<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13843</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2018 21:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรัมป์อยากเป็นมิตรกับรัสเซีย แต่เป็นมิตรเพื่อใคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ : เป็นมิตรดีกว่าเป็นศัตรู
ที่มา : https://www.facebook.com/DonaldTrump/photos/a.488852220724.393301.153080620724/10161273941595725/?type=3&amp;amp;theater&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังการวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดจากผู้แทนรัฐสภาทั้ง 2 พรรคใหญ่ ประธานาธิบดีทรัมป์ชี้แจงว่าตนพูดผิด จริงๆ แล้วต้องการพูดว่า &amp;ldquo;ผมคิดว่า &amp;lsquo;มี&amp;rsquo; เหตุผลว่าทำไมรัสเซียแทรกแซงเลือกตั้ง&amp;rdquo; แทนคำว่า &amp;lsquo;ไม่มี&amp;rsquo; เหตุผลที่รัสเซียจะแทรกแซงเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในตอนแรกประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ใช่คนเดียวที่เปลี่ยนท่าทีมองรัสเซียเป็น &amp;ldquo;คู่แข่งขัน&amp;rdquo; แทนการเป็น &amp;ldquo;ปรปักษ์&amp;rdquo; (enemy) ส.ส. ส.ว.บางคนคิดเห็นตรงกับทรัมป์ รอดูผลงานของรัฐบาล แต่เมื่อการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐกับรัสเซียดำเนินไปสถานการณ์เริ่มเปลี่ยนทิศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกรัฐสภาหลายท่านทั้งจากพรรครีพับลิกันกับเดโมแครตตำหนิทรัมป์อย่างเปิดเผย ยกตัวอย่าง วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครต มาร์ค วอร์เนอร์ (Mark Warner) วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) แถลงข่าวร่วมกันว่าประชาคมโลกต้องรับรู้ว่าชาติประชาธิปไตยเข้าไม่ได้กับรัฐบาลปูติน หรือระบอบอำนาจนิยมใดๆ ต้องร่วมกันต่อต้านการรุกรานจากรัสเซีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน เบน ซาซ์ (Ben Sasse) กล่าวว่า &amp;ldquo;ชาวอเมริกันผู้รักชาติทุกคนควรเข้าใจว่าปูตินไม่ใช่เพื่อนอเมริกา และไม่ใช่คู่หูของประธานาธิบดี&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอล ไรอัน (Paul Ryan) แกนนำสำคัญของพรรครีพับลิกัน กล่าวว่า &amp;ldquo;เรายืนเคียงพันธมิตรนาโตและทุกประเทศที่กำลังเผชิญการรุกรานจากรัสเซีย&amp;rdquo;
รัสเซียแทรกแซงเลือกตั้งอเมริกาหรือไม่ :
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่สิ้นการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปลายปี 2016 กระแสข่าวรัฐบาลรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งดังหนาหูขึ้นทุกที ประธานาธิบดีโอบามาใช้ช่วงเวลาสุดท้ายของท่านลงนามให้สืบสวนเรื่องนี้และดำเนินเรื่อยมา ล่าสุดคณะลูกขุนใหญ่ชี้ว่าจารชนรัสเซีย 12 คนเกี่ยวข้องกับการแฮกข้อมูลพรรคเดโมแครตหวังช่วยทรัมป์ให้ชนะเลือกตั้ง บ่งชี้ว่ารัฐบาลรัสเซียแทรกแซงกิจการภายใน บ่อนทำลายประชาธิปไตย เป็นภัยความมั่นคงร้ายแรง จำต้องปฏิบัติต่อรัสเซียในฐานะปรปักษ์ ลงโทษรัสเซียอย่างใดอย่างหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การพิจารณาคดีของศาลมาจาก กลุ่มหน่วยงานข่าวกรองที่ได้ร่วมสรุปแล้วว่ารัฐบาลปูตินแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2016&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังการประชุมสุดยอด ทรัมป์เชื่อว่ารัสเซียไม่ได้แทรกแซงเลือกตั้ง เหตุเพราะประธานาธิบดีปูตินปฏิเสธอย่างแข็งขัน คำพูดนี้อาจตีความว่าประธานาธิบดีสหรัฐเชื่อคำพูดของผู้นำรัสเซียมากกว่าหน่วยงานข่าวกรอง สถาบันศาลสหรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังถูกวิพากษ์อย่างหนัก ทรัมป์กล่าวซ้ำว่าตนยังเชื่อมั่นหน่วยงานข่าวกรองทั้งหมด แต่หากต้องการสร้างอนาคตที่ดีกว่าจำต้องมองข้ามอดีต เพื่อ 2 มหาอำนาจนิวเคลียร์จะเดินหน้าไปด้วยกัน
การพูดกลับไปกลับมา :
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าพิจารณาอย่างละเอียด เมื่อทรัมป์เอ่ยถึงรัสเซียจะมีลักษณะเหมือนหลายประเด็น คือ กลับไปกลับมา (flip-flop) บางครั้งพูดแง่บวก บางครั้งพูดแง่ลบ บางครั้งบอกว่าจะทำแล้วเปลี่ยนเป็นยังไม่ทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังที่ได้เสนอในบทความก่อนว่าในช่วง 100 วันของตำแหน่งประธานาธิบดี ลักษณะหนึ่งของโดนัลด์ ทรัมป์ คือนโยบายต่างประเทศที่เปลี่ยนกลับไปกลับมา ไม่ตรงกับที่หาเสียง เรื่องนี้อาจตีความว่าเป็นการใช้กลยุทธ์ &amp;ldquo;คาดเดาไม่ได้&amp;rdquo; (unpredictable) ป้องกันไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ล่วงหน้า จะไม่พูดตรงความจริง ดังที่ทรัมป์เคยพูดในช่วงหาเสียงว่าเป็นความลับ ไม่อาจเปิดเผยความจริง (บางครั้งที่พูดจึงเป็นเท็จ)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลจากการที่เป็นเช่นนี้อาจมองว่าทำให้ &amp;ldquo;สามารถพูดเท็จ&amp;rdquo; หรือพูดโกหกสาธารณะ ไม่มีใครคาดเดาได้ว่ากำลังพูดความจริงหรือโกหก ทั้งยังสามารถพูดเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายตามความเหมาะสม เช่น เรื่องที่ทรัมป์พูดเป็นนัยโทษรัฐบาลเยอรมนีทรยศนาโต พร้อมๆ กับที่ชื่นชมว่าเป็นพันธมิตรในช่วงเวลาเพียง 2 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์กลายเป็นบุคคลที่สามารถสร้างข่าวเท็จ (fake news) ในขณะที่มักกล่าวโทษสื่อหรือผู้อื่นว่ากุข่าวเท็จ ไม่น่าเชื่อถือ มีเจตนามุ่งร้าย หว่านความแตกแยก สร้างความเกลียดชัง เป็นศัตรูต่ออเมริกา
ทรัมป์อยากคืนสัมพันธ์ปกติกับรัสเซีย :
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้าประชุมสุดยอดกับปูติน ประธานาธิบดีทรัมป์เปรยว่าควรให้รัสเซียอยู่ในที่ประชุม G-7 อีกครั้ง หลังถูกขับออกจากกลุ่มในยุคโอบามาครั้งเหตุการณ์รัสเซียยึดไครเมียเมื่อปี 2014&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์แสดงท่าทีอย่างเปิดเผยว่าอยากคืนสัมพันธ์ระดับปกติกับรัสเซีย แม้ว่าปัจจุบันจะขัดแย้งกันหลายเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงประชุมนาโต ทรัมป์กล่าวว่าอียูคือปรปักษ์ (foe) ตัวสำคัญที่สุดของสหรัฐในขณะนี้ รัสเซียเป็นปรปักษ์เช่นกัน จีนเป็นปรปักษ์ทางเศรษฐกิจ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเลวร้าย ความหมายคือพวกเขาเป็นคู่แข่ง (competitor) ผมเคารพผู้นำประเทศเหล่านี้ ผมรักประเทศเหล่านี้ แต่ในเรื่องการค้าพวกเขาเอาเปรียบเราและหลายประเทศที่ว่าคือสมาชิกนาโต อีกทั้งพวกเขาไม่เพิ่มงบกลาโหมอย่างที่ควร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำว่าปรปักษ์หรือศัตรู (foe) ตามความหมายของประธานาธิบดีทรัมป์ในที่นี้ ตีความได้ว่าไม่ใช่ศัตรูที่ต้องทำลายล้าง มองในเชิงคู่แข่งการค้าทำนองบริษัทคู่แข่ง เน้นเรื่องเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การเอ่ยว่าทั้งอียู จีน และรัสเซียล้วนเป็นปรปักษ์ทำให้เกิดภาพว่ารัสเซียไม่แตกต่างจากอียู (พันธมิตรนาโต) เพราะทั้งหมดคือคู่แข่ง เป็นการลดทอนภัยคุกคามจากรัสเซีย สวนทางกับที่นักยุทธศาสตร์ นักการเมืองอเมริกันหลายคนเห็นว่ารัสเซียเป็นภัยคุกคามร้ายแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้ามองในแง่บวก การลืมอดีตเริ่มสัมพันธ์ใหม่เป็นแนวทางที่ใช้กัน แต่ต้องลงรายละเอียดว่าจะไปด้วยกันอย่างไร ในเรื่องใด เพราะมีหลายประเด็นที่สหรัฐกับรัสเซียขัดแย้งชัดเจน เช่น กรณีความมั่นคงของยูเครน ซีเรีย อิหร่าน เรื่องเยอรมันกับหลายประเทศในอียูซื้อน้ำมันจากรัสเซีย (ที่ทรัมป์เพิ่งกล่าวหารัฐบาลแมร์เคิลว่าร่วมมือกับศัตรูนาโต) ประเด็นสงครามการค้ากับจีนที่กำลังร้อนแรง การที่รัสเซียเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์สำคัญของจีน ฯลฯ มีคำถามว่ารัฐบาลสหรัฐพร้อมจะให้รัสเซียฟื้นฟูประเทศเต็มที่ บนพื้นฐานที่รัสเซียมีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีนใช่หรือไม่
เป็นมิตรเพื่อใคร :
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเชิงยุทธศาสตร์ความมั่นคงระหว่างประเทศ การเป็นมิตร หรือแม้กระทั่งเพียงลดความเป็นปรปักษ์ ลดการเผชิญหน้า จะส่งเสริมบรรยากาศสันติภาพโลกได้เป็นอย่างดี ความขัดแย้งในหลายภูมิภาค หลายประเทศจะลดลง แต่แนวทางนี้สวนทางยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐที่มองเรื่อยมาว่ารัสเซียกับจีนเป็นปรปักษ์ เป็นภัยคุกคามร้ายแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น จะเป็นการเปลี่ยนยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่หากรัฐบาลทรัมป์เปลี่ยนท่าทีต่อรัสเซีย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องที่หลายคนกังวลคือทรัมป์ใช้โอกาสนี้เจรจาลับกับปูตินเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว และไม่มีผู้ใดรู้เพราะเป็นการพูดคุยในที่ลับ มีเพียงล่ามส่วนตัวเท่านั้นที่เข้าร่วม (แต่ล่ามส่วนตัวของทรัมป์อาจถูกเชิญออกนอกห้องก่อนการหารือจริงๆ)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากสหรัฐคืนดีกับรัสเซีย ย่อมเป็นไปได้ว่าจะยุติคดีที่หน่วยงานหลายฝ่ายกำลังเดินหน้าจับผิดรัฐบาลรัสเซียที่แทรกแซงเลือกตั้ง ช่วยให้ทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเป็นมิตรย่อมดีกว่าศัตรู คำถามคือเป็นมิตรเพื่อใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีอย่างน้อย 2 บุคคลสำคัญที่พูดต่อสาธารณะว่าประธานาธิบดีทรัมป์ &amp;ldquo;ขายชาติ&amp;rdquo; (treasonous) นั่นคืออดีตผู้อำนวยการ CIA จอห์น เบรนนัน (John Brennan) กับแกนนำรีพับลิกัน พอล ไรอัน
แก้ไขอย่าแก้ตัว นิวเคลียร์อเมริกา :&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันต่อมาหลังการประชุมสุดยอด ประธานาธิบดีทรัมป์ทวีตข้อความว่าบางคนเกลียดความจริงที่ว่าผมกับประธานาธิบดีรัสเซียไปด้วยกันได้ดี &amp;ldquo;พวกเขาต้องการทำสงคราม&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นการลดจำนวนอาวุธนิวเคลียร์เป็นวิธีหนึ่งที่ใช้ทดสอบความจริงใจของทรัมป์ หากรัฐบาลทรัมป์รักสันติจริง ข้อเสนอที่หลายฝ่ายเอ่ยถึงเสมอมาคือให้ลดจำนวนหัวรบนิวเคลียร์
ปัจจุบันสหรัฐมีนิวเคลียร์เกือบ 6,800 หัวรบ รัสเซีย 7,000 หัวรบ ฝรั่งเศสมีราว 300 หัวรบ อังกฤษ 225 จีนมีเพียง 270 หัวรบ อินเดียมี 120-130 หัวรบ ปากีสถานมี 130-140 หัวรบ อิสราเอล 80
ดังที่เคยนำเสนอแล้วว่าในโลกนี้มีเพียง 2 ประเทศเท่านั้นที่มีเป็นพันหัวรบ สามารถทำลายล้างโลกได้หลายรอบ หากสหรัฐกับรัสเซียต่างปรับลดเหลือ 2,000 หัวรบ จำนวนเท่านี้เพียงพอต่อการเป็นมหาอำนาจ ป้องปรามได้ทุกประเทศทั่วโลก การปรับลดจำนวนหัวรบให้เหลือไม่กี่พันจะเป็นข้อพิสูจน์ว่าประธานาธิบดีทรัมป์หวังสันติภาพจริงตามที่พูดหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือว่าเป็นอีกเรื่องที่ทรัมป์พูดกลับไปกลับมา เอาแน่เอานอนไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลับไปสู่แนวคำถามเดิม พูดกลับไปกลับมาเพื่อใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือคำถามที่ควรถาม สังคมควรหาคำตอบ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13843</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบฏซีเรีย, ทีมชาติอิหร่าน, พรรคเดโมแครต, พอล ไรอัน, มาร์ค วอร์เนอร์, มาร์โก รูบิโอ, ยูเครน, สถานการณ์โลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180721/image_big_5b5339b8ca9a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4735</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2018 18:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2018 18:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซีเรียบดขยี้กูตาตะวันออก ตัดขาดดินแดนกบฏ เผย 20 วันตายเกินพันศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพของประธานาธิบดีอัสซาดรุกโจมตีเขตกูตาตะวันออกต่อในวันอาทิตย์ หลังจากตัดขาดเมืองใหญ่สุดของฝ่ายกบฏได้เมื่อ 1 วันก่อน ขณะการสู้รบผ่านมา 20 วันสังหารชีวิตพลเรือนซีเรียแล้วมากกว่า 1,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ชาวซีเรียดูความเสียหายจากปืนใหญ่ของกองทัพที่ถล่มเมืองดูมา ในเขตกูตาตะวันออก เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2561 (AFP)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2561 กล่าวว่า ทหารและนักรบพันธมิตรของประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด แห่งซีเรีย เปิดปฏิบัติการถล่มเขตกูตาตะวันออกซึ่งเป็นพื้นที่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายกบฏต่อต้านอัสซาดชานกรุงดามัสกัส ตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ และถึงขณะนี้กองกำลังฝ่ายรัฐบาลรุกเข้าพื้นที่ของฝ่ายกบฏได้เกินครึ่งแล้ว โดยไม่นำพาเสียงเรียกร้องจากนานาชาติให้ยุติความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การรุกจู่โจมครั้งนี้เป็นไปตามกลยุทธ์แบ่งแยกแล้วพิชิต ด้วยการยึดคืนดินแดนของฝ่ายกบฏทีละน้อย จนกระทั่งเมื่อวันเสาร์ที่กองกำลังของฝ่ายอัสซาดประสบความสำเร็จในการโดดเดี่ยวเมืองดูมา เมืองหลักของกูตาตะวันออก ที่ถือเป็นความเพลี่ยงพล้ำครั้งใหญ่ของพวกกบฏ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรสังเกตการณ์สิทธิมนุษยชนซีเรียกล่าวว่า นักรบฝ่ายอัสซาดตัดขาดถนนสายหนึ่งที่เชื่อมเมืองดูมากับเมืองฮารัสตา ซึ่งอยู่ไกลออกไปทางตะวันตก และยังยึดเมืองมิสราบาไว้ได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ด้วยเหตุนี้ กองกำลังฝ่ายรัฐจึงสามารถแบ่งแยกกูตาตะวันออกเป็น 3 ส่วน คือ เมืองดูมาและพื้นที่โดยรอบ, เมืองฮารัสตาในฝั่งตะวันตก และเมืองที่เหลือซึ่งอยู่ใต้ลงไป&amp;quot; องค์กรจากอังกฤษกล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวของเอเอฟพีในเมืองนั้นหลายคนกล่าวว่า เมื่อวันเสาร์ กระสุนปืนใหญ่และการโจมตีทางอากาศถล่มเมืองดูมาทำให้ชาวเมืองต้องหลบอยู่ในชั้นใต้ดินนานหลายชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยแพทย์ต้องอพยพผู้บาดเจ็บอย่างทุลักทุเล ผ่านเส้นทางที่เกลื่อนด้วยซากปรักหักพัง เพื่อนำกลับไปยังโรงพยาบาลสนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรเอกชนแห่งนี้เปิดเผยด้วยว่า การโจมตีเมืองดูมาเมื่อวันเสาร์คร่าชีวิตพลเรือนอีกอย่างน้อย 20 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 4 คน ไม่นับรวมพลเรือนอีก 17 คนที่สังเวยการโจมตีที่เมืองสมรภูมิอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้เสียชีวิตล่าสุดทำให้ยอดรวมของพลเรือนที่ล้มตายจากปฏิบัติการถล่มกูตาตะวันออก เพิ่มเป็น 1,031 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 219 คน และมีคนบาดเจ็บมากกว่า 4,350 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4735</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบฏซีเรีย, กูตาตะวันออก, ซีเรีย, ดูมา, บาชาร์ อัลอัสซาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180311/image_big_5aa5163383a51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4002</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2018 20:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2018 20:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัสเซียสั่งหยุดยิงเขตกูตาตะวันออก แต่ซีเรียยังรบกันไม่เลิก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์การสหประชาชาติเผย ยังคงมีการสู้รบกันในเขตกูตาตะวันออกของซีเรียในวันอังคาร ทำให้ไม่สามารถเริ่มปฏิบัติการบรรเทาทุกข์ได้ทั้งที่รัสเซียประกาศให้มีการพักรบชั่วคราววันละ 5 ชั่วโมงเพื่อมนุษยธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ภาพจากกรุงดามัสกัสเห็นกลุ่มควันลอยขึ้นจากเขตกูตาตะวันออกภายหลังการโจมตีทางอากาศเมื่อเช้าวันอังคาร ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เยนส์ แลร์เคอ โฆษกสำนักงานด้านมนุษยธรรมขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่า ได้รับรายงานจากเขตกูตาตะวันออกว่ายังคงมีการสู้รบเกิดขึ้นเมื่อเช้าวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวว่า ยูเอ็นได้ระดมกำลังคนและพร้อมสนับสนุนการส่งขบวนบรรเทาทุกข์เพื่อช่วยชีวิตอย่างทันท่วงทีเข้าไปในหลายพื้นที่ของกูตาตะวันออกเมื่อสถานการณ์อำนวย ทั้งยังมีความพร้อมและวางแผนไว้สำหรับการอพยพผู้ที่ต้องรับการรักษาทางการแพทย์หลายร้อยคนโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ด้วย แต่สถานการณ์ขณะนี้ที่ยังมีการปะทะกันอย่างต่อเนื่อง จึง &amp;quot;เป็นไปไม่ได้&amp;quot; ที่ยูเอ็นจะอนุญาตให้ปฏิบัติการบรรเทาทุกข์ช่วยเหลือพลเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทาริก จาซาเรวิช โฆษกองค์การอนามัยโลก กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า องค์การได้จัดทำบัญชีรายชื่อบุคคล 1,000 คนที่จำเป็นต้องได้รับการเคลื่อนย้ายจากกูตาตะวันออกเพื่อรับการรักษา โดย 600 คนในจำนวนนี้มีอาการในขั้น &amp;quot;ปานกลางหรือรุนแรง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอเอฟพีรายงานอ้างองค์กรสังเกตการณ์สิทธิมนุษยชนซีเรีย ยืนยันว่า ยังคงเกิดการยิงจรวดโจมตีและการถล่มทางอากาศครั้งใหม่เมื่อเช้าวันอังคาร ซึ่งรวมถึงการทิ้งระเบิดถัง 2 ลูก ในเขตกูตาตะวันออกที่อยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายกบฏต่อต้านรัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัดซาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกด้านหนึ่ง สำนักข่าวซานาของทางการซีเรียกลับกล่าวโทษกองกำลังฝ่ายกบฏ โดยเฉพาะพวกที่เคยเป็นแนวร่วมของอัลกออิดะห์ ว่ายิงจรวดหลายลูกถล่มเส้นทางที่เป็นเขตฉนวนด้านมนุษยธรรมที่รัสเซียประกาศไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อกักพลเรือนไว้เป็น &amp;quot;โล่มนุษย์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความรุนแรงที่เกิดขึ้นล่าสุดนี้สั่นคลอนคำประกาศของรัสเซียเมื่อวันจันทร์ ภายใต้ข้อตกลงพักรบวันละ 5 ชั่วโมง ซึ่งจะเริ่มมีผลครั้งแรกในเวลา 09.00 น.ของวันอังคาร อย่างไรก็ดี สถานการณ์ลดความรุนแรงลงมากเมื่อเปรียบเทียบกับทุกวันที่ผ่านมา นับแต่ซีเรียและรัสเซียขยายปฏิบัติการโจมตีทางอากาศเขตกูตาตะวันออกรุนแรงขึ้นเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์เป็นต้นมา ซึ่งคร่าชีวิตพลเรือนในพื้นที่ของกบฏแล้วมากกว่า 500 คน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4002</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบฏซีเรีย, กูตาตะวันออก, ซีเรีย, พักรบ, ยูเอ็น, รัสเซีย, หยุดยิงชั่วคราว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180227/image_big_5a955efb66ad0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
