<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31952</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2019 08:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2019 08:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ค้าออนไลน์มีหนาว!ดีเดย์กม.อีเพย์เมนต์จี้รายงานบัญชีถี่ยิบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มี.ค. 2562 นายปิ่นสาย สุรัสวดี รักษาการที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ขณะนี้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 48) พ.ศ.2562 เพื่อรองรับระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (เนชันแนล อีเพย์เมนต์) ได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 21 มี.ค.นี้ เป็นต้นไป โดยกฎหมายกำหนดให้สถาบันการเงิน และผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อี-วอลเล็ต) ต้องนำส่งข้อมูลธุรกรรมลักษณะเฉพาะให้กรมสรรพากร ได้แก่ มียอดฝากหรือโอนเงินเข้าบัญชีตั้งแต่ 400 ครั้งต่อปี และยอดรวมตั้งแต่ 2 ล้านบาทต่อปีขึ้นไป หรือมียอดฝากหรือโอนเงินเข้าบัญชีตั้งแต่ 3 พันครั้งต่อปีขึ้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมี อี-แท็กซ์ อินวอยซ์ และอี-รีซิฟท์ เปิดให้ผู้ประกอบการจัดทำใบกำกับภาษีและใบรับแบบอิเล็กทรอนิกส์ส่งมาให้กรมสรรพากรได้เอง รวมถึงเปิดให้ผู้จ่ายเงินสามารถเลือกจ่ายภาษีหัก ณ ที่จ่ายผ่านธนาคาร หรือคนกลาง ตลอดจนยังเปิดระบบ อี-ไฟลิ่ง เพิ่มช่องทางการยื่นแบบภาษีออนไลน์ในภาษีทุกประเภท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการรายงานข้อมูลผู้มีบัญชีธุรกรรมลักษณะเฉพาะจะครอบคลุมทั้งข้อมูลบัญชีบุคคลธรรมดา และนิติบุคคลทั้งคนไทยและต่างชาติ &amp;nbsp;ซึ่งสถาบันการเงินต้องเริ่มเก็บข้อมูลบัญชีปี 2562 เพื่อรายงานให้กรมสรรพากรภายในเดือนมี.ค.2563 เป็นต้นไป และปฏิบัติเป็นประจำทุก ๆ ปี โดยข้อมูลธุรกรรมเฉพาะที่กำหนดจะนับเฉพาะยอดรับโอน-เงินขาเข้าในบัญชีเท่านั้น ไม่รวมการโอนออกหรือถอนออกไป รวมถึงจะนับยอดรวมการโอนของทุกบัญชี ที่มีเจ้าของเปิดบัญชีในธนาคารเดียวกันรวมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อกรมสรรพากรได้รับการรายงานข้อมูลธุรกรรมลักษณะเฉพาะจากสถาบันการเงินแล้ว จะมีการนำข้อมูลไปวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยีบิ๊กดาต้า และปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เพื่อแยกแยะข้อมูลของผู้เสียภาษีเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่เสียภาษีอยู่แล้วและมีความเสี่ยง 2.กลุ่มที่เสียภาษีอยู่แล้วแต่ไม่มีความเสี่ยง 3.กลุ่มที่ไม่เคยเสียภาษีและมีความเสี่ยง และ 4.กลุ่มที่ไม่เคยเสียภาษีแต่ไม่มีความเสี่ยง ซึ่งจะมีการเรียกเข้ามาพบเพื่อข้อมูลเพิ่ม &amp;nbsp; โดยกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เป็นการรังแกคนค้าขายออนไลน์ หรือใคร เพราะตามกฎหมายหากใครมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนดก็ต้องเสียอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31952</URL_LINK>
                <HASHTAG>กม.อีเพย์เมนต์, กรมสรรพากร, ปิ่นสาย สุรัสวดี, แจ้งบัญชีถี่ยิบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190207/image_big_5c5b9f6a40eba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
