<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107628</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 18:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2021 18:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“จับกัง 1” มั่นใจปิดแคมป์กทม.-ปริมณฑล-4จว.ใต้ ไม่ทำแรงงานกระเจิงออกตจว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา&amp;nbsp;17.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมประชุมกับนายกรัฐมนตรี ถึงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดในแคมป์คนงาน ว่า เบื้องต้นเราจะปิดแคมป์คนงานทั้งไทยและต่างด้าวในพื้นที่ กทม. ปริมณฑล และ&amp;nbsp;4 จังหวัดภาคใต้ ที่มีการแพร่ระบาดจำนวนมากเป็นเวลา 1 เดือน และได้ประสานกับกระทรวงมหาดไทยเพื่อจะลงไปในพื้นพบกับผู้ประกอบการ ชี้แจงมาตรการพร้อมกับขอความร่วมมือในการงดเคลื่อนย้ายแรงงานทั้งหมดในเวลานี้ โดยในช่วงปิดแคมป์จะมีมาตรการเยียวยาให้&amp;nbsp;50%&amp;nbsp;ของค่าจ้าง ซึ่งเป็นการชดเชยเยียวยากรณีว่างงานเพราะเหตุสุดวิสัย เนื่องจากถูกปิดตามคำสั่ง ศบค. ส่วนวิธีการจ่ายเงินจะหารือกับผู้ประกอบการต่อไป โดยมีระบบตรวจสอบว่าแรงงานที่จะได้รับการเยียวยาต้องอยู่ในแคมป์จริงๆ ขณะที่โครงการใดที่มีสัญญากับรัฐหรือเอกชน ก็จะมีการขยายระยะเวลาสัญญาให้ในช่วงที่แรงงานต้องหยุดการทำงานทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชาติ กล่าวว่า ทั้งนี้ งบประมาณในการดำเนินการเยียวยาครั้งนี้คงไม่มากเหมือนกับครั้งก่อนที่ใช้ไปประมาณ&amp;nbsp;1 หมื่นล้านบาท เนื่องจากเป็นการปิดในบางจังหวัดเท่านั้น ไม่ได้ปิดทั้งประเทศเหมือนครั้งก่อน ส่วนกรณีที่มีความกังวลว่าหลังจากมีประกาศปิดแคมป์คนงานจะทำให้แรงงานเคลื่อนย้ายไปต่างจังหวัดนั้น ขอชี้แจงว่า ปัจจุบันแคมป์คนงานใน กทม. มีประมาณ&amp;nbsp;400&amp;nbsp;แห่ง และที่ผ่านมามีการให้ทยอยเข้ามาสู่ระบบ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีแรงงานเถื่อนเล็ดลอดออกไป อีกทั้งในช่วงปิดแคมป์ เราจะดูแลเรื่องอาหารการกิน ที่พัก จึงมั่นใจว่าจะไม่หนีออกไปต่างจังหวัด อย่างไรก็ตาม เพื่อความมั่นใจจะขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดูแลความปลอดภัยในแต่ละแคมป์เพื่อดูความเรียบร้อยในช่วงเวลา&amp;nbsp;1 เดือนนี้&amp;nbsp;รวมถึงจากนี้จะต้องขอความร่วมมือให้ตรวจแคมป์คนงานให้ได้ทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะที่ผ่านมาในพื้นที่ กทม. เป็นการสุ่มตรวจให้ได้&amp;nbsp;75% อาจจะทำให้ครอบคลุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมรู้ระบบจัดการแรงงานเป็นอย่างดี ถ้าเรามีอาหารการกิน มีเงินให้เขาใช้จ่าย&amp;nbsp;เขาจะเคลื่อนย้ายไปทำไม ผมมั่นใจว่าเอาอยู่&amp;rdquo;นายสุชาติ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107628</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., กทม. และปริมณฑล, นายสุชาติ ชมกลิ่น, ปิดแคมป์คนงานทั้งไทยและต่างด้าว, แคมป์คนงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a61f781c70a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107455</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2021 08:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2021 08:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถานการณ์โควิด-19 หนักขึ้น กทม.และปริมณฑลอ่วม เตียงไม่พอ รพ. ไม่รับตรวจเชื้อเริ่มกลับมาอีกครั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.2564 &amp;nbsp;เพจดัง Drama addict ได้แชร์โพสต์ของ &amp;nbsp;อ. นพ.ศุภโชค เกิดลาภ &amp;nbsp;อาจารย์สาขาวิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊คส่วนตัว โดยมีเนื้อความดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะขออนุญาตมาอัพเดตสถานการณ์ให้ฟัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จะสังเกตว่ายอดคนไข้ใหม่รายวันนั้นไม่ลดลงเลย มีแต่จะเพิ่มเรื่อยๆ และแนวโน้ม admit ต่อวันก็ยังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่หยุดยั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Testing: PCR swab: หลายๆที่ก็ทำการตรวจได้จำกัด และบางสถานพยาบาลได้จำกัดการตรวจต่อวันจริง (ซึ่งเข้าใจและเห็นใจ เพราะบางรพตรวจกันจนเกินศักยภาพที่เจ้าหน้าที่ จะทำไหวแล้ว)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ก็มีบางที่ที่ไม่ยอมตรวจให้คนไข้ เพราะก็กังวลว่าถ้า positive แล้ว จะให้ไปอยู่ที่ไหน จะต้อง admit ที่ไหน เตียงจะหาได้ไหมนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสรุป เชื่อว่า ที่เห็นยอด 4000 คน/วันนั้น อาจจะไม่ใช่ยอดที่แท้จริง เพราะถ้าตรวจได้มากพอ อาจจะยอดติดเชื้อจริงสูงมากกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เคยมีคนพูดเรื่องระบบประสานงา(น) ที่รัฐบาลบอกว่า positive แล้วสามารถนำผู้ป่วยที่ positive เอาเข้า pool กลางผ่านระบบ co-linkได้ แต่ !!! เอาจริงๆ นะ ระบบประสานงานถ้ามันดีจริงนะ แล้วทำไมพอส่งไป คนไข้ก็ยังบ่นว่ารอเตียงอยู่นาน (จะเห็นว่าถึงกับต้องให้ดารา หรือ influencer หรือสื่อต่างๆช่วยประสานหาเตียงให้อีกหลายๆคน) และหลายๆครั้งเองที่หลายๆโรงพยาบาลส่งโควต้ารายชื่อเข้าระบบส่วนกลางเพื่อหาเตียง ตามความรุนแรงหนักเบา แต่พอส่งๆไป ปรากฎว่า คนไข้ไม่ได้ admit 3-4 วันจนอาการแย่ลง ท้ายสุด จนท ก็บอกปลายสายว่า &amp;ldquo;swab ที่ไหน ก็ไปนอนที่นั่นค่ะ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ้าว พอแบบนี้ รพ หลายๆที่ก็ไม่กล้าตรวจเยอะสิ เพราะถ้าตรวจเยอะเกินกว่าศักยภาพในการรับ admit ผู้ป่วยได้ แล้วจะทำไง เพราะส่งส่วนกลางไป ก็วนกลับมาที่เก่าเหมือนบูมเมอแรง เหมือนกินซูชิหมุนเลยที่ส่งไปแต่ไม่มีใคร(ยอม)คับ จนวนกลับมาที่เดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางโรงพยาบาลเริ่มบอกว่า &amp;ldquo;เราไม่รับตรวจแล้ว ให้ท่านไปตรวจที่อื่นเอง&amp;rdquo; เกิดปรากฏการณ์ผึ้งแตกรัง คนต้องดิ้นรนกระจายตัวไปหาตรวจเอง แล้วพอเกิดการเดินทางไปๆมาๆ การแพร่กระจายเชื้อโรคก็ยิ่งไปกันใหญ่สิ คุมไม่ได้แน่ๆ
ทีนี้พอเตียงเต็ม/ล้น/ไม่พอ (แต่ก็งงที่รัฐชอบบอกว่ามีเตียงทิพย์ตลอดเวลา)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนไข้จากที่เป็นสีเขียว ก็กลายเป็นสีเหลือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสีเหลือง ก็กลายเป็นสีส้ม แดง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอส้ม หรือแดง (อาการหนัก) &amp;hellip;ก็ต้องใช้ ICU/intermediate ward ต้องใช้ รพ ศักยภาพสูงมากอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เตียง ICU มันเต็มๆๆๆๆๆ จริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะ ICU 1 case นอนทีกินเตียง 2-4 weeks กันอย่างน้อย บางคนนอน 2 เดือน บางคนเอาท่อช่วยหายใจออกไม่ได้ ต้องเจาะคอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเพิ่มศักยภาพอย่างไร ก็ไม่มีทางทำได้แล้ว พยาบาล หมอก็มีเท่าเดิม (และมีแต่จะลดลงเรื่อยๆ เพราะบางส่วนก็ติดเชื้อด้วย) จะเปิด รพ. สนามเพิ่มอีกกี่ที่ ก็ไม่ไหว ไม่มีคนแล้วววววว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบบ node ที่จะส่งต่อเคสที่หนักเมื่อเกินศักยภาพของแต่ละรพ. ก็เริ่มติดขัดฝืดเคืองมากขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุดก็ไปต่อไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดมีศูนย์ nursing home แห่งหนึ่งที่ติดเชื้อกว่า 40 คน และผู้สูงอายุอายุ 80-90ปี ทยอยแย่ลงเรื่อยๆ แต่ไม่สามารถรับเข้าไปรักษาใน รพ ได้อีกแล้ว ในที่สุดมีผู้ป่วยบางส่วนเริ่มทยอยสิ้นลม และเปลี่ยนเป็นสถานที่ดูแลระยะสุดท้าย (palliative care) เหมือนในต่างประเทศที่เคยปรากฎมา และมันกำลังจะเกิดแบบนี้ในทุกๆที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาการหาเตียง ทั้งสามัญและ ICU ในตอนนี้ของ กทมและปริมณฑลนั้นคือวิกฤตมากๆๆๆๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเราอาจจะเป็นแบบที่อินเดียประสบพบในไม่ช้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และนี่คือยังไม่นับว่าสายพันธุ์เดลต้า (น้องอินเดีย) กำลังจะมาแย่งส่วนแบ่งการตลาดกับสายพันธุ์เบต้า(น้องแอฟริกาใต้) จากเจ้าตลาดเดิม (สายพันธุ์อัลฟา น้องอังกฤษ)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนั้น คิดไม่ออกเลยว่าจะเป็นเช่นไร??&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐเคยดีใจกับอันดับ6ในการรักษา/จัดการ covid-19 แต่ตอนนี้ยอดผู้ติดเชื้อรายวันของเราแซงหน้าสหรัฐอเมริกาไปแล้ว &amp;hellip;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากวันละ2แสนคน/วัน เหลือแค่หลักพัน หลังฉีด high potency vaccine อย่าง Pfizer/Moderna/JJ ไปกว่า 150 ล้านโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลับมามองที่เรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราใช้ sinoVac (ที่มาแบบซื้อง่ายขายคล่อง)/ Astra (ที่มาแบบจำกัดจำเขี่ย) และอัตราการฉีดแบบม้าตีนต้น และจำนวนการฉีดยังน้อยมากๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และยังงงว่า ทำไมไม่หา 2P modification vaccine ที่สามารถต่อกรกับสายพันธุ์ใหม่ๆได้อย่าง Pfizer/Moderna/JJ มาให้ไวกว่านี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เค้าว่าๆเราจะได้ Q4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(แต่ทำไมประเทศอื่นๆ deal ได้ก่อนเรามากๆ?)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่เคยเชื่อว่าเราจะเปิดประเทศด้วย sinoVac ได้เลย เพราะเราก็เห็นตัวอย่างมากมายที่ฉีด sinoVac แล้วต้องกลับมา lock down กันมากมาย เหมือนที่ผมเคยได้กล่าวไว้หลายเดือนก่อน ช่วง vaccine forum&amp;nbsp;
และผมคิดว่า อะไรที่เรายังไม่มีข้อมูล ถ้าเป็นนักวิชาการที่ยังซื่อสัตย์กับ profession ของตัวเอง ก็จงอย่าพูดอะไรที่ยังไม่มีแม้แต่งานวิจัย หรือpublication มาพูด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะไอ้ของที่ดี มีงานวิจัยรองรับมากๆ มีข้อมูล real world settingดีๆมาชัดเจน ประสบการณ์ใช้ที่มากพอ ทำไมไม่ยอมพูด ไม่ยอมใช้ และไม่ยอมพูดตามข้อมูลความจริงที่มีปรากฎ จนงงว่า เราจะนำพาประเทศไปแบบนี้หรือ
เราอยากมีคนอย่าง Dr Fauci ที่คอยให้คำปรึกษากับผู้มีอำนาจของประเทศไทย และเราก็ยังหวังลึกๆ ว่าเราจะมีคนแบบนี้มานำพาให้เราพ้นวิกฤตได้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครขี้เกียจอ่าน สรุปในประโยคสั้นๆว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทีมบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้ากำลังต่อสู้สงครามประหนึ่งชาวบ้านบางระจัน ที่ใส่ชุดตะเบงมานและเอาจอบ ขวาน มีด มาสู้ศึก ขอปืนใหญ่ไปแต่ไม่ได้มา ได้แต่ปืนแก๊บ และตอนนี้พยายามหล่อปืน ตีดาบใช้ตามมีตามเกิด&amp;rdquo;
อาเมน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107455</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม. และปริมณฑล, วิกฤต, เตียงไม่พอ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210618/image_big_60cc05e4b8cb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94465</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2021 07:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2021 07:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝุ่นPM2.5 กทม.-ปริมณฑล เกินมาตรฐาน46พื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.พ. 2564 กรมควบคุมมลพิษรายงาน สารมลพิษทางอากาศที่ตรวจพบเกินมาตรฐานได้แก่ ฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ตรวจพบค่าระหว่าง 35 - 71 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (&amp;micro;g/m3) เกินมาตรฐานที่บริเวณแขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี จ.กรุงเทพฯ, ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน จ.กรุงเทพฯ, ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ, แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ จ.กรุงเทพฯ, ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร, ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ, ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ, ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี, ริมถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน จ.กรุงเทพฯ, ริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี จ.กรุงเทพฯ, ริมถนนดินแดง เขตดินแดง จ.กรุงเทพฯ, ต.นครปฐม อ.เมือง จ.นครปฐม, แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม, เขตคลองสามวา จ.กรุงเทพฯ, เขตจอมทอง จ.กรุงเทพฯ, เขตบางแค จ.กรุงเทพฯ, ริมถนนวิภาวดีรังสิต จ.เขตดินแดง จ.กรุงเทพฯ, ริมถนนสุขุมวิท เขตพระโขนง จ.กรุงเทพฯ, ริมถนนตรีมิตร วงเวียนโอเดียน์ เขตสัมพันธวงศ์ จ.กรุงเทพฯ, ริมถนนพระราม 6 เขตพญาไท จ.กรุงเทพฯ, ริมถนนลาดพร้าว ซอยลาดพร้าว 95 เขตวังทองหลาง จ.กรุงเทพฯ, ริมถนนพระรามที่ 4 หน้าสามย่านมิตรทาวน์ เขตปทุมวัน จ.กรุงเทพฯ, แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร จ.กรุงเทพฯ, ริมถนนพระราม 3 เขตยานนาวา จ.กรุงเทพฯ, ริมถนนบางนา-ตราด เขตบางนา จ.กรุงเทพฯ, ริมถนนพหลโยธิน แยก ม.เกษตรศาสตร์ เขตจตุจักร จ.กรุงเทพฯ, เขตดอนเมือง จ.กรุงเทพฯ, ริมถนนสุขาภิบาล5 เขตสายไหม จ.กรุงเทพฯ, ริมถนนนวมินทร์ แยกบางกะปิ เขตบางกะปิ จ.กรุงเทพฯ, แยกสวนสยาม-รามอินทรา เขตคันนายาว จ.กรุงเทพฯ, ริมถนนลาดกระบัง เขตลาดกระบัง จ.กรุงเทพฯ, ริมถนนสีหบุรานุกิจ เขตมีนบุรี จ.กรุงเทพฯ, ริมถนนเลียบวารี เขตหนองจอก จ.กรุงเทพฯ, ริมถนนศรีนครินทร์ เขตประเวศ จ.กรุงเทพฯ, ริมถนนแยกท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ จ.กรุงเทพฯ, ริมถนนซอยนิคมบ้านพักรถไฟธนบุรี 5 เขตบางกอกน้อย จ.กรุงเทพฯ, ริมถนนพุทธมณฑล 1 เขตตลิ่งชัน จ.กรุงเทพฯ, ริมถนนคลองทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา จ.กรุงเทพฯ, ริมถนนเพชรเกษม เขตภาษีเจริญ จ.กรุงเทพฯ, ริมถนนมาเจริญ เพชรเกษม 81 เขตหนองแขม จ.กรุงเทพฯ, ริมถนนเอกชัย เขตบางบอน จ.กรุงเทพฯ, ริมถนนประชาอุทิศ เขตทุ่งครุ จ.กรุงเทพฯ, แขวงคลองเตย เขตคลองเตย จ.กรุงเทพฯ, แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ จ.กรุงเทพฯ, ริมถนนพหลโยธิน เขตบางเขน จ.กรุงเทพฯ, เขตสะพานสูง จ.กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) ตรวจพบค่าระหว่าง 60 - 121 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (&amp;micro;g/m3) เกินมาตรฐานที่บริเวณริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน จ.กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94465</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม. และปริมณฑล, กรุงเทพฯค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน, ค่าฝุ่นPM 2.5</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210228/image_big_603adeabb8d7a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60470</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล็อกดาวน์กรุงเทพฯ ปิดสถานที่26ประเภท‘ห้าง-ตลาดนัด’5จว.ปริมณฑลเอาด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ผู้ว่าฯ กทม.สั่งล็อกดาวน์กรุงเทพฯ 22 วัน เริ่ม 22 มี.ค.-12 เม.ย. ปิดสถานที่ 26 ประเภท ห้าง ตลาดนัด ปิดหมด &amp;nbsp;เว้นซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหารขายได้เฉพาะหิ้วกลับบ้าน 5 จังหวัดปริมณฑล สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม นนทบุรี และปทุมธานี ปิดสู้โควิด-19 ตาม &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; เท้าราน้ำไล่ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ออกให้คนอื่นมาทำหน้าที่แทน ต้องแก้ รธน. ยุบ ส.ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2563 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 8 อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 เขตดินแดง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 หารือมาตรการเพิ่มเติมเพื่อหยุดการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 เนื่องจากสถานการณ์การระบาดมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง จนอาจส่งผลให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด -19 กระจายขยายวงกว้าง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.อ.อัศวินเปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการฯ มีมติสั่งปิดสถานประกอบการตามมาตรา 35 พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 เพิ่มเติม เป็นระยะเวลา 22 วัน ตั้งแต่ 22 มีนาคม-12 เมษายน 2563 ดังต่อไปนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ร้านอาหาร (ให้เปิดเฉพาะการจำหน่ายอาหารเพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น และร้านอาหารในโรงแรมที่ให้บริการเฉพาะผู้ที่พักอาศัยในโรงแรม) 2.ห้างสรรพสินค้า เว้นแต่ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา หรือสินค้าเบ็ดเตล็ดที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ร้านอาหาร (ให้เปิดเฉพาะการจำหน่ายอาหารเพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น) 3.พื้นที่นั่งหรือยืนรับประทานอาหารในร้านสะดวกซื้อ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ตลาดและตลาดนัด (เปิดเฉพาะการจำหน่ายอาหารสด อาหารแห้ง อาหารปรุงสำเร็จเพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น อาหารสัตว์ ร้านขายยา และสินค้าเบ็ดเตล็ดที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต) 5. ร้านเสริมสวย แต่งผมหรือตัดผม 6.สถานที่บริการสักผิวหนังหรือเจาะส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกาย 7.สถานที่เล่นสเกตหรือโรลเลอร์เบลด หรือการเล่นอื่นๆ ในทำนองเดียวกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;8.สวนสนุก สถานที่เล่นโบว์ลิง หรือตู้เกม 9.ร้านเกมและร้านอินเทอร์เน็ต 10.สนามกอล์ฟหรือสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ 11.สระว่ายน้ำ หรือกิจการอื่นๆ ในทำนองเดียวกัน 12.สนามชนไก่และสนามซ้อมชนไก่ 13.ศูนย์พระเครื่อง พระบูชา และสนามพระเครื่อง พระบูชา 14. ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม และสถานที่จัดนิทรรรศการ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;15.สถานศึกษาทุกระดับและสถาบันกวดวิชา 16.สถานที่ให้บริการควบคุมน้ำหนัก คลินิกความงาม และสถานเสริมความงาม 17.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (ร้านสปา ร้านนวดเพื่อสุขภาพ ร้านนวดเพื่อเสริมความงาม) 18.สถานที่ให้บริการสปา อาบน้ำ ตัดขุน รับเลี้ยงหรือรับฝากสัตว์&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;19.สถานประกอบกิจการอาบ อบ นวด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;20.สถานประกอบกิจการอาบน้ำ อบไอน้ำ อบสมุนไพร 21.โรงมหรสพ (โรงภาพยนตร์ โรงละคร โรงมหรสพ) 22.สถานที่ออกกำลังกาย 23.สถานบริการและสถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการ 24.สนามมวยและโรงเรียนสอนมวย 25.สนามกีฬา 26. สนามม้า
ห้างเปิดเฉพาะโซนขายอาหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่ง เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นรีบด่วน หากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สาธารณชนหรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้ง ตามมาตรา 30 วรรคสอง (1) แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 52 แห่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังขอความร่วมมือหน่วยงานเอกชนให้อนุญาตพนักงานทำงานที่บ้าน ส่วนหน่วยงานของรัฐให้ใช้วิธีเหลื่อมเวลาหรือสลับวันการทำงาน ตามความเหมาะสม ส่วนระบบขนส่งมวลชนขอให้จัดเว้นระยะที่นั่งเพื่อลดความแออัดของผู้โดยสาร และขอความร่วมมือประชาชนลดการเดินทางไปในที่มีคนหนาแน่น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนไม่ต้องกักตุนสินค้า ร้านอาหารยังเปิดตามปกติ เพียงแต่ขอให้ปรับรูปแบบเป็นแบบกล่องกลับบ้าน (take away) และซูเปอร์มาร์เก็ต ก็ยังเปิดตามปกติ ร้านสะดวกซื้อให้หมั่นทำความสะอาด มีจุดบริการแอลกอฮอล์บริเวณทางเข้า เพื่อความสะอาด ปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.ต.อ.อัศวินได้แจ้งประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องสั่งปิดสถานที่ชั่วคราว (ฉบับที่ 2) ผ่านทางเฟซบุ๊ก พร้อมระบุข้อความเรียกร้องประชาชนไม่ต้องกักตุนสินค้าและอาหาร แค่หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก และเว้นระยะ Social Distance
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ กทม.ยังออกแถลงผ่านคลิปวิดีโอความยาว 7 นาที ถึงเหตุผลในการประกาศคำสั่งดังกล่าว พร้อมขอความร่วมมือทุกฝ่ายในการสกัดกั้นการแพร่เชื้อโควิด-19
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ กทม.ระบุว่า จากการประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ของอาจารย์แพทย์และผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ ชี้ให้เห็นว่าหากกรุงเทพมหานครไม่มีมาตรการที่เข้มข้นสกัดการแพร่เชื้อ จะมีจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมากจนไม่สามารถรับมือได้ กทม.จึงได้มีคำสั่งปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดเพิ่มอีก โดยร้านอาหาร ให้เปิดจำหน่ายแบบซื้อกลับไปทานที่บ้านเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนห้างสรรพสินค้าและตลาด เปิดได้เฉพาะโซนที่ขายอาหารและสินค้าจำเป็นในการดำรงชีวิตประจำวันเท่านั้น โดยขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกและกักตุนอาหาร ยืนยันมีจำหน่ายเพียงพอ พร้อมกันนี้ได้ขอความร่วมมือไปยังทุกภาคส่วน สถานที่ทำงาน หรือสถานที่ที่มีผู้คนมารวมตัวกันจำนวนมาก พูดคุยในระยะใกล้ชิดและเป็นระยะเวลานาน ขอให้หยุดงาน หรือทำกิจกรรมสังสรรค์ ป้องกันการมารวมตัวกันจำนวนมาก ขอให้เว้นระยะทาง 1-2 เมตร ทั้งนี้ การจะควบคุมโรคต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยขอให้ตระหนักว่าเชื้อโควิด-19 อยู่ใกล้ตัวมาก ทุกคนจะต้องช่วยกัน เพราะไม่อย่างนั้นการระบาดก็จะมากขึ้น และขณะนี้อยู่ระหว่างการชี้ชะตาว่าไทยจะควบคุมการแพร่ระบาดได้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่หลังมีประกาศของ กทม. พบว่าห้างสรรพสินค้าแทบทุกห้างในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลมีประชาชนเดินทางซื้อสินค้าจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตกันจำนวนมาก โดยห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัส สาขาพระราม 4 และพระราม 3 พนักงานห้างได้ตั้งจุดวัดไข้ ก่อนที่จะปล่อยให้ประชาชนเข้าไปจับจ่าย โดยสินค้าที่มีการซื้อมากที่สุดคืออาหารแห้ง น้ำมันพืช ข้าวสาร เป็นต้น
5 จังหวัดปริมณฑลปิดตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลัง กทม.ออกประกาศปิดสถานที่ต่างๆ รวม 26 ประเภท &amp;nbsp;นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า จังหวัดปริมณฑล 5 จังหวัด ประกอบด้วย สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม นนทบุรี และปทุมธานี ได้ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดแล้ว มีมติให้ปิดสถานที่เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคระบาดโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม-12 เมษายน เช่นเดียวกับ กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า โดยหลักๆ คือการปิดห้างสรรพสินค้า ยกเว้นแผนกซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อต่างๆ และไม่ปิดตลาด แต่ให้ขายได้เฉพาะอาหารและเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นเท่านั้น นอกนั้นเป็นสถานที่ที่มีคนไปรวมตัวกันจำนวนมาก เช่น สนามมวย สนามกีฬา สถานที่ออกกำลังกาย ฟิตเนส สระว่ายน้ำ และอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19 ) ทำเนียบรัฐบาล ได้ประชุมติดตามและประมวลสถานการณ์ปัจจุบัน โดยนายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ในฐานะเลขานุการศูนย์ เป็นประธานการประชุม โดยในที่ประชุมได้เน้นย้ำให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ในช่วง 1-2 วันนี้ ในการติดตามจำนวนผู้ยืนยันการตรวจติดเชื้อไวรัสโควิด -19 เพื่อดูแลและจัดหาสถานที่รักษาได้อย่างเหมาะสม รวมถึงหาสถานที่สำรองในการดูแลผู้ป่วย ซึ่งก่อนหน้านี้มีการประสานและสั่งการเตรียมการไปแล้ว อีกทั้งเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลที่รวบรวมโดยศูนย์ ไปสู่การตัดสินใจของผู้เกี่ยวข้องแล้วในระดับสูงต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 12.20 น. ภายหลังการประชุม นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้หารือเพื่อติดตามสถานการณ์ทั่วไป ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีบัญชาให้ติดตามความคืบหน้าการทำงานของทุกหน่วยงานในภาพรวมตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งในวันนี้ได้หารือมาตรการ 6 ด้าน ได้แก่ ด้านสาธารณสุข ด้านเวชภัณฑ์ ด้านการต่างประเทศ ด้านป้องกัน ด้านการช่วยเหลือเยียวยา และด้านการรับเรื่องราวร้องทุกข์ รวมไปถึงเรื่องการประชาสัมพันธ์ และยังมีการติดตามเรื่องเกี่ยวข้องจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา และเป็นการติดตามสถานการณ์ปัจจุบันรวมไปถึงคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดในระยะต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัด สปน.กล่าวอีกว่า ที่ประชุมได้นำเรื่องร้องเรียนของประชาชนมาหารือ เพื่อที่จะส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาและปฏิบัติให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อแต่ละหน่วยงานรายงานสรุปเข้ามารายวันแล้ว ทางศูนย์จะได้รวบรวม เพื่อรายงานต่อนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บัญชาการศูนย์ให้ทราบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรภัทรกล่าวอีกว่า จากการที่มีมติ ครม.เรื่องการทำงานของข้าราชการนอกและในสถานที่ตั้ง โดยเมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ได้หารือร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี หาเบื้องต้นและได้ออกแนวทางปฏิบัติให้กับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยทางกระทรวงดิจิทัลฯ ให้คำแนะนำเรื่องการประสานทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมไปถึงการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์หรือการประชุมทางไกล โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เราได้เริ่มทำการทดสอบระบบกันมาบ้างแล้ว มีการวางหลักเกณฑ์เบื้องต้นเรียบร้อย คาดว่าวันพุธที่ 25 มี.ค.นี้ ทาง ก.พ. กระทรวงดิจิทัลฯ และสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจะได้มีการนัดชี้แจงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับกระทรวงเพื่อให้รับทราบและไปดำเนินการในส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบ ว่าจะดำเนินการทำงานในและนอกสถานที่ตั้งอย่างไร แต่ทั้งนี้ยังต้องมีบางส่วนทำงานอยู่ในที่ตั้งและบางส่วนทำงานที่บ้าน ซึ่งแต่ละหน่วยงานสัดส่วนไม่เหมือนกัน โดยเราจะเน้นข้าราชการ เจ้าหน้าที่ที่เดินทางโดยสารรถสาธารณะก่อน ส่วนคนที่มีรถยนต์ส่วนบุคคลจะพิจารณาตามความเหมาะสมแต่ละหน่วยงานด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทาง ก.พ.ได้ย้ำว่าในการทำงานดังกล่าวจะต้องไม่ทำให้ประสิทธิภาพของงานลดลง โดยเฉพาะงานบริการประชาชน และต้องคำนึงถึงด้านสาธารณสุขเป็นหลัก และต้องทำให้งานเหล่านั้นเกิดสมดุล ไม่เสียหายต่อการบริการประชาชน โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับด้านสาธารณสุข ยังต้องให้บริการประชาชนตามปกติ และในส่วนความมั่นคงและความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ยังคงหมุนเวียนปฏิบัติหน้าที่&amp;quot; ปลัด สปน.กล่าว
หมอคนเดียวสู้ไม่ไหว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรภัทรกล่าวว่า สำหรับเรื่องการกักตัว 14 วัน ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ทางกระทรวงมหาดไทยได้มีทีมดำเนินการคัดกรอง แยกกัก กักกัน หรือคุมไว้สังเกตระดับพื้นที่ ให้การดูแลอยู่ 83,362 ทีมทั่วประเทศ โดยเป็นทีมท้องถิ่น ระดับอำเภอและสาธารณสุขร่วมกัน คอยติดตามดูแลสุขภาพของบุคคลเหล่านั้น นอกจากนั้นการปิดกิจกรรมหรือสถานที่หลายๆ ส่วนประมาณกว่า 2 หมื่นแห่งทั่วประเทศ ก็จะมีทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามดูผลกระทบเหล่านั้นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เรื่องส่วนใหญ่ที่ประชาชนร้องเรียนมาเป็นเรื่องอะไร นายธีรภัทรกล่าวว่า เวลานี้มีทั้งร้องเรียน ให้ข้อเสนอแนะ และแจ้งเหตุเบาะแสเข้ามาผ่านหลายช่อง รวมถึงสายด่วน 1111 สำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 1-2 วันนี้ เฉลี่ยรวมกว่า 1,000 เรื่อง สอบถามมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล อย่างขั้นตอนญาติเดินทางกลับจากต่างประเทศ รวมถึงการแจ้งเหตุบางพื้นที่มีคนจำนวนมาก แต่ยังไม่ปิดพื้น ที่หรือห้างสรรพสินค้า ที่คนมากมีมาตรการดูแลด้านสาธารณสุขหรือไม่ ส่วนนี้ได้แจ้ง กทม.ดำเนินการเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามและให้ข้อเสนอแนะ เพื่อให้การเดินทางไปในพื้นที่ปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังประชุมกับทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ว่า ในขณะนี้พบว่ามีผู้ป่วยใน กทม.มากที่สุดอันดับ 1 ของประเทศ ซึ่งพบกว่า 80% ดังนั้นการดูแลป้องกัน บริการผู้ป่วยจึงต้องเน้นในพื้นที่ กทม.มากเป็นพิเศษ ถ้าควบคุมได้สถานการณ์ทั่วประเทศก็จะดีขึ้น ยืนยันว่าเราไม่ได้ประกาศปิดเมือง แต่ปิดผู้ป่วยไม่ให้เดินทางไปในพื้นที่อื่นๆ โดยใช้มาตรการกักบริเวณ อย่างไรก็ตาม ประชาชนต้องปรับรับพฤติกรรมของตัวเองในการอยู่ร่วมกัน ให้คนไม่รับเชื้อต่อๆ กัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องการรักษาเราพร้อมแล้ว ทั้งเวชภัณฑ์ ยา หมอ เตียง แต่เราต้องขอความร่วมมือจากประชาชน หมอคนเดียวสู้ไม่ไหว งบเรามี แต่เราไม่ต้องการให้ท่านป่วย ท่านแค่ให้ความร่วมมือ หยุดรักสนุกพบปะผู้คนมากมาย รัฐบาลปิดสถานที่ที่เสี่ยงต่อการก่อให้เกิดการแพร่เชื้อแล้ว เราไม่ต้องการให้เชื้อเคลื่อนที่ และคนที่มีเชื้อต้องอยู่ในพื้นที่ที่จำกัด นั่นจะทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลง สิ่งที่พวกผมได้ทำมาหมดแล้ว แต่ท่านอย่าเอาตัวเองไปเสี่ยงรับโรคนี้ โรคนี้ไม่รุนแรงกับคุณ แต่อาจจะรุนแรงกับคนอื่น ทั้งนี้แม้คนอาจไม่เคารพกฎหมาย แต่สิ่งที่คนกลัวที่สุดคือการประณามทางสังคม &amp;nbsp;ถ้าวันนี้ประกาศแล้วยังมีคนทำอีก ก็ต้องเตือนด้วยว่าระวังกฎหมู่ด้วย คนที่รักประเทศคงไม่ยอมให้คนที่ไม่หวังดีต่อสังคมออกไปสร้างความเดือดร้อน ผมมีหน้าที่ป้องกันควบคุม รักษา ขอให้ทุกคนเป็นมือไม้ช่วยเหลือกัน&amp;quot; นายอนุทินกล่าวพร้อมสะอื้นเล็กน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนที่มีสุขภาพแข็งแรง ไม่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ไม่มีอาการไข้ ไม่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย ไม่เดินทางมาจากต่างประเทศที่ประกาศเป็นพื้นที่ติดโรคหรือพื้นที่ที่มีการระบาดอย่างต่อเนื่อง อย่าตัดสินใจไปโรงพยาบาลเองเพื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19 เพราะขณะนี้มีคนจำนวนมากไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทั้งที่โรงพยาบาลรัฐและโรงพยาบาลเอกชน ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถให้บริการได้ และน้ำยาที่ใช้ในการตรวจเชื้อไม่เพียงพอ ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งจัดหาให้สถานพยาบาลเป็นการด่วน
เราจะไม่เข้าระยะที่ 3&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอบอกว่า อยากให้พี่น้องประชาชนเข้าใจว่า หากคนปกติทั่วไป ไม่มีอาการไข้ ไม่ไปอยู่ร่วมหรือมีประวัติสัมผัสกับกลุ่มเสี่ยงหรือเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง ไม่มีความจำเป็นต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 เพราะเมื่อไม่มีอาการอะไร ไม่มีไข้ ไปตรวจ เมื่อรู้ผล แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัย เพราะต้องกักตนเองอีก 14 วัน จึงอยากขอให้เก็บน้ำยาให้สำหรับคนหรือผู้ป่วยที่แพทย์ประเมินว่ามีโอกาสสูงในการมีเชื้อโควิดดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯ ยืนยันว่า ตามคำแนะนำของแพทย์และกระทรวงสาธารณสุข ประชาชนทั่วไปที่มีสุขภาพแข็งแรง สามารถใช้หน้ากากผ้าแทนได้ เพื่อที่จะได้เก็บสำรองหน้ากากอนามัยให้หมอ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ ที่ต้องทำงานในด่านหน้ากับผู้ป่วยจริงในโรงพยาบาลขณะนี้ได้มีไว้ใช้ มั่นใจคนไทยจะร่วมมือร่วมใจฝ่าวิกฤตินี้ไปด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจไทยคู่ฟ้า ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของ ศ.นพ.อุดม คชินทร อดีต รมช.ศึกษาธิการ และอดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ที่พูดถึงมาตรการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ว่า ประเทศไทยทำได้ดีมากในช่วง 2 เดือนแรก เรามีคนไข้ไม่ถึง 100 คน และเสียชีวิตเพียงคนเดียว
ซึ่งหากลองคิดคำนวณตัวเลขผู้ติดเชื้อของไทย จากข้อมูลเมื่อวันที่ 18 มี.ค.63 ไทยมียอดผู้ติดเชื้อ 212 คน ถ้าคูณ 6 คือเท่ากับจำนวนยอดแบบก้าวกระโดด 1,200 คน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่สามารถแพร่เชื้อแบบไม่รู้ตัว มองว่าคนกลุ่มนี้น่ากลัว เราจึงไม่ต้องการให้มีการชุมนุม ขอให้อยู่กันห่างๆ อย่าเดินทางในระยะนี้ เพราะเชื้อจะแพร่กระจายไปทั่ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมารัฐบาลได้กำหนดมาตรการเด็ดขาดที่ไม่ให้มีการชุมนุมเกิน 50 คน สำหรับต่างประเทศ ได้กำหนดให้ไม่เกิน 20 คนเท่านั้น เพื่อต้องการลดความเสี่ยงแพร่เชื้อให้มากที่สุด รวมถึงไม่ให้เร่งการแพร่ระบาดเข้าสู่ระยะ 3 อย่างรวดเร็ว อยากให้ประชาชนเข้าใจตรงนี้ โดยต้องอดทน ต้องยอมลำบาก และอย่าตามใจตัวเอง ไม่อย่างนั้นประเทศชาติจะเกิดการสูญเสียของระบบเศรษฐกิจอย่างมากมายมหาศาล และกินระยะเวลาการแพร่ระบาดออกไปยาวนาน เพราะประชาชนไม่มีความรับผิดชอบ ที่สำคัญเรากำลังเดินมาถูกทางแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นอกจากนี้ ขอให้เชื่อมั่นกระทรวงสาธารณสุข เพราะเราสู้เต็มที่ ท่านนายกฯ สนับสนุนเต็มที่ คำถามว่าเราจะเข้าระยะ 3 หรือไม่ ถ้าหากประชาชนไม่ปฏิบัติตามก็จะเข้าแบบ 100% แต่ก็มีโอกาสไม่เข้าด้วยเช่นกัน ถ้าทำอย่างจริงจังเข้มข้น ซึ่งถ้าทุกคนเสียสละยอมปฏิบัติตามมาตรการที่ สธ.ประกาศไว้ แล้วเราจะไม่เข้าระยะที่ 3 อย่างแน่นอน ขอยืนยัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้า อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แถลงเปิดตัวคณะก้าวหน้า ผ่านเพจเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;คณะก้าวหน้า - Progressive Movement&amp;rdquo; ว่า ข้อบกพร่องในการแก้ปัญหาไวรัสโควิดของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ โดยยกกรณีต่างๆ อาทิ การเปิดโรงแรมรับคนต่างชาติมากักตัว แต่ศูนย์กักตัวผีน้อยมีเพียงมุ้ง เป็นการสะท้อนความคิดคนไม่เท่าเทียมกัน เลือกปฏิบัติ แบ่งชั้นวรรณะ, การอุ้มผู้ประกอบการดิวตี้ฟรี ทำให้รัฐสูญเสียรายได้ 30,000 ล้านบาท, การอุ้มตลาดหุ้น โดยใช้กลไกเซอร์กิตเบรกเกอร์ และตั้งกองทุนขึ้นมาเพื่อไม่ให้หุ้นตกไปมากกว่านี้ หมายถึงการช่วยผู้ถือหุ้นและนักลงทุน ขณะที่คนเดือดร้อนจากการไม่เดินทางใช้จ่าย ไม่ได้รับการดูแล แต่รัฐบาลจะเอาภาษีประชาชนมาตั้งกองทุนหุ้น พอเสียงค้านดังขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ไม่เห็นด้วย จึงไม่มีการนำเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี แต่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เผยได้เตรียมไว้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงท้าย นายธนาธรได้เสนอโรดแมปแก้วิกฤติชาติในนามคณะก้าวหน้าว่า 1.พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเสียสละลาออก ให้คนอื่นเป็นผู้นำแก้วิกฤติชาติ ให้สภาแต่งตั้งนายกฯ ใหม่ ภารกิจเฉพาะหน้าภายใน 1 ปี แก้ปัญหาโควิด รวมถึงฟื้นฟูประเทศ 2.แก้รัฐธรรมนูญ ยุบศาลรัฐธรรมนูญ ยุบ กกต. ยุบ ส.ว. แต่งตั้ง เลิก ม.279 เลิกนิรโทษกรรม คสช. แก้ ม.256 ให้แก้รัฐธรรมนูญ ให้มี ส.ส.ร. มาจากประชาชน การเลือกตั้งครั้งหน้าจะได้ผู้นำที่มาจากเจตนารมณ์ประชาชนจริงๆ ไม่ใช่ผู้นำสืบทอดอำนาจ แล้วยุบสภาเลือก ส.ส. และ ส.ส.ร.ในคราวเดียวกัน จะได้สภาและผู้นำที่มาจากประชาชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60470</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กทม. และปริมณฑล, กรุงเทพมหานคร, นครปฐม, นนทบุรี, ปทุมธานี, ปริมณฑล, ล็อกดาวน์กรุงเทพ, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, สู้โควิด-19, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200321/image_big_5e76256980f95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29238</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2019 08:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2019 08:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุณภาพอากาศกทม. อยู่ในเกณฑ์ดีและดีมาก ไม่มีฝุ่นเกินมาตรฐาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมควบคุมมลพิษ กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง &amp;nbsp;รายงานสถานการณ์และคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล วันนี้ 16 ก.พ. พบคุณภาพอากาศอยู่ในระดับ คุณภาพดีมากถึงคุณภาพดีจากการตรวจสอบพบสารมลพิษทางอากาศได้แก่ ฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5), ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) และ ดัชนีคุณภาพ อากาศ (Air Quality Index : AQI) พบว่าไม่มีพื้นที่ใดที่คุณภาพอากาศเกินค่ามาตรฐาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29238</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม. และปริมณฑล, ควบคุมฝุ่นละออง, คุณภาพอากาศดีมาก, ฝุ่นPM2.5</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190216/image_big_5c6762706468c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
