<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97760</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2021 14:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2021 14:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อรรถวิชช์&#039; แนะรัฐเตรียมพร้อมแนวชายแดน เพิ่มสถานกักตัวโควิดรองรับผู้ลี้ภัยเมียนมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค.64 - นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)กิจการชายแดนไทย กล่าวถึงกรณีชาวเมียนมาร์ 2,000 - 3,000 คน พยายามอพยพเข้ามาในประเทศไทย และมีแนวโน้มอาจสูงถึงหมื่นคนในเร็วๆ นี้ ว่า รัฐควรจัดให้มีขั้นตอนการรับบุคคลที่จำเป็นต้องอพยพลี้ภัยเข้ามาในประเทศไทย ให้สอดคล้องกับหลักกฎหมายสิทธิมนุษยชนสากล และเร่งเพิ่มสถานที่กักตัวของรัฐ (State Quarantine) ตามจังหวัดแนวชายแดนไทย-เมียนมาร์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19 ซ้ำรอยเหมือนปัญหาแรงงานต่างชาติลักลอบเข้าประเทศ จนเกิดการระบาดรอบสอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปัญหาการลี้ภัยทางการเมืองของชาวเมียนมาร์ ไม่ควรฝืนธรรมชาติ เพราะคนหนีร้อนมาพึ่งเย็น เพียงแต่รัฐบาลไทยต้องเตรียมความพร้อม จัดให้มีขั้นตอนที่ไม่กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มีสถานที่กักตัวดูอาการป้องกันโควิด-19 และควรประสานงานกับค่ายผู้ลี้ภัยตามแนวชายแดนอย่างใกล้ชิด&amp;quot; เลขาธิการพรรคกล้า กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถวิชช์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่รัฐบาลทหารเมียนมาร์กระทำต่อประชาชน แม้เป็นเรื่องภายใน แต่ก็ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย มีการสังหารประชาชนอย่างทารุณ จึงฝากถึงรัฐบาลไทยให้วางตัวอย่างระมัดระวัง อย่าให้คนเข้าใจว่าสนับสนุนการกระทำของรัฐบาลเมียนมาร์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97760</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.กิจการชายแดนไทย, รัฐประหารเมียนมา, อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210318/image_big_6052d5de1c0e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
