<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กปน. จัดกิจกรรมออนไลน์ “วิถีใหม่แห่งการประหยัดน้ำกับฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวง”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้&amp;nbsp; เวลา 15.00 น. ณ อาคารอเนกประสงค์ การประปานครหลวง สำนักงานใหญ่ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมออนไลน์ &amp;ldquo;วิถีใหม่แห่งการประหยัดน้ำกับฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวง&amp;rdquo; โดยมี นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ประธานกรรมการ กปน. นายนิทัศน์ มณีศิลาสันต์ กรรมการ กปน. นายวีรวัฒน์ ยมจินดา กรรมการ กปน. และนายกวี อารีกุล ผู้ว่าการ กปน. ร่วมพิธีเปิดกิจกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กปน. เป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย มีภารกิจหลักในการผลิตน้ำประปาสะอาด ปลอดภัย ตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) ให้บริการประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ เพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้พี่น้องประชาชนได้รับบริการน้ำประปา สะอาด ปลอดภัย อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม เสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทย นอกจากภารกิจหลักแล้ว กปน. ยังให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาทรัพยากรน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำที่ได้รับการรับรองฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวงอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;โดยในปีนี้ได้จัดกิจกรรมออนไลน์ &amp;ldquo;วิถีใหม่แห่งการประหยัดน้ำกับฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวง&amp;rdquo; เพื่อที่จะเป็นทางเลือกให้ประชาชนเลือกซื้ออุปกรณ์ประหยัดน้ำที่ได้รับการรับรองฉลากประหยัดน้ำจากการประปานครหลวง ซึ่งจะช่วยควบคุมการใช้น้ำในปริมาณที่เหมาะสม ลดการสูญเสียน้ำโดยไม่จำเป็น รวมทั้งสงวนต้นทุนน้ำไว้ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกภาคส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ประธานกรรมการ กปน. กล่าวว่า การประปานครหลวงดำเนินกิจกรรมฉลากประหยัดน้ำเพื่อที่จะเป็นทางเลือกให้ประชาชนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ประหยัดน้ำที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวง ซึ่งจะช่วยควบคุมการใช้น้ำในปริมาณที่เหมาะสม ลดการสูญเสียน้ำโดยไม่จำเป็น ช่วยลดอัตราการใช้น้ำ เฉลี่ย/คน/วัน (Per Capita) เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอและยั่งยืนตลอดไปตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายนิพนธ์ บุญญามณี)&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน นายกวี อารีกุล ผู้ว่าการ กปน. กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมในวันนี้ กปน. ได้มีการเสวนาออนไลน์โดยได้รับความร่วมมือของพันธมิตรจากบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ประหยัดน้ำที่ผ่านมาตรฐาน และได้รับการรับรองฉลากประหยัดน้ำของ กปน. รวมถึงโมเดิร์นเทรด (Modern Trade) และจัดนิทรรศการเสมือนจริง (Virtual Exhibition) ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำที่ได้รับการรับรองฉลากประหยัดน้ำจากการประปานครหลวง ซึ่งอุปกรณ์ประหยัดน้ำที่มีฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวง จะเพิ่มฟองอากาศให้น้ำที่ไหลออกมา มีความหนา นุ่ม ไม่แตกต่างจากก๊อกน้ำทั่วไป แต่ลดการใช้น้ำลง 1 ใน 3 จากการใช้ก๊อกน้ำทั่วไป รวมถึงส่งเสริมการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า เพื่อให้ประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ เพื่อให้เราทุกคนได้มีน้ำประปาสะอาด ปลอดภัย ใช้อย่างยั่งยืนสืบไป&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116565</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปน., กระทรวงมหาดไทย, การประปานครหลวง, กิจกรรมออนไลน์, จัดนิทรรศการเสมือนจริง, ทรัพยากรน้ำ, นายกวี อารีกุล, นายนิทัศน์ มณีศิลาสันต์, นายนิพนธ์ บุญญามณี, นายนิสิต จันทร์สมวงศ์, นายวีรวัฒน์ ยมจินดา, น้ำประปา, วิถีใหม่แห่งการประหยัดน้ำกับฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวง, สะอาด ปลอดภัย ตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก, อนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ, โมเดิร์นเทรด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210913/image_big_613f174267c67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108778</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 09:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 09:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กปน.ยันน้ำประปาปลอดภัย ไฟไหม้โรงงานกิ่งแก้วไม่กระทบคุณภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6ก.ค.64-นายรักษ์ศักดิ์ สุริยหาร รองผู้ว่าการ (ผลิตและส่งน้ำ) การประปานครหลวง (กปน.) เปิดเผยว่าจากกรณีเกิดเพลิงไหม้โรงงานผลิตเม็ดพลาสติก ย่านกิ่งแก้ว 21 เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา นั้น กปน.ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด พร้อมย้ำให้ประชาชนคลายความกังวลว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลต่อคุณภาพน้ำประปาของ กปน.โดยพื้นที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากแหล่งน้ำดิบ โรงงานผลิตน้ำประปาของ กปน. และคลองประปา มากกว่า30 กิโลเมตร ซึ่งอยู่นอกพื้นที่เสี่ยงภัย อีกทั้ง กปน. มีทีมนักวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญและเฝ้าตรวจสอบคุณภาพน้ำประปาอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง และมีแผนรับมือเพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นไว้พร้อมแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายรักษ์ศักดิ์ กล่าวย้ำว่า กปน. ขอยืนยันว่าน้ำประปาที่ผลิตจากโรงงานผลิตน้ำ จะถูกลำเลียงด้วยระบบปิดผ่านทางท่อประปา ซึ่งเป็นไปตามแผนน้ำประปาปลอดภัย หรือ Water Safety Plan (WSP)สารเคมีไม่สามารถปนเปื้อนในน้ำประปาได้ ประกอบกับขณะนี้ กปน ได้ทำการตรวจสอบแนวท่อประปาบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุ พบว่าไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด จึงขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าน้ำประปาของ กปน. สะอาด ปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม สำหรับประชาชนที่พักอาศัยในบริเวณรัศมีโดยรอบที่เกิดเหตุ 5-10 กิโลเมตรหากมีการรองน้ำประปาใส่ภาชนะไว้ภายนอกบ้าน ขอให้มีฝาปิดมิดชิดเพื่อป้องกันการปนเปื้อน ทั้งนี้ กปน.ขอแสดงความห่วงใยและขอให้สถานการณ์ดังกล่าวคลี่คลายโดยเร็ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108778</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปน., กิ่งแก้ว, น้ำประปา, เพลิงไหม้, ไฟไหม้โรงงานโฟม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e3c011d0df6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97477</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2021 20:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2021 09:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิกฤติภัยแล้งไทย ถึงจุด&quot;ต้องบำบัด-ใช้น้ำซ้ำ&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาภัยแล้งของประเทศไทยที่อาการหนักขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหน้าแล้งของทุกปี สวนทางกับปริมาณน้ำในเขื่อนที่จัดเก็บได้ในแต่ละปี หรือความต้องการใช้น้ำมากกว่าน้ำที่จัดเก็บได้ถึงเท่าตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากข้อมูลของ ดร.รอยล จิตรดอน ประธานกรรมการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) ที่ให้ข้อมูลว่า เมื่อปี 2558 ไทยมีความต้องการใช้น้ำมากถึง 153,578 ล้าน ลบ.ม. และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ความจุของอ่างเก็บน้ำรวมเก็บได้ 76,067 ล้าน ลบ.ม. ส่วนปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนใหญ่และขนาดกลางเพียงรวมแล้ว 42,620 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี โดยปี 2563 มีน้ำไหลเข้าอ่างแค่ 20,000 ล้าน ลบ.ม. เนื่องจากปริมาณฝนลดลง 12% แต่มีผลทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่างลดฮวบ หรือเท่ากับว่าตอนนี้เหลือน้ำต้นทุนแค่สองหมื่นล้าน ลบ.ม. แต่ความต้องการใช้มากกว่าแสนห้าหมื่นล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; สถานการณ์เช่นนี้ คนที่อยู่พื้นที่นอกเขตชลประทานที่มีมากถึงร้อยละ 80 ของประเทศ จะประสบกับปัญหาขาดแคลนน้ำรุนแรง โดยมีชุมชนที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอยู่ในขั้นวิกฤติกว่า 30,000 ชุมชน ในแถบภาคเหนือและอีสาน ดังนั้น การพึ่งพาน้ำในเขื่อนเพียงอย่างเดียวคงทำให้รอดพ้นภัยแล้งได้ยาก เกษตรกรจึงต้องร่วมมือกันซ่อมบำรุงฟื้นฟูแหล่งน้ำ หันมาเก็บกักน้ำและบริหารน้ำในพื้นที่ตัวเอง ต้องเอาใจใส่กับการใช้น้ำซ้ำ&amp;quot; ดร.รอยล กล่าวย้ำในงานเสวนา &amp;quot;เลิกแล้ง เลิกจน&amp;rdquo; ที่จัดทำขึ้นโดยเอสซีจี ซึ่งร่วมมือมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และหอการค้าแห่งประเทศไทยเมื่อเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แน่นอนว่าปัญหาการขาดแคลนน้ำกระทบกับชีวิตผู้คนทุกด้าน ทั้งการทำมาหากิน ภาคเกษตรหรืออุตสาหกรรม และการใช้ชีวิตประจำวัน ดังที่เราได้ยินข่าวว่าหน้าแล้งเกือบทุกปี ตามจังหวัดต่างๆ มีน้ำประปาไม่พอใช้ เพราะไม่มีแหล่งน้ำดิบเพียงพอที่จะมาผลิตน้ำประปา บางพื้นที่มีการซื้อน้ำจากที่อื่นมาใช้เพื่อประทังชีวิต นับเป็นต้นทุกชีวิตที่เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;MOU ระหว่าง กปน.-อจน. บูรณาการจัดการน้ำประปาและน้ำเสียอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น แนวคิดเรื่อง &amp;quot;การใช้น้ำซ้ำ&amp;quot; เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำ จึงน่าจะเป็นทางออกที่ดีทางหนึ่ง และแนวคิดนี้ผุดขึ้นในแนวทางแก้ปัญหาน้ำของหน่วยงานรัฐมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ในทางปฏิบัติยังไม่ได้ดำเนินการอย่างจริงจัง จนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีความเคลื่อนไหวจากสองหน่วยงานที่มีภารกิจบริหารจัดการน้ำดีและน้ำเสียในสังกัดกระทรวงมหาดไทย การประปานครหลวง (กปน.) และองค์การจัดการน้ำเสีย (อจน.) ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือบูรณาการบริหารจัดการน้ำประปาและน้ำเสียอย่างยั่งยืน เมื่อวันก่อน ภายใต้กรอบความร่วมมือ 3 ด้าน ได้แก่ ความรับผิดชอบต่อสังคม การพัฒนาองค์ความรู้และทักษะความชำนาญด้านวิชาการ ด้านเทคโนโลยี และระบบประเมินผลคุณภาพรัฐวิสาหกิจ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ควบคู่กับดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดยมีนายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายนิพนธ์ บุญญามณี กล่าวว่า ตนได้มอบนโยบายการบริหารจัดการน้ำดีและน้ำเสียต้องดำเนินการควบคู่กันอย่างมีประสิทธิภาพ กปน.มีหน้าที่จัดหาน้ำดิบมาผลิตและให้บริการน้ำประปาที่สะอาดแก่คนใช้น้ำในพื้นกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ ส่วน อจน.จัดการน้ำเสียให้กับชุมชน ปัจจุบันการจัดการน้ำเสียเป็นเรื่องสำคัญ ในภาวะที่ไทยเผชิญสถานการณ์ขาดแคลนน้ำ จัดหาน้ำดิบมาผลิตประปายาก ต้องดูแลแหล่งน้ำดิบไม่ให้ปนเปื้อน เพื่อให้ได้น้ำที่มีคุณภาพ หากไม่มีการจัดการน้ำเสียอย่างเป็นระบบ ปล่อยน้ำเสียไหลลงแหล่งน้ำดิบ จะทำให้คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม ต้นทุนการผลิตน้ำประปาตามค่ามาตรฐานสูงขึ้น และพบสารปนเปื้อนในน้ำดิบมากขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เอ็มโอยูนี้จะสร้างความร่วมมือบริหารจัดการน้ำตั้งแต่ต้นทางการจัดการน้ำดีจนถึงปลายทางการจัดการน้ำเสียอย่างเป็นระบบ แลกเปลี่ยนความรู้ เทคโนโลยี เพิ่มความมั่นใจให้ผู้บริโภค และต้องทำให้ระบบจัดการน้ำเสียอยู่คู่กับชุมชนได้ เป็นการบ้านข้อใหญ่ การเปลี่ยนน้ำเสียเป็นน้ำใส ชุมชนต้องร่วมมือ ซึ่งปี 63 ครม.อนุมัติประกาศองค์การจัดการน้ำเสีย ปี 2563 กำหนดเขตพื้นที่จัดการน้ำเสียเพิ่มเติมครอบคลุมทุกจังหวัดในไทย 66 จังหวัด จากเดิมมี 11 จังหวัด เพราะน้ำเสียเป็นมลพิษสำคัญ กระทบสุขภาพอนามัย&amp;quot; รมช.มท.กล่าวย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านนายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ประธานกรรมการ กปน. กล่าวว่า เอ็มโอยูที่มีขึ้นจะทำให้สองหน่วยงานร่วมมือกันบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ เพราะน้ำเป็นทรัพยากรที่มีจำกัด มีความสำคัญในการใช้ชีวิตและพัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp; ความร่วมมือจะทำตั้งแต่การอนุรักษ์แหล่งน้ำ การนำน้ำดิบมาใช้ประโยชน์ ผลิตประปา และการจัดการน้ำเสียหลังใช้น้ำ ผ่านความร่วมมือทางวิชาการที่เข้มแข็ง นอกจากนี้ จะร่วมกันคิดค้นนวัตกรรมบริหารจัดการน้ำ และผลักดันโมเดลนำน้ำเสียที่ผ่านการจัดการจนมีคุณภาพมาผลิตน้ำประปาให้เป็นรูปธรรม เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตประชาชนให้ดีขึ้น และความมั่นคงของระบบประปา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าภาพจัดการน้ำเสียอย่าง นายชีระ วงศ์บูรณะ ผู้อำนวยการ อจน. เผยสถานการณ์จัดการน้ำเสียในชุมชนว่า น้ำเสียแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก น้ำเสียจากแหล่งน้ำเสื่อมโทรม การแก้ปัญหาจำเป็นต้องมีระบบบำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp; อีกกลุ่มน้ำเสียจากชุมชน ต้องใช้ความร่วมมือจากชุมชนและผู้ประกอบการ ลดความสกปรกตั้งแต่แหล่งกำเนิด&amp;nbsp; ดูแลระบบบำบัดน้ำเสียในอาคารให้มีประสิทธิภาพ แต่หากความสกปรกมาก จำเป็นต้องสร้างระบบบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชนเพื่อบำบัดน้ำให้มีคุณภาพก่อนปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ไม่ว่าคลอง แม่น้ำ หรือทะเล โดยประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้การดูแลระบบมีประสิทธิภาพ ทำให้คุณภาพน้ำดีขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผอ.อจน.กล่าวว่า ทั้งนี้ ปัจจุบันมีปัญหาคุณภาพน้ำในแม่น้ำลำคลองหลายสายที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชน บางช่วงตอนของแม่น้ำเน่าเสียขาดออกซิเจน ส่งกลิ่นเหม็น กระทบหมดทั้งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การเกษตร การท่องเที่ยว สุขภาพคน ต้องบริหารจัดการน้ำเสียให้คุณภาพน้ำดีขึ้น น้ำเสียจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 7,850 แห่ง ปริมาณน้ำเสียเฉลี่ย 9.5 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่กลุ่มเป้าหมายการแก้ปัญหา คือ อปท. 559 แห่ง ที่มีปัญหาน้ำเสียรุนแรง ซึ่งข้อมูลนี้ได้จากผลตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ จึงจำเป็นต้องแก้ปัญหาเร่งด่วน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมถึงที่สำรวจใหม่ อปท. 464 แห่ง พบว่าน้ำเสียจาก อปท.เหล่านี้ มีผลกระทบต่อแม่น้ำหลายสายทั่วทุกภูมิภาค ดังนั้น จึงต้องประสานความร่วมมือลดความสกปรก ทำลิสต์รายการต้องสร้างระบบบำบัดน้ำเสียรวมหรือไม่&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ระบบบำบัดที่สร้างขึ้น แต่ละ อปท.ต้องนำรายได้ท้องถิ่นมาสมทบร่วมบริหารจัดการน้ำเสีย ดูแลสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; บาง อปท. ชาวบ้านมีส่วนร่วมเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ ซึ่งในการสร้างระบบบำบัดน้ำเสียร่วมกับ อจน. นอกจากแก้น้ำเน่าเสีย ยังได้พื้นที่สีเขียวเพิ่ม ด้านบนเป็นสวนสาธารณะ สนามออกกำลังกาย บางแห่งพัฒนาสู่แหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนความคืบหน้าแผนจัดการน้ำเสียชุมชนของ อปท. 105 แห่งนั้น ผอ.อจน.ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบัน อจน.ได้ก่อสร้าง ปรับปรุง ฟื้นฟู และบริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนแล้วจำนวน 29 แห่งในพื้นที่ต่างจังหวัด อีก 68 แห่ง ใช้วิธีการแลกเปลี่ยนวิชาการ ฝึกอบรม เพื่อจัดการน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ มีระบบจัดการน้ำเสียชุมชนในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 7 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ในแผนจัดการน้ำเสียชุมชน 20 ปี พ.ศ.2561-2580 จะเป็นแผนรองรับ อจน.ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษสำรวจพื้นที่ที่มีศักยภาพสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย ซึ่งนอกเหนือจาก 105 แห่งข้างต้น ซึ่งในระยะ 20 ปี&amp;nbsp; อปท. 464 แห่ง ต้องควบคุมไม่ให้ปริมาณน้ำเสียมากขึ้น&amp;nbsp; ผ่านวิธีทำที่ดักไขมันในครัวเรือน และบำบัดน้ำเสียในชุมชนต้นทางเสียก่อน แต่หากไม่ไหวจริงๆ ถึงจะสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย โดย อจน. ซึ่งจะบำบัดตั้งแต่ต้นทาง ปล่อยน้ำคุณภาพดีสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ทำให้น้ำต้นทุนคุณภาพดีสู่ระบบผลิตประปา ประหยัดค่าใช้จ่ายการผลิตประปา ส่วนพื้นที่ต้นน้ำเป้าหมายจากเอ็มโอยูฉบับนี้ อจน.เน้นดูแลแหล่งต้นน้ำภาคกลาง อาทิ สิงห์บุรี กาญจนบุรี และจังหวัดในภาคเหนือ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;หากประชาชนอยากเห็นแม่น้ำคูคลองใสสะอาด สามารถช่วยได้ด้วยการไม่ทิ้งขยะสิ่งสกปรก เทเศษอาหารลงคลอง รวมถึงใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่า หากไม่ช่วยกัน ถึงสร้างระบบบำบัดกี่ร้อยกี่พันแห่งก็ไม่สามารถสู้ปริมาณน้ำเสียมหาศาลได้ คนละไม้คนละมือ บ้านร้อยหลังพันหลัง ร่วมดูแลจะช่วยให้แหล่งน้ำของประเทศไทยดีขึ้น สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับชุมชน ปัญหามลพิษทางน้ำลดลง&amp;quot; ผอ.อจน.ฝากถึงประชาชน ร่วมกันเปลี่ยนน้ำเน่าให้เป็นน้ำดี เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97477</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปน., น้ำเสียเป็นน้ำใส, ระบบบำบัดน้ำเสียชุมชน, อจน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210327/image_big_605f350a5a5a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91888</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 16:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 16:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กปน.เผยน้ำประปากร่อย แก้ได้ด้วยเครื่องกรองRO พร้อมจัดจุดบริการน้ำดื่มฟรีไว้ให้ประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
3ก.พ.64-นายคมกฤช ทินกร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) ในฐานะโฆษก กปน. เปิดเผยว่ากปน. ร่วมกับกรมชลประทาน เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำในขณะนี้อย่างใกล้ชิด และยืนยันว่า กปน.จะผลิตน้ำประปาให้บริการประชาชนในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ให้มีน้ำประปาใช้ไม่ขาดแคลนตลอดหน้าแล้งนี้ โดยเฉพาะการร่วมมือกับกรมชลประทาน และสำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร ในปฏิบัติการกระแทกน้ำ (Water Hammer of Chao Phraya River Flow Operation :กระแทกลิ่มความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา) เพื่อผลักดันน้ำเค็มให้ไกลจากบริเวณสถานีสูบน้ำดิบสำแลช่วยบรรเทาสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งส่งผลกระทบให้น้ำประปาในบางพื้นที่บางช่วงเวลามีรสชาติเปลี่ยนแปลงไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก กปน. กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้หลายท่านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรีและสมุทรปราการ โดยเฉพาะในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยารับรู้รสชาติน้ำประปาที่เปลี่ยนไปตามข่าวที่ กปน. ได้แจ้งให้ทราบเป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเกิดจากค่าความเค็มในรูปคลอไรด์เกิน 250 มิลลิกรัมต่อลิตร หรือโซเดียมเกิน 200 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งมีปริมาณสูงกว่าคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก(WHO) ที่มีผลต่อความน่าดื่มและการยอมรับของผู้บริโภค และขอแนะนำแนวทางการใช้น้ำประปาในช่วงภัยแล้งสำหรับประชาชน ตามคำแนะนำของกรมอนามัย ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;bull; ผู้ที่มีสุขภาพปกติ สามารถบริโภคน้ำประปาได้ โดยยังไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพแต่ด้วยรสชาติที่เปลี่ยนไปอาจส่งผลต่อความน่าดื่ม ทั้งนี้ ความเค็มในรูปของโซเดียมในน้ำประปาถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับปริมาณโซเดียมในอาหารทั่วไปที่บริโภคในชีวิตประจำวัน การบริโภคน้ำประปา 2ลิตร หรือ 8 แก้วต่อวัน ถือว่าไม่ได้รับโซเดียมมากเกินจนกระทั่งเป็นอันตรายต่อร่างกาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;bull; กลุ่มเสี่ยงที่ควรหลีกเลี่ยงการบริโภค ได้แก่ ผู้ที่เป็นโรคไต โรคหัวใจ โรคความดันสูง โรคเบาหวานผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และสัตว์เลี้ยงขนาดเล็ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;bull; การนำน้ำประปาไปต้ม ไม่ได้ช่วยให้น้ำประปาหายเค็ม เนื่องจากสิ่งที่ระเหยไปคือน้ำ &amp;nbsp;แต่ตัวเกลือไม่ได้ระเหยไปด้วย ดังนั้น ยิ่งทำให้น้ำระเหยไปมากเท่าไร ยิ่งทำให้สัดส่วนความเค็ม หรือความกร่อยเพิ่มมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;bull; การกรองน้ำด้วยระบบ RO (Reverse Osmosis) เท่านั้น ที่สามารถแก้ไขเรื่องความเค็มของน้ำประปาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากประชาชนไม่มีเครื่องกรองระบบ RO ขอให้ติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำ หากช่วงไหนน้ำทะเลหนุนสูง ขอให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงหลีกเลี่ยงการบริโภคน้ำประปา และสำรองน้ำในวันที่น้ำประปารสชาติปกติไว้ใช้บริโภค ทั้งนี้ กปน. ได้จัดจุดให้บริการน้ำประปาดื่มได้ฟรี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนสามารถนำภาชนะมารับน้ำประปาดื่มได้ฟรี ที่สำนักงานประปาสาขาใกล้บ้านท่านและหากวันใดที่ไม่มีน้ำทะเลหนุนสูง ก็สามารถอุปโภค-บริโภคน้ำประปาและสำรองน้ำประปาไว้ใช้ได้ตามช่วงเวลาที่แนะนำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กปน. ขอความร่วมมือประชาชนในกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ ใช้น้ำอย่างประหยัดโดยใช้เท่าที่จำเป็น ไม่ปล่อยให้น้ำไหลทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ หันมาใช้อุปกรณ์ประปาที่ได้รับรองฉลากประหยัดน้ำและตรวจสอบอุปกรณ์ ประปาภายในบ้านให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ นอกจากนี้ หากประชาชนพบท่อประปาในพื้นที่สาธารณะแตกรั่ว โปรดแจ้ง กปน. ผ่านช่องทางต่าง ๆ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวอาจเกิดขึ้นต่อเนื่องจนกว่าประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูฝน หรือประมาณเดือนพฤษภาคม 2564 ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลคุณภาพน้ำประปาผ่านแอปพลิเคชัน MWA onMobile หรือสอบถาม MWA call center โทร. 1125 รวมทั้ง Facebook และ Line@ ในชื่อ@MWAthailand ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยความห่วงใยจากการประปานครหลวง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91888</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปน., น้ำประปากร่อย, เครื่องกรอง RO</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210203/image_big_601a671c89fe3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2020 14:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2020 14:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟรีน้ำประปาดื่มได้19จุด! กปน.เยียวยาภัยแล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค. 63 - เพจเฟซบุ๊ก&amp;quot;ไทยคู่ฟ้า&amp;quot; โพสต์ข้อความว่า &amp;quot;ฟรี! น้ำประปาดื่มได้ 19 จุด ทั่ว กทม. นนทบุรี และสมุทรปราการ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงสถานการณ์ภัยแล้ง การประปานครหลวงได้เปิดจุดให้บริการน้ำประปาดื่มได้ฟรี ณ สำนักงานประปาทั้ง 19 แห่งในพื้นที่ กทม. นนทบุรี และสมุทรปราการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนสามารถนำภาชนะมารับน้ำประปาดื่มได้ฟรีทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ระหว่างเวลา 08.00 - 20.00 น. ที่สำนักงานประปาสาขาทั้ง 18 สาขา ยกเว้นที่สำนักงานใหญ่ จะเปิดให้บริการในวันและเวลาราชการ เวลา 08.30 &amp;ndash; 16.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรวจสอบรายชื่อสำนักงานประปานครหลวงใกล้บ้านได้ที่ https://web.mwa.co.th/main.php?filename=branch&amp;amp;t=top หรือสอบถามเพิ่มเติม MWA Call Center 1125 ตลอด 24 ชั่วโมง&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65630</URL_LINK>
                <HASHTAG>19จุด, กปน., น้ำประปาดื่มได้, ภัยแล้ง, ไทยคู่ฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200511/image_big_5eb9037606f30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
