วยการตรวจเชิงรุกถึงบ้าน สำหรับแผนในการรักษาระดับปฐมภูมิ จะนำมาในศูนย์พักคอย &amp;nbsp;แบ่งเป็น กรณีที่คนไม่สามารถอยู่บ้านแล้วทำการกักตัวเองได้ เป็นผู้ป่วยสีเขียว กรณีที่ 2 คือ มีที่กักตัวแต่ดูแลตัวเองไม่ได้ เช่น เด็กเล็ก และกรณีที่ 3 ที่ผู้ป่วยสีเหลือ หรือสีแดง ต้องมีการดูแลใกล้ชิดเป็นพิเศษ เบื้องต้นก็จะการรักษาด้วยเครื่องออกซิเจน และจ่ายยาอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษก กทม. กล่าวต่อว่า จากที่มีทีมตรวจเชิงรุกโควิด19 กทม. ที่ตรวจด้วย ชุดทดสอบแบบรวดเร็ว (Rapid Antigen test) แต่ไม่มีผล RT-PCR ยืนยัน ทาง กทม.จะมีการบริการรถตรวจเคลื่อนที่ในแต่ละเขตเพื่อตรวจซ้ำยืนยันเป็นผล RT-PCR ให้ สำหรับแผนการรับวัคซีนในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ตามแผนจะได้รับวัคซีนเดือนละ 2.5 ล้านโดส จำนวน 2 เดือน ตั้งเป้าหมายการฉีดให้ได้ 2.5 ล้านโดส/เดือน ซึ่งการฉีดในโรงพยาบาลได้เต็มที่ประมาณ 15,000-30,000 คน/วัน ซึ่งตัวเลขที่ลงผ่านระบบหมอพร้อม ในเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2564 ประมาณ 900,000 คน จึงยังขาดวัคซีนอยู่อีกประมาณ 4 ล้านโดส เนื่องจาก ปัญหาที่วัคซีนไม่มาตามกำหนด ทั้งนี้ก็จะดำเนินการฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่อายุ 60 ปีขึ้นไป พร้อมกับฉีดคู่ขนานไปกับประชาชน และในกรณีคนไร้บ้านในพื้นที่ กทม. จากการสำรวจมีจำนวน 1,000-2,000 คน ได้ร่วมมือกับทาง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ฉีดวัคซีนในกลุ่มคนไร้บ้าน และจะทำการตรวจเชิงรุกให้ได้มากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับมาตรการล็อคดาวน์กิจการใดที่ดำเนินการปิดอยู่ในสถานที่เสี่ยง ให้ดำเนินการปิดต่อ และปฏิบัติตามศบค. ให้มีการให้ปิดเพิ่มเติม ซึ่งในส่วนของร้านตัดผม สวนสาธารณะ ร้านอาหาร และธุรกิจอื่นๆ ที่เบื้องต้นทางกรุงเทพฯไม่ได้มีประกาศปิดก็ยังเปิดได้ &amp;nbsp;ในส่วนของร้านอาหารในห้างก็ต้องดำเนินการปิดทั้งหมด และคลินิกเวชกรรม ยังคงสามารถเปิดได้&amp;rdquo; โฆษก กทม. กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.ป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กล่าวว่า เมื่อประชาชนลดการเดินทางและต้องอยู่บ้านมากขึ้น ดังนั้นรัฐก็มีบริการให้ความรู้เกี่ยวกับดูแลป้องกันตัวเอง &amp;nbsp;เนื่องจากการแพร่เชื้อได้เข้าเป็นถึงคนในครอบครัว โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุ หรือประชาชนกลุ่มเสี่ยง ทั้งนี้ทีมตรวจโควิดเชิงรุกของกทม. ที่มีจิตอาสาร่วมด้วยก็ได้มีการตรวจโดยใช้ Rapid Antigen test สำหรับในสถานพยาบาลซึ่งประชาชนก็จะเข้าถึงการตรวจมากยิ่งขึ้น และคาดว่าจะมีผลสรุปอีกครั้งในอีกประมาณ 2 สัปดาห์ ว่าจะสามารถซื้อไปตรวจในครัวเรือนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พญ.ป่านฤดี กล่าวเสริมว่า ดังนั้นเมื่อพบว่าติดเชื้อจะเข้าสู่ระบบการดูผู้ป่วยโควิด-19 ที่บ้าน (Home Isolation : HI) ปัจจุบันผู้ป่วย HI ของสำนักอนามัยดูแลมีจำนวน 1,500 คน และการฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้สูงอายุ และมีโรคประจำตัว ถึงที่บ้าน ซึ่งจะมีการเร่งตรวจเชิงรุกใน 2,016 ชุมชน ให้เสร็จสิ้นภายใน 31 กรกฎาคม 2564 &amp;nbsp;โดยมีผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางไปฉีดวัคซีนได้เอง ได้เข้ารับวัคซีนกับทางทีมแล้วกว่า 17,000 คน สำหรับกทม. ภาพรวมการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 &amp;nbsp;ในกลุ่มผู้สูงอายุได้รับวัคซีนแล้วกว่า 600,000 ราย และกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังได้รับวัคซีนกว่า 400,000 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.สุขสันต์ &amp;nbsp;กิตติศุภกร ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กล่าวว่า สำหรับการเพิ่มศักยภาพเตียงผู้ป่วยสีแดง เหลือง เขียว เบื้องต้นได้เพิ่มจำนวนเตียงที่โรงพยาบาลหลัก โดยเฉพาะ รพ.ราชพิพัฒน์ &amp;nbsp;ได้มีการปรับสภาพให้เป็นเตียงสีเหลือง 150 เตียง และได้เพิ่มห้องไอซียูโมดูลาร์ได้เต็มที่จำนวน 4 ยูนิต รวม 40 เตียง แล้วเสร็จวันนี้ 2 ยูนิต โดยจะเปิดให้ใช้งานในพรุ่งนี้(22 ก.ค.64) เพื่อรองรับผู้ป่วยสีแดง &amp;nbsp;และรพ.ผู้สูงอายุบางขุนเทียน มีเตียงไอซียูทั้งหมด 16 เตียง และได้ความร่วมมือจาก รพ.เอกชนในการเพิ่มจำนวนเตียงอีก 16 เตียง และได้ปรับเตียงสีเขียวเป็นเตียงสีเหลือง 70 เตียง รวมมีเตียงสีเหลือง 140 เตียง ในอนาคตจะมีการปรับให้เป็นเตียงสีเหลืองทั้งหมด สำนักการแพทย์ได้เพิ่มเตียงเหลืองและเตียงแดงในรพ.กลาง &amp;nbsp;รพ.ตากสิน &amp;nbsp;รพ.เจริญกรุง รวมทั้ง 3 แห่งประมาณ 100 เตียง ส่วน Hospital ที่มีรองรับกว่า 8,000 เตียง ทั้งนี้ได้มีการปรับเกณฑ์ให้สามารถดูแลผู้ป่วยสีเหลืองได้จำนวนหนึ่ง เช่น โรงแรงแรมพลาซ่า และศูนย์พักคอย ที่จะมีการยกระดับในแต่ละกลุ่มเขต ให้เป็นโรงพยาบาลสนาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110630</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, กทม, พงศกร ขวัญเมือง, เร่งค้นหาผู้ติดเชื้อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210513/image_big_609cda7358bd1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106583</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 15:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัมพร&#039; เผย ครู กทม. รับวัคซีนแล้ว 100%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย.64-นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กอศ.) กล่าวว่า ขณะนี้ตนได้รับรายงานความคืบหน้าการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของครูและบุคคลากรทางการศึกษา แบ่งเป็นในส่วนของครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ขณะนี้ครูที่ได้ลงชื่อแจ้งความประสงค์ขอรับการฉีดวัคซีนไว้นั้น ได้รับการจัดสรรและฉีดเข็ม แรก เป็นที่เรียบร้อยหมดแล้ว หลังจากนี้ก็จะมีการดำเนินการฉีดเข็มที่ สอง ต่อไปตามวันและเวลาที่ทางเจ้าหน้าที่จากกระทรวงสาธารณสุขกำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนครูและบุคคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ต่างจังหวัด ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดและผู้ว่าราชการจังหวัดจัดสรรให้ แต่ขณะเดียวกันต้องยอมรับว่าในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ก็ได้รับการจัดสรรวัคซีนไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ของแต่ละจังหวัดด้วย อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ได้สั่งการให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ จัดทำข้อมูลครูและบุคคลากรทางการศึกษาที่ลงชื่อประสงค์จะขอรับการฉีดวัคซีนไว้ให้คณะกรรมการการโรคติดต่อประจำจังหวัดและผู้ว่าราชการจังหวัดเรียบร้อยหมดแล้ว เชื่อว่า หากจังหวัดต่างๆได้รับการจัดสรรวัคซีนมากขึ้นครูก็จะได้รับการฉีดเป็นลำดับแรกๆ อย่างแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106583</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ครู, #ฉีดวัคซีน, กทม, อัมพร พิสานะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607ea539ca8f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103310</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2021 15:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2021 15:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.เตรียมเปิดweb based จองคิวฉีดวัคซีน25จุดนอกรพ.ไม่ซ้ำซ้อน&#039;หมอพร้อม&#039; ลงทะเบียนได้ผ่านเซเว่นฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค.64 - พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมจุดบริการฉีดวัคซีนนอกรพ. &amp;ldquo;หน่วยความร่วมมือบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 กรุงเทพมหานคร - หอการค้าไทย&amp;rdquo; ณ บริเวณ ชั้น 2 &amp;nbsp;บิ๊กซี บางบอน เขตบางบอน ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นในแต่ละวัน กทม.ได้ตรวจเชิงรุกและเร่งฉีดวัคซีนเพื่อลดอัตราการติดเชื้อและความรุนแรงของผู้ป่วยหากติดเชื้อ โดยได้จัดสถานที่ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาล หรือ &amp;ldquo;หน่วยความร่วมมือบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 กรุงเทพมหานคร-หอการค้าไทย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; สำหรับการทดลองเปิดระบบ &amp;ldquo;ศูนย์บริการวัคซีนบิ๊กซี บางบอน&amp;rdquo; ในวันนี้ดำเนินการโดยความร่วมมือกับโรงพยาบาลเครือบางปะกอก ซึ่งมีการเตรียมระบบให้วัคซีนที่ปลอดภัยและครบถ้วนในทุกขั้นตอนจนถึงการดูแลและสังเกตอาการ โดยตั้งเป้าหมายในการให้บริการฉีดวัคซีน จำนวน 2,500 &amp;ndash; 3,000 คน/วัน ตั้งแต่เวลา 08.30 น. -16.30 น. สำหรับกลุ่มเป้าหมายคือผู้ที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อสูง ได้แก่ บุคลากรส่วนหน้าและอาชีพที่มีความเสี่ยงต้องให้บริการประชาชนเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่สำนักอนามัยได้นำเข้าข้อมูลไว้ในระบบของ กทม. และต่อไปจะให้บริการวัคซีนแก่ผู้ที่ขับรถยนต์สาธารณะ พนักงานเก็บค่าโดยสารสาธารณะ จากบริษัทขนส่งต่างๆ ซึ่งมีประมาณ 7,000 คน รวมถึงจะฉีดวัคซีนให้กับพนักงานเก็บขน พนักงานกวาด จากสำนักงานเขต คนขับแท็กซี่ วินจักรยานยนต์ พนักงานขนส่งอาหารต่างๆ ผู้มีอาชีพผู้ดูแลผู้สูงอายุ และเจ้าหน้าที่ศูนย์รับเลี้ยงเด็กเล็ก เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;นอกจากนี้กลุ่มเป้าหมายต่อไปคือบุคลากรครูในกรุงเทพฯ ซึ่งมีประมาณ 170,000 คน และกลุ่มอาชีพเสี่ยงอื่น ๆ จะได้รับการพิจารณาให้ได้รับวัคซีน ในลำดับถัดมา ขึ้นอยู่กับปริมาณวัคซีนที่ได้รับจัดสรร โดยกทม. จะเร่งขยายสถานที่ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลให้ครบตามเป้าหมาย 25 แห่งทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานครเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการเดินทางมาฉีดวัคซีน โดยภายในวันที่ 31 พ.ค.64&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ &amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า ในเดือน มิ.ย.-ก.ค.64 กรุงเทพมหานครจะได้รับการจัดสรรวัคซีนจากกระทรวงสาธารณสุข เดือนละ 2.5 ล้านโด๊ส รวม 2 เดือน 5 ล้านโด๊ส พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ กรุงเทพมหานครเร่งดำเนินการฉีดให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน(มิ.ย.-ก.ค.) กทม. มีแผนบริหารจัดการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนในพื้นที่ 2.5 ล้านคน/เดือน โดยจะกระจายการฉีดวัคซีนทั้งภายในโรงพยาบาลทั้ง 126 แห่ง ซึ่งมีศักยภาพในการฉีดไม่น้อยกว่าวันละ 20,000 คน และจุดบริการฉีดวัคซีนนอกรพ. 25 แห่ง มีศักยภาพในการฉีดวันละ 38,000-50,000 คน/วัน คาดการณ์ว่าจะสามารถฉีดวัคซีนได้ไม่น้อยกว่า 60,000 คน/วัน โดยผู้ที่ได้รับการฉีดจะเป็นประชาชนทั่วไป คาดว่าน่าจะครบ 5 ล้านคนตามเป้าหมายที่นายกรัฐมนตรีกำหนด โดยในข่วงนี้ กทม. ขอความร่วมมือประชาชนลงทะเบียนผ่านระบบแอปพลิเคขั่น &amp;ldquo;หมอพร้อม&amp;rdquo; ในการเข้ามาฉีดวัคซีน เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการและความปลอดภัยของประชาชน โดยหากเปิดให้ประชาชน walk in อาจเกิดปัญหาความแออัดของประชาชนที่ต้องมารอคิว และมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กทม. ได้มีการหารือถึงแนวทางที่จะให้ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครทุกคนสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้ารับการฉีดได้อย่างทั่วถึงและแบ่งเบาภาระของ แอปฯ &amp;ldquo;หมอพร้อม&amp;rdquo; อาจจะเป็นในรูปแบบของ web based ซึ่งจะใช้สำหรับการจองคิวฉีดวัคซีนโดยเฉพาะ ซึ่งระบบดังกล่าวจะไม่ซ้ำซ้อนกับ &amp;ldquo;หมอพร้อม&amp;rdquo; เนื่องจากขณะนี้ผู้ที่ลงทะเบียนกับหมอพร้อมจะเป็นผู้สูงอายุ 60 ปี ขึ้นไป และผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่มโรค และนัดเข้ารับการฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาล ส่วนระบบ web based จะใช้สำหรับการลงทะเบียนผู้ที่อายุระหว่าง 18-59 ปี และนัดรับการฉีดวัคซีนที่จุดบริการนอกโรงพยาบาล 25 จุด โดยจะประสานหอการค้าไทย และร้านสะดวกซื้อ อาทิ เซเว่นอีเลฟเว่น เข้าร่วมระบบดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนสามารถลงทะเบียนจองคิวได้อย่างทั่วถึงในทุกพื้นที่ คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนเรื่องระบบดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103310</URL_LINK>
                <HASHTAG>#web based, #ฉีดวัคซีน, กทม, จองฉีดวัคซีน, พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210518/image_big_60a374c18e5ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99581</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2021 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2021 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯกทม. ย้ำให้ผู้เดินทางกลับจากสงกรานต์ และมาจากพื้นที่เสี่ยง ต้องเข้าระบบคัดกรอง BKK COVID 19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เม.ย.64- &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กรุงเทพมหานครมีความห่วงใยประชาชนที่เดินทางกลับจากจังหวัดต่าง ๆ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564 จึงขอความร่วมมือประชาชนผู้เดินทางไปจังหวัดพื้นที่เสี่ยงให้ประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองผ่านระบบคัดกรอง BKK COVID 19 ที่ เว็บไซด์ BKK COVID 19 http://bkkcovid19.bangkok.go.th/ ซึ่งเป็นระบบที่กรุงเทพมหานครจัดทำขึ้นเพื่อบันทึกข้อมูลผู้ที่จะเดินทางเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ โดยรวบรวมเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการสืบสวนโรคของเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด ประชาชนสามารถใช้งานได้ง่ายขึ้นและใช้เวลาในการกรอกข้อมูลไม่นาน โดยมีขั้นตอนง่ายๆ เพียง 2 ขั้นตอน ได้แก่ การสแกน QR CODE จากนั้นกรอกแบบฟอร์มข้อมูลส่วนบุคคล อาทิ ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน เบอร์โทรศัพท์มือถือ ระบุเพศ และสัญชาติ จากนั้นกรอกข้อมูลการเดินทาง อาทิ เดินทางมาจากจังหวัดใด เดินทางเข้ากรุงเทพมหานครหรือผ่านไปจังหวัดอื่น ในกรณีเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร ระบุการเดินทางเที่ยวเดียวหรือไปกลับ ระบุเขตและวันเดินทางกลับ พร้อมเหตุผลความจำเป็น จากนั้นแสดงข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ที่ด่านคัดกรอง เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ ซึ่งหากระบบแจ้งว่าเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงต่ำขอแนะนำให้สังเกตตัวเองอย่างน้อย 14 วัน เพื่อเฝ้าดูอาการ หากระบบแจ้งว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง กทม.จะจัดเจ้าหน้าที่ติดต่อไปโดยเร็วที่สุดเพื่อสอบสวนอาการ รวมถึงส่งเจ้าหน้าที่ไป SWAB ตามจุดนัดหมายที่สะดวกทันที หากผลตรวจเป็นผู้ติดเชื้อจะทำการรักษาตามสิทธิโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดต่อเบอร์โทรศัพท์สายด่วนที่ใช้สำหรับอำนวยความสะดวกและให้คำปรึกษาในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ได้ที่ สายด่วน สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร 0 2203 2393 หรือ 0 2203 2396 หรือ 0 2245 4964 และ 097 046 7549 (ตลอด 24 ชั่วโมง) สายด่วน Website BKK COVID-19 0 2203 2393 และ 0 2203 2396 ให้บริการเวลา 08.00 &amp;ndash; 20.00 น. สายด่วนผู้ที่มีอาการป่วยเข้าเกณฑ์โรค COVID-19 ติดต่อศูนย์เอราวัณ กทม. 1646 แจ้งข้อมูลผู้ที่คาดว่าได้สัมผัสกับผู้ป่วยหรือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ COVID-19 ศูนย์ตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน (EOC) 094 386 0051 และสายด่วนกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข 1422 รวมถึงขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัตินตามมาตรการป้องกันโรคส่วนบุคคล D-M-H-T-T-A ประกอบด้วย D &amp;ndash; Distancing เว้นระยะระหว่างบุคคลอย่างน้อย 1 เมตร หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้อื่น M &amp;ndash; Mask wearing สวมหน้ากากหน้ากากอนามัย ตลอดเวลา H &amp;ndash; Hand washing ล้างมือบ่อยๆ T &amp;ndash; Temperature Check ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย T &amp;ndash; Testing ตรวจหาเชื้อโควิด- 19 และ A &amp;ndash; Application ติดตั้งและใช้แอปพลิเคชัน &amp;ldquo;หมอชนะ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ไทยชนะ&amp;rdquo; อย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด กรุงเทพมหานครยังได้พิจารณาสั่งการให้ข้าราชการและบุคลากรของกรุงเทพมหานครปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตามที่ทางราชการกำหนด (D-M-H-T-T-A) อย่างเคร่งครัด โดยเว้นระยะห่างระหว่างกัน สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาในทุกกิจกรรมอย่างเคร่งครัด ล้างมือบ่อย ๆ ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และลงทะเบียนก่อนเข้า - ออกสถานที่ด้วยแอปพลิเคชันที่ทางราชการกำหนด เช่น ไทยชนะ หมอชนะ ให้บุคลากรงดเว้นการเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง บุคลากรที่เคยไปพื้นที่เสี่ยงให้กักกันตนเองอย่างเคร่งครัดและหลีกเลี่ยงการเดินทางไปที่สาธารณะ รวมถึงให้หน่วยงานของกรุงเทพมหานครพิจารณาการเหลื่อมเวลาทำงาน จัดประชุม การเรียน การอบรม ในรูปแบบ Online เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรค และให้มีการพิจารณาการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง (Work from Home) อย่างเต็มขีดความสามารถ จนถึงวันที่ 30 เม.ย. 64 เป็นอย่างน้อยตามนโยบายของรัฐบาลอีกด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99581</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สงกรานต์, #โควิด-19, กทม, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210415/image_big_6078099c46293.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
