<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109827</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2021 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ส.ก้าวไกล&#039; ข้องใจ ก.ต่างประเทศ ละเว้นปฏิบัติหน้าที่คดีธรรมนัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.64 - ที่รัฐสภา นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมคณะกรรมาธิการฯ กรณีการตรวจสอบร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ว่า ผิดจริยธรรมหรือไม่ เป็นเรื่องที่กมธ.เคยพิจารณาต่อเนื่องมา โดยเชิญอดีตปลัดกรวงการต่างประเทศ ช่วงปี 2559&amp;nbsp;&amp;ndash; 2563 และปลัดกระทรวงการต่างประเทศ คนปัจจุบันมาสอบถามเกี่ยวกับการประสานข้อมูลไปยังประเทศออสเตรเลีย ในการขอคำพิพากษาศาลแขวงรัฐนิวเซาท์เวลส์ โดยได้รับการชี้แจงว่า กระทรวงการต่างประเทศ เคยสอบถามไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงแคนเบอร์รา และสามารถขอสำเนาคำพิพากษาศาลแขวงด้วย การทำหนังสือไปขอได้เลย ส่วนศาลอุทธรณ์จะต้องมีการกรอกตามแบบฟอร์มคำขอ พร้อมกับชี้แจงว่าเคยสอบถามข้อมูลไปยังร.อ.ธรรมนัส แต่ไม่ได้รับคำตอบจึงไม่สามารถดำเนินการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรัจชัย กล่าวว่า กรรมาธิการป.ป.ช. เคยขอข้อมูลไปยังศาลแขวงและศาลอุทธรณ์รัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งศาลอุทธรณ์ก็ส่งมาให้ กระทรวงการต่างประเทศ สามารถติดตามข้อมูลได้จากกมธ.แต่กลับไม่ถาม แต่ไปถาม ร.อ.ธรรมนัส จึงเกิดคำถามว่า ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงการต่างประเทศ ทำหน้าที่อย่างเต็มที่หรือไม่ กรรมาธิการป.ป.ช.ยังเคยได้รับหนังสือของกระทรวงการต่างประเทศ ในปี 2540 ที่ส่งคดีร.อ.ธรรมนัส มายังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) แสดงว่า กระทรวงการต่างประเทศ มีข้อมูลร.อ.ธรรมนัสอยู่แล้ว โดยป.ป.ส.ได้มาชี้แจง และแนบเอกสารดังกล่าวให้ กมธ.ป.ป.ช. มีเอกสาร 2 ฉบับ แต่กระทรวงการต่างประเทศกลับบอกว่า ไม่มีข้อมูล จึงเป็นที่น่าสังเกตว่า การปฏิบัติหน้าที่กรณีของร.อ.ธรรมนัส กระทรวงการต่างประเทศได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างครบถ้วนหรือไม่ ทางคณะกมธ.ป.ป.ช. จึงให้กระทรวงการต่างประเทศประสานไปยังศาลอีกครั้ง ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่าสามารถทำได้ แต่ไม่ได้มีการรับปากว่าจะดำเนินการให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรัจชัย กล่าวว่า กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยที่ 6/2564 เรื่องคุณสมบัติสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และรัฐมนตรี ของร.อ.ธรรมนัส ปรากฎว่าในหน้าที่ 5 มีคำวินิจฉัยในวรรคแรกบอกว่า เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาอาศัยตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญพ.ศ. 2561 มาตรา 27 วรรค 3 ศาลรัฐธรรมนูญมีหนังสือเรียกสำเนาคำพิพากษาศาลแขวงรัฐนิวเซาท์เวลล์ เครือรัฐออสเตรเลีย ลงวันที่ 13 มีนาคม 2537 และสำเนาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ รัฐนิวเซาท์เวลล์ เครือรัฐออสเตรเลีย ลงวันที่ 10 มีนาคม 2538 และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องจากผู้ร้อง ผู้ถูกร้อง และปลัดกระทรวงต่างประเทศ เพื่อดำเนินการช่องทางการทูต โดยมีทางราชการรับรองสำเนาถูกต้อง คำว่าเพื่อดำเนินการช่องทางการทูต กมธ.ได้ติดใจมาโดยตลอดว่าเมื่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 27 ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญไต่สวน สามารถสั่งการให้หน่วยงานราชการดำเนินการใดๆได้ และเมื่อสั่งแล้วเหตุใดกระทรวงต่างประเทศถึงไม่ทำตามช่องทางการทูต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลัดกระทรวงต่างประเทศชี้แจงว่า สำเนาของคำพิพากษาศาลแขวงรัฐนิวเซาท์เวลล์ เครือรัฐออสเตรเลีย ลงวันที่ 13 มีนาคม 2537 และสำเนาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ รัฐนิวเซาท์เวลล์ เครือรัฐออสเตรเลีย ลงวันที่ 10 มีนาคม 2538 เป็นข้อมูลทางการออสเตรเลียและไม่อยู่ในความครอบครองของกระทรวงต่างประเทศ จึงไม่สามารถที่จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญได้ จึงได้ถามต่อว่า ทำไมจึงปฏิเสธเช่นนี้ เพราะหากศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้เป็นการดำเนินการทางช่องทางการทูต ไม่ทำก็ถือว่าเป็นการขัดคำสั่ง ได้รับคำตอบว่า ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้สั่งให้ดำเนินการทางการทูต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนนี้ตนตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดศาลรัฐธรรมนูญเขียนว่า เพื่อดำเนินทางการทูตด้วยหากไม่ได้สั่ง จึงขอเอกสารที่ ศาลรัฐธรรมนูญส่งให้ทางปลัดกระทรวงต่างประเทศได้ส่งให้ดู และได้ตรวจสอบพร้อมให้ถ่ายไว้ ปรากฏว่า ไม่มีในหมายเรียกของศาลรัฐธรรมนูญที่ 49/2563 ลงวันที่ 29 กันยายน 2563 หากเป็นเช่นนี้จริงกระทรวงต่างประเทศก็ไม่ผิด แต่ทำไมศาลรัฐธรรมนูญถึงเขียนไว้ในคำพิพากษา คิดว่า ศาลรัฐธรรมนูญต้องชี้แจงในเรื่องนี้ให้ประชาชนได้ทราบ จะมีการสอบถามไปยังสำนักเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญว่าตามหนังสือเรียกนี้จริงหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109827</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ปราบโกง, ธรรมนัส พรหมเผ่า, ธีรัจชัย พันธุมาศ, ส.ส.พรรคก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60effcfb541fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 15:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2021 15:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.ปปช. กัดไม่ปล่อยบ้านพักหลวงนายกฯ จ่อเรียกจนท.จดค่าไฟ 7 คนให้ข้อมูล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มิ.ย.64 - ที่รัฐสภา นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) แถลงภายหลังการประชุมกมธ.ว่า เรื่องประเด็นบ้านพักหลวงนายกรัฐมนตรี กมธ.เคยเตรียมที่จะไปลงพื้นที่ดูบ้านพักหลวง แต่ขณะนี้อยู่ในช่วงโควิด จึงไม่สะดวกที่จะลงพื้นที่ และติดปัญหาตำแหน่งของบ้านพักนายกฯว่าเป็นที่อยู่ในเขตของกรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ ซึ่งโอนย้ายไปแล้วหรือไม่ แต่ดูจากคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญแล้วก็ยืนยันว่าไม่ได้อยู่ในเขตนั้นทั้งหมด

นายธีรัจชัย กล่าวต่อว่า โดย กมธ. ได้เชิญผู้ว่าการไฟฟ้านครหลวง และผู้ว่าการประปานครหลวงมาชี้แจงถึงการจ่ายเงินค่าไฟว่าจ่ายอย่างไร ซึ่งได้ถามไป2 ประเด็น 1.การขอใช้ไฟฟ้าในนามหน่วยงาน 2.ยื่นขอใช้ในนามบุคคล แต่ทางผู้ว่าการไฟฟ้านครหลวงไม่สามารถตอบได้ว่าบ้านพักนายกฯ เป็นบ้านเลขที่ใดทั้งที่ในคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ ได้ยืนยันไว้ว่ามีบ้านพักมีเลขที่ชัดเจน 253/54 แต่ทางฝ่ายผู้ว่าการไฟฟ้าตอบว่าไม่ทราบ โดยให้เหตุผลว่า ในระบบไม่มีชื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นเจ้าของบ้านดังกล่าว และในหน่วยงานกรมทหารราบที่ 1 ไม่ได้ระบุไว้ แต่กลับพบว่ามีบ้านเลขที่ 253/54 อยู่ 4 ราย ซึ่งตั้งอยู่ในเขตสะพานสูง ยานนาวา ลาดกระบัง และบางนา ไม่ช่บ้านพักทหาร ไม่มีข้อมูลการใช้ไฟฟ้าในบ้านเลขที่ 253/54 ในกรมทหารราบที่ 1 ซึ่งการไฟฟ้านครหลวงจะทราบข้อมูลเพียง การเกิดหรือดับของไฟฟ้าในบ้านพักเท่านั้นแต่ไม่ทราบบ้านเลขที่ จึงยังไม่ทราบว่าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ให้ข้อมูลจะยืนยันการตรวจสอบการใช้จ่ายเป็นสิ่งของที่เกินกว่ากฎหมายกำหนดหรือไม่

นายธีรัจชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังไม่สามารถตรวจสอบยืนยันยอดค่าไฟแต่ละเดือนของบ้านพักนายกฯ ในกรมทหารราบที่ 1 ที่ส่งไปยังหน่วยงานเบิกจ่ายภายในอีกด้วย ทั้งๆที่มีเจ้าหน้าที่มาจดค่ามิเตอร์ถึง 7 รายจะไม่ทราบเลยหรือว่าบ้านพักนายกฯในกรมทหารราบที่ 1 อยู่ตรงไหน ทั้งที่มีคนจดมิเตอร์ถึง 7 คน เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่แปลก เพราะเราถามไปแต่ไม่ได้คำตอบ อาจเป็นเพราะอำนาจรัฐต่างๆ ทำให้ไม่กล้า อย่างไรก็ตามทางกมธ.จะเชิญเจ้าหน้าที่ 7 คนที่มาจดมิเตอร์ในกรมทหารราบที่ 1 มาให้ข้อมูล ว่าบ้านพักนายกฯขึ้นอยู่กับระบบใด

นายธีรัจชัย กล่าวด้วยว่า สำหรับการชี้แจงของการประปานครหลวง ก็ได้ชี้แจงเช่นเดียวกับการไฟฟ้าที่ไม่สามารถให้รายละเอียดการของบ้านพักได้ และไม่พบชื่อพล.อ.ประยุทธ์ เป็นเจ้าของบ้านพบเพียงชื่อของภรรยานายกรัฐมนตรีเท่านั้น อย่างไรก็ดี กมธ.จะตรวจสอบบ้านพักนายกรัฐมนตรีต่อไป แม้จะเป็นเรื่องที่ยากลำบาก จึงของฝากให้นายกรัฐมนตรีเปิดเผยรายละเอียด ยืนยันว่าจะไม่ปล่อยเรื่องนี้ให้ผ่านไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106697</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ปปช., กมธ.ปราบโกง, ธีรัจชัย พันธุมาศ, บ้านพักหลวง, พรรคก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210617/image_big_60cb0489074a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106591</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 16:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 16:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.ปราบโกง กัดไม่ปล่อยราชทัณฑ์ตรวจโควิดยามวิกาล แกนนำ 3 นิ้วรับลูกถล่มยับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย.64 - ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ที่มีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทยเป็นประธานกมธ.ได้เชิญ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง แกนนำราษฎร และนายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ แกนนำกลุ่มวีโว่ เข้าชี้แจงกรณีการเคลื่อนย้ายผู้ต้องหาทางการเมือง 7 คนจากเรือนจำธนบุรีสู่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยมีเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจหาโควิด-19 จำนวน 4 ครั้ง โดยนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษก กมธ. ได้ให้ทั้ง 4 คนเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้กมธ.ฟัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายพริษฐ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า หลังจากเข้าเรือนจำและกักตัวประมาณ 1 เดือนก็ถูกจำแนกแดน ไปที่แดน 5 นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ไปอยู่ที่แดน 6 นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม ไปอยู่ที่แดน 8 ซึ่งกรณีของตนและนายสมยศเป็นแดนของนักโทษเด็ดขาด ตอนจะออกไปที่ศาล ตนได้เตรียมเอกสารเพื่อไปแถลงเปิดคดีต่อศาล ตอนแรกเรือนจำจะไม่อนุญาตให้ตนนำเอกสารออกจากเรือนจำ โดยในวันที่ 15 มี.ค.หลังกลับมาจากศาลแล้วก็มีการวัดอุณหภูมิ ทำประวัติเข้าออกตามปกติและเข้าไปในห้องกักตัวเหมือนเดิม ซึ่งได้รับแจ้งว่านายภาณุพงศ์ นายปิยรัฐและนายจตุภัทร์จะย้ายมาที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จนกระทั่งเวลา 21.00 น.ก็มีสัญญาณว่าเจ้าหน้าที่อยากแยกพวกตนออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรัจชัย ได้ถามว่า ทัณฑสถานหญิงกลางมีการเร่งรัดตรวจโควิด-19 กลางดึกหรือไม่ น.ส.ปนัสยา กล่าวว่า ไม่เคยมีเหตุการณ์เช่นนั้น การตรวจโควิด-19 ตามปกติจะตรวจกลางวัน ซึ่งเมื่อถึงเวลาพักผ่อน เจ้าหน้าที่จะเดินตรวจตราตามปกติแต่จะไม่มายุ่งกับผู้ต้องขังและไม่เคยมีการมาแยกตัวจากผู้ต้องขังอื่นในยามวิกาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรัจชัย ถามต่อว่า ข้อกฎหมายตามสิทธิมนุษยชนการที่ยังไม่ถูกศาลพิพากษาว่าเป็นผู้กระทำความผิดในฐานะผู้ต้องขังคดีการเมือง การให้ไปอยู่กับนักโทษเด็ดขาดเช่นกรณีของนายพริษฐ์และนายสมยศถือเป็นการปฏิบัติกับผู้ต้องหาเหมือนผู้กระทำความผิดได้หรือไม่ น.ส.ปนัสยา กล่าวว่า จะกระทำเช่นนั้นไม่ได้ ผู้ที่ยังไม่ถูกศาลตัดสินโทษ ถือว่ายังบริสุทธิ์อยู่ ฉะนั้นถือว่าผิดตั้งแต่นำพวกเราเข้าไปในเรือนจำแล้วและยังผิดอีกที่พานายพริษฐ์ นายสมยศ นายปติวัฒน์ไปอยู่ที่แดนเด็ดขาด ไม่ใช่แดนที่ผู้ต้องหาอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรัจชัย ถามอีกว่า ตามหลักสิทธิมนุษยชนและรัฐธรรมนูญ ผู้ต้องหาสามารถต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่ การที่ยังไม่ถูกตัดสินว่าผิดแต่ถูกนำไปขังเหมือนผู้ต้องขังคดีแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เรามีสิทธิที่จะได้รับการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่เหมือนผู้ที่ยังไม่ถูกตัดสินใช่หรือไม่ น.ส.ปนัสยา กล่าวว่า การต่อสู้คดีจากข้างในเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับทุกคนการคุยกับทนายผ่านห้องกระจกที่ใช้โทรศัพท์คุยกัน ถูกดักฟัง ตนสังเกตได้เลยว่าจะมีเสียงซ่าแทรกขึ้นตลอดและการคุยกับทนายบางครั้ง ผู้คุมรู้ได้อย่างไรก็ไม่ทราบเรื่องเอกสารที่เข้าออกเรือนจำก็ถูกตรวจสอบทุกครั้ง มีครั้งหนึ่งตนเขียนแถลงต่อศาลตั้งแต่ข้างในและนำออกไปข้างนอก เพื่อที่จะได้ไม่ต้องผ่านคนอื่น แต่เจ้าหน้าที่มีแถลงการณ์ฉบับคัดลอกได้อย่างไรก็ไม่ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายพริษฐ์ กล่าวว่า เรื่องการตรวจสอบเอกสาร เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ คล้ายกับทัณฑสถานหญิงกลาง ตนจึงอากให้กมธ.เข้าไปตรวจสอบว่ามีการดักฟังจริงหรือไม่ เป็นมาตรฐานสากลหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรัจชัย กล่าวว่า ตนขอฝากไปที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้ตรวจสอบเรื่องการปฏิบัติตนต่อผู้ต้องหาให้สามารถแยกควบคุมตัวได้หรือไม่และขอฝากไปที่กระบวนการยุติธรรมโดยรวมให้พิจารณาหลักกฎหมายในเรื่องนี้ และกมธ.จะส่งหนังสือไปยังกระทรวงยุติธรรมในประเด็นต่างๆ เหล่านี้ด้วยซึ่งหากไม่มีความคืบหน้าจะมีการลงไปตรวจสอบอีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106591</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ปราบโกง, ปปช., แกนนำ 3 นิ้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60c9c597e8549.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.ปราบโกง คาใจราชทัณฑ์ตรวจโควิดยามวิกาล จ่อเชิญ &#039;สมยศ-ไผ่-โตโต้&#039; ให้ข้อมูล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.64 -&amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า จากกรณีนายอานนท์ นำภา แกนนำราษฎร ร้องต่อศาลอาญาว่ามีเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร แยกตัวแกนนำคนต่างๆ ออกจากเรือนจำในยามวิกาลนั้น ทางคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ได้เชิญอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง ซึ่งถือเป็นครั้งที่สามที่เชิญมาให้ข้อเท็จจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวศาลอาญาได้วางหลักไว้ 2 เรื่อง คือ 1.ช่วงเวลาที่เกิดเหตุ 24.00 น. และเวลา 02.00 น. เป็นเวลาสำหรับให้ผู้ต้องขังพักผ่อน และ 2.ศาลเห็นว่าการนำตัวผู้ต้องขังไปตรวจโควิด-19 ในยามวิกาลถือว่าไม่มีความจำเป็น ซึ่งทางกรรมาธิการได้ยึด 2 หลักดังกล่าวสอบถามอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ซึ่งเขาได้ยอมรับว่าไม่ได้ปฏิบัติตามนั้น ทั้งนี้ ตนยังได้ฝากให้อธิบดีฯไปดูแลเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติกับผู้ต้องขังที่มีความคิดเห็นแตกต่างทางการเมืองอย่างถูกต้องและเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรัจชัย กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติจะเชิญนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน และนายปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้&amp;nbsp;แกนนำราษฎร มาชี้แจงต่อกมธ.ด้วย และหากวันนี้ศาลมีการปล่อยตัวชั่วคราวแกนนำราษฎรคนอื่นๆ ออกมาอีก เราก็จะเชิญมาด้วย แต่ถ้าไม่ได้ปล่อยชั่วคราวเราจะประสานอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อขอเข้าพบ ซึ่งขณะนี้กำลังดูวันนัดหมาย อาจจะเป็นวันที่ 17 หรือ 24 พ.ค.นี้ หรืออาจเป็นวันอื่นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101989</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ปราบโกง, ธีรัจชัย พันธุมาศ, พรรคก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210422/image_big_60813bdfb7b49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65024</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2020 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2020 13:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.ปราบโกงรอเปิดสภาเรียก&#039;จุรินทร์&#039;สอบปมหน้ากาก200ล้านชิ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค. 63 - นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ในการประชุม กมธ.นัดแรก ภายหลังเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 22 พ.ค.แล้ว กมธ.จะเร่งเดินหน้าพิจารณากรณีการทุจริตกักตุนหน้ากากอนามัยต่อทันที หลังจากที่ต้องหยุดไปในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ช่วงที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจะเชิญนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ และอธิบดีกรมการค้าภายในมาให้ข้อมูล อาทิ กรณีการระบุมีสต๊อกหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น แต่ภายหลังระบุว่าเป็นเพียงแค่สต๊อกวัตถุดิบ กรณีกระแสข่าวมีทีมงาน ที่ปรึกษาเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกักตุนหน้ากากอนามัย รวมถึงเรื่องจำนวนการผลิตหน้ากากอนามัยของโรงงาน 11แห่งว่า มีกำลังการผลิตที่แท้จริงเท่าใด แม้ขณะนี้สถานการณ์กักตุนหน้ากากอนามัยจะคลี่คลายลงแล้ว เพราะประชาชนหันไปใช้หน้ากากผ้ากัน แต่ กมธ.จะเดินหน้าตรวจสอบการทุจริตต่อไป ใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องกักตุนต้องรับผิดชอบ ถ้ามีการทุจริตจริงเท่ากับเอาความเดือดร้อนประชาชนไปหาผลประโยชน์.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65024</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ป.ป.ช., กมธ.ปราบโกง, จุรินทร์, ธีรัจชัย พันธุมาศ, หน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191107/image_big_5dc3fbddebf50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2020 09:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2020 09:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.หวั่นเด้งอธิบดีค้าภายในตัดตอนแก๊งตุนหน้ากาก ชงกมธ.ปราบโกงล่าตัวการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มี.ค. 63 &amp;ndash; นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส. กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ. ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีการแก้ไขปัญหาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ด้วยการมีคำสั่งย้าย นายวิชัย โภชนกิจ ออกจากตำแหน่งอธิบดีกรมการค้าภายใน มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน จากกรณีการกักตุนหน้ากากอนามัย จนเกิดปัญหาการขาดแคลนในช่วงวิกฤติไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้ว่า ไม่น่าจะเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาที่ครบถ้วน เพราะกรณีดังกล่าวเป็นเพียงเพียงการย้ายบุคลากรที่โดนครหาเท่านั้น แต่สังคมจะมั่นใจได้อย่างไรว่าหลังจากนี้จะไม่มีการลักลอบส่งออก หรือรัฐจะสามารถเร่งรัดกระบวนการผลิตและสามารถกำหนดกระบวนการกระจายหน้ากากอนามัยได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;ผมได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนทั่วไปว่า ถึงวันนี้คนส่วนใหญ่ยังไม่สามารถซื้อหาหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือได้อย่างสะดวก นอกจากจะหาซื้อยากแล้วราคายังมหาโหดอีกด้วย เมื่อสอบถามร้านค้าว่าทำไมถึงขายเกินราคา ทุกร้านก็จะตอบตรงกันว่ารับซื้อมาแพงมาก จึงจำเป็นต้องขายในราคาสูงกว่าปกติ จนช่วงหลังร้านค้าหลายร้านตัดสินใจเลิกขายเพราะไม่คุ้มที่จะโดนลูกค้าด่า&amp;rdquo; นายประเดิมชัย ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การซื้อขายอุปกรณ์ป้องกันตัวจากไวรัสโควิด-19 เป็นหน้าที่ของรัฐต้องอำนวยความสะดวกและกำหนดมาตรการทุกวิถีทางเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้โดยง่ายและราคาถูก เพราะหากคนส่วนใหญ่ไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ ย่อมทำให้การแพร่ระบาดของไวรัสเกิดขึ้นได้โดยง่ายและกว้างขวาง และสุดท้ายมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของรัฐบาลก็จะล้มเหลว ดังนั้นรัฐบาลต้องเร่งดำเนินการจัดหาหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์สำคัญต่างๆให้เพียงพอต่อความต้องการโดยเร็วที่สุด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ส่วนเรื่องการกักตุนและลักลอบส่งออกนั้น จะไม่ปล่อยให้ผู้เกี่ยวข้องลอยนวลไปได้ง่ายๆ เป็นอันขาด เพราะหลักฐานขณะนี้เชื่อได้ว่าอาจมีการกักตุนและลักลอบส่งออกหน้ากากอนามัยไปต่างประเทศโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายจริงๆ และอาจมีเจ้าหน้าที่รัฐหรือนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง ในฐานะกรรมาธิการ ป.ป.ช. จะได้เสนอปัญหาให้กับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานกมธ. และคณะ เพื่อพิจารณาตรวจสอบกรณีนี้โดยเร่งด่วน เพราะขณะนี้เกิดสภาวะขาดแคลนหน้ากากอนามัยอย่างหนักในประเทศ เพื่อให้คณะกรรมาธิการได้รีบเข้าไปตรวจสอบเส้นทางของหน้ากากจากโรงงานผลิตว่ากระจายไปที่ใดบ้าง มีการลักลอบกักตุนสินค้าหรือไม่ ทำไมคนไทยจึงไม่มีหน้ากากใช้ และใครร่ำรวยจากการแสวงประโยชน์บนความทุกข์ของประชาชน ผมจะกระชากหน้ากากไอ้โม่งตัวจริงออกมาให้ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;ขอเตือนท่านนายกรัฐมนตรีว่า อย่าให้สังคมเชื่อว่าการย้ายอธิบดีในครั้งนี้ทำไปเพื่อเป็นการตัดตอนขบวนการผลประโยชน์ที่หากินกับหน้ากากเป็นอันขาด รัฐบาลต้องรีบตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนและรีบทำความจริงให้ปรากฏ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากสังคมกลับมาโดยด่วน และนอกเหนือจากการตรวจสอบแล้ว ผมเห็นว่าขณะนี้ในหลายประเทศ รัฐบาลจะเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณในการตรวจค้นหาเชื้อให้กับกลุ่มเสี่ยงและผู้ที่มีอาการป่วยที่เชื่อว่าอาจจะได้รับเชื้อโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ซึ่งประเทศไทยมีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าอยู่แล้ว ดังนั้นนายกรัฐมนตรีควรฟันธงประกาศมาตรการนี้โดยเร่งด่วน เชื่อว่าจะได้รับเสียงปรบมือจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศอย่างแน่นอน&amp;rdquo; ส.ส.กทม. เพื่อไทย กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59876</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ปราบโกง, นายกฯ, ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ, พท., หน้ากากอนามัย, อธิบดีกรมการค้าภายใน, เพื่อไทย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190829/image_big_5d67a70436de3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59512</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.ปราบโกงสอบกักตุน คนสนิทธรรมนัสแจงปอท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;รอง ผบ.ตร.&amp;rdquo; เผยกรมการค้าภายในยังไม่ได้ร้องทุกข์ &amp;ldquo;บอย เดอะแมสก์ 200 ล้าน&amp;rdquo; ขณะที่ ปปง.ยังไม่ชงเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรม พหูสูตสมชัยให้ข้อมูล กมธ.ชุดเสรีพิศุทธ์ ข้องใจมีลักไก่ส่งออกหน้ากากอนามัยช่วงสุญญากาศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 มีนาคม คดีนายศรสุวีร์ ภู่รวีรัศวัชรี หรือบอย เดอะแมสก์ โพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้นยังคงมีความต่อเนื่อง โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์ว่า ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน รวมทั้งได้ส่งผลการตรวจสอบข้อมูลให้กรมการค้าภายในรับไปพิจารณาแล้ว ซึ่งต้องรอให้กรมการค้าภายในเข้าแจ้งความร้องทุกข์อย่างเป็นทางการก่อนจึงจะสอบสวนประเด็นนี้ได้เต็มที่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยืนยันว่านายกรัฐมนตรีให้ความสนใจ และได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อคลายความสงสัยให้กับสังคม ส่วนประเด็นที่พบว่าเสี่ยบอยเป็นคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) นั้น ต้องหารือกับ ผบ.ตร.อีกครั้งว่าต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือไม่ เพราะผู้ที่จะมาเป็น กต.ตร. ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ ไม่ใช่ใครจะมาเป็นก็ได้&amp;rdquo; พล.ต.อ.สุวัฒน์ระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า ประเด็นการตรวจค้นโรงงานย่านมีนบุรีที่มีการเก็บหน้ากากอนามัย 500,000 ชิ้น และบริษัทเอกชนย่านหนองแขม 10,000 ชิ้นนั้น ซึ่งอ้างว่าสั่งซื้อผ่านเว็บออนไลน์เพื่อเตรียมนำไปบริจาค ซึ่งผลการตรวจสอบทั้ง 2 จุด มีการส่งข้อมูลให้กรมการค้าภายในรับไปตรวจสอบแล้ว แต่ยังไม่ได้รับรายงานกลับมาว่าการจัดสรรดังกล่าวผิดปกติหรือไม่ ประกอบกับยังไม่มีการมอบอำนาจให้ตำรวจเข้าไปดำเนินการสอบสวน จึงยังไม่สามารถสอบสวนในคดีที่เกี่ยวข้องกับการกักตุนหน้ากากได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องการตรวจสอบเส้นทางการเงินเสี่ยบอย เร็วๆ นี้จะส่งข้อมูลให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รับไปตรวจสอบว่ามีการทำธุรกรรมใดผิดปกติหรือไม่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายพิตตินันท์ รักเอียด อดีตผู้ติดตามและคณะทำงานของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ นำหลักฐานภาพถ่ายในเฟซบุ๊กและเพจเข้าแจ้งความที่กองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (กก.3 บก.ปอท.) เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายศรสุวีร์ โดยระหว่างให้ปากคำนายพิตตินันท์กุมขมับตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิตตินันท์กล่าวภายหลังว่า มาให้การในฐานะพยานกรณีที่ บก.ปอท.ดำเนินคดีในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์กับนายบอย และนำพยานหลักฐานมาให้ตามที่เคยแจ้งความไว้ สภ.ท่าชนะในข้อหาหมิ่นประมาท โดยยืนยันว่ารู้จักกันผ่านรุ่นน้องที่รู้จักชื่อกัน เพิ่งพบได้เพียง 3 ชั่วโมง ไม่รู้จักมาก่อนเลย&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การปลดครั้งนี้ไม่มีอะไร มองว่าเป็นกรรม เพียงการพบกัน 3 ชั่วโมงครั้งนั้นทำให้ชีวิตตัวเองเปลี่ยน สังคมจะตราหน้าอย่างไรขอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ยืนยันว่าผมและ ร.อ.ธรรมนัสไม่เกี่ยวกับการกักตุนหน้ากากแน่นอน&amp;rdquo; นายพิตตินันท์กล่าว และว่า ส่วนจะเอาผิดเพจแหม่มโพธิ์ดำด้วยหรือไม่ มองว่าการให้อภัยคือความสุข แต่ทนายกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการเอาผิดทุกคนที่เกี่ยวข้องทั้งการโพสต์และแชร์ทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวในเรื่องนี้สั้นๆ ว่า เรื่องยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการธุรกรรม ปปง.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสนธิญา สวัสดี สมาชิกพรรค พปชร. ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท. เพื่อช่วยตรวจสอบเพจเฟซบุ๊กแหม่มโพธิ์ดำ หลังเผยแพร่คลิปวิดีโอนายศรสุวีร์ เพราะโปรไฟล์ต่างๆ ไม่มีความชัดเจน แม้ที่ผ่านมาจะติดตามการทำงานของเพจมาตลอด แต่เหตุการณ์ล่าสุดเรื่องหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้นคาดว่าอาจเป็นข้อมูลเท็จ เพราะไทยมีผลิตเพียง 13 โรงงาน ผลิตได้วันละ 1.2 ล้านชิ้น หากกักตุน 200 ล้านชิ้น ต้องสั่งซื้อจากโรงงานทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 7 เดือน แต่สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 เพิ่งแพร่ระบาดมา 2 เดือน ซึ่งต้องเก็บกักตุนตั้งแต่ปลายปี 2562 และปัจจุบันเพจดังกล่าวได้ปิดไปแล้ว จึงอยากขอความชัดเจนจากเพจทำให้สังคมเกิดความสับสน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพจแหม่มโพธิ์ดำเคยเปิดรับบริจาคเงินได้เกือบ 1 ล้านบาทจากบุคคลที่มีชื่อเสียงแวดวงต่างๆ และจัดซื้อหน้ากากภายในวันเดียว 2.5 หมื่นชิ้นนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ เพราะเป็นสินค้าคุ้มครองของกรมการค้าภายใน ถามว่าไปเอามาจากที่ใด&amp;rdquo; นายสนธิญาระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เป็นประธาน โดยให้นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้าให้ข้อมูลต่อ กมธ. ซึ่งนายสมชัยระบุว่า จากการสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต เชื่อมั่นว่าจำนวนหน้ากากอนามัยที่ผลิตในประเทศมีมากกว่า 200 ล้านชิ้น ไม่ใช่มีกำลังการผลิตเพียงแค่หลักสิบล้านชิ้น เนื่องจากช่วงเดือน ก.พ. นายจุรินทร์เคยให้ข้อมูลหลังจากการตรวจโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยว่า มีเพียงพอต่อความต้องการ เพราะมีในสต๊อกมากกว่า 200 ล้านชิ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมสงสัยกรณีหน้ากากอนามัยขาดแคลน เพราะมีกระบวนการขออนุญาตส่งออกหน้ากากอนามัยเกินจำนวนที่ควบคุมหรือไม่ เพราะตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยสินค้า และบริการที่มีอธิบดีกรมการค้าภายในเป็นเลขาธิการฯ 4 ก.พ.มีสาระสำคัญห้ามส่งออกเกิน 500 ชิ้นต่อ 1 ครั้ง และในประกาศดังกล่าวยังพบการแก้ไขเพิ่มเติมลงวันที่ 20 ก.พ. ระบุห้ามส่งออกโดยเด็ดขาด ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากอธิบดีกรมการค้าภายใน ซึ่งผมสงสัยว่าจะมีเอกชนรู้ข้อมูลอินไซด์ และทำเรื่องขออนุญาตส่งออก โดยไม่จำกัดจำนวน ในช่วงระหว่างวันที่ 4-20 ก.พ.หรือไม่&amp;rdquo;นายสมชัยกล่าว
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวภายหลังว่า กมธ.จะรับเรื่อง และพร้อมพิจารณาเป็นเรื่องด่วน โดยจะเชิญจะเลขาธิการ ปปง. และอธิบดีกรมการค้าภายในมาชี้แจงต่อ กมธ. ในวันที่ 18 มี.ค. เวลา 13.00 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59512</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ปราบโกง, กักตุนหน้ากากอนามัย, บอย เดอะแมสก์ 200 ล้าน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200311/image_big_5e68fb6c150ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
