<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116462</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2021 17:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2021 17:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อมธ.ประกาศร่วมกับอีก 18 มหาวิทยาลัย หาข้อเท็จจริงสลายการชุมนุมม็อบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย. 2564 องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) อมธ. ผนึกกำลัง 18 มหาวิทยาลัย หาข้อเท็จจริงเหตุสลายการชุมนุม ร่วมกับกมธ.พัฒนาการเมือง ณ รัฐสภา พุธนี้ โดยมี ผบตร. และ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติเข้าร่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ได้กำหนดให้มีการประชุมเพื่อพิจารณาข้อเรียกร้องขอให้ปกป้องสิทธิและคุ้มครองประชาชนจากการกระทำความรุนแรงของเจ้าหน้าที่รัฐ และขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่อันเข้าข่ายเกินกว่าเหตุของเจ้าหน้าที่รัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ เพื่อให้การพิจารณาของคณะกรรมาธิการเป็นไปด้วยความรอบคอบ ได้รับทราบข้อมูล ข้อเท็จจริง และความเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวอย่างครบถ้วนรอบด้าน จึงได้เชิญภาคประชาชน อันได้แก่ ผู้แทนองค์การและสโมสรนิสิตนักศึกษา 19 มหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. องค์การบริหาร องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. องค์การบริหาร องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. องค์การนิสิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. องค์การนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. องค์การบริหาร องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11. องค์การนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12. สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13. องค์การนิสิตมหาวิทยาลัยบูรพา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14. องค์การนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15. องค์การบริหาร องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16. องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17. สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18. องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19. องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง คือ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการฯ ในวันพุธที่ 15 กันยายน เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ N 410 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา ทั้งนี้จะมีการรายงานความคืบหน้าต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116462</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.พัฒนาการเมือง, ตำรวจ, สลายการชุมนุม, อมธ., เจ้าหน้าที่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210912/image_big_613dd7ed232ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114240</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สิระ&#039; ลงพื้นที่ดินแดง เผยแก๊งป่วนไม่ใช่ผู้ชุมนุมแต่ถูกจ้างมาทำร้ายเจ้าหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค.64 - ที่รัฐสภา นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการลงพื้นที่ดินแดง วานนี้ (22 ส.ค.) ว่า มีคณะกรรมาธิการ (กมธ.) 2 คณะ คือ คณะกมธ.การกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน และคณะกมธ.การพัฒนาการเมือง สภาผู้แทนราษฎร ว่าเราเห็นความเดือดร้อนของประชาชน และได้สะท้อนปัญหาวิธีการแก้ไขปัญหาของตำรวจ จึงมีการยกตู้คอนเทนเนอร์ออก และเลื่อนไม่ให้อยู่ในที่ชุมชน รวมถึงการคัดกรองประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม วานนี้ (22 ส.ค.) ไม่มีการชุมนุม แต่เป็นแก๊งป่วนเมืองที่ต้องการปะทะกับตำรวจอย่างเดียว และมีตัวแทนนักศึกษาจาก 7 มหาวิทยาลัย แนะนำว่าการชุมนุมเรียกร้องตามรัฐธรรมนูญ ต้องปราศจากอาวุธ และไม่ใช้ความรุนแรง และต้องมีการคัดกรองผู้ชุมนุม ไม่ให้พกพาอาวุธ และพวกชอบใช้ความรุนแรงให้คัดออก การชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไม่มีความรุนแรง เป็นการชุมนุมเชิงสัญลักษณ์ แต่ตรงสามเหลี่ยมดินแดงไม่ใช่การชุมนุม เป็นการจ้างมาทำร้ายเจ้าหน้าที่ ซึ่งการพกพาอาวุธต้องถูกดำเนินคดีตามหลักสากล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114240</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.กฎหมาย, กมธ.พัฒนาการเมือง, สิระ เจนจาคะ, แฟลตดินแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611cd53e5e7e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82799</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2020 17:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2020 17:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กัดไม่ปล่อย &#039;ส.ส.ก้าวไกล&#039; จี้ &#039;พุทธิพงษ์&#039; ตอมปมสั่งระงับออกอากาศ 4 สื่อออนไลน์  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ย.63 - นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน เเละการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมวาระพิจารณาศึกษากรณีการสั่งให้ตรวจสอบเเละให้ระงับการออกอากาศรายการเเละสื่อสังคมออนไลน์ ได้แก่ วอยซ์ ทีวี (Voice TV) ประชาไท (Prachatai) The Reporters &amp;nbsp;และ THE STANDARD โดยเชิญนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม (DE) พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ &amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้แทนสื่อมวลชนเข้าชี้แจงในกรณีดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปดิพัทธ์ กล่าวว่า จากกรณีที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลมีความต้องการปิดกั้นสิทธิเเละเสรีภาพของสื่อมวลชน ในการแสดงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ชุมนุมที่ผ่านมา ส่งผลให้เห็นว่ารัฐและผู้มีอำนาจได้ลิดรอนสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน คณะกรรมาธิการจึงอยากหารือเพื่อหาแนวทางปฏิบัติร่วมกันระหว่างภาครัฐกับสื่อมวลชนในการเสนอข่าวภายใต้ข้อจำกัดที่เกิดขึ้น รวมไปถึงการปรับตัวต่อสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน ซึ่งจะเป็นบทเรียนในการรับมือต่อสถานการรณ์ในอนาคตต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท จารุวัฒน์ กล่าวว่า จากกรณีที่เกิดขึ้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการออกคำสั่งที่ 4 เรื่องให้ตรวจสอบและระงับการออกอากาศรายการที่มีลักษณะยุยงหรือปลุกปั่นทางการเมือง เนื่องจากมีรายงานจากหน่วยข่าวกรองรายงานว่า สื่อ 5 สำนักเสนอข่าวในแนวทางที่สร้างความแตกแยก ปั่นป่วน 4 กรณีคือ ชักจูง วุ่นวาย แตกเเยก และเป็นข่าวลวง โดยผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกคำสั่งตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาล ให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม (DES ) ไปพิจารณาเนื้อหาว่า มีการนำเสนอในช่องและรายการใดที่เป็นการละเมิดกฎหมายหรือไม่ ขอให้ดำเนินการตามกระบวนการศาล กรณีที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการออกคำสั่งให้ตรวจสอบ แต่ไม่ใช่คำสั่งปิดสื่อ ซึ่งเจ้าหน้าที่ดำเนินตามการกฎหมายที่เกิดขึ้นจากการประกาศใช้พระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายเยี่ยมยุทธ สุทธิฉายา ตัวเเทนสื่อมวลชนจากประชาไท กล่าวว่า การกล่าวอ้างถึงกระบวนการรายงานของฝ่ายข่าวกรอง เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงก่อนดำเนินการหรือไม่ โดยหลักการเเล้วสื่อมวลชนจะมีองค์กรวิชาชีพสังกัด 6 วิชาชีพ ครอบคลุมสื่ออิสระ โดยอาจแบ่งแยกออกไปตามสายงาน หมายความว่าแต่ละสายงานสื่อมวลชนล้วนมีกฎหมายกำกับดูแลอยู่แล้ว จึงขอให้เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่า เนื้อหาที่ข่าวกรองระบุมีลักษณะอย่างไร เป็นการรายงานข้อเท็จจริงหรือบทวิเคราะห์ ขอให้เจ้าหน้าที่ชี้แจงให้ชัดเจนว่า ความผิดที่มีคืออะไร รัฐต้องการให้ถอดเนื้อหาออกหรือต้องการให้หยุดเผยแพร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นอำนาจควบคุมดูแลการเผยแพร่ข่าวสารของสื่อมวลชนตามข้อ 4 ในพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งให้อำนาจเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบ ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจได้ โดยให้ปลัดกระทรวง DE ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ต่อกรณีที่มีคำถามว่าการใช้อำนาจดังกล่าวขัดต่อหลักสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น รัฐธรรมนูญมีหลายมาตรา ต้องดูให้ครบ ในสถานการณ์ปัจจุบันยังใช้รัฐธรรมนูญ 2560 ยืนยันว่า เคารพสิทธิมนุษยชน ซึ่งรัฐบาลใช้อำนาจตามกระบวนการทางศาล ไม่ได้ใช้อำนาจของกระทรวง ในกรณีของ Voice TV มีหลักฐานยืนยันว่า ได้มีการกระทำความผิดที่ละเมิดต่อกฎหมายและก้าวล่วงสถาบัน ส่วนสำนักข่าวอื่นๆ ได้เตือนแล้วและมีการลบเนื้อหาในเบื้องต้นหรือหยุดเผยแพร่ แต่กรณีของ Voice TV ไม่ได้หยุดเผยแพร่ ยังคงดำเนินการต่อซึ่งขัดต่อคำสั่งภายใต้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งตามการดำเนินการของกระทรวง การประกาศว่าสื่อใดละเมิดต่อพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์จะกระทำก็ต่อเมื่อมีผู้ร้องทุกข์ ทุกครั้งที่ส่งเรื่องไปจะประกอบด้วยคำสั่งศาลทุกครั้ง ไม่มีการใช้อำนาจของกระทรวงในการดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส.อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการ กล่าวว่า ขณะนี้สังคมไทยกำลังแตกร้าว สถานการณ์แบ่งเป็น 2 ฝ่าย อย่างชัดเจน กรณีที่เกิดขึ้นมีคำถามว่าหน่วยงานรัฐอาจทำตามใบสั่งของผู้มีอำนาจจะมีการตรวจสอบอย่างไร และคณะกรรมการเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นมาจะทราบได้อย่างไรว่าดำเนินการอย่างโปร่งใส ยุติธรรมและเท่าเทียมกัน ในกรณีที่กล่าวหาว่า Voice TV ใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมนั้นจะพิจารณาอย่างไร เพราะหากติดตามสื่ออื่นๆ โดยเฉพาะสื่อเนชั่นก็จะพบการใช้ถ้อยคำที่มีความรุนแรง ยั่วยุ ปลุกปั่น บิดเบือนต่อผู้ชุมนุม บ่มเพาะความแตกแยกในสังคม จะเห็นได้ว่าเป็นการปฏิบัติ 2 มาตรฐานอย่างชัดเจน ปัจจุบันประชาชนในฐานะผู้ชมเองก็มีความตื่นรู้ ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดรอบด้าน ดังนั้น รัฐจะใช้ข้ออ้างเพื่อมาบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อปิดหูปิดตาประชาชนด้วยการปิดสื่อเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อกรณีนี้ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า รัฐจำเป็นต้องปกป้องสถาบัน กระทรวงต้องทำตามกฎหมาย หากมีการละเมิด คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาเป็นคณะกรรมการเฉพาะกิจ ที่มีคำสั่งใช้ตามพระราชกำหนดการบริการราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งกรณีของ Voice tv พบว่ามีเนื้อหาในเชิงยุยงปลุกปั่นและก้าวล่วงสถาบันเกินความเป็นจริง แต่กรณีเนชั่น ไม่ได้มีการนำเสนอพาดพิงให้เกิดความแตกแยกหรือผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราเคารพการตัดสินใจของบรรณาธิการ เพราะมีบุคคลที่รับผิดชอบและเสนอข่าว ในกรณี Voice TV เราดำเนินตามกฎหมาย เมื่อศาลอุทธรณ์สั่งให้ยกคำร้อง เราก็ไม่ได้ดำเนินการต่อ เราทำตามขั้นตอนของกฎหมาย กรณีที่เกิดขึ้นคือการดำเนินการในช่วงเฉพาะกิจภายใต้การประกาศพระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งเห็นด้วย หากคณะกรรมาธิการชุดนี้จะมีการจัดสัมนาเกี่ยวกับการปฏิบัติแนวทางของสื่อมวลชน ตามกรอบและแนวทางของกฎหมาย เพื่อสร้างความเข้าใจ เกี่ยวกับบทบาทและเสรีภาพของสื่อมวลชน และเชื่อมั่นในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการตามกลไกของรัฐสภา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ช่วงหนึ่งของการชี้แจง ตัวแทนจาก Voice TV ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อกรรมาธิการว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมีลักษณะของการคุกคามสื่อ กรณี Voice TV เป็นการถูกถอดสัญญาณเคเบิ้ล ซึ่งผู้ให้บริการชี้แจงกับช่องว่า ได้ถูกกดดันจากผู้อำนาจโดยใช้ถ้อยคำว่า &amp;ldquo;อย่าไปคบกับโจร&amp;rdquo; จึงมองว่า กรณีแบบนี้เป็นการคุกคามสื่อและเป็นสิ่งที่เจอมาโดยตลอด จึงควรหาแนวทางการปฏิบัติเพื่อหาทางออกร่วมกันในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงท้าย นายปดิพัทธ์ สรุปว่า อยากให้มีเวทีสัมมนาเกิดขึ้น เพื่อให้สื่อมวลชนได้แสดงความคิดเห็นและช่วยกันวางกรอบแนวทางร่วมกับภาครัฐในการปฏิบัติงานสื่อมวลชนในอนาคต ซึ่งในกรณีที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะในช่วงใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือช่วงเวลาปกติ ภาครัฐควรมีการหารือกับสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ เพื่อวางแนวทางร่วมกันป้องกันไม่ให้เกิดการลิดรอนสิทธิและเสรีภาพสื่อมวลชน คณะกรรมาธิการจะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อให้เวทีนี้เกิดประโยชน์จริงอย่างเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82799</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.พัฒนาการเมือง, ปดิพัทธ์ สันติภาดา, ปิดกั้นเสรีภาพสื่อ, พรรคก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201104/image_big_5fa27c40eaa9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78268</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2020 18:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2020 18:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปิยบุตร&#039; โบ้ย &#039;ฝ่ายอนุรักษ์นิยม&#039; ล้มล้างปกครองประชาธิปไตยเพราะไม่ยอมปฏิรูปสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;#39;ปิยบุตร&amp;#39; ชี้หลักการประชาธิปไตยต้องกำกับสถาบันฯ บอกอนุรักษ์นิยมต้องถามตนเองก่อนว่าต้องการระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์หรือระบอบประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.63 -&amp;nbsp;ที่โรงแรมรามาดา บาย วินด์แดมแบงคอก เจ้าพระยาปาร์ค นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ร่วมเป็นวิทยากรในวงสนทนา &amp;ldquo;สานเสวนาปฏิรูปการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&amp;rdquo; ซึ่งจัดโดยคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยวิทยากรอีกราย คือ นายสุลักษณ์ ศิวลักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ ปัญญาชนสยาม ที่ได้มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับตัวแทนกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองต่างๆ อันประกอบไปด้วยกลุ่มประชาชนปลดแอก, แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, กลุ่มไทยภักดี, ภาคีนักศึกษาศาลายา, และสถาบันทิศทางไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายปิยบุตร กล่าวในเบื้องต้นว่า วงเสวนาวันนี้ถือเป็นนิมิตหมายอันดีในการสร้างบทสนทนาระหว่างกลุ่มที่มีความเห็นแตกต่างกันในประเด็นที่มีความละเอียดอ่อน ที่จะทำให้สังคมไทยหาพื้นที่ตรงกลางได้ หัวข้อที่มีการยกมาวันนี้คือเรื่องของการ &amp;ldquo;ปฏิรูป&amp;rdquo; ซึ่งมาจากคำว่า reform การยังคง form เดิมไว้ หมายถึงว่าใช้รูปแบบเดิมแต่เปลี่ยนเนื้อหาไป ไม่เหมือนกับการปฏิวัติที่เริ่มต้นทุกอย่างจากศูนย์ใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อกลับมาพูดถึงการปฏิรูปตามหัวข้อวันนี้ นั่นหมายถึงว่าเราจะยังคงรูปแบบรัฐไทย ที่เป็นประชาธิปไตย เป็นราชอาณาจักร มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และเป็นรัฐเดี่ยว เพียงแต่เนื้อหาเปลี่ยนแปลงไป คำถามคือเราจะคงรูปแบบไว้อย่างไรโดยเปลี่ยนเนื้อหาให้เข้ากับยุคสมัยใหม่&amp;nbsp;สำหรับตนแล้ว เห็นว่าเพื่อให้สอดคล้องกับโลกสมัยใหม่และหลักการประชาธิปไตย จะต้องอยู่ในหลักการสามข้อ คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน จุดเชื่อมโยงของอำนาจรัฐต้องกลับไปที่ประชาชน ได้แก่ ประชาชนเป็นผู้ทรงอำนาจในการกำหนดระบอบและก่อตั้งรัฐธรรมนูญ และประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจ เป็นเจ้าของประเทศร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) เมื่อองค์กรใดมีอำนาจรัฐและใช้อำนาจรัฐ จะต้องถูกตรวจสอบและมีความรับผิดชอบในการใช้อำนาจ ซึ่งไม่เหมือนระบอบเผด็จการหรือสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ที่อำนาจรวมศูนย์และไม่ต้องถูกตรวจสอบ แต่ในระบอบประชาธิปไตยอำนาจทุกอำนาจต้องถูกตรวจสอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) แบ่งแยกปริมณฑลการใช้อำนาจในทางเอกชนออกจากทางสาธารณะให้ได้ หมายความว่าคนที่จะเข้าไปใช้อำนาจในปริมณฑลสาธารณะ ใช้ทรัพยากรของสาธารณะจะต้องใช้อำนาจไปเพื่อสาธารณะ ในโลกสมัยใหม่จะต้องแยกสองแดนนี้ให้ขาดจากกัน ถ้านำมาปะปนกัน เช่นเป็นเจ้าหน้าที่รัฐแต่ใช้ทรัพย์สิน งบประมาณแผ่นดินเพื่อตนเอง การกระทำเช่นนี้เป็นเรื่องที่ผิด ถือได้ว่าเข้าข่ายฉ้อราษฎร์บังหลวง บรรดาองค์กรผู้ใช้อำนาจรัฐทั้งหลายต้องอยู่ภายใต้กรอบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น สถาบันพระมหากษัตริย์ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของประชาธิปไตย จะต้องมีการจัดวางตำแหน่งแห่งที่ให้สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตยได้อย่างไร เราก็ต้องมาดูกฎเกณฑ์ในทางรัฐธรรมนูญและกฎหมายปัจจุบัน ว่ามีอะไรขัดหรือแย้งบ้าง เราก็ต้องไปปรับเพื่อให้เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร กล่าวต่อไปว่าตนเป็นคนที่ชอบฟังฝ่ายอนุรักษ์นิยมพูด ว่าเห็นไม่ตรงกับเราเรื่องอะไรบ้าง แต่สิ่งที่ตนเห็นมาจากวิธีการอธิบายของฝ่ายอนุรักษ์นิยมหลายๆ เรื่องในเวลานี้ ไม่เป็นผลดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เลย เป็นที่น่าเสียดายว่าฝ่ายอนุรักษ์นิยมใช้วิธีการอธิบายที่ไม่เหมือนอนุรักษ์นิยมยุคก่อนหน้า พาเข้ารกเข้าพง และเป็นภัยต่อสถาบันพระมหากษัตริย์มากขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นั่นเพราะคุณไม่ได้ตั้งหลักว่าเราจะเอาระบอบอะไรกันแน่? เว้นเสียแต่คุณจะยืนตรงทะนงองอาจประกาศเลยว่าฉันอยากกลับไปเป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ถ้าแบบนี้ก็จบ เพราะเถียงกันเรื่องระบอบการปกครองแล้ว แต่ถ้ายังยืนยันว่ายังคงเป็นระบอบประชาธิปไตย สถาบันกษัตริย์ก็ต้องปรับให้สอดคล้องกับระบอบ ตอนนี้น้องรุ้งและกลุ่มกำลังโดนศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนว่าใช้เสรีภาพล้มล้างการปกครองหรือไม่ แต่พวกเขายืนยันว่าอยู่ในระบอบการปกครองเดิมนะครับ เขาขอปฏิรูป แต่คนกลุ่มที่มาบอกว่าอยากเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ อันนี้ล้มล้างการปกครองของจริงนะครับ เพราะคุณจะเปลี่ยนจากประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขไปเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์&amp;rdquo; นายปิยบุตรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร กล่าวต่อไปว่า ในฐานะที่สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นองค์กรหนึ่งของรัฐ ต้องอยู่ภายใต้กรอบภารกิจบทบาทหน้าที่ ใครก็ตามที่ไปรับตำแหน่งใดๆ ของรัฐก็จะต้องเจอกรอบภารกิจบทบาทหน้าที่ที่แตกต่างกันไป พระมหากษัตริย์ก็เป็นบุคคลธรรมดาเช่นเรา เพียงแต่มาดำรงตำแหน่งพระมหากษัตริย์กษัตริย์ ก็จะต้องอยู่ภายใต้กรอบของตำแหน่งพระมหากษัตริย์ เมื่อไรก็ตามที่บุคคลใดดำรงตำแหน่งใดของรัฐแล้ว รู้สึกอึดอัด คับข้องใจ อยากมีอิสระ ไม่อยากอยู่ภายใต้กรอบของตำแหน่ง ก็มีทางเลือก คือ ออกจากตำแหน่งนั้น ดังปรากฏให้เห็นจากกรณีของ Edward VIII ที่ทรงสละราชบัลลังก์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78268</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.พัฒนาการเมือง, ปฏิรูปการเมือง, ปิยบุตร แสงกนกกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200922/image_big_5f69dc2ad80ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50627</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2019 12:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2019 12:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป๊อก&#039;พร้อมแจงกมธ.ปมเลือกตั้งท้องถิ่น ระบุจะกาบัตรเมื่อไหร่&#039;กกต.-สถ.&#039;ต้องไปคุยกัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ย.62- &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณี​ กมธ.พัฒนาการเมือง สภาผู้แทนราษฎร เตรียมเรียกเข้าชี้แจงเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า อย่าใช้คำว่าชี้แจงเลย เป็นการไปตามเวลาเพื่อให้ข้อมูล และรายละเอียดเรื่องการเลือกตั้งในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งตนก็จะไปชี้แจงตามที่กมธ.เชิญมา ส่วนการเตรียมการเลือกตั้งท้องถิ่นนั้น ขั้นตอนคือ ครม. หารือร่วมกับ กกต. และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นท้องถิ่น (สถ.) ซึ่ง กกต. และสถ.นั้น จะต้องคุยกันเรื่องเตรียมความพร้อมของทั้ง 2 หน่วย โดยเห็นว่า กกต. พร้อม จากนั้นก็ต้องออกระเบียบ แล้วประกาศในราชกิจจานุเบกษา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถ.ก็ต้องดูเรื่องงบฯในการจัดการเลือกตั้ง ต้องเช็คให้ละเอียดว่าท้องถิ่นทั่วประเทศมีความพร้อมหรือไม่ ซึ่งทางทัองถิ่นจะรายงานกลับมาที่ตนเร็วๆนี้ เพราะการจัดการเลือกตั้งแต่ละท้องถิ่นต้องใช้เงินของตัวเอง หากมีเงินไม่พอก็สามารถดูเงินทดลองราชการ ซึ่งเป็นเงินสำรองที่มีอยู่ และเมื่อ กกต. พร้อม งบฯ พร้อม ก็นำหารือ ครม. เพื่อกำหนดวันเลือกตั้งว่าจะอย่างไรกันบ้สง นี่คือกรอบ และไทม์ไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทย ระบุว่าขณะนี้มีการแทรกแซงการเลือกตั้งซ่อมเขต 7 ขอนแก่น พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า &amp;ldquo;โอ้โห ไปขนาดนั้นเลยหรือ ไม่มีหรอกมั้ง เป็นหน้าที่ของ กกต. ทุกภาคส่วนก็ต้องทำให้โปร่งใสก็แล้วกัน เริ่มต้นพูดกันอย่างนี้แล้วจะไปไหวหรือ ยังไม่ได้อะไรกันเลย ยังไม่ได้กำหนดวัน ยังไม่ได้อะไรเลย แล้วใครจะไปแทรกตรงไหน ใครไปแทรกก็ผิดเวลาไปมั้ง ผมไม่ขอวิจารณ์&amp;rdquo;.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50627</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.พัฒนาการเมือง, บิ๊กป๊อก-อนุพงษ์, มท.1, รมว.มหาดไทย, เลือกตั้งท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd3785d6cccd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
