<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29558</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2019 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2019 15:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย. จัดพิจารณ์ &quot;กม.ลูกกัญชา&quot;ผู้ถือครองได้ การใช้ประโยชน์ โรคที่ใช้รักษา ยกเว้นใทษผู้ครอบครอง กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  21ก.พ.  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20ก.พ.62-นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา &amp;nbsp;เปิดเผยว่าพ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2562 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 ก.พ. &amp;nbsp;2562 เป็นต้นไป โดยมีสาระสำคัญ คือ เพิ่มองค์ประกอบคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ 8 คน คือ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp;อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้แทนจากกรมสุขภาพจิต กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สภาการแพทย์แผนไทย แพทยสภา และสภาเภสัชกรรม &amp;nbsp;ห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ครอบครองยาเสพติดในประเภท 5 เว้นแต่ได้รับอนุญาตในกรณีประโยชน์ทางราชการ &amp;nbsp; &amp;nbsp;การแพทย์ การศึกษาวิจัย รวมถึงเกษตรกรรม พาณิชยกรรม วิทยาศาสตร์ หรืออุตสาหกรรมเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ขออนุญาต เช่น หน่วยงานรัฐ ผู้ประกอบวิชาชีพ สถาบันอุดมศึกษาเอกชน ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ภายใต้ความร่วมมือกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐ หรือมหาวิทยาลัยเอกชน ผู้ประกอบวิชาชีพ ได้แก่ เวชกรรม เภสัชกรรม ทันตกรรม &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง แพทย์แผนไทย แผนไทยประยุกต์ หรือหมอพื้นบ้านตามกฎหมาย ห้ามมิให้ผู้ใดเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เว้นแต่เสพเพื่อรักษาโรคและการศึกษาวิจัย ตามบทเฉพาะกาลของ พ.ร.บ. มาตรา 22 กำหนดให้ผู้ครอบครองยาเสพติดในประเภท 5 เฉพาะกัญชา ก่อนวันที่ พ.ร.บ. มีผลใช้บังคับ ให้ไม่ต้องรับโทษหากดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ อย. และหลายหน่วยงานได้เตรียมการรองรับพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 โดย จัดทำร่างอนุบัญญัติ เพื่อรองรับพระราชบัญญัติฯ ฉบับใหม่ เช่น &amp;nbsp;ร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข กรณีการครอบครองกัญชาก่อน พ.ร.บ. มีผลบังคับใช้ ไม่ต้องรับโทษ สำหรับบุคคล 3 กลุ่ม คือ ผู้มีคุณสมบัติตามกฎหมายใหม่ ผู้ป่วย และบุคคลอื่น ร่างประกาศฯ กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ผู้ประกอบวิชาชีพ &amp;nbsp; การแพทย์แผนไทย และหมอพื้นบ้าน และร่างประกาศฯ กำหนดตำรับยาที่ให้เสพเพื่อรักษาโรคและศึกษาวิจัยได้ เป็นต้น &amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งร่างกฎกระทรวง การขออนุญาตและการอนุญาต ผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งร่างประกาศฯ และร่างกฎกระทรวงดังกล่าว ได้ผ่านคณะอนุกรรมการและคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษแล้ว โดยจะรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 แล้วจะนำเสนอคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ ซึ่งเป็นคณะกรรมการตามพ.ร.บ.ยาเสพติดฉบับใหม่อีกครั้งในวันที่ 22 ก.พ. 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ อย.จะประชุมหารือเพื่อทำความเข้าใจและเตรียมการกับจังหวัด โดยประชุมทางไกล ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 นี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการฯ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการเตรียมการอื่น ๆ ทางกรมการแพทย์ &amp;nbsp;กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก &amp;nbsp;จะมีการจัดทำหลักสูตรฝึกอบรม ผู้ประกอบการวิชาชีพเวชกรรม ทันตกรรม แพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ หมอพื้นบ้าน เพื่อรองรับการใช้ประโยชน์จากกัญชาทางการแพทย์ รวมทั้งได้เตรียมการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพ และหมอพื้นบ้านที่ผ่านการอบรม ในส่วนของ อย. ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวางระบบการผลิต เช่น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลูก สกัดผลิตภัณฑ์ การตรวจวิเคราะห์คุณภาพมาตรฐานของพืชกัญชาและผลิตภัณฑ์ เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29558</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กม.กัญชา, #อย., กม.ลูกพ.ร.บ.ยาเสพติด, พ.ร.บ.ยาเสพติด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190214/image_big_5c6532db63bab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
