<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90869</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2021 19:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2021 19:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านเหมืองทองเลยเบรกหัวทิ่ม!แผนฟื้นฟู&#039;ฉบับกพร.&#039;  จี้เพิ่มสัดส่วนฝ่ายชุมชนไม่น้อยกว่าครึ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ม.ค.64- มีความเคลื่อนไหวการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เหมืองทอง จ.เลย ภายหลังจังหวัดมีการแต่งตั้งคณะทำงานติดตามปัญหามลพิษและการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมภายในและบริเวณโดยรอบเหมืองแร่ทองคำภูทับฟ้า ที่ตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ซึ่งเกิดจากการผลักดันของชุมชนตำบลเขาหลวง 6 หมู่บ้าน ตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย &amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ทองคำมากว่าสิบปี โดยล่าสุดมีการประชุมคณะทำงานฯดังกล่าวขึ้นที่ศาลากลางจังหวัดเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโสภณ สุวรรณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวว่า &amp;nbsp;กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ได้แต่งตั้งกรรมการพิจารณา (ร่าง) แผนการฟื้นฟูเหมืองแร่ทองคำจังหวัดเลย ประกอบด้วยทั้งหมดมี 13 คน ซึ่งมาจากหน่วยราชการส่วนกลางทั้งหมด ไม่มีคนในจังหวัดเลยเข้าร่วม &amp;nbsp;พร้อมทั้งมีนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่หนึ่งคน &amp;nbsp;ซึ่งชุมชนก็ไม่ยอมรับ โดยภายหลังจากนั้นทาง กพร. เองมีหนังสือขอให้เสนอชื่อเพิ่มเติมมาเป็นกรรมการอีก 3 คน แต่ทางภาคประชาชน นักวิชาการ &amp;nbsp;ก็ยังเห็นว่าสัดส่วนของการมีส่วนร่วมจากฝ่ายชุมชนไม่สมสัดส่วน &amp;nbsp;แต่เมื่อ กพร.มีหนังสือมาเช่นนี้ ทางจังหวัดก็ต้องมาพูดคุยกันว่า จะทำอย่างไร เพื่อให้คนที่เราเสนอได้รับการบรรจุให้เข้าไปเป็นกลไกตามคำสั่งกพร. ซึ่งได้รับมอบหมายจาก คณะกรรมการควบคุมมลพิษ ให้จัดทำแผนฟื้นฟู&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ น.ส.กิติมา ขุนทอง &amp;nbsp;อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร หนึ่งในคณะทำงานฯ กล่าวว่า ความเป็นมาของคณะทำงานฯนี้เกิดขึ้นจากการที่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบได้ผลักดันให้ได้มีการเสนอร่างแผนการฟื้นฟูการปนเปื้อนของชุมชน &amp;nbsp;ในขณะที่กรมควบคุมมลพิษ และกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ก็มีแผนของหน่วยงานตัวเองเช่นกัน &amp;nbsp;โดยในการประชุมก่อนนี้ ที่ประชุมได้เสนอให้ทำหนังสือขอให้ชะลอการรับฟังความคิดเห็น (ร่าง) แผนฟื้นฟูของ กพร. ไว้ก่อน &amp;nbsp;แต่ให้หันมาปรึกษาหารือแผนเริ่มจัดทำกันใหม่เพื่อให้ได้เป็นที่ยอมรับร่วมกัน ขณะเดียวกันในระหว่างที่มีการจัดทำแผนหรือการพูดคุยเรื่องแผนฟื้นฟู ฯเสนอให้เยียวยาเร่งด่วนสุขภาพ และป้องกันแก้ไขปัญหาการรั่วไหลของสารพิษบริเวณบ่อเก็บกากแร่ และที่อื่น ๆ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.กิติมา กล่าวด้วยว่า &amp;nbsp; สิ่งสำคัญคือต้องหยุดกระบวนการพิจารณาแผนของ กพร.ทั้งหมดเอาไว้ก่อน เพราะที่ผ่านมาในพื้นที่มีปัญหาเรื่องความไว้วางใจคือเรื่องใหญ่ &amp;nbsp;รวมทั้งมีข้อเสนอว่าคนที่เป็นประธานกรรมการต้องไม่ใช่ กพร. &amp;nbsp;จะต้องเป็นคนกลางที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ เพราะ กพร. เป็นคนอนุมัติอนุญาตให้ทำเหมืองแร่จนทำให้เกิดผลกระทบอย่างที่เกิดขึ้น และปัจจุบันผลกระทบจากเหมืองแร่ที่เกิดขึ้น คนที่แบกรับผลกระทบปัญหา คือ ชุมชน ดังนั้น จึงควรมีสัดส่วนชาวบ้านที่มากหรือพอๆกับรัฐ &amp;nbsp; แน่นอนว่าอำนาจอยู่ที่รัฐอยู่แล้ว &amp;nbsp;แต่ถ้าให้จำนวนสัดส่วนชาวบ้านที่มากขึ้น &amp;nbsp;กพร.ก็จะได้ภาพใหม่ในการฟื้นฟูฯ และสร้างมิติใหม่ในเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน &amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาชุมชนตื่นตัวอย่างมากในการต่อสู้ให้ได้มีการฟื้นฟูฯในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านน.ส. ส.รัตนมณี พลกล้า ทนายความจากมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน หนึ่งในคณะทำงานฯ กล่าวว่า ตอนที่ประชาชนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดได้ยื่นฟ้องบริษัทในคดีที่ให้ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;ทางเราก็รู้อยู่แล้วว่า กพร.เขามีแผนฟื้นฟูฯ ของเขาอยู่แล้ว &amp;nbsp;ทั้งนี้การมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูจึงไม่ได้หมายความว่าเราต้องการไปพิจารณาร่างที่เขามีอยู่แล้ว &amp;nbsp;แต่ศาลได้พิพากษาระบุไว้ชัดเจนเรื่องการมีส่วนร่วมของกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ในที่นี้จึงเห็นว่าไม่ควรได้เป็นแค่การมีส่วนร่วมพิจารณาแผนฟื้นฟูฯที่มีอยู่แล้ว แต่เป็นการร่วมเป็นกรรมการยกร่างมันขึ้นมาด้วยกัน ไม่ใช่ไปเป็นตราประทับแผนที่ไม่ได้มีส่วนร่วม ซึ่งการที่ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ ที่เขาร่วมกันฟ้องร้องก็เพราะอยากร่วมเป็นกรรมการที่ช่วยกันเขียนแผนเพื่อพิจารณา เมื่อทำเสร็จร่วมกันแล้วจึงเสนอให้กรรมการควบคุมมลพิษพิจารณา &amp;nbsp;ฉะนั้นการทำงานคือ ต้องเขียนแผนร่วมกัน การตั้งคณะกรรมการของ กพร.มันควรจะต้องเป็นอย่างนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นางวิรอน รุจิไชยพันธุ์ &amp;nbsp;ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ กล่าวว่า หากรัฐคิดแต่กฎหมายที่ตัวเองมีอำนาจอยู่ &amp;nbsp; ก็อยากให้เปลี่ยนความคิด เพราะที่จังหวัดเลยก็ไม่อยากให้ล้มเหลวเหมือนที่คลิตี้ ชุมชนอยากพัฒนา พวกเราอยากก้าวข้ามปัญหาที่เป็นอยู่ &amp;nbsp; ในพื้นที่ขณะนี้เองชาวบ้านก็ต้องออกมาปกป้องผลประโยชน์ของรัฐ กลายเป็นกันชนเผชิญอันตรายระหว่างนายทุนที่จะเข้ามาซื้อทรัพย์สินของเหมือง และกลายเป็นว่าต้องเรียกร้องกรมบังคับคดีและคกก.เจ้าหนี้ เข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินภายในบริเวณพื้นที่ของบริษัททุ่งคำและให้ทำการตีตราและยึดขายทอดตลาดเพิ่มเติม หลังพบกองสินแร่จำนวนมากไม่ถูกตีตราและนำยึด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางวิรอน ระบุต่อว่า &amp;nbsp;ซึ่งเป็นเหตุให้นายทุนเดินทางเข้ามาในพื้นที่เพื่อซื้อสินทรัพย์นอกบัญชีแบบผิดกฎหมายจนเป็นเหตุให้เกิดความรุนแรง โดยล่าสุด &amp;nbsp;พ่อค้าซื้อเกินไป 20 ตัน ชุมชนช่วยกันดูแลทักท้วง จนต้องมีการเพิ่มจำนวนการขน ซึ่งทำให้ผู้ขายต้องจ่ายค่าภาคหลวงเพิ่ม &amp;nbsp;ซึ่งในที่สุดรัฐก็ได้ประโยชน์ ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นชุมชนมีความต้องการให้แก้ปัญหาถูกจุด &amp;nbsp;เพราะพวกเราอยู่กับปัญหามานาน &amp;nbsp;ตอนนี้ยังไม่ได้เริ่มต้นพวกเราก็อยากมีส่วนร่วม ให้มีความชัดเจนตั้งแต่ต้น คือร่วมกันทำงานเพราะถ้าไม่มีส่วนร่วม มันก็จะไม่ได้เริ่ม และไม่เสร็จสักที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส.รจนา &amp;nbsp;กองแสน &amp;nbsp;ผู้ช่วยเลขานุการ คณะทำงานฯ &amp;nbsp;ระบุว่า พวกเรายืนยันว่า ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบต้องมีส่วนร่วม &amp;nbsp;ถ้าไปร่วมพิจารณาร่างแผนที่คนอื่นเขียน เราก็ไม่เอา &amp;nbsp;แต่ต้องมีการทำแผนฟื้นฟูฯร่วมกัน จนมีแผนฟื้นฟูฯที่เป็นที่ยอมรับก่อน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90869</URL_LINK>
                <HASHTAG>กพร., รมว.อุตสาหกรรม, เหมืองทองเลย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210124/image_big_600d5ebcdf1fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2020 20:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2020 20:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านต้านเหมืองหินดงมะไฟกางกม.แร่60 เตือน&#039;ขรก.-บริษัท&#039;อุ้มประทานบัตรเจอโทษหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภาพจากเฟซบุ๊กเหมืองแร่หนองบัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย.63- เฟซบุ๊กเหมืองแร่หนองบัว โพสต์ข้อความ ระบุ แถลงการณ์ของกลุ่มอนุรักษ์ ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ฉบับที่ 6 คำขอต่ออายุใบอนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้ และคำขอต่ออายุใบประทานบัตร เพื่อทำเหมืองหินปูน ต้องถูกยกเลิก ซึ่งขณะนี้กลุ่มชาวบ้านยังปักหลักชุมนุมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค.ที่ผานมา เพื่อข้อเรียกร้อง &amp;nbsp;3 &amp;nbsp;ข้อ &amp;nbsp;คือ (1) ปิดเหมืองหินและโรงโม่ (2) ฟื้นฟูภูผาป่าไม้ (3) พัฒนาดงมะไฟให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและอารยธรรมโบราณคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้แถลงการณ์ดังกล่าว ระบุใจความว่า กฎหมายแร่ฉบับใหม่ หรือพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 เขียนไว้ในมาตรา 125 ว่า อธิบดีหรือเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจําท้องที่ มีอํานาจสั่งยกคําขอประทานบัตรได้ เมื่อผู้ยื่นคําขอกระทําการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติในหมวด 5 หรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำเช่นว่านั้นและมาตรา 52 ของหมวด 5 เขียนว่า การขอและการออกประทานบัตร และคุณสมบัติของผู้ยื่นคําขอ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง และกฎกระทรวงดังกล่าวต้องกําหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาตให้สอดคล้องกับบทบัญญัติในมาตรา 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งสาระสำคัญของมาตรา 19 ระบุว่า เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการแร่ การอนุญาตให้ทําเหมืองให้พิจารณาอนุญาตได้เฉพาะในพื้นที่ที่แผนแม่บทการบริหารจัดการแร่กําหนดให้เป็น &amp;lsquo;เขตแหล่งแร่เพื่อการทําเหมือง&amp;rsquo; เท่านั้น&amp;nbsp;ขณะที่สาระสำคัญตามมาตรา 17 วรรคสี่ ที่เขียนว่า &amp;ldquo;พื้นที่ที่จะกําหนดให้เป็น &amp;lsquo;เขตแหล่งแร่เพื่อการทําเหมือง&amp;rsquo;ต้องไม่ใช่พื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เขตโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ&amp;nbsp;ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เขตพื้นที่ที่มีกฎหมายห้ามการเข้าใช้ประโยชน์โดยเด็ดขาด พื้นที่เขตปลอดภัยและความมั่นคงแห่งชาติ หรือพื้นที่แหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึม&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเห็นได้ว่าการ &amp;lsquo;ยื่น&amp;rsquo; และ &amp;lsquo;รับ&amp;rsquo; (1) คำขอต่ออายุ &amp;lsquo;ใบอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อทำเหมืองหินปูน&amp;rsquo; พื้นที่ 175 ไร่ บนภูผาฮวก ไปอีกสิบปี จนกระทั่งถึงปี 2573 ซึ่งพวกเราได้ทำการเข้ายึดเหมืองเพื่อเปลี่ยนเขตเหมืองแร่เป็นเขตป่าชุมชนเรียบร้อยแล้วในวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา เนื่องจากยังไม่ได้รับการต่ออายุก่อนวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา และ (2) คำขอต่ออายุ &amp;lsquo;ใบประทานบัตรทำเหมืองหินปูน&amp;rsquo; พื้นที่ 175 ไร่บนภูผาฮวก ไปอีกสิบปี จนกระทั่งถึงปี 2573 ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวกันกับข้อ (1) ที่จะหมดอายุในวันที่ 24 กันยายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และคงไม่ได้รับการต่ออายุไปอีกสิบปีก่อนวันที่ 24 กันยายนนี้อย่างแน่นอน เพราะเป็นการยื่นและรับคำขอโดยมิชอบตามกฎหมายแร่ฉบับใหม่เนื่องจากภูผาฮวกเป็นพื้นที่ที่ไม่เข้าข่ายเป็น &amp;lsquo;เขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมือง&amp;rsquo; ตามมาตรา 17 วรรคสี่ แต่อย่างใด เพราะพบโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ มีทั้งภาพเขียนสีและเครื่องปั้นดินเผาอายุเก่าแก่ไม่ต่ำกว่า 1,500 - 3,000 ปี และเป็นแหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึม มีทั้งโถงถ้ำและตาน้ำที่เป็นบ่อเกิดลำธารจึงต้องถูกกันออกจากการเป็น &amp;lsquo;เขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมือง&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นบริษัท ธ.ศิลาสิทธิ จำกัด และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ จึงไม่ควรยื่นและรับคำขอต่ออายุใบอนุญาตทั้งสองตั้งแต่ต้น เพราะเป็นคำขอต่ออายุใบอนุญาตที่มิชอบตามกฎหมายแร่ฉบับใหม่ แต่เมื่อบริษัทยื่นคำขอ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องรับคำขอมาแล้ว &amp;nbsp;ควรรีบดำเนินการเพื่อขอคืนหรือยกคำขอต่ออายุใบอนุญาตทั้งสองออกไปจากสารบบโดยเร็วไม่ใช่ค้างคำขอต่ออายุใบอนุญาตทั้งสองไว้ เพื่อหวังว่าจะต่ออายุใบอนุญาตทั้งสองให้ได้สักวันหนึ่งข้างหน้า มิฉะนั้น จะถือว่าทั้งบริษัทและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งมีโทษทั้งจำคุกและปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ยังมีปฎิบัติการข่มขู่คุกคามชาวบ้านคัดค้านเหมืองหินปูนและโรงโม่หินยิ่งทวีขึ้นต่อเนื่อง อันเนื่องจาก ตามข้อกฎหมายที่ใบประทานบัตรการทำเหมืองหินที่จะหมดลงในวันที่ 24 ก.ย.นี้ โดยชาวบ้านหวั่นว่าเหตุการณ์จะซ้ำรอยความรุนแรงที่แกนนำชาวบ้านในพื้นที่ถูกสังหาร4ศพซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถนำคนผิดมาลงโทษได้ และล่าสุดก็ยังมีการสร้างสถานการณ์ให้ชาวบ้านเกิดความหวาดกลัว ตลอดจนกระแสข่าวดำเนินการเจาะจงไปที่NGO ต้านเหมืองที่สนับสนุนกลุ่มชาวบ้านปิดและฟื้นฟูเหมืองหินปูนในครั้งนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78063</URL_LINK>
                <HASHTAG>กพร., กระทรวงอุตสาหกรรม, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, อุตสาหกรรมจังหวัดหนองบัวลำภู, เหมืองหินดงมะไฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200920/image_big_5f6758eb62416.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17735</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 07:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 07:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กพร. ย้ำยังไม่เปิดเหมืองทองรอบใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กพร. ย้ำยังไม่มีการอนุญาตให้ผู้ประกอบการรายใดเปิดการทำเหมืองแร่ทองคำ ชี้ต้องเป็นไปตามกฎหมายฉบับใหม่-นโยบายการบริหาร ที่เน้นความเข้มงวดด้วยความปลอดภัยและสุขภาพประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ ทับเที่ยง อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่(กพร.) เปอดเผยว่าในกรณีที่มีข่าวถึงสัญญาณการเปิดเหมืองแร่ทองคำรอบใหม่นั้น ขณะนี้ยังไม่มีการอนุญาตให้ผู้ประกอบการรายใดเปิดการทำเหมืองแร่ทองคำ โดยในส่วนของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ยังอยู่ในกระบวนการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ซึ่งคณะกรรมการดำเนินการระงับข้อพิพาทระหว่างราชอาณาจักรไทยกับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด ได้มีการเตรียมการเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการอย่างต่อเนื่อง โดยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และที่ปรึกษากฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญในระดับสากล โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่เหมาะสมเป็นธรรมต่อประเทศชาติ ประชาชน ชุมชน และผู้ประกอบการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนบริษัท ทุ่งคำ จำกัด อยู่ระหว่างถูกฟ้องล้มละลายและศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ทั้งนี้ บริษัท ทุ่งคำ ได้หยุดการทำเหมืองมาตั้งแต่เดือนพ.ย. 2555 เนื่องจากใบอนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้สิ้นอายุ ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับการอนุญาตต่ออายุการใช้ประโยชน์พื้นที่จากกรมป่าไม้ อย่างไรก็ตาม หากในอนาคตบริษัท ทุ่งคำ ประสงค์จะดำเนินการทำเหมืองต่อก็ต้องดำเนินการภายใต้พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 และกรอบนโยบายการบริหารจัดการแร่ทองคำ ซึ่งมีความเข้มงวดในเรื่องของความปลอดภัยและการป้องกันรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชน รวมทั้งให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจัดทำยุทธศาสตร์การจัดการแร่ 20 ปี และแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ ปี 2560 - 2564 เป็นการดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 โดยในส่วนของแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่จะเป็นแนวทางในการบริหารจัดการแร่ให้เกิดความเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดภายใต้ดุลยภาพด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน โดยสาระสำคัญของแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ประการหนึ่ง คือ การกำหนดเขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมือง โดยการกำหนดเขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมืองจะต้องไม่อยู่ในเขตพื้นที่สงวนหรืออนุรักษ์ต่าง ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17735</URL_LINK>
                <HASHTAG>กพร., กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่, ทำเหมืองแร่ทองคำ, วิษณุ ทับเที่ยง, สัมปทานเหมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180214/image_big_5a842ab9a5c86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11354</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2018 14:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2018 14:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กพร.จี้ผู้ประกอบการเคร่งครัดความปลอดภัยการใช้วัตถุระเบิดในงานเหมืองแร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;
กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) &amp;nbsp;สั่งห้ามนำเครื่องมือสื่อสารเข้าบริเวณหน้างานระเบิด ป้องกันแก๊ปไฟฟ้าจุดระเบิด และให้แยกงานเจาะระเบิดกับงานบรรจุวัตถุระเบิดออกจากกัน
&amp;nbsp;
14 มิ.ย. 61 - นายวิษณุ ทับเที่ยง อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ &amp;nbsp;เปิดเผยว่า &amp;nbsp;กรณีเกิดอุบัติเหตุขณะอัดระเบิดในบริเวณบ่อเหมืองที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี &amp;nbsp;ซึ่งในเบื้องต้นคาดว่าสาเหตุเกิดจากคลื่นสัญญาณโทรศัพท์มือถือทำให้แก๊ปไฟฟ้าเกิดการจุดระเบิด &amp;nbsp;จึงขอย้ำให้ผู้ประกอบการเหมืองแร่ต้องเคร่งครัดเรื่องความปลอดภัยอย่างสูงสุดในการใช้วัตถุระเบิดในงานเหมืองแร่ &amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้ามนำเครื่องมือสื่อสารเข้าไปในบริเวณหน้างานระเบิด &amp;nbsp;และควรใช้แก๊ปที่จุดระเบิดแบบไม่ใช้ไฟฟ้าแทนการใช้แก๊ปไฟฟ้า รวมทั้งแยกงานเจาะระเบิดกับงานบรรจุวัตถุระเบิดออกจากกัน เพื่อลดความเสี่ยงต่อการระเบิดโดยไม่ได้ตั้งใจ
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ตระหนักดีถึงความปลอดภัยในการใช้วัตถุระเบิดในการทำเหมืองแร่ &amp;nbsp;จึงจัดให้มีการฝึกอบรมหลักสูตร &amp;ldquo;โครงการขึ้นทะเบียนผู้ควบคุมการใช้วัตถุระเบิดในงานเหมืองแร่&amp;rdquo; มาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี ตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา เพื่อถ่ายทอดและทบทวนความรู้ด้านการใช้วัตถุระเบิดให้กับผู้ประกอบการและบุคลากรในงานเหมืองแร่ให้มีความรู้ความเข้าใจและมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการใช้วัตถุระเบิดอย่างถูกต้อง &amp;nbsp;โดยในปีนี้กำหนดให้มีการอบรมและขึ้นทะเบียนผู้ควบคุมการใช้วัตถุระเบิดในงานเหมืองแร่ ระหว่างวันที่ 6 - 11 สิงหาคม 2561 ณ โรงแรมเดอะทวินทาวเวอร์ กรุงเทพฯ &amp;nbsp;ผู้ประกอบการเหมืองแร่สามารถติดต่อเข้าร่วมอบรมได้ที่ กองวิศวกรรมบริการ โทรศัพท์ 0 2202 3890
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11354</URL_LINK>
                <HASHTAG>กพร., กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่, วิษณุ ทับเที่ยง, เครื่องมือสื่อสาร, แก๊ปไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180214/image_big_5a842ab9a5c86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2018 19:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2018 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กพร.ลุยอัพเกรดอุตฯหลอมโลหะลดปล่อยมลพิษ 20%ต่อปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กพร.จับมือยูนิโด พัฒนาอุตสาหกรรมหลอมโลหะ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายใต้กองทุนสิ่งแวดล้อมโลก กว่า 1,200 ล้านบาท ระยะเวลา 5 ปี ตั้งเป้าลดการปลดปล่อยมลพิษทางอากาศ ได้ไม่น้อยกว่า 20% ต่อปี15&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.พ. 61-&amp;nbsp; นายวิษณุ ทับเที่ยง อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่(กพร.) เปิดเผยว่าในปี 2561 กพร.ได้ร่วมร่วมกับองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ(ยูนิโด) ดำเนินโครงการลดมลภาวะทางอากาศจากโรงงานหลอมเศษโลหะ ปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะมลพิษที่ตกค้างยาวนานซึ่งอาจเกิดขึ้นโดยไม่จงใจ (U-POPs) อาทิ ไดออกซินและฟิวแรน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (GEF) รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนของไทย ภายใต้วงเงินกว่า 35 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1,200 ล้านบาท &amp;nbsp;มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 5 ปี ตั้งเป้าลดปริมาณการปลดปล่อยมลพิษดังกล่าวให้ได้ไม่น้อยกว่า 20%
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อุตสาหกรรมหลอมโลหะ เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมพื้นฐานที่มีความสำคัญของประเทศ เนื่องจากเป็นกลุ่มผู้ผลิตวัตถุดิบหลักให้แก่ภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ อาทิ อุตสาหกรรมก่อสร้าง อุตสาหกรรมยานยนต์และอากาศยาน อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ &amp;nbsp;การพัฒนาโครงการนี้ จะทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เป็นวัตถุดิบตอบสนองให้กับภาคอุตสาหกรรมใหม่ ๆ และลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo;นายวิษณุ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3129</URL_LINK>
                <HASHTAG>กพร., สิ่งแวดล้อม, เหมืองแร่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180214/image_big_5a842ab9a5c86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
