<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวาคลัสเตอร์บางแค ผู้ติดเชื้อชุมชนบ้านขิงพุ่ง!ขยับตรวจเชิงรุกมากขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศบค.แจงตัวเลขติดเชื้อใหม่ 1,911 ราย เสียชีวิตอีก 18 ราย แต่มีข่าวดีผู้ป่วยหายถึง 2,435 คน หมอทวีศิลป์เผย &amp;ldquo;กทม.และปริมณฑล&amp;rdquo; ยังต้องจับตาใกล้ชิด ผวา! คลัสเตอร์ชุมชนบ้านขิง เตรียมขยับตรวจเชิงรุกมากขึ้น &amp;ldquo;พล.อ.ณัฐพล&amp;rdquo; ย้ำมาตรการล็อกดาวน์หรือเคอร์ฟิวจะเป็นมาตรการสุดท้าย ส่วนจะขยับโซนสีหรือไม่ต้องรอ สธ.วิเคราะห์ ตั้งเป้า 4 เดือนจะฉีดวัคซีนให้คน กทม. 6 ล้าน สาธารณสุขประชุมยันไม่หว่านแหแจกยาฟาวิพิราเวียร์ &amp;ldquo;อัศวิน&amp;rdquo; ลั่นขอ 2 สัปดาห์สกัดโควิด-19 เมืองกรุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 พฤษภาคม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,911 ราย โดยเป็นการติดเชื้อในประเทศ 1,902 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,749 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 153 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 9 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 76,811 ราย หายป่วยสะสม 46,795 ราย เฉพาะวันนี้หายป่วยถึง 2,435 ราย ซึ่งมากกว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่วันเดียวกัน ทำให้มีเตียงว่างมากขึ้น และอยู่ระหว่างรักษา 29,680 ราย อาการหนัก 1,073 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 356 ราย
&amp;ldquo;มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 18 ราย อยู่ใน กทม. 6 ราย, สมุทรปราการ 3 ราย, นนทบุรี, เชียงใหม่และสมุทรสาคร จังหวัดละ 2 ราย ปทุมธานี, ยะลาและสิงห์บุรี จังหวัดละ 1 ราย เป็นชาย 5 ราย หญิง 13 ราย มี 1 รายที่อายุ 100 ปี สาเหตุส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว ไม่ว่าจะเป็นความดันโลหิตสูง เบาหวาน หัวใจ ไขมันในเลือดสูง และภาวะอ้วน ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 336 ราย&amp;rdquo; นพ.ทวีศิลป์ระบุ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์แถลงอีกว่า 5 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดในวันที่ 6 พ.ค. ได้แก่ กทม. 739 ราย, นนทบุรี 273 ราย, สมุทรปราการ 143 ราย, ชลบุรี 76 ราย และสมุทรสาคร 65 ราย แต่ถ้าดูเฉพาะตัวเลข กทม.และปริมณฑล ยังไม่น่าไว้วางใจ กราฟตัวเลขผู้ติดเชื้อยังสูง ส่วนใหญ่อยู่ในชุมชนแออัด ตลาด โดยศูนย์บูรณาการแก้ไขโควิด-19 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ได้วิเคราะห์ข้อมูลยอดผู้ติดเชื้อระลอกเดือน เม.ย. ซึ่งดูแนวโน้มแล้วยังสูงขึ้น โดย 10 เขตที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ ห้วยขวาง, ดินแดง, บางเขน, วัฒนา, จตุจักร, ลาดพร้าว, วังทองหลาง, สวนหลวง, บางกะปิ และบางแค โดยที่ประชุมมีการพูดคุยถึงชุมชนที่เป็นคลัสเตอร์ใหญ่ 3 ชุมชน คือ ชุมชนคลองเตย, ชุมชนพัฒนาบ่อนไก่ ปทุมวัน และชุมชนบ้านขิง บางแค โดยเฉพาะชุมชนบ้านขิง ที่ระหว่างวันที่ 28 เม.ย.-1 พ.ค.มีการตรวจเชิงรุกในห้างสรรพสินค้าบางแห่งในเขตดังกล่าว 1,413 ราย พบติดเชื้อ 68 ราย คิดเป็น 4.8% และยังมีท่าปล่อยรถเมล์ที่มีพนักงาน 100 คน พบติดเชื้อ 4 ราย โดยเมื่อวันที่ 4 พ.ค. มีการตรวจหาเชื้อพนักงาน 70 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผล ซึ่งพนักงานเหล่านี้เชื่อมโยงไปยังชุมชนบ้านขิงที่มีประชากรกว่า 1,000 คน&amp;nbsp; โดยเมื่อวันที่ 28 เม.ย. มีการรับแจ้งว่าคนในชุมชนพบเชื้อ 30 ราย&amp;nbsp; วันที่ 30 เม.ย. พบเชื้ออีก 24 ราย วันที่ 3 พ.ค. มีการค้นหาเชิงรุกในชุมชนพบติดเชื้ออีก 25 ราย &amp;nbsp;
ขยับตรวจเชิงรุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า หลังจากนี้จะตรวจพื้นที่เชิงรุกมากยิ่งขึ้น เพราะถ้าดูตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันแล้ว จำนวนที่พบจากการตรวจเชิงรุกถือว่าน้อยกว่าระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ จึงคุยกันว่าต้องเพิ่มการตรวจเชิงรุกหรือไม่ เนื่องจากข้อมูลระหว่างวันที่ 5 เม.ย.-5 พ.ค. มีการตรวจเชิงรุกในพื้นที่ กทม. ทั้งสถานบันเทิง สถานประกอบการ ตลาด ชุมชน และห้างสรรพสินค้า รวม 49 แห่ง 69 ครั้ง ตรวจไปแล้ว 42,251 ราย พบติดเชื้อ 1,677 ราย คิดเป็น 3.97% และยังรอผลอีก 559 ราย โดย กทม.มีแผนตรวจเชิงรุกให้ได้ 26,850 รายต่อสัปดาห์ แบ่งเป็นการตรวจเชิงรุกในคลัสเตอร์สำคัญ 8,300 รายต่อสัปดาห์ เฝ้าระวังเชิงรุกใน 6 โซน กทม. วันละ 3,000 ราย หรือ 15,000 รายต่อสัปดาห์ การสุ่มตรวจในผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 250 ตัวอย่างต่อวัน หรือ 1,750 รายต่อสัปดาห์ และการตรวจในสถานกักตัวของรัฐ ที่มีการจัดเป็นที่พักให้ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงแยกตัวออกมาอยู่ในโรงแรม 3 แห่ง คือ โรงแรมธำรงอินน์ จรัญสนิทวงศ์, โรงแรมมายโฮเทล ห้วยขวาง และโรงแรมแอมบาสเดอร์ สุขุมวิท วันละ 600 คนต่อวัน หรือ 1,800 รายต่อสัปดาห์ ขณะเดียวกัน จะจัดเตรียมเตียงรองรับไว้ให้ได้ 1,343 เตียงต่อสัปดาห์ เพื่อรองรับคนที่ตรวจแล้วพบว่าติดเชื้อโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีคณะกรรมการ 3 ชุดที่นายกรัฐมนตรีได้ตั้งขึ้นเพื่อบูรณาการงานในส่วนของ กทม.และปริมณฑล จะทำงานอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดความทับซ้อนกับงานของ ศบค. นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งใน ศบค. ทำงานประสานงานเชื่อมโยงระหว่างคณะทำงานชุดต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องและเชื่อมโยงข้อมูลขึ้นมาสู่การบริหารจัดการในระดับที่นายกฯ จะได้เข้ามารับรู้ข้อมูลเป็นรายวันโดยเร็วเพื่อบริหารสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว สำหรับภาคส่วนอื่นๆ ยังดูแลกันเหมือนเดิม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศปก.ศบค. และประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบูรณาการด้านการแพทย์และสาธารณสุข กล่าวถึงการทำงานที่อาจซ้ำซ้อนกันว่า ในกรอบ ศบค.ทั้งหมด มีส่วนเข้าร่วมในทุกกิจกรรม ทุกกรรมการ โดยเป็นบุคคลหลักในการบูรณาการงานทุกคณะกรรมการให้เป็นไปอย่างประสานสอดคล้อง ไม่ให้ไม่ซ้ำซ้อน ส่วนความจำเป็นที่ต้องตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจฯ เพื่อให้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายมารองรับการทำงาน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไปก้าวล่วงทุกหน่วยงานได้ ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่า ศบค.ให้ทหารมารบโรคระบาดแทนที่จะเป็นแพทย์นั้น ใน ศบค.มีหลายหน่วยงาน ถ้าไม่มีหน่วยงานบูรณาการ หมอซึ่งรับผิดชอบรักษาโรคหรือป้องกันการแพร่ระบาดก็ต้องมารับภาระประสาน เช่น การระวังป้องกันตามแนวชายแดน ฉะนั้นเห็นว่างานต่างๆ มีมากมาย การที่ได้รับมอบจากนายกฯ เข้ามาก็เพื่อประสานการปฏิบัติเท่านั้น การรักษาโรคการป้องกันการแพร่ระบาดเป็นหน้าที่ของ สธ.
ล็อกดาวน์มาตรการสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า หากถึงวันศุกร์ที่ 14 พ.ค. ตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตยังเพิ่มขึ้น ศบค.จะมีมาตรการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ทุกครั้งที่ ศบค.กำหนดมาตรการการแพร่ระบาด จะฟังข้อเสนอแนะของ สธ.เป็นหลัก ซึ่งจะวิเคราะห์ต้นเหตุของการแพร่ระบาดในแต่ละครั้งว่ามีสาเหตุมาจากอะไร และเมื่อออกมาตรการมาแล้ว และใกล้ครบ 14 วัน ก็ต้องมาประเมินอีกครั้งหนึ่งว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ยังทำให้เกิดการแพร่ระบาด และต้องออกมาตรการป้องกันต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีแนวโน้มที่จะถึงขั้นล็อกดาวน์หรือเคอร์ฟิวหรือไม่ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า นายกฯ ห่วงใยในเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน โดยให้ ศบค.พิจารณาอย่างรอบคอบในการพิจารณาการออกมาตรการยับยั้งการแพร่ระบาด พยายามให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนน้อยที่สุด มาตรการล็อกดาวน์หรือมาตรการเคอร์ฟิวจะเป็นมาตรการสุดท้าย หากไม่สามารถหยุดยั้งได้จริงๆ
เมื่อถามถึงความคืบหน้าภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ที่จะเปิดประเทศกระตุ้นเศรษฐกิจ ยังเป็นไปตามกำหนดเดิม 1 ก.ค.นี้หรือไม่ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า จะตอบว่าเป็นไปได้หรือไม่ ศบค.ก็จะพยายามทำให้เป็นไปได้ แต่คงต้องดูสถานการณ์ในช่วงเวลานั้นอีกครั้ง ขณะนี้นายกฯ ได้ให้นโยบายกระทรวงสาธารณสุขว่า วัคซีนที่ทยอยเข้ามาในเดือนนี้ก็จะเร่งฉีดให้กับในพื้นที่เศรษฐกิจและพื้นที่ที่มีการระบาดเป็นอันดับแรก เพื่อให้ทำให้แผนการแพร่ระบาดลดลง และเกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เช่น ภูเก็ต เกาะสมุย และพัทยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงจังหวัดที่เป็นพื้นที่สีแดงเข้ม จะยังคงมีมาตรการเข้มงวดในสถานบริการยาวถึงสิ้นเดือน พ.ค.นี้หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า คงต้องรับฟังจาก สธ.เป็นหลักว่าจะมีความเห็นอย่างไร หลังจากที่ได้มีการสอบสวนโรคแล้ว ก็จะทราบสาเหตุที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาด โดย สธ.จะนำมาวิเคราะห์เมื่อครบ 14 วัน เพื่อออกมาตรการที่เหมาะสมต่อไป
เมื่อถามว่า กรณีที่มีหัวคะแนนในพื้นที่เขตคลองเตยจัดคิวฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนบางกลุ่ม ศบค.จะมีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ในชั้นต้นได้รับข้อมูล แต่ได้สอบถามหน่วยงานในพื้นที่ ไม่เป็นเช่นนั้น ซึ่งช่วงเช้า ศปก.ศบค.ได้เน้นย้ำหน่วยงานในพื้นที่ โดยเฉพาะ ผอ.เขตคลองเตยและหน่วยงานด้านสาธารณสุข ขอเพ่งเล็งเรื่องนี้เป็นพิเศษ และมิให้เกิดปัญหาเช่นนั้นขึ้น โดยในอนาคตหากยังมีเหตุการณ์เช่นนี้ อาจจะให้ฝ่ายความมั่นคงเข้าไปสนับสนุนต่อไป&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นอกจากกลุ่มเสี่ยงเช่นผู้สูงอายุ โรคประจำตัว ที่เป็นเป้าหมายแรกในการฉีดวัคซีน คนหนุ่มสาวมีความจำเป็นต้องฉีดวัคซีนหรือไม่ เพราะเสี่ยงติดเชื้อโควิดเช่นกัน เลขาฯ สมช.กล่าวว่า นายกฯ ได้สั่งการเมื่อวันที่ 5 พ.ค. ในการประชุม ครม. ให้นโยบายแก่ สธ. จำเป็นจะต้องฉีดให้คนกลุ่มอื่นและคนทำงาน ไม่ใช่ฉีดเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัวหรืออายุ 60 ปีขึ้นไป เพราะวันนี้มีพื้นที่เสี่ยงและคนกลุ่มอื่นอาจเข้าไปติดเชื้อ โดย สธ.กำลังประชุมเรื่องนี้อยู่ คาดว่าจะจัดสรรฉีดวัคซีนให้คนกลุ่มอื่นด้วย &amp;nbsp;
4 เดือนฉีดคน กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีการตั้งเป้าการฉีดวัคซีนให้คนกรุงเทพฯ อย่างไร พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า เป็นนโยบายจากนายกฯ ตั้งเป้าจะฉีดให้คนไทย 50 ล้านคนในสิ้นปีนี้ ที่เหลือเวลาอีก 8 เดือน และ ศบค.ก็วางแผนว่าใน 4 เดือนแรกควรฉีดในเข็มแรกให้คนกรุงเทพฯ และประชากรแฝง คาดว่า 6 ล้านคน หรือประมาณวันละ 6 หมื่นคน โดย ศบค.ให้กรอบดังกล่าวไปให้ กทม. และ กทม.ต้องไปการวางแผนว่าในพื้นที่ 50 เขตว่าจะมีกี่จุด เพื่อให้สามารถฉีดได้ตามเป้าหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงโควิด-19 สายพันธุ์บราซิลและแอฟริกาที่มีข้อกังวลว่าจะมีการแพร่ระบาดเข้ามาทางชายแดน หรืออาจพบในสถานกักกัน ศบค.จะเข้าไปแก้ปัญหาและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้อย่างไร พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า นายกฯ ได้เน้นย้ำฝ่ายความมั่นคง ทั้งกองทัพไทยและกระทรวงมหาดไทย ให้เข้มงวดตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการลักลอบเข้ามาโดยผิดกฎหมาย และแม้จะเข้าโดยถูกกฎหมาย ก็ให้เพิ่มความเข้มงวดตรวจคัดกรองให้รอบคอบมากยิ่งขึ้น โดยได้หารือกันแล้วว่าถึงแม้ขยายเวลากักตัวเป็น 14 วันเหมือนเดิม สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ก็จะให้ติดตามหลังจากที่ได้ออกจากสถานกักกัน และก็ขอความร่วมมือที่จะหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับคนอื่นอีกสักระยะหนึ่งเพื่อป้องกันการติดเชื้อต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงถึงการฉีดวัคซีนโควิดว่า จะฉีดวัคซีนให้ทุกคนที่อยู่ในไทย ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนต่างชาติที่ประสงค์จะฉีดทุกคนโดยความสมัครใจ โดยในการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับประเทศต้องฉีด 70% ของประชากร ซึ่งแผนการจัดหาวัคซีนมีประชากรทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่อยู่ หรือมีการทำงานต่อเนื่องในไทย รวมทั้งคณะทูตานุทูตทั้งหมด 70 ล้านคน เป็นคนไทย 67 ล้านคน และต่างชาติอีก 3 ล้านคน เมื่อคิดยอดที่ต้องฉีด 70% คือ 50 ล้านคน โดย 1 คนฉีด 2 โดส รวมวัคซีน 100 ล้านโดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การที่ฉีดวัคซีนให้กับทุกคนในแผ่นดินไทย รัฐบาลและ สธ.&amp;nbsp; โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ย้ำหลายครั้งว่า Nobody is safe until everyone is safe. ทุกคนจะปลอดภัย เราต้องทำให้ทุกคนในแผ่นดินไทยให้ปลอดภัย&amp;rdquo; นพ.โอภาสกล่าว และว่า การฉีดวัคซีนให้กับคนต่างชาติและคณะทูตานุทูต ยึดหลักการปฏิบัติแบบสากล ด้วยความเคารพและให้เกียรติกันและกัน จะไม่มีใครฉีดก่อนฉีดหลัง เป็นไปตามความสมัครใจ และข้อบ่งชี้ทางการแพทย์และสาธารณสุข ยืนยันว่าทุกคนที่อยู่ในแผ่นดินไทยจะได้ฉีดวัคซีนอย่างพร้อมเพรียงและใกล้เคียงกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า ข่าวดีวันนี้วัคซีนซิโนแวคเข้ามาในไทยอีก 1 ล้านโดส ทำให้ในเดือน พ.ค.เป็นเดือนที่ได้รับวัคซีนค่อนข้างมาก โดยจะมีกระบวนการขั้นตอนในการตรวจเชิงคุณภาพใช้เวลาประมาณ 7 วัน จากนั้นจะเร่งกระจายวัคซีนไปฉีดให้กลุ่มเป้าหมายในจังหวัดต่างๆ และกระจายวัคซีนไปฉีดเพื่อควบคุมสถานการณ์ในจุดที่มีการระบาด เช่น เขตคลองเตย
ไม่หว่านแหฟาวิพิราเวียร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อเวลา 05.35 น. ที่เขตปลอดอากรและคลังสินค้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้รับมอบวัคซีนโควิด-19 ของซิโนแวค 1 ล้านโดส จากประเทศจีนที่ขนส่งโดยสายการบิน Air China Airline
ขณะที่ นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงเรื่องการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ ว่าผู้เชี่ยวชาญจากทุกภาคส่วนยืนยันตรงกันว่า กรณีผู้ติดเชื้อยืนยันที่ไม่มีอาการและไม่มีโรคร่วม จะยังไม่ให้ยารักษาเฉพาะ ส่วนผู้ติดเชื้อยืนยันที่อาจมีอาการเล็กน้อย หรือไม่มีอาการ แต่มีโรคร่วมหรือมีปัจจัยเสี่ยง ซึ่งนอกเหนือจากการรักษาตามอาการแล้ว สามารถให้ยาต้านไวรัสฟาวิพิราเวียร์ได้ตามดุลพินิจของแพทย์ อาทิ อายุ 60 ปีขึ้นไป เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง รวมโรคปอดเรื้อรังอื่นๆ โรคไตเรื้อรัง โรคหัวใจ และหลอดเลือด โรคหัวใจแต่กำเนิด โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวานที่ควบคุมได้ไม่ดี ภาวะอ้วน น้ำหนักมากกว่า 90 กิโลกรัม ตับแข็ง ภาวะ ภูมิคุ้มกันตาและภาวะอื่นๆ ที่แพทย์พิจารณาเห็นว่าเป็นปัจจัยเสี่ยง จึงเปิดช่องเอาไว้ให้แพทย์ที่รักษาให้พิจารณาเป็นรายๆ ไป ขณะที่คนติดเชื้อที่เริ่มมีอาการปอดอักเสบเล็กน้อย นอกจากให้ยาฟาวิพิราเวียร์แล้ว การให้ยาสเตียรอยด์ยังช่วยลดความรุนแรงจนต้องใส่เครื่องช่วยหายใจในอนาคตได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่เราไม่หว่านแหให้ยาฟาวิพิราเวียร์ เพราะมีผลข้างเคียง บางคนจะมีปัญหาตับอักเสบ และในที่สุดจะเกิดปัญหาเชื้อดื้อยา ซึ่งเป็นภาวะที่ผู้เชี่ยวชาญเป็นห่วงมาก เพราะตอนนี้เท่าที่ดูยังไม่มียารักษาเฉพาะ มีเพียงการวิจัยระยะ 2 และ 3 แต่ยังไม่ได้มีการขึ้นทะเบียนและยังเอามาใช้ไม่ได้ ดังนั้นเราจะต้องเก็บยาตัวนี้เอาไว้เป็นอาวุธสําคัญ ที่ใช้รักษาโรคโควิด-19 จึงไม่อยากหว่านแห ที่สำคัญเราพบว่าผู้ติดเชื้อยืนยันที่ไม่มีอาการและไม่มีโรคร่วมที่มีประมาณ 30-40% นั้น ในจำนวนนี้มี 80-90% ไม่เปลี่ยนไปเป็นผู้ป่วยอาการสีเหลืองหรือสีแดง จึงไม่จำเป็นต้องให้ยา เพราะเป็นการให้ยาโดยเปล่าประโยชน์&amp;quot; นพ.สมศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมจัดตั้งศูนย์ควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยได้มอบหมายสำนักงานเขต 50 เขต เร่งจัดตั้งศูนย์ควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 โดยแบ่งการดำเนินการเป็น 5 ฝ่าย และมอบหมายทุกสำนักงานเขตเร่งสำรวจผู้ป่วยตกค้างในพื้นที่ ทั้งในส่วนที่ทำการตรวจคัดกรองหาเชื้อจากที่อื่น หรืออยู่ในรายชื่อผู้ป่วยของทีมแพทย์ กทม.ให้เพื่อให้การช่วยเหลือเข้ารับระบบการรักษาไม่ให้มีผู้ป่วยตกค้างในพื้นที่ กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ได้สั่งการในที่ประชุมหัวหน้าหน่วยงาน ให้ทั้ง 50 เขตปูพรมทำการ Swab และฉีดวัคซีน โดยเฉพาะชุมชนหนาแน่นและกลุ่มเสี่ยง โดยมีเป้าหมายร่วมกันควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้อยู่ภายในวงจำกัดภายใน 2 สัปดาห์นี้&amp;rdquo; นางศิลปสวยระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102040</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กทม.และปริมณฑล, คลัสเตอร์บางแค, ฉีดวัคซีน, ตรวจเชิงรุก, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ผู้ติดเชื้อชุมชนบ้านขิง, วัคซีนโควิด, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_6093f9432c094.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ฝุ่นกทม.โซนแดง บางขุนเทียนพุ่ง93</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝุ่นจิ๋ว พีเอ็ม 2.5 คลุม กทม.และปริมณฑล ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในหลายพื้นที่ ตรวจวัดค่าฝุ่นสูงสุดโซนแดงที่ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน 93 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร รองลงไปคือ ถนนพระราม 2 ต.ปากน้ำ อ.เมืองสมุทรปราการ บางบอน และเพชรเกษม เตือนกลุ่มเสี่ยงดูแลสุขภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเช้าวันที่ 13 ธันวาคม 2563 กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เวลา 07.00 น. พบว่า คุณภาพอากาศอยู่ในระดับคุณภาพดีถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ สารมลพิษทางอากาศที่ตรวจพบเกินมาตรฐาน ได้แก่ ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ตรวจพบค่าระหว่าง 33-93 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) เกินค่ามาตรฐาน 32 พื้นที่ (ค่ามาตรฐานอยู่ที่ไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) แบ่งเป็น กทม.27 พื้นที่ ปริมณฑล 5 พื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับค่าฝุ่นสูงสุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย อันดับ 1 ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน 93 มคก./ลบ.ม. โดยอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ (โซนแดง) อันดับ 2 ริมถนนพระราม 2 เขตบางขุนเทียน 75 มคก./ลบ.ม. อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (โซนส้ม) อันดับ 3 ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 74 มคก./ลบ.ม. อยู่ในระดับโซนส้ม อันดับ 4 ริมถนนเอกชัย เขตบางบอน 73 มคก./ลบ.ม. อันดับ 5 ริมถนนมาเจริญ เพชรเกษม 8 เขตหนองแขม 72 มคก./ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนในจุดอื่นๆ บริเวณแขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี 52 ไมโครกรัม ริมถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน 52 ไมโครกรัม ริมถนนดินแดง เขตดินแดง 59 ไมโครกรัม เขตจอมทอง 60 ไมโครกรัม เขตบางแค 63 ไมโครกรัม ริมถนนสุขุมวิท เขตพระโขนง 55 ไมโครกรัม ริมถนนราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ 51 ไมโครกรัม ริมถนนตรีมิตร วงเวียนโอเดียน เขตสัมพันธวงศ์ 52 ไมโครกรัม ริมถนนพระรามที่ 4 หน้าสามย่านมิตรทาวน์ เขตปทุมวัน 52 ไมโครกรัม ริมถนนพระราม 3 เขตยานนาวา 57 ไมโครกรัม ริมถนนบางนา-ตราด เขตบางนา 56 ไมโครกรัม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ริมถนนสุขาภิบาล 5 เขตสายไหม 52 ไมโครกรัม ริมถนนนวมินทร์ แยกบางกะปิ เขตบางกะปิ 54 ไมโครกรัม ริมถนนศรีนครินทร์ เขตประเวศ 61 ไมโครกรัม ริมถนนเจริญนคร เขตคลองสาน 54 ไมโครกรัม ริมถนนแยกท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ 55 ไมโครกรัม ริมถนนพุทธมณฑล 1 เขตตลิ่งชัน 51 ไมโครกรัม ริมถนนคลองทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา 58 ไมโครกรัม ริมถนนเพชรเกษม เขตภาษีเจริญ 55 ไมโครกรัม ริมถนนประชาอุทิศ เขตทุ่งครุ 60 ไมโครกรัม ริมถนนสามเสน เขตพระนคร 52 ไมโครกรัม แขวงคลองเตย เขตคลองเตย 56 ไมโครกรัม ริมถนนพหลโยธิน เขตบางเขน 54 ไมโครกรัม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับปริมณฑล ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 54 ไมโครกรัม ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร 58 ไมโครกรัม ต.บางโปรง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 58 ไมโครกรัม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ตรวจพบค่าระหว่าง 11-154 มคก./ลบ.ม. เกินมาตรฐานที่บริเวณริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน จ.กรุงเทพฯ, ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา, ต.หน้าพระลาน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี, ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร, ริมถนนมาเจริญ เพชรเกษม 8 เขตหนองแขม จ.กรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ แนะนำให้ประชาชนทั่วไปในบริเวณที่มีมลพิษทางอากาศเกินมาตรฐาน ให้เฝ้าระวังสุขภาพและสวมหน้ากากอนามัย หากมีอาการเบื้องต้น เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็กและผู้ป่วยทางเดินหายใจ และใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากเกิดความจำเป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กทม.ยังได้ให้สำนักงานเขตต่างๆ ปฏิบัติการลดฝุ่น อาทิ เขตยานนาวา เจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจกิจการพิเศษ ออกตรวจตราและขอความร่วมมือโรงปูนคอนกรีตผสมเสร็จ และสถานที่เก็บหิน ทราย บริเวณถนนพระรามที่ 3 เพื่อร่วมแก้ไขเกี่ยวกับปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่เขต โดยขอความร่วมมือผู้ประกอบการดำเนินการฉีดล้างทำความสะอาดพื้นที่ปฏิบัติงาน ฉีดล้างล้อรถบรรทุกทุกครั้ง ทุกคัน ก่อนเข้าและออกจากโครงการ ดำเนินการติดตั้งปกคลุมและฉีดพรมละอองน้ำกองหิน กองทราย ฉีดพรมน้ำก่อนเทหินและทรายลงจากรถบรรทุก เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองฟุ้งกระจายภายในโรงปูนและบริเวณรอบสถานประกอบการ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผู้พักอาศัยใกล้เคียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสภาพอากาศในประเทศไทยตอนบน มีรายงานจากจังหวัดเชียงใหม่ว่า อาทิตย์ที่ 13 ธ.ค.นี้ บรรยากาศการท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนนักท่องเที่ยวจำนวนมากพากันท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดเพื่อชมความงามตามธรรมชาติ ทั้งพระอาทิตย์ทอแสงทองยามเช้าท่ามกลางเมฆหมอก ขุนเขา และพืชพรรณไม้ที่สมบูรณ์ พร้อมสัมผัสอากาศหนาวเย็น โดยช่วงเช้าอุณหภูมิวัดได้ต่ำสุด 2 องศาเซลเซียส ที่กิ่วแม่ปานและที่ยอดดอย รวมทั้งเกิดปรากฏการณ์น้ำค้างแข็ง หรือ &amp;ldquo;เหมยขาบ&amp;rdquo; ขึ้นต่อเนื่องติดต่อกันเป็นวันที่ 8 บริเวณข้างทางช่วงหลักกิโลเมตรที่ 43-44.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86753</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, PM2.5, กทม.และปริมณฑล, ฝุ่นจิ๋ว, ฝุ่นพิษ, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201213/image_big_5fd6028e45106.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60680</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุกจังหวัดทั่วไทย ตื่นป้องกันไวรัส!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ทุกจังหวัดทั่วประเทศตื่นตัวป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;quot;เชียงใหม่&amp;quot; สั่งทำประวัติทุกคนที่มาจาก กทม.และปริมณฑล &amp;quot;พระสงฆ์&amp;quot; จ.พิษณุโลกสวมหน้ากากออกรับบิณฑบาต พร้อมวัดอุณหภูมิญาติโยมมาทำบุญ &amp;quot;โคราช&amp;quot; บวงสรวงย่าโมขอพรให้คนไทยปลอดภัย &amp;quot;บุรีรัมย์&amp;quot; จัดลงทะเบียนไลน์ Buriram Healthy Passport &amp;quot;ปัตตานี&amp;quot; ทหารร่วมทำความสะอาดมัสยิดกลาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดวันจันทร์ที่ผ่านมา ทุกจังหวัดทั่วประเทศได้เพิ่มมาตรการเข้มงวดในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งการจัดทำฐานข้อมูลผู้เดินทางกลับจากกรุงเทพฯ และปริมณฑลตามนโยบายกระทรวงมหาดไทย การฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดหน่วยงานราชการ และคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิประชาชนตามสถานที่ต่างๆ รวมทั้งพระที่ออกบิณฑบาตช่วงเช้าก็สวมใส่หน้ากากอนามัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาทิ จ.เชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ สั่งเพิ่มการคัดกรองและทำประวัติทุกคนที่เดินทางเข้ามาไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ และปริมณฑลหรือต่างประเทศ ในพื้นที่เสี่ยงต่างๆ รวมทั้งใช้ทุกช่องทางในการป้องกันสร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชนร่วมมือ เพื่อหยุดการแพร่ระบาด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเจริญฤทธิ์กล่าวว่า ได้แจ้งย้ำทุกหน่วยทุกอำเภอไปแล้ว ขอให้อดทนและร่วมมือกัน ระหว่างนี้ทั้งโรงพยาบาล สถานที่ต่างๆ ก็เริ่มทยอยประกาศมาตรการออกมาขอความร่วมมือ เช่น การงดเยี่ยมโดยตรง เนื่องจากเคสผู้ติดเชื้อเริ่มกระจายกลุ่มไม่เฉพาะแค่กรณีสนามมวยดังหรือสถานบันเทิงก่อนหน้านี้เท่านั้น ส่วนมาตรการทางกฎหมายก็ต้องบังคับใช้หากมีการฝ่าฝืน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งสำคัญที่สุด ถ้าทุกคนเข้าใจและเริ่มดูแลจากตนเองและครอบครัว เชื่อมั่นว่าทุกอย่างจะดีขึ้น และระหว่างนี้ก็ให้เจ้าหน้าที่ได้เร่งทำความสะอาดฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อไปตามสถานที่ต่างๆ ในทุกๆ พื้นที่ทั่วเมือง ซึ่งวันนี้จังหวัดเชียงใหม่พบผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันเพิ่มอีก 1 ราย เป็นบุตรสาวของครอบครัวที่เดินทางกลับจากอังกฤษที่มารดาติดเชื้อ ส่วนผู้ป่วยก่อนหน้า 2 รายใกล้จะหายกลับบ้านได้ อาการผู้ป่วยทั้งหมดที่ติดเชื้อไม่น่าเป็นห่วงและดีขึ้น &amp;nbsp;โดยยอดสะสมตั้งแต่การระบาดมี 471 ราย ไม่เข้าข่าย 366 รายและรอดูอาการและผลตรวจ 105 ราย&amp;quot; ผู้ว่าฯ เชียงใหม่กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ลำปาง นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วยนายพินิจ แก้วจิตคงทอง ปลัดจังหวัดลำปาง, &amp;nbsp;นายวาทิต ปัญญาคม นายอำเภอเมืองลำปาง, นายแพทย์ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง และนางนพวรรณ ธนะสุวัตติ์ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครลำปาง ลงพื้นที่ขนส่งผู้โดยสารจังหวัดลำปาง ติดตามการตั้งจุดตรวจคัดกรองประชาชนที่เดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร เพื่อกลับภูมิลำเนาในพื้นที่ จ.ลำปาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า จริงๆ แล้วอยากให้ทุกคนอยู่ในบ้านถ้าเป็นไปได้ และก็เชื่อว่าเราไม่สามารถรณรงค์ให้ทุกคนอยู่ในบ้านได้ 100% ดังนั้นเราก็ต้องเตรียมมาตรการ โดยจุดเช็กพอยต์ที่ อ.เกาะคา จ.ลำปาง ยังจะมีการแจกแผ่นพับให้ความรู้ในการป้องกันตนเอง และการป้องกันโรคไม่ให้แพร่เชื้อสู่ผู้อื่น รวมถึงทำการให้สแกนคิวอาร์โค้ด เพื่อจะได้บันทึกข้อมูลต่างๆ ในการติดตาม และใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งทางสำนักงานสาธารณสุขได้พัฒนาโปรแกรมขึ้นมาเพื่อนำมาใช้ในงานบันทึกข้อความของประชาชนที่เดินทางกลับมา จ.ลำปาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.พิษณุโลก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องในวันพระ แรม 15 ค่ำ เดือน 4 วันนี้วันตรุษไทย วัดต่างๆ ในเขตจังหวัดพิษณุโลกมีประชาชน ญาติโยม มาทำบุญกันตามปกติ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ กลุ่มใหญ่ที่สุดที่มาร่วมทำบุญและเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสในการรับเชื้อโควิด-19 หลายวัดให้ความร่วมมือกับทางการเป็นอย่างดี เตรียมมาตรการในการร่วมคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย เตรียมเจลแอลกอฮอล์ล้างมือให้ประชาชน รวมถึงขอความร่วมมือผู้มาทำบุญให้สวมใส่หน้ากากอนามัย
คุมเข้มคนกลับจาก กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดเขื่อนขันธ์ ตำบลอรัญญิก อ.เมืองฯ จ.พิษณุโลก ผู้มาทำบุญส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และส่วนใหญ่ต่างสวมใส่หน้ากากอนามัยมาทำบุญ เช้านี้ทางวัดเริ่มมาตรการคัดกรอง มีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายผู้มาทำบุญทุกรายก่อนเข้าศาลาการเปรียญ &amp;nbsp; หากมีไข้สูงเกิน 37.5 องศา จะขอความร่วมมือผู้มาทำบุญให้กลับไปรักษาตัวที่บ้าน ไม่ให้เข้ามาภายในศาลา และเตรียมเจลแอลกอฮอล์ล้างมือให้ทุกคนล้างก่อนเข้าไปภายใน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนตามถนนต่างๆ ในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก หลายคนนิยมใส่บาตรพระก่อนไปทำงาน บรรยากาศเช้านี้พระสงฆ์ที่ออกมาบิณฑบาตและประชาชนที่มาใส่บาตรต่างสวมหน้ากากอนามัยออกมาทำบุญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครราชสีมา บริเวณศาลาพิธีและบริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีทำบุญถวายเครื่องปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ 10 รูป ก่อนร่วมทำพิธีบวงสรวงสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือคุณย่าโม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวไทยและชาวจังหวัดนครราชสีมา เนื่องในวันฉลองวันแห่งชัยชนะท้าวสุรนารี ประจำปี 2563 พร้อมเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูร้อนใหม่เป็นผ้าใหมสไบเฉียงสีส้ม (สีประจำจังหวัด) และนำส่วนราชการร่วมวางพวงมาลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้นำกล่าวท่องคาถาขอพรจากคุณย่าโม ขอให้ชาวจังหวัดนครราชสีมา และคนไทยทั้งประเทศปลอดภัยจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเชียรกล่าวว่า หลังกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีการประกาศปิดชั่วคราวสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโควิด-19 หรือล็อกดาวน์ ทำให้มีประชาชนที่ทำงานอยู่ใน กทม.เดินทางกลับภูมิลำเนา จึงได้สั่งการให้นายอำเภอ 32 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบว่า บ้านหลังไหนมีกลุ่มบุคคลกลับมาจาก กทม. ให้รีบแจ้งต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือ อสม. ในพื้นที่ของตนเอง และให้มีการกักตัวอยู่บ้าน 14 วัน โดยไม่มีข้อยกเว้น หลังจากแจ้งแล้วทาง อสม.และฝ่ายปกครองแล้วจะเข้าไปวัดไข้และซักถามประวัติการเดินทางและประวัติการทำงาน ว่าเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือไม่ เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะทำเป็นประวัติบันทึกเอาไว้ เพื่อตรวจสอบหากเกิดมีคนติดเชื้อโควิด-19 เพื่อเป็นการรับผิดชอบต่อสังคม ลดการแพร่ระบาดของโรค กลุ่มบุคคลที่เดินทางกลับภูมิลำเนานั้นจะต้องรายงานกับทางสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านให้ทราบทันที &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สุรินทร์ นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวในการประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดสุรินทร์วันนี้ว่า ขอให้ทุกอำเภอจัดทำฐานข้อมูลเฝ้าระวังและควบคุมโรค ผู้เดินทางกลับจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงจากจังหวัดในภูมิภาคต่างๆ ที่กลับสู่ภูมิลำเนา โดยให้แจ้งรายงานตัวต่อทีมอาสาโควิด ระดับอำเภอ-หมู่บ้าน และให้แยกตัวสังเกตอาการหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้อื่นในที่พำนักหรือที่พักอาศัยจนครบ 14 วัน นอกจากนี้ให้กวดขันงดการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่มีผู้คนไปรวมตัวกันจำนวนมากอย่างเคร่งครัด เช่น งานบุญ งานสังสรรค์ต่างๆ ในหมู่บ้านชุมชน โดยเฉพาะการมั่วสุม เล่นการพนัน จะต้องไม่มีโดยเด็ดขาด รวมถึงห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารต่างๆ ขอความร่วมมือซื้อไปรับประทานที่บ้านหรือใช้บริการส่งอาหารถึงบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ สถานีรถไฟบุรีรัมย์ได้ร่วมกับสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ฝ่ายปกครองอำเภอ และเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เพิ่มมาตรการตรวจคัดกรองเข้มผู้โดยสารทุกคน โดยเฉพาะประชาชนและกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ที่จะเดินทางมาจากกรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑล โดยมีการวัดอุณหภูมิในร่างกาย พร้อมให้ลงทะเบียนผ่านระบบแอปพลิเคชันไลน์ Buriram Healthy Passport เพื่อแจ้งข้อมูลสุขภาพและการเดินทางเข้า-ออกจังหวัด หากใครไม่มีแอปพลิเคชันไลน์ ก็ต้องกรอกข้อมูลประวัติส่วนตัว ข้อมูลสุขภาพ และประวัติการเดินทางทั้งจังหวัดต้นทางและปลายทางให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคน ตามประกาศของคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ เพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรณชัย สุขสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32 (บุรีรัมย์) นำคณะบุคลากร พนักงาน เจ้าหน้าที่ในสำนักงาน เร่งทำความสะอาดโต๊ะทำงาน รอบบริเวณของสำนักงาน ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ โดยเน้นการเช็ดล้างทำความสะอาดบริเวณจุดสัมผัสร่วม เช่น บันได กลอนประตู ลูกบิดหน้าต่าง โต๊ะทำงาน โทรศัพท์ เครื่องถ่ายเอกสาร พร้อมกำชับให้ทุกคนเปิดหน้าต่างระบายอากาศและทำความสะอาดสัปดาห์ละ 1 วัน ทุกคนหมั่นล้างมือและสวมหน้ากากอนามัยเมื่อมาปฏิบัติงาน
ทำความสะอาดฆ่าเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.กาญจนบุรี นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นำทีม อส.พัฒนาเมืองกาญจนบุรี ฉีดพ่นฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่สำคัญของอำเภอเมืองกาญจนบุรี เริ่มจากศาลเจ้าพ่อหลักเมืองกาญจนบุรี โดยร่วมกันสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดกาญจนบุรีเพื่อเป็นสิริมงคลในการปฏิบัติงานในครั้งนี้ จากนั้นก็เริ่มฉีดฆ่าเชื้อรอบบริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เน้นจุดที่ประชาชนมีการสัมผัส ทั้งราวบันได บันได พื้นศาลาศาลหลักเมือง สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นจุดที่มีประชาชนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ทั้งภายในจังหวัดและต่างจังหวัด เป็นสถานที่เสี่ยงอีกจุดหนึ่ง โดยทีมเจ้าหน้าที่ อส.ได้ระดมฉีดยาฆ่าเชื้อภายในอาคารขนส่งผู้โดยสาร รวมไปถึงในห้องน้ำ และบนรถโดยสารอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.เพชรบุรี นายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า ขณะนี้ได้เร่งกรองข้อมูลบุคคลที่จะเข้ามาในเขตพื้นที่เพชรบุรี จัดตั้งทีมอาสาโควิด-19 ระดับอำเภอ หมู่บ้าน จัดทำฐานข้อมูลของผู้เดินทางกลับจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล และให้หลีกเลี่ยงในการเข้าไปที่ชุมชน วัดอุณหภูมิร่างกาย หากพบว่า ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ เหนื่อยหอบให้รีบไปพบแพทย์ ยึดหลัก &amp;ldquo;ลด เลี่ยง ดูแล&amp;rdquo; คือลด ความเสี่ยงด้วยการล้างมือด้วยน้ำ และสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ให้บ่อยขึ้น สวมหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.พัทลุง บริเวณหน้าสวนกาญจนาภิเษก สามแยกท่ามิหรำ &amp;nbsp;อ.เมืองพัทลุง นายสุมเมธ บุญยก นายกเทศมนตรีเมืองพัทลุง พร้อมคณะผู้บริหาร และกองสาธารณสุขเทศบาลเมือง จ.พัทลุง ได้ร่วมกันกำหนดจุดคัดกรอง และให้ความรู้การป้องกันโรค ตามมาตรสาธารณสุขแก่ประชาชนที่เดินทางเข้ามาเขตเทศบาลเมืองพัทลุง &amp;nbsp; จำนวน 3 จุด ประกอบด้วย จุดที่ 1 บริเวณหน้าสวนกาญจนาภิเษก ถนนราเมศวร์, จุดที่ 2 บริเวณร้านครัวสระแก้ว ถนนไชยบุรี และจุดที่ 3 บริเวณสามแยกศาลาโพธิ์ฉลอง โดยการดำเนินงานนี้ได้กำหนดขึ้นตั้งแต่วันที่ 23- 31 มีนาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับในการดำเนินงาน จะมีการให้บริการคัดกรองไข้ บริการเจลล้างมือแอลกอฮอล์และให้แจกแผ่นพับเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าในมาตรการการเฝ้าระวัง การป้องกันรักษาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แก่ประชาชน และยังได้จัดโครงการ &amp;quot;อสม. เคาะประตูบ้าน&amp;quot; &amp;nbsp;เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในมาตรการการเฝ้าระวัง การป้องกันรักษาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;แก่ประชาชนตามชุมชนต่างๆ ทั้ง 45 &amp;nbsp;ชุมชนเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.กระบี่ เจ้าหน้าที่ขนส่ง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข จังหวัดกระบี่ ตรวจคัดกรองวัดอุณหภูมิร่างกาย นักท่องเที่ยว ประชาชน ทยอยเดินทางกลับจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 200 คน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยที่ จ.กระบี่ พบผู้ป่วยสะสมเป็นจำนวน 2 คน เป็นชาวต่างประเทศ ในพื้นที่อำเภออ่าวลึก 1 คน ได้รับการรักษาหายป่วย และกลับบ้านแล้ว ตั้งแต่เดือนก.พ.2563 และขณะนี้มีผู้ป่วยยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาล 1 คน &amp;nbsp;เป็นชาวไทย ส่วนผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรครวมจำนวน 113 คน อยู่โรงพยาบาลเพื่อรอผลการตรวจจากห้องปฏิบัติการจำนวน 13 คน กลับบ้านแล้ว 100 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ภูเก็ต นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 7/2563 เพื่อรับทราบการใช้หอประชุมศูนย์ราชการฯ หรือศาลากลางจังหวัดภูเก็ตแห่งใหม่ เพื่อเป็นโรงพยาบาลสนามรองรับหากมีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น และรับทราบสถานที่ที่เอกชน เสนอรองรับผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค หรือ PUI พร้อมทั้งร่วมกันพิจารณาร่างประกาศจังหวัดภูเก็ต เรื่องปิดสถานที่ที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 เพิ่มเติม เพื่อยกระดับมาตรฐานในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ปัตตานี ที่มัสยิดกลาง จ.ปัตตานี พ.ท.ภาคภูมิ จันทรักษ์ ผบ.ฉก.ปัตตานี 25 มอบสิ่งของทำความสะอาดแก่โต๊ะอิหม่ามประจำมัสยิด ด้วยโครงการประชารัฐต้านภัยไวรัสโคโรนา 2019 พร้อมด้วย พ.ต.ท.เรวัฒน์ ศรีจันทร์ทับ รอง ผกก.ปราบปราม สภ.เมืองปัตตานี, ปลัดอำเภอเมืองปัตตานี, เจ้าหน้าที่สามฝ่าย ทหาร ตำรวจ อส., หน่วยดับเพลิงปัตตานี และเจ้าหน้าที่ สท.ปช. ได้มีการร่วมกันทำความสะอาดบริเวณภายในมัสยิดและภายนอก โดยมีผู้เข้าร่วม 300 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการทำความสะอาด ซึ่งได้มีการกวาด ขัดพื้น และล้างป้องกันการแพร่ระบาดของโคโรนา 2019 เนื่องจากมัสยิดเป็นพื้นที่เสียงต่อการแพร่ระบาด โดยเฉพาะวันศุกร์ ชาวไทยมุสลิมจะร่วมตัวละหมาดร่วมกันเป็นจำนวนมาก และมีประชาชนหนาแน่นในมัสยิดจึงมีความเสียงต่อการติดเชื้อได้ ทำให้หน่วยงานรัฐได้มีมาตรการทำความสะอาดมัสยิดทุกมัสยิดในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยทำความสะอาดใหญ่สัปดาห์ละ 1 ครั้ง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่รัฐได้มีการกำชับให้ทุกมัสยิดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังทำการละหมาดเสร็จให้มีการถูพื้นเพื่อทำความสะอาด และล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ทุกครั้ง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60680</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กทม.และปริมณฑล, วัดอุณหภูมิ, สวมหน้ากากออกรับบิณฑบาต, สั่งทำประวัติทุกคน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200323/image_big_5e78c330a9203.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50501</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2019 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2019 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมควบคุมมลพิษเผยค่าฝุ่นละออง&#039;กทมและปริมณฑล&#039;แนวโน้มลดลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ย.62-กรมควบคุมมลพิษ รายงานข้อมูลคุณภาพอากาศ ประจำวันที่ 18 พ.ย.จากการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยกรมควบคุมมลพิษร่วมกับกรุงเทพมหานคร พบว่าคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานครและปริมณฑลโดยรวมในวันนี้ ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเช้าของเมื่อวาน ตรวจวัดค่าได้ระหว่าง 22-50 มคก./ลบ.ม. (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม) อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่ โดยคุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีมาก จำนวน 4 พื้นที่ ระดับดี จำนวน 29 พื้นที่ และระดับปานกลาง จำนวน 13 พื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเช้าวันนี้ มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีหมอกบางในตอนเช้า

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50501</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม.และปริมณฑล, กรมควบคุมมลพิษ, ค่าฝุ่นละออง, อากาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191118/image_big_5dd20667e3056.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37483</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2019 07:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2019 07:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯแจ้งทั่วไทยมีฝนลดลง&#039;กทม.-ปริมณฑล&#039;อุณหภูมิเฉลี่ย 33-38 องศาเซลเซียส  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย.62-กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมง ประเทศไทยมีการกระจายของฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ในระยะนี้ โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีฝนมากกว่าภาคอื่นๆ โดยมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย ในขณะที่ลมตะวันออกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีการกระจายของฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ &amp;nbsp;อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส &amp;nbsp;ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37483</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม.และปริมณฑล, กรมอุตุนิยมวิทยา, อากาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190420/image_big_5cba797055549.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27586</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ควันพิษยังหนา พระราม2หนัก ดูดฝุ่นล้างถนน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;หมอกควันพิษในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลยังอยู่ในภาวะวิกฤติ ค่าเกินมาตรฐานถ้วนหน้า พระราม 2 หนักสุด มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง ผู้ว่าฯ สมุทรสาครสั่งดูดฝุ่น ล้างถนนทุกสาย ที่ราชบุรีห้ามเผาหญ้า-ขยะเด็ดขาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 มกราคม กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า จากสภาพอุตุนิยมวิทยาที่อากาศในช่วงเช้า พื้นที่ กทม.และปริมณฑลมีหมอกบางในตอนเช้า อากาศลอยตัวได้ไม่ดีมากนัก ลมพัดอ่อน และไม่มีฝน ส่งผลทำให้สถานการณ์ PM 2.5 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ปริมาณฝุ่นละอองเพิ่มขึ้นจากเมื่อวันศุกร์ทุกพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีค่าฝุ่นอยู่ที่ 53-121 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ซึ่งค่าฝุ่นตามมาตรฐานอยู่ที่ 50 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศอยู่ในระดับคุณภาพปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ มีฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน ริมถนน 24 สถานี พื้นที่ทั่วไป 17 สถานี รวม 41 พื้นที่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจุดที่มีค่าฝุ่นวิกฤติกระทบสุขภาพ มีค่าฝุ่นอยู่ที่ 121 มคก./ลบ.ม. คือบริเวณริมทางคู่ขนานพระราม 2 อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร &amp;nbsp;ทั้งนี้ พื้นที่ริมถนนที่มีค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน 24 สถานี ประกอบด้วย 1.ริมถ.กาญจนาภิเษก 2.ริมทางคู่ขนานพระราม 2 อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร 3.ริม ถ.พระราม 4 4.ริม ถ.อินทรพิทักษ์ 5.ริม ถ.ลาดพร้าว โชคชัยสี่ 6.ริม ถ.ดินแดง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.ริม ถ.พญาไท 8.ริม ถ.ตรีมิตร วงเวียนโอเดียน 9.ริม ถ.พระราม 6 10.ริม ถ.ลาดพร้าว ซ.ลาดพร้าว 95 11.ริม ถ.พระราม 4 ปทุมวัน 12.ริม ถ.นราธิวาส 13.ริม ถ.พระราม 3-เจริญกรุง 14.ริม ถ.พระราม 3 ยานนาวา 15.ริม ถ.พหลโยธิน จตุจักร 16.ริม ถ.นวมินทร์ บางกะปิ 17.ริม ถ.รัชดาภิเษก-ท่าพระ 18.ริม ถ.เจริญนคร คลองสาน 19.ริม ถ.ซอยนิคมบ้านพักรถไฟธนบุรี 5 บางกอกน้อย 20.ริม ถ.เพชรเกษม ภาษีเจริญ 21.ริม ถ.พหลโยธิน บางเขน 22.ริม ถ.จรัญสนิทวงศ์ บางพลัด 23 ริม ถ.พระราม 2 บางขุนเทียน 24.ริม ถ.สามเสน พระนคร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่ทั่วไป เกินค่ามาตรฐาน 17 สถานี ประกอบด้วย 1.แขวงบางนา 2.ต.ทรงคะนอง จ.สมุทรปราการ 3.แขวงคลองจั่น บางกะปิ 4.แขวงดินแดง 5.ต.บางกรวย จ.นนทบุรี 6.ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร 7.ต.ตลาด อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 8. ต.ปากน้ำ อ.เมืองฯ จ.สมุทรปราการ 9.ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ 10.ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 11.แขวงพญาไท 12.แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง 13.ต.นครปฐม อ.เมืองฯ จ.นครปฐม 14.แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร 15.แขวงคลองเตย 16.แขวงบางซื่อ 17.แขวงทุ่งสองห้อง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ตรวจพบค่าระหว่าง 79-149 มคก./ลบ.ม. เกินมาตรฐานที่บริเวณริม ถ.กาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ, ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ, ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ริมถนนคู่ขนานพระราม 2 อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร
ล้างถนนทุกสาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คพ.ยังคงประสานงานกับ กทม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กทม. บก.จร. กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กองทัพ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงสาธารณสุข และ ผวจ.ปริมณฑล ทั้ง 5 จังหวัด ดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา PM 2.5 อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง เช่น ล้างถนนทุกวันทุกสาย ฉีดละอองน้ำในอากาศเพื่อเพิ่มความชื้น ตรวจจับรถควันดำเกินค่ามาตรฐาน การทำฝนเทียม และห้ามเผาในที่โล่งอย่างเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดี คพ. เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 5 จังหวัด (นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร และสมุทรปราการ) เกินค่ามาตรฐานตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยมีสาเหตุหลักจากควันไอเสียรถยนต์ดีเซล การเผาในที่โล่ง และโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการกระจายตัวของฝุ่นละออง ส่งผลต่อการสะสมของฝุ่นละอองในบรรยากาศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า คพ.ในฐานะเป็นหน่วยงานหลักในการออกแนวทาง มาตรฐานและมาตรการ เพื่อควบคุม ป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษต่างๆ รวมถึงปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญและอยู่ในความสนใจของสาธารณชน ในขณะนี้ได้เพิ่มความเข้มข้นของมาตรการเพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดฝุ่นละออง PM2.5 โดยได้ขอความร่วมมือสำหรับหน่วยงานราชการที่ใช้รถยนต์ดีเซลให้ตรวจควันดำกับรถยนต์ราชการทุกคัน และดับเครื่องยนต์ในขณะจอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในส่วนของ คพ. ได้วางมาตรการตรวจสภาพรถยนต์ประจำทุกปี และติดตามตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับรองรถยนต์ราชการของ คพ.ทุกคันต้องไม่มีควันดำ ขณะนี้ทุกส่วนราชการ ได้ดำเนินการในเรื่องของการตรวจสภาพรถและการปรับปรุงเครื่องยนต์รถของราชการส่วนใหญ่แล้ว ทั้งนี้ ก็เพื่อคุณภาพอากาศที่ดีสำหรับทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ริมถนนคู่ขนานถนนพระราม 2 อ.เมืองฯ จังหวัดสมุทรสาคร พบปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) สะสมตั้งแต่ช่วงเช้ามืดมีค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) สูงถึง 229 ซึ่งขณะนี้จังหวัดสมุทรสาคร เป็นจังหวัดที่มีค่าฝุ่นสะสมสูงสุด มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งถนนพระราม 2 ถือว่าเป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งสินค้าที่สำคัญของประเทศ รถสัญจรผ่านตลอดทั้งวัน เต็มไปด้วยโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมากติดอันดับต้นๆ ของประเทศ และแหล่งชุมชน มีการก่อสร้างขยายถนน ทำให้การจราจรติดขัด ดังนั้นปริมาณรถยนต์บรรทุกที่ใช้น้ำมันดีเซลจำนวนมากที่มารวมตัวกันอยู่บริเวณนี้ทำให้เกิดการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ตลอดเวลา ทำให้เกิดปัญหาฝุ่นสะสมบนถนนพระราม 2
พ่นน้ำพระราม 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมกับป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ผู้บริหารท้องถิ่น นำรถบรรทุกน้ำ จำนวน 7 คัน ซึ่งแต่ละคันก็จุน้ำได้ถึง 10,000-12,000 ลิตร ต่อพ่วงกับเครื่องพ่นน้ำมาฉีดในบริเวณดังกล่าวเพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองบริเวณถนนพระราม 2 ซึ่งเครื่องพ่นน้ำและรถบรรทุกน้ำดังกล่าวจะเคลื่อนที่ไปฉีดพ่นน้ำทั่วไป ทั้งริมถนนคู่ขนานพระราม 2 ถนนที่เชื่อมต่อถนนพระราม 2 ให้อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ สมุทรสาครยังได้เพิ่มมาตรการเพิ่มเติมโดยได้สั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งทำการล้างถนน ดูดฝุ่นละอองบนท้องถนน ให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และขอให้ชะลอการก่อสร้างบนถนนพระราม 2 อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า &amp;ldquo;ต้องการให้ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์ให้เข้าใจถึงปัญหาอันตรายที่จะมีผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย ของฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 &amp;nbsp;รวมไปถึงอยากให้มีการแจกหน้ากาก N 95 ให้ทั่วถึงด้วย เพราะต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความเสี่ยงและยังมองเรื่องฝุ่นเป็นเรื่องปกติ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฯ จังหวัดราชบุรี มีค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) สูงถึง 206 และมีค่า PM 2.5 อยู่ที่ 96 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพมาก ล่าสุด นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ได้ออกหนังสือคำสั่งด่วน ลงนาม ณ วันที่ 26 มกราคม 2562 ประกาศห้ามให้มีการเผาไร่ นา ขยะ ฯลฯ โดยเด็ดขาดในพื้นที่จังหวัดราชบุรี โดยแจ้งหน้งสือไปยังนายอำเภอ ผู้อำนวยการอำเภอ ทุกอำเภอ นายกเทศมนตรีเมืองทุกแห่ง ผู้อำนวยการท้องถิ่น เพื่อแจ้งให้ประชาชน สถานประกอบการ โรงงานอุตสาหกรรมและผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ขอความร่วมมือกันทุกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทางจังหวัดจะทวีความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายตามลำดับ จากแจ้งขอความร่วมมือ เป็นห้ามกระทำการฝ่าฝืน ไปสู่การดำเนินคดีอาญา จนกระทั่งเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง หากมีมูลตามขั้นตอน เพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ ขอความร่วมมือร่วมใจให้ผ่านพ้นสถานการณ์วิกฤติเดือน ม.ค.-ก.พ.นี้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27586</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, กทม.และปริมณฑล, ควันพิษ, ดูดฝุ่นล้างถนน, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190126/image_big_5c4c6ff238168.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8317</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2018 07:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2018 07:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าเพิ่งเก็บร่ม!อุตุฯเตือน&#039;น้องฝน&#039;ยังอยู่ทุกภาค กทม.-ปริมณฑล ตก 60%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค.61-กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่องหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพฯ และปริมณฑล &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เวลา 06:00 น.วันนี้ - 06:00 น.วันพรุ่งนี้ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8317</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม.และปริมณฑล, กรมอุตุนิยมวิทยา, ทุกภาค, พยากรณ์อากาศ, พายุฝนฟ้าคะนอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180502/image_big_5ae9093f2618b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
