<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113434</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 08:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 08:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.ตีปี๊บจัดหนัก&#039;บิ๊กตู่&#039;! ซักฟอกภาพจำ6ปัญหากับ7ปีภาวะกบต้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค. 64 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ตามที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ อีก 5 รัฐมนตรีที่บริหารงานผิดพลาดสร้างปัญหาทำให้คนเจ็บคนตายเป็นจำนวนมาก และสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนทางด้านเศรษฐกิจอย่างหนักต่อประธานสภาฯ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยได้เตรียม ส.ส. ที่มีความรู้ความชำนาญด้านเศรษฐกิจ พร้อมอภิปรายจัดหนักพลเอกประยุทธ์ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ซึ่งเชื่อว่าในปัจจุบันประชาชนทุกคนเห็นได้ชัดเจนถึงความล้มเหลวในการบริหารประเทศของพลเอกประยุทธ์โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ โดยจะมีภาพจำใน 6 ปัญหา ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ภาวะกบต้ม ตามทฤษฎีกบต้มที่เป็นทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ที่มีอยู่จริงที่มีมากว่า 100 ปีแล้ว แต่พลเอกประยุทธ์ไม่มีความรู้เลยส่งคนมาฟ้องผม แต่ผมโชคดีมีนายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย คุณนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ มาช่วยเหลือในคดี ทำให้สำนักอัยการสั่งไม่ฟ้อง เพราะเป็นหลักคิดทางเศรษฐกิจสากล โดยกล่าวถึงภาวะเศรษฐกิจที่จะค่อยๆทรุดลงเรื่อยๆ เหมือนค่อยๆเร่งไฟหม้อต้มกบ กบจะค่อยๆปรับตัวจนถูกต้มเดือดตาย ซึ่งภาวะกบต้มของไทยนี้เห็นได้ชัดเจนขึ้นทุกวัน ที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำเตี้ย มาตลอด พอมาเจอวิกฤตโควิดจึงเหมือนเป็นการเร่งไฟหม้อกบต้ม คนเจ็บคนตายเป็นจำนวนมาก ธุรกิจเจ๊งกันมาก แถมยังไม่มีทิศทางจะฟื้นเศรษฐกิจได้เลย ไทยอยู่อันดับบ๊วยในการจัดอันดับประเทศที่จะฟื้นตัวช้าที่สุดในสื่อหลักญี่ปุ่น และบทความในสื่อนี้ ยังระบุชัดเจนว่าการที่ไทยไม่ฟื้นหรือฟื้นช้าหมายถึงความล้มเหลวในการบริหารประเทศตลอด 7 ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp; ซึ่งแสดงถึงภาวะกบต้มอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. บริหารโดยการโดนด่า เรื่องนี้หากจำกันได้ผมเป็นคนแรกในการชี้ประเด็นนี้ โดยพลเอกประยุทธ์ไม่เคยคิดหรือวางแผนล่วงหน้า ถูกด่าถึงจะคิดแก้ไข ตั้งแต่การล็อกดาวน์ในครั้งแรกและไม่คิดจะเยียวยาจนต้องโดนด่าถึงคิดเยียวยา พอเยียวยาก็เยียวยาไม่ทั่วถึง จนต้องโดนด่าถึงจะทำ จนกระทั่งมาถึงปัจจุบันที่การบริหารจัดการวัคซีนยังมั่วมาก ยังต้องด่าถึงจะแก้ไข แต่ก็ยังเป็นปัญหาอยู่เลย นอกจากนี้ประชาชนยังเชื่อว่าการบริหารจัดการวัคซีนที่มั่วมากและผิดพลาดขนาดนี้น่ามาจากเพราะมีผลประโยชน์และมีการทุจริตคอรัปชั่นเกี่ยวข้องด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. บริหารแบบรอวันเจ๊ง การที่พลเอกประยุทธ์ขาดความรู้ความสามารถ ปล่อยประเทศและประชาชนตามยถากรรม ทุกวันนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะต้องล็อกดาวน์นานเท่าไหร่ถึงจะปลดล็อกดาวน์ได้ ประกาศจะเปิดประเทศใน 120 วัน โดยจะครบวันที่ 14 ตุลาคม ซึ่งคงเป็นไปไม่ได้แน่ แค่จะปลดล็อกดาวน์ในวันที่ 14 ตุลาคมก็ยังทำไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าวัคซีนที่มีคุณภาพจะมาเมื่อไหร่&amp;nbsp; ถ้าไม่มีวัคซีนจะปลดล็อกได้อย่างไร คนติดไวรัสและคนตายจะลดลงไหม เศรษฐกิจจะพินาศขนาดไหน โดยคาดกันว่าการล็อกดาวน์จะทำความเสียหายถึงเดือนละ 3-4 แสนล้านบาทเป็นอย่างต่ำ เศรษฐกิจไทยน่าจะติดลบอีกในปีนี้หลังจากปีที่แล้วติดลบหนักแล้วถึง -6.1 % แล้วพลเอกประยุทธ์จะฟื้นเศรษฐกิจได้อย่างไร ที่ผ่านมายังไม่เคยพิสูจน์เลยว่าทำได้ เปลี่ยนทีมเศรษฐกิจกี่ครั้งก็ยังล้มเหลว พลเอกประยุทธ์เป็นหัวหน้าทีมเองยิ่งล้มเหลวหนักมากขึ้น ทุกวันนี้บริหารเหมือนรอวันเจ๊ง คิดได้แค่กู้เงินมาแจกไปเรื่อยๆ เพื่อเอาบุญเอาคุณกับประชาชนโดยประเทศไม่ได้พัฒนา หนี้สาธารณะพุ่งกระฉูด เป็นการยืมเงินของลูกหลานในอนาคตมาแจก อีกหน่อยลูกหลานก็ต้องตามใช้หนี้กันอาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ไม่สามารถลำดับความสำคัญได้ หรือ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นผู้นำพิการทางความคิด เรื่องที่สำคัญควรเร่งทำก่อน กลับไม่ยอมทำ เรื่องการบริหารจัดการวัคซีนน่าจะเห็นชัดสุด กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท แต่กลับไม่ยอมนำเงินไปซื้อวัคซีนที่มีคุณภาพ ทำให้เกิดการระบาดรอบใหม่คนเจ็บคนตายพุ่งขึ้นจำนวนมาก กู้เงินอีก 5 แสนล้านบาท ก็ยังไม่เห็นวัคซีนที่มีคุณภาพเข้ามาเลย วัคซีนไฟเซอร์ที่ได้รับบริจาคจากสหรัฐอเมริกามา บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้ากลับไม่ได้รับการฉีดให้ครบ ทหารกลับได้รับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ก่อน ขนาด รมว. สาธารณสุขยังงงและยอมรับเอง และในขณะที่คนเจ็บคนตายจำนวนมาก เศรษฐกิจเจ๊งหนัก พลเอกประยุทธ์ในฐานะ รมว. กลาโหม กลับปล่อยให้กองทัพเรือเสนอเรื่องการจัดซื้อเรือดำน้ำเข้ามาขออนุมัติ แม้สุดท้ายจะถอนออกไปแต่ความจริงคือแค่คิดเสนอเข้ามาแต่แรกก็ผิดแล้ว แสดงถึงการจัดลำดับความสำคัญของเรื่องต่างๆไม่ได้เลย ซึ่งยังมีอีกหลายเรื่องที่พูดได้อีกมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ปิดปากคนเห็นต่าง เรื่องนี้ยังเป็นปัญหาอย่างมากตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน หากจำกันได้สมัยที่เป็นเผด็จการได้เรียกผู้เห็นต่างจำนวนมากไปปรับทัศนคติ ซึ่งรวมถึงผมด้วยที่โดนเรียกไปถึง 12 ครั้ง จากการเตือนเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งต่อมาเศรษฐกิจก็ทรุดหนักและแย่จริง และหลังจากมีการเลือกตั้งแล้ว ก็ยังคงปิดปากผู้เห็นต่างตลอด มีการฟ้องดำเนินคดี เพื่อ ปิดปาก ดารา นักร้อง นักแสดง ที่ทนการบริหารที่ล้มเหลวไม่ได้ ต้องออกมา call out แม้กระทั่งพยายามจะปิดปากสื่อมวลชน แต่โชคดีที่ศาลตัดสินว่าเป็นคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมาย แม้กระทั่งการชุมนุมเพื่อประท้วงความล้มเหลวที่พลเอกประยุทธ์ล้มเหลวจริงยังถูกเจ้าหน้าที่ยิงด้วยกระสุนยางและแก๊สน้ำตา ถึงขนาดมีการลอบยิงจากที่สูง ซึ่งไม่ใช่ตามหลักการสากลตามที่อ้างไว้แน่นอน และล่าสุดผู้ประท้วงที่ยอมรับว่ากลับใจจากการเป็นสลิ่ม นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวน หรือ ไฮโซลูกนัท ยังถูกยิงถึงกับทำให้ตาบอดเลย ซึ่งไม่มีใครสมควรจะโดนการกระทำอย่างรุนแรงเช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. #ผนงรจตกม หรือ ผู้นำโง่เราจะตายกันหมด ซึ่งต้องขอชื่นชมนักศึกษาที่ขึ้นป้ายนี้ในฟุตบอลประเพณีต้นปี 2563 เป็นการแสดงวิสัยทัศน์ของเด็กรุ่นใหม่ได้อย่างแม่นยำที่สุด ปัจจุบันความไม่ฉลาดของผู้นำทำให้คนเจ็บและคนตายเป็นจำนวนมาก ไม่ตายด้วนไวรัสโควิดก็ตายด้วยพิษเศรษฐกิจ #ผนงรจตกม จึงเป็นความจริงขึ้นทุกวัน และเป็นจริงขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่การเจ็บการตายจะลดลงหรือหยุดได้เลย ภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
นายพิชัย กล่าวว่า ทั้ง 6 ข้อนี้เป็นภาพจำปัญหาของผู้นำที่ประชาชนจำได้แม่น และยังคงเป็นอยู่ โดยที่พลเอกประยุทธ์ยังไม่แก้ไขหรือแก้ไขไม่ได้ เพราะเป็นข้อจำกัดทางความรู้ความสามารถและปัญหาทางความคิดไปแล้ว ดังนั้น การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ คาดหวังว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง รัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารใหม่จะต้องทำตรงข้ามกับทั้ง 6 ข้อนี้ทั้งหมดคือ ต้องแก้ไขภาวะกบต้มนี้ให้ได้ เพื่อให้ประชาชนรอดพ้นจากวิกฤตไวรัสโควิดและวิกฤตเศรษฐกิจ ต้องคิดล่วงหน้าไม่ต้องให้โดนด่าก่อนถึงค่อยคิดทำ ต้องไม่บริหารแบบรอวันเจ๊ง เร่งแก้ไขไม่ปล่อยประเทศและประชาชนตามยถากรรมโดยต้องมีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน ต้องจัดลำดับความสำคัญของเรื่องจำเป็นว่าจะต้องทำก่อนหลังได้ เพื่อจะแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศ และ สุดท้ายต้องมีผู้นำที่ฉลาดมานำประเทศ เพราะจะสอนคนที่ไม่ฉลาดให้ฉลาดคงเป็นไปไม่ได้ แต่ต้องเลือกเอาคนฉลาดมาบริหารประเทศ ประเทศไทยถึงจะรอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ไปได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113434</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบต้ม, ซักฟอก, นายพิชัย นริพทะพันธุ์, บิ๊กตู่, พท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_61021467d4943.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92054</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2021 09:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2021 09:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039; หวิดเซ่น &#039;กบต้ม&#039; อัยการสั่งไม่ฟ้อง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.พ.64 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า วันนี้ผมได้รับหนังสือเลขที่ 0026.(12)3/169 ลงวันที่ 29 มกราคม 2564 จาก กองกำกับ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญกรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ลงนามโดย พันตำรงจเอก พิเชษฐ์ คำภีรานนท์ ผู้กำกับการ 3 บก. ปอท. แจ้งว่า พนักงานอัยการมีหนังสือที่ อส 0009.3/0171 ลงวันที่ 28 ตุลาคม 2563 มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องผมในคดีอาญาเลขที่ 0051/2560 ที่ คสช. ฟ้องผม ในคดีที่รู้จักกันดีว่าคือคดี &amp;ldquo;กบต้ม&amp;rdquo; ที่เป็นทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ที่มีอยู่จริงแต่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ หัวหน้า คสช.ในขณะนั้น น่าจะไม่มีความรู้ จึงได้ให้คนมาฟ้องผม ซึ่งตอนที่ คสช. ฟ้องผมในเรื่องนี้นั้น ข่าวได้กระจายไปต่างประเทศ และทำให้ประเทศไทยถูกขบขันในเรื่องนี้อย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมต้องขอขอบคุณสำนักอัยการที่ให้ความเป็นธรรมกับผมอีกครั้ง หลังจากที่ได้สั่งไม่ฟ้องคดีรูปปกนิตยสารไทม์และ รูปการดูด สส. 4.0 ที่สำนักอัยการได้สั่งไม่ฟ้องไปแล้วก่อนหน้านี้ เพราะคดีทั้งหมดน่าจะเป็นความพยายามที่จะให้ผมหยุดการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเท่านั้น และจะเป็นประวัติศาสตร์จารึกความพยายามของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ที่จะปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นของประชาชน เพราะผมโดนเรียกทั้งหมด 12 หน เป็นการเรียกปรับทัศนคติ 8 หน เรียกดำเนินคดีอีก 4 หน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมต้องขอขอบคุณคุณนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศ ที่ได้ช่วยเหลือ ว่าความแก้ต่างให้ในคดีต่างๆตลอดมา จนปัจจุบันผมไม่มีคดีใดๆค้างอยู่อีกต่อไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
หากจำกันได้ ผมได้เตือนเรื่องปัญหาเศรษฐกิจไทยที่จะย่ำแย่มาตลอด และทฤษฎีกบต้มนี้ ผมเตือนมาตั้งแต่ปี 2560 หรือ กว่า 3 ปีที่แล้ว ซึ่งหากพลเอกประยุทธ์จะเปิดใจรับฟังและหาทางแก้ไขปรับปรุง เศรษฐกิจไทยคงไม่ย่ำแย่แบบนี้ เศรษฐกิจไทยทรุดหนักมาตลอดตั้งแต่มีการปฏิวัติ เหมือนที่สื่อต่างประเทศวิเคราะห์ว่าไทยเป็นคนป่วยของเอเชียและจะป่วยหนัก ตั้งแต่ก่อนที่มีการระบาดของไวรัสโควิด และมาทรุดหนักหลังวิกฤตไวรัส ซึ่งปัจจุบันเศรษฐกิจไทยอาการหนักยิ่งกว่ากบต้มเสียอีก คนกำลังลำบากกันอย่างแสนสาหัส SMEs เจ๊งกันมาก หนี้สินของประเทศและหนี้สินของประชาชนพุ่งกระฉูด การว่างงานเพิ่มขึ้นมาก และยังมีแนวโน้มที่จะแย่ลงอีกเรื่อยๆ เพราะพลเอกประยุทธ์ไม่สามารถพัฒนากรอบคิดให้ทันโลกได้ ขนาดสื่อหลักของญี่ปุ่นยังเตือนว่าเศรษฐกิจไทยจะแย่ต่อไปอีก 10 ปี ในบทความ &amp;ldquo;เศรษฐกิจไทย : หายนะแบบสโลโมชั่น&amp;rdquo; ซึ่งตรงกับ ทฤษฎีกบต้ม ที่ผมเตือนไว้ 3 ปีแล้ว โดยเรื่องการบริหารประเทศที่ล้มเหลวนี้ พรรคเพื่อไทย และ ฝ่ายค้านจะได้นำมาตีแผ่อภิปรายไม่ไว้วางใจให้ประชาชนได้ทราบในไม่ช้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากที่ผมได้เตือนแล้วและเป็นจริงนี้ ผมอยากให้พลเอกประยุทธ์ได้เรียนรู้และหัดรับฟังความคิดเห็นและคำแนะนำของคนกลุ่มต่างๆ โดยเลิกใช้กฏหมายเพื่อพยายามปิดปากประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องเลิกปิดปากนักศึกษาและเยาวชน และหัดรับฟังเพื่อนำมาปรับปรุงความคิดที่ล้าหลังตกยุคให้ทันสมัยขึ้น ก่อนที่เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ความหายนะจริงตามคำทำนาย ซึ่งหากพลเอกประยุทธ์พัฒนาตัวเองไม่ได้และยังยึดติดกับกรอบคิดแบบเดิมๆ ก็ควรจะพิจารณาตัวเองลาออก อย่าได้เป็นสาเหตุของความหายนะให้กับประเทศอีกต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92054</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบต้ม, พิชัย นริพทะพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180327/image_big_5ab9d17ab4dec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5883</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2018 12:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2018 12:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมุนแม้วสะใจอายัดบัญชีพธม.-กปปส.เจอคดีกบฏ  แต่ยังไม่หนำใจลั่นต้องโดนมากกว่านี้!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มี.ค. 61 -&amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;สมควรโดนมากกว่านี้!!! ทำประเทศไทยเป็นกบต้ม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การโพสต์ของนายพิชัย สืบเนื่องมาจาก &amp;nbsp;เพจเฟซบุ๊ก Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ) ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้โพสต์เผยแพร่ข้อเขียนเรื่อง &amp;quot;อายัดบัญชี 13 พันธมิตรปฏิบัติการรุกฆาตจากการท่าฯ-อำนาจมืด&amp;quot;เขียนโดยผู้ใช้นามแฝง&amp;quot;อดีตพันธมิตรร่วมสู้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านข่าวประกอบ อายัดบัญชี 13 แกนนำพธม. &amp;#39;กำนันสุเทพ&amp;#39; กังขาปฏิบัติการรุกฆาตจากอำนาจมืด?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5883</URL_LINK>
                <HASHTAG>13แกนนำพธม., กบต้ม, พิชัย นริพทะพันธุ์, อายัดบัญชีแกนนำพันธมิตรฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180327/image_big_5ab9d17ab4dec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
