<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 09:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 08:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาอาฟเตอร์ช็อกศึกซักฟอก! เช็กบิลกบฏพปชร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย. 64 - นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วิเคราะห์สถานการณ์การเมือง ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า หลังจากศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ จบลงด้วยผลโหวตที่ พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้คะแนนไม่ไว้วางใจสูงสุด 208 คะแนน&amp;nbsp; และคะแนนไว้วางใจ รองบ๊วย 264 คะแนน ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง มีผลกระทบต่อเครดิตผู้นำรัฐบาล ซึ่งสร้างความเสียหายทางการเมืองให้กับพล.อ.ประยุทธ์ ไม่มากก็น้อย ผลของการอภิปรายครั้งนี้ ขอให้จับตาความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ตามมา หรือที่เรียกกันว่าอาฟเตอร์ช็อก ที่จะเกิดขึ้นหลายประการ เช่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.การคิดบัญชีกับกลุ่มที่ก่อการเคลื่อนไหวจะโหวตสวนนายกรัฐมนตรี และไม่สามารถกระทำได้สำเร็จจนกลายเป็นกบฏ และส.ส.ที่แหกมติของพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งจะต้องถูกเช็กบิลกันอย่างแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.จะมีการปรับคณะรัฐมนตรี โดยการยึดตำแหน่งรัฐมนตรีบางตำแหน่ง มาเกลี่ยโควตากันใหม่ เพื่อมาแจกให้กับพรรคการเมืองเล็ก ที่ให้การสนับสนุนรัฐบาลมาโดยตลอด แต่ยังไม่เคยได้โควตารัฐมนตรีเลย เช่น พรรคพลังท้องถิ่นไทย ของนายชัชวาลย์ คงอุดม และการคืนโควต้ารัฐมนตรี ให้กับพรรคชาติพัฒนาอีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.จะมีการปรับดุลอำนาจภายในพรรคประชารัฐ และพรรคร่วมรัฐบาลใหม่เป็นการกระชับอำนาจของพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้นำรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.พรรคฝ่ายค้าน จะมีการเคลื่อนไหวช่วงชิงมวลชน หลังจากบทบาทการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล ได้รับการยอมรับจากมวลชนที่แตกต่างกัน จะมีการการนำกันมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.จะมีการเคลื่อนไหวการเมืองนอกสภาที่เข้มข้น และต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น หลังจากผิดหวังจากผลโหวตในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อใช้มือ ส.ส.ในสภาขับไล่รัฐบาลไม่สำเร็จ ก็หันมาใช้มือประชาชนนอกสภาขับไล่รัฐบาลต่อไป&amp;nbsp; ทั้งนี้ เชื่อว่าถ้าหากการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ประเด็นบัตรเลือกตั้งสำเร็จ ทุกฝ่ายก็พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยุบสภาที่จะเกิดขึ้นตามมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115752</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบฏ, บิ๊กตู่, อาฟเตอร์ช็อก, เช็กบิล, เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c36cbbcfb20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86220</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2020 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2020 21:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดทราบ! &#039;ม็อบ 3 นิ้ว&#039; ต่อไปจะไม่มีแกนนำ ไม่ตั้งเวที ไม่มีการ์ด ไม่มีรถห้องน้ำ แล้วก็จะรีสตาร์ทประเทศไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ธ.ค.63 - เพจเฟซบุ๊ก เยาวชนปลดแอก － Free YOUTH โพสต์ข้อความว่า&amp;nbsp;ประกาศเปิดตัว RT MOVEMENT - ทีมข้อเดียวมูฟเมนท์&amp;nbsp;นี่คือ MOVEMENT ครั้งใหม่ที่จะไม่มีอะไรเหมือนเดิม ปลุกสำนึกทางชนชั้นของเหล่าแรงงานผู้ถูกกดขี่ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเรียน พนักงานออฟฟิศ นอกเครื่องแบบ ชาวนา ข้าราชการ &amp;ldquo;เราทุกคนล้วนเป็นแรงงานผู้ถูกกดขี่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;RT MOVEMENT นี้&amp;nbsp;ไม่มีแกนนำ&amp;nbsp;ไม่ตั้งเวที&amp;nbsp;ไม่มีการ์ด&amp;nbsp;ไม่มีรถห้องน้ำ&amp;nbsp;ไม่มีการเจรจา&amp;nbsp;ไม่มีการต่อรอง!&amp;nbsp;มาร่วม RESTART THAILAND เพื่อสร้างสังคมที่ &amp;ldquo;คนเท่ากัน&amp;rdquo; โปรดรอติดตามช่องทางที่จะใช้เพื่อทำสิ่งนี้ให้เกิดขึ้นเร็วๆนี้
#ทีมข้อเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เพจเฟซบุ๊ก เยาวชนปลดแอก โพสต์ข้อความปลุกระดมมวลชนให้ร่วมกันเรียกร้องการปกครองแบบสาธารณรัฐ โดยระบุข้อความว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;รัฐที่มหาชนเป็นใหญ่&amp;rdquo;&amp;nbsp;สาธารณรัฐ(Republic) เป็นรูปแบบการปกครองที่แพร่หลายทั่วโลก เน้นการกระจายอำนาจการปกครอง ผู้ปกครองต้องมาจากการเลือกตั้งอย่างเสรีและเป็นธรรม มิใช่ตกทอดทางสายเลือด ไม่มีเลือดสีน้ำเงิน ไม่มีเลือดสีอื่นใด มีเพียง &amp;ldquo;สีแดง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;ldquo;มนุษย์ทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกัน ไม่มีมนุษย์คนไหนพึงมีสิทธิแต่กำเนิดในอันที่จะยกยอตระกูลของตนให้มีอภิสิทธิ์ถาวรเหนือคนทั้งปวงตลอดไป&amp;rdquo; ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 113 ฐานก่อกบฏล้มล้างการปกครอง แบ่งแยกราชอาณาจักร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	&amp;#39;คอมมิวนิสต์&amp;#39; เคลื่อนไหวแล้ว! โจมตีพระราชวัง อ้างแรงงานสร้างชาติ
	&amp;#39;คอมมิวนิสต์&amp;#39; ชัดๆ แนวร่วมม็อบ 3 นิ้วผวาหนัก จี้เลิกใช้สัญลักษณ์ &amp;#39;ค้อนเคียว&amp;#39;
	&amp;#39;จตุพร&amp;#39; รู้แล้วใครสั่งแดงเชียงใหม่มาป้ายสี
	&amp;#39;ก้าวไกล&amp;#39; แก้ตัวน้ำขุ่นๆป้อง &amp;#39;ธนาธร&amp;#39;
	&amp;#39;เพนกวิน&amp;#39; ระส่ำ! โชว์หมายเรียกคดี ม.112
	แฉ &amp;#39;ธนาธร&amp;#39; ยุลูกคนอื่นบอกลาเครื่องแบบ แต่ลูกตัวเองใส่เครื่องแบบไปโรงเรียนตามปกติ!

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86220</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบฏ, มาตรา 113, ล้มล้างการปกครอง, สาธารณรัฐ, เยาวชนปลดแอก, แบ่งแยกราชอาณาจักร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201130/image_big_5fc49e8576d7a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76722</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2020 12:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2020 12:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฎฐ์&#039;เคลียร์แก้ม.272ไม่ใช่กบฏ! แค่ทำตามสัญญาที่ปชป.ให้กับปชช. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ย. 63 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ไม่ใช่กบฏหรอก ผมฟังข่าวมี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์หลายท่าน (ไม่ทราบจำนวนเท่าไหร่) ลงชื่อขอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 (มาตรา 272 เป็นเรื่องการให้อำนาจสว.250 คน ที่มาจากการแต่งตั้งเลือกนายกรัฐมนตรีได้)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ลงชื่อแก้ไขตัดมาตรา 272&amp;nbsp; แถลงทำนองว่า ท่านคือ กบฏของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะพรรคมีมติให้ตั้ง ส.ส.ร.มาแก้รัฐธรรมนูญ ส่วน ส.ส.ร. จะแก้อย่างไรก็แล้วแต่ ส.ส.ร. ก็เท่ากับมอบอำนาจที่ประชาชนให้มา ไปให้คนอื่นใช้อำนาจนั้นแทนอีกทอดหนึ่ง ก็ดูแปลกๆอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมว่า ท่านที่ขอแก้ ม.272 ไม่ใช่กบฏหรอก เพราะตอนหาเสียงเลือกตั้ง&amp;nbsp; พรรคก็ประกาศไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และตอนนั้นพรรคก็ให้เหตุผลว่า มาตรา 272 นี่แหละทำให้ &amp;quot;ประชาธิปไตยวิปริต&amp;quot; เพราะเป็นการสืบทอดอำนาจผ่านทาง ส.ว. ส่วนจะสืบทอดอำนาจให้ใครก็แล้วแต่จะคิดกันไป น่ายินดีที่ ส.ว.หลายท่านก็ยินยอมที่จะตัดอำนาจของตนเอง นับว่าน่ายินดี ต้องขอบคุณท่าน ส.ว.เหล่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ท่านลงชื่อตัดมาตรา 272 จึงเป็นการปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ต่อประชาชน หากใครถือว่ากบฏต่อพรรค แต่จงรักภักดีต่อคำมั่นสัญญาที่มีต่อประชาชน ผมว่าการเลือกซื่อตรงต่อประชาชนน่าจะมีเหตุผลกว่า ส่วนจะแก้ได้หรือไม่ได้ ก็สามารถบอกประชาชนได้ว่า ท่านได้พยายามทำตามจุดยืนที่ประกาศไว้แล้ว&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76722</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบฏ, นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ, ปชป., รธน., แก้ม.272</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200907/image_big_5f55bf6b9c6e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54633</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2020 18:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2020 17:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลกัมพูชาเปิดไต่สวนผู้นำฝ่ายค้านฐานกบฏ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลกรุงพนมเปญเปิดการพิจารณาคดีของเขม โสกา ผู้นำฝ่ายค้าน ที่ถูกฟ้องฐานกบฏ คาดใช้เวลาพิจารณาหลายเดือน และหากถูกตัดสินว่าผิดเขาอาจถูกจำคุกถึง 30 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขม โสกา กล่าวกับผู้สื่อข่าวขณะออกจากบ้านเพื่อขึ้นศาลในกรุงพนมเปญเมื่อวันพุธ ที่ 15 มกราคม 2562 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขม โสกา ผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชาวัย 66 ปี ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคกู้ชาติกัมพูชา (ซีเอ็นอาร์พี) ที่ถูกศาลตัดสินยุบพรรคเมื่อปี 2561 โดนตำรวจกัมพูชาจับกุมเมื่อปี 2560 และถูกส่งไปขังคุกในจังหวัดห่างไกล ก่อนจะถูกส่งกลับมากักบริเวณที่บ้านในกรุงพนมเปญ และได้รับการประกันตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วภายใต้เงื่อนไขจำกัดความเคลื่อนไหวหลายอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธว่า โสกา โพสต์เฟซบุ๊กของเขาวันเดียวกันนี้ ยืนกรานว่าเขาไม่ได้ทำสิ่งใดที่ก่ออันตรายหรือสร้างความเสียหายต่อผลประโยชน์ของประเทศ กิจกรรมทางการเมืองของเขาเน้นที่การมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งที่เสรีและยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจวางกำลังรักษาการณ์โดยรอบศาลแขวงพนมเปญช่วงที่เขาเดินทางมาถึงตอนเช้า โดยผู้สื่อข่าวและนักสิทธิมนุษยชนไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าฟังการไต่สวน มีเพียงนักการทูตต่างชาติและญาติๆ ที่ได้เข้าไปภายใน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โสกาถูกกล่าวหาว่าสมรู้ร่วมคิดกับคนต่างชาติดำเนิน &amp;quot;แผนลับ&amp;quot; เพื่อโค่นล้มรัฐบาล ซึ่งหากถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดเขาอาจถูกจำคุกสูงสุด 30 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ระหว่างปี 2536 จนถึงปัจจุบัน เขม โสกา วางแผนและดำเนินการแผนลับโดยสมรู้ร่วมคิดกับชาวต่างชาติเพื่อโค่นล้มรัฐบาล&amp;quot; ข่าวรอยเตอร์อ้างข้อกล่าวหาที่ผู้พิพากษา กอย เซา อ่านในศาล ซึ่งระบุด้วยว่า โสกาสมคบคิดกับที่ปรึกษาชาวอเมริกันและแคนาดาเกี่ยวกับการเปลี่ยนระบอบ แบบเดียวกับยูโกสลาเวียและเซอร์เบีย จากนั้นศาลได้เปิดคลิปวิดีโอจากปี 2556 ที่โสกาบอกว่าเขาได้รับคำแนะนำทางการเมืองจากคนอเมริกันที่ไม่ระบุนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โสกาไม่ยอมรับการใช้วิดีโอคลิปนี้เป็นหลักฐาน โดยบอกว่าเขามีวิดีโอฉบับของเขาเองเช่นกันที่เขาบอกว่าจะไม่ก่อปฏิวัติ และว่า วิดีโอที่เปิดในศาลถูกตัดต่อจนผิดจากเนื้อหา ศาลจะอนุญาตให้เปิดวิดีโอของเขาหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายของเขาเผยเมื่อวันอังคารว่า คาดว่าการพิจารณาคดีนี้จะใช้เวลา 3 เดือนกว่าจะมีคำตัดสิน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54633</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบฏ, กัมพูชา, ผู้นำฝ่ายค้านเขมร, ศาลกัมพูชา, เขม โสกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200115/image_big_5e1ef1cbd721e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52708</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2019 20:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2019 20:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลปากีสถานตัดสินประหาร &#039;มูชาร์รัฟ&#039; ฐานกบฏ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลปากีสถานมีคำพิพากษาเมื่อวันอังคารให้ประหารชีวิตพลเอกเปอร์เวซ มูชาร์รัฟ อดีตผู้นำที่ขึ้นครองอำนาจด้วยการก่อรัฐประหาร ในความผิดฐานกบฏจากการล้มล้างรัฐธรรมนูญและประกาศภาวะฉุกเฉินเมื่อปี 2550 แต่ขณะนี้เจ้าตัวใช้ชีวิตลี้ภัยอยู่ที่ดูไบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพวันที่ 20 เมษายน 2556&amp;nbsp; พลเอกเปอร์เวซ มูชาร์รัฟ ขณะมาขึ้นศาลต่อต้านการก่อการร้ายในกรุงอิสลามาบัด / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 17 ธันวาคม 2562 กล่าวว่า คำพิพากษาประหารชีวิตอดีตผู้นำทหาร โดยคณะผู้พิพากษา 3 ท่านที่ตัดสินด้วยเสียงส่วนใหญ่ 2 ใน 3 เป็นคำตัดสินที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในปากีสถานที่กองทัพยังกุมอำนาจอย่างเหนียวแน่นและเคยปกครองประเทศนี้มาเกือบครึ่งหนึ่งของประวัติศาสตร์ 72 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มูชาร์รัฟเกิดที่กรุงนิวเดลีของอินเดียเมื่อปี 2486 ก่อนที่ครอบครัวของเขาจะย้ายมาปากีสถานภายหลังการแยกประเทศ เขาก้าวขึ้นสู่อำนาจจากการก่อรัฐประหารแบบไม่เสียเลือดเนื้อ โค่นอำนาจนายกฯ นาวาซ ชาริฟ เมื่อปี 2542 และต่อมาก็ขึ้นเป็นประธานาธิบดี กระทั่งถูกประท้วงต่อต้านจนต้องลาออกจากตำแหน่งในเดือนสิงหาคม 2551&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตผู้นำทหารวัย 76 ปี ใช้ชีวิตลี้ภัยในต่างแดนนับแต่ปี 2559 หลังจากปากีสถานยกเลิกข้อห้ามเขาเดินทางออกนอกประเทศ ช่วงที่ผ่านมาเขาใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่นครดูไบและกรุงลอนดอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัคตาร์ ชาห์ ทนายความของเขา กล่าวว่า อดีตนายพลผู้นี้กำลังป่วย และขณะนี้พักอยู่ที่นครดูไบ พวกเขายังไม่ตัดสินใจว่าจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเผยด้วยว่า ศูนย์กลางของการพิจารณาคดีนี้ ซึ่งเริ่มต้นเมื่อปี 2556 และเป็นหนึ่งในหลายคดีของมูชาร์รัฟ เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจระงับการบังคับใช้รัฐธรรมนูญและประกาศภาวะฉุกเฉินเมื่อปี 2550&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทาลัต มาซูด อดีตนายพลเกษียณ ซึ่งปัจจุบันเป็นนักวิเคราะห์ด้านความมั่นคง กล่าวถึงคำพิพากษาของศาลครั้งนี้ว่า &amp;quot;ไม่ธรรมดา&amp;quot; การที่ศาลตัดสินอย่างกล้าหาญเช่นนี้แสดงให้เห็นว่ากำลังมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในปากีสถาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเอกมูชาร์รัฟผู้ชื่นชอบการสูบซิการ์และดื่มวิสกี้ ครองอำนาจนาน 9 ปี ระหว่างนั้นเขาเป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐในสงครามต่อต้านการก่อการร้ายภายหลังวินาศกรรม 11 กันยายน 2544 เขาเคยรอดชีวิตจากความพยายามลอบสังหารของอัลกออิดะห์อย่างน้อย 3 ครั้ง อำนาจของเขาเริ่มถูกท้าทายเมื่อเขาพยายามปลดประธานศาลฎีกาเมื่อเดือนมีนาคม 2550 ทำให้เกิดการประท้วงทั่วประเทศและความโกลาหลยาวนานหลายเดือนจนทำให้เขาประกาศภาวะฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการลอบสังหารอดีตนายกฯ เบนาซีร์ บุตโต ในเดือนธันวาคมปีเดียวกันนั้น สถานการณ์ในปากีสถานตึงเครียดมากขึ้น และการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2551 พรรคพันธมิตรของมูชาร์รัฟพ่ายแพ้อย่างยับเยิน สุดท้ายรัฐบาลผสมชุดใหม่เดินหน้ากระบวนการถอดถอนเขา ทำให้อดีตนายพลผู้นี้ต้องลาออกในเดือนสิงหาคมแล้วหนีไปลี้ภัยในต่างแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากลับปากีสถานเมื่อปี 2556 หวังจะลงชิงชัยในการเลือกตั้ง แต่ก็ถูกสั่งห้ามลงสมัครและห้ามออกนอกประเทศ ระหว่างรอการพิจารณาคดีหลายคดีที่เขาถูกกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตัดสินเมื่อวันอังคารเป็นคดีล่าสุดของมูชาร์รัฟที่ศาลพิพากษาในช่วงที่เขาลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ เมื่อปี 2560 ศาลปากีสถานเคยประกาศว่าเขาเป็นผู้ร้ายหนีคดี ในคดีที่เขาถูกกล่าวหาว่าพัวพันการสังหารนางบุตโต ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรงของประเทศมุสลิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลต่อต้านการก่อการร้ายก็เคยระบุว่า เขาเป็นผู้หลบหนีการพิจารณาคดีและสั่งให้ยึดทรัพย์สินของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มูชาร์รัฟถูกกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมในแผนสมคบคิดลอบสังหารนางบุตโตก่อนการเลือกตั้ง แต่เขาปฏิเสธคำกล่าวหาทั้งหมด ภายหลังคำพิพากษาเมื่อวันอังคาร บิลาวัล บุตโต ซาร์ดารี ลูกชายของนางบุตโตทวีตว่า &amp;quot;ประชาธิปไตยคือการแก้แค้นที่ดีที่สุด&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52708</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบฏ, ตัดสินประหารชีวิต, ปากีสถาน, พลเอกเปอร์เวซ มูชาร์รัฟ, อดีตประธานาธิบดีปากีสถาน, เปอร์เวซ มูชาร์รัฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191217/image_big_5df8db81f1fd1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2018 21:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2018 20:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กัมพูชาอภัยโทษนักเคลื่อนไหวต้านรัฐ 14 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นักเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลกัมพูชา 14 คนที่ติดคุกในข้อหาก่อการกบฏได้รับพระราชทานอภัยโทษเมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีช สุวันนารา ชู 2 นิ้วขณะถ่ายรูปหมู่กับเพื่อนสมาชิกพรรคฝ่ายค้านและนักเคลื่อนไหว เมื่อเช้าวันอาทิตย์ภายหลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 28 สิงหาคม นักเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลกัมพูชา 14 คนได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำกลางเปรย์ซอในกรุงพนมเปญ หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษจากพระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี ซึ่งพวกเขาได้รับโทษจำคุกตั้งแต่ 7 ปีถึง 20 ปี การได้รับพระราชทานอภัยโทษครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากพวกเขาเขียนจดหมายขอโทษถึงนายกรัฐมนตรีฮุน เซน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักเคลื่อนไหวทั้ง 14 คนโดนจับเมื่อปี 2558 และโดนข้อหาก่อการกบฏ หลังกลุ่มผู้ชุมนุมขับไล่รัฐบาลเขมรปะทะกับเจ้าหน้าที่ความมั่นคง โดยเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุมหลายคนได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีช สุวันนารา อดีตสื่อมวลชน 1 ใน 14 นักเคลื่อนไหวที่ได้รับการปล่อยตัวจากโทษจำคุก 20 ปี เฟซบุ๊กไลฟ์หลังออกจากเรือนจำว่า &amp;quot;เราสามารถทำงานด้วยกันได้ แม้ในเรื่องการเมืองเราอาจมีเรื่องโต้แย้งกัน แต่เราไม่ควรต้องมาฆ่ากัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ฮุน เซน เผยว่าจะมีการพระราชทานอภัยโทษนักโทษเพิ่มเติมอีก หลังนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิที่ดินและอดีต ส.ส.ฝ่ายค้านได้รับพระราชทานอภัยโทษ แต่เขาอ้างว่า ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะแรงกดดันจากนานาชาติที่วิจารณ์การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนกรกฎาคมอย่างหนัก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16367</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบฏ, กัมพูชา, ต่อต้านรัฐ, ฝ่ายค้าน, อภัยโทษ, ฮุน เซน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180828/image_big_5b8553c3155a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11897</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2018 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2018 11:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฎีกายืนไม่รับฟ้อง&#039;บิ๊กตู่-คสช.&#039;ข้อหากบฏยึดอำนาจ22พ.ค.57</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย.61- เมื่อเวลา 9.30น.ที่ห้องพิจารณา 907 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีหมายเลขดำ อ.1805/2558 ที่นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, นายอานนท์ นําภา กับพวกซึ่งเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง กลุ่มพลเมืองโต้กลับ รวม 15 คน เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อายุ 64 ปี นายกรัฐมนตรีไทย คนที่ 29 และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.), พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย อายุ 64 ปี อดีตรองนายกรัฐมนตรีรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ และรองหัวหน้า คสช., พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง อายุ 64 ปี รองนายกฯ รมว.ยุติธรรม และรองหัวหน้า คสช., พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว อายุ 64 ปี รมว.แรงงานและรองหัวหน้า คสช. และ พล.อ.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร อายุ 64 ปี อดีตรองนายกฯ และรองหัวหน้า คสช. ในความผิดต่อความมั่นคงต่อรัฐ ฐานร่วมกันกบฏ ล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ หรือล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ หรือแบ่งแยกราชอาณาจักรโดยใช้กำลังประทุษร้าย และสะสมกำลังพลหรืออาวุธ ตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบเป็นกบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 และ 114&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคดีนี้โจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2558 บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 20-24 พ.ค. 2557 จำเลยทั้งห้าร่วมกันใช้กำลังขู่เข็ญประทุษร้ายและล้มล้างเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ให้สิ้นสุดลง ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ อันเป็นความผิดฐานกบฏ และพวกจำเลยยังได้ออกคำสั่งในนาม คสช.หลายฉบับ อันเป็นการละเมิดสิทธิ์และเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชน ทำให้โจทก์ทั้ง 15 คนได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ศาลอาญาได้พิจารณาคำฟ้องประกอบข้อกฎหมาย ในชั้นตรวจรับคำฟ้องแล้วเห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ลงวันที่ 22 ก.ค. 2557 บัญญัติยกเว้นความผิดและความรับผิดการกระทำทั้งหลายในการยึดอำนาจและการควบคุมอำนาจปกครองแผ่นดินของ คสช.ไว้ จึงพ้นจากความรับผิดโดยสิ้นเชิง ศาลอาญาซึ่งเป็นศาลชั้นต้น จึงมีคำสั่งเมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2558 ไม่รับฟ้องคดีดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นโจทก์ยื่นอุทธรณ์ว่า ที่ศาลชั้นต้นยกฟ้องโจทก์โดยไม่ไต่สวนมูลฟ้องเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย และที่ คสช. บัญญัติมาตรา 47, 48 ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 เพื่อนิรโทษกรรมให้กับการทำรัฐประหารและการกระทำในรูปแบบต่างๆ นั้น เป็นการผิดระบอบประชาธิปไตยและละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ซึ่งบทบัญญัติดังกล่าวไม่มีสภาพเป็นกฎหมาย เนื่องจากกฎหมายจะต้องมีสภาพเป็นข้อความคิดที่เชื่อมโยงและใช้ความยุติธรรม หรือเกิดขึ้นโดยปราศจากความยุติธรรมทางจิตวิญญาณ ความปรารถนาของสังคม จึงไม่สามารถอ้างมาตรา 47, 48 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเพื่อเป็นเหตุยกเว้นความผิด จึงชอบที่ศาลชั้นต้นชอบจะรับคำฟ้องของโจทก์ไว้ไต่สวนมูลฟ้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 162&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีการอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2559 ซึ่งศาลอุทธรณ์เห็นว่า ในคดีอาญาที่ประชาชนเป็นโจทก์ ศาลต้องไต่สวนมูลฟ้องเพื่อวินิจฉัยคดีก่อน ซึ่งวัตถุประสงค์ของการไต่สวนมูลฟ้องให้ศาลได้ไต่สวนพยานหลักฐานของโจทก์ในเบื้องต้นว่า โจทก์มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิสูจน์ความผิดของจำเลยในชั้นพิจารณา แต่อย่างไรก็ตามในชั้นตรวจรับคำฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด และคดีขาดอายุความจึงเห็นควรตามกฎหมายที่จำเลยไม่ต้องรับโทษจึงชอบที่จะมีคำพิพากษายกฟ้องโจทก์ได้โดยไม่ต้องไต่สวนมูลฟ้อง และตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 48 ที่บัญญัติว่า การกระทำทั้งหลายเนื่องในการยึดอำนาจการปกครองเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 ของ คสช.รวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้อง การกระทำต่างๆ จะไม่มีผลบังคับทางรัฐธรรมนูญ นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ ดังนั้นแม้จำเลยทั้งห้าจะกระทำตามโจทก์บรรยายฟ้อง ย่อมทำให้จำเลยทั้งห้ากับพวกพ้นจากความผิดโดยสิ้นเชิง ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญดังกล่าว ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าคดีไม่มีมูลที่ศาลจะรับไว้พิจารณา โดยไม่รับคำฟ้องของโจทก์ไว้ไต่สวนมูลฟ้องนั้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายกฟ้องเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นโจทก์ได้ยื่นฎีกาอีก ขอให้ศาลฎีกาพิจารณาคำฟ้องและสั่งรับคดีไว้ไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ต่อไป ซึ่งศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว ที่จำเลยฎีกาว่ามาตรา 47, 48 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 บัญญัติเพื่อนิรโทษกรรม คสช. เป็นการออกกฎหมายรับรองการกระทำความผิด มีสภาพเป็นกฎเกณฑ์ที่ขัดต่อเสียงแห่งมโนธรรมและหลักการพื้นฐานแห่งความยุติธรรมของมนุษยชาติอย่างชัดแจ้งนั้น ศาลเห็นว่า สภาพของรัฐใดรัฐหนึ่งประกอบด้วยดินแดนที่แน่นอน ประชาชน รัฐบาล และอำนาจอธิปไตย กฎหมายต้องใช้บังคับได้ แม้จะอ้างว่ารัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวไม่ชอบ แต่ต้องตีความกฎหมายให้เกิดผลบังคับใช้ได้ ให้คงอยู่เป็นรัฐ มิฉะนั้นบ้านเมืองเสียหาย การยึดอำนาจในขณะนั้น คสช.ใช้อำนาจเป็นรัฏฐาธิปัตย์ แม้ว่าการได้มาซึ่งอำนาจจะไม่เป็นไปตามวิถีทางประชาธิปไตย ก็เป็นกรณีว่ากล่าวกันในด้านอื่น คสช.มีอำนาจในเชิงข้อเท็จจริง ดังนั้นรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวจึงมีสภาพเป็นกฎหมาย ตามที่มาตรา 48 ได้บัญญัติไว้ และต่อมารัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 279 ก็ได้รับรอง การกระทำของจำเลยทั้งห้าจึงพ้นผิดโดยสิ้นเชิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่าการยกฟ้องโดยไม่มีการไต่สวนมูลฟ้องเพื่อวินิจฉัยมูลคดีก่อนประทับฟ้อง เป็นการข้ามขั้นตอนนั้น ศาลเห็นว่า การยกฟ้องไม่จำเป็นต้องไต่สวนเพื่อรับไว้พิจารณาเสมอไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เมื่อเห็นว่าจำเลยพ้นความรับผิด ศาลยกฟ้องได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องไต่สวน ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นชอบแล้ว พิพากษายืนยกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโจทก์ทั้งหมด 15 คนที่ยื่นฟ้องคดีนี้ ประกอบด้วยนายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ, นายวรรณเกียรติ ชูสุวรรณ, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, น.ส.ศรีไพร นนทรี, นายบารมี ชัยรัตน์, นายณัทพัช อัคฮาด, นายสิรภพ กรณ์อรุษ, นายสรรเสริญ ศรีอุ่นเรือน, น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว, นายนัชชชา กองอุดม, นายอภิวัฒน์ สุนทรารักษ์, นายพายุ บุญโสภณ, นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, นายกฤต แสงสุรินทร์ และนายอานนท์ นำภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังฟังคำพิพากษา นายอานนท์ นำภา ทนายความกลุ่มพลเมืองโต้กลับ กล่าวว่า ศาลมีคำสั่งให้ยกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่า คสช. ที่ทำรัฐประหารในช่วงนั้นสามารถมาบริหารประเทศได้ ซึ่งเราก็เคารพคำพิพากษาของศาล โดยเห็นว่ากระบวนการยุติธรรมไทยอยู่ในเงื่อนไขแบบเดิมที่เราต้องต่อสู้ทางการเมืองต่อไป อย่างน้อยเราก็ได้ใช้สิทธิในการฟ้องว่าการทำรัฐประหารเป็นการกระทำผิด โดยนัยยะของคำพิพากษาศาลเห็นว่ากระทำผิด แต่หลุดพ้นจากความผิดตามรัฐธรรมนูญที่ออกโดยคณะรัฐประหาร การที่เราพยายามพิสูจน์ว่าการรัฐประหารที่ผ่านมา 4 ปีแล้ว ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมืองอย่างไร คิดว่าเราก็ได้ประจักษ์แล้ว ถือว่าเป็นความสำเร็จร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ขณะเดียวกันก็เป็นความพ่ายแพ้ร่วมกันที่นำผู้กระทำความผิดในการรัฐประหารมาลงโทษไม่ได้ เราก็กังวลว่าในอนาคตหากสังคมและกระบวนการยุติธรรมยังเอื้อที่จะก่อให้เกิดรัฐประหารก็จะเป็นปมเงื่อนที่ประเทศไทยจะไม่สามารถเดินไปข้างหน้าได้ ทั้งนี้ สำหรับในหลายประเทศที่มีการเอาผิดการรัฐประหารมาลงโทษได้นั้น ก็ต่อเมื่อประเทศและสังคมตระหนักร่วมกันว่าการรัฐประหารเป็นภัยต่อสังคม ซึ่งเรารอได้ไม่ว่าจะ 10 หรือ 20 ปี เพื่อที่จะเห็นการนำผู้กระทำความผิดต่อบ้านต่อเมืองมาลงโทษ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากนี้จะดำเนินการทางการเมืองอย่างไรต่อไป นายอานนท์ กล่าวว่า เบื้องต้นกลุ่มเราซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่จะเคลื่อนไหวให้มีการเลือกตั้งและสนับสนุนนักการเมืองที่เป็นฝ่ายประชาธิปไตยเข้าไปยกเลิกผลพวงของการรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าคำพิพากษาของศาลในลักษณะนี้จะทำให้ยังมีโอกาสที่จะเกิดรัฐประหารในอนาคตต่อไปหรือไม่ นายอานนท์ กล่าวว่า จะทำให้เหล่านายทหารรู้สึกย่ามใจว่าทำรัฐประหารไปก็จะไม่ผิด ซึ่งในวันข้างหน้าเราก็จะได้เรียนรู้ร่วมกัน&amp;nbsp; ในวันนี้เราอาจจะไม่ชนะ แต่วันข้างหน้าสังคมไทยจะต้องชนะรัฐประหาร ซึ่งลำพังกฎหมายไม่สามารถเอาผิดรัฐประหารได้อยู่แล้ว นอกจากว่าผู้คนในสังคมนั้นจะต้องตื่นตัวและตระหนักอย่างมากจึงจะสามารถเอาผิดรัฐประหารได้ ตอนนี้สังคมไทยยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่ผมคิดว่าเรากำลังขับเคลื่อนไปสู่จุดนั้นร่วมกัน ทุกฝ่ายคงเห็นแล้วว่าการรัฐประหารไม่ได้นำพาประเทศสู่ความเจริญรุ่งเรืองตามที่คาดหวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11897</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบฏ, กลุ่มพลเมืองโต้กลับ, คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, คณะรัฐประหาร, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, พล.อ.ประุยุทธ์ จันทร์โอชา, พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ, ยึดอำนาจ, ศาลฎีกา, อานนท์ นำภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180622/image_big_5b2c7b4ae8adb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
