<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลื่อนถกประชามติไปพค. ฝ่ายค้านเสนอแก้รธน.อีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ร่าง กม.ประชามติ&amp;rdquo; เจอพิษโควิด-19&amp;nbsp; ส.ว.หาย ต้องเลื่อนถกไป พ.ค.นี้ ด้าน ส.ส.เพื่อไทยปูด ผู้ติดเชื้อโควิดร่วมประชุมกมธ. 1 เม.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ฝ่ายค้านฟิตจัด เตรียมเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกหลังสภาเปิด 22 พ.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 8 เมษายน ในการประชุมร่วมรัฐสภา&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง แต่เมื่อเริ่มเปิดประชุม มีสมาชิกรัฐสภามาประชุมบางตาไม่ครบองค์ประชุม เนื่องจากมีส.ว.หลายคนไปฉีดวัคซีนโควิดตามโรงพยาบาลต่างๆ ที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาประสานงานให้ ส.ว.ไปฉีดวัคซีน ทำให้ต้องรอสมาชิกมาครบองค์ประชุมเกือบ 1 ชั่วโมง กระทั่งเวลา 10.30 น. มีสมาชิกครบองค์ประชุม นายพรเพชรจึงดำเนินการประชุมตามวาระ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรเพชรแจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้วินิจฉัยสมาชิกภาพ 5 ส.ส.กปปส.ไว้พิจารณา ทำให้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ดังนั้นจำนวนสมาชิกรัฐสภาทั้งหมดที่มีอยู่ขณะนี้จึงเหลือ 731 คน มีองค์ประชุม 366 คน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นจึงเข้าสู่การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ วาระที่สอง มาตรา 42/3 ถึงมาตรา 42/6 เรื่องการลงคะแนนออกเสียงโดยเครื่องออกเสียงอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ กมธ.เพิ่มเติมให้ลงคะแนนออกเสียงประชามติด้วยเครื่องลงคะแนนออกเสียงอิเล็กทรอนิกส์ นอกเหนือจากช่องทางลงคะแนนในบัตรลงคะแนนปกติและลงคะแนนทางไปรษณีย์ ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่ไม่มีใครคัดค้าน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มาตรา 42/6 กรณีให้อำนาจคณะกรรมการสามารถเห็นสมควรให้ลงคะแนนออกเสียงโดยวิธีอื่นได้นอกจากการลงคะแนนด้วยบัตรเลือกตั้ง การลงคะแนนผ่านไปรษณีย์ และการลงคะแนนด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ ปรากฏว่ามี ส.ส.ฝ่ายค้านอภิปรายทักท้วงอย่างมาก เนื่องจาก กมธ.ไม่สามารถตอบได้ว่า วิธีการอื่นคืออะไร เกรงว่าจะเป็นการตีเช็คเปล่าให้ กกต.ไปกำหนดวิธีลงคะแนนด้วยวิธีใดๆ ก็ได้ โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า มาตรา 42/6 เป็นการเขียนเผื่อไว้ในอนาคต กมธ.ไม่สามารถตอบได้ว่าวิธีการอื่นที่นอกเหนือจากการลงคะแนนด้วยบัตรเลือกตั้ง การลงคะแนนทางไปรษณีย์ และการลงคะแนนทางอิเล็กทรอนิกส์คืออะไร เขียนโดยที่ยังไม่รู้ว่าจะใช้วิธีใดในการออกเสียง คิดแบบไกลเกินไป อะไรที่ฟุ่มเฟือยจะเขียนไปทำไม อย่างไรก็ตาม หลังจากที่สมาชิกอภิปรายครบถ้วนแล้ว ที่ประชุมลงมติเห็นชอบมาตรา 42/3-42/6 ตามที่ กมธ.เสนอมาทุกมาตรา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า การลงมติในแต่ละมาตรา แม้องค์ประชุมครบก็ตาม แต่ก็มีความกระท่อนกระแท่นโดยองค์ประชุมเลยมาไม่เกิน 15 เสียง จนกระทั่งก่อนลงมติมาตรา 50/1 นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นหารือนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ซึ่งทำหน้าที่ประชุมขณะนั้นว่า หากองค์ประชุมไม่ครบจะเกิดอะไรขึ้นกับร่าง พ.ร.บ.ประชามติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนชี้แจงว่า การพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ รัฐสภาขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญมา 2 ครั้งแล้ว และคงจะไม่มีครั้งที่ 3 แน่นอน เราทำเรื่องขอกราบบังคมทูลเปิดประชุมสมัยวิสามัญ เราก็ต้องทำหน้าที่ หากไม่ทำเราจะอธิบายไม่ได้เลย แต่เรื่ององค์ประชุมมีปัญหา เราก็ต้องขอร้องกัน วันนี้การพิจารณาดำเนินมาเกินครึ่งทางแล้ว ขอให้สมาชิกรัฐสภาอดทนกันอีกไม่นาน อย่างไรก็ตาม ถ้าองค์ประชุมไม่ครบ กฎหมายฉบับนี้ก็ต้องค้างการพิจารณา แล้วพิจารณากันใหม่ในเดือน พ.ค. ซึ่งก็ต้องดูกันว่ามีความพร้อมหรือไม่อย่างไร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นที่ประชุมก็ได้ดำเนินการพิจารณาต่อ จนกระทั่งก่อนลงมติมาตรา 53 นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. ได้ขอนับองค์ประชุมแบบขานชื่อ แต่นายชวนได้ขอร้องให้ดำเนินการประชุมต่อไป เพราะองค์ประชุมยังครบอยู่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.40 น. นายชวนขออนุญาตพักประชุม 10 นาที เพื่อขอพบวิป 3 ฝ่าย และได้เปิดประชุมอีกครั้งในเวลา 15.05 น.&amp;nbsp; โดยนายชวนให้สมาชิกรัฐสภาแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม ก่อนลงมติ หมวด 8 การคัดค้านการออกเสียง และได้ทอดเวลาอยู่ระยะหนึ่ง เพื่อรอให้สมาชิกรัฐสภาได้เสียบบัตรแสดงตน ระหว่างนั้น นายมานพ คีรีภูวดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ไม่ทราบสมาชิกกลัวอะไรกับ พ.ร.บ.ประชามติ ดังนั้นขอให้ทุกคนเข้ามาร่วมประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวว่า คงไม่ใช่เรื่องกลัว แต่ด้วยเหตุที่เราทราบว่าอะไรเกิดขึ้น และการเปิดสมัยวิสามัญเป็นเรื่องที่ต้องทำเรื่องทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อกราบบังคมทูล เราได้เปิดวิสามัญกับเรื่องนี้ 2 ครั้งแล้ว เรามาลงเอยอย่างนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่พึงปรารถนา ตนให้โอกาสสมาชิกได้แสดงตนเพื่อให้ท่านได้มีชื่ออยู่ในห้องประชุมในวาระของการประชุมในวันนี้ ขออนุญาตที่ประชุมขอเลื่อนการประชุมเรื่องนี้ไปประชุมครั้งต่อไป เนื่องจากมีความจำเป็นต้องให้องค์ประชุมมีความสมบูรณ์ แม้จะยังไม่นับองค์ประชุม แต่ก็เห็นว่าควรจะเลื่อนออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้อ่านพระบรมราชโองการปิดสมัยประชุมวิสามัญ และปิดประชุมในเวลา 15.19 น. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนการประชุม นางมนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย หารือว่าจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดในขณะนี้ มีเจ้าหน้าที่มาบอกตนว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการที่ห้อง 405 เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา มีกรรมาธิการบางคนเข้ามาร่วมประชุมและติดโควิด ซึ่งไม่ทราบว่าเป็น ส.ส.หรือเจ้าหน้าที่ เพราะยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อ และจากความประมาทเลินเล่อของรัฐมนตรีบางคนที่ไม่ได้กักตัว จึงขอให้ประธานกำชับและระมัดระวังการประชุมในวันนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ หารือว่า ส.ว.หลายคนไปฉีดวัคซีนจากการให้บริการของวุฒิสภาแล้ว แต่ทำไม ส.ส.จึงไม่ได้รับสิทธิ์ตรงนี้ เพราะ ส.ส. 77 จังหวัดนั่งอยู่ในนี้ ถ้าติดคนหนึ่งก็จะติดกันหมด และแพร่กระจายไป 77 จังหวัด จะกลายเป็นความเดือดร้อนของประชาชนทั้งประเทศ เมื่อ ส.ว.ฉีดได้ ก็ขอ ส.ส.ฉีดบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้นายพรเพชรชี้แจงว่า ตนขอไปหาข้อมูล ยืนยันว่าทำหน้าที่เป็นกลางแน่ แต่หากหารือพาดพิงไปถึงรัฐบาลจะยุ่งไปกันใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รู้สึกผิดหวังอย่างยิ่งที่ ส.ว.บางคนไม่แสดงตนเป็นองค์ประชุม จนทำให้องค์ประชุมล่มลงไป ทำให้ร่าง พ.ร.บ.ที่รัฐบาลเสนอขึ้นมาเอง ในฐานะกฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูป แต่กลับปล่อยให้การประชุมเป็นภาระของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ส่วนการพิจารณาคงต้องนำไปพิจารณาในสมัยสามัญ ซึ่งต้องรออีก 2 เดือน รู้สึกผิดหวังต่อการทำหน้าที่ของรัฐสภา ขอเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบโดยการลาออก หาก พ.ร.บ.ประชามติฉบับนี้ไม่ผ่านการพิจารณาในวาระ 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องขอบคุณนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ที่พยายามไกล่เกลี่ย แต่ทาง ส.ว.มีท่าทีบ่ายเบี่ยง ไม่รับ สุดท้ายแล้วแม้ประธานสภาฯ ขอให้ประชุมต่อ ถ้าไม่ไหวค่อยเลิก พอเข้าห้องประชุม ส.ว.ก็เลิกจริงๆ แสดงให้เห็นว่าเขากลัวการถามประชาชนเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เลยพยายามหนี ทางเดียวที่หนีได้ก็คือการพยายามทำให้ พ.ร.บ.ประชามติช้าออกไปให้ได้มากที่สุด ถ้าทำให้กฎหมายตกไปได้ ก็คงทำไปแล้ว ตนจึงขอประณามอีกเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ หัวหน้าและแกนนำ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านร่วมประชุมหารือถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า ในช่วงปิดสมัยประชุมสภานี้ และจะเปิดประชุมสภาครั้งต่อไปวันที่ 22 พ.ค. ฝ่ายค้านจะเดินสายพบพี่น้องประชาชน 4 ภาค ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ เพื่อลงไปดูความเดือดร้อนพร้อมกับรับฟังเสียงประชาชนเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขานุการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคร่วมฝ่ายค้านยืนยันว่า 1.รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเป็นรัฐธรรมนูญที่มีปัญหาในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน จึงยืนยันที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ให้พี่น้องประชาชนมีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วม 2.ระหว่างนี้มีการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ที่สามารถทำคู่ขนานกันไปได้ แต่การแก้ไขรายมาตราต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้เป็นสำคัญ 3.พรรคร่วมฝ่ายค้านจะอาศัยช่วงปิดสมัยประชุม พบปะพี่น้องประชาชนเพื่อรับฟังความคิดเห็น รวบรวมความคิดเห็นมาเพื่อนำมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ และ 4.จะยื่นขอแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับอีกครั้ง จะพยายามยื่นให้ทันในการเปิดสมัยประชุมสภาสมัยสามัญวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า คราวที่แล้วในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ถูกโหวตคว่ำ การยื่นแก้ครั้งใหม่ก็แก้ทั้งฉบับ เกรงว่าจะมีปัญหาเหมือนเดิมหรือไม่ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ตอบว่า ครั้งที่แล้วถูกคว่ำเพราะมีการอ้างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าให้ไปทำประชามติก่อน แต่ฝ่ายค้านยืนยันว่าการดำเนินการของเราถูกต้อง และยืนยันว่าจะยื่นแก้รัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 อีกครั้ง หากต้องไปทำประชามติก่อน ก็ไปทำประชามติก่อน แต่การตัดสินใจอยู่ที่ประชาชนทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ส.ว.หรือใคร คงปฏิเสธไม่ได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98849</URL_LINK>
                <HASHTAG>กม.ประชามติ, ผู้ติดเชื้อโควิดร่วมประชุม, พิษโควิด-19, ร่าง กม.ประชามติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน., แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210408/image_big_606f19c803313.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ชวน’งงเปิดวิสามัญเร็วไป พปชร.ไม่ร่วม3พรรคแก้รธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ชวน&amp;quot; มึน &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ติงเปิดประชุมสภาวิสามัญเร็วเกินไป ยัน 3 ฝ่ายเห็นพ้อง 7-8 เม.ย. รองนายกฯ ชี้แก้ กม.ประชามติหลังประกาศใช้ไม่ใช่เรื่องแปลก อ้างบกพร่องในการบังคับใช้ พปชร.เมินร่วมเสนอญัตติแก้ รธน.กับ 3 พรรคร่วมรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 24 มีนาคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญและร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ....&amp;nbsp; จะเป็นอย่างไรต่อไปว่า เป็นคนละเรื่อง อย่ามาถามปนกัน ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติอยู่ในการพิจารณาของรัฐสภา แต่ติดอยู่ในมาตรา 9 ซึ่งต้องดำเนินการต่อไป แต่จะเดินอย่างไรก็แล้วแต่ ขึ้นอยู่คณะกรรมการกฤษฎีกาและคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ซึ่งกำลังทำงานกันอยู่ หากทำเสร็จแจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบเพื่อนัดเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ส่วนจะเป็นวันใด อยากให้ทางรัฐสภาช่วยยืนยันมาอีกครั้ง โดยก่อนหน้านี้รัฐสภาต้องการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญในวันที่ 7-8 เม.ย. ซึ่งคิดว่าเร็วไป เพราะขณะที่มีหนังสือยังไม่มีการแก้ไขร่างกฎหมายดังกล่าว โดยกำลังให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประสานไปที่รัฐสภาอยู่ โดยในการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.ฎ.เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญไปแล้ว แต่ยังไม่ได้ใส่วันที่ ดำเนินไปไม่มีปัญหา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจะติดอะไรหรือไม่ ตนไม่ทราบ เพราะยังไม่เห็นว่าเขาแก้มาตราที่ต่อเนื่องจากมาตรา 9 อย่างไร ซึ่งถามกันขึ้นมาว่าหากถลำลึกลงไปในทางที่เกิดปัญหายุ่งยากในการบังคับใช้ เช่น ข้อความเกิดขัดแย้งกันและเกิดภาระของรัฐบาล ใครขออะไรมาต้องทำประชามติทุกครั้งจะทำอย่างไร ซึ่งความเป็นจริงใครๆ ทราบว่าเป็นกระบวนการธรรมดา กรณีเมื่อออกกฎหมายมาแล้วมีความบกพร่องในการบังคับใช้ ก็แก้เท่านั้น ไม่มีปัญหา ส่วนจะแก้ช้าหรือเร็วก็แล้วแต่ดำเนินการ ในอดีตก็เคยมีกรณีออกกฎหมายมาแล้ว อีก 7 วันก็แก้กฎหมายฉบับนั้นเลยมีหลายฉบับ และไม่เป็นเรื่องใหญ่โต เช่นเมื่อปี พ.ศ.2517 ได้ออกรัฐธรรมนูญมาลงพระปรมาภิไธย ประกาศใช้แล้ว อีก 7 วันมาขอแก้เรื่องการสรรหา ส.ว. เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากกฎหมายประชามติผ่านวาระ 3 ประกาศใช้แล้ว รัฐบาลจะเสนอแก้ไขมาตรา 9 จะถูกมองว่าเป็นเกมการเมืองหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ได้บอกไปแล้ว หากเกิดการบังคับใช้กฎหมายหรือมีความผิดพลาดสามารถแก้ไขได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บางครั้งผิดพลาดแล้วถวายขึ้นไปก็ไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย ที่เรียกว่าวีโต้กลับมาด้วยซ้ำไป ในสมัยรัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกฯ ก็ได้ถวาย และรับมาแก้ไข พ.ร.บ.เครื่องหมายครุฑพ่าห์มาแล้ว&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการที่รัฐบาลขอแก้ไขในมาตราที่แพ้โหวตในวาระ 2 จะถูกวิจารณ์มากหรือไม่นั้น นายวิษณุกล่าวว่า คงไม่ได้บอกว่าอยู่ดีๆ เพราะว่าแพ้โหวตแล้วมารับทำอะไรใหม่ แต่ต้องพบความผิดพลาดคลาดเคลื่อนอื่นๆ อีกหลายข้อ ขณะนี้ประเด็นว่าร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ก็มีปัญหา โดยได้บอกไปที่คณะกรรมการกฤษฎีกาว่าแก้สิ่งเหล่านี้เสียอย่าให้เกิดปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้ยังไม่มีใครเริ่มต้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุในที่ประชุม ครม.ที่ผ่านมาว่า ขอให้พรรคร่วมรัฐบาลไปหารือกันก่อน ได้ความว่าอย่างไรก็กลับมาคุยกับรัฐบาลอีกครั้ง ซึ่งรัฐบาลก็คือพรรคร่วมรัฐบาล แม้พรรคร่วมรัฐบาลอาจจะเห็นไม่ตรงกันให้คุยกันเสียก่อน นับหนึ่งตรงนั้นแล้วค่อยมาสองที่รัฐบาล แล้วค่อยมาคิดกันต่อไปว่ารัฐบาลจะมาเกี่ยวข้องขนาดไหนอย่างไร ส่วนที่สังคมตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งที่เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลนั้น &amp;quot;ไม่เป็นไร ก็วิจารณ์ไป ก็คอยดูต่อไป อย่าเพิ่งวิจารณ์ เจตจำนงในการแก้ไขไม่ได้แปลว่าเป็นเจตจำนงแก้ไขทั้งฉบับ&amp;quot;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ก็คอยดูต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ที่ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จ ซึ่งเมื่อวันที่ 23 มี.ค. ได้พูดคุยกับนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว. ในฐานะประธาน กมธ. ทราบว่าจะมีการประชุมในวันที่ 1 เม.ย. จะเสร็จ แต่ถ้ารอให้เสร็จแล้วทำเรื่องกราบบังคมทูลเพื่อเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญอาจจะไม่ทันในวันที่ 7-8 เม.ย. เพราะต้องมีระยะเวลาในการทำเรื่องทูลเกล้าฯ ถวาย ซึ่งทางคณะ กมธ.ให้การรับรองแล้วว่าพิจารณาเสร็จทัน อย่างไรก็ตาม กฎหมายดังกล่าวเป็นกฎหมายด่วนของรัฐบาล ไม่ใช่สภาเป็นผู้เสนอ ซึ่งประธาน กมธ. ผู้นำฝ่ายค้าน และนายวิษณุ ได้พูดคุยกันเบื้องต้นแล้วว่าจังหวะเวลาเปิดประชุมสมัยวิสามัญ มีความเห็นสอดคล้องกันว่าวันที่ 7-8 เม.ย.เหมาะสม เพราะหลังจากนี้จะเป็นวันหยุดยาวของสมาชิกรัฐสภา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมไม่เข้าใจว่าเร็วเกินไปหมายถึงอะไร ถ้าไม่เร็วก็ต้องไปพิจารณาในสมัยสามัญเดือน พ.ค.เลย ถ้าไม่ใช่เรื่องด่วนก็พิจารณาแบบนั้นได้ แต่ในกรณีนี้ถือเป็นเรื่องด่วนที่รัฐบาลเป็นผู้เสนอ&amp;rdquo; นายชวนระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่บางฝ่ายเป็นห่วงร่างกฎหมายดังกล่าวอาจจะขัดรัฐธรรมนูญนั้น นายชวนกล่าวว่า ไม่ขอวิจารณ์เรื่องนี้ เพราะเราทำหน้าที่ต่อฝ่ายที่เสนอกฎหมายมาให้ได้รับการพิจารณาตามวาระที่รัฐสภาดำเนินการ เพื่อไม่ให้กฎหมายค้างพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากมีการร้องศาลรัฐธรรมนูญจะทำให้กระบวนการพิจารณาสะดุดหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า คนละเรื่องกัน การไปร้องก็แล้วแต่สมาชิกหรือใครก็ตามที่จะไปร้อง แต่สภามีหน้าที่กำหนดระยะเวลาโดยหารือกับทุกฝ่าย เพราะสภากำหนดเองไม่ได้ ถ้ารัฐบาลหรือฝ่ายอื่นไม่พร้อม หรือไม่ประสงค์จะเปิดประชุม เป็นสิทธิ์ เพราะผู้เสนอเปิดประชุมวิสามัญคือฝ่ายบริหาร ไม่ใช่ฝ่ายนิติบัญญัติ ดังนั้นจึงอยู่ที่รัฐบาลว่าต้องการให้กฎหมายฉบับนี้เป็นอย่างไร หากรัฐบาลเปลี่ยนใจไม่เร่งเสนอกฎหมาย ก็เป็นสิทธิ์ของรัฐบาล เราไม่มีปัญหาอะไร สภามีหน้าที่ดูแลนัดวันประชุมและกำหนดวาระให้เพื่อให้เสร็จภารกิจเท่านั้น ทั้งนี้ รัฐบาลได้แจ้งมายังสภาให้ยืนยันว่าติดปัญหาอย่างไร ซึ่งตอบไปแล้วว่าเป็นเรื่องของรัฐบาล เพราะเป็นกฎหมายของรัฐบาลที่เป็นเรื่องด่วน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการพิจารณาเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราว่า ขณะนี้พรรคอยู่ระหว่างหารือภายในเพื่อให้ตกผลึกร่วมกัน ทั้งนี้ ยอมรับว่าการยื่นญัตติที่จะเกิดขึ้นนั้นจะไม่เสนอญัตติร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งประกาศรวมกลุ่มกัน เพราะพรรคพลังประชารัฐจะมีความเห็นและเสนอแก้ไขในมาตราที่แตกต่างกัน แต่การพิจารณาในรัฐสภาสามารถนำรายละเอียดรวมพิจารณาได้ในประเด็นที่เห็นตรงกัน อีกครั้งในรายละเอียดนั้นจำเป็นต้องคำนึงถึง ส.ว.ด้วย เพราะหากไม่ได้รับเสียงสนับสนุนเกิน 84 เสียง ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่ผ่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงเหตุผลที่ไม่รวมญัตติกับ 3 พรรคร่วมรัฐบาล เพราะมีปัญหาต่อกันใช่หรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า รอบที่ผ่านมาจะเสนอแยกรายพรรค แต่เห็นว่าสามารถรวมกันได้ แต่รอบนี้ที่ไม่รวมกันเพราะอาจมีประเด็นแก้รายมาตราที่ไม่ตรงกัน แต่สามารถรวมกันได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97195</URL_LINK>
                <HASHTAG>กม.ประชามติ, การแก้ไขรัฐธรรมนูญ, ประชามติ, ประชุมรัฐสภา, ประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดประชุมวิสามัญ, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605b50b534e2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประยุทธ์สุดเซ็ง รื้อรัฐธรรมนูญ ติงให้สำเหนียก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ประสานเสียงส่ง &amp;quot;บิ๊กช้าง&amp;quot; คุม กก.สมานฉันท์ ชี้ต้องมีมั่นคงนั่งด้วย-คุยกันรู้เรื่อง ขณะที่ &amp;quot;ชวน&amp;quot; ไม่มั่นใจประชุมนัดแรกทันปีนี้ ด้าน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; โอดประชุมวุ่นแก้ รธน. นึกถึงหัวอกคนไทยทั้งประเทศบ้าง ด้าน &amp;quot;สุรชัย&amp;quot; เปิดไทม์ไลน์ กม.ประชามติเสร็จสิ้นม.ค.64 เพื่อให้ทันแก้ รธน. &amp;quot;วันชัย&amp;quot; โวประวัติศาสตร์เสียงของประชาชนเป็นเสียงสวรรค์แก้วิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงรายชื่อคณะกรรมการสมานฉันท์ที่มีข่าวจะเสนอชื่อ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม และนายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ว่า ก็ตามนั้น ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรตั้งแต่ต้น ตนคิดว่าต้องมีฝ่ายความมั่นคงเข้าไปด้วย จึงมอบหมายให้ พล.อ.ชัยชาญเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการฯ เชื่อว่าไม่ได้เข้าไปสร้างความขัดแย้งอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าจะสำเร็จหรือไม่ เพราะฝ่ายที่เห็นต่างไม่ได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมในคณะกรรมการชุดนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ต้องไปถามฝ่ายเห็นต่างว่าทำอย่างไรถึงจะหาวิธีการที่ทำงานร่วมกันได้ โดยไม่ฝ่าฝืนกฎระเบียบ กฎหมาย และรัฐธรรมนูญมากนัก&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่อยากให้ทุกอย่างขัดแย้งกันไปเรื่อยๆ เมื่อวานในที่ประชุมการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ประชุมเพียงชั่วโมงเดียว ผมได้รับรายงานว่ามีอีกฝ่ายไปก้าวล่วงมากมายในที่ประชุม เหตุการณ์จะไม่ดี ไม่เหมาะสม จึงต้องให้หยุดไปก่อน เพราะฉะนั้นต้องพูดให้อยู่ในกรอบ อะไรควรทำก่อนหรืออะไรที่ไม่ควรทำต้องรู้ ขอให้นึกถึงหัวอกคนไทยทั้งประเทศบ้าง&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีการตั้งเป้าหรือไม่ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญใช้เวลาเท่าไหร่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งมีการกำหนดระยะเวลาไว้อยู่แล้ว จะใช้วิธีไหนก็ทำไป ตนเองไม่ได้ขัดข้องอะไรอยู่แล้ว กฎหมายเขียนไว้อยู่แล้วว่ากี่วัน ไม่มีเจตนาไปดึงอะไร ทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รายชื่อดังกล่าวไม่ได้มีการปรับ เป็นเรื่องของคนที่เสนอเข้ามา และเป็นเรื่องของการตัดสินใจในคณะรัฐมนตรี ผู้สื่อข่าวถามว่า สองรายชื่อดังกล่าวจะทำให้การปรองดองสมานฉันท์ไปได้สวยใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เราต้องเอาคนที่ดีๆ เข้าไป คาดหวังว่าจะคุยกันรู้เรื่อง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ได้รังเกียจสองบุคคลที่ ครม.ส่งมาก่อนหน้านี้ และไม่ได้มีปัญหาใดๆ มั่นใจว่าทุกคนมีประสบการณ์ สามารถให้ความเห็นสร้างความปรองดองสมานฉันท์ได้ ส่วนกรณีที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เตรียมหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อพิจารณาทบทวนส่งบุคคลเข้าร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์ประธานรัฐสภานั้น ไม่ต้องกังวล เพราะการส่งผู้แทนร่วมเป็นกรรมการเพื่อระดมความเห็นแก้ปัญหาบ้านเมืองเท่านั้น ไม่ต้องลงมติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนระบุด้วยว่า นอกจากนี้ การประชุมนัดแรกต้องรอให้ได้รายชื่อจากฝ่ายที่เสนอตัวแทนเข้าร่วมคณะกรรมการฯ พร้อมก่อน แต่ไม่มั่นใจว่าจะสามารถประชุมนัดแรกทันปีนี้หรือไม่ ซึ่งในวันที่ 20 ธันวาคมนี้ ที่ประชุมอธิการบดีสถาบันการศึกษาจะประชุมคัดเลือกผู้เข้าร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์ตามสัดส่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตรถึงเป้าหมายของพรรคพลังประชารัฐในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะใช้เวลาเท่าใด ว่า ไม่รู้ แล้วแต่คณะกรรมาธิการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนระยะเวลาคงต้องดูไทม์ไลน์ที่เขากำหนด ผู้สื่อข่าวถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะนำไปสู่ความสงบหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เราคิดอย่างนั้น เมื่อถามว่าต้องส่งสัญญาณอะไรไปยังสภาหรือไม่ เพราะวันที่ 17 ธ.ค. คณะกรรมาธิการฯ ประชุมได้เพียง 1 ชั่วโมงก็ต้องปิดประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. คนไม่อยู่กันนี่ เขาก็ไปเลือกตั้ง อบจ.ก่อน เมื่อถามว่า แต่ข่าวที่ออกมาเป็นเพราะมีการถกเถียงกันเยอะในที่ประชุม จึงต้องปิดประชุม พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มีหรอก เป็นเรื่องของความคิด จะไปถกเถียงกันได้อย่างไร มันเป็นเรื่องความคิดของคน จะให้ไปเหมือนกันได้อย่างไร ความคิดของสื่อยังไม่เหมือนกับตนเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายโกศล ปัทมะ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า&amp;nbsp; การประชุมที่ล้มเมื่อวันที่ 17 ธ.ค.นั้น ตนเห็นว่าการแสดงความคิดเห็นของสมาชิกสามารถทำได้ ต้องเปิดให้อภิปรายอย่างกว้างขวาง ใครคิดว่าถูกพาดพิงก็มีสิทธิ์ชี้แจงกันด้วยเหตุด้วยผล ไม่ใช่มาใช้อารมณ์กันเช่นนี้ ที่สำคัญรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด ต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ อยากให้ ส.ว.เปิดใจกว้างรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นด้วย เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นการปลดล็อกความขัดแย้งทางการเมืองในสังคม ถ้ายังเอาตัวเองเป็นที่ตั้งเช่นนี้ ปัญหาต่างๆ ก็จะแก้ไขไม่ได้ และจะไม่มีทางออกไปจากความขัดแย้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ..... กล่าวว่า ตั้งใจว่าการพิจารณาของ กมธ.จะให้แล้วเสร็จในสิ้นเดือนมกราคม 64 เพื่อให้ทันต่อการรองรับการออกเสียงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเชื่อมโยงมาสู่เรื่องการทำประชามติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีการเสนอให้ทำประชามตินอกราชอาณาจักรด้วยนั้น&amp;nbsp; นายสุรชัยกล่าวว่า จะมีการเชิญกลุ่มนักเรียนไทยในต่างประเทศที่เสนอให้มีการจัดการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักรมาให้ข้อมูลด้วย รวมถึงเรื่องการออกเสียงประชามติล่วงหน้า ซึ่งในร่างที่รัฐบาลส่งมาไม่มีเรื่องนี้ จึงต้องฟังความเห็นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้วย จึงให้มอบหมายให้ กมธ.ที่เป็นผู้แทนจาก กกต.ไปศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้ข้อมูลรวมถึงรูปแบบการออกเสียงแบบอิเล็กทรอนิกส์ด้วย ซึ่งที่ผ่านมา กมธ.ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงอุปสรรคการออกเสียงประชามติที่ผ่านมา และเปรียบเทียบรูปแบบการออกเสียงประชามติของต่างประเทศด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ แถลงผลการประชุมกรรมาธิการว่า นับว่าการทำประชามติครั้งนี้จะเป็นประวัติศาสตร์ของประชาชนคนไทยที่ได้ออกเสียงประชามติในสถานการณ์บ้านเมืองปกติ ยืนยันว่ากรรมาธิการชุดนี้จะพิจารณากฎหมายฉบับนี้ให้เป็นกฎหมายประวัติศาสตร์ และในการปฏิบัติจะปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้พี่น้องประชาชนเห็นว่าครั้งนี้จะเป็นแนวปฏิบัติที่เห็นว่าเสียงของประชาชนที่นำมาตัดสินในเรื่องสำคัญๆ ของบ้านเมืองมากกว่าการโหวตกันในรัฐสภา และการตัดสินของประชาชนจะไม่เป็นที่ยอมรับหรือไม่ยอมรับเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งเป็นส่วนที่สนับสนุนให้เสียงของประชาชนที่ออกเสียงประชามตินั้นเป็นเสียงสวรรค์อย่างแท้จริงในการแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ออกเสียงประชามติ พ.ศ.&amp;nbsp; แถลงกรณีนักเรียนไทยในต่างประเทศห่วงเรื่องการออกเสียงประชามติ โดยไม่มั่นใจว่าจะมีหลักประกันเรื่องการใช้สิทธิ์ของผู้มีสิทธิ์ที่เป็นนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่อาศัยอยู่ต่างประเทศแบบใด ประการใด.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87286</URL_LINK>
                <HASHTAG>กก.สมานฉันท์, กม.ประชามติ, คนไทยทั้งประเทศ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201218/image_big_5fdcc0e785bcc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85998</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ฝ่ายค้านอ้างเด็ก ไม่ร่วมสังฆกรรม นั่งกก.สมานฉันท์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แก้ไขรัฐธรรมนูญอืดเป็นเรือเกลือ เพิ่งขยับ 2 มาตรา แต่ที่ชัดคือร่างฉบับไอลอว์ถูกถีบตกแน่นอน &amp;ldquo;วันชัย&amp;rdquo; เผย กม.ประชามติฉบับใหม่จะเปิดกว้างให้ 2 ฝ่ายรณรงค์ได้ เพื่อไทยอ้างเด็กเมินร่วมสังฆกรรม กก.สมานฉันท์ ผุดคณะกรรมการการเมือง-คณะกรรมการพัฒนาพื้นที่เลือกตั้ง หวังส่งชิงเก้าอี้ทั้ง 350 เขต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) แถลงว่า การประชุม กมธ.ได้เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา 1 ว่าด้วยชื่อรัฐธรรมนูญ และมาตรา 2 ว่าด้วยการกำหนดให้รัฐธรรมนูญใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา นอกจากนี้ มีสมาชิกรัฐสภาเสนอคำแปรญัตติเพื่อขอแก้ไขเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 106 ฉบับ มีผู้แปรญัตติทั้งสิ้น 109 คน แบ่งเป็น ส.ว. 8 คน และ ส.ส. 101 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะนำเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญของโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) เข้ามาอยู่ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายสิระกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตัวแทนของไอลอว์ได้มาชี้แจงต่อ กมธ. แต่ไม่สามารถโน้มน้าว กมธ.ได้ เช่น การใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง และการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) แบบกลุ่ม จึงทำให้เหลือเฉพาะแค่การพิจารณาเนื้อหาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเฉพาะของรัฐบาลและฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคได้ติดตามอย่างใกล้ชิด โดยมี ส.ส.แปรญัตติ 37 คน รวมถึงกฎหมายประชามติที่จะติดตามให้กฎหมายออกมาใช้ ไม่เหมือนการทำประชามติเหมือนครั้งที่ทำกับรัฐธรรมนูญ 2560 ที่มีการจำกัดสิทธิ์
ขณะที่นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.... รัฐสภา กล่าวว่า ในที่ประชุม กมธ.นัดแรก ได้วางเป้าหมายทำเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.ประชามติเพื่อขจัดข้อครหาและข้อกังวลตามที่สมาชิกรัฐสภาได้อภิปรายไว้ในวันรับหลักการ ซึ่ง กมธ.ต้องทำกฎหมายเพื่อให้การออกเสียงประชามติที่จะเกิดขึ้นเป็นบรรยากาศของความเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยได้รณรงค์ความคิดอย่างเปิดเผย และทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจ ไม่ใช่เหมารวม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ร่าง พ.ร.บ.ประชามติถือเป็นกฎหมายคู่ขนานกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงมีความสำคัญ เบื้องต้น กมธ.คาดว่าการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะอยู่ในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. 2564 ดังนั้น กมธ.ต้องเร่งทำกฎหมายให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน&amp;rdquo;นายวันชัยกล่าว และว่า ในการประชุมนัดหน้า กมธ.จะเชิญคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), สถาบันพระปกเกล้า, นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านการทำประชามติให้ความเห็น ก่อนที่จะลงรายละเอียดของเนื้อหาร่างกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสติธร ธนานิธิโชติ นักวิชาการผู้ชำนาญการ สถาบันพระปกเกล้า กล่าวในเรื่องนี้ว่า ยังไม่ทราบอย่างเป็นทางการ แต่ถ้าสถาบันได้รับการประสานมา ก็จะเตรียมข้อมูลทางวิชาการ และอาจมีความเห็นประกอบว่าสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในแง่ของขั้นตอนกระบวนการควรเป็นอย่างไร ซึ่งตามหลักการกระทำประชามติที่มีความสำคัญ จำเป็นต้องมีกระบวนการที่เปิดกว้างเสมือนให้ความรู้ ข้อมูลประกอบการตัดสินใจกับประชาชนทั้งด้านดีและไม่ดี และยังเป็นกระบวนการมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้เป็นหัวใจสำคัญของประชามติ&amp;nbsp; ถ้าไม่ทำ 2 เรื่องนี้โอกาสที่ทำประชามติไปแล้วประชาชนไม่ยอมรับมีสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ถ้าประชาชนไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญที่ ส.ส.ร.ยกร่างขึ้น จะสามารถรณรงค์ได้หรือไม่ นายสติธรกล่าวว่า ถ้ากฎหมายไม่ได้ห้ามไว้ก็ควรเป็นสิ่งที่ทำได้ เวลานี้สิ่งที่เราจะนำไปให้ประชาชนตัดสินใจผ่านการทำประชามติคือวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และรูปแบบของ ส.ส.ร. ซึ่งย่อมต้องมีคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย น่าจะเป็นเวทีที่ทุกคนมีโอกาสจะมาพูดคุยกันว่าที่เห็นด้วยเพราะอะไร มีข้อดีอย่างไร หรือมีรูปแบบอื่นที่ดีกว่า แต่สุดท้ายวันที่ลงประชามติจริงๆ ก็จะเป็นตัวตัดสินเองว่าแบบไหนที่คนส่วนใหญ่ยอมรับได้ ก็จะทำให้กระบวนการที่จะนำไปสู่การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญต่อไปในอนาคตสามารถเดินหน้าต่อไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์นั้น นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ กล่าวถึงโควตาพรรคร่วมฝ่ายค้าน 2 คนว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ปรึกษาหารือกันแล้ว มีมติไม่ส่งตัวแทนเข้าไปร่วม เพราะได้ดูองค์ประกอบของคณะกรรมการแล้ว เห็นว่ายังไม่มีความเป็นกลางเพียงพอ อีกทั้งคู่ขัดแย้งหลักปฏิเสธเข้าร่วม ทำให้ไม่เห็นว่าเรื่องนี้จะจบได้ หรือจบลงอย่างไร ทำให้พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติไม่ร่วมสังฆกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายสมพงษ์ยังนัดประชุมแกนนำพรรคก่อนแถลงผลประชุมว่า เพื่อให้การทำงานการเมืองตามทันสถานการณ์ จึงตั้งคณะกรรมการด้านการเมืองที่มีนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ ในบัญชีพรรคเป็นประธาน นายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรค และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานกิจการพิเศษพรรคเป็นที่ปรึกษา รวมทั้งนายประเสริฐเป็นเลขานุการ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติให้ตั้งคณะกรรมการพัฒนาพื้นที่เลือกตั้ง เนื่องจากที่ผ่านมามีการเข้าและออกของสมาชิกจำนวนมาก จึงต้องทำให้เกิดความชัดเจนในเรื่องพื้นที่ เพราะในการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคจะส่งครบทั้ง 350 เขต
นายประเสริฐกล่าวว่า ภารกิจของคณะกรรมการการเมืองจะทำหน้าที่ในการประเมิน วิเคราะห์สถานการณ์การเมือง เพื่อที่จะได้กำหนดท่าที บทบาทของพรรคให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง และเป็นไปในแนวเดียวกัน ซึ่งจะมีความต่างจากคณะกรรมการยุทธศาสตร์เดิม เพราะจะเป็นการรวบรวมคนรุ่นเก่ารุ่นใหม่เข้ามาทำงานร่วมกัน และมีการกระจายอำนาจไปในส่วนต่างๆ เชื่อว่าการทำงานจะออกมาดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกัน ยังคงมีความเคลื่อนไหวในพรรค พท. เมื่อนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม ได้ส่งจดหมายลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคตั้งแต่ 4 ธ.ค. ซึ่งนายรัฐภูมิได้เข้าสมัครสมาชิกพรรค พท. เมื่อวันที่ 19 ส.ค.2562 ผ่านการชักชวนของนายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส แกนนำกลุ่มคนรุ่นใหม่พรรคเพื่อไทย
ต่อมานายรัฐภูมิโพสต์เฟซบุ๊กว่า การทำงานด้านการเมืองมีจุดยืนของตัวเองชัดเจนเสมอคืออุดมการณ์ ซึ่งคุณหญิงสุดารัตน์คือผู้ใหญ่ที่เห็นอุดมการณ์ชัดเจน และเป็นผู้ให้โอกาสได้เรียนรู้งานต่างๆ มากมาย วันนี้ถ้ามีใครถามถึงจุดยืน ก็จะขอยืนยันอุดมการณ์เดิม และขอเลือกทำงานเคียงข้างผู้ใหญ่ที่ตนเองเลือกว่าท่านคือผู้ที่เป็นต้นแบบอุดมการณ์ในการทำงานด้านการเมือง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85998</URL_LINK>
                <HASHTAG>กม.ประชามติ, ฉบับไอลอว์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201204/image_big_5fca47b7e7a1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
