<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109669</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 13:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2021 13:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.งบพิจารณาคืบหน้าแล้ว45.7%ซักหนักงบสธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ค.2564 - นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 65 เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกมธ.พิจารณาแล้ว 12 กระทรวง 9 กองทุน คิดเป็น 45.7 % วงเงินทั้งสิ้น 7.2 แสนล้านบาทเศษ โดยเมื่อวันที่ 13 ก.ค.พิจารณางบประมาณของกระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ซึ่งพิจารณา 4 หน่วยงาน คือ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก กรมสุขภาพจิต และกองทุนภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย ภาพรวมการพิจารณาของ สธ. ส่วนมากสอบถามเกี่ยวกับการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด &amp;ndash; 19 ในขณะนี้ โดย กมธ. บางท่านสอบถามว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีแนวทางควบคุมการระบาดของโควิด &amp;ndash; 19 ซึ่งทำให้ประชาชนติดเชื้อจำนวนมากในขณะนี้อย่างไร มีการบริหารจัดการวัคซีน และชุดตรวจหาเชื้อโควิด &amp;ndash; 19 ซึ่งเป็นที่ต้องการของประชาชนอย่างมากในขณะนี้อย่างไร โดยปลัด สธ.และอธิบดีเกี่ยวข้อง ชี้แจงว่า วิธีการในการควบคุมโรคช่วงที่ประเทศไทยยังมีผู้ติดเชื้อไม่มาก เมื่อหน่วยงานทราบว่ามีการติดเชื้อที่ใดจะไปสอบสวนโรค โดยแยกผู้ติดเชื้อออกมา ต่อมาเมื่อผู้ติดเชื้อมากขึ้น จึงคิดวิธีบับเบิ้ลแอนด์ซีลขึ้นมา ซึ่งเมื่อมีการระบาดก็จะปิดสถานที่นั้นเฉพาะจุด แต่ปัจจุบันเมื่อผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ทำให้การสอบสวนเป็นไปได้ยาก จึงใช้วิธีการฉีดวัคซีนในการควบคุมโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนเรื่องชุดตรวจหาเชื้อหน่วยงานชี้แจงว่า ได้อนุญาตให้ประชาชนได้ใช้การตรวจแบบ Antigen Test Kit (ATK) ซึ่งเป็นชุดตรวจหาเชื้อเบื้องต้น ปัจจุบันมีบริษัทเอกชนนำเข้าชุดตรวจแบบ ATK แล้ว จำนวน 1.4 ล้านชิ้น พร้อมจำหน่ายในร้านขายยาที่มีเภสัชการควบคุม และในสัปดาห์นี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการจัดซื้อเพื่อแจกจ่ายให้ประชาชน สำหรับในสัปดาห์หน้าบริษัทเอกชนแจ้งว่าจะสามารถนำเข้าได้อีกประมาณ 10 ล้านชิ้น&amp;rdquo; นายเรืองไกร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวถึงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด &amp;ndash; 19 ในส่วนของคณะกมธ.ว่า กมธ.มีความระมัดระวัง ซึ่งการประชุมวันนี้มีมาตรการที่เข้มขึ้น โดยให้ผู้ชี้แจงนั่งห้องข้างๆแล้วชี้แจงด้วยการใช้ระบบซูมเข้ามา ไม่ให้เข้าห้อง กมธ. แต่ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (15 ก.ค.) จะให้ผู้ชี้แจงอยู่ที่หน่วยงานไม่ต้องเข้ามาที่รัฐสภาโดยให้ใช้ระบบซูม เพราะ กมธ.เกือบทั้งหมดห่วงว่าถ้างาน กมธ.งบมีปัญหามีผู้ติดเชื้อจะยิ่งเป็นปัญหามากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะกมธ.งบเรียกร้องให้เปิดเผยสัญญาการสั่งจอง และจัดซื้อวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า นายเรืองไกร กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวมีการอ้างสัญญาต่างประเทศมาเทียบกับไทย ซึ่งเราต้องดูกฎหมายของไทยด้วย ทั้งนี้ การเปิดเผยข้อมูลช่องทางปกติตนเห็นว่าไม่น่ามีปัญหา ในส่วนของกมธ.งบก็อยากเห็นสัญญา แต่ต้องดูว่าข้อมูลตรงกันหรือไม่ แต่ก็เห็นด้วย และสนับสนุน การตรวจสอบสัญญา เพราะเป็นเงินแผ่นดิน เป็นภาษีประชาชน ก็ต้องเปิดเผยให้ทราบ ซึ่งต้องรอผลการพิจารณาของคณะกมธ.ว่าเป็นอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109669</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ., กระทรวงสาธารณสุข, นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60ee83b4b631f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109661</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 12:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2021 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แสบถึงทรวง!ชวนกรีดกมธ.บางชุดขยันช่วงโควิดระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ค.2564 - นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณียังมีคณะกรรมาธิการ(กมธ.)สามัญประจำสภาผู้แทนราษฎรบางชุดยังคงประชุมอยู่ ฝ่าฝืนมติวิป 3 ฝ่ายว่า ได้ขอร้อง กมธ.ว่าขอให้งดการประชุมในช่วงนี้ออกไปก่อน 2 สัปดาห์ แต่ก็รู้สึกยินดีที่มีความขยันกัน แต่ในช่วงเวลานี้ก็ต้องขอร้อง โดยมีรายงานว่ามีกรรมาธิการบางคณะขยัน เช่น คณะกมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย แต่ก็อยากขอร้องให้งดประชุมภายใน 14 วันนี้ ยกเว้น กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ที่ได้ขอให้มีการประชุมในลักษณะระบบซูม เนื่องจากเป็นกรณีที่จำเป็น เพราะมีเรื่องเงื่อนเวลาที่ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 105 วัน ซึ่งกรณีเช่นนี้ก็อนุโลมได้เท่าที่จำเป็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในส่วน กมธ.ทั่วไปนั้นขอร้องให้งดการประชุมออกไปก่อน แม้ว่าสภาฯจะไม่ได้ไปบังคับว่าหากประชุมแล้วจะมีความผิด แต่ก็ต้องร่วมมือกันในการแก้ปัญหาส่วนร่วมของบ้านเมือง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109661</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ., คณะกรรมาธิการ, นายชวน หลีกภัย, ประธานสภาผู้แทนราษฎร, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60ee7b056ff06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107812</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2021 16:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2021 16:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปธ.วิปรัฐบาล&#039;แจ้งสมาชิกงดประชุมทุกคณะหลังศบค.ห้ามรวมตัวเกิน20คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.64-นายวิรัช รัตนเศรษฐ​ ส.ส.บัญชีรายชื่อ​ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp; ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(ประธานวิปรัฐบาล) เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอแจ้งให้รับทราบถึงการของดและยกเลิกการประชุมในระหว่างวันที่ 28 มิ.ย.-2ก.ค.หรือตลอดช่วงสัปดาห์หน้า หลังจากที่มีการกำหนดนัดหมายประชุมในหลายคณะ เนื่องจากในข้อกำหนดและคำสั่งศบค. ได้มีมาตรการงดจัดกิจกรรมการประชุมหรือรวมตัวกันมากกว่า 20 คน เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ แต่คำสั่งดังกล่าวไม่ได้ยกเว้นในส่วนของหน่วยงานราชการ หรือได้รับอนุญาตให้มีการประชุมได้หรือไม่ ดังนั้นเพื่อให้เป็นไปตามมาตรการ จึงได้แจ้งงดประชุมพรรคพลังประชารัฐ ประจำสัปดาห์ทุกวันอังคาร และยกเลิกการประชุมวิปรัฐบาลในวันที่ 28 มิ.ย.ยกเลิกการประชุมพิจารณาวิสามัญพิจารณารร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิรัชกล่าวว่า จากการพูดคุยกับประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ เห็นตรงกันว่าควรจะงดการประชุมไปก่อน อีกทั้งสมาชิกวุฒิสภาที่จะเข้าร่วมประชุมอาจไม่สะดวกมาประชุมด้วย&amp;nbsp; รวมถึงงดการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ที่นัดหมายให้มีการประชุมในช่วงสัปดาห์นี้ ส่วนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ขอให้สมาชิกติดตามข่าวสารและการแจ้งจากทางสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ประกาศคำสั่งและข้อกำหนดดังกล่าวแล้ว ในทางปฏิบัติสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ร่วมประชุมตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด อาจเกิดปัญหาในการเดินทางที่ต้องกักตัวหรือสังเกตตัวเองในระหว่างนี้ตามคำสั่งประกาศของทางจังหวัด อาจทำให้ไม่สะดวกในการเดินทาง และขอให้สมาชิกเพิ่มความระมัดระวัง และสังเกตตัวเองด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107812</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ., งดประชุม, นายวิรัช รัตนเศรษฐ, สภา, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210618/image_big_60cc008d1eb73.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105423</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2021 13:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2021 13:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นวย&#039;ทนไม่ได้ดักคอ&#039;กมธ.ฯ&#039;โดนทนายดังยืมมือขอดูหลักฐานคดีลุงพล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มิ.ย.64- พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรรมการปฎิรูปประเทศ ด้านกระบวนการยุติธรรม&amp;nbsp; โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง &amp;quot; กระบวนการยุติธรรม ต้องปราศจากการแทรกแซง&amp;quot; ระบุว่า คดี น้องชมพู่เสียชีวิตเกิดมานานประมาณปีเศษ เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp; และ พนักงานสอบสวนที่จะต้องทำการ &amp;ldquo;สืบสวน&amp;rdquo;&amp;nbsp; &amp;ldquo;สอบสวน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ให้ได้ข้อยุติว่าน้องชมพู่ เสียชีวิตเอง หรือมีผู้ทำให้เสียชีวิต&amp;nbsp; ถ้าเสียชีวิตเองจะไม่เป็นความผิดอาญา&amp;nbsp; พนักงานสอบสวนเพียงแค่ทำสำนวนชันสูตรพลิกศพ&amp;nbsp; เพื่อพิสูจน์ให้ได้ข้อเท็จจริงว่า ผู้ตายเป็นใคร ? ตายที่ไหน ?&amp;nbsp; ตายเมื่อไหร่ ?&amp;nbsp; ตายอย่างไร ?&amp;nbsp; ก็เท่านั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ถ้ามีผู้ทำให้ตายจะเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ให้เห็นความผิด ว่ามีการกระทำความผิดอาญาฐานใดเกิดขึ้น (ฆ่าผู้อื่น หรือกระทำโดยประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย)&amp;nbsp; และพิสูจน์ให้ได้ว่าใครคือผู้กระทำความผิด&amp;nbsp; เพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การสอบสวน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือการรวบรวมพยานหลักฐานซึ่งพนักงานสอบสวนได้กระทำไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเพื่อพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ และ/หรือ เอาตัวผู้กระทำผิดมาฟ้องลงโทษกระบวนการนี้จึงเป็นกระบวนการในการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ให้เห็นความผิดตามที่กล่าวหา เช่น กล่าวหาว่า ฆ่าผู้อื่นตายก็จะต้องรวบรวมพยานหลักฐาน&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเป็นพยานบุคคล&amp;nbsp; พยานวัตถุ&amp;nbsp; พยานเอกสาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
พยานหลักฐานด้านนิติวิทยาศาสตร์&amp;nbsp; หรือพยานอื่นใดบรรดามี&amp;nbsp; ที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าผู้กระทำผิด ได้ลงมือกระทำการฆ่าผู้ตาย จนถึงแก่ความตายสมเจตนา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้นก็จะส่งสำนวนการสอบสวนพยานหลักฐานที่รวมได้ให้พนักงานอัยการตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วนสมบูรณ์ก่อนที่จะมีความเห็นทางคดีสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากฟ้อง คดีจะเข้าสู่กระบวนการในชั้นศาลต่อไป พยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนรวบรวมจึงถือเป็นความลับไปจนกว่าจะมีการพิสูจน์กันในชั้นศาล&amp;nbsp; เพราะหากไม่แล้วจะทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบในทางคดี&amp;nbsp; เกิดความไม่เป็นธรรมกับคู่กรณี เพราะหากยอมให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดล่วงรู้ถึงพยานหลักฐานของอีกฝ่ายหนึ่งเสียตั้งแต่ต้น ก็สามารถเปรียบเทียบง่ายๆจะเหมือนกับเล่นไฮโลกันแล้วยอมเปิดถ้วยให้แทง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ ถูกนำไปสร้างกระแส ถูกนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม ถูกนำไปชี้นำ สร้างภาพ โปรโมตตัวเอง ให้สังคมรู้จัก&amp;nbsp; จนถึงขนาดทำให้บางคนกลายเป็นซุปเปอร์สตาร์ กระผมเองเลิกติดตามคดีนี้มาสักพักหนึ่งแล้วเพราะเห็นว่าเริ่มเป็นเรื่องไร้สาระเข้าไปทุกวัน&amp;nbsp; จนกระทั่งศาลอนุมัติหมายจับและมีการจับกุมตัวลุงพล มาดำเนินคดี และมีประเด็นที่ทำให้กระผมต้องลุกมานั่งเขียนเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง&amp;nbsp; ก็เนื่องจากทนายความของลุงพลอ้างว่าได้นัดหมายไปยื่นเรื่องร้องขอความเป็นธรรม ต่อ ส.ส.สิระ&amp;nbsp; เจนจาคะ คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน&amp;nbsp; สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ตรวจสอบพยานหลักฐาน ในการขออนุมัติหมายจับ ลุงพล ในครั้งนี้&amp;nbsp; และวันที่ 5 มิ.ย.64&amp;nbsp; มีข่าวว่า กรรมาธิการคณะดังกล่าว เด้งรับ จนถึงขนาดจะเชิญ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และพนักงานสอบสวน&amp;nbsp; มาชี้แจงถึงพยานหลักฐาน ที่ขออนุมัติออกหมายจับในคดีดังกล่าวในวันที่ 16 มิ.ย. 64&amp;nbsp; โดยตั้งประเด็นว่า อาจจะเป็นการขออนุมัติหมายจับโดยมิชอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งถ้าหากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและพนักงานสอบสวน&amp;nbsp; นำพยานหลักฐานไปชี้แจงต่อ กรรมาธิการ ตามคำร้องของทนายลุงพลแล้วละก็&amp;nbsp; จะกลายเป็นการไปเปิดถ้วยไฮโลให้ทนายลุงพลแทง ก็เท่านั้นเอง!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วความเป็นธรรมจะอยู่ตรงไหน ?&amp;nbsp; คู่กรณีจะเสียความเป็นธรรมหรือไม่ ?&amp;nbsp; พนักงานสอบสวน รวมถึงตัวผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเอง ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนทั่วราชอาณาจักร&amp;nbsp; จะมีความผิดฐานนำความลับในสำนวนไปเปิดเผยหรือไม่ ?&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วยแยกกันให้ออกนะครับ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระหว่าง &amp;ldquo;สืบสวน&amp;rdquo;&amp;nbsp; กับ &amp;ldquo;สอบสวน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้ามีผู้ไปร้องเรียนเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในการค้น ในการจับ ซึ่งเป็นหน้าที่ ของตำรวจ ฝ่ายสืบสวน/ป้องกันปราบปราม ว่ามีการละเมิดสิทธิ์หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมอะไร ? อย่างไร ?&amp;nbsp; ก็ว่ากันไป แต่ถ้าล่วงเลยไปถึงการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ให้เห็นความผิดหรือความบริสุทธิ์และหรือเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ อันเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ดังเช่นคดีนี้แล้ว&amp;nbsp; จะมีใคร ? (บุคคลหรือคณะบุคคล) มีสิทธิ์&amp;nbsp; หรือ มีความถูกต้อง เหมาะสม&amp;nbsp; ที่จะยื่นมือเข้าไปล้วงความลับในสำนวนการสอบสวน พยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวน รวบรวมไว้ได้หรือไม่ ? เหมาะสมหรือไม่ ?&amp;nbsp; จะเกิดความเป็นธรรมกับคู่กรณีหรือไม่ ?&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้ายังคิดไม่ออก&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระผมขอกระซิบบอกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; คดีนี้ ถ้าผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและพนักงานสอบสวน นำพยานหลักฐานไปชี้แจงต่อกรรมาธิการต่อหน้าทนายความลุงพล หรือไม่ก็ตาม&amp;nbsp; ก็จะเป็นบรรทัดฐาน ให้ทนายความในคดีอื่นๆใช้ช่องทางนี้&amp;nbsp; ล้วงเอาความลับในสำนวน ล้วงเอาพยานหลักฐานในสำนวน แล้วกระบวนการยุติธรรมเบื้องต้นจะอยู่กันยังไงอีกต่อไป&amp;nbsp; กระผมคิดไม่ออกบอกไม่ถูก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำถามสุดท้าย &amp;ldquo;คิดได้ไง&amp;rdquo;&amp;nbsp; แล้วจะไปกันหรือเปล่า....&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไปกันใหญ่แล้ว.........&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปฏิรูปตำรวจก็ ต้วมเตี้ยม... ต้วมเตี้ยม... เป็นเตี้ยอุ้มค่อม&amp;nbsp; เพิ่งจะประชุมไปได้สักสิบมาตรามั้ง......เฮ้ยยยยยย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105423</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ., คดีลุงพล, ทนายความ, พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210606/image_big_60bc67bb50d49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95263</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2021 14:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2021 14:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039;เตรียมหมุนเก้าอี้ดนตรี&#039;ปธ.กมธ.&#039;เล็งเขี่ยคนไร้ผลงานออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค.64-รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยระบุว่า ในสัปดาห์นี้พรรคเพื่อไทยจะมีการประชุมเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนตำแหน่งประธานกรรมาธิการ ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย 10 ที่นั่ง เนื่องจากขณะนี้ได้ทำงานมา เกือบ 2 ปี หรือครึ่งเทอมของอายุสภาแล้ว ซึ่งเป็นไปตามธรรมเนียมที่เคยปฏิบัติมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลทักษิณ และพรรคมีบุคลากรที่มีความเหมาะสมเป็น ส.ส.หลายสมัยและยังไม่ได้นั่งเก้าอี้ประธานกรรมาธิการอยู่อีกหลายคนจึงถึงเวลาที่ต้องสลับเก้าอี้ โดยการปรับเปลี่ยนครั้งนี้จะไม่ปรับทั้ง 10 ตำแหน่ง แต่จะประเมินจากผลงานเป็นหลัก เนื่องจากช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา เป็นบทพิสูจน์การทำงานที่สำคัญว่า กรรมาธิการชุดไหนทำหน้าที่ได้ดีมีข้อมูลมาให้พรรคได้ใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจบ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95263</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ., พรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210307/image_big_6044807a1cbf5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93741</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2021 13:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2021 13:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปชป.&#039;เตรียมชงกมธ.ทบทวนดึงนักศึกษา-เยาวชนร่วมร่างรัฐธรรมนูญ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.พ.64-นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้ประธานรัฐสภาได้นัดให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณาญัตติร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256 และ ให้เพิ่มหมวด 15/1 ในวันที่ 24 &amp;ndash; 25 ก.พ.นี้&amp;nbsp;
สำหรับในส่วนของพรรคฯ ได้มีการเรียกประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 23 ก.พ. เวลา 13.30 น. เพื่อเตรียมความพร้อมในการอภิปรายญัตติดังกล่าว เพราะในร่าง รธน. ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมนั้น แม้จะมีการใช้ร่างของพรรคร่วมรัฐบาลเป็นหลัก แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในชั้น กมธ. ก็มีหลายส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมไปจากร่างเดิม อีกทั้งมี ส.ส. และ กมธ. เองก็ได้มีการสงวนความเห็นไว้ เพราะมีหลายมาตราที่มีการแก้ไข และมีรายละเอียดแตกต่างไปจากร่างเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในการประชุม ส.ส.จะได้มีการเตรียมข้อมูลเพื่อการอภิปราย เช่น เรื่องการกำหนดให้มีภาคส่วนของนิสิต นักศึกษา เยาวชน ที่ได้กำหนดไว้ในสัดส่วนของ ส.ส.ร. เนื่องจากในร่างฯ ที่นำมาพิจารณานั้นได้มีการตัดในเรื่องการมีส่วนร่วมของภาคนิสิต นักศึกษาออกไป ดังนั้นก็จะได้มีการอภิปรายเพื่อให้ กมธ.ได้ทบทวนถึงความเป็นไปได้ที่จะให้ภาคนิสิต นักศึกษา เยาวชน ให้สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในชั้น กมธ. ยกร่าง หรือจะเข้ามามีส่วนร่วมกับสภาร่างรัฐธรรมนูญด้วย&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93741</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ., พรรคประชาธิปัตย์, ราเมศ รัตนะเชวง, ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200807/image_big_5f2d5c142b28f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84957</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 10:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 10:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านจ้องประเด็น&#039;ส.ส.ร.&#039;เป็นหลัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย.2563 - &amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม กล่าวถึงการประชุม กมธ.ฯนัดแรก เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ว่า กรอบการทำงานของ กมธ.ฯจะหารือกันในวันที่ 27 พ.ย. ซึ่งที่ประชุมขอให้สมาชิกรัฐสภาแปรญัตติเพื่อแก้ไขเนื้อหาให้ทันตามกำหนด 15 วัน โดยแต่ละพรรคได้แจ้ง ส.ส.ของตนเองแล้ว ส่วนระยะเวลาการทำงานของคณะ กมธ.ฯที่ฝ่ายค้านต้องการระยะเวลาสั้นกว่า 45 วันนั้นได้หารือกับนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะ กมธ.ฯ โดยได้รับแจ้งว่ากรอบเวลาของ กมธ.ฯ ขอให้ขึ้นอยู่กับที่ประชุมว่าจะมีความเห็นอย่างไร ทั้งนี้ การประชุมของ กมธ.ฯจะมีขึ้นสัปดาห์ละหนึ่งวัน คือวันศุกร์ตลอดทั้งวัน และหากจะเร่งการทำงานก็ต้องมีการเพิ่มวันประชุมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิดกล่าวอีกว่า ประเด็นแรกที่จะพูดคุยกัน คือ เนื้อหาแต่ละมาตราว่าจะดำเนินการพิจารณาอย่างไร แต่คิดว่าขณะนี้ยังไม่จำเป็นที่จะตั้งคณะอนุ กมธ.ฯ อย่างไรก็ตามได้มีการพูดคุยกันว่ากำหนดการยกร่างรัฐธรรมนูญของสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้นอยากให้ฟังเสียงของทุกภาคส่วน ทั้งนี้ในส่วนนี้ กมธ.ฯสัดส่วนของฝ่ายค้านจะเสนอแก้ไขจำนวนสมาชิก ส.ส.ร.ที่หลายฝ่ายยืนยันว่าจะต้องมาจากการเลือกตั้ง 200 คน ซึ่งต้องพูดคุยในคณะ กมธ.ฯว่า ส.ส.ร.ที่มาจากการสรรหาหรือแต่งตั้งจำนวน 50 คนตามร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลจะปรับแก้ไขอย่างไร ซึ่งคณะ กมธ.ฯ แต่ละกลุ่มยังพูดคุยกันในวงกว้างๆอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านอยากให้แก้ไขในประเด็นใดมากที่สุด นายสมคิด กล่าวว่า เป็นเรื่องที่มาของคุณสมบัติของสมาชิก ส.ส.ร. เพราะฝ่ายค้านยืนยันว่าอยากให้ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้ง 200 คน นอกจากนี้จะมี ส.ส.เสนอให้นำเนื้อหาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของไอลอว์เข้ามาพิจารณาด้วย เพราะไอลอว์เสนอให้ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งเช่นกัน โดยเป็นลักษณะการกำหนดให้ใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง จึงคิดว่าอาจเสนอให้ปรับใช้โดยกำหนดให้สมาชิก ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งเขตจังหวัด 100 คน และระบบประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง 100 คน ซึ่งสามารถเสนอเข้ามาได้ เพราะยังสอดคล้องกับหลักการที่รัฐสภาได้มีมติรับหลักการเอาไว้ นอกจากนี้ ฝ่ายค้านยังประสานไปยังไอลอว์เพื่อขอให้เข้ามาเป็นที่ปรึกษาของ กมธ.ฯ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84957</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ., คณะกรรมาธิการ, นายสมคิด เชื้อคง, พท., พรรคเพื่อไทย, รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย, ส.ส.อุบลราชธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201125/image_big_5fbdcaf57dc67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
