<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118818</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> วิจัยกรุงศรีฯ คาด กนง.ตรึงดอกเบี้ยนโยบายยาวจนถึงสิ้นปีหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค. 2564 วิจัยกรุงศรีรายงานว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจในเดือนสิงหาคมเกือบทุกภาคได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ที่รุนแรง ขณะที่การฟื้นตัวในระยะถัดไปยังมีความไม่แน่นอน โดยดัชนีการบริโภคภาคเอกชนเดือนสิงหาคมลดลงต่อเนื่องจากเดือนก่อน (-2.6% MoM sa) ตามกำลังซื้อที่อ่อนแอ และมาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มงวด ความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ด้านดัชนีการลงทุนภาคเอกชนลดลงจากเดือนก่อนเช่นกัน (-1.6%) โดยลดลงในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ขณะที่การลงทุนในหมวดก่อสร้างปรับดีขึ้นบ้างหลังการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดในพื้นที่ก่อสร้าง ด้านมูลค่าการส่งออกเติบโตชะลอลงเหลือเลขหลักเดียว เนื่องจากการแพร่ระบาดที่รุนแรงขึ้นทั้งในประเทศและประเทศคู่ค้า และปัญหา supply disruption ทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปรับลดลงเหลือ 15,105 คน จากเดือนก่อน 18,056 &amp;nbsp;คน &amp;nbsp;นอกจากนี้ ผลของอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศที่อ่อนแอลง ประกอบกับปัญหา supply disruption ทำให้ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เศรษฐกิจในไตรมาส 3 ของปีนี้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ที่รุนแรง และมีความเสี่ยงที่จะติดลบเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ปีที่แล้ว ขณะที่ปัจจุบันสถานการณ์จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันที่ผ่านจุดสูงสุด การฉีดวัคซีนที่มีความคืบหน้ามากขึ้น และการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มงวดลง รวมถึงมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ คาดว่าจะมีส่วนช่วยหนุนให้เศรษฐกิจในช่วงที่เหลือฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่การฟื้นตัวยังไม่สม่ำเสมอและมีความไม่แน่นอนอยู่ จากแบบจำลองการระบาดของวิจัยกรุงศรีประเมินภายใต้การฉีดวัคซีนเฉลี่ยวันละ 460,000 โดส และประสิทธิภาพของวัคซีนต่อไวรัสสายพันธุ์เดลต้าอยู่ที่ 50% พบว่าจำนวนผู้ติดเชื้อมีแนวโน้มลดลงอย่างช้าๆ โดยคาดว่าในช่วงสิ้นปีนี้จะมีผู้ติดเชื้อประมาณ 2,500 รายต่อวัน และเสียชีวิตราว 40 รายต่อวัน ทั้งนี้ ประเมินภายใต้ข้อสมมติว่าทางการยังใช้มาตรการควบคุมการระบาดตลอดทั้งปี แม้จะมีการผ่อนคลายทีละขั้นตอนแต่ยังคงข้อจำกัดบางประการด้วยความระมัดระวัง นอกจากนี้ ยังต้องติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงแก่เศรษฐกิจไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กนง.มีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ย พร้อมประเมินเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้และปีหน้าจะฟื้นตัวจากการใช้จ่ายในประเทศ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 29 กันยายน มีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% โดยคณะกรรมการฯ เห็นว่ามาตรการด้านการเงินจะมีประสิทธิผลมากกว่าการลดอัตราดอกเบี้ยที่ปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำ ล่าสุดธปท.คงประมาณการ GDP ปี 2564 เติบโตที่ 0.7% และปี 2565 ปรับขึ้นเล็กน้อยเป็นขยายตัว 3.9% จาก 3.7% ในการประชุมเดือนสิงหาคม โดยประเมินว่าพัฒนาการด้านวัคซีนที่ดีขึ้นและการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดที่เร็วกว่าคาด จะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นและการบริโภคภาคเอกชนในช่วงที่เหลือของปีนี้ ส่วนในปี 2565 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวจากการใช้จ่ายในประเทศเป็นสำคัญตามความเชื่อมั่นที่ปรับดีขึ้นต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากแบบจำลองของวิจัยกรุงศรีประเมินผลการลงมติล่าสุดของกนง. ชี้ว่าในการประชุมครั้งถัดไปในวันที่ 10 พฤศจิกายน มีความน่าจะเป็นเพียง 23.8% ที่กนง.จะลดดอกเบี้ยนโยบาย และมีความน่าจะเป็นสูงถึง 73.9% ที่จะคงดอกเบี้ยนโยบาย &amp;nbsp;วิจัยกรุงศรีคาดว่ากนง.จะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ในช่วงที่เหลือของปีนี้และตลอดปีหน้า เนื่องจาก (i) การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังเผชิญความเปราะบางท่ามกลางบาดแผลที่เกิดขึ้นจากวิกฤต COVID-19 อาทิ ภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นและตลาดแรงงานอ่อนแอ (ii) ทางการมุ่งเน้นการใช้มาตรการทางการเงินที่เจาะจงกลุ่มเป้าหมายเป็นสำคัญมากกว่าการปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย และ (iii) แม้อัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอาจทำให้ธนาคารกลางหลายแห่งปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในปี 2565 แต่สำหรับไทยคาดว่าจะยังไม่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีหน้า เนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปสงค์ยังอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนจากการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของธปท.ที่ระดับต่ำเพียง 0.2% ในปี 2564 และ 0.3% ในปี 2565 นอกจากนี้ การประเมินว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทยหรือ GDP จะยังไม่เพิ่มขึ้นเหนือระดับก่อนเกิดวิกฤต COVID-19 จนถึงปี 2566 สะท้อนถึงความจำเป็นการใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำต่อเนื่องเพื่อหนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118818</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนง., ดอกเบี้ยนโยบาย, วิจัยกรุงศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f6580788d50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118228</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 15:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 15:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอกฉันท์! &#039;กนง.&#039;คงดอกเบี้ยที่0.5%ต่อปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย. 2564 นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.5% ต่อปี พร้อมทั้งประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2564 จะขยายตัวได้ใกล้เคียงกับคาดการณ์ในการประชุมครั้งก่อนที่ 0.7% และปี 2565 ที่ 3.9% โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยยังมีความไม่แน่นอนสูง ขณะที่ระยะต่อไปมองว่าการกระจายวัคซีนที่ดีขึ้น และการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เร็วกว่าคาดการณ์จะเป็นผลบวกต่อเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไตรมาส 3/2564 จะเป็นจุดต่ำสุดของเศรษฐกิจ เนื่องจากผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 3 ที่รุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่การกระจายวัคซีนที่เร็วและดีขึ้นมาก รวมถึงการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่เร็วกว่าคาดการณ์ จะส่งผลดีให้เศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้และปีหน้าให้สามารถทยอยฟื้นตัวขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง&amp;rdquo; นายทิตนันทิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โจทย์สำคัญของเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ คือ การดำเนินมาตราการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เอื้อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและรายได้ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดย กนง. เห็นว่ามาตรการภาครัฐและการประสานนโยบายมีความสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่มาตรการสาธารณสุขเพื่อควบคุมการระบาดที่เอื้อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและรายได้ฟื้นตัวต่อเนื่องยังมีความสำคัญ มาตรการการคลังควรเร่งสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยเน้นการสร้างรายได้และเตรียมมาตรการเพื่อฟื้นฟูและยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนโยบายการเงินต้องสนับสนุนให้ภาวะการเงินโดยรวมผ่อนคลายต่อเนื่อง สำหรับมาตรการด้านการเงินและสินเชื่อควรเร่งกระจายสภาพคล่องไปสู่ผู้ได้รับผลกระทบให้ตรงจุดและลดภาระหนี้ อาทิ มาตรการสินเชื่อฟื้นฟู มาตรการพักทรัพย์พักหนี้ และมาตรการอื่น ๆ ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ควบคู่กับการผลักดันให้สถาบันการเงินเร่งปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้เห็นผลในวงกว้างและสอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจในไตรมาส 4/2564 นั้น มองว่ามีทั้งปัจจัยบวก อาทิ การอั้นของการอุปโภคบริโภคภาคประชาชนที่คาดว่าจะมีปริมาณมาก แต่ก็ยังมีปัจจัยลบที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 การควบคุมการแพร่ระบาดที่อาจจะช้ากว่าที่คาด ดังนั้นกรณีที่เศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวที่ 0.7% ก็ยังมีความไม่แน่นอนในช่วงไตรมาส 4/2564 กดดันอยู่ ด้านตลาดแรงงานมีแนวโน้มปรับดีขึ้น จากรายได้ของแรงงานในภาคบริการและผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ฟื้นตัวตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจขณะที่ปี 2565 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวจากการใช้จ่ายในประเทศเป็นสำคัญ ตามความเชื่อมั่นที่ปรับดีขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะทยอยฟื้นตัวอย่างช้า ๆ และการส่งออกจะยังได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และเซมิคอนดักเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทิตนันทิ์ กล่าวอีกว่า ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดหลังจากนี้ ได้แก่ การระบาดและการกลายพันธุ์ของโควิด-19 มาตรการควบคุมการแพร่ระบาด นโยบายการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ความเชื่อมั่นภาคเอกชนและภาคธุรกิจ และความต่อเนื่องของแรงสนับสนุนของมาตรการรัฐในด้านต่าง ๆ รวมถึงความคลี่คลายของปัญหาในภาคการผลิตที่ถูกกระทบจากการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ และปัญหาเซมิคอนดักซ์เตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสภาพคล่องในระบบการเงินยังอยู่ในระดับสูง โดยการกระจายตัวยังไม่ทั่วถึงจากความเสี่ยงด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอี และภาคครัวเรือน ทั้งนี้ มาตรการสินเชื่อฟื้นฟูที่ออกมาช่วยให้ธุรกิจเอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อเพิ่มขึ้น ด้านอัตราแลกเปลี่ยน เงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวผันผวนมากขึ้นจากช่วงก่อนหน้าจากการดำเนินนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลักและแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง คณะกรรมการฯ เห็นควรให้ติดตามพัฒนาการของตลาดการเงินโลกและไทยอย่างใกล้ชิด รวมถึงผลักดันการสร้างระบบนิเวศใหม่ของตลาดอัตราแลกเปลี่ยน (FX ecosystem) อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ภายใต้กรอบการดำเนินนโยบายการเงินที่มีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา ควบคู่กับดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนและเต็มศักยภาพ และรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน คณะกรรมการฯ ยังคงให้น้ำหนักกับการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นสำคัญ และจะติดตามปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ ได้แก่ พัฒนาการของมาตรการควบคุมการระบาดในประเทศ รวมทั้งความเพียงพอของมาตรการการคลังและมาตรการด้านการเงินและสินเชื่อ โดยพร้อมใช้เครื่องมือนโยบายการเงินที่เหมาะสมเพิ่มเติมหากจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118228</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนง., คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201223/image_big_5fe2fcf5e3393.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112199</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 15:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 15:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  ไม่ไหวอย่าฝืน! ‘กนง.’คงดอกเบี้ย 0.50% รับโควิดกระทบหนัก หั่นจีดีพีเหลือ 0.7% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค. 64 - นายทิตนันทิ์&amp;nbsp;มัลลิกะมาส เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กนง. เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2564มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ต่อปี ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2564 ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มากกว่าที่ประเมิน และมีความเสี่ยงด้านต่ำอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยได้ปรับลดคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้ลดลงเหลือ 0.7% จากคาดการณ์เดิมที่ 1.8% และปี 2565 ลดลงเหลือ 3.7% จากคาดการณ์เดิมที่ 3.9% เนื่องจากความเสี่ยงของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้ายังอยู่ในระดับสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp; โจทย์สำคัญคือเร่งควบคุมการระบาดและกระจายวัคซีน เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชน และเอื้อให้เศรษฐกิจและรายได้ภาคประชาชนกลับมา ขณะที่มาตรการด้านการเงิน การคลังจะต้องช่วยให้ตรงจอดและสอดคล้องกับสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การทบทวนตัวเลขประมาณการทางเศรษฐกิจครั้งนี้ เป็นการทบทวนเพิ่มเป็นพิเศษจากรอบปกติ โดยปรับลดลงตามการบริโภคเอกชนที่ได้รับผลกระทบมากในปีนี้ และแนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงมากในปีหน้า ด้านตลาดแรงงานเปราะบางมากขึ้น โดยเฉพาะภาคบริการและอาชีพอิสระ&amp;rdquo; นายทิตนันทิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112199</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนง., คงอัตราดอกเบี้ย, ทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610a4acdae819.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101839</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2021 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2021 14:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนง.สั่งคงดอกเบี้ย พยุงเศรษฐกิจอ่วมพิษโควิดรอบ3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ค. 64 - นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.50% ต่อปี โดยประเมินว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวชะลงลงมากจากการระบาดของโควิด-19 รอบ 3 ซึ่งส่งผลกระทบการใช้จ่ายในประเทศและแนวโน้มการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว

ทั้งนี้ โจทย์สำคัญของเศรษฐกิจในปัจจุบันคือการจัดหาและกระจายวัคซีนให้ทันการ ขณะที่มาตรการด้านการเงินต้องเร่งกระจายสภาพคล่องไปยังภาคธุรกิจและครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะมาตรการสินเชื่อ การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ที่จะช่วยเหลือได้ตรงจุดมากกว่าการลดดอกเบี้ยนโยบายที่ปัจจุบันอยู่ระดับต่ำ และสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101839</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนง., คงดอกเบี้ยนโยบาย, ทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210505/image_big_60924564ded90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 17:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ธปท.’ยอมรับแล้วเศรษฐกิจไทยฟื้นช้ากว่าเพื่อนหั่นจีดีพีเหลือแค่3%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค. 2564 นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน&amp;nbsp;(กนง.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า ที่ประชุม กนง.มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่&amp;nbsp;0.50%&amp;nbsp;ต่อปี เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง พร้อมทั้งปรับลดประมาณการการขยายตัวเศรษฐกิจไทยในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เหลือ&amp;nbsp;3%&amp;nbsp;จากเดิมที่&amp;nbsp;3.2%&amp;nbsp;และในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ปรับประมาณการเหลือ&amp;nbsp;4.7%&amp;nbsp;จาเดิมที่&amp;nbsp;4.8%&amp;nbsp;ตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงในปีนี้ จากเดิมที่คาดว่า จะอยู่ที่&amp;nbsp;5.5&amp;nbsp;ล้านคน เหลือ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การบอกว่าเศรษฐกิจไทยขยายตัวได้&amp;nbsp;3%&amp;nbsp;เป็นการฟื้นตัวแล้วคงไม่ใช่ การฟื้นตัวยังไม่เข้มแข็ง ยังจำเป็นต้องได้รับแรงสนับสนุนทั้งจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ทั้งนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง ซึ่งประเทศอื่น ๆ ฟื้นตัวได้ดีกว่าไทย ไทยยังช้า เพราะผลจากภาคบริการและภาคท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี ครึ่ง หรือกลับมาฟื้นตัวได้เหมือนก่อนช่วงเกิดโควิด-19&amp;nbsp;ช่วงกลางปี&amp;nbsp;2565&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายทิตนันทิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทิตนันทิ์ กล่าวอีกว่า การลดลงของจีดีพี สาเหตุหลักมาจากนักท่องเที่ยวที่กลับเข้ามาช้าลง ซึ่งเป็นผลมาจากการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ระลอก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รวมทั้งยังกระทบต่อการขยายตัวเศรษฐกิจไทยในไตรมาส&amp;nbsp;1/2564&amp;nbsp;จะขยายตัวได้ลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาส&amp;nbsp;4/2563&amp;nbsp;แต่อย่างไรก็ดี จากมาตรการภาครัฐ ทั้ง โครงการคนละครึ่ง,&amp;nbsp;โครงการ ม33&amp;nbsp;เรารักรัก และโครงการเราชนะ เป็นแรงกระตุ้นพอสมควร และทำให้เศรษฐกิจไทยไตรมาส&amp;nbsp;2/2564&amp;nbsp;จะกลับมาฟื้นตัวได้เร็ว แต่ก็เป็นผลกระตุ้นในระยะสั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กนง.ยังได้ปรับประมาณการส่งออกไทยในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยคาดว่าจะขยายตัวได้&amp;nbsp;10.0%&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากเดิมที่&amp;nbsp;5.7%&amp;nbsp;เป็นผลจากการส่งออกที่ขยายตัวต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงไตรมาส&amp;nbsp;4/2563&amp;nbsp;และที่ผ่านมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ส่งผลต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้าขยายตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อสินค้าส่งออกของไทยในทุกกลุ่มสินค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กนง.ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้เดิม จากนักท่องเที่ยวลดลงและการระบาดระลอกใหม่ แต่ได้รับปัจจัยหนุนจากการส่งออกและมาตรการที่ออกมาเพิ่มเติม แต่ก็ยังมีความเสี่ยงจากการกระจายวัคซีน และการกลับมาของนักท่องเที่ยว ส่วนระบบการเงินยังมีความเปราะบางจากการระบาดระลอกใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้น้อยและเอสเอ็มอี สภาพคล่องโดยรวมยังอยู่ในระดับสูงแต่กระจายตัวไม่ทั่วถึง อัตราแลกเปลี่ยนได้รับแรงกดดันจากดุลบัญชีเดินสะพัดลดลง โดยคาดว่าเกินดุลอยู่ที่&amp;nbsp;1.2&amp;nbsp;พันล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากคาดเดิมที่&amp;nbsp;11.6&amp;nbsp;พันล้านเหรียญสหรัฐ แต่ก็ประมาทไม่ได้ เพราะเงินทุนผันผวน&amp;rdquo; นายทิตนันทิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี กนง.เห็นว่า ความต่อเนื่องของนโยบายภาครัฐและการประสานนโยบายระหว่างหน่วยงานมีความสำคัญในระยะต่อไป มาตรการด้านการคลังต้องพยุงเศรษฐกิจไม่ขาดช่วง โดยเฉพาะการเร่งเบิกจ่าย มาตรการเยียวยาในระยะสั้นยังคงมีความจำเป็น แต่การจะให้เศรษฐกิจมีความเข้มแข็ง ต้องดูเรื่องการปรับโครงสร้างและภาคการผลิต นโยบายรัฐต้องปรับเปลี่ยนให้เพียงพอในการสนับสนุนเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวยั่งยืนเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97153</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนง., จีดีพี, ท่องเที่ยวกระทบ, ธปท., ฟื้นช้ากว่าเพื่อนบ้าน, เศรษฐกิจไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605af43fec74a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 15:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 15:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนง.เอกฉันท์คงดอกเบี้ย 0.50%ประคองเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค. 64 - นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า ที่ประชุม กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ต่อปี เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง พร้อมทั้งประเมินว่าตัวเลขเศรษฐกิจไทยในปี 2564 จะขยายตัวได้ที่ 3% ลดลงจากคาดการณ์เดิมที่ 3.2% และเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 4.7% ในปี 2565 โดยขยายตัวต่ำกว่าประมาณการเดิมบ้าง จากการปรับลดจำนวนนักท่องเที่ยว และผลกระทบของการระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97137</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนง., คงดอกเบี้ยนโยบาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605af43fec74a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96960</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2021 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2021 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาดประชุม กนง. ยังคงตรึงดอกเบี้ย 0.5%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มี.ค. 2564 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 24 มีนาคมนี้ กนง. จะพิจารณาคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% หลังภาครัฐมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อดูแลผลกระทบจากโควิดระลอกใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวดีขึ้นหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกสองในประเทศไทยเริ่มบรรเทาลง ขณะที่วัคซีนโควิด-19 ได้ทยอยเข้ามาตามแผนการจัดหาวัคซีนของไทย ในขณะที่ ทางการคงติดตามสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยหลังมีมาตรการทางการคลังที่ออกมาเพิ่มเติม เช่น โครงการคนละครึ่งเฟส 2 โครงการเราชนะ และโครงการเรารักกัน ตลอดจนมาตรการทางการเงินที่ออกมาก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นการต่ออายุมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ การลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำ การลดค่างวดผ่อนชำระ รวมถึงล่าสุดการปรับเกณฑ์ลดอัตราดอกเบี้ยผิดสัญญาเงินกู้-ผิดนัดชำระหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในการประชุม กนง. รอบนี้จะมีการทบทวนประมาณการเศรษฐกิจไทยรอบใหม่ โดยจากประมาณการครั้งล่าสุด กนง. มองว่าเศรษฐกิจไทยปี 2564 จะขยายตัว 3.2% ซึ่งการประเมินดังกล่าวยังไม่ได้รวมผลกระทบจากการแพร่ระบาดระลอกใหม่ ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้ที่ กนง. อาจมีการปรับลดประมาณการเศรษฐกิจในการประชุมที่จะถึงนี้ อย่างไรก็ดี จากปัจจัยบวกที่มีเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกมาเพิ่มเติม คาดว่ากนง. น่าจะปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยในปีนี้ลงเพียงเล็กน้อย จึงเป็นการสนับสนุนการคาดการณ์การคงดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. ไว้ที่ 0.5%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ คงจะต้องติดตามมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่อาจออกมาเพิ่มเติม โดยธปท. มีแนวโน้มที่จะมุ่งเน้นการใช้มาตรการแก้ปัญหาอย่างตรงจุดมากกว่าการใช้มาตรการทั่วไปอย่างการปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย โดยหนึ่งในมาตรการที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาและคาดว่าธปท. อาจนำออกมาใช้คือโครงการ &amp;ldquo;พักทรัพย์พักหนี้&amp;rdquo; โดยหลักการคือให้ลูกหนี้ตีโอนทรัพย์เพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่ให้เจ้าหนี้และลูกหนี้มีสิทธิ์ซื้อคืนในราคาตามที่ได้มีการตกลงกันไว้ล่วงหน้า ซึ่งมาตรการนี้คาดหวังว่าจะช่วยลดภาระการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยในช่วงที่ธุรกิจยังไม่กลับมาสู่ระดับปกติได้ อีกทั้งจะเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ที่เข้าโครงการ สามารถที่จะเช่าทรัพย์ที่ตีโอนให้สถาบันการเงิน กลับมาใช้ในการทำธุรกิจได้ ซึ่งจะช่วยพยุงการจ้างงาน อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามในรายละเอียดของมาตรการหลังมีความชัดเจนมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96960</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนง., ตรึงดอกเบี้ย, ศูนย์วิจัยกสิกรฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_6059573bc4b7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
