<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110859</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 17:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 17:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนอ. กระทุ้งก.แรงงาน เร่งจัดหาวัคซีนให้ชาวต่างชาติที่ทำงานในนิคมฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.2564 นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่าได้รับมอบหมายจากนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เข้าประชุมหารือร่วมกับนายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เกี่ยวกับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้นักลงทุนและผู้ปฏิบัติงานที่เป็นชาวต่างชาติในประเทศไทย โดยก่อนหน้านี้ มีนักลงทุนต่างชาติที่ได้รับการสนับสนุนวัคซีนจากความร่วมมือของกระทรวงแรงงานและคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ประมาณ 36,000 คน ในการนี้จึงได้แจ้งว่า ยังมีชาวต่างชาติที่ปฏิบัติงานในนิคมอุตสาหกรรมที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มของนักลงทุนบีโอไออีกประมาณ 8,000 คน จึงขอให้กระทรวงแรงงานและบีโอไอนำไปพิจารณาเพื่อขอโควต้าเพิ่มเติมจากกระทรวงสาธารณสุขให้แก่นักลงทุนและผู้ปฏิบัติงานในกลุ่มนี้เพิ่มเติม เนื่องจากเป็นบุคลากรกลุ่มสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ


ทั้งนี้ กนอ.มีความประสงค์ขอรับการจัดสรรวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ผู้ประกอบการ ผู้ปฏิบัติงานชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไทย ซึ่งกระทรวงแรงงานเห็นควรให้ กนอ.ประสานข้อมูลการขอรับการจัดสรรวัคซีนร่วมกับบีโอไอในคราวเดียว เพื่อให้การจัดสรรวัคซีนเป็นไปอย่างรวดเร็วและทันท่วงที สำหรับหลักเกณฑ์การสนับสนุนวัคซีนแก่นักลงทุนต่างชาติของ กนอ.คือ ผู้บริหารและผู้ชำนาญการจากต่างประเทศ กลุ่มสมาร์ทวีซ่าที่อยู่ในไทยเกิน 6 เดือน และครอบครัวอายุ 18 ปีขึ้นไปที่ไม่เคยได้รับวัคซีนเข็มแรกที่อื่นมาก่อน


ส่วนวัคซีนที่จะนำมาฉีดให้กับกลุ่มดังกล่าวคือ วัคซีนแอสตร้าเซเนก้าที่ได้รับบริจาคจากประเทศญี่ปุ่น สถานที่ฉีดจะใช้จุดบริการที่มีอยู่แล้วของกระทรวงแรงงาน โดยกำหนดจุดในกรุงเทพมหานคร 10 จุด และในต่างจังหวัดที่ระยอง ชลบุรี สมุทรปราการ จังหวัดละ 1 จุด คาดว่าจะเริ่มทยอยฉีดได้ประมาณเดือนส.ค.นี้


&amp;ldquo;กนอ.จะพยายามติดตามความคืบหน้าในการจัดสรรวัคซีนโควิด-19 ให้กับบุคลากรภายใต้การกำกับดูแลให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ผู้ปฏิบัติงานในนิคมฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคนเหล่านี้จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคการผลิตและการส่งออก และช่วยนำพาเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศให้มีความแข็งแกร่งตามไปด้วย เมื่อปัญหาโควิดบรรเทาลง&amp;rdquo; นายวีริศ กล่าว
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110859</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ฉีดวัคซีน, กนอ., การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, ชาวต่างชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210529/image_big_60b1b83fc379b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100065</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2026 19:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2021 13:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนอ.ตกลงจ้าง &#039;วีริศ อัมระปาล&#039; เป็นผู้ว่าการคนใหม่ พร้อมเริ่มงานทันที 20 เม.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย. 2564 - นายนรินทร์ กัลยาณมิตร ประธานคณะกรรมการ กนอ.(บอร์ด กนอ.) เปิดเผยว่าได้จัดพิธีลงนามในสัญญาจ้างผู้ว่าการ กนอ.คนใหม่ ซึ่งเป็นคนที่ 12 หลังคณะกรรมการสรรหา มีมติเป็นเอกฉันท์เลือกนายวีริศ อัมระปาล สานต่อโครงการเมกะโปรเจกต์ขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งภายหลังการเจรจาเรื่องค่าตอบแทนและสัญญาจ้างแล้ว ได้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 64 ทั้งนี้ นายวีริศฯ จะเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าการ กนอ.ตามเงื่อนไขและสัญญาจ้างที่มีต่อ กนอ.โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. 2564 เป็นต้นไป

ด้านนางสาวสมจิณณ์ พิลึก อดีตผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่า ในส่วนของโครงการสำคัญต่างๆ ที่เตรียมส่งมอบให้กับผู้ว่าการ กนอ.คนใหม่สานต่อ โดยเฉพาะโครงการเมกะโปรเจกต์ที่กนอ.ขับเคลื่อนตามนโยบายรัฐบาล ประกอบด้วย 1.โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท พาร์ค 2. โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 เรื่องที่ 3.การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน&amp;nbsp; คือ การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสระแก้ว และการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสงขลา และ 4. การพัฒนานิคมและท่าเรืออุตสาหกรรมเข้าสู่การเป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการต่างๆที่รัฐมุ่งส่งเสริมการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนำเทคโนโลยีเครือข่ายอัจฉริยะ 5G มาประยุกต์ใช้ตามแผนพัฒนาการบริหารและการดำเนินงานของนิคมอุตสาหกรรม ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กนอ.ทั้ง 14 แห่ง โดยตั้งเป้าให้ทุกนิคมอุตสาหกรรมก้าวสู่การเป็นนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่นำไปสู่การปฏิวัตินิคมอุตสาหกรรม และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทย และสร้างประโยชน์ให้กับภาคเศรษฐกิจในระยะยาวได้&lt;/p&gt;
ufa88s
ufaclub24
ufa678
ufa777m
sa gaming
hengjing168
lucabet168
aw8
faz123
pg wallet</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100065</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนอ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607e6f73a1360.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94810</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2021 21:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2021 21:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนอ.รับมอบหน้ากากอนามัย-เจลแอลกอฮอล์ล้างมือจากภาคเอกชน เพื่อส่งต่อพื้นที่เสี่ยง-ควบคุมสูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ) รับมอบหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ จากสมาคมนักธุรกิจไทย-จีน เพื่อส่งมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่อยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง และพื้นที่ควบคุม ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยังมีการพบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;(1 มี.ค.64) นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ที่ 4 จากทางด้านขวา) รับมอบหน้ากากอนามัยจำนวน 10,000 ชิ้น และเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ขนาด 500 ml จำนวน 90 ชิ้น จากสมาคมนักธุรกิจไทย-จีน โดยนายค่วง จิ่นหลง ประธานสมาคมนักธุรกิจไทย-จีน (ที่ 4 จากทางด้านซ้าย) พร้อมคณะเพื่อส่งมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่อยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง และพื้นที่ควบคุม อาทิ พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด นิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร และนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ขณะนี้ยังคงพบผู้ติดเชื้อไวรัสดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94810</URL_LINK>
                <HASHTAG>-เจลแอลกอฮอล์, กนอ., น.ส.สมจิณณ์ พิลึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210302/image_big_603e50da08a01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88266</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2020 09:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2020 09:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนอ.คุมเข้มนิคมในพื้นที่เสี่ยงโควิด-19วอนคนทำงานงดเดินทางออกนอกพื้นที่  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ธ.ค. 2563 นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ตามที่นายสุริยะ &amp;nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มีข้อสั่งการให้ กนอ.กำชับโรงงานอุตสาหกรรมทุกแห่งในพื้นที่นิคมฯปฏิบัติตามแนวทางและคำสั่งจังหวัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด หลังมีการระบาดครั้งใหม่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมขอให้ทุกหน่วยเฝ้าระวัง ชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการ และบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะโรงงานที่มีการใช้แรงงานต่างด้าว เพื่อให้ความช่วยเหลือและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยในส่วนของผู้ประกอบการอย่าตระหนกหรือกลัวความผิดและห้ามขนย้ายแรงงานออกนอกโรงงานอย่างเด็ดขาด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันได้กำชับให้ผู้ประกอบการต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมหากมีแรงงานในสถานประกอบการติดเชื้อ ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการสอบสวนโรคตามขั้นตอน ทั้งนี้ได้ขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในสำนักงานนิคมฯ งดเดินทางออกนอกพื้นที่ตั้งของนิคมฯ หรือในพื้นที่เสี่ยงจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย หรือมีมาตรการผ่อนปรน โดยในส่วนของการปฏิบัติงานได้ขอให้ปรับใช้รูปแบบทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านทางอี-เมลล์ ไลน์ หรือระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ และหากจำเป็นต้องเดินทางมาประชุมยังสำนักงานใหญ่ ขอให้ปรับใช้การประชุมในระบบการประชุมทางไกล &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88266</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนอ., นิคมเสี่ยงโควิด, สมจิณณ์ พิลึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200918/image_big_5f64a38c58c8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87505</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2020 08:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2020 08:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนอ.โชว์ผลงานขาย/เช่าที่ดินนิคมกว่า2พันไร่มีการลงทุน 2 แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ธ.ค. 2563 นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เผยผลประกอบการ กนอ.ปีงบประมาณ 2563 (ต.ค. 2562-ก.ย. 2563) ว่ามียอดขาย/เช่าที่ดิน ในปี 2563 ประมาณ 2,150.45 ไร่ ซึ่งลดลงจากปีก่อนเพียงเล็กน้อย 1.52 % ที่ขายได้ 2,183 ไร่ โดยแบ่งเป็นพื้นที่ในอีอีซี จำนวน 1,840.58 ไร่ และนอกอีอีซี จำนวน 309.87 ไร่ มูลค่าการลงทุนทั้งหมด 239,038.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ที่มีจำนวน 30,527.54 ล้านบาท คิดเป็น 683.02 % ซึ่งจะเห็นได้ว่ามูลค่าการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เนื่องมาจากการลงทุนเพิ่มของฐานลูกค้าเดิมที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ และอุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่ง ก่อให้เกิดการจ้างงาน 32,753 คน เพิ่มขึ้น 494.21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าซึ่งมีการจ้างงาน 5,512 คน

ทั้งนี้ ในภาพรวมแม้ว่าเศรษฐกิจโลกยังคงชะลอตัวและอาจส่งผลกระทบบ้าง เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้การเดินทางจากต่างประเทศเป็นไปได้ยาก อย่างไรก็ตาม กนอ.ได้รับอานิสงค์จากฐานลูกค้าเดิมในนิคมอุตสาหกรรมที่มีการลงทุนในช่วงนี้เป็นผลให้ผลประกอบการของ กนอ.ในปีงบประมาณ 2563 สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรม 5 อันดับแรก ที่นักลงทุนให้ความสนใจลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมปีงบประมาณ 2563 ได้แก่ 1.อุตสาหกรรมยานยนต์ และการขนส่ง 2.เหล็ก และผลิตภัณฑ์โลหะ 3.ยาง พลาสติก และหนังเทียม 4.เครื่องยนต์ เครื่องจักร และอะไหล่ 5.เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ โดยประเทศที่ลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน ออสเตรเลีย และฮ่องกง ตามลำดับ ปัจจุบันนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ภายใต้การกำกับของกนอ.มีศักยภาพพร้อมรองรับการลงทุนอย่างเต็มที่ทั้งในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคต่างๆอย่างครบถ้วน

&amp;ldquo;กนอ.คาดว่าหลังสถานการณ์โควิด-19 จะเป็นโอกาสลงทุน โดย กนอ.จะใช้โอกาสนี้เสริมสร้างศักยภาพของการให้บริการระบบสาธารณูปโภค ด้วยการยกระดับมาตรฐานการให้บริการสู่ &amp;nbsp;Facility 4.0 ควบคู่กัน เช่น การติดตั้งมิเตอร์วัดน้ำอัจฉริยะ แทนมิเตอร์น้ำในรูปแบบเดิม และยกระดับการให้บริการอนุมัติอนุญาต ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนในการให้บริการระบบสาธารณูปโภคและการบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมตามมาตรฐานสากล และยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในนิคมฯซึ่งเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของโลกได้อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าในปี 2564 กนอ.จะมียอดขาย/เช่าพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมประมาณ 2,500 ไร่ และสามารถจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมใหม่ได้ประมาณ 2-3 แห่ง&amp;rdquo;นางสาวสมจิณณ์ กล่าว

รายงานข่าวจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า หลังจากเปิดรับสมัครผู้ว่าการการนิคมฯ คนใหม่แทนน.ส.สมจิณณ์ &amp;nbsp;พิลึก ผู้ว่ากนอ. ซึ่งจะหมดวาระวันที่ 20 เม.ย. 64 &amp;nbsp;โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ &amp;nbsp;9 พ.ย. และปิดรับสมัครไปเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. มีผู้ลงสมัครทั้งสิ้น &amp;nbsp;4 &amp;nbsp;ราย &amp;nbsp;เป็นบุคคลภายใน &amp;nbsp;2 ราย คือ นายอัฐพล จิรวัฒน์จรรยา &amp;nbsp;รองผู้ว่าการสายงานยุทธศาสตร์และพัฒนา &amp;nbsp;และนายพรเทพ ภูริพัฒน์ &amp;nbsp;รองผู้ว่าการ สายงานปฏิบัติการ &amp;nbsp;ส่วนอีก 2 ราย &amp;nbsp;เป็นบุคคลภายนอก คือ นายทรงวุฒิ อภิรักษ์ขิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย-อะมาดิอุส เซาท์อีสต์ เอเชีย จำกัด และนายวีริศ อัมระปาล ที่ปรึกษานายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม &amp;nbsp;ในด้านวิชาการ

ทั้งนี้ภายในวันที่ 25 ธ.ค. คณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการการนิคมฯ คนใหม่ ซึ่งมีนายดำรงศักดิ์ เครือแก้ว เป็นประธาน &amp;nbsp;จะเปิดให้ผู้สมัครทั้ง &amp;nbsp;4 &amp;nbsp;ราย แสดงวิสัยทัศน์ต่อคณะกรรมการสรรหา จากนั้นจะคัดเลือกเสนอชื่อเข้าคณะกรรมการ (บอร์ด) กนอ. เพื่อพิจารณา คาดว่า ใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน จะประกาศชื่อผู้ได้รับตำแหน่งผู้ว่าการกนอ.คนใหม่ &amp;nbsp;มีหลายฝ่ายคาดการณ์ว่า ผู้ว่ากนอ.คนใหม่ มีแนวโน้มจะเป็นคนนอกมากกว่าคนใน &amp;nbsp; &amp;nbsp;

สำหรับงานที่ผู้ว่ากนอ.คนใหม่ต้องมาสานต่อ เช่น การพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 , โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม สมาร์ท พาร์ค เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย &amp;nbsp;เช่น อุตฯการบินและโลจิสติกส์ , อุตฯการแพทย์ , อุตฯหุ่นยนต์ , อุตดิจิทัล รวมทั้งโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ หรือเอสอีแซด ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมตั้งอยู่ในพื้นที่จ.สระแก้ว และสงขลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87505</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนอ., การนิคมอุตสาหกรรมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, ขายที่ดิน, น.ส.สมจิณณ์ พิลึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd09df68c5d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86413</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 16:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 16:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนอ.จัดโปรช่วยเอกชนอีกรอบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค. 2563 นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบกับการประกอบกิจการของผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมบางส่วน และมีแนวโน้มว่าสถานการณ์การระบาดจะยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ ดังนั้น เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม และช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานทำให้สามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง กนอ.จึงได้กำหนดมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมเพิ่มเติม ระยะที่ 3 ด้วยการขยายระยะเวลายกเว้นค่าบริการอนุญาตการประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม จำนวน 11 รายการ ออกไปอีก 6 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนต.ค. 2563 &amp;ndash; มี.ค. 2564 ครอบคลุมคำขอย้อนหลังที่ได้รับอนุมัติตั้งแต่เดือนต.ค. 2563 จนถึงปัจจุบัน โดยมูลค่าการยกเว้นค่าบริการอนุญาตฯ ในครั้งนี้ ประมาณ 12 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับค่าบริการอนุญาตการประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม จำนวน 11 รายการ ประกอบด้วย 1.การอนุญาตใช้ที่ดิน/รับโอนสิทธิการใช้ที่ดิน การขอหยุด/เลิกประกอบกิจการ 2.การต่ออายุหนังสืออนุญาต 3.การเปลี่ยนแปลงประเภทการประกอบกิจการ 4.การออกหนังสือรับแจ้งการประกอบกิจการ 5.การโอนสิทธิการใช้ที่ดิน การคืนสิทธิ-รับคืนสิทธิการใช้ที่ดิน &amp;nbsp;6.การเพิ่มประเภท ชนิดการประกอบกิจการ 7.การอนุญาตขยายโรงงาน 8.การแก้ไขหนังสืออนุญาต 9.การขยายระยะเวลาการเริ่มก่อสร้างอาคาร 10.การขยายระยะเวลาการแจ้งเริ่มประกอบกิจการ และ 11.การออกใบแทนหนังสืออนุญาต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; กนอ.ได้อนุมัติมาตรการช่วยเหลือผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมทุกราย มาแล้ว 2 ครั้ง โดยความช่วยเหลือทั้งสองครั้งที่ผ่านมามีมูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 309 ล้านบาท แต่เนื่องจากสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังคงมีอยู่ กนอ.เล็งเห็นว่าอาจมีผู้ประกอบการบางรายที่ได้รับผลกระทบ จึงได้ออกมาตรการความช่วยเหลือในระยะที่ 3 ขึ้น ทั้งนี้เราหวังว่ามาตรการขยายเวลายกเว้นค่าบริการอนุญาตการประกอบกิจการในนิคมฯทั้ง 11 รายการ จะสามารถบรรเทาผลกระทบด้านเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้กับผู้ประกอบการได้อย่างครบถ้วนและครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยตั้งเป้าทุกการดำเนินธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพ มีความสามารถในการแข่งขันได้อย่างดี&amp;rdquo;นางสาวสมจิณณ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86413</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนอ., ช่วยผู้ประกอบการ, น.ส.สมจิณณ์ พิลึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd09df68c5d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82173</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2020 12:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2020 12:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนอ.อนุมัติตั้งนิคมฯร่วมใหม่ 2 แห่งพื้นที่อีอีซีลงทุน 7หมื่นล้านจ้างงานเพิ่ม 2หมื่นคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค. 2563 นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ กนอ.(บอร์ด กนอ.) ครั้งที่ 14/2563 เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563 มีมติอนุมัติจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมใหม่ 2 แห่ง ในรูปแบบของนิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินงานกับ กนอ.พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เป็นการเพิ่มพื้นที่เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-Curve และ New S-Curve ตอบสนองนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ที่มีศักยภาพตามยุทธศาสตร์ของประเทศในเชิง Area based โดยที่เอกชนเป็น ผู้ลงทุน พัฒนา และให้บริการระบบสาธารณูปโภค รวมพื้นที่ 2 โครงการ ประมาณ 2,806 ไร่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการแรก เป็นการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมโรจนะหนองใหญ่ ตำบลห้างสูง อำเภอหนองใหญ่ และตำบลหนองไผ่แก้ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี พื้นที่ประมาณ 1,987 ไร่ ดำเนินงานร่วมกับ บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) โดยพื้นที่ตั้งของโครงการอยู่ห่างจากท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดไม่ถึง 100 กิโลเมตร และห่างจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 137 กิโลเมตร แบ่งการจัดสรรพื้นที่ออกเป็นพื้นที่เขตอุตสาหกรรมทั่วไป 1,501 ไร่ และพื้นที่สาธารณูปโภคและแนวกันชนประมาณ 486 ไร่ โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลาพัฒนาพื้นที่และระบบสาธารณูปโภค รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ และเปิดให้บริการได้ภายใน 3 ปี ซึ่งหลังจากเปิดดำเนินการแล้วจะก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนประมาณ 60,057 ล้านบาท และเกิดการจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นประมาณ 15,014 คน ในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วน อุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมเกี่ยวกับการเกษตร อุตสาหกรรมเบาและอุปกรณ์ทางการแพทย์และเครื่องประดับ อุตสาหกรรมบริการ เช่น คลังสินค้า โลจิสติกส์ การวิจัยและพัฒนา และกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการที่ 2 เป็นการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง ตำบลห้วยโป่ง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง พื้นที่ประมาณ 621 ไร่ เป็นการร่วมดำเนินงานกับ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) โดยพื้นที่โครงการด้านหน้าอยู่ติดกับถนนทางหลวงแผ่นดินสายมาบตาพุด &amp;ndash; มาบข่า) ห่างจากท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด 12 กิโลเมตร สนามบินอู่ตะเภา 28 กิโลเมตร ท่าเรือแหลมฉบัง 50 กิโลเมตร และห่างจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 140 กิโลเมตร แบ่งการจัดสรรพื้นที่ออกเป็นพื้นที่เขตอุตสาหกรรมทั่วไป 421 ไร่ และพื้นที่สาธารณูปโภคและแนวกันชนประมาณ 200 ไร่ โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลาพัฒนาพื้นที่และระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกและเปิดให้บริการได้ภายใน 2 ปี ทั้งนี้ เมื่อเปิดดำเนินการแล้วจะก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนประมาณ 16,840 ล้านบาท เกิดการจ้างงานเพิ่มประมาณ 4,210 คน ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรรมและผลผลิตจากการเกษตร กลุ่มแร่เซรามิกส์ และโลหะขั้นมูลฐาน กลุ่มอุตสาหกรรมเบา &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง กลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มเคมีภัณฑ์ พลาสติก และกระดาษ กลุ่มกิจการบริการและสาธารณูปโภค กลุ่มการพัฒนาและนวัตกรรม และกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้งสองโครงการสนองตอบต่อนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ (อีอีซี) ของรัฐบาล ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการขับเคลื่อนและพัฒนาพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการออกพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2561 เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศในการสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว การวางโครงสร้างพื้นฐานในระบบสาธารณูปโภคที่สำคัญ อาทิ รถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เมืองการบินภาคตะวันออกสนามบินอู่ตะเภา ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะ 3 และการชักจูงการลงทุนและการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-Curve และ New S-Curve โดย กนอ.ได้รับมอบหมายให้จัดเตรียมพื้นที่รองรับนักลงทุน ซึ่งจากการพิจารณาข้อเสนอของโครงการจัดตั้งนิคมฯทั้งสองแห่งแล้ว กนอ.เห็นว่าบริษัทฯมีความพร้อม เนื่องจากมีฐานลูกค้าและประสบการณ์ในด้านการประกอบกิจการนิคมอุตสาหกรรมประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี รวมถึงมีศักยภาพด้านทำเลที่ตั้งโดยอยู่ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยอง ซึ่งมีเครือข่ายเส้นทางคมนาคมที่มีศักยภาพ ตลอดจนมีโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่เอื้อประโยชน์ต่อการลงทุน&amp;rdquo; &amp;nbsp;นางสาวสมจิณณ์ พิลึก กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การจัดตั้งนิคมฯทั้งสองแห่งได้นำแนวคิดนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Industrial Town) มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบ โดยจัดให้มีพื้นที่สีเขียวและพื้นที่แนวกันชนรอบพื้นที่โครงการฯ และจัดสรรพื้นที่สีเขียวภายในนิคมฯ ขณะเดียวกันในส่วนของน้ำทิ้งได้นำไปผ่านการบำบัดและปรับปรุงคุณภาพก่อนนำกลับไปใช้ประโยชน์ใหม่ภายในโครงการ (Recycle) เพื่อลดอัตราการระบายน้ำทิ้งออกนอกพื้นที่ และใช้แนวคิดออกแบบอาคารส่วนกลางแบบอารยสถาปัตย์ (Universal Design) และออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน (Green Building) เพื่อลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและใช้พลังงานทดแทน (Renewable Energy) ซึ่งสอดคล้องและเป็นไปตามข้อบังคับของคณะกรรมการ กนอ.ว่าด้วยมาตรฐานระบบสาธารณูปโภคสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการสำหรับนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ พ.ศ. 2557&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลังเปิดดำเนินการทั้งสองโครงการแล้ว คาดว่าจะก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนในประเทศประมาณ 76,897 ล้านบาท &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และเกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นประมาณ 19,224 คน ซึ่งเมื่อพิจารณาในภาพรวมของอุตสาหกรรมเป้าหมายแล้ว คาดว่าจะทำให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่เห็นได้จากตัวเลขการจ้างงาน ซึ่งถือว่าขานรับกับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรมที่ต้องการให้มีสร้างงานเพิ่มในชุมชนท้องถิ่น และกระจายรายได้สู่ภูมิภาค โดยนิคมอุตสาหกรรมโรจนะหนองใหญ่ มีการคาดการณ์ว่าจะสามารถขายพื้นที่หรือให้เช่าพื้นที่ทั้งหมดได้ภายใน 5 ปี ส่วนนิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยองคาดว่าจะสามารถขายพื้นที่หรือให้เช่าพื้นที่ทั้งหมดได้ภายใน 3 ปี&amp;rdquo; ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวปิดท้าย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82173</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนอ., ตั้งนิคมฯร่วมใหม่, พื้นที่อีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200918/image_big_5f64a38c58c8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
