<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2019 13:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2019 13:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ยุ่งแล้ว!เด็กพปชร.ยื่นกกต.เอาผิดสส.วอล์กเอาต์แต่ยังอยู่ในห้องประชุมซัดละเว้นหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6ธ.ค.62-ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)​ นายสนธิญา สวัสดี สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)​ ยื่นหนังสือถึงกกต.ถึงกรณีผลการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อช่วงวันที่ 27-24​ พ.ย. และวันที่ 4 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยผลจากการประชุมทำให้สภาล้ม ซึ่งพฤติกรรมของส.ส.โดยเฉพาะมีเสียงโห่ร้อง เสียงดังในห้องประชุมสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาได้ออกมาเตือนส.ส.ว่าไม่ใช่โรงเหล้า ทั้งนี้ตนได้ดูพฤติกรรมของส.ส.มาโดยตลอดตั้งแต่ทำงานมา 4-5 เดือน จะเห็นได้ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ไม่ชอบใจ ก็จะแสดงพฤติกรรมส่งเสียงโห่ร้อง วันนี้ตนจึงมายื่นเรื่องต่อกกต.เพื่อให้ตรวจสอบจริยธรรมของส.ส.ที่มีการแสดงพฤติกรรมขณะที่อยู่ในห้องประชุมสภาฯด้วยการส่งเสียงโห่ร้องในห้องประชุม ซึ่งขัดต่อข้อกำหนดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร ป.)​ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 15 (11) ในเรื่องจริยธรรมในการประพฤติปฏิบัติของส.ส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิญา กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีความผิด ในเรื่องการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งประชาชนที่ติดตามดูการถ่ายทอดการประชุมสภาฯที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่ามีส.ส.จำนวนหนึ่งวอล์กเอาต์&amp;nbsp; โดยไปยืนรวมอยู่ที่เดินด้านหลังห้องประชุมเพื่อคอยรอดูผลการลงมติในวาระต่างๆของการประชุมสภาฯ นั้น โดยที่ส.ส.กลุ่มดังกล่าวยังคงอยู่ในห้องประชุมฯแสดงว่าเขาไม่ได้ทำหน้าที่ที่ได้รับจากการเลือกตั้งจากประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เพราะถ้าจะวอล์กเอาต์ก็ต้องเดินออกจากห้องประชุมไปเลย ซึ่งส.ส.ถ้ายังอยู่ในห้องประชุมสภาฯก็ต้องทำหน้าที่และทำได้เพียง3อย่างเท่านั้น คือ ลงมติ ไม่ลงมติ และงดเว้นการลงมติในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดังนั้น ตนจึงกราบเรียนมายังกกต.เพื่อประสานประธานรัฐสภา ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของส.ส.หรือไม่ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ส.ส.ไม่ทำตามหน้าที่ในรัฐสภา ห้องประชุมสภาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมขอเรียกร้องให้ส.ส.ทั้งหมดลำดับความสำคัญของปัญหาประเทศ อย่าทะเลาะในเรื่องของการจัดตั้งกมธ.ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของหัวหน้าคสช.ที่ผ่านมา ตามม.44 ทำให้ใครเดือดร้อนบ้าง เพราะสิ่งเหล่านั้นมันเกิดประโยชน์แก่คนบางกลุ่มเท่านั้น แต่วันนี้ผมขอเสนอว่าให้รัฐสภาตั้งคณะกมธ.ทั้งสภาฯ ร่วมกันทุกพรรคการเมืองโดยมีวาระเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้กับพี่น้องประชาชนและประเทศไทย ซึ่งเป็นปัญหาสภาวะเศรษฐกิจที่ประสบกันทั้งโลก วันนี้ส.ส.จะต้องทำหน้าที่ร่วมกันในการแก้ปัญหาความเป็นอยู่ของประชาชนและเงินในกระเป๋าของประชาชน เพื่อช่วยกันเสนอแนวทางนโยบายต่อรัฐบาลให้นำไปแก้ไขต่อไป เนื่องจากขณะนี้ส..ส.อยู่ในฝ่ายนิติบัญญัติถือว่าเป็นสถาบันหลักของประเทศโดยฝ่ายรัฐบาลทำหน้าที่บริหาร ประธานศาลฎีกาดูแลการทำหน้าที่ของตุลาการ แต่วันนี้ปัญหาแรกที่ค่อนข้างจะมีปัญหาคือฝ่ายนิติบัญญัติ &amp;quot; นายสนธิญา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิญา กล่าวอีกว่า ฝากถึงนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยพูดไว้เมื่อวันที่ ‪4 มิ.ย.‬ก่อนที่จะมีการโหวตนายกรัฐมนตรีว่าทุกคนต้องเคารพมติพรรค เพราะเราเป็นสถาบัน ถ้าอย่างนั้นพรรคจะอยู่ไม่ได้หากเราไม่เคารพองค์กร แต่วันนี้นายเทพไทซึ่งแหกมติพรรค โดยขอใช้อภิสิทธิ์แล้วไปลงมติอยู่ฝ่ายค้าน อย่างนี้นายเทพไททำตามคำที่พูดไว้หรือไม่ ตนไม่แน่ใจว่าการกระทำของนายเทพไทนั้นกระทำเพราะการเสนอนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แล้วไม่ได้เข้ามาเป็นประธานกมธ.วิสามัญพิจารณาผลกระทบจากการกระทำของประกาศละคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)และใช้อำนาจของหัวหน้าคสช.ตามมาตรา 44 ของสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ แล้วมีการตีโพยตีพายไปเรื่อยๆ และฝากถามว่ารัฐบาลนี้ทำงานได้แค่ 6-7 เดือนเอง หลังจากนี้ถ้ามีการแหกมติพรรคและไม่ทำตามมติพรรคขณะที่เสียงของรัฐบาลเองก็อยู่ค่อนข้างจะก้ำกึ่งอยู่ตลอดเวลาแบบนี้จะทำงานได้อยู่หรือไม่ แต่เสถียรภาพการผ่านมติต่างๆของสภาสามารถทำได้หรือไม่เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่เราไม่มีวินัยเรื่องของมติพรรค และสิ่งเหล่านี้นายเทพไทเป็นคนพูดเอง
&amp;nbsp;&amp;ldquo;เช่นนั้นท่านได้หยิบเอาน้ำลายที่ท่านถ่มลงไปในพื้นกลับมากลืนกิน ผมจึงเรียกร้องว่าขอให้ท่านมีอุดมการณ์เหมือนที่ท่านพูดไม่เป็นไม้หลักปักขี้เลน แล้วมาทำตามที่ท่านพูดคือส.ส.ทุกคนต้องทำตามมติพรรค&amp;rdquo; นายสนธิญา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51920</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศึกษาผลกระทบมาตรา 44, นายเทพไท เสนพงศ์, ส.ส.วอล์กเอาต์, สนธิญา สวัสดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191206/image_big_5de9f33e0248b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51903</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2019 09:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2019 09:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่ยกปชป.เย้ยหนักมาก!กุนซือ&#039;บิ๊กตู่&#039;โง่ พลาดแล้วโค่นกมธ.ศึกษาม.44</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ธ.ค.62- นางกาญจนี วัลยะเสวี หรือ ติ๊งต่าง เจ้าของฉายาไฮโซสปอร์ตคลับและแกนนำกลุ่มชาวไทยหัวใจรักสงบ แม่ยกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กKanjanee Valyasevi ว่า รบ.นี้พลาดแล้วที่โค่นญัตติศึกษาการใช้อำนาจของคสช. รวมทั้งม.44 -- กุนซือโง่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีอื่นที่ใช้​ ม.44 ไม่มีปัญหา​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- มีคดีเดียวที่กลัวเขารื้อฟื้น​ คือคดีเหมืองทอง​ เพรา​ะพันทั้งกรณีเป็นข้าราชการของรัฐหรือไม่​ ที่จะส่งผลถึงการนำชื่อมาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี​ ได้หรือไม่​ รวมถึงถ้าแพ้คดีอาจต้องชดใช้กว่า​ 30,000 ล้าน
## อย่างนี้หรือเปล่า จึงตายเป็นตาย ต้องไม่มี กมธ. ม.44 ... อิ อิ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51903</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศึกษาผลกระทบมาตรา 44, กาญจนี วัลยะเสวี, กุนซือโง่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191206/image_big_5de9bc2262b36.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51393</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2019 13:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2019 13:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039;ปัดปชป.เล่นเกมการเมืองยันสภาฯล่ม2ครั้งไม่กระทบเสถียรภาพรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29พ.ย.62-เมื่อเวลา 10.45 น. ที่ฮอลล์ 5 อิมแพ็ค เอ็กซิบิชัน ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์&amp;nbsp; ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมพิธีเปิดงาน&amp;nbsp; &amp;ldquo;Thailand Rubber Expo&amp;rdquo; ถึงการทำงานภายในสภาฯของพรรคร่วมรัฐบาล ภายหลังเหตุสภาฯ ล่มถึง 2 ครั้งว่า เสถียรภาพของสภาฯนั้นขึ้นอยู่สองส่วน หนึ่งคือ เสถียรภาพในการทำงานร่วมกันภายในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตนยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาอะไร ขณะที่ทีมเศรษฐกิจก็ยังทำงานร่วมกันได้ดี นายกฯก็นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานประชุมในภาพรวม และสองคือ เราเป็นระบบรัฐสภา โดยเสียงข้างมากในสภาฯ มีความสำคัญต่อเสถียรภาพของรัฐบาล เราไม่ใช่ระบบประธานาธิบดี ที่แพ้หรือชนะ แล้วเสียงจะไม่มีผลต่อประธานาธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่ในระบบของเรา รัฐบาลจะอยู่ได้ก็ขึ้นอยู่กับเสียงข้างมากในสภาฯ ฉะนั้น เสียงของรัฐบาลจึงสำคัญ และกลไกวิปในสภาฯ ก็มีความสำคัญด้วย ที่จะต้องทำหน้าที่ในการรวบรวมเสียงเมื่อมีการโหวตเรื่องสำคัญ แต่ก็ไม่ใช่ทุกเรื่องเช่น พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2563 อันนี้ถ้าไม่ผ่านก็มีผลกระทบต่อเสถียรภาพ หรือกฎหมายที่รัฐบาลเป็นผู้เสนอ ถ้าไม่ผ่านรัฐบาลต้องตัดสินใจทางการเมืองอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะถือว่าแพ้เสียงในสภาฯ รัฐบาลก็ถือว่าอยู่ยาก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า แต่ถ้าเป็นเรื่องทั่วไปอาจจะมีผลบ้าง คือกระทบทางอ้อม ไม่ใช่กระทบโดยตรง ไม่ได้มีผลจะให้รัฐบาลอยู่ได้หรือไม่ได้ เช่น ญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ (กมธ.) พิจารณาศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการใช้อำนาจของหัวหน้าคสช.ตามมาตรา 44 เป็นญัตติของสภาฯ ไม่ใช่รัฐบาล จะแพ้ชนะหรือใครมากกว่าใคร ก็ไม่ได้มีผลกระทบโดยตรง แต่อาจจะมีการนำมาตีความข้างเคียงกับการเมืองได้บ้าง อย่างไรก็ตาม เป็นหน้าที่ของทุกพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาล ต้องช่วยกันทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพในสภาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลนี้ผมเข้าใจและเห็นใจ เพราะว่าเสียงมันปริ่มน้ำตั้งแต่ต้น ตอนนี้สภาฯ มีผู้แทน 500 คน เป็นเสียงรัฐบาลที่เป็นทางการ 254 เสียง ก็เกินมานิดเดียว ก็อาจจะกระท่อนกระแท่นบ้างบางส่วน แต่เราต้องมาดูว่า อันไหนที่กระทบเสถียรภาพโดยตรง อันไหนโดยอ้อม หรืออันไหนเป็นเรื่องของสภาฯ ถ้าเราแยกแยะได้เราก็จะเข้าใจ&amp;rdquo; นายจุรินทร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มี 6 ส.ส.โหวตหนุนฝ่ายค้าน ในการตั้งกมธ.ศึกษากระทบจาก ม.44 นายกฯได้สอบถามหรือแนะนำอะไรหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า วิปของพรรคประชาธิปัตย์ จะต้องไปพูดคุยกัน เพราะมีหน้าที่จะต้องไปทำความเข้าใจและเป็นผู้รวบรวมเสียงในสภาฯ ในส่วนของพรรคปชป.นายกฯไม่ได้ถามอะไร ท่านบอกว่าไม่มีปัญหา ท่านเข้าใจอยู่แล้ว ซึ่งท่านก็พูดคำสองคำ ก่อนจะขึ้นเปิดงานบนเวทีเท่านั้น และท่านไม่ได้ขอร้องอะไร เพียงแต่เปรยขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่ามีคนมองว่าพรรคประชาธิปัตย์กำลังเล่นเกมการเมืองกันอยู่ นายจุรินทร์ปัดตอบ ก่อนกล่าวเพียงว่า ตนคิดว่าทุกพรรคต้องช่วยกันในการรวบรวมเสียง เป็นภาระหน้าที่ร่วมกัน สำหรับการทำงานร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ในระบบรัฐสภา ทุกเสียงในสภาฯจึงมีความสำคัญ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51393</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศึกษาผลกระทบมาตรา 44, จุรินทร์  ลักษณวิศิษฎ์, สภาล่ม2ครั้ง, เสถียรภาพรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191127/image_big_5dde09b024050.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51389</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2019 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2019 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;ลั่นไม่จำเป็นตั้งกมธ.ศึกษาผลกระทบม.44 ยกคำนายกฯชวนหน้าที่พรรคร่วมรบ.รักษาองค์ประชุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29พ.ย.62-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่บรรจุไว้ในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ต้องเร่งดำเนินการภายใน 1 ปีใช่หรือไม่ ว่า เขาจะตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญกันอยู่แล้ว ส่วนจะเสร็จหรือไม่เสร็จนั้นตนไม่ทราบ เพราะเมื่อเสร็จจาก กมธ.แล้ว ยังต้องรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบอีกครั้ง ซึ่งเมื่อเริ่มศึกษาถือว่าได้ดำเนินการตามกรอบ 1 ปีแล้ว และที่จริงการศึกษาเรื่องรัฐธรรมนูญควรจะทำก่อนหน้านี้สักพักหนึ่งแล้วด้วยซ้ำ แต่เนื่องจากมีเรื่องต่างๆ ที่ด่วนกว่า เช่น เรื่องปากท้อง เลยยาวออกมา ส่วนเวลาที่เหมาะสมสำหรับลงมือแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ยังไม่รู้ว่าเขาจะแก้อะไร จึงไม่สามารถระบุได้ เพราะแต่ละคนพูดกันมาคนละเรื่องสองเรื่อง ให้รัฐบาลคิดอาจจะไม่ตรงกับสิ่งที่คนอื่นเสนอมา เรื่องนี้คงต้องไปคุยกันใน กมธ.
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้สภาฯอยู่ระหว่างการพิจารณาญัตติตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบการใช้อำนาจตามมาตรา 44 อยู่ จะสามารถนำญัตติแต่งตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาพิจารณาก่อนได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็ให้เสร็จไปเป็นเรื่องๆ หากข้ามญัตติเก่าจะตกไปทันทีตามข้อบังคับ ซึ่ง ส.ส.ต้องไปคุยกัน
เมื่อถามว่า การที่สภาฯล่มสองวันติดต่อกัน จะกลายเป็นปัญหาต่อไปในอนาคตหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ขอตอบ แต่นายชวน หลีกภัย สมัยเป็นนายกรัฐมนตรี เคยระบุว่าไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อยหน้าที่รักษาองค์ประชุมให้ครบเป็นหน้าที่ของพรรคร่วมรัฐบาล ฝ่ายค้านจะเดินออกเดินเข้าถือเป็นสิทธิของเขา
ถามว่า เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นแล้วจะต้องแสดงความรับผิดชอบอะไรหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า แล้วแต่เรื่อง ถ้าเรื่องใหญ่ต้องรับผิดชอบ ถ้าเรื่องธรรมดาปกติเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องไปรับผิดชอบอะไรมากกว่านี้ เช่น การเสนอกฎหมายถือเป็นเรื่องที่ต้องรับผิดชอบ แต่ครั้งนี้เป็นญัตติธรรมดา อีกทั้งเป็นญัตติฝ่ายค้านด้วย และตอนนี้คำสั่งและประกาศตามมาตรา 44 เหลือไม่กี่ฉบับ ความเห็นที่ไม่ควรตั้ง กมธ.ชุดนี้ขึ้นมา เพราะสามารถส่งไปยัง กมธ.สามัญชุดต่างๆ ได้ และน่าจะดีกว่า เพราะมันจะลึกกว่าการเข้า กมธ.วิสามัญเพียงชุดเดียว
เมื่อถามย้ำว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการตั้ง กมธ.ชุดนี้ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า &amp;ldquo;ครับ คือผมมองว่าไม่จำเป็น&amp;rdquo; และความเห็นของตนไม่เกี่ยวกับการจะเรียกนายกฯหรือใครไปชี้แจง เพราะชุดไหนก็เรียกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51389</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศึกษาผลกระทบมาตรา 44, กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ, นายวิษณุ  เครืองาม, สภาล่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190920/image_big_5d849e921aa77.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51384</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2019 11:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2019 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระตุกสำนึกรัฐบาล-ฝ่ายค้าน&#039;หมอระวี&#039;จี้ทบทวนตัวเองก่อนปชช.หมดศรัทธาหลังสภาล่ม2ครั้งซ้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29พ.ย.62-น.พ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงปัญหาสภาล่ม 2 ครั้ง จากกรณีฝ่ายค้านวอล์กเอาต์เนื่องจากไม่พอใจที่ รัฐบาลเสนอญัตติให้นับคะแนนใหม่ หลังจากพ่ายแพ้ผลโหวต ในการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาผลกระทบการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นการเล่นเกมทางการเมืองมากเกินไปทั้ง 2 ฝ่าย ไม่เป็นประโยชน์ ทำให้การทำงานของสภาฯต้องหยุดชะงัก จึงอยากให้ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ทบทวนบทบาทของตัวเองเสียใหม่ เพื่อไม่ให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา และเบื่อหน่ายนักการเมืองมากไปกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมคิดว่าถ้ารัฐบาลยอมถอยให้มีการตั้ง กมธ. วิสามัญศึกษาผลกระทบการใช้อำนาจ ตามมาตรา 44 ฝ่ายค้านก็ต้องมีคำมั่นสัญญาว่าจะใช้กรรมาธิการเพื่อการศึกษาจริงๆ ไม่ใช่นำกรรมาธิการมาเล่นเกมการเมืองแบบกมธ.ป.ป.ช.ชุดที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เป็นประธาน ที่มีการเชิญนายกรัฐมนตรี และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไปชี้แจงแบบไม่สมเหตุสมผล จนเกิดความวุ่นวายลุกลามกลายเป็นความขัดแย้ง&amp;quot; น.พ.ระวี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกระแสการต่อรองตำแหน่ง กมธ.ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นสาเหตุที่ทำให้สภาล่ม 2 ครั้งติดด้วยหรือไม่ น.พ.ระวี กล่าวว่า หากเป็นแบบที่ว่าพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคมีการต่อรองจริง ก็ขอให้ยุติอย่าดึงสภาทั้งสภามาเล่นเกมการเมืองและทำให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปไม่ได้ เพราะการประชุมในแต่ละครั้งต้องสูญเสียงบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชนเป็นจำนวนเงินกว่า 2 ล้านบาท ที่ต้องจ่ายเป็นค่าเดินทางของสมาชิกทั้ง 500 คนยังไม่รวมถึงค่าอาหารและการจัดประชุมในแต่ละวันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51384</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศึกษาผลกระทบมาตรา 44, น.พ.ระวี มาศฉมาดล, ฝ่ายค้านวอร์กเอาต์, พรรคพลังธรรมใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191011/image_big_5d9fff176c126.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51311</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2019 11:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2019 11:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039; บอกรบ.ไม่จำเป็นต้องแจงคำสั่ง ม.44 ชี้ กมธ.ทั้ง 22 คณะพิจารณาได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ย.62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมสภามีแนวโน้มไม่ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาผลกระทบจากการใช้มาตรา&amp;nbsp;44&amp;nbsp;รัฐบาลจำเป็นต้องชี้แจงต่อข้อสงสัยของสังคมหรือไม่ ว่า ไม่ทราบ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้มีหลายญัตติที่เสนอเข้ามา ทั้ง นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งวัตถุประสงค์ก็แตกต่างกันไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าหากสังคมสงสัย ก็ควรจะมีการชี้แจงเรื่องนี้ให้สังคมเกิดความกระจ่างหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ของรัฐบาลไม่ชี้แจงอะไรทั้งนั้น แต่ส.ส.ที่อภิปรายก็บอกว่าไม่ต้องตั้งคณะกรรมาธิการแล้ว เพราะคณะกรรมาธิการที่มีอยู่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;คณะ สามารถพิจารณาได้หากเกี่ยวกับคำสั่งฉบับไหน ก็เรียกมาชี้แจงได้อยู่แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51311</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศึกษาผลกระทบมาตรา 44, ตั้งคณะกรรมาธิการ, ปิยบุตร แสงกนกกุล, วิษณุ เครืองาม, สาทิตย์ วงศ์หนองเตย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191125/image_big_5ddb71350bf85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
