<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79641</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2020 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2020 13:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กมธ.ปราบโกง&#039; ข้องใจอธิบดีกรมน้ำไม่ร่วมมือแฉ ส.ส.ตบทรัพย์5ล้าน อ้างให้ข้อมูล ปปช.แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.63 - นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการตรวจสอบกรณี ส.ส.พรรคการเมืองหนึ่งโทรศัพท์ถึงอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรียกรับเงินเพื่อแลกการผ่านงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ว่า กมธ.ฯ ได้เชิญนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เข้าชี้แจง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรังสิกร กล่าวว่า นายศักดิ์ดายอมรับว่ามีบุคคลที่ดำรงตำแหน่งรองอนุกมธ.แผนงานบูรณาการ 2 ในกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ได้โทรศัพท์ขอเงิน 5 ล้านบาท เพื่อแลกกับการผ่านงบประมาณโดยไม่ปรับลดจริง ซึ่งนายศักดิ์ดา กล่าวปฏิเสธที่จะให้เงินเนื่องจากไม่มีเงิน แต่บุคคลที่โทรศัพท์ติดต่อนั้น ได้ขอแลกเป็นโครงการแทน อย่างไรก็ตามในรายละเอียดนั้นนายศักดิ์ดาไม่สามารถให้ได้ในชั้น กมธ.ฯ เนื่องจากได้ให้ข้อมูลและรายละเอียดทั้งหมดกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว ทั้งชื่อ และหมายเลขโทรศัพท์ ทั้งนี้ ป.ป.ช. ได้เรียกนายศักดิ์ดาชี้แจงนานถึง 5 ชั่วโมงแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรังสิกร กล่าวด้วยว่า นายศักดิ์ดาให้ข้อมูลเบื้องต้นด้วยว่า ได้รับโทรศัพท์จากบุคคลที่อ้างว่าเป็นอนุกมธ.ฯ ช่วงกลางคืนและเช้าวันถัดมาได้เข้าชี้แจงรายละเอียดกับอนุกมธ.ฯ โดยช่วงเช้าทางอนุกมธ.ฯ พยายามขอปรับลดงบประมาณในหน่วยงาน ซึ่งบรรยากาศวันดังกล่าวนั้นนายศักดิ์ดา ได้ระบุว่าหากอยากตัดขอให้ตัดไป แต่มีอนุกมธ.ฯ โทรศัพท์ขอเงินกับงตน แต่เมื่อเวลาผ่านไปถึงเที่ยง บรรยากาศการพิจารณางบประมาณกลายเป็นหนังคนละม้วนทันที ทั้งนี้บุคคลที่โทรศัพท์ถึงอธิบดีนั้นจากการซักถามพบว่าเป็นอนุกมธ.ฯ​ที่เข้าประชุมในวันดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กมธ.ปราบโกง ของสภาฯ ได้สอบถามถึงรายชื่อและบุคคลที่นายศักดิ์ดาได้รับโทรศัพท์ แม้ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน กมธ.​พยายามจะสอบถามและบอกว่ากมธ.ฯอยู่ข้างอธิบดี และต้องการนำความจริงมาเปิดเผย แต่ผมไม่ทราบว่าอธิบดีคิดอย่างไร จึงไม่ได้ให้ข้อเท็จจริงทั้งหมดกับกมธ. แต่กมธ. ยังตรวจสอบเรื่องนี้ต่อ&amp;rdquo; นายรังสิกร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรังสิกร กล่าวด้วยว่า สำหรับการตรวจสอบของกมธ.ฯ นั้น มีมติจากที่ประชุมให้เชิญ น.ส.แนน บุญย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตประธานอนุกมธ.แผนงานบูรณาการ 2 เข้ามาให้ข้อมูล พร้อมกับรองอนุกมธ.ฯ ทั้ง3 คนได้แก่ นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ส.ส.มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย , นายจักรัตน์ พั้วช่วย ส.ส.เพชรบูรณ์ พรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;และนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย เข้าประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามองได้หรือไม่ว่าอนุกมธ. ทั้ง3 คนที่เชิญชี้แจง มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกรับเงินและเข้าข่ายผิดกฎหมาย นายรังสิกร กล่าวว่า เป็นเรื่องเชิงวิเคราะห์ที่เกิดขึ้นได้ แต่ในชั้นของกมธ. ต้องตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องและใกล้ชิดเหตุการณ์ อย่างไรกรณีของน.ส.แนน บุณย์ธิดา ที่เป็นประธานอนุกมธ.ฯ แต่ไม่ถูกระบุถึง ต้องเชิญให้ข้อมูลในวันที่ถูกกล่าวอ้างด้วย อย่างไรก็ดีการทำงานของกมธ.นั้นไม่ได้ให้ร้ายหรือกล่าวหาบุคคลใดว่ากระทำผิด แต่ต้องตรวจสอบ ส่วนกรณีที่นายศักดิ์ดา ยื่นเรื่องให้ป.ป.ช.ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วนั้น ไม่ถือว่ากระทบต่อการทำงานของกมธ.ฯ และกมธ.ฯ​มีสิทธิ์เดินหน้าตรวจสอบได้ต่อตามที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ​มอบหมาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79641</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต, นักการเมืองรีดทรัพย์, ส.ส.ตบทรัพย์, อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190102/image_big_5c2c2d5f2093d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72895</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2020 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2020 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039; ยันมีอำนาจรวม กมธ. 3 คณะสอบคดี &#039;บอส อยู่วิทยา&#039; เหลือชุดเดียวได้หากทำงานซ้ำซ้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค.63 - ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฏร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่หลายคณะกรรมาธิการ (กมธฺ) ของสภาฯ ทั้งกมธ.กฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ กมธ.ตำรวจ และ กมธ.กิจการศาลฯ ได้พิจารณาตรวจสอบกรณีอัยการสั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา (บอส กระทิงแดง) ว่า เรื่องนี้ต้องดูปัญหาการทำหน้าที่ของแต่ละ กมธ.ว่ามีความซ้ำซ้อนกันหรือไม่ หากมีการเชิญผู้มาชี้แจงซ้ำซ้อนในเรื่องเดียวกันหลายกมธ. ก็เป็นเรื่องที่ประธานสภาฯจะวินิจฉัยว่า จะให้กมธ.ชุดใดเป็นผู้พิจารณาเรื่องนี้ ซึ่งที่ผ่านมามีการดำเนินการในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่ในกรณีนี้ยังไม่มีปัญหา หากมีปัญหาสามารถแจ้งมาที่ประธานสภาฯ เพื่อพิจารณารายละเอียดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ากมธ.ชุดใดควรพิจารณาเรื่องนี้ นายชวน กล่าวว่า ต้องดูรายละเอียดว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับใคร และอยู่ในความรับผิดของ กมธ.ชุดใด แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถตอบได้ เพราะต้องมีการหารือกันก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72895</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.กฎหมาย, กมธ.กิจการศาล, กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต, ชวน หลีกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200310/image_big_5e67485d25d5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54698</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2020 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2020 11:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พปชร.&#039; ยื่นญัตติถอด &#039;เสรีพิศุทธ์&#039; พ้นกมธ.ปปช. ชี้เมินเสียงข้างมาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ม.ค.63 - ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ และ นายสุทา ประทีป ณ ถลาง ส.ส.ภูเก็ต พรรคพลังประชารัฐ ร่วมกันแถลงเพื่อยื่นญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์&amp;nbsp;เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทยพ้นจากตำแหน่งกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร โดยมีส.ส.รับรองในญัตตินี้จำนวน 52 คนตามข้อบังคับการประชุมสภาฯพ.ศ.2562 ข้อ 108 (5)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพบูลย์ กล่าวว่า เหตุผลที่ต้องมีการยื่นญัตตินี้ เนื่องจากการประชุมคณะกรรมาธิการฯเมื่อวันที่ 15 ม.ค.ได้มีการพิจารณาเรื่องการถวายสัตย์ปฎิญาณของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯเสียงข้างมากจำนวน 8 คนจากทั้งหมด 15&amp;nbsp;คน ได้มีมติโดยการขานชื่อเพื่อยืนยันว่าต้องการให้ยุติการตรวจสอบในเรื่องนี้ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องของพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ ไม่ได้อยู่ในอำนาจของคณะกรรมาธิการฯที่จะตรวจสอบได้ เมื่อคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้มีมติแล้ว ปรากฎว่าพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กลับละเลยมติเสียงข้างมากโดยไปอ้างข้อบังคับการประชุมสภาฯไม่ถูกต้องพร้อมกับอ้างอำนาจความเป็นประธานคณะกรรมาธิการฯเพื่อไม่ถือตามมติเสียงข้างมาก&amp;nbsp;เป็นผลให้กรรมาธิการเสียงข้างมากจะต้องดำเนินการกับพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ในสภาฯด้วยการเสนอญัตติฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้อาศัยสถานะความเป็นประธานคณะกรรมาธิการฯทำการตรวจสอบการถวายสัตย์ของนายกฯและคณะรัฐมนตรีทั้งที่เรื่องดังกล่าวอยู่ในเขตพระราชอำนาจ การกระทำของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จึงเป็นการกระทำที่มิบังควรอย่างยิ่ง ขัดต่อรัฐธรรมนูญ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์จึงไม่สมควรที่จะปฎิบัตหน้าที่ประธานและกรรมาธิการต่อไป&amp;nbsp;เพราะปฎิบัติหน้าที่โดยไม่มีอำนาจตรวจสอบดังที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำสั่งไม่รับเรื่องดังกล่าวไว้วินิจฉัยตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ 32/2562 จึงขอเสนอญัตติด่วนเพื่อให้สภาฯพิจารณาดำเนินการและมีมติให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ พ้นจากการเป็นกรรมาธิการฯต่อไป ผมเป็นนักกฎหมายผ่านเรื่องต่างๆมากมาย&amp;nbsp;ถ้าท่านยังไม่หยุดจะเป็นเรื่องที่ใหญ่อย่างคาดไม่ถึง&amp;quot; นายไพบูลย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายสิระ กล่าวว่า ส่วนตัวอยู่ในเหตุการณ์ระหว่างการประชุมเมื่อวันที่ 15 ม.ค. ยืนยันได้ว่าพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กระทำการฝ่าฝืนข้อบังคับการประชุมสภาฯชัดเจน หากพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังอยู่ในตำแหน่งต่อไป ตนเองจะดำเนินการฟ้องร้องเป็นคดีอีกหลายคดี สำหรับการที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์จะยื่นฟ้องส.ส.ที่ลงมติเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2563นั้น&amp;nbsp;เห็นว่าเมื่อพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์มองว่าการพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณมิชอบด้วยกฎหมายแล้ว พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็ไม่ควรรับเงินเดือนแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54698</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส, ยื่นญัตติด่วน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191102/image_big_5dbd642c3a4d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49791</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้‘ชวน’เบรกเสรีฯ คำสั่งเรียกขัดรธน. ฝ่าฝืนโดนม.157</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ไพบูลย์&amp;quot; ยื่น &amp;quot;ชวน&amp;quot; ระงับคำสั่ง &amp;quot;เสรีพิศุทธ์&amp;quot; ยัน พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของ กมธ.ขัด รธน.ปี 60 ชี้มีอำนาจเพียงเรียกเอกสารหรือบุคคลมาชี้แจง แต่ไม่ใช่คำสั่งเรียก ลั่นหากฝ่าฝืนโดน ม.157 โฆษกรัฐบาลแจงนายกฯ ไม่ได้เลื่อนชี้แจง กมธ. แต่แจ้งว่าติดภารกิจ หากเชิญอีกไม่ทราบจะไปหรือไม่ &amp;ldquo;เสรีพิศุทธ์&amp;rdquo; ย้อนถาม &amp;quot;สิระ&amp;quot; เป็นใครจะมาทบทวนมติ กมธ. เย้ย &amp;quot;ปารีณา&amp;quot; ไม่รู้กฎหมาย ขู่โดนข้อหาหมิ่นประมาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 7 พฤศจิกายน นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้เข้ายื่นหนังสือถึง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านนายแทนคุณ จิตต์อิสระ คณะทำงานประธานสภาฯ เพื่อขอให้พิจารณาและแจ้งไปยังประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ประธานคณะกรรมาธิการอื่นๆ เพื่อระงับการออกคำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการฯ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายไพบูลย์กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของ ส.ส.และ ส.ว. พ.ศ.2554 มาตรา 5, 8 และ 13 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 129 เนื่องจากเห็นว่าเดิมรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 135 ได้บัญญัติให้คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภามีอำนาจออกคำสั่งเรียกและคำสั่งเรียกมีผลบังคับตามที่กฎหมายบัญญัติ แต่รัฐธรรมนูญ 2560 ได้ยกเลิกอำนาจของคณะกรรมาธิการฯ ในการออกคำสั่งเรียกและยกเลิกการให้คำสั่งเรียกมีผลบังคับตามที่กฎหมายบัญญัติคณะกรรมาธิการฯ จึงอำนาจเพียงเรียกเอกสาร หรือบุคคลมาชี้แจง แต่ไม่ใช่การออกคำสั่งเรียก ทั้งนี้ ตนมองว่าหากมีการฝ่าฝืนก็จะถูกดำเนินคดีโดย คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การออกมาตรวจสอบครั้งนี้ไม่ได้ต้องการจะขัดขวางการทำงานของฝ่ายค้าน แต่ต้องการให้มีการดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากรัฐธรรมนูญในอดีตกับปัจจุบันมีความแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม การทำงานของคณะกรรมาธิการฯ ก็สามารถดำเนินการได้อย่างปกติ และเชื่อว่าส่วนราชการต่างๆ ก็จะยินดีให้ความร่วมมือกับฝ่ายนิติบัญญัติ และที่สำคัญคณะกรรมาธิการจะต้องคิดว่าตัวเองไม่ได้มีอำนาจสอบสวนในลักษณะเดียวกับองค์กรอิสระ แต่เป็นเพียงคณะกรรมาธิการที่ทำหน้าที่ศึกษาและรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น&amp;quot; นายไพบูลย์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงถึงกรณีที่มีข่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้ส่งหนังสือขอเลื่อนการเข้าชี้แจงต่อ กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่ต้องการคำชี้แจงกรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนและการเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ว่าเรื่องการไปชี้แจง กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบของนายกรัฐมนตรีนั้น ทางสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีไม่ได้ส่งหนังสือขอเลื่อน แต่ได้ทำหนังสือแจ้งไปว่านายกรัฐมนตรีติดภารกิจประชุมคณะรัฐมนตรี ตรงนี้เกรงจะเข้าใจไม่ตรงกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นขอยืนยันว่าไม่ใช่ส่งหนังสือขอเลื่อน คำว่าเลื่อนเท่ากับว่านายกรัฐมนตรีจะไปคราวหน้า แต่การแจ้งไปว่าติดภารกิจ ทาง กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบอาจเชิญมาอีก ส่วนนายกรัฐมนตรีจะไปหรือไม่ยังไม่ทราบ&amp;quot; นางนฤมลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธาน กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ กล่าวถึงกรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะ กมธ.ป.ป.ช. จะเสนอให้มีการทบทวนมติต่างๆ ของ กมธ. ว่าเขาจะให้ตนทบทวนได้อย่างไร เพราะเป็นมติของ กมธ. และก่อนจะออกเป็นมติเราคิดกันรอบคอบแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถามว่านายสิระเป็นใครจะมาเสนอให้ทบทวน และยืนยันว่าสิ่งที่ กมธ.ทำถูกต้องแล้ว เพราะถ้าผิดผมก็แย่ จะมาดูถูกกันไม่ได้ เพราะไม่ใช่ ส.ส.สมัยแรกอย่างเดียว แต่เป็นผู้บังคับบัญชาตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มาก่อน ปราบทุจริตมาจำนวนมาก คนเป็นส.ส. 10 สมัยเคยทำงานบ้างหรือไม่ หรือหาเสียงเป็นเพียงอย่างเดียว ยังไม่ทันได้เข้าร่วมประชุม เพียงแต่เห็นชื่อเสนอในสภา ผมไม่ได้รับรู้รับทราบด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ตั้งใจจะเข้ามาขุดคุ้ยเรื่องทุจริตจัดซื้อรถมอเตอร์ไซค์ไทเกอร์สมัยที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เป็น ผบ.ตร. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า เขารู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้าง รู้หรือไม่ว่าพูดแค่นี้ก็เป็นการหมิ่นประมาทตนแล้ว เพราะดูแล้วเขายังไม่มีความรู้ด้านกฎหมายเลย เพราะพูดมาก็ผิด และไม่มีกฎหมายคุ้มครอง การทำงานร่วมกันใน กมธ. ส่วนตัวไม่มีปัญหา แต่เขาจะมีปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่าเริ่มมีกระแส พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ไม่ฟัง กมธ.คนอื่น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ไม่ฟังได้อย่างไร เพราะมีมติของ กมธ.แม้แต่ประชุมเมื่อไหร่ จะเชิญใครก็ต้องเป็นมติของ กมธ. ประธานคนเดียวไม่สามารถทำอะไรได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49791</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ป.ป.ช., กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต, ชวน หลีกภัย, ระงับคำสั่ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191107/image_big_5dc422b121c86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49305</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2019 13:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2019 09:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหลืออด!สส.พปชร.จ่อไขก๊อกกมธ.ลั่นทำงานกับ&#039;เสรีพิสุทธิ์&#039;ไม่ได้จวกสิ้นเปลืองภาษีปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1พ.ย.62-นายพยม พรหมเพชร ส.ส.สงขลา พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ในฐานะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ภายในสัปดาห์หน้าตนจะยื่นหนังสือขอลาออกจากกรรมาธิการชุดดังกล่าว เนื่องจากว่ามีความรู้สึกอึดอัดใจในการทำหน้า โดยเฉพาะการที่ต้องทำงานร่วมกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ในฐานะประธานกรรมาธิการ ซึ่งตนยังมีฐานะเป็นโฆษกกรรมาธิการ ที่จะต้องรับผิดชอบในการลงมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ซึ่งก็ก่อให้เกิดความรู้สึกอึดอัดใจ เพราะต้องยอมรับว่าตนคือ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ที่มีวางเชื่อมั่นในการเสนอพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี แต่มาวันนี้จะให้ตนแถลงข่าวเพื่อดิสเครดิตพลเอกประยุทธ์และรัฐบาล ตรทำไม่ได้ ถ้าทำแบบนั้นก็คงเสียคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมได้พูดคุยกับทางพรรคพลังประชารัฐ แล้วซึ่งพรรคพลังประชารัฐจะให้ผู้ที่มีความเหมาะสมเข้าไปนั่งในกรรมาธิการชุดนี้แทนผมเพราะผมระบุเหตุผลไปว่า ไม่สามารถทำงานร่วมกับพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้จริงๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพยม​ กล่าวอีกว่า การเข้าร่วมประชุมในแต่ละครั้ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ไม่เคยคุมการประชุมให้อยู่ในวาระประชุมเลย โดยที่ไม่สนใจในประเด็นใหม่ๆ หรือเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประชาชนเลยมุ่งเน้นเพียงแต่ต้องการหาประเด็นจากพลเอกประยุทธ์ และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ อย่างเช่นล่าสุดก็ จะรื้อคดีนาฬิกาหรูขึ้นมาพิจารณาใหม่ ซึ่งตนมองว่า เรื่องดังกล่าวจบสิ้นกระบวนการพิจารณาไปแล้ว ตนจึงไม่เห็นถึงประโยชน์ที่ต้องรื้อเรื่องนี้ขึ้นมาอีก เพราะเป็นการทำงานที่ถอยหลังลงคลอง สิ้นเปลืองเบี้ยประชุมที่มาจากภาษีประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมไม่เคยมีปัญหากับการทำหน้าที่กรรมาธิการในฐานะ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล หากเรื่องที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์หยิบยกขึ้นมาพิจารณาเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ผมพร้อมที่จะทำ แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ใช้กรรมาธิการเป็นเครื่องมือเพื่อจะดิสเครดิตพลเอกประยุทธ์และรัฐบาล&amp;rdquo;นายพยม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าพรรคพลังประชารัฐจะให้ใครมาทำหน้าที่ในกรรมาธิการชุดนี้แทน นายพยม กล่าวว่า จากการพูดคุยเบื้องต้นน่าจะเป็น นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากนายสิระเป็นคนกล้าสู้ กล้าชน น่าจะมีความเหมาะสมมากกว่าตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49305</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ชุดเสรีพิสุทธ์, กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต, พนม พรหมเพชร, พล.ต อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191101/image_big_5dbb9d04e7735.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49111</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2019 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2019 16:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาธิการนายกฯย้อนเกล็ด&#039;เสรีพิศุทธ์&#039;ส่งหนังสือถามหาอำนาจเรียก&#039;บิ๊กตู่&#039;แจงกมธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค.62-จากกรณีที่คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ ออกหนังสือเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไปชี้แจง กรณีเสนอร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ทั้งที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด เมื่อวันที่ 28 ต.ค.สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) โดยนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีหนังสือที่ นร 0404/10738 ด่วนที่สุด วันที่ 28 ต.ค.ถึงประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร อ้างถึงหนังสือคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ด่วนที่สุด ที่ สผ 0019.05/547 ลงวันที่ 25 ต.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามหนังสือที่อ้างถึงคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบสภาผู้แทนราษฎรแจ้งว่าอาศัยอำนาจตามมาตรา 129 วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 คณะกรรมาธิการได้มีหนังสือให้กราบเรียนเชิญนายกฯและครม. มาร่วมประชุมเพื่อแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็นกรณีการเสนอร่างพ ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ. ศ. 2563 เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาทั้งๆที่นายกฯและครม.ยังไม่สามารถเข้ารับหน้าที่ได้ เนื่องจากถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ ยังไม่ถูกต้องครบถ้วน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 161 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 ความละเอียดทราบแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สลน.ได้นำกราบเรียนนายกฯแล้ว เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการให้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตลอดจนข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ. ศ. 2562 ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ซึ่งข้อ 90(22) กำหนดให้มีหน้าที่และอำนาจกระทำกิจการพิจารณาสอบสวนข้อเท็จจริงหรือศึกษาเรื่องใดๆที่เกี่ยวกับกระบวนการและมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ จึงมีประเด็นขอความชัดเจนในเบื้องต้นก่อนดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.การเสนอร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ 2563 เกี่ยวข้องกับการทุจริตประพฤติมิชอบอันอยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎรอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ประเด็นที่อ้างว่าครม. ยังไม่สามารถเข้ารับหน้าที่ได้เนื่องจากเห็นว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ไม่ถูกต้องครบถ้วน ข้อเท็จจริงปรากฏว่าศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งเมื่อวันที่ 11 ก.ย.62 ไม่รับคำร้องของ นายภาณุพงศ์ ชูรักษ์ ซึ่งเสนอโดยผู้ตรวจการแผ่นดินไว้พิจารณาวินิจฉัย ทั้งนี้ โดยมีเหตุผลสรุปได้ว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์เป็นการกระทำทางการเมืองของครม.ในฐานะที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญฝ่ายบริหารในความสัมพันธ์เฉพาะกับพระมหากษัตริย์ และการถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ดังกล่าว ไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรตามรัฐธรรมนูญใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีข้อเท็จจริงปรากฏว่า ในวันที่ 17 ต.ค.62 ก่อนการนำเสนอ ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ครม.ได้เสนอพ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ. ศ. 2562 และสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาอนุมัติพ.ร.ก.ดังกล่าว โดยมีมติด้วยเสียงข้างมาก อีกทั้งก่อนหน้านี้ในวันที่ 8 ส.ค. 62 ครม.ได้เสนอร่างพ.ร.บ.เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 10 พ.ศ. .... และร่างพ.ร.บ.เหรียญราชรุจิ รัชกาลที่ 10 พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาด้วยกรรมาธิการเต็มสภาและเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับดังกล่าวไม่มีการทักท้วงและทำหน้าที่ของครม. แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีจึงเป็นประเด็นที่ไคร่ขอความชัดเจนจากคณะกรรมาธิการ เพื่อจักดำเนินการให้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ.2562 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดแจ้งให้ทราบด้วย จักขอบคุณยิ่งขอแสดงความนับถือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เวลา 14.20 น. วันที่ 29 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ( ป.ป.ช. ) เชิญนายกรัฐมนตรีเข้าชี้แจงต่อกมธ. ว่า ยอมรับว่าได้ส่งหนังสือดังกล่าว เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ไปยัง กมธ.ป.ป.ช. ดังนั้น ตนจะพูดก่อนคงไม่ดี เพราะเขาอาจจะยังไม่เห็นหนังสือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ส่วนตัวมองว่านายกฯ ต้องไปชี้แจงด้วยตัวเองหรือไม่ นายดิสทัต กล่าวว่า ขอดูคำชี้แจงก่อน ตนคงตอบอะไรไม่ได้ ขอให้มีความชัดเจนของกมธ.ก่อน ส่วนพรรคฝ่ายค้านมีการหยิบยก พ.ร.บ.คำสั่งเรียก พ.ศ.2554 ขึ้นมานั้น ตนไม่ทราบแล้วแต่ทางโน้น เพราะเขาเป็นคนหยิบยกขึ้นมา.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49111</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต, ดิสทัต โหตระกิตย์, พล.ต อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส, เลขาธิการนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190920/image_big_5d8497779d550.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48826</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2019 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2019 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไพบูลย์&#039; อัด &#039;เสรีพิศุทธ์&#039; ใช้อำนาจ จนท.รัฐโดยมิชอบเรียก &#039;บิ๊กตู่&#039; ตอบปมถวายสัตย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25&amp;nbsp;ต.ค.62 - นายไพบูลย์&amp;nbsp;นิติตะวัน&amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรแบบบัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;พรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;เห็นว่า&amp;nbsp;กรณีเมื่อวานนี้ (24 ต.ค.) พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์&amp;nbsp;เตมียาเวส&amp;nbsp;ประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต&amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;แถลงผลการประชุมว่า&amp;nbsp;ที่ประชุมมีมติให้ใช้อำนาจเรียก พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;และพล.อ.ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10 .00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เพื่อมาให้ข้อมูลถึงการถวายสัตย์ฯถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่&amp;nbsp;และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้หรือไม่นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพบูลย์ เห็นว่า&amp;nbsp;คณะกรรมาธิการป้องและปราบปรามการทุจริตฯไม่มีอำนาจที่จะเรียก พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;และ พล.อ.ประวิตร มาเข้าพบเพื่อตรวจสอบในเรื่องเกี่ยวข้องกับการถวายสัตย์ปฏิญาณ&amp;nbsp;เพราะศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้ในคำสั่งศาลเมื่อวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ก.ย.2462&amp;nbsp;แล้วว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;การถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรตามรัฐธรรมนูญใด&amp;rdquo;&amp;nbsp;ซึ่งย่อมหมายรวม&amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎรและคณะกรรมาธิการของสภาด้วย&amp;nbsp;โดยเหตุที่การถวายสัตย์ปฏิญาณเป็นเรื่องในขอบเขตพระราชอำนาจ&amp;nbsp;เป็นพระบรมราชวินิจฉัยโดยเฉพาะ&amp;nbsp;ผู้ใดหรือองค์กรใดไม่อาจก้าวล่วงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น&amp;nbsp;คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต&amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;จึงไม่มีอำนาจที่จะดำเนินการตรวจสอบ&amp;nbsp;เพราะเป็นการมิบังควรที่จะก้าวล่วงเขตพระราชอำนาจ&amp;nbsp;ที่ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยแล้ว&amp;nbsp;จึงขอให้คณะกรรมาธิการฯยกเลิกมติที่ประชุมดังกล่าวและยกเลิกหนังสือเรียก พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;และ พล.อ.ประวิตรโดยเร็ว&amp;nbsp;เพื่อที่คณะกรรมาธิการฯจะไม่ถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีอำนาจ&amp;nbsp;ซึ่งมีผลให้เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ&amp;nbsp;อันอาจเป็นเหตุให้คณะกรรมาธิการฯถูกยื่นเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา&amp;nbsp;157&amp;nbsp;ไปที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(&amp;nbsp;ป.ป.ช.)ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48826</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต, ปมถวายสัตย์, พล.ต อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190910/image_big_5d7763a8e6d1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
