<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2020 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2020 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;พีระพันธุ์&#039; เผย กมธ.เสียงส่วนใหญ่เห็นควรไม่ต้องแก้ &#039;ม.272&#039; ตัดอำนาจ ส.ว. เหตุใช้แค่ชั่วคราว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาฯถกแนวแก้รธน. &amp;ldquo;พีระพันธุ์&amp;rdquo; แนะตัดหมวดปฏิรูปออกจากรัฐธรรมนูญ ทำเป็นกม.ลำดับรองแทน&amp;nbsp; เผยเสียงส่วนใหญ่เห็นควรไม่ต้องแก้ม.272 เหตุใช้แค่ชั่วคราว&amp;nbsp;ด้าน &amp;ldquo;ธีรัจชัย&amp;rdquo;&amp;nbsp; ชี้ ยกร่างใหม่ ศาล-องค์อิสระห้ามเป็นอภิสิทธิ์ชน ลั่นต้องตรวจสอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.63 - เมื่อเวลา&amp;nbsp;11.00 น.&amp;nbsp;ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฏร ที่มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯคนที่&amp;nbsp;2 เป็นประธานการประชุม&amp;nbsp;พิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;ซึ่งมีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธานกมธ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีระพันธุ์ กล่าวถึงสาระสำคัญของรายงาน ว่า ระบบเลือกตั้งควรกลับไปใช้ระบบเลือกตั้งแบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และควรยกเลิกการเสนอชื่อนายกฯ ไม่ควรกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ขณะที่การคำนวณหาส.ส.บัญชีรายชื่อ ตามมาตรา 91 ควรยกเลิก ส่วนส.ว.นั้น มีข้อเสนอให้มีอำนาจถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง องค์กรอิสระ ตุลาการ เพื่อไม่ให้กรรมการในองค์กรดังกล่าวใช้หน้าที่ไม่ถูกต้อง ส่วนการเลือกกันเองของส.ว. นั้นต้องแก้ไขประเด็นข้อห้ามเลือกส.ว.ในกลุ่มอาชีพเดียวกันให้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ประเด็นยุทธศาสตร์ชาติควรปรับปรุงให้แก้ไขได้ภายในระยะเวลา 2 ปี และให้ประชาชนทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ขณะที่องค์กรตุลาการ ศาล นั้นการใช้ดุลยพินิจพิพากษา ที่อาจถูกแทรกแซง หรือมีอคติ ไม่เป็นไปตามระเบียบ หรือกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ควรมีบทบัญญัติการพิจารณาพิพากษาที่เป็นอิสระ ส่วนที่มีผลพิพากษาแทรกแซงนั้นให้ถือเป็นโมฆะ และให้สิทธิผู้ต้องคำพิพากษาที่ถูกแทรกแซงสามารถโต้แย้งได้ ส่วนศาลยุติธรรมนั้นมีข้อเสนอว่าไม่ควรตั้งผู้พิพากษาเป็นกรรมการในหน่วยงานหรือองค์กรอื่นของรัฐ รวมถึงไม่ควรเข้ารับการอบรมของหน่วยงานของรัฐ ขณะที่ศาลไม่ควรตั้งหลักสูตร อบรม เพราะจะเปิดช่องให้เกิดความใกล้ชิด สร้างสัมพันธ์ส่วนตัวซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อว่า ศาลปกครองไม่ควรใช้มติของที่ประชุมใหญ่ของศาลเพื่อแก้ไขกฎหมายเอง ขณะที่ศาลทหารเสนอให้จำกัดกรอบพิจารณาเฉพาะเจ้าาหน้าที่ทหาร เว้นกรณีมีศึกสงคราม ส่วนศาลรัฐธรรมนูญ กมธ.ฯ​เห็นว่ามีอำนาจกว้างขวาาง และคำวินิจฉัยมีผลกระทบทางการเมือง ดังนั้นควรจำกัดขอบเขต การผูกพันองค์กรต่างาๆ และควรให้รัฐสภา ฐานะตัวแทนประชาชนตรวจสอบศาลรัฐธรรมนูญได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ ของตุลาการ และเรื่องการตรวจสอบนั้นควรให้ฝ่ายนิติบัญญัติตรวจสอบคำพิพากษาของตุลาการในเกณฑ์ที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดการถ่วงดุลตามระบอบประชาธิปไตยกำหนดให้ผู้พิพากษาตุลาการ ร้องต่อ ป.ป.ช. กรณีใช้ดุลยพินิจที่มิชอบได้ ทั้งนี้การใช้ดุลยพินิจดังกล่าวต้องมีกลไกกำกับให้การใช้ดุลยพินิจที่ถูกต้องด้วย&amp;quot;นายพีระพันธุ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีระพันธุ์ กล่าวด้วยว่า องค์กรอิสระต้องกำหนดกรอบและอำนาจการตรวจสอบ เช่นเดียวกันควรให้รัฐสภามีอำนาจตรวจสอบ การทำงานองค์กรอิสระได้ นอกจากนั้นคณะกรรมการการเลือตั้ง (กกต.) ไม่ควรมีหน้าที่เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และควรให้ศาลฎีกาพิจารณาแทน ขณะที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีการชี้มูลความผิดต้องมีพยานหลักฐานแน่ชัดไม่เพียงเพราะเชื่อได้ว่า​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีระพันธุ์ รายงานว่า ส่วนบทบัญญัติว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ​นั้น มีข้อเสนอของกมธ.ฯ หลายแนวทาง แต่ที่เห็นร่วมกันมากที่สุด คือ ยกเลิกเงื่อนไขที่ใช้เสียงส.ว. เห็นชอบวาระแรกและวาระสาม ด้วยเสียง 1 ใน 3&amp;nbsp; เหลือเป็นเสียงข้างมากของที่ประชุมรัฐสภา รวมถึงยกเลิกในเกณฑ์ที่ใช้เสียงส.ส.ฝ่ายค้านร้อยละ 20&amp;nbsp;และยกเลิกการทำประชามติส่วนที่กำหนดให้ดำเนินการกรณีที่แก้ไขเนื้อหาเกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะ ต้องห้ามของผู้ดําารงตําาแหน่งต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญ หรือ เรื่องที่เกี่ยวกับหน้าที่หรืออําานาจของศาลหรือองค์กรอิสระ หรือเรื่องที่ทําาให้ศาลหรือองค์กรอิสระไม่อาจปฏิบัติตาม หน้าที่หรืออํานาจได้&amp;nbsp; ทั้งนี้ กมธ.มีข้อเสนอด้วยว่าหากแก้ไขหลายมาตรา รูปแบบที่ดี คือ การตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ยกร่างใหม่ ยกเว้นหมวด 1 และหมวด2 จากนั้นให้นำร่างรัฐธรรมนูญออกเสียงประชามติหลังทำเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีระพันธุ์ กล่าวด้วยว่า หมวดการปฏิรูปประเทศ กมธ.เสนอให้ตัดออกจากรัฐธรรมนูญ เพราะปฏิบัติไม่ได้จริง เป็นอุปสรรค และล่าช้า และควรบัญญัติเป็นกฎหมายระดับรอง ขณะที่มาตรา 272 ว่าด้วยอำนาจส.ว.ลงมติเลือกนายกฯ นั้น ที่ประชุมเห็นเป็น 2 แนวทาง คือ กมธ.เสียงข้างน้อย เห็นว่าควรแก้ไข&amp;nbsp;ขณะที่กมธ.เสียงส่วนใหญ่เห็นว่าไม่ควรยกเลิก เพราะเป็นการทำชั่วคราว ขณะที่มาตรา 279 ว่าด้วยการรับรองประกาศและคำสั่งคสช.นั้น กมธ.มีความเห็นในสัดส่วนใกล้เคียงกัน คือ ควรยกเลิกเพราะทำให้ไม่สามารถตรวจสอบประกาศ คำสั่งของคณะปฏิวัติได้ อีกความเห็นคือ ไม่ควรแก้ไข เพราะกังวลว่าจะมีผลกระทบทางกฎหมาย และหากคำสั่งหรือประกาศใดที่ควรยกเลิกควรใช้กลไกของรัฐสภาออกเป็นพระราชบัญญัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ศาลและองค์กรอิสระต่างๆออกแบบไว้ไม่สามารถตรวจสอบถ่วงดุลได้ ซึ่งหมายถึงอำนาจตุลาการเด็ดขาด จากที่อ่านรายงานของคณะกมธ.เขียนไว้ตนเห็นด้วยและถูกใจ เพราะเขียนไว้ในข้อสังเกตว่าควรกำหนดให้มีกระบวนการตรวจสอบในใช้อำนาจของผู้พิพากษาและตุลาการพิจารณาคดี ในกรณีที่คดีขัดต่อควาสงบเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรัจชัย กล่าวอีกว่า ถ้าไม่มีองค์กรตรวจสอบถ่วงดุลนิติบัญญัติจะทำให้ศาลตัดสินไปตามอำเภอใจหากกระบวนการตรวจสอบภายในไม่ดี เช่น คดีนายอานนท์ นำภา เมื่อวันที่&amp;nbsp;4 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้ฝากขังและมีเงื่อนไขในการปล่อยตัวชั่วคราว&amp;nbsp;โดยมีนักวิชาการตั้งข้อสังเกตว่าศาลสันนิษฐานว่าได้มีการกระทำผิดแล้ว จากนั้น พนักงานสอบสวนยื่นขอให้เพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งศาลก็เชื่อเช่นนั้นจึงเพิกถอน ทำให้นายอานนท์ต้องถูกคุมขัง ประเด็นคือมันคลาดเคลื่อนต่อหลักรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะสันนิษฐานว่าเป็นผู้กระทำความผิดแล้ว ตามประมวลกฏหมายวิธีพิจารณาความอาญา เงื่อนไขการปล่อยตัวเป็นการพิจารณาของศาล เพื่อปกป้องการหลบหนีและปกป้องความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่ได้พูดถึงการกระทำความผิด แต่ศาลกำหนดเกินกว่ากฏหมาย น่าจะคลาดเคลื่อนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา188&amp;nbsp;ต้องพิจารณาอรรถคดีตามกฏหมาย ถามว่ามีใครตรวจสอบหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้าเป็นไปตามได้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญการถ่วงดุลของศาลและองค์กรอิสระทุกองค์กรต้องมี ไม่ใช่มีอภิสิทธิ์ เป็นผู้ที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ หรือเป็นคนที่ไม่รับผิดชอบต่อดุลยพินิจของตัวเองหรือการกระทำของตัวเอง สร้างความเดือดร้อนล่วงละเมิดสิทธิเสรีภาพต่อประชาชน&amp;quot;&amp;nbsp;นายธีรัจชัย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77048</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศึกษาแก้รัฐธรรมนูญ, ประชุมสภาผู้แทนราษฎร, พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, แก้ไข รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f59e1391185b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับแกนนำม็อบมุ้งมิ้ง ก้าวไกล-ก้าวหน้าพล่าน/เหลิมโผล่ชงแก้3มาตรา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ประธานวิปรัฐบาลระบุรอผลสรุป กมธ.ศึกษาแก้ รธน. ก่อนยอมรับแก้ยาก ขอฝ่ายค้านรอเดินหน้าไปพร้อมกัน เผยส.ว.บางคนเห็นด้วยตั้ง ส.ส.ร. &amp;quot;อนุดิษฐ์&amp;quot; วอน &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; สั่งการทุกฝ่ายร่วมแก้ รธน. &amp;quot;ดร.เหลิม&amp;quot; มาแปลก เสนอแก้ 3 มาตรายกเลิกรธน.ปี 60 นำปี 40 ใช้ อ้าง กม.ไม่ห้ามถือว่าทำได้ &amp;ldquo;ปิยบุตร&amp;rdquo; ดันล้างมรดก คสช. แต่ขอ ส.ว.ร่วมมือกันแก้ ปชช.ปลดแอกนัดชุมนุมใหญ่ 16 ส.ค.ที่อนุสาวรีย์ฯ ขณะที่ &amp;quot;อานนท์-ไมค์&amp;quot; โดนตำรวจจับ แจ้ง 7 ข้อหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน &amp;quot;โรม-ปิยบุตร-ช่อ&amp;quot; โวยใช้กฎหมายปิดปาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงความคืบหน้าการพูดคุยเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญกับพรรคร่วมรัฐบาลว่า พรรคร่วมรัฐบาลขอให้รอคณะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 สรุปและส่งรายงานให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาก่อน เพื่อให้ทราบแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าควรดำเนินการอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมเสนอญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อสภาในวันที่ 15&amp;nbsp; สิงหาคมนี้ อยากขอร้องให้ฝ่ายค้านเดินหน้าไปพร้อมกัน เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญ และแก้ไขยากพอสมควร จึงขอให้ค่อยๆ คิด ค่อยๆ ทำ&amp;rdquo; ประธานวิปรัฐบาลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา (ส.ว.) คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มีผลต่อการตัดสินใจของวิปรัฐบาลด้วยหรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า ถือเป็นอีกเรื่อง และไม่ขอนำมาปนกัน เพราะเมื่อถึงวันหนึ่งต้องพูดคุยกัน โดยพูดคุยกับ ส.ว.บางคนนอกรอบบ้างแล้ว ซึ่งก็สนับสนุนการแก้ไขในบางประเด็นที่ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับ ส.ว. ขณะเดียวกัน ในวันที่ 7 ส.ค.นี้ วิปรัฐบาลประชุมร่วมกันเพื่อเตรียมความพร้อมการประชุมสภาในสัปดาห์หน้า โดยในวันนี้ที่ประชุมพูดคุยแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย โดยจะให้แต่ละพรรคร่วมรัฐบาลไปแจ้งพรรคการเมืองของตนว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไร ก่อนนำ ความเห็นมาเสนอต่อวิปฯ เพื่อตัดสินใจร่วมกันต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้า คสช.และพวกพ้องอยู่เบื้องหลังการสร้างรัฐธรรมนูญปี 60 ฉบับนี้ขึ้นมาเอง พร้อมกับผูกเงื่อนตายให้แก้ไขได้ยากมาก ยกเว้นจะได้รับไฟเขียวจาก พล.อ. ประยุทธ์เท่านั้น ดังนั้นหากนายกฯ มีความจริงใจก็สามารถแก้ไขได้ทันที ไม่จำเป็นต้องออกตัวโยนให้เป็นเรื่องของรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเตะถ่วงหรือขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะยิ่งกลายเป็นประเด็นเร่งเร้าให้ม็อบจุดติด และทำให้มีผู้เข้าร่วมชุมนุมกับม็อบมากขึ้น จะทำให้การชุมนุมขยายตัวและแพร่หลายไปทั้งประเทศ&amp;nbsp; จึงอยากขอวิงวอนให้นายกฯ และพวกพ้องรีบสั่งการทุกฝ่าย ให้ความร่วมมือกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเร็วที่สุด&amp;quot; น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์เสนอทางออกประเทศไทย มีใจความสำคัญว่า 1.ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันปี 60 ทันที 2.ให้นําเอารัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 มาใช้บังคับเป็นการชั่วคราวทันที 3.นายกรัฐมนตรีต้องประกาศยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ภายใน 60 วัน โดยเป็นการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 40 จากนั้น จึงมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ถาวรต่อไป เพื่อให้เป็นรูปธรรมที่สามารถปฏิบัติได้จริง ผมจะได้เสนอให้สมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้านพิจารณาเห็นชอบใน 3 ข้อดังกล่าว โดยการร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 63 ซึ่งจะมีเพียง 3 มาตราดังกล่าวเท่านั้น ไม่มีเนื้อความยุ่งยากใดๆ พิจารณาเพียง 3 วันก็แล้วเสร็จ จากนั้นก็จะนําส่งให้ผู้นําฝ่ายค้านนําขึ้นกราบบังคมทูลทรงพระราชวินิจฉัยประกาศใช้ต่อไป
กม.ไม่ห้ามนำรธน.ปี40มาใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ระบุอีกว่า หากจะมีผู้กล่าวอ้างว่าวิธีนี้ไม่มีการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญปี 60 ขอเรียนว่า ถูกต้อง เพราะมีแต่บทบัญญัติเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ จึงเป็นความจริงที่ไม่มีบทบัญญัติว่าด้วยการออกรัฐธรรมนูฉบับใหม่ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับเดิม กรณีจึงเป็นที่แน่ชัดว่าไม่มีบทบัญญัติเขียนให้กระทําได้ แต่ก็ไม่มีบทบัญญัติห้ามมิให้กระทํา ซึ่งย่อมต้องถือว่ากระทําได้ เพราะได้มีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับปี 60 นี้ไว้ในมาตรา 5 วรรคสองว่า &amp;ldquo;เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้กระทําการนั้น หรือวินิจฉัย กรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข&amp;quot; และมั่นใจว่าข้อเสนอของข้าพเจ้าจะได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะนักเรียน นิสิต นักศึกษา และภาคธุรกิจ และในที่สุดแล้วพวกเราทุกคนก็จะช่วยกันนําพาประเทศชาติบ้านเมือง ให้พลิกฟื้นฟันฝ่าอุปสรรคทั้งปวง ให้ประเทศไทยกลับเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ และทุกคนอยู่ดีกินดีได้อย่างแท้จริงโดยเร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน ส.ว. ไม่เห็นด้วยหากจะแก้มาตรา 256 เพื่อจัดตั้ง ส.ส.ร. ว่าไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจเพราะที่มาของ ส.ส.ร. มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ต่างจาก ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งของคนเพียงไม่กี่คน การพูดเช่นนี้ของนายพรเพชรจึงเป็นการดูถูกประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า ในฐานะ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฯ เปิดเผยว่า การประชุม กมธ.วันนี้ (7 ส.ค.) พูดถึงบทเฉพาะกาลซึ่งเป็นบทบัญญัติที่วางไว้เพื่อการสืบทอดอำนาจของ คสช. โดยต้องยกเลิกมาตรา 279 ซึ่งรับรองให้บรรดาประกาศ คำสั่ง และการใช้อำนาจต่างๆ ของ คสช.ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ทั้งที่มาตรานี้เหมือนหลุมดำของรัฐธรรมนูญ เพราะยกเว้นให้กับการใช้อำนาจของ คสช.ตลอดช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังจะเสนอให้ยกเลิกมาตรา 269, 270, 271 และ 272 ซึ่งว่าด้วย ส.ว.ตามบทเฉพาะกาล 250 คน มีเวลา 5 ปี ซึ่งเห็นว่าเวลานี้ภารกิจของ ส.ว. ตามบทเฉพาะกาลได้สิ้นสุดลงไปแล้ว คือได้เลือก พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเพื่อความยุติธรรมกับทุกฝ่ายในกรณีที่หากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นครั้งหน้าคิดว่า ส.ว.ทั้ง 250 คนควรต้องยุติบทบาทตรงนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การแก้มาตรา 256 จำเป็นต้องใช้เสียง ส.ว.สนับสนุนและการแก้มาตราอื่นๆ โอกาสเป็นไปได้แทบไม่มี นายปิยุบตร กล่าวว่า มันเป็นปัญหาไก่กับไข่ว่าอะไรเกิดขึ้นก่อนกัน ในเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้วางไว้ว่า ส.ว.จะต้องมีส่วนแก้รัฐธรรมนูญด้วย ถ้าเราไม่มี ส.ว. 84 คนเป็นอย่างน้อยก็ไม่มีทางแก้ไขรัฐธรรมนูญได้สำเร็จ ดังนั้นตนขอความร่วมมือกับ ส.ว. 250 คนว่าถ้าท่านนั่งอยู่แบบนี้ต่อไปนานวันขึ้น ความชอบธรรมก็จะลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ ดังนั้นแทนที่ท่านจะถูกกดดันและไล่ออกไป คิดว่า ส.ว.ควรแก้เรื่องนี้ดีกว่า แล้วกลับมาเป็น ส.ว.ตามปกติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวว่า มีขั้นตอนในการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตามขั้นตอนอยู่แล้ว ส่วนการตั้ง ส.ส.ร.ก็ดำเนินการไป ซึ่งที่สุดแล้วจะเกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมืองของนิสิตนักศึกษาว่าอย่างน้อยที่สุดเรื่องเหล่านี้ได้รับการแก้ไข ตนเชื่อว่าจะทำให้อุณหภูมิความร้อนแรงของการชุมนุมบรรเทาเบาบางลงไปบ้าง ส่วนหากยุบสภาตอนนี้ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร เพราะเป็นไปได้ว่าพล.อ.ประยุทธ์จะกลับมาเป็นนายกฯ อีก โดยกลไก ส.ว. 250 คน หากเรายกเลิก ส.ว.ออกไป เชื่อว่าหากมีการยุบสภาเกิดขึ้น เชื่อการตัดสินใจของคนที่จะไปร่วมรัฐบาลจะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
ล่า5หมื่นชื่อร่วมรื้อรธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ในฐานะ กมธ. แก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า จุดยืนพรรคก้าวไกลคือสนับสนุนและ เห็นด้วยให้มีการยกเลิก ม.269-272 ที่เป็นเรื่องบทเฉพาะกาล ส.ว.&amp;nbsp; 5 ปี เพราะนี่เป็นอัปลักษณะที่ทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกคนจำนวนมากต่อต้าน ดังนั้นควรยกเลิก การที่ ส.ว.มีที่มาจากการเลือกของ คสช. ตาม ม.269 แล้วกลับไปใช้ ส.ว. ตามหมวดปกติ ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ถ้ายังคงตรงนี้ไว้ หากมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในระหว่างนี้ มีการเลือกนายกฯ อีกครั้ง การที่ให้อำนาจ ส.ว.ร่วมเลือกนายกฯ ด้วย เชื่อว่าจะนำมาสู่ความขัดแย้ง ทางการเมืองครั้งใหญ่อย่างแน่นอน &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องจิ๊ด เศรษฐบุตร&amp;nbsp; LT.1 คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์ - iLaw) จัดกิจกรรมแถลงเปิดตัวแคมเปญ เข้าชื่อ 50,000 ชื่อ ร่วมรื้อร่วมสร้างร่วมร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมเปิดล่ารายชื่อ โดยมีเครือข่ายประชาชนเข้าร่วม อาทิ People Go, Constitution Advocacy&amp;nbsp; Alliance (CALL), คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ( ครช.), คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) และคณะประชาชนปลดแอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายจอน อึ๊งภากรณ์ ผู้อำนวยการไอลอว์ กล่าวว่า ไอลอว์ชักชวนภาคประชาชนที่เห็นร่วมกันเพื่อรื้อรัฐธรรมนูญเผด็จการ ส่วนรัฐธรรมนูญใหม่มีเนื้อหาอย่างไรอยู่ที่ประชาชนทั้งประเทศกำหนดจึงได้ล่ารายชื่อเพื่อปลดล็อกแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนที่เป็นเผด็จการปัจจุบัน โดยมีที่มาจาก ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายคณวัฒน์ จันทรลาวัณย์&amp;nbsp; โฆษก กมธ.วิสามัญรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต และนักศึกษา สภาผู้แทนราษฎร แถลงความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะ กมธ.ในช่วงสัปดาห์นี้ ว่าได้เชิญตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มาชี้แจง ซึ่ง กมธ.ได้สอบถามถึงการคุกคามนักศึกษาประชาชน ได้รับการยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามพูดคุยกับนิสิตนักศึกษาด้วยความรอบคอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม คณะ กมธ.ได้ทำหนังสือขอจำนวนและรายชื่อนักศึกษาที่ถูกดำเนินคดี โดยในสัปดาห์หน้าจะได้เชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจมาชี้แจงเพิ่มเติมถึงจำนวนผู้ถูกดำเนินคดี พร้อมกับจะเชิญอัยการและทนายพิทักษ์สิทธิมาร่วมให้ข้อมูลด้วย และเตรียมเปิดช่องทางรับฟังความเห็นผ่านทางทวิตเตอร์ ส่วนช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้มีตัวแทนลงพื้นที่รับฟังความเห็นบ้างแล้ว และในวันจันทร์ที่ 10 ส.ค.นี้ ก็เตรียมจะลงพื้นที่สังเกตการณ์ชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ส่วนการชุมนุมใหญ่ของคณะประชาชนปลดแอก ในวันที่ 16 ส.ค.นี้ คณะ กมธ.ก็พร้อมไปสังเกตการณ์รับฟัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย คณะประชาชนปลดแอก นำโดยนายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี หรือฟอร์ด เลขาธิการคณะประชาชนปลดแอก, น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์&amp;nbsp; โฆษกคณะประชาชนปลดแอก, นายสิรภพ อัตโตหิ สมาชิกคณะประชาชนปลดแอก (เพศทางเลือก) และคณะจัดกิจกรรมอ่านแถลงการณ์เปิดตัวคณะประชาชนปลดแอก - Free People พร้อมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน และร้องเพลง Do You&amp;nbsp; Hear The People Sing?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยแถลงการณ์ยืนยันข้อเรียกร้องตั้งแต่การชุมนุมในนามเยาวชนปลดแอกทั้ง 3 ข้อ และเมื่อถามถึงการที่ ส.ว.ไม่เห็นด้วยกับการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ นายทัตเทพกล่าวว่า เรากลัวว่ารัฐบาลจะยุบสภาโดยไม่ทำอะไรกับรัฐธรรมนูญภายในสมัยประชุมสภานี้ ดังนั้นเดือน ก.ย.นี้ ต้องไม่มี 250 ส.ว.
ปลดแอกชุมนุมใหญ่16ส.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการที่รัฐบาลจะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของนักเรียนนักศึกษา นายทัตเทพกล่าวว่า ข้อเรียกร้องเราชัดเจนพอแล้วที่รัฐบาลจะรับฟังไปปฏิบัติ เลิกเล่นละคร ซื้อเวลา คิดว่าเราจะสลายไปเอง ส่วน น.ส.จุฑาทิพย์กล่าวว่า เราไม่ประนีประนอม ถ้ารัฐบาลระดมคนมาเป็นตัวแทนเรา ขอประกาศว่าเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ยอมรับ ไม่ให้ความเห็นอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทัตเทพเปิดเผยถึงการชุมนุมใหญ่ว่า ขอเรียกร้องให้นายกฯ มาขึ้นเวที โดยเราจะชุมนุมใหญ่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วันที่ 16 ส.ค.นี้ เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ไม่ข้ามคืน เสร็จภายในเวลา 21.00 น. ส่วนในอนาคตจะยืดเยื้อหรือไม่นั้น อยู่ที่สถานการณ์ ถ้ารัฐบาลตีมึนเตะถ่วงไปเรื่อยๆ ก็มีลุ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีนายอานนท์ นำภา ที่ปราศรัยเนื้อหาเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ นายทัตเทพกล่าวว่า นายอานนท์เป็นบุคคลสำคัญที่ร่วมปราศรัย ที่เราต้องศึกษา เรายินดีที่จะให้ปราศรัย เรายึดถือหลักประชาธิปไตย การแสดงออกเรื่องใดก็ตามเราเคารพการแสดงออกทุกประเด็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามกรณีนายอานนท์คิดว่าผู้ชุมนุมจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงหรือไม่ นายสิรภพมองว่าถ้าสิ่งที่นายอานนท์พูดจริง ประชาชนจะไม่ลดการชุมนุมลง หลายคนที่ตาสว่างจะเข้ามาร่วมมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอานนท์และนักเคลื่อนไหวทางการเมืองได้โพสต์ภาพหมายจับ พร้อมข้อความระบุว่า &amp;quot;ผมโดนจับแล้ว&amp;quot;&amp;nbsp; ตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหายุยง ปลุกปั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 5 ส.ค. นายอภิวัฒน์ ขันทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะทนายความประจำสำนักกฎหมาย อ.อัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง และเพื่อน เข้าพบ พ.ต.อ.อิทธิพล พงษ์ธร ผู้กำกับ สน.สำราญราษฎร์ เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายอานนท์ โดยกล่าวหาจัดชุมนุมปราศรัยละเมิดกล่าวหาสถาบันฯ ทางด้านกองบัญชาการตำรวจนครบาลชี้แจงว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 63 กลุ่มแกนนำกิจกรรมได้ดำเนินการจัดกิจกรรมร่วมกับกลุ่มบุคคลเพื่อเรียกร้องในประเด็นต่างๆ บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมายอาญา และยังเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 จึงได้มีการแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สน.สำราญราษฎร์ จากการรวบรวมพยานหลักฐานและการพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และขออนุมัติศาลออกหมายจับและในวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวนายภาณุพงศ์ จาดนอก และนายอานนท์ นำภา แกนนำจัดกิจกรรม หมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 6 ส.ค.63 ใน 7 ข้อหา คือร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชน เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนฯ ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองฯ ร่วมกันจัดให้มีกิจกรรมซึ่งมีผู้เข้าร่วมจำนวนมากในลักษณะมั่วสุมหรือมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันง่าย หรือในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคฯ ร่วมกันกีดขวางทางสาธารณะ ร่วมกันวางตั้งยื่นหรือแขวนสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือกระทำด้วยประการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจรฯ ร่วมกันตั้งวางหรือกองวัตถุใดๆ บนถนนฯ และร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ
จับ&amp;quot;อานนท์-ไมค์&amp;quot;ปลุกปั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบช.น. เดินทางมาร่วมสอบปากคำที่ สน.สำราญราษฎร์ โดยมีกลุ่มผู้สนับสนุนจำนวนหนึ่งก็เดินทางมาให้กำลังใจและสังเกตการณ์การดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง จนทางเจ้าหน้าที่นำตัวนายอานนท์ออกเดินทางจาก สน.สำราญราษฎร์ไป มีรายงานว่าจะนำตัวไปควบคุมไว้ที่ สน.บางเขน จากนั้นได้มีการควบคุมตัวนายภาณุพงศ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับอีกคนเข้ามาสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายภาณุพงศ์ คือหนุ่มที่ยืนชูป้ายไล่ พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; เมื่อคราวเดินทางไปลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อให้กำลังใจคนพื้นที่จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 15&amp;nbsp; ก.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ทวีตข้อความและโพสต์เฟซบุ๊กว่า ขอประณามการควบคุมตัวนายอานนท์ และนักกิจกรรมอื่นๆ นี่คือการปฏิเสธข้อเรียกร้องของนักศึกษาที่ต้องการให้หยุดคุกคามประชาชน การจับคือการใช้กฎหมายคุกคามประชาชนเพียงเพื่อปกป้องรัฐบาลให้อยู่สืบทอดอำนาจได้ นี่ไม่ใช่แค่จับนายอานนท์ แต่คือการทำลายหลักการพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญที่คุ้มครองเสรีภาพของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์ยังระบุด้วยว่า ตนเองและ ส.ส.พรรคก้าวไกลได้เตรียมเอกสารเพื่อยื่นประกันตัวให้กับนายอานนท์และนักกิจกรรมทางการเมืองที่จะถูกดำเนินคดี หวังว่าศาลจะให้นายอานนท์และผองเพื่อนได้กลับบ้าน รวมถึงติดแฮชแท็ก #saveทนายอานนท์ ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า โพสต์ในทวิตเตอร์เช่นกันว่า &amp;quot;การจับอานนท์และไมค์ในวันนี้ คือ 1 ในวิธีการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือของเผด็จการ ตั้งข้อหาทิ้งไว้ ออกหมายจับไว้ให้เป็นชนักปักหลัง จังหวะสัญญาณมาเมื่อไร ก็นำมาใช้จับกุม เพื่อมิให้พวกเขาได้ใช้เสรีภาพอีกต่อไป ทั้งหมดนี้ ไม่ต้องใช้ปืน แต่มันมาในนามกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า โพสต์ทวิตเตอร์ว่า การพูดข้อเสนอในการปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ต่อสาธารณะ ด้วยความปรารถนาดีต่อชาติบ้านเมือง ไม่ใช่การยุยงปลุกปั่น ไม่ใช่การล้มล้างสถาบัน แต่เป็นการใช้สิทธิของประชาชนในฐานะเจ้าของประเทศ อย่ายอมให้เขาใช้ความกลัวปิดปากเรา #saveทนายอานนท์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานางปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลประเทศไทย เผยว่า การออกหมายจับและตั้งข้อกล่าวหาทั้งสองคน เป็นปฏิบัติการที่ไม่ได้สัดส่วนอย่างสิ้นเชิงอีกครั้งหนึ่งของตำรวจไทยเพื่อปราบปรามการใช้สิทธิในเสรีภาพการชุมนุมโดยสงบ โดยมีเป้าหมายอย่างชัดเจนว่าเพื่อข่มขู่ผู้ที่จะเข้าร่วมการชุมนุมในช่วงสุดสัปดาห์นี้&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;นอกจากต้องถอนข้อกล่าวหาที่ปราศจากมูลความจริงเช่นนี้แล้ว แอมเนสตี้เรียกร้องทางการไทยให้การประกันว่าจะมีการคุ้มครอง รักษาความมั่นคงปลอดภัย ไม่ให้มีการตอบโต้เอาคืนกับบุคคลใดก็ตาม ซึ่งมีชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการชุมนุมอย่างต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&amp;rdquo;
ในช่วงเย็น ที่ศาลอาญา พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ นำตัวนายอานนท์และนายภาณุพงศ์มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 7-18 ส.ค.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งพนักงานสอบสวนยังได้คัดค้านการประกันตัว ขณะที่ผู้ต้องหาก็ได้ยื่นคำคัดค้านการฝากขังครั้งนี้ โดยอ้างเหตุการณ์ถูกจับกุมโดยมิชอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลให้พิจารณาแล้ว นายอานนท์ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ที่ใช้วิชาชีพทนายความเป็นหลักประกัน ส่วนนายภาณุพงศ์ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โดยมีนายรังสิมันต์มาเป็นนายประกันโดยใช้ตำแหน่ง ส.ส.เป็นหลักทรัพย์ จนกระทั่งเวลา 19.00 น. ทั้งคำร้องฝากขังและคำคัดค้านการฝากขังของผู้ต้องหาทั้งสอง กับคำร้องขอปล่อยชั่วคราวอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ล่าสุดเวลา 19.25 น. ศาลได้มีคำสั่งให้ไต่สวนคำร้องคัดค้านการฝากขัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ บางเขน&amp;nbsp; กทม. นายอภิวัฒน์ ขันทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะทนายความประจำสำนักกฎหมาย อ.อัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง เข้ายื่นเรื่องขอให้สภาทนายความฯ ลบชื่อนายอานนท์ นำภา ออกจากทะเบียนทนายความ เนื่องจากมีพฤติกรรมเข้าข่ายละเมิด ข้อบังคับสภาทนายความฯ จากการปราศรัยที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน เมื่อวันที่ 3 ส.ค.63 มีเนื้อหายุยง ปลุกปั่น บิดเบือน และล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยมีนายเกียรติศักดิ์ เหลืองอังกูร อุปนายกฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย และนายปัญญา จารุมาศ เลขานุการคณะกรรมการมรรยาททนายความ เป็นผู้รับเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเกียรติศักดิ์กล่าวว่า เมื่อรับเรื่องร้องเรียนมา ทางสภาทนายความฯ จะ เร่งดำเนินการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง จากนั้นจะเร่งพิจารณาเป็นการเร่งด่วน คาดว่าจะใช้เวลา 1-2 สัปดาห์จะมีความชัดเจน โดยจะเชิญนายอานนท์มาให้ถ้อยคำใน เรื่องนี้ด้วย สำหรับฐานความผิดหนักที่สุดคือการลบชื่อออกจากการเป็นทนายความ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73757</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศึกษาแก้รัฐธรรมนูญ, ประธานวิปรัฐบาล, วิปรัฐบาล, ส.ส.ร., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200807/image_big_5f2d6338b3831.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72784</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2020 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2020 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนกร&#039;ถาม&#039;มุ้งมิ้ง&#039;ยุบสภาได้อะไร แก้รธน. กมธ.ก็ศึกษาอยู่ แนะฟังเสียงประชาชนถอยคนละก้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.63-นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และอดีตโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19รัฐบาลสามารถควบคุมได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมาประชาชนต่างเดินทางไปท่องเที่ยวต่างจังหวัดเพิ่มมากขึ้น ทั้งจังหวัดท่องเที่ยวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น พัทยา เชียงใหม่ เขาใหญ่ อุดรธานี ภูเก็ต และเกาะสมุย ไปจนถึงท่องเที่ยวเมืองรอง ทำให้การท่องเที่ยวเริ่มคึกคักอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องดีที่รัฐบาลได้ดำเนินโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่1 ก.ค.-31 ต.ค.2563 เชื่อว่าจะทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นในช่วง 4 เดือนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวอีกว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาตนได้เดินทางไปที่จ.ภูเก็ต ได้พูดคุยกับผู้ประกอบการร้านอาหารทำให้ทราบว่า ผู้ประกอบการเข้าใจสถานการณ์โควิด-19 เป็นอย่างดี จึงมีการปรับลดราคาลงมาเพื่อให้ลูกค้าซึ่งเป็นคนไทยสามารถมาใช้บริการได้ เพราะหากยังคงยึดราคาเดิมซึ่งเป็นราคาของนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ลูกค้าคนไทยคงไม่ใช้บริการ ซึ่งตนเห็นด้วยกับแนวทางนี้ เพราะเป็นการส่งเสริมไทยเที่ยวไทย ทุกฝ่ายต้องปรับตัวเพื่อให้อยู่ได้ในภาวะวิกฤต อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกำลังทำทุกวิถีทางเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตของประเทศ และช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น อยากให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาช่วยกัน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล หรือกลุ่มเยาวชนปลดแอก ส่วนข้อเรียกร้องของกลุ่มเยาวชนปลดแอกทั้ง 3 ข้อนั้น ยืนยันว่ารัฐบาลไม่เคยคุกคามประชาชน ส่วนร่างรัฐธรรมนูญใหม่ คณะกรรมาธิการฯศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์และแนวทางแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ2560ก็กำลังดำเนินการอยู่ ขณะที่ยุบสภาฯ คงต้องถามว่าสภาฯ ทำผิดอะไร ยุบตอนนี้ประเทศจะดีขึ้นหรือไม่ ดังนั้น กลุ่มเยาวชนปลดแอกก็ต้องฟังเสียงประชาชนทั่วประเทศด้วยว่าเห็นด้วยหรือไม่ อยากให้ทุกฝ่ายถอยคนละก้าว หาทางออกที่เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน ดีกว่าการชุมนุมที่จะนำไปสู่ความบอบช้ำของประเทศ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72784</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศึกษาแก้รัฐธรรมนูญ, ธนกร  วังบุญคงชนะ, ม็อบมุ้งมิ้ง, ยุบสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200729/image_big_5f20eb9e0d4e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72546</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2020 15:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2020 15:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ไพบูลย์&#039;เผยข้อเสนอนักศึกษาแก้รธน.รวมอยู่ในชุด&#039;อนุกมธ.ศึกษาแก้รธน.&#039;แล้ว  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ค.63-นายไพบูลย์ นิติตะวัน &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.)ศึกษาวิเคราะห์บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ และกฎหมายอื่น &amp;nbsp; ในกมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 กล่าวถึงการเรียกร้องของกลุ่มนักศึกษา และ ส.ว.บางคน ที่ออกมาเคลื่อนไหวโดยระบุถึงเวลาที่จะต้องแก้รัฐธรรมนูญปี60 ว่า &amp;nbsp;ขณะนี้ปัญหาต่างๆในรัฐธรรมนูญปี 60 ได้นำมาศึกษาใน อนุกมธ.ชุดนี้แล้ว &amp;nbsp; อาทิ &amp;nbsp;การให้แก้ไขระบบการเลือกตั้ง &amp;nbsp;และอื่นๆอีกหลายประเด็น ซึ่งอนุกมธ.ได้พิจารณา ศึกษา อย่างละเอียด รอบคอบ &amp;nbsp;รวมไปถึงประเด็นข้อเรียกร้องของกลุ่มนักศึกษา ก็อยู่ในการศึกษาของอนุกมธ.แล้ว โดยทางอนุกมธ.จะได้นำเสนอรายงานต่อ กมธ.ชุดใหญ่ ให้ได้พิจารณาและอภิปรายเพิ่มเติม ในวันที่ 30 ก.ค.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อกมธ.ชุดใหญ่ได้พิจารณาเสร็จสิ้นหมดทุกประเด็นแล้วก็จะได้มีการนำเสนอรายงานฉบับสมบูรณ์ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้คาดว่าประมาณกลางเดือน ก.ย.นี้ แล้วจะได้นำไปสู่ขั้นตอนต่อไปในการแก้รัฐธรรมนูญ ว่าจะต้องมีประเด็นอะไรบ้าง&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72546</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศึกษาแก้รัฐธรรมนูญ, นักศึกษาชุมนุม, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200703/image_big_5eff28961b907.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67901</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2020 15:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2020 15:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รื้อองคกรอิสระ!&#039;สุทิน&#039;ชี้มีอำนาจมากไม่ยึดโยงประชาชนต้องให้ถูกตรวจสอบได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5มิ.ย.63- ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 กล่าวถึงการประชุมของคณะกมธ.วิสามัญฯ หลังจากพักการประชุมไปช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19ว่า เป็นการพิจารณาต่อในส่วนขององค์กรอิสระ ซึ่งมีการอภิปรายอย่างกว้างขวาง ส่วนใหญ่เห็นสอดคล้องกันว่าองค์กรอิสระมีปัญหาที่กระบวนการสรรหา ยึดโยงประชาชนน้อยไป จึงเสนอแนะให้ปรับปรุงแก้ไขเรื่องที่มา ส่วนกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุล เห็นตรงกันว่า องค์กรอิสระมีอำนาจมากขึ้นเรื่อยๆ ให้คุณให้โทษต่อสังคม แต่แทบไม่มีกระบวนการตรวจสอบ เช่น เมื่อมีคำวินิจฉัยแล้วก็จบ ไม่มีใครไปถามถึงเหตุผลหรือเข้าไปศึกษาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การตรวจสอบจากองค์กรทางสังคม เช่น ประชาชน สภา หรือกับองค์กรอื่นๆก็ไม่มี จึงเห็นควรต้องปรับปรุงออกแบบกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุลองค์กรอิสระในรัฐธรรมนูญใหม่ องค์กรใดที่มีอำนาจมาก ให้คุณให้โทษต่อสังคม และมีผลกระทบเป็นวงกว้าง ยิ่งจำเป็นต้องสร้างระบบตรวจสอบให้มากขึ้น ที่ผ่านมาเรื่องนี้เราเป็นจุดอ่อน ดังนั้น หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องมีการออกแบบเรื่องนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทิน กล่าวว่า นอกจากนี้ มีข้อสรุปว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ จะขยายเวลาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปอีก 90 วัน แต่พยายามจะทำให้เสร็จก่อนกำหนด ส่วนการรับฟังความเห็นในช่วงนี้คงยังไม่เหมาะสม เพราะยังมีสถานการณ์โควิด แต่ก็มีข้อสังเกตว่าให้กำหนดรูปแบบที่ประชาชนจะได้มีส่วนร่วมมากๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67901</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศึกษาแก้รัฐธรรมนูญ, นายสุทิน คลังแสง, องค์กรอิสระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200605/image_big_5ed9fe680392e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54354</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2020 12:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2020 12:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมชัย’ จ่อเสนอแก้รธน. มาตรา256 เปิดทางตั้ง ‘สสร.‘ ย้ำอยากให้ประชาชนมีส่วนร่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากเฟซบุ๊ค สมชัย ศรีสุทธิยากร

12ม.ค.63 ที่สวนวชิรเบญจทัศ(สวนรถไฟ) จตุจักร กทม. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร รองประธานกมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาร่วมกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุม กมธ.ศึกษาฯ สัปดาห์นี้จะประชุมในวันที่ 14 ม.ค. และวันที่ 17 ม.ค.โดยจะยังคงอยู่ในวาระที่ให้แต่ละฝ่ายเสนอความเห็นและท่าทีเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือที่เรียกว่าสนทนาธรรมเพื่อให้ได้ข้อมูลและข้อเท็จจริงสำหรับนำมาพิจารณาให้มากที่สุด ถึงเวลาแล้วที่ทางกมธ.ศึกษาฯ จะต้องกำหนดแผนงานและขั้นตอนที่ชัดเจน เพราะมีเวลาในการทำงาน 120 วัน

นายสมชัย กล่าวต่อว่า ส่วนตัวคิดว่าขณะนี้ในกมธ.ศึกษาฯ มีความเห็นเกี่ยวกับการแก้ไข
รัฐธรรมนูญหลายแนวทาง เช่น การเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำงานขึ้น

และการแก้ไขมาตรา 256 พร้อมกับให้มีการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) และการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราที่ไม่เกี่ยวกับ 256 แต่ส่วนตัวคิดว่าจะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาถึงความเป็นได้ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อตั้งส.ส.ร. เพราะเห็นว่าจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชนมากที่สุด

&amp;quot;การแก้รัฐธรรมนูญจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเปิดประตูเพื่อแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 รวมทั้งจะต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ เพราะต้องยอมรับว่า มีบางฝ่าย

ยังไม่ไว้วางใจว่าเมื่อแก้รัฐธรรมนูญจะมีการแก้ไขในประเด็นใดบ้าง ดังนั้นจำเป็นต้องสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้น&amp;quot; นายสมชัย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54354</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศึกษาแก้รัฐธรรมนูญ, นายสมชัย  ศรีสุทธิยากร, วิ่งไล่ลุง, สสร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200112/image_big_5e1aaf675ace6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53533</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2019 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2019 14:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039;ชี้แก้รธน.อย่าแค่สะใจต้องยอมเสียบ้างเพื่อส่วนรวม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ธ.ค.62- นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม​ และแกนนำพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ฝ่ายค้านต้องการแก้ไขทั้งฉบับ ขณะที่บางส่วนเสนอให้แก้เป็นรายมาตรา ว่า เรื่องจะแก้ประเด็นอะไรบ้างต้องให้คณะกรรมาธิการวิสามัญ (กมธ.)พิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 พิจารณาดูก่อนว่าจะเอาประเด็นไหนขึ้นมาพิจารณาก่อนหลัง ช่วงนี้ยังเป็นแค่ช่วงพิจารณาศึกษา ส่วนการแก้ไขเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนที่มีความเห็นที่ต่างกัน &amp;nbsp;ถ้าอะไรคิดว่าพอไปได้ เราก็ต้องยอมบ้าง บางทีต้องยอมเสียแขนขาเพื่อรักษาชีวิต อาจต้องยอมเสียบางเรื่องเพื่อให้เรื่องใหญ่ๆผ่านไปได้ หากจะเอาทั้งหมด เราต้องดูว่าตัวเราเองมีความแข็งแรงขนาดไหน ถ้าเราแข็งแรงไม่มากเราจะไปเอาทั้งหมดก็ไม่จบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราต้องรู้ว่าเราจะเอาแค่ไหน จะเอามันส์ เอาสะใจอย่างเดียว หรือพูดให้เกิดความคิดเห็นต่างทั่วบ้านทั่วเมือง แล้วเกิดความเสีบหายตามมากับประเทศและประชาชน ตนว่าไม่เกิดประโยชน์อะไร ส่วนจะใช้เวลา สั้นหรือยาวขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่จะต้องอย่างโน้นอย่างนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53533</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศึกษาแก้รัฐธรรมนูญ, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190809/image_big_5d4d68d4c3efe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
