<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>5374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2018 23:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2018 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทรวงอุตฯหนุน &#039;SME&#039;หมื่นราย ใช้เทคโนโลยีลดต้นทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อุตตม&amp;quot;เดินหน้าร่วมพัฒนาเอสเอ็มอี 1 หมื่นรายในปีนี้ ดึงใช้เทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิต 10% ย้ำต้องเน้นลงทุนโครงการใหญ่ด้วย หวังฉุดเศรษฐกิจ พร้อมดันโครงการไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบินเข้า ครม. ในวันที่ 20 มี.ค. 61 ชี้ได้ผู้ชนะการประมูลในไตรมาส 3 ของปี 61&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายในงาน&amp;quot; Thailand Taking off to New Heights&amp;quot;ว่า ปัจจุบันไทยกำลังปฎิรูปประเทศและมีแผนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะต้องมีการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน และผู้ประกอบขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) โดยตั้งเป้าภายในปี 2561 นี้จะทำงานร่วมกัน 10,000 รายเพื่อพัฒนาเทคโนโลยี ส่งผลให้ลดต้นทุนการผลิต 10% ทั้งนี้จะต้องพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง แม้อาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการพัฒนาระดับหนึ่ง แต่เชื่อว่าเมื่อบุคลากรมีศักยภาพจะสามารถเป็นแรงงาน 4.0 และรองรับต่อนโยบายของประเทศได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งที่ต้องมีตอนนี้คือการลงทุนขนาดใหญ่ของประเทศไทย และการศึกษากรอบยุทธศาสตร์ให้ชัดเจน ซึ่งไม่ใช่การสนับสนุนด้านการเงินอย่างเดียว และต้องยอมรับว่าก่อนหน้านี้การลงทุนของไทยเงียบเหงาลงไป ซึ่งหากต่อไปนี้มีการกระตุ้นในส่วนนี้ จะทำให้ปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม และผลักดันเอสเอ็มอีให้มีศักยภาพมากขึ้น ผ่านการพัฒนาในด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านเทคโนโลยีอย่างเข้มข้น ซึ่งจะนำไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 ด้วย&amp;quot;นายอุตตม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคณิศ แสงสุพรรณ&amp;nbsp;เลขาคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กนศ.) กล่าวว่าวันที่ 20 มี.ค. นี้ กนศ. จะมีการเสนอโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อม 3 สนามบิน ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งหากได้รับการเห็นชอบคาดว่าจะสามารถเปิดประมูลได้ภายในเดือนมี.ค. มูลค่าการลงทุน 300,000 ล้านบาท และได้ผู้ชนะประมูลช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็น 1 ใน 5 โครงการเร่งด่วนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่มีผลต่อความสำเร็จของอีอีซี ซึ่งโครงการนี้พัฒนามาจากโครงการรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออก (ลาดกระบัง-ระยอง) ที่เป็นโครงการเดิม แต่ได้ปรับปรุงหลักการให้เข้าเชื่อม 3 สนามบินอย่างไร้รอยต่อ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะที่มูลค่าการลงทุนรวม 5 โครงการหลักของอีอีซี(โครงการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา , โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน , โครงการพัฒนาท่าเรือมาบตาพุด , โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 ) ทั้งหมด 700,000 ล้านบาท ต้องได้ผู้ลงทุนทั้งหมดไม่เกินไตรมาสแรกของปี 2562&amp;quot;นายคณิศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) กล่าวว่างานสัมมนาครั้งนี้มีนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติรวมถึงหน่วยงายภาครัฐเข้าร่วมกว่า 3,000 คน เพื่อประกาศย้ำทิศทางในการส่งเสริมการลงทุนของไทย รวมถึงชี้แจงแนวทางและความคืบหน้าของพื้นที่อีอีซีให้เข้าถึงกลุ่มผู้สนใจได้โดยตรงเพื่อสนับสนุนให้เกิดการลงทุนในอนาคต ซึ่งบีโอไอพร้อมที่จะให้คำปรึกษากับผู้ที่สนใจเข้ามาลงทุน ผ่านการเสนอโปรโมชันต่าง ๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5374</URL_LINK>
                <HASHTAG>SME, กนศ., คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก, คณิศ แสงสุพรรณ, ดวงใจ อัศวจินตจิตร์, บีโอไอ, รถไฟความเร็วสูง, รถไฟเชื่อมสามสนามบิน, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน, อีอีซี, อุตตม สาวนายน, ไฮสปีดเทรน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180226/image_big_5a93ce3378ce0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3921</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2018 16:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2018 16:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนศ.จ่อชงครม.เคาะความเร็วรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กนศ. แย้ม&amp;quot;นายก&amp;quot;เห็นชอบรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เตรียมเสนอ ครม.เคาะความเร็ว-ค่าโดยสารเร็ว ๆ นี้ คาดเปิดประมูล มี.ค.นี้ ก่อนได้ผู้ลงทุนในไตรมาส 3 ของปี 61&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ. 2560 - นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(กนศ.) ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติเห็นชอบหลักการของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เพื่อเตรียมจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบต่อไป รวมทั้งเห็นชอบในหลักการให้สำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกรศ.) ไปศึกษาการขยายพื้นที่อีอีซีในพื้นที่ให้เชื่อมโยง 3 จังหวัดเดิม และนำกลับมาเสนอ กนศ.อีกครั้ง หลังจากพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. ... มีผลบังคับใช้แล้ว คาดจะสามารถเปิดประมูลได้ภายในเดือนมี.ค. และได้ผู้ชนะประมูลช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา เป็น 1 ใน 5 โครงการเร่งด่วนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่มีผลต่อความสำเร็จของอีอีซี ซึ่งโครงการนี้พัฒนามาจากโครงการรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออก (ลาดกระบัง-ระยอง) ที่เป็นโครงการเดิม แต่ได้ปรับปรุงหลักการให้เข้าเชื่อม 3 สนามบินอย่างไร้รอยต่อ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศและประชาชนในอนาคต ยกระดับสนามบินอู่ตะเภามาเป็นสนามบินนานาชาติแห่งที่ 3 ให้ทำงานควบคู่กับสนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิที่มีผู้โดยสารเกินความจุแล้ว 17 ล้านคนต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เบื้องต้นเตรียมข้อเสนอโครงการรถไฟความเร็วสูงให้ ครม. พิจารณาด้วยความเร็ว 250 กิโลเมตร(กม.)ต่อชั่วโมง(ชม.)
สามารถวิ่งเส้นทางสนามบินอู่ตะเภา-กรุงเทพ ระยะทาง 250 กม.ต่อชม. ได้ภายใน 45 นาที เทียบกับรถยนต์ใช้เวลาเดินทาง 2-3 ชั่วโมง แบ่งระยะจอดออกเป็น 5 สถานี ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ศรีราชา พัทยา และอู่ตะเภาอัตราค่าโดยสารจากมักกะสัน-พัทยาประมาณ 270 บาท มักกะสัน-สนามบินอู่ตะเภาประมาณ 330 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3921</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนศ., นายกรัฐมนตรี, ประยุทธ์, รถไฟความเร็วสูง, สนามบิน, อีอีซี, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180226/image_big_5a93ce3378ce0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3470</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2018 23:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2018 06:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มหานครการบิน’อู่ตะเภา’ฝันใกล้จริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กนศ.) เปิดเผยภายหลังงานสัมมนา &amp;ldquo;โครงการศึกษาเมืองการบินภาคตะวันออก&amp;rdquo; ว่าขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำแผนงานเชิงกลยุทธ์การพัฒนาเมืองการบินภาคตะวันออกให้กลายเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและสังคมของภูมิภาค ซึ่งการศึกษาอยู่ในช่วงระยะที่ 2 พื้นที่ 6,500 ไร่ คาดจะแล้วเสร็จภายใน 18 เดือน และจะลงรายละเอียดในแต่ละโครงการที่จะเกิดขึ้นเพื่อยกระดับให้สนามบินอู่ตะเภาเป็นมหานครแห่งการบิน ในปี 2565&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3470</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนศ., คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก, คณิศ แสงสุพรรณ, อู่ตะเภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180219/image_big_5a8af46db0be8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3349</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2018 12:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2018 12:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แนะคลังทำแลนด์แบงก์บริหารที่ดินคุมซื้อเก็งกำไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขา กนศ. แนะคลัง ทำแลนด์แบงก์บริหารที่ดินเชิงพาณิชย์รองรับการลงทุน ป้องกันการเก็งกำไรที่ดินโยนธนารักษ์ดูแล พร้อมร่วมมือวิทยาลัยเทคนิค 12 แห่ง พัฒนาการศึกษาแก้ปัญหาขาดแรงงานช่างในอีอีซี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ. 2561 - นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ พิเศษภาคตะวันออก (กนศ.) เปิดเผยว่า ได้เสนอแนวคิดให้กระทรวงการคลัง จัดทำธนาคารที่ดิน หรือแลนด์แบงก์ ขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการที่ดินในเชิงพาณิชย์รองรับการขยายตัวของเมือง รวมถึงให้มีที่ดินเพียงพอรองรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไม่ว่าจะเป็นโครงการอีอีซี หรือโครงการอื่นๆในอนาคต ตลอดจนเป็นการป้องกันการเก็งกำไรที่ดินของนายทุนที่เข้าไปซื้อที่ดินล่วงหน้าได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้รัฐบาลมีปัญหาเรื่องที่ดินมาก คิดอยากจะสร้างอะไร พัฒนาอะไรก็มีอุปสรรคหาที่ดินสำหรับก่อสร้างไม่ได้ ซึ่งหลายๆ ประเทศก็มีการสร้างแลนด์แบงก์ขึ้นมา โดยเข้าไปลงทุนซื้อที่ดินมาไว้ เพื่อลงทุนพัฒนาเอง หรือเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาเช่าบางส่วนเพื่อพัฒนาในรูปแบบเชิงพาณิชย์ และบางส่วนก็อาจใช้ประโยชน์ในเชิงสังคม ซึ่งมองว่ามีโอกาสมากเพราะปกติที่ดินจะราคาขึ้นตลอด อย่างประเทศจีนก็ขึ้นมาถึง 20เท่า ดีกว่าปล่อยไปให้นายทุนได้ประโยชน์จากการเก็งกำไร ซึ่งยืนยันว่ารัฐบาลไม่ต้องการให้มีการเก็งกำไรที่ดิน อย่างในโครงการอีอีซีที่มีเขตพัฒนาเศรษฐกิจ 22 แห่ง ก็จะเน้นการพัฒนาในพื้นที่นิคมเดิมเป็นหลัก ไม่ได้ไปสร้างนิคมใหม่ให้คนมาเก็งกำไร&amp;rdquo;นายคณิศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การทำแลนด์แบงก์สามารถทำได้เลย ไม่ติดขัดขั้นตอนทางกฎหมาย &amp;nbsp;เพราะสามารถให้บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของกรมธนารักษ์ ทำได้ในรูปแบบกองทุนระยะยาวออกขายให้นักลงทุน เช่น ให้ผลตอบแทน 5% ก็ถือว่าทำได้เพราะเชื่อว่าราคาที่ดินจะขึ้นได้สูงกว่านั้น นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้รัฐบาลเก็บภาษีที่ดินที่ได้ประโยชน์จากโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยหากมีการขายต่อก็จะต้องเสียภาษีเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปัญหาขาดแคลนแรงงานสายช่างในพื้นที่อีอีซี ประเมินว่ามี 50,000 คน ซึ่งขณะนี้รัฐบาลกำลังเร่งแก้ปัญหา โดยร่วมมือวิทยาลัยเทคนิค 12 แห่งในระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา จัดทำโครงการสัตหีบโมเดล นำบริษัทเอกชนเข้าร่วมพัฒนาหลักสูตรกับสถาบันการศึกษา พร้อมทั้งออกค่าใช้จ่ายให้นักศึกษาเรียนฟรี มีงานทำ ซึ่งคาดว่าจะผลิตแรงงานป้อนอุตสาหกรรมในอีอีซีได้เพิ่มจากปีละ 300 คน เพิ่มเป็น 6 พันคน นอกจากนี้ยังใช้ ม.44 เพิ่มความรวดเร็วในการจัดทำหลักสูตรการเรียนใหม่ใน 2 เดือน และอนุญาตให้ผู้เชี่ยวชาญมาสอนเด็กนักเรียนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า พร้อมรับข้อเสนอของเลขาฯ อีอีซี ไปศึกษา ซึ่งขณะนี้รัฐบาลกำลังมีการจัดทำกฎหมายธนาคารที่ดินเพื่อการเกษตร โดยจะเน้นการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรอยู่ ซึ่งจะไปดูว่ากฎหมายสามารถเปิดให้ธนาคารที่ดินนี้ ทำที่ดินเพื่อเชิงพาณิชย์ได้หรือไม่ รวมถึงแนวทางการจัดการทำกองทุนฯ ก็จะเข้าไปพิจารณาเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3349</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนศ., กรมธนารักษ์, คณิศ แสงสุพรรณ, คลัง, อีอีซี, แรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180218/image_big_5a8910070014f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
