<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99471</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2021 13:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2021 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กพฐ.กำหนด&quot;ร่างสมรรถนะดิจิทัล&quot;ที่ครูจำเป็นต้องมี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14เม.ย.64-กพฐ. เห็นชอบ ร่างระดับสมรรถนะดิจิทัลครูหวัง ชี้จะนำปกำหนดในทักษะวัดความรู้ครู &amp;nbsp;ใน 7 ขั้นทักษะ โดยครูต้องสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยี พัฒนาระบบการทำงานการเรียนการสอน เชื่อมโยงข้อมูล และเป็นแนวทางคณะครุศาสาตร์ /ศึกษาศาสตร์ นำไปเป็นเนื้อหาให้กับนักศึกษาเรียนได้

นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประธาน กพฐ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุม กพฐ. ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบร่างระดับสมรรถนะดิจิทัล สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งร่างสมรรถนะดังกล่าว จะประกอบไปด้วย 3 ระดับ ได้แก่ ระดับสมรรถนะดิจิทัลขั้นพื้นฐาน สมรรถนะดิจิทัลขั้นกลาง และสมรรถนะดิจิทัลขั้นสูง โดยการที่ครูจะมีสมรรถนะดิจิทัลจะต้องมีความรู้ และเข้าใจถึงการใช้เทคโนโลยี หลักการสำคัญของข้อมูลสารสนเทศ การรู้เท่าทันสื่อ นอกจากนี้จะต้องมีทักษะความเข้าใจใช้เทคโนโลยีดิจิทัลหรือแพลตฟอร์ม เพื่อการวิเคราะห์และบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงครูจะต้องมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการพัฒนาระบบการทำงาน เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและเป็นแบบอย่างที่ดีในการพัฒนานวัตกรรมด้วย

ประธานบอร์ดกพฐ.กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ร่างระดับสมรรถนะดิจิทัลในอนาคตสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะนำไปกำหนดวัดทักษะความรู้ของครูและบุคลากรทางการศึกษาว่าจะต้องมีทักษะดิจิทัลแบบไหนอย่างไรบ้างใน 7 ขั้นทักษะ ซึ่งหากกำหนดทักษะดิจิทัลของครูได้จะส่งผลให้ในอนาคตสถาบันผลิตครูอย่างคณะศึกษาศาสตร์และครุศาสตร์ &amp;nbsp; สามารถเตรียมนักศึกษาครูเข้าไปสู่ทักษะดิจิทัลที่กำหนดไว้ 7 ขั้นได้ทันที โดยจะนำไปเชื่อมโยงกับการพัฒนาครูของศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ (Human Capital Excellence Center : HCEC) &amp;nbsp;อีกทั้งหากนักศึกษาครูคนใดที่ยังไม่สำเร็จการศึกษา หากประสงค์จะเข้าทดสอบทักษะดิจิทัลนี้ก็สามารถเข้ารับการทดสอบได้ เพราะไม่ต้องเสียเวลาไปกับการสอบวิชาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษาของคุรุสภา เนื่องจากเมื่อทดสอบผ่านก็ไม่จำเป็นต้องมาสอบของคุรุสภาอีก ซึ่งช่วยให้ลดความซ้ำซ้อนได้อีกทางหนึ่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99471</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ครู, กพฐ, นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์, สมรรถนดิจิทัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_6076917399848.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34056</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2019 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2019 13:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ด กพฐ. แนะ สพฐ. ออกนโยบาย เด็กไทยว่ายน้ำเป็น 100%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย.62- นายเอกชัย กี่สุขพันธ์&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประธาน กพฐ.) กล่าวภายหลังการประชุม กพฐ. ว่า ที่ประชุมมีมติเสนอแนะให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ออกเป็นนโยบายเด็กไทยว่ายน้ำเป็น 100% และไม่ควรนำมาผูกกับงบประมาณ โดยให้หาวิธีการในการคุยกับชุมชน สโมสรที่มีสระว่ายน้ำ หรือสระว่ายน้ำของเอกชนที่อยู่ใกล้เคียง แทนการทำเป็นโครงการในแต่ละปี ซึ่งใช้เงินเยอะมากแต่มีเด็กเข้าร่วมโครงการไม่กี่คน เช่น ในปี 2559 ดำเนินโครงการเด็กไทยว่ายน้ำช่วยชีวิต ใช้งบประมาณ 19 ล้านบาท มีเด็กเข้าร่วมโครงการ 30,000 คน เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สพฐ.สามารถจัดงบประมาณสนับสนุน หรือสถานศึกษาของบประมาณสนับสนุนได้ส่วนหนึ่ง และโรงเรียนสามารถขอความร่วมมือกับเอกชนได้ เช่น สโมสรคิดค่าว่ายน้ำปกติ 30 บาทต่อคน หากมีเด็ก 2,000 คน ว่ายน้ำ 2,000 ครั้งต่อปี ต้องจ่ายเงิน 60,000 บาท แต่ในความเป็นจริงเมื่อโรงเรียนทำข้อตกลงกับสโมสรจะคิดครั้งละ 10 บาทต่อคน ก็จะบริจาคเงินคืนโรงเรียนมา 40,000 บาท โรงเรียนออกใบเสร็จให้นำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า เป็นเงิน 80,000 บาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งจะทำให้เอกชนอยากเข้ามาสนับสนุนการศึกษาและสามารถทำได้เลยไม่ใช่การซิกแซก เพราะผลประโยชน์ลงกับเด็กจริง และไม่เป็นการให้เอกชนแบกภาระค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบำรุงรักษาสระ ขณะเดียวกัน ควรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หางบประมาณสร้างสระว่ายน้ำชุมชนให้เอกชนเข้ามาบริหารเพื่อเลี้ยงตนเองได้ ซึ่งมาตรการเหล่านี้จะส่งเสริมให้เด็กไทยว่ายน้ำเป็น &amp;nbsp;100%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ที่ประชุมมีมติให้จัดทำและปรับปรุงคู่มือกรรมการสถานศึกษา ซึ่งตามกฎหมายทุกโรงเรียนต้องมีกรรมการสถานศึกษา และเพื่อให้กรรมการสถานศึกษารู้บทบาท อำนาจหน้าที่ของตนเอง &amp;nbsp;โดยต้องดำเนินการจัดทำคู่มือให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือนนับจากนี้ เพื่อจัดส่งให้สถานศึกษา และทุกเขตพื้นที่การศึกษาต้องอบรมกรรมการสถานศึกษาก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงได้มีการหารือเรื่องระบบการคัดกรองเด็กพิเศษ ซึ่ง สพฐ.จะมีการจัดทำสื่อวิดีโอเพื่อสร้างความเข้าใจในเรื่องการคัดกรองเด็กกลุ่มนี้ให้มากขึ้นด้วย&amp;rdquo;ประธาน กพฐ.กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34056</URL_LINK>
                <HASHTAG>กพฐ, นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์, ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, เด็กไทยว่ายน้ำเป็น100%</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190420/image_big_5cbac2b834e1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
