<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53340</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2019 20:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2019 20:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กบฏยะไข่โทษกองทัพพม่าถล่มฆ่า จนท.พรรคซูจี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคเอ็นแอลดีของนางอองซาน ซูจี ในรัฐยะไข่ ที่โดนกบฏอาระกันจับไว้เป็นตัวประกันขณะจัดชุมนุมหนุนนางซูจีขึ้นศาลโลกเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน เสียชีวิตในเหตุระเบิดโจมตีที่ฝ่ายกบฏโทษว่าเป็นฝีมือของกองทัพเมียนมา แต่เอ็นแอลดีระบุกบฏต้องรับผิดชอบ ส่วนกองทัพยังไม่มีความเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอองซาน ซูจี เป็นตัวแทนเมียนมาต่อสู้คดีในศาลโลกเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม 2562 อ้างการเปิดเผยของกองทัพอาระกันในรัฐยะไข่ ทางภาคตะวันตกของเมียนมา ว่า เย เตน ประธานพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) สาขาบูตีด่อง ถูกฆ่าตายระหว่างที่กองทัพเมียนมาโจมตีกองทัพอาระกันเมื่อวันคริสต์มาส แต่ไม่มีการตรวจพิสูจน์อย่างอิสระเพื่อยืนยันคำกล่าวอ้างนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพราะการระเบิดครั้งใหญ่ ผู้ถูกกักขังบางคนเสียชีวิต บางคนบาดเจ็บ เย เตน ประธานเอ็นแอลดีจากบูตีด่อง เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ&amp;quot; แถลงการณ์ของกองทัพอาระกันกล่าวถึงเหตุการณ์กองทัพเมียนมาโจมตีที่มั่นของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เย เตน เป็นเจ้าหน้าที่พลเรือนระดับสูงที่สุดที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ต่อสู้ระหว่างกองทัพกับกบฏอาระกันในรัฐยะไข่ที่ปะทุขึ้นรอบใหม่เมื่อราว 1 ปีก่อน ซึ่งทำให้ชาวบ้านไร้ที่อยู่แล้วนับแสนคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานพรรคของนางซูจีสาขาบูตีด่องรายนี้ถูกพวกกบฏจับตัวไว้เมื่อราว 2 สัปดาห์ก่อน ระหว่างที่เขากำลังวางแผนจัดการชุมนุมเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม เพื่อแสดงความสนับสนุนนางซูจี ประธานของพรรค ซึ่งดำรงตำแหน่งมนตรีแห่งรัฐ ที่กำลังเตรียมการต่อสู้คดีที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศที่กรุงเฮกของเนเธอร์แลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มโย ญุน โฆษกพรรคเอ็นแอลดี ปฏิเสธคำกล่าวอ้างของกบฏ และว่าพวกกบฏต้องรับผิดชอบต่อการตายของเจ้าหน้าที่ผู้นี้ &amp;quot;พวกเราเหล่าสมาชิกพรรคเอ็นแอลดีทุกคนเสียใจมากกับการสูญเสียครั้งนี้&amp;quot; โฆษกผู้นี้กล่าวกับเอเอฟพี &amp;quot;การจัดชุมนุมเพื่อสนับสนุนนางเป็นเรื่องชอบธรรมและไม่ใช่อาชญากรรม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกองทัพเมียนมายังไม่ให้ทัศนะเกี่ยวกับรายงานการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่พรรคเอ็นแอลดีรายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพอาระกันก่อความไม่สงบในรัฐยะไข่แห่งนี้ ทั้งด้วยการลักพาตัวอย่างเหิมเกริม, การวางระเบิด และการบุกโจมตีกองทัพและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่ขณะเดียวกัน กองทัพเมียนมาก็ตอบโต้อย่างรุนแรง ด้วยการส่งกำลังทหารไปเสริมกำลังในพื้นที่นับหมื่นนาย และใช้ปฏิบัติการที่องค์กรแอมเนสตีอินเตอร์เนชันแนลกล่าวว่า เป็นการอุ้มหาย, ทารุณทรมาน และการฆ่านอกกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กบฏอาระกัน ซึ่งกำลังคนส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธยะไข่ อ้างว่าพวกเขาต่อสู้เพื่ออำนาจปกครองตนเอง และยืนยันว่าพวกเขาไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มกบฏโรฮีนจาที่โจมตีที่มั่นของกองกำลังฝ่ายความมั่นคงเมียนมา ที่เป็นต้นเหตุปฏิบัติการกวาดล้างอย่างรุนแรงเมื่อปี 2560 ที่ทำให้ชาวมุสลิมโรฮีนจากว่า 740,000 คน ทิ้งถิ่นฐานในรัฐยะไข่อพยพข้ามแดนเข้าบังกลาเทศ และนำไปสู่คำกล่าวหาว่าเมียนมาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชนกลุ่มน้อยเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แกมเบีย ประเทศเล็กๆ ในแอฟริกาที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม ยื่นฟ้องต่อศาลโลก โดยมีองค์การความร่วมมืออิสลาม (โอไอซี) 57 ชาติ, แคนาดา และเนเธอร์แลนด์ให้การหนุนหลัง กล่าวหาเมียนมาละเมิดสนธิสัญญาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปี 2491 ศาลเริ่มเปิดการรับฟังคำกล่าวหาเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพอาระกันกล่าวไว้ก่อนการไต่สวนว่า พวกเขาสนับสนุนคดีนี้ ซึ่งไม่บ่อยครั้งนักที่กบฏชาวพุทธกลุ่มนี้จะแสดงจุดยืนเข้าข้างชาวโรฮีนจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางซูจีได้ต่อสู้คำกล่าวหานี้ต่อศาลโลกว่า ไม่มีหลักฐานที่พิสูจน์ว่าเมียนมามีเจตนาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และปฏิบัติการของกองทัพนั้นทำเพื่อตอบโต้การโจมตีของกบฏ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53340</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบฏยะไข่, กบฏอาระกัน, กองทัพพม่า, กองทัพอาระกัน, นางอองซาน ซูจี, บูตีอ่อง, พรรคซูจี, พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย, เจ้าหน้าที่พรรคเอ็นแอลดี, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191226/image_big_5e04ba91d17ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49051</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2019 20:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2019 20:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทัพพม่าช่วยเหยื่อกบฏยะไข่ได้ 14 ตายอีกไม่ทราบจำนวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพเมียนมาเปิดปฏิบัติการช่วยเหลือทหาร-ตำรวจที่โดนกบฏอาระกันในรัฐยะไข่จับตัวไปเมื่อวันเสาร์ มีตัวประกันได้รับการช่วยเหลือ 14 ราย แต่เชื่อว่าเสียชีวิตจำนวนมาก กบฏโทษทหารถล่มเรือทำให้เรือจม 2 ลำเมื่อวันอาทิตย์ แต่กองทัพโบ้ยเป็นฝีมือกบฏ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานของรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม 2562 อ้างคำแถลงของกองทัพเมียนมาที่ออกเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า กองทัพเมียนมาได้เปิดปฏิบัติการช่วยเหลือตัวประกัน ทั้งโดยภาคพื้นดินและทางอากาศ โดยสามารถช่วยตัวประกันได้แล้ว 14 คน และกองทัพยังคงพยายามช่วยตัวประกันที่เหลือให้ได้โดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ กลุ่มกบฏกองทัพอาระกัน (เอเอ) ที่ต่อสู้เพื่ออำนาจปกครองตนเองในรัฐยะไข่ จี้บังคับให้เรือโดยสารข้ามฟากลำหนึ่งเข้าเทียบท่าที่เมืองระเตด่อง แล้วจับตัวคนบนเรือมากกว่า 50 คนไว้เป็นตัวประกัน ซึ่งรวมถึงทหาร 14 นาย และตำรวจ 29 นาย กองทัพเมียนมาส่งเฮลิคอปเตอร์หลายลำออกติดตามพวกกบฏที่พยายามหลบหนี โดยจับนักโทษเหล่านี้ขึ้นเรือ 3 ลำ การปะทะส่งผลให้เรือจม 2 ลำ อีกลำเสียหาย ทั้งกองทัพเมียนมาและกบฏยืนยันว่ามีตัวประกันเสียชีวิตจำนวนหนึ่งแต่ไม่ระบุจำนวน โดยต่างโทษอีกฝ่ายว่าเป็นต้นเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของเอเอกล่าวว่า เฮลิคอปเตอร์หลายลำของกองทัพยิงปืนกลและจรวดโจมตีพวกตนขณะกำลังนำตัวประกันขึ้นเรือไปสอบปากคำในสถานที่ปลอดภัย ตัวประกันบางคนเสียชีวิต และเรือ 2 ลำโดนทำลายราบ &amp;quot;หลายคนโดนฆ่าตายเพราะไม่มีที่หลบกระสุน&amp;quot; คำแถลงกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพปฏิเสธคำกล่าวหาของกบฏกลุ่มนี้ โดยบอกว่าเอเอฆ่าตัวประกันทิ้งก่อนที่ปฏิบัติการจะเริ่มต้น &amp;quot;พวกนั้นใช้ตำรวจเป็นโล่มนุษย์&amp;quot; พลจัตวาซอ มิน ตุน กล่าวกับเอเอฟพี &amp;quot;เราบอกชัดเจนไม่ได้ว่ามีคนถูกฆ่าตายกี่คน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านขิ่น ซอ ไว สมาชิกสภาท้องถิ่น กล่าวกับรอยเตอร์ว่า การต่อสู้ในระตีต่องดุเดือดมากจนไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ได้เมื่อวันอาทิตย์ และชาวบ้านจำนวนมากหนีไปยังหมู่บ้านใกล้เคียงหลังจากเครื่องบินหลายลำบินอยู่บนท้องฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสู้รบนองเลือดในรัฐตะวันตกของเมียนมาแห่งนี้รุนแรงขึ้นนับแต่ปลายปีที่แล้ว ชาวบ้านนับแสนคนทิ้งถิ่นฐานหนีภัย เมื่อปี 2560 กองทัพเมียนมาเคยปราบปรามกลุ่มติดอาวุธชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่แห่งเดียวกันนี้ ซึ่งทำให้ชาวมุสลิมโรฮีนจามากกว่า 730,000 คนอพยพข้ามแดนเข้าบังกลาเทศ แต่สถานการณ์ของโรฮีนจากับกบฏอาระกันไม่เกี่ยวข้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลักพาตัวครั้งนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ในรอบไม่กี่สัปดาห์ หลังจากเอเอเพิ่งจี้รถบัสจับตัวประกันหลายสิบคน ซึ่งมีทั้งพลเรือนและพนักงานดับเพลิง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49051</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบฏยะไข่, กบฏอาระกัน, กองทัพอาระกัน, กองทัพเมียนมา, ช่วยตัวประกัน, พม่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9b427aa8b1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47971</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2019 20:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2019 20:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กบฏรัฐยะไข่เหิมเกริม จี้รถบัสลักพาตัว 31 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กลุ่มคนร้ายเกือบ 20 คนที่ต้องสงสัยว่าเป็นกบฏยะไข่ แต่งตัวเป็นนักกีฬาโบกรถบัสขนส่งพนักงานดับเพลิงและแรงงานเมียนมาแล้วบุกจี้จับผู้คนบนรถ 31 คนเป็นตัวประกันที่รัฐยะไข่ คาดว่าเข้าใจผิดว่าเป็นทหาร กองทัพเมียนมาส่งกำลังตามล่าแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีอ้างรายงานของหนังสือพิมพ์โกลบอลไลต์ออฟเมียนมา สื่อทางการเมียนมา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม 2562 ว่าขณะเกิดเหตุรถบัสคันนี้กำลังแล่นอยู่ในเมืองซิตตเว เมืองเอกของรัฐยะไข่ ผู้คนบนรถส่วนใหญ่เป็นพนักงานดับเพลิงที่ออกเวรและแรงงาน ข่าวกล่าวว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อชายคนหนึ่งแต่งตัวเป็นชาวบ้านออกมาโบกรถคันนี้ ก่อนที่กบฏ 18 คนซึ่งสวมชุดกีฬาจะโผล่ออกมาจากป่าแล้วใช้ปืนจี้บังคับผู้โดยสารลงจากรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พันเอกวิน ซอ อู เปิดเผยกับเอเอฟพีว่า กองทัพกำลังติดตามตัวคนร้ายกลุ่มนี้ และว่าพวกนั้นอาจเข้าใจผิดว่าพนักงานดับเพลิงที่อยู่บนรถเป็นทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่ายังไม่สามารถติดต่อตัวแทนของกองทัพอาระกัน ซึ่งสู้รบกับกองทัพเมียนมาเพื่อเรียกร้องอำนาจปกครองตนเองของชาวพุทธยะไข่เพื่อสอบถามความเห็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพเมียนมาส่งทหารนับหมื่นนายมาวางกำลังที่รัฐยะไข่แห่งนี้เพื่อปราบปรามกบฏของกองทัพอาระกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มสิทธิหลายกลุ่มกล่าวว่า กองทัพเมียนมาเคยลักพาตัวพลเรือนและทารุณกรรมพวกที่ถูกจับกุมไว้ แต่กองทัพก็ชี้นิ้วกล่าวโทษพวกกบฏว่าเป็นผู้ก่อเหตุยิงเหยื่อที่เล็งเป้าหมายไว้ วางระเบิดข้างทาง และลักพาตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพเมียนมาเคยเปิดปฏิบัติการกวาดล้างกองกำลังติดอาวุธชาวโรฮีนจาอย่างนองเลือดในรัฐยะไข่แห่งนี้เมื่อเดือนสิงหาคม 2560 ซึ่งผลักดันให้ชาวมุสลิมโรฮีนจา 740,000 คนอพยพหนีภัยข้ามชายแดนเข้าบังกลาเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะทำงานค้นหาข้อเท็จจริงขององค์การสหประชาชาติระบุไว้ในรายงานที่เผยแพร่เมื่อเดือนกันยายนว่า ชาวโรฮีนจาราว 600,000 คนในรัฐนี้ยังคงเผชิญกับ &amp;quot;ความเสี่ยงร้ายแรงของการถูกล้างเผ่าพันธุ์&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47971</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบฏยะไข่, กองทัพอาระกัน, จี้รถบัส, ลักพาตัว, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9b427aa8b1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40759</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2019 22:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2019 22:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิงคโปร์จับคนเมียนมา จัดงานระดมทุนหนุนกบฏยะไข่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการสิงคโปร์จับกุมบุคคลสัญชาติเมียนมาหลายราย ที่ต้องสงสัยว่าจัดงานระดมทุนและให้การสนับสนุนกองกำลังติดอาวุธชาวยะไข่ ที่กำลังสู้รบอย่างดุเดือดกับกองทัพเมียนมาในรัฐยะไข่ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ Roslan RAHMAN / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2562 อ้างคำแถลงของกระทรวงมหาดไทยสิงคโปร์ ออกเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมาว่า กลุ่มชาวเมียนมาที่โดนจับกุมนี้ถูกกล่าวหาว่าจัดงานระดมทุนและรวบรวมการสนับสนุนกองทัพอาระกัน (เอเอ) ภายในชุมชนชาวเมียนมาด้วยกันที่สิงคโปร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กระทรวงมหาดไทยกำลังดำเนินการกับบุคคลสัญชาติเมียนมาหลายคน ที่ใช้สิงคโปร์เป็นฐานในการจัดตั้งและรวบรวมการสนับสนุนการใช้ความรุนแรงด้วยอาวุธต่อรัฐบาลเมียนมา&amp;quot; คำแถลงกล่าว และว่า พฤติการณ์เช่นนี้เป็นภัยต่อความมั่นคงของสิงคโปร์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทยสิงคโปร์กล่าวว่า กลุ่มเอเอรับผิดชอบต่อการก่อเหตุโจมตีรุนแรงหลายครั้งในเมียนมา และรัฐบาลเมียนมาถือว่าพวกเขาเป็นกลุ่มก่อการร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า กองทัพเมียนมาส่งกำลังทหารนับหมื่นนายไปยังรัฐยะไข่ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เพื่อพยายามปราบปรามกองกำลังติดอาวุธชาวยะไข่กลุ่มนี้ ที่อ้างว่าพวกเขาต่อสู้เพื่ออำนาจปกครองตนเองมากขึ้นของชาวพุทธเชื้อสายยะไข่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐยะไข่ในภาคตะวันตกของเมียนมาแห่งนี้เคยเป็นที่เกิดเหตุกองทัพเมียนมาปราบปรามกลุ่มติดอาวุธชาวมุสลิมโรฮีนจาเมื่อปี 2560 ซึ่งส่งผลให้ชาวโรฮีนจาหนีภัยข้ามแดนเข้าสู่บังกลาเทศหลายแสนคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของกระทรวงมหาดไทยสิงคโปร์ระบุว่า งานกิจกรรมในชุมชนถูกใช้ในการเผยแพร่การต่อสู้ของเอเอและระดมการสนับสนุนเพื่อ &amp;quot;ปิตุภูมิ&amp;quot; ยะไข่ บุคคลหนึ่งที่โดนจับกุมกำลังถูกสอบสวนว่ามีความสัมพันธ์โดยตรงกับผู้นำคนสำคัญของเอเอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงไม่ยอมเปิดเผยว่ามีชาวเมียนมาโดนจับกุมในครั้งนี้จำนวนกี่คน หรือเปิดเผยชื่อของพวกเขา แต่บอกว่าพวกที่พบว่าเกี่ยวข้องกับกิจกรรมด้านความมั่นคงจะถูกเนรเทศออกจากสิงคโปร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40759</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบฏยะไข่, กองทัพอาระกัน, จัดงานระดมทุน, ชาวเมียนมา, สิงคโปร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190711/image_big_5d27541e1e5c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31852</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2019 21:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2019 21:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พม่าสู้รบกบฏยะไข่ลามเมืองเก่า &#039;มรัคอู&#039; ชาวบ้านเจ็บ นักท่องเที่ยวกระเจิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;การสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมากับกบฏยะไข่ลามถึงเมืองเก่ามรัคอูที่หวังจะขึ้นทะเบียนมรดกโลก มีชาวบ้านโดนลูกหลงบาดเจ็บแล้วอย่างน้อย 8 ราย นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษหนีตายขณะเที่ยวชมวัด&amp;nbsp; แขกเช็กเอาต์เกลี้ยงโรงแรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ โบราณสถานในเมืองมรัคอู เมืองโบราณในรัฐยะไข่ของเมียนมา ที่การสู้รบอาจจะกระทบต่อการยื่นขอให้ยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพเมียนมาและกลุ่มกบฏชาวพุทธยะไข่ในชื่อกองทัพอาระกัน (เอเอ) เปิดฉากสู้รบกันอย่างดุเดือดรอบใหม่มานับแต่ต้นเดือนมกราคมปีนี้ โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐโดนสังหาร 22 นาย และเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา การสู้รบได้ลุกลามถึงเมืองมรัคอู เมืองเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงเรื่องศาสนสถานโบราณและเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักเดินทางที่ชอบสมบุกสมบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 20 มีนาคม 2562 อ้างคำกล่าวของอ่อง ทัน ตุน ประธานสมาคมบริจาคเลือดการุนาลายในเมืองมรัคอู วันเดียวกันนี้ว่า มีประชาชนได้รับบาดเจ็บประมาณ 8 คนที่กำลังรักษาตัวที่โรงพยาบาลมรัคอู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เขายังยืนยันด้วยว่า ชายชาวบ้าน 2 คนจากหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียงที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบเมื่อสัปดาห์ก่อน เสียชีวิตลงแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คริสโตเฟอร์ แคดดี นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ เพิ่งโพสต์วิดีโอลงทวิตเตอร์ เป็นภาพเขาและคู่หมั้นกำลังเที่ยวชมวัดเมื่อวันอาทิตย์ ด้วยความวิตกกังวลชัดเจนกับเสียงปืนและเสียงระเบิดที่ดังอยู่ด้านนอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวกับเอเอฟพีว่า ตอนแรกพวกเขาเข้าใจว่าเป็นเพียงการฝึกทหาร จนกระทั่งออกมานอกวัดแล้วรู้ตัวว่าพ่อค้าแม่ค้าและยามพากันหนีไปหมด จากนั้นก็มีชาวบ้านคนหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์มารับเพื่อนแล้วบอกให้พวกเขาหนี ทั้งคู่ปั่นจักรยานกลับโรงแรม ระหว่างทางยังพบเห็นทหารประจำในท่าพร้อมรบอยู่ด้านหลังซากปรักหักพังของเจดีย์องค์หนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงแรมหลายแห่งที่เอเอฟพีติดต่อสอบถามไปได้ความว่าแขกออกจากโรงแรมหมดแล้ว พนักงานของโรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ บอกว่า โรงแรมของเขาตกอยู่ท่ามกลางกระสุนจากการปะทะเมื่อคืนวันอาทิตย์ กระจกหน้าต่างโดนกระสุนเสียหายไปหลายบาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขิ่น ทัน นักประวัติศาสตร์ในพื้นที่ กล่าวกับเอเอฟพีทางโทรศัพท์ว่า เธอยังไม่กล้าออกไปสำรวจความเสียหายที่เกิดกับโบราณสถานต่างๆ ในตอนนี้ พวกเธอยังหวาดกลัวเพราะกลุ่มติดอาวุธยังวางกำลังอยู่บนเนินเขาใกล้ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมียนมาหวังว่ายูเนสโกจะขึ้นทะเบียนเมืองมรัคอูเป็นมรดกโลก แต่สมาคมโบราณคดีเมียนมาเกรงว่าการปะทะจะกระทบต่อการเสนอชื่อและเรียกร้องอย่างเร่งด่วนให้ทุกฝ่ายกำหนดให้เมืองนี้เป็น &amp;quot;เขตปลอดการยิง&amp;quot; ขณะที่กองทัพอ้างว่าส่งทหารเข้าเมืองนี้เพราะได้รับเบาะแสว่าเอเอกำลังจะโจมตี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31852</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบฏยะไข่, กองทัพอาระกัน, นักท่องเที่ยวหนีตาย, พม่า, มรัคอู, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190320/image_big_5c924dafdbec3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31851</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2019 21:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2019 21:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พม่าสู้รบกบฏยะไข่ลามเมืองเก่า &#039;มรัคอู&#039; ชาวบ้านเจ็บ ทัวริสต์กระเจิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;การสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมากับกบฏยะไข่ลามถึงเมืองเก่ามรัคอูที่หวังจะขึ้นทะเบียนมรดกโลก มีชาวบ้านโดนลูกหลงบาดเจ็บแล้วอย่างน้อย 8 ราย นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษหนีตายขณะเที่ยวชมวัด&amp;nbsp; แขกเช็กเอาต์เกลี้ยงโรงแรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ โบราณสถานในเมืองมรัคอู เมืองโบราณในรัฐยะไข่ของเมียนมา ที่การสู้รบอาจจะกระทบต่อการยื่นขอให้ยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพเมียนมาและกลุ่มกบฏชาวพุทธยะไข่ในชื่อกองทัพอาระกัน (เอเอ) เปิดฉากสู้รบกันอย่างดุเดือดรอบใหม่มานับแต่ต้นเดือนมกราคมปีนี้ โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐโดนสังหาร 22 นาย และเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา การสู้รบได้ลุกลามถึงเมืองมรัคอู เมืองเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงเรื่องศาสนสถานโบราณและเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักเดินทางที่ชอบสมบุกสมบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 20 มีนาคม 2562 อ้างคำกล่าวของอ่อง ทัน ตุน ประธานสมาคมบริจาคเลือดการุนาลายในเมืองมรัคอู วันเดียวกันนี้ว่า มีประชาชนได้รับบาดเจ็บประมาณ 8 คนที่กำลังรักษาตัวที่โรงพยาบาลมรัคอู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เขายังยืนยันด้วยว่า ชายชาวบ้าน 2 คนจากหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียงที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบเมื่อสัปดาห์ก่อน เสียชีวิตลงแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คริสโตเฟอร์ แคดดี นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ เพิ่งโพสต์วิดีโอลงทวิตเตอร์ เป็นภาพเขาและคู่หมั้นกำลังเที่ยวชมวัดเมื่อวันอาทิตย์ ด้วยความวิตกกังวลชัดเจนกับเสียงปืนและเสียงระเบิดที่ดังอยู่ด้านนอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวกับเอเอฟพีว่า ตอนแรกพวกเขาเข้าใจว่าเป็นเพียงการฝึกทหาร จนกระทั่งออกมานอกวัดแล้วรู้ตัวว่าพ่อค้าแม่ค้าและยามพากันหนีไปหมด จากนั้นก็มีชาวบ้านคนหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์มารับเพื่อนแล้วบอกให้พวกเขาหนี ทั้งคู่ปั่นจักรยานกลับโรงแรม ระหว่างทางยังพบเห็นทหารประจำในท่าพร้อมรบอยู่ด้านหลังซากปรักหักพังของเจดีย์องค์หนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงแรมหลายแห่งที่เอเอฟพีติดต่อสอบถามไปได้ความว่าแขกออกจากโรงแรมหมดแล้ว พนักงานของโรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ บอกว่า โรงแรมของเขาตกอยู่ท่ามกลางกระสุนจากการปะทะเมื่อคืนวันอาทิตย์ กระจกหน้าต่างโดนกระสุนเสียหายไปหลายบาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขิ่น ทัน นักประวัติศาสตร์ในพื้นที่ กล่าวกับเอเอฟพีทางโทรศัพท์ว่า เธอยังไม่กล้าออกไปสำรวจความเสียหายที่เกิดกับโบราณสถานต่างๆ ในตอนนี้ พวกเธอยังหวาดกลัวเพราะกลุ่มติดอาวุธยังวางกำลังอยู่บนเนินเขาใกล้ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมียนมาหวังว่ายูเนสโกจะขึ้นทะเบียนเมืองมรัคอูเป็นมรดกโลก แต่สมาคมโบราณคดีเมียนมาเกรงว่าการปะทะจะกระทบต่อการเสนอชื่อและเรียกร้องอย่างเร่งด่วนให้ทุกฝ่ายกำหนดให้เมืองนี้เป็น &amp;quot;เขตปลอดการยิง&amp;quot; ขณะที่กองทัพอ้างว่าส่งทหารเข้าเมืองนี้เพราะได้รับเบาะแสว่าเอเอกำลังจะโจมตี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31851</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบฏยะไข่, กองทัพอาระกัน, พม่า, มรัคอู, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190320/image_big_5c924dafdbec3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
