<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119331</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 18:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 18:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.เผย10เขตพื้นที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19สูงสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค.64- กรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์ รายงานจำนวนผู้ป่วยรายเขตที่มีที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯประจำวันรวม 50 เขต มีผู้ติดเชื้อ 879 ราย อยู่ระหว่างติดตามที่อยู่ขณะป่วย 24 ราย 10 อันดับเขตที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 1. ดอนเมือง 42 ราย 2. ธนบุรี 42 ราย 3. บางขุนเทียน 38 ราย 4. ราชเทวี 36 ราย 5. ราษฎร์บูรณะ 32 ราย 6. สายไหม 32 ราย 7. บางกอกน้อย 28 ราย 8. บางบอน 28 ราย 9. ยานนาวา 25 ราย 10. จอมทอง 24 ราย &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119331</URL_LINK>
                <HASHTAG>10เขตกทม., กทม., ผู้ติดเชื้อโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_6162d0336c59f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119317</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 16:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 16:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.แจ้งช่วงเย็นมีฝนเล็กน้อยเขตคันนายาว-มีนบุรี-ลาดกระบัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค.64-เพจศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร @BKK_BEST แจ้งเวลา 16.00 น. ฝนเล็กน้อยเขตคันนายาว มีนบุรี ลาดกระบัง เคลื่อนตัวทิศตะวันออก แนวโน้มคงที่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119317</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., ปริมาณฝน, ฝนตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_6162b0cf8702a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118647</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 18:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 18:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.ระดมฉีดวัคซีนป้องกันโควิดไปแล้ว12.5ล้านโดส </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค.64-&amp;nbsp; เพจกรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์ แจ้งผลการดำเนินการให้บริการวัคซีน COVID-19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ข้อมูล ณ วันที่ 3 ต.ค. 64 ยอดผู้รับวัคซีนเพิ่ม&amp;nbsp; 25,890 โดส ยอดผู้รับวัคซีนสะสม&amp;nbsp; 12,555,684 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่รับวัคซีนเข็มแรกมี 8,073,422 ราย ผู้ที่รับวัคซีนเข็มสอง 4,137,885 ราย และผู้ที่รับวัคซีนเข็มสาม 344,377ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118647</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., ฉีดวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211003/image_big_615992ffebaad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118604</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 13:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯกทม.ตรวจระดับน้ำเจ้าพระยาสั่ง97สถานีสูบน้ำรับฉุกเฉิน24ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.64-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. ลงเรือ ที่ท่าเรือใต้สะพานพระราม 7 เขตบางพลัด ตรวจสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเตรียมความพร้อมน้ำเหนือไหลมาในพื้นที่กรุงเทพ พร้อมตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่ของประชาชน ณ ชุมชนวัดราชผาติการาม บริเวณใต้สะพานกรุงธน เขตดุสิต ซึ่งก่อนสำรวจสถานการณ์น้ำพล.ต.อ.อัศวิน ได้รับฟังการบรรยายสถาน์น้ำ ก่อนจะลงเรือที่ท่าเรือเร็วใต้สะพานพระราม 7 ฝั่งการไฟฟ้าบางกรวย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นพล.ต.อ.อัศวิน ลงเรือจากวัดราชาธิวาส ไป ท่ามหาราช ปากคลองตลาด เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟร้อนต์ และสุดท้ายคือชุมชนโรงสี เขตยานนาวา เพื่อตรวจความพร้อมของแนวเขื่อนฯ และเยี่ยมประชาชนที่อาศัยอยู่นอกแนวเขื่อนกั้นน้ำ&amp;quot;เจ้าพระยา&amp;quot; ที่ได้รับความเดือนร้อนจากภาวะน้ำท่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า กรุงเทพมหานคร ได้เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ในแม่น้ำเจ้าพระยาที่อาจมีระดับน้ำสูงขึ้น รวมทั้งป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด วางแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่สะพานพระราม 7 จนถึงบางนา ความยาวประมาณ 78.93 กิโลเมตร และเรียงกระสอบทรายในบริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร และบริเวณแนวป้องกันที่มีระดับต่ำ รวมทั้งตรวจสอบความพร้อมของสถานีสูบน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา จำนวน 97 สถานี และบ่อสูบน้ำตามแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่งในช่วงน้ำทะเลขึ้น รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังประจำจุดเครื่องสูบน้ำสำรอง เรือผลักดันน้ำ วัสดุอุปกรณ์ กระสอบทราย ตลอดจนเตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการเร่งด่วนเคลื่อนที่และอุปกรณ์ต่างๆให้พร้อมปฎิบัติการและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ทันที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118604</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., น้ำท่วม, พล.ต.อ.อัศวิน  ขวัญเมือง, แม่น้ำเจ้าพระยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211003/image_big_61594bee0f2d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118595</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 11:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;องอาจ&#039; ฝากผู้ว่าฯกทม.เร่งลอกท่อระบายน้ำป้องกันน้ำท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.2564 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเตรียมการป้องกันน้ำท่วมในเขตกรุงเทพมหานครว่า จากการเกิดสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดทางภาคกลาง ทำให้ชาวบ้านใน กทม. เริ่มวิตกกังวลว่าจะเกิดน้ำท่วมใน กทม. หรือไม่ แต่ทางผู้ว่าฯ กทม. ได้ยืนยันว่า กทม. จะไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2554 จึงทำให้คลายความวิตกกังวลลงไปได้บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ขณะนี้ได้มีชาวบ้านจากหลายพื้นที่ได้ร้องเรียนผ่านตัวแทนของพรรค ทั้งอดีต ส.ส. กทม. และอดีต ส.ก. ผู้สมัคร ส.ก. ในพื้นที่เขตต่างๆ ว่า เมื่อมีฝนตกติดต่อกันเป็นระยะเวลานานจะเกิดปัญหาน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ทั้งถนนสายหลัก และตรอกซอกซอยต่างๆ สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้สัญจรไปมาและผู้พักอาศัยตามบ้านเรือนต่างๆ เป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้น้ำท่วมขังเป็นเวลานานเมื่อฝนตก นอกจากบางพื้นที่จะมีสภาพเป็นแอ่งกระทะที่น้ำท่วมขังง่ายเป็นกรณีพิเศษแล้ว ยังพบว่าหลายปีที่ผ่านมาไม่ค่อยมีการลอกท่อระบายน้ำเท่าที่ควร ทำให้เกิดน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน เพราะน้ำไหลไม่สะดวก จึงขอฝากผู้ว่าฯ กทม. ช่วยเร่งรัดการลอกท่อระบายน้ำเป็นการเร่งด่วน ทำให้การระบายน้ำรวดเร็วขึ้น เพื่อทำให้ความเดือดร้อนของชาวบ้านลดน้อยลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นฝากผู้ว่าฯ กทม. ช่วยกวดขันการทำงานของเจ้าหน้าที่ตามประตูระบายน้ำต่างๆ ต้องเปิดปิดประตูระบายน้ำให้ทันสถานการณ์ ไม่ควรปล่อยให้เกิดเหตุการณ์กุญแจเปิดปิดประตูน้ำหายจนทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้างหลายพื้นที่ รวมทั้งกรณีที่ไม่มีน้ำมันเติมเครื่องสูบน้ำ ถึงแม้เรื่องเหล่านี้จะดูเป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้น แต่ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วจนสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอย่างไม่ควรจะเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หวังว่าผู้ว่าฯ กทม. จะกวดขันการทำงานของข้าราชการ เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเรื่องการป้องกันน้ำท่วมให้เอาใจใส่เป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ กทม. ในช่วงหน้าฝนนี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118595</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์, องอาจ คล้ามไพบูลย์, เร่งลอกท่อระบายน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_613570a734dfd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118577</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 08:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 08:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นายก&#039;สั่งเดินหน้าปรับภูมิทัศน์พัฒนาคูคลองสนองพ​ระบรมราโชบายในหลวง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3​ ต.ค. 2564 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สนองพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เร่งพัฒนา ปรับภูมิทัศน์ พลิกฟื้นชีวิตของประชาชนริมคลอง รวมทั้งน้อมถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงให้ความสำคัญกับน้ำและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด ซึ่งได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องจนประสบความสำเร็จตามลำดับ อาทิ &amp;nbsp; คลองลาดพร้าว มีความยาวประมาณ 22 กิโลเมตร มีชุมชนที่ปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่ริมคลองลาดพร้าวตลอดสองฝั่งคลอง &amp;nbsp;จำนวน 50 &amp;nbsp;ชุมชน รวม 7,069 &amp;nbsp;ครัวเรือน ได้ก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตระบายน้ำในคลองลาดพร้าวความยาวทั้งสองฝั่งประมาณ 45 กิโลเมตร &amp;nbsp;และดำเนินโครงการ &amp;ldquo;บ้านมั่นคง&amp;rdquo; ริมคลองลาดพร้าว &amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย พัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว &amp;nbsp;ซึ่งนอกจากการเปลี่ยนแปลงด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อมแล้ว &amp;nbsp;ยังมีการรื้อฟื้นการใช้ประโยชน์จากลำคลองเพื่อใช้เป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำขึ้นมาเหมือนในอดีตด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวว่า คลองเปรมประชากร รัฐบาลได้ริเริ่มแผนพัฒนาคลองเปรมประชากรความยาวกว่า 50 กิโลเมตรทั้งระบบ ในระยะเวลา 9 ปี (พ.ศ.2562-2570) เช่น โครงสร้างพื้นฐาน ระยะเร่งด่วน ปี 2562 &amp;ndash; 2565 จำนวน 4 โครงการ วงเงิน 4,448 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ป้องกันน้ำท่วม และบำบัดน้ำเสียในคลองเปรมประชากรตั้งแต่กรุงเทพฯ-พระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานต่าง​ๆ ร่วมสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ริมคลอง เช่น สร้างพื้นที่สีเขียว ตลาดนัดริมคลอง พัฒนาเส้นทางจักรยานเลียบคลอง เชื่อมเส้นทางคมนาคมทั้งทางรถไฟและรถไฟฟ้า และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน คลองแสนแสบ มีการพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียและระบบความปลอดภัยทางน้ำในคลองต้นแบบ เน้นแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียเชิงบูรณาการด้วยความร่วมมือจากหน่วยงานราชการ เช่น กรุงเทพมหานคร กรมควบคุมมลพิษ กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม หน่วยงานทหาร ภาคเอกชน และประชาชน บังคับใช้กฎหมายกับสถานประกอบการให้ติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียที่ได้มาตรฐาน ปลูกจิตสำนึกให้แก่ประชาชนริมคลองแสนแสบและคลองสาขา ไม่ให้ทิ้งขยะหรือของเสียลงในคูคลองและแหล่งน้ำสาธารณะ เป็นคลองต้นแบบเพื่อพัฒนาคลองในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ยังมีการพัฒนาคู คลองชั้นในของกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;เช่น การพัฒนาคลองบางลำพูเพื่อเป็นเส้นทางส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนริมคลอง &amp;nbsp;การปรับปรุงภูมิทัศน์ริมคลอง 4 คลอง ได้แก่ &amp;nbsp;คลองคูเมืองเดิม เขตพระนคร &amp;nbsp; คลองรอบกรุง เขตพระนคร &amp;nbsp;คลองผดุงกรุงเกษม โดยนายกรัฐมนตรีได้ริเริ่มให้พัฒนาระบบการเดินเรือในคลองผดุงกรุงเกษมเพื่อเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะหลัก เช่น รถโดยสารประจำทาง รถไฟฟ้าและเรือด่วนเจ้าพระยา ทำให้กรุงเทพ ฯ เป็นเมืองแรกในภูมิภาคอาเซียนที่เพิ่มทางเลือกการเดินทางด้วยบริการเรือขนส่งสาธารณะ ช่วยลดมลพิษทางเสียงและปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ขณะที่ โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์คลองโอ่งอ่างยังได้รับรางวัล 2020 Asian Townscape Awards จากโครงการตั้งถิ่นฐานมนุษย์แห่งสหประชาชาติ (United Nations Human Settlements Programme: UN-HABITAT) ยืนยันความสำเร็จของโครงการพัฒนาคูคลองของรัฐบาลที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำการฟื้นฟูคูคลองให้กลับมาสวยงาม ยังต้องสร้างประโยชน์เป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นเส้นทางคมนาคมใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ช่วยป้องกันน้ำท่วมอีกด้วย รวมทั้งนายกรัฐมนตรียังมีแนวคิดสร้างสีสรรให้เมือง ด้วยการปลูกต้นไม้ยืนต้น นำสายไฟลงดิน เพื่อทัศนียภาพที่สวยงามและปลอดภัย เพื่อสนองพระราชประสงค์ในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงให้พัฒนาสภาวะแวดล้อมให้ดีขึ้น เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118577</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., ปรับภูมิทัศน์, ริมคลอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210707/image_big_60e51e1248c92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117861</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2021 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2021 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม. ลุยฉีดวัคซีน นร.กลุ่มเสี่ยงกว่า 2,000  ราย ยังไม่พบผลข้างเคียง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย. 2564 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมความพร้อมการฉีดวัคซีนไฟเซอรให้แก่นักเรียน นักศึกษา ที่มีอายุ 12-18 ปี ทุกคน ทุกสังกัด จำนวนกว่า &amp;nbsp;4.5 ล้านคน เริ่มฉีดวัคซีนเดือนตุลาคม 2564 &amp;nbsp;ผ่านสถาบันการศึกษา ครอบคลุม ทั้ง กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนพระปริยัติธรรม โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน และกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีความปลอดภัย และเตรียมความพร้อมรองรับกรณีที่อาจจะมีการเปิดภาคเรียน &amp;nbsp;ขณะที่ กทม. รายงานการฉีดวัคซีนโควิด-19 (ไฟเซอร์) ที่คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช มีนักเรียน/เยาวชน กลุ่มเสี่ยง 7 โรค ในกทม. ได้รับ 1 เข็มจำนวน &amp;nbsp;1,681 &amp;nbsp;รายและได้รับครบ 2 เข็ม &amp;nbsp;จำนวน 614 &amp;nbsp;ราย ไม่พบการรายงานผลข้างเคียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ให้มีการสำรวจจำนวนนักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครองยินยอมฉีด/ไม่ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ &amp;nbsp;ซึ่งจะทำการฉีดวัคซีนภายในพื้นที่สถาบันการศึกษาในจังหวัดนั้น ๆ &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จะเป็นผู้รวบรวม จำนวนนักเรียนที่พักอาศัยในจังหวัดที่ไม่ได้เป็นที่ตั้งของสถานศึกษาต้นสังกัด เพี่อเสนอต่อกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้จัดสรรยอดวัคซีนเพิ่มรายจังหวัด และให้สาธารณสุขจังหวัดเป็นผู้กำหนดวัน เวลา และสถานที่สำหรับการฉีดวัคซีนของนักเรียนกลุ่มดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;รายงานมีเด็กนักเรียนอายุ 12-18 ที่เป็น 7 โรคกลุ่มเสี่ยงในกรุงเทพมหานคร และเด็กนักเรียนในสังกัดกทม. และสังกัดอื่นๆ มีการลงทะเบียนแจ้งความประสงค์รับการฉีดวัคซีนกว่า 5,000 คน ฉีดวัคซีนแล้วประมาณ &amp;nbsp; 2,000 &amp;nbsp;คน ยังคงเหลืออีก 3,000 คน ซึ่งกทม.ก็จะได้เร่งดำเนินการให้สอดคล้องกับการจัดสรรวัคซีนจากกระทรวงสาธารณสุขต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดา ยังกล่าวว่า จากการฉีดวัคซีนให้กับนักเรียน/เยาวชนใน กทม. กว่า 2,000 รายที่ผ่านมา &amp;nbsp;ยังไม่พบการรายงานผลข้างเคียง &amp;nbsp;ยืนยันว่าวัคซีนที่รัฐบาลนำมาให้บริการแก่เด็กนักเรียน/ เยาวชน ที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป รวมทั้งผู้ใหญ่ ผ่านการรับรองจากสำนักงานองค์การอาหารและยา องค์การอนามัยโลก และมีหลักฐานทางวิชาการที่บ่งชี้ว่า มีประสิทธิภาพและความปลอดภัย &amp;nbsp;จึงขอให้ความมั่นใจแก่น้องๆ นักเรียน เยาวชน อย่างไรก็ตาม การให้ฉีดวัคซืนโควิด-19 &amp;nbsp;ให้แก่ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ปกครองก่อนด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117861</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., กลุ่มเสี่ยง, ฉีดวัคซีน, รัชดา ธนาดิเรก, เด็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_6149cb111aa35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
