<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106631</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 23:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3นิ้วพิงกมธ.เช็กบิลกรมคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สามนิ้ว-ก้าวไกล ชงเองกินเอง พา &amp;ldquo;เพนกวิน-รุ้ง-ไมค์-โตโต้&amp;rdquo; เข้าสภาฯ พบ กมธ.ป.ป.ช. ย้อนเล่าเรื่องเก่าย้ายผู้ต้องหายามวิกาลไปตรวจโควิด สุดท้ายปูดกรมคุกดังฟัง ขณะที่ศาลอาญาอนุญาต &amp;ldquo;สมยศ&amp;rdquo; กับพวกรีเด็มรวม 6 คน ถอดกำไล EM ได้เเล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 16 มิถุนายน 2564 คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) เชิญ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง แกนนำราษฎร และนายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ วีโว่ เข้าชี้แจงกรณีการเคลื่อนย้ายผู้ต้องหาทางการเมือง 7 คน จากเรือนจำธนบุรีสู่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยมีเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจหาโควิด-19 จำนวน 4 ครั้ง โดยนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะโฆษก กมธ. ได้ให้ทั้ง 4 คนเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ กมธ.ฟัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์กล่าวว่า ถูกคุมขังตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ วิธีการกักตัวของเรือนจำ คือคนที่เข้ามาใหม่หรือออกไปข้างนอกมาให้นอนอยู่ห้องเดียวกัน ซึ่งตนเคยถูกคุมขังหลายที่ไม่เคยมีที่ไหนที่จะมาเร่งรัดการตรวจโควิด-19 ในตอนกลางคืน เวลา 21.00 น. ได้ส่งเจ้าหน้าที่จำนวนมากมาบอกว่าจะมีการตรวจโควิด-19 นอกจากนี้ยังมีการไล่นักโทษคนอื่นๆ ออกไปด้วย ซึ่งเราก็ได้ถามตรงๆ ว่าอยากจับเราแยกใช่หรือไม่ เขาก็ตอบตรงๆ ว่าใช่ ซึ่งเราก็ปฏิเสธกระบวนการนี้ตลอด หากจะบอกว่าเร่งรีบก็ต้องตรวจตั้งแต่หน้าประตูแล้ว ไม่ใช่เวลานอน ถ้าในวันนั้นเจ้าหน้าที่พยายามนำตัวเราออกไปได้ มีใครรับประกันความปลอดภัยที่เกิดขึ้นยามวิกาลได้บ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่มีการชี้แจง นายธีรัจชัยได้ถามว่า ขั้นตอนในการมาที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้มีการตรวจสอบเหมือนเรือนจำธนบุรีหรือไม่ โดยนายภาณุพงศ์กล่าวว่า มีการตรวจร่างกายหาสิ่งแปลกปลอม มีการวัดไข้และมีการทำประวัติ หลังจากนั้นก็เข้าเรือนจำไปที่แดน 2 โดยมีการวัดอุณหภูมิที่หน้าแดน ซึ่งในเรือนนอนมีนายพริษฐ์ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นายอานนท์ นำภา นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงก์ และผู้ต้องขังคนอื่นๆ ที่ไม่ใช่ผู้ต้องหาทางการเมือง หลังจากเวลาประมาณ 21.30 น. มีเจ้าหน้าที่ที่เข้าเวรขึ้นมา 3 คน มาบอกว่าจะนำตัวตน นายจตุภัทร์และนายปิยรัฐแยกไปที่สถานพยาบาล เพราะมาจากพื้นที่เสี่ยงคือเรือนจำธนบุรี ซึ่งเราไม่ยินยอมที่จะไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายธีรัจชัยถามอีกว่า ทัณฑสถานหญิงกลางมีการเร่งรัดตรวจโควิด-19 กลางดึกหรือไม่ น.ส.ปนัสยากล่าวว่า ไม่เคยมีเหตุการณ์เช่นนั้น การตรวจโควิด-19 ตามปกติจะตรวจกลางวัน ซึ่งเมื่อถึงเวลาพักผ่อน เจ้าหน้าที่จะเดินตรวจตราตามปกติ แต่จะไม่มายุ่งกับผู้ต้องขังและไม่เคยมีการมาแยกตัวจากผู้ต้องขังอื่นในยามวิกาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรัจชัยจึงถามต่อว่า ข้อกฎหมายตามสิทธิมนุษยชน การที่ยังไม่ถูกศาลพิพากษาว่าเป็นผู้กระทำความผิดในฐานะผู้ต้องขังคดีการเมือง การให้ไปอยู่กับนักโทษเด็ดขาด เช่นกรณีของนายพริษฐ์และนายสมยศ ถือเป็นการปฏิบัติกับผู้ต้องหาเหมือนผู้กระทำความผิดได้หรือไม่ น.ส.ปนัสยากล่าวว่า จะกระทำเช่นนั้นไม่ได้ ผู้ที่ยังไม่ถูกศาลตัดสินโทษ ถือว่ายังบริสุทธิ์อยู่ ฉะนั้นถือว่าผิดตั้งแต่นำพวกเราเข้าในเรือนจำแล้ว และยังผิดอีกที่พานายพริษฐ์ นายสมยศ นายปติวัฒน์ไปอยู่ที่แดนเด็ดขาด ไม่ใช่แดนที่ผู้ต้องหาอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.พรรคก้าวไกลผู้นี้ยังถามอีกว่า ตามหลักสิทธิมนุษยชนและรัฐธรรมนูญ ผู้ต้องหาสามารถต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่ การที่ยังไม่ถูกตัดสินว่าผิด แต่ถูกนำไปขังเหมือนผู้ต้องขังคดีแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เรามีสิทธิ์ที่จะได้รับการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่เหมือนผู้ที่ยังไม่ถูกตัดสินใช่หรือไม่ น.ส.ปนัสยาแจงว่า การต่อสู้คดีจากข้างในเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับทุกคน การคุยกับทนายผ่านห้องกระจกที่ใช้โทรศัพท์คุยกัน ถูกดักฟัง ตนสังเกตได้เลยว่าจะมีเสียงซ่าแทรกขึ้นตลอด และการคุยกับทนายบางครั้ง ผู้คุมรู้ได้อย่างไรก็ไม่ทราบ เรื่องเอกสารที่เข้า-ออกเรือนจำก็ถูกตรวจสอบทุกครั้ง มีครั้งหนึ่งตนเขียนแถลงต่อศาลตั้งแต่ข้างในและนำออกไปข้างนอก เพื่อที่จะได้ไม่ต้องผ่านคนอื่น แต่เจ้าหน้าที่มีแถลงการณ์ฉบับคัดลอกได้อย่างไรก็ไม่ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพริษฐ์บอกว่า เรื่องการตรวจสอบเอกสาร เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ คล้ายกับทัณฑสถานหญิงกลาง จึงอากให้ กมธ.เข้าไปตรวจสอบว่ามีการดักฟังจริงหรือไม่ เป็นมาตรฐานสากลหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธีรัจชัยกล่าวว่า ขอฝากไปที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้ตรวจสอบเรื่องการปฏิบัติตนต่อผู้ต้องหาให้สามารถแยกควบคุมตัวได้หรือไม่ และขอฝากไปที่กระบวนการยุติธรรมโดยรวมให้พิจารณาหลักกฎหมายในเรื่องนี้ และ กมธ.จะส่งหนังสือไปยังกระทรวงยุติธรรมในประเด็นต่างๆ เหล่านี้ด้วย ซึ่งหากไม่มีความคืบหน้าจะมีการลงไปตรวจสอบอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข กับพวก รวม 6 คน ซึ่งเป็นผู้ต้องหากลุ่มรีเด็มที่ศาลกำหนดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวโดยให้ใส่กำไล EM เดินทางมาพร้อมทนายความ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอถอดกำไล EM&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ศาลอนุญาตให้นายสมยศกับพวกถอดกำไล EM โดยนายสมยศระบุว่า คดีที่ติดกำไล EM นี้เป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ศาลได้ยกเลิกเงื่อนไขเดิม ซึ่งกำหนดเขตพื้นที่เดินทางเเละเพิ่มเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เเละห้ามชุมนุมที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองเพิ่มขึ้น ส่วนเงื่อนไขห้ามพาดพิงสถาบันเป็นในส่วนอีกคดี ซึ่งยังกำหนดไว้ตามเดิม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106631</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ป.ป.ช., สามนิ้ว-ก้าวไกล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เช็กบิลกรมคุก, “เพนกวิน-รุ้ง-ไมค์-โตโต้”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60ca0a28a4168.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86444</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 20:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 20:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักธุรกิจร้องกมธ.ปปช.ถูกอ้างเป็นดีเอสไอเรียกเงิน28ล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค.63-คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ได้รับการร้องเรียนจากกรณีเป็นผู้เสียหายจากการถูกกลุ่มที่อ้างตัวว่า เป็นเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาคใต้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ภาค 8 ร่วมกันเรียกร้องสินบน 28 ล้านบาท และทรัพย์สินอื่นๆอีกรวมเกือบ 100 ล้านบาท &amp;nbsp;โดยอ้างว่าจะช่วยอำนวยความสะดวกให้พนักงานอัยการพิเศษสั่งไม่ฟ้อง และมีคำสั่งรอลงอาญาเกี่ยวกับการให้คนต่างด้าวประกอบการด้วยเหตุผลพิเศษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจารึก ศรีอ่อน รองประธาน กมธ.ป.ป.ช. สอบถามถึงปัญหาดังกล่าว โดยน.ส.เอื้อมพรและนายคริสตอฟให้ข้อมูลว่าโดนบุคคลกลุ่มหนึ่งอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กองปฏิบัติคดีพิเศษภาค 8 ดีเอสไอ มาเรียกรับเงินหลังจากที่ได้เข้ามาลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โครงการซีดีแอนด์พี อ.สมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี &amp;nbsp;อย่างถูกต้องและมีการรเสียภาษีเรียบร้อย จึงได้แจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลพระยาไกรเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจารึก ระบุว่า ทางกรรมาธิการฯ จะเชิญดีเอสไอที่เป็นเจ้าของสำนวน รวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเพิ่มว่าการกระทำแบบนี้ถูกต้องหรือไม่ คดีมีความสำคัญต้องนำเข้าดีเอสไอหรือไม่ ถ้าเป็นเรื่องจริงก็จะนำคนผิดมาลงโทษ การกระทำดังกล่าวถือว่าผิดกฎหมาย และจะต้องโดนข้อหากรรโชกทรัพย์ เพราะหน้าที่ของ กมธ.ป.ป.ช. มีหน้าที่ดูแลและสร้างความยุติธรรมให้กับประชาชน โดยผู้สียหายจากกระบวนการเรียกรับเงิน จะต้องได้รับการคุ้มอย่างเต็มที่ และจะขอสอบสวนเพิ่มเติม รวมทั้งหน่วยงานราช จะต้องให้ความเป็นธรรมกับชาวต่างชาติที่มาลงทุนในประเทศไทยอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86444</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ป.ป.ช., ดีเอสไอ, นักธุรกิจ, ร้องเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd0cd6e2a6a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86112</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2020 08:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2020 18:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดีตผู้พิพากษา&#039;ข้องใจสื่อ-ฝ่ายค้าน-กมธ.ปปช.ปล่อยคดีน้องธนาธรให้สินบนเงียบฉี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ธ.ค.63-นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng โดยมีรายละเอียดดังนี้ .....เรื่องนายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ เสนอให้สินบนรองผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ สื่อมวลชนไม่เสนอข่าว ส.ส. ฝ่ายค้าน และกรรมาธิการ ป.ป.ช. ของสภาผู้แทนราษฎรเงียบฉี่&amp;nbsp;
.....ถ้านายสกุลธรเป็นญาติหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หรือพลเอกอนุพงศ์ เผ่าจินดา .....สื่อมวลชนคงเสนอข่าวกันครึกโครมตลอดวัน ส.ส. พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล และพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ คงออกมาถล่มผู้กระทำ และพลเอกประยุทธ์ พลเอกประวิตร หรือพลเอกอนุพงศ์ จนเละเทะไม่มีชิ้นดีแล้ว .....แต่เมื่อนายสกุลธรมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้อยู่เบื้องหลังม็อบที่ประกาศต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ .....สื่อมวลชนจึงไม่เสนอข่าว พรรคการเมืองและ ส.ส.ฝ่ายค้านจึงเงียบฉี่ .....นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นและเป็นอยู่ในประเทศไทย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86112</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ป.ป.ช., นายชูชาติ ศรีแสง, นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ฝ่ายค้าน, สื่อ, ให้สินบนเจ้าพนักงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181214/image_big_5c136f43c4a63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70370</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.ปปช.ลักหลับ ชงฟันนายก-ครม. ถวายสัตย์ไม่ครบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; กมธ.ป.ป.ช.ลักหลับส่ง ป.ป.ช.ฟัน &amp;ldquo;นายกฯ-ครม.&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผิดอาญา 157 และจริยธรรมปมถวายสัตย์ฯ ขัด รธน. ขณะที่ กมธ.รัฐบาลชิงหนีไม่ทราบวาระการลงมติ &amp;quot;เสรีพิศุทธ์&amp;rdquo; อ้างบุคคลที่มาชี้แจงยืนยันนายกฯ ถวายสัตย์ฯ ไม่ครบจริง &amp;ldquo;ก้าวไกล&amp;rdquo; ตามขยี้ &amp;ldquo;ธรรมนัส&amp;rdquo; ตอกย้ำฉายา &amp;ldquo;รัฐมนตรีเทวดา&amp;rdquo; หลังศาล รธน.ไม่รับคำร้อง ภรรยาเป็นคู่สัญญากับรัฐ &amp;ldquo;เก่ง-การุณ&amp;rdquo; แอ่นอกรับหากถูก &amp;ldquo;สิระ&amp;rdquo; ฟ้องฐานยื่นเรื่องให้ตรวจสอบสถานภาพ ส.ส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 2 กรกฎาคม แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 36 เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2563 เวลา 09.00 น. ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธาน กมธ.ป.ป.ช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม ปรากฏว่าในระเบียบวาระที่ 4.7 กรณีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถวายสัตย์ฯ ไม่ถูกต้องครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ แต่บริหารราชการและเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรโดยมิชอบ โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ได้ดำเนินการสรุปข้อมูลข้อเท็จจริงจากเอกสารที่ได้รับประกอบการพิจารณาจากกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ข้อเสนอแนะที่ได้รับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวเปิดเผยว่า สำหรับประเด็นที่ได้พิจารณามีการแบ่งเป็น 2 ประเด็นหลัก ดังนี้ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำ ครม. เข้าถวายสัตย์ฯ ได้กล่าวถ้อยคำครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 หรือไม่ โดยที่ประชุม กมธ.ป.ป.ช.เห็นว่าไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 161 โดยขาดถ้อยคำตั้งแต่ &amp;ldquo;ให้รักษา.............&amp;quot; และเติมคำว่า &amp;ldquo;ตลอดไป&amp;rdquo; เข้าไป ซึ่งจากการรวบรวมข้อเท็จจริง กล่าวไม่ถูกครบถ้วน 2.คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 20/62 วันที่ 11 ก.ย.62 มีผลผูกพันตามมาตรา 211 หรือไม่ ซึ่งทาง กมธ.ป.ป.ช.เห็นว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรและนักกฎหมายของรัฐสภา ได้ร่วมกันวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เพียงแต่ให้รับคำร้องไว้พิจารณาไว้เท่านั้น และมิได้พิจารณาว่าได้ถวายสัตย์ฯ ครบถ้วนถูกต้องตามมาตรา 161 หรือไม่ ซึ่งการจะมีผลผูกพันต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้นการจะมีผลผูกพันศาลรัฐธรรมนูญจะต้องวินิจฉัยไว้เท่านั้น ดังนั้นคำสั่งและการวินิจฉัยจึงแตกต่างกัน จึงเป็นเหตุให้ไม่สามารถเสนองบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ภายหลังการพิจารณา ท้ายที่สุดที่ประชุม กมธ.ป.ป.ช.เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำการละเว้น ตามมาตรา 157 ดังนั้น กมธ.ป.ป.ช.จึงมีมติเห็นชอบส่งเรื่องไปที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อพิจารณาดำเนินการไต่สวนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ตามมาตรา 157 และการไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมอย่างร้ายแรง ปี 2560 เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในการประชุม กมธ.ป.ป.ช.ในวันดังกล่าว ปรากฏว่ายังเป็นช่วงเวลาที่กรรมาธิการคนอื่นๆ ติดภารกิจอยู่ และกรรมาธิการในสัดส่วน ส.ส.พรรครัฐบาลไม่รู้เรื่อง โดยในที่ประชุมมีกรรมาธิการอยู่จำนวน 8 คน เป็นกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรครัฐบาลอยู่ 3 คน และได้งดออกเสียงในการลงคะแนน ซึ่งตรงนี้อาจมีปัญหาตามมาอีกหลายเรื่องอย่างแน่นอน&amp;rdquo; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โฆษก กมธ.ป.ป.ช. สภาฯ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นความจริง และมีมติไปเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่รังสิกร ทิมาตฤกะ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย และ กมธ.ป.ป.ช. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยให้ความเห็นว่า กมธ.ป.ป.ช. ไม่ควรพิจารณาเรื่องดังกล่าวต่อไป เพราะศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยไปแล้ว และยังเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ส่วนการประชุมเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ที่ลงมติดังกล่าวไป ตนไม่ทราบเรื่อง และไม่ได้อยู่ในที่ประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องพรรคเสรีรวมไทย ชั้น 5 อาคารรัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธาน กมธ.ป.ป.ช. แถล?งว่า ได้ส่งคำร้องถึง?ประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อขอให้ส่งเรื่อง?ต่อไปยัง ป.ป.ช. เพื่อ?ดำเนินการเอาผิด? พล.?อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี? ฐาน?ละเว้นการปฏิบัติหน้า?ที่ตามประมวลกฎหมายอา?ญามาตรา 157? หลังจา?กที่ เสียงข้างมากของ?ที่ประชุมกรรมาธิการ ป?.ป.ช.มีมติให้ยื่นฟ้องดำเนินคดีนายกรัฐมน?ตรี กรณีถวายสัตย์ปฏิ?ญาณไม่ครบถ้วนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ที่ผ่านมาคณะ?กรรมการ ป.ป.ช.ได้เชิ?ญนายกรัฐมนตรีเข้าชี้แจงกรณีนี้หลายครั้ง?แล้ว แต่ไม่ได้รับควา?มร่วมมือ และเมื่อเชิญอดีตนายกรัฐมนตรี อย่างนายอภิสิทธิ์ เวชช?าชีวะ หรือบุคคลอื่น?ที่เกี่ยวข้องกับการถวายสัตย์ปฏิญาณมาให้?ข้อมูล และฟังคลิปเสี?ยงการถวายสัตย์ปฏิญาณ?ตนของนายกรัฐมนตรี ทุ?กคนต่างก็พูดเป็นเสีย?งเดียวกันว่า การถวาย?สัตย์ปฏิญาณดังกล่าวไ?ม่ครบถ้วนตามที่รัฐธร?รมนูญกำหนดจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ผ่านมาพรรคก้าวไกลได้ยื่นคำร้องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ 2 เรื่อง เรื่องแรกศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องแล้ว คือเรื่องการติดคุกในต่างประเทศของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ และ ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ ที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไปแล้ว ขอให้ประชาชนช่วยติดตาม ส่วนเรื่องที่สอง ศาลรัฐธรรมนูญมีมติไม่รับคำร้องพิจารณาความเป็นสมาชิกภาพ ส.ส.ของ ร.อ.ธรรมนัส สืบเนื่องจากที่ ส.ส.พรรคก้าวไกล จำนวน 54 คน เข้าชื่อให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบสมาชิกภาพ ส.ส.ของ ร.อ.ธรรมนัส เนื่องจากพบข้อเท็จจริงว่าภรรยาของ ร.อ.ธรรมนัสถือหุ้นของบริษัท ตลาดคลองเตย (251) จำกัด ถึงร้อยละ 85 และบริษัทนี้ยังทำสัญญาเช่าพื้นที่กับการท่าเรือแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2551 และหมดสัญญาปี 2561 จากนั้นยังมีการต่อสัญญาอีก 10 ปี ซึ่งจะหมดสัญญาในปี 2571 เป็นการถือหุ้นที่มีคู่สัญญากับรัฐ และมองว่าเป็นเช่าแบบผูกขาดหรือไม่ รวมถึงมีผู้เช่าเพียงรายเดียว จึงเป็นเหตุให้เป็นการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 วรรคหนึ่ง (2) และวรรคสาม มาตรา 101 (7) &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่ปรากฏว่าคดีนี้ศาลได้ตรวจสอบแล้ว สิ่งที่ทำให้เห็นคือกระบวนการยุติธรรมในวันนี้ต้องการความโปร่งใสให้กับประชาชน ร.อ.ธรรมนัส ที่มีฉายาเป็นรัฐมนตรีเทวดา วันนี้ก็ตอกย้ำฉายานั้นอีกครั้ง แต่ไม่ว่ากระบวนการยุติธรรมจะเป็นอย่างไร ขอให้ประชาชนมองเรื่องนี้อย่างเป็นกลาง&amp;quot; นายณัฐชา กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายการุณ โหสกุล ส.ส.เขตดอนเมือง พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ จะดำเนินคดีกับผู้ลงชื่อยื่นเรื่องให้ตรวจสอบคุณสมบัติของตัวเองว่า ถือเป็นสิทธิของนายสิระ ไม่ขอก้าวล่วง ก็พร้อมรอรับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเป็นหน้าที่ของเราในการพิทักษ์สิทธิพี่น้องประชาชน ผู้ที่ถูกข่มเหงรังแก เป็นเหตุการณ์ชัดเจนที่ตนเห็น ไม่ว่าบรรยากาศที่ภูเก็ตหรือที่รัฐสภา สิ่งที่เราเห็นกับตา ในความที่เป็นตัวตนของแต่ละบุคคลอยู่แล้ว มันชัดเจน หากมีการฟ้องร้องจริง ก็รอไปแก้ต่างตามกระบวนการยุติธรรม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่มีบอกว่าอย่าฟ้องผมเลย เราไม่ได้กลัวอยู่แล้ว เชิญฮะ ยินดีครับ เป็นหน้าที่เราในการเข้าชื่อ ขอให้มาฟ้องผมคนเดียว อีกกว่า 50 กว่าที่มาร่วมลงชื่ออย่าไปฟ้องเขาเลย ผมเป็นคนเริ่มต้นทำเรื่องนี้ ติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่แรก คนอื่นเราแค่ขอไป ขอให้ร่วมลงชื่อรับรองให้ครบ 1 ใน 10 เท่านั้น&amp;rdquo; นายการุณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ศาลเปิดช่องให้ดำเนินการยื่นเรื่องตรวจสอบจริยธรรมได้ นายการุณกล่าวว่า ไม่มีประโยชน์อะไร กระบวนการยุติธรรมไม่สามารถเอาโทษได้ ตนเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง สักวันหนึ่งก็จะรู้ว่าอะไรคืออะไร ยืนยันไม่ได้เป็นปฏิปักษ์กับนายสิระเป็นการส่วนตัว แต่ก็ให้ทำในกรอบของกฎหมาย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70370</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ป.ป.ช., นายกฯ-ครม., ปมถวายสัตย์, ม.57, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200702/image_big_5efde389d9742.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65024</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2020 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2020 13:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.ปราบโกงรอเปิดสภาเรียก&#039;จุรินทร์&#039;สอบปมหน้ากาก200ล้านชิ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค. 63 - นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ในการประชุม กมธ.นัดแรก ภายหลังเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 22 พ.ค.แล้ว กมธ.จะเร่งเดินหน้าพิจารณากรณีการทุจริตกักตุนหน้ากากอนามัยต่อทันที หลังจากที่ต้องหยุดไปในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ช่วงที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจะเชิญนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ และอธิบดีกรมการค้าภายในมาให้ข้อมูล อาทิ กรณีการระบุมีสต๊อกหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น แต่ภายหลังระบุว่าเป็นเพียงแค่สต๊อกวัตถุดิบ กรณีกระแสข่าวมีทีมงาน ที่ปรึกษาเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกักตุนหน้ากากอนามัย รวมถึงเรื่องจำนวนการผลิตหน้ากากอนามัยของโรงงาน 11แห่งว่า มีกำลังการผลิตที่แท้จริงเท่าใด แม้ขณะนี้สถานการณ์กักตุนหน้ากากอนามัยจะคลี่คลายลงแล้ว เพราะประชาชนหันไปใช้หน้ากากผ้ากัน แต่ กมธ.จะเดินหน้าตรวจสอบการทุจริตต่อไป ใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องกักตุนต้องรับผิดชอบ ถ้ามีการทุจริตจริงเท่ากับเอาความเดือดร้อนประชาชนไปหาผลประโยชน์.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65024</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ป.ป.ช., กมธ.ปราบโกง, จุรินทร์, ธีรัจชัย พันธุมาศ, หน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191107/image_big_5dc3fbddebf50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57691</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2020 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2020 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสรีพิศุทธ์&#039; แบน &#039;ปารีณา&#039; เหตุกมธ.ป.ช.ช. มอบหมายงานให้แต่ไม่ทำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ.63 - พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถึงกรณี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ หนึ่งในกมธ.ป.ป.ช. ขอตรวจสอบที่ดินของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่าอยากทำ ตนก็ให้ทำ แต่เมื่อถึงวาระที่ น.ส.ปารีณาต้องทำงาน แต่คุณปารีณาไม่ยอมรับเรื่องที่มอบหมายให้แม้แต่เรื่องเดียว จะรับแต่เรื่องที่สอบสวนตนเอง ซึ่งตนดูแล้วก็ยอมให้ทำ แต่เรื่องที่ไม่ทำเป็น 10 เรื่อง จะรับเฉพาะเรื่องที่สอบสวนตนเอง เมื่อผมถามคุณปารีณาว่าจะทำงานที่ได้รับมอบหมายหรือไม่ ก็ตอบกลับมาว่าไม่ทำ ตนจึงใช้มติที่ประชุม ไม่มอบงานให้น.ส.ปารีณาทำ และ ขอคืนเรื่องที่อยู่ในความรับผิดชอบของคุณปารีณาทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่สังคมมองว่า กมธ.ป.ป.ช. ถูกมองว่าเป็นละครน้ำเน่า ตนมองว่าไม่จริง เพราะระเบียบการประชุมแต่ละวัน&amp;nbsp; 100 กว่าวาระ วันหนึ่งมีแค่ 5 นาที ที่ออกไปสู่ประชาชน จึงอยากให้ประชาชนเห็นว่ายังมีละครน้ำดีอยู่ และอยากให้สื่อเอาช่วงดี ๆ ออกสู่ประชาชนบ้าง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57691</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ป.ป.ช., ตรวจสอบที่ดิน, ปารีณา ไกรคุปต์, เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181206/image_big_5c08c6e3c88f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2020 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2020 16:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผด็จการเลอะเทอะ! &#039;วัฒนา&#039;ป้อง&#039;เสรีพิศุทธ์&#039; ปลดพ้นกมธ.ปราบโกงไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ. 63 &amp;ndash; นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย และที่ปรึกษาประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;ldquo;การที่ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลได้เข้าชื่อกันยื่นญัตติขอปลดพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ออกจากการเป็นกรรมาธิการสามัญ ป.ป.ช. นั้น ผมเห็นว่าทำไม่ได้ด้วยเหตุผล ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) การเป็นกรรมาธิการสามัญนั้น รัฐธรรมนูญมาตรา 129 วรรคแปดบัญญัติว่า &amp;ldquo;จะต้องมีจำนวนตามหรือใกล้เคียงกับอัตราส่วนของจำนวน ส.ส. ของแต่ละพรรคการเมืองที่มีอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร&amp;rdquo; ดังนั้น การได้มาซึ่งสิทธิการเป็นกรรมาธิการสามัญจึงเป็นไปตามจำนวน ส.ส. ที่พรรคนั้นได้มาจากการเลือกตั้งมิได้ได้มาจากเสียงข้างมากในสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ส่วนพรรคการเมืองใดจะได้กรรมาธิการคณะใดในจำนวนทั้งหมด 35 คณะ ก็เป็นไปตามข้อตกลงร่วมกันของทุกพรรคการเมืองที่ได้ ส.ส. ในสภา จากนั้นพรรคการเมืองที่ได้สิทธิจะส่ง ส.ส. ของตนมาเป็นกรรมาธิการในคณะนั้นอันถือเป็นสิทธิของพรรคการเมืองที่จะพิจารณาตามความเหมาะสม สมาชิกของพรรคการเมืองอื่นจะก้าวล่วงไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) สำหรับการเป็นประธานคณะกรรมาธิการสามัญแต่ละคณะนั้น เป็นไปตามข้อบังคับที่ 93 วรรคสาม คือ จะต้องมีจำนวนตามหรือใกล้เคียงกับอัตราส่วนของจำนวนสมาชิกของแต่ละพรรคการเมืองที่มีอยู่ในสภา ตำแหน่งประธานจึงเป็นโควต้าของแต่ละพรรคที่จะส่งใครมาเป็นก็ได้โดยพรรคการเมืองอื่นไม่มีสิทธิก้าวล่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปแล้วสิทธิของ ส.ส. ที่จะได้เป็นกรรมาธิการคณะใดถือเป็นสิทธิของพรรคการเมืองต้นสังกัดที่ได้สิทธิไปตามข้อตกลงร่วมกันของทุกพรรคการเมือง หากจะมีการเปลี่ยนแปลงให้ผิดไปจากข้อตกลงก็ต้องได้รับความยินยอมจากพรรคการเมืองที่เป็นเจ้าของสิทธิด้วย จะใช้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรมาเปลี่ยนแปลงตามใจชอบไม่ได้ แบบนี้แหละที่เรียกว่าเผด็จการเสียงข้างมาก เลอะเทอะ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56166</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ป.ป.ช., กมธ.ปราบโกง, พท., พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์, วัฒนา เมืองสุข, สภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180601/image_big_5b113f1b34ceb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
