<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82995</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2020 13:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2020 13:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิกร&#039;วอนผู้ชุมนุมร่วมกก.สมานฉันท์​เป็นพื้นที่กลางที่ทุกคนพูดคุยกันได้แบบยิ้มๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6 พ.ย.63-ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการฯแจ้งวัฒนะ นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคชาติไทยพัฒนา&amp;nbsp; กล่าวถึงข้อเสนอแนวทางการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์​ ว่า ขณะนี้สังคมยังยึดติดอยู่กับความคาดหวัง ว่าคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นต้องแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด และคณะกรรมการแก้ไขปัญหาต่างที่เกิดขึ้นในอดีต ล้วนแต่ล้มเหลว ซึ่งจริงๆแล้วควรคิดว่าคณะกรรมการสมานฉันท์​ที่กำลังจะตั้งขึ้น เป็นการสร้างพื้นที่กลางที่ปลอดภัยเพื่อให้เกิดการพูดคุย โดยมีคนกลาง​เข้ามาร่วมด้วย ซึ่งทุกฝ่ายควรเข้ามาร่วม รวมถึงผู้ชุมนุมก็ไม่ควรละทิ้งความคิดว่าคณะกรรมการเป็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่อยากให้คิดว่าเป็นที่กลางเพื่อให้เข้ามาพูดคุยกัน เพราะถ้าไม่มีแล้วจะไป​พูดคุยกันตรงไหน แต่ถ้าผู้ชุมนุมไม่เข้ารวม ที่มีอยู่ก็สามารถคุยกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ก็หวังว่าคณะกรรมการชุดนี้จะไม่ใช่กันชนให้รัฐบาล และไม่อยากให้มองว่าคณะกรรมการนี้เป็นของฝ่าย ใด​ฝ่าย​หนึ่ง หรือของรั​ฐบาล เพราะคำสั่งแต่งตั้งก็ออกโดยประธานรัฐสภาจึงไม่อยากให้มีการล้ม อยากให้เป็นพื้นที่กลาง ที่ทุกคนพูดคุยกันได้แบบยิ้มๆ&amp;nbsp; แต่ถ้ามันจะล่มก็ให้มันล่มไป เพราะว่าได้ลองแล้ว ดีกว่ายังไม่ได้ลองอะไรเลย ส่วนที่ยึดติดว่าคณะกรรมการชุดเดิมๆก็เคยล้มเหลวในการดำเนินการ ก็ไม่ได้ล้มเหลวในทุกชุด ชุดของนายดิเรก ถึงฝั่ง ซึ่งเคยเชิญทุกฝ่ายมาพูดคุย ก็ทำให้แรงกดดันภายในประเทศขณะนั้นลดลง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิกร ยังเห็นว่า คนกลางซึ่งเป็นที่ยอมรับของสังคมที่จะเข้ามาร่วม ปัจจุบันเป็นเพียงคนๆเดียวไม่ได้ เพราะจะถูกมองว่าเป็นคนของฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ จึงต้องเป็นบุคคล 3-4 คน ที่มีประสบการณ์ เป็นผู้ใหญ่ที่หวังดีต่อบ้านเมืองพอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่สภากำลังจะมีการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 17-18 พ.ย.นั้น นายนิกรในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ(กมธ.) จัดทำรายงานในกมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมก่อนรับหลักการ กล่าวว่า ทางอนุกรรมาธิการ​ได้มีการศึกษาร่างทั้ง 6 ร่างไว้อย่างละเอียดเป็นเล่มเอกสารประมาณ 400 หน้า ซึ่งจะมีรายละเอียดความเห็นของบุคคลต่างๆทั้งนักวิชาการ นักกฎหมาย ในประเด็นข้อกังวลที่เราคิดว่า ถ้าแก้ไขแล้วจะขัดรัฐธรรมนูญ​หรือไม่ ซึ่งคิดว่าเป็นข้อมูลที่เพียงพอที่สมาชิกจะพิจารณาว่ารับหรือไม่รับ ซึ่งเมื่อสมาชิกได้พิจารณาทั้ง 6 ร่างแล้ว จากนั้นจะพิจารณาร่างของไอลอว์แล้วจึงจะโหวตไปที่ละร่างจนครบ 7 ร่างในคราวเดียว จากนั้นก็จะมีการพิจารณา​ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ที่รัฐบาลเสนอร่างมาพิจารณาลำดับถัดไป&amp;nbsp; ซึ่งสะท้อนถึงเจตจำนงของรัฐบาลในการแก้กฎหมาย โดยรอประธานรัฐสภากำหนดวาระประชุมอีกครั้ง และหากมีการรับหลักการร่างแก้รัฐธรรมนูญจะมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาในชั้นแปรญัตติจำนวน 45 คนตามสัดส่วน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล-ฝ่ายค้าน และ ส.ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82995</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ, คณะกรรมการสมาฉันท์, นายนิกร จำนง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201106/image_big_5fa4ecd8c3a46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2020 09:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2020 09:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกรัฐบาลย้อน&#039;มงคลกิตติ์&#039;รอฟังบทสรุปของกมธ.แก้รธน.ก่อนไล่&#039;บิ๊กตู่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 ส.ค.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรีโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เสนอให้นายกฯลาออกเพื่อยุติปัญหาการชุมนุมของกลุ่มต่างๆว่า ต้องรอการพิจารณาของคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์ แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560ที่มีนายพีระพันธุ์ สารีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธาน จะออกมาในรูปแบบไหน เพราะคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าวก็มีตัวแทนของส.ส.ร่วมอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนการเรียกร้องของนายมงคลกิตต์ อาจเป็นเพราะว่านายมงคลกิตติ์ไม่ได้เป็นกรรมาธิการของคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าว จึงขอให้รอดูบทสรุปก่อนหากสิ่งใดที่ยังติดขัด เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไร สามารถอภิปรายในสภาฯ เชื่อว่าจะต้องทำความเข้าใจกับ เพราะนายกฯต้องการลดความขัดแย้งให้มากที่สุด หากมีการพูดคุยในสภาก็จะทำให้บรรยากาศดีขึ้น&amp;quot;นายอนุชา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75103</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ, นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, อนุชา บูรพชัยศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200821/image_big_5f3f376cdbc76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2020 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2020 11:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เล็งแก้พ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส.เหลือแค่ตัวแทนเลือกตั้งประจำจว.-แก้สูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ให้ชัดเจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย.63-ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาวิเคราะห์บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ และกฎหมายอื่น เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมาธิการกำลังศึกษาพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)และจะลงไปในรายละเอียด โดยเฉพาะ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง และพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เช่น สูตรการคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อให้ชัดเจนและหมดปัญหา, การทำไพรมารีโหวต อาจจะลดลงให้มีสัดส่วนที่พอดี, การจ่ายค่าบำรุงพรรค และลดตัวแทนประจำจังหวัดจากเดิมที่กำหนดให้มีทุกเขตเลือกตั้งปรับเหลือเพียงเขตจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีเรื่องค่าสมัครการลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งไม่มีความเท่าเทียม ส.ส. เสียค่าสมัครหนึ่งหมื่นบาท, ส.ว. เสียค่าสมัคร 2,500 บาท, ส่วนผู้สมัครองค์กรอิสระอื่นๆ ไม่ต้องเสียค่าสมัคร แต่ความเป็นจริงแล้ว ส.ส. จะต้องมีภาระในการพบปะประชาชน รวมถึงรายละเอียดอื่นๆ ที่เป็นข้อกฎหมายจุกจิกเป็นภาระของพรรคการเมือง และสมาชิกพรรค ซึ่งทั้งหมดนี้ยังเป็นเพียงข้อเสนอที่ตนรับฟังมาจากเสียง ส.ส. ส่วนใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โดยอีกสองสัปดาห์คณะอนุกรรมาธิการฯ จะศึกษาเพื่อพิจารณายกร่างว่าจะแก้ไขอย่างไร ให้เป็นรูปเป็นร่างกว่าเก่า ส่วนใดสามารถแก้ไขที่ตัว พ.ร.ป.ได้เลย และส่วนใดที่ต้องแก้รัฐธรรมนูญก่อน เพื่อที่จะเสนอต่อคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69773</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ, คำนวนปาร์ตี้ลิสต์, นายไพบูลย์ นิติตะวัน, ระบบไพรมารี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200626/image_big_5ef575c256237.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59641</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2020 10:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2020 10:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;ยันไม่ห้ามนศ.เคลื่อนไหวยื่นแก้รธน.ได้​แต่งงไปช่วงนี้เหตุสภาฯปิดอยู่          </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(แฟ้มภาพ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13มี.ค.63-ที่ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp; นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มนักศึกษาหลายสถาบันรวมตัวกัน ที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินกำเเพงเพชร ก่อนเดินขบวนไปยังรัฐสภา เพื่อเรียกร้องให้มีการเเก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ว่า ไม่รู้ ตนพึ่งทราบ​ ก็สามารถทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;ไม่มีปัญหาหากนักศึกษาเดินกันไปอย่างสงบเรียบร้อย ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้มีการสั่งห้ามแต่อย่างใด แต่ต้องถามว่าเขาจะไปยื่นอะไร สภาฯ ก็ปิดอยู่ เขาจะให้เข้าหรือไม่ ก็ยังไม่รู้เลย&amp;quot;นายวิษณุ​ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59641</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ, นายวิษณุ  เครืองาม, แฟลซม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200305/image_big_5e6086c23660f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53588</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2019 14:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2019 14:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039; แนะแก้รธน.อย่าล้มส.ว.ชี้บางเรื่องทำได้ดีกว่าส.ส. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ธ.ค.62-นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวถึงกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เป็นคนหนึ่งที่ไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะมีความเป็นประชาธิปไตยน้อยกว่าในอดีต ปัญหาไม่ใช่มาจากรัฐธรรมนูญ แต่มาจากตัวบุคคล จึงต้องแยกให้ออกจากกัน ผู้ร่างรัฐธรรมนูญต้องเข้าใจตรงนี้ด้วย ดังนั้น การเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเสนอว่าควรรับฟังทุกฝ่ายรวมทั้งวุฒิสภา
&amp;nbsp;
&amp;quot;ถ้าเรามุ่งไปที่บทบาทวุฒิสภา แน่นอนว่าบางท่านคงไม่เห็นด้วยและมีการต่อต้าน แต่ถ้าเชิญมาคุยว่าเป้าหมายประเทศที่เป็นประชาธิปไตยจริงๆนั้นหลักควรเป็นอย่างไร บทบาทแต่ละฝ่ายเป็นอย่างไ ต้องยอมรับว่าวุฒิสภาก็มีประโยชน์ บางบทบาทก็ทำได้ดีกว่าส.ส. เช่น การตรวจสอบคนเข้าสู่องค์กรต่างๆ เป็นต้น แต่บทบาทอื่นๆสมควรจะมีแค่ไหนก็ต้องชวนมาคุย ผมคิดว่าถ้าคิดจะแก้จริงๆก็อย่าไปคิดล้มเลยครับ ถ้าอยากให้แก้ไขได้จริงๆก็ต้องให้ทุกฝ่ายเห็นด้วย และเอาเขามาคุยด้วยว่าจะปรับให้เป็นประชาธิปไตยจริงๆ หรือเอาบางส่วนออกไป เช่น การบรรจุให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพต้องเป็นส.ว. ผมคิดว่าโดยหลักไม่เคยมีการระบุส.ว.โดยตำแหน่งแบบนี้ เพราะถ้าจะเลือกคนเข้ามาก็ควรเป็นระบบอื่น ผมไม่ได้ว่าตำแหน่งของเขา แต่ในทางประชาธิปไตยไม่ควรไปกำหนดให้ทำอย่างนั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;
นายชวน กล่าวว่า ทั้งหมดขึ้นอยู่กับคณะกรรมาธิการวิสามัญจะพิจารณา แต่อย่าไปคิดเรื่องล้ม โดยควรคิดว่ามาร่วมมือกันเพื่อให้รัฐธรรมนูญมีประสิทธิภาพและมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเมื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญมาจากหลายฝ่ายก็น่าจะได้คุยกันจริงในเรื่องนี้ โดยมีเป้าหมายว่าเราปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คุยให้เข้าใจกันและกำหนดไว้ในกฎหมายต่อไป พูดง่ายๆ คือ หลายกลุ่มอาจมีปัญหาที่กระทบเขา แต่เมื่อคุยกันและทำความเข้าใจกันได้ ความขัดแย้งนั้นอาจจะเบาลง จะไปหวังให้ทุกคนเห็นเหมือนกันหมดมันเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าลดลงมาก็สามารถหาข้อยุติที่เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมได้ หากเราไม่ปรับเลยการแก้ไขจะทำไม่ได้
&amp;nbsp;
ถามว่า จะเป็นไปได้หรือไม่ที่ในฐานะประธานรัฐสภาจะเป็นคนกลางประสานส.ส.และส.ว.ให้มาร่วมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายชวน กล่าวว่า อยู่ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ไม่ได้อยู่ที่ประธานรัฐสภา เพราะคณะกรรมาธิการวิสามัญอาจไปเชิญมารับฟังและให้ความเห็น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53588</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ, นายชวน หลีกภัย, ส.ว., ส.ส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191029/image_big_5db84acee38ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คิกออฟศึกษาแก้รธน.กลางม.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เริ่มคิกออฟวางกรอบถกศึกษาแก้ รธน.กลางเดือนม.ค. &amp;quot;เทพไท&amp;quot; สอนมวย &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; อ่อนหัด ประเมินสถานการณ์ความรู้สึกประชาชนที่หมอชิตผิด เลยโดนตอกหน้าหงายเบื่อนายกฯ ทีมโฆษก พปชร.กางผลงานรัฐบาลยิบ ย้ำกระตุ้นเศรษฐกิจ แก้ปัญหาประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 เปิดเผยว่า จากเดิม กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญกำหนดการประชุมครั้งที่ 2 ในวันที่ 10 ม.ค.63 แต่เนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรจะประชุม จะมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ตั้งแต่วันที่ 8-10 ม.ค. และการการประสานหารือร่วมนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐภาค ประธาน กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงเห็นว่าการประชุมครั้งที่ 2 เลื่อนไปเป็นวันที่ 14 ม.ค. และประชุมครั้งที่ 3 เป็นวันที่ 17 ม.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 14 ม.ค. เป็นการประชุมเพื่อพิจารณากำหนดแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ และอาจพิจารณาข้อเสนอให้แก้ไขมาตรา 256 ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ และอดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตจอมทอง-ธนบุรี กล่าวถึงผลงานการทำงานที่พรรคพลังประชารัฐเร่งผลักดันในระดับนโยบายตลอดการทำงานกว่า 5 เดือนของรัฐบาล ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เน้นย้ำเห็นผลชัดเจนในการฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานราก มาตรการช่วยเหลือเกษตรกร และการจัดสวัสดิการให้ผู้มีรายได้น้อยเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ว่าจากการทำงานของพรรคพลังประชารัฐในรัฐบาลกว่า 5 เดือนนั้น มาตรการต่างๆ ได้เร่งออกมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานราก ให้ผู้ประกอบการรายย่อยมีความเข้มแข็ง ที่เห็นผลได้อย่างชัดเจนคือมาตรการ &amp;ldquo;ชิมช้อปใช้&amp;rdquo; ของกระทรวงการคลัง ที่มีนายอุตตม สาวนายน เป็นกำลังสำคัญ ที่ผลักดันให้เกิดมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการบริโภคภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถดึงร้านค้ารายย่อยเข้าร่วมโครงการได้กว่า 1.7 แสนร้านค้าทั่วประเทศ และผู้มีลงทะเบียนใช้สิทธิ์ทั้ง 3 เฟสเกือบ 12 ล้านคน มีการใช้จ่ายตั้งแต่ 27 ก.ย.-17 ธ.ค. รวมเกือบ 25,000 ล้านบาท รายได้สะสมของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการเฉลี่ยประมาณ 134,000 บาทต่อร้านค้า ทั้งนี้ กรมบัญชีกลางยังได้ขยายระยะเวลารับสมัครร้านค้าออกไปถึงวันที่ 15 ม.ค. 63 โดยร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมมาตรการ สามารถสมัครได้ด้วยตนเอง ณ ห้องโถงชั้น 1 กรมบัญชีกลาง และที่สำนักงานคลังจังหวัดทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อรองรับการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลวันหยุดปีใหม่นี้&amp;rdquo; น.ส.ทิพานันกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังดำเนินการจัดสวัสดิการให้ผู้มีรายได้น้อยเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เช่น อุดหนุนเด็กแรกเกิด 600 บาท ยืดโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐออกไปอีก 1 ปี เพื่อช่วยเหลือสวัสดิการของประชาชนผู้มีรายได้น้อย และล่าสุดกระทรวงการคลังเตรียมผลักดันโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้เป็นโครงการถาวรเพื่อแก้ปัญหาความยากจนอย่างจริงจัง โดยจะจัดตั้งสำนักบัตรสวัสดิการแห่งรัฐขึ้นมากำกับดูแลโดยตรง และยังดำเนินการเพื่อให้มีการเปิดลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยรอบใหม่ภายในปลายเดือนมกราคม 2563 ด้วย ซึ่งการดำเนินการต่างๆ เป็นไปตามแนวนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ &amp;ldquo;ประชาธิปไตยไทยอิ่ม&amp;rdquo; ที่จะพาประเทศไทยเดินหน้า และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐกล่าวด้วยว่า ด้านของกระทรวงพลังงาน โดยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ที่มุ่งเน้นการปฏิรูปเศรษฐกิจฐานรากให้ยั่งยืนเข้มแข็ง มั่นคง โดยมีแผนปฏิรูป 6 ด้าน &amp;nbsp;17 ประเด็น เป็นแนวทางการปฏิรูปกระทรวงพลังงาน &amp;nbsp;และมีนโยบายช่วยส่งเสริมให้ชุมชนมีรายได้พึ่งพาตนเองได้ โดยเริ่มโครงการ &amp;ldquo;โรงไฟฟ้าชุมชน&amp;rdquo; เพื่อเศรษฐกิจฐานราก ชุมชนเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้า ชุมชนได้ประโยชน์โดยตรงคือ โรงไฟฟ้าต้องดูแลชุมชนรอบพื้นที่ รับซื้อวัตถุดิบทางการเกษตรจากชุมชนเข้ามาใช้ในโรงไฟฟ้า ดังนั้นชุมชนมีส่วนถือหุ้นในโรงไฟฟ้า ได้รับส่วนแบ่งจากการขายไฟฟ้า 25 สตางค์ต่อหน่วย มีรายได้จากการขายพืชพลังงานและให้เช่าที่ดินปลูกพืชพลังงาน อีกทั้งยังเกิดการจ้างงานเพิ่มในชุมชนอีกด้วย และยังมีโครงการต่อเนื่องของปีถัดไปคือ บี10 น้ำมันบนดินเพื่อเศรษฐกิจฐานราก โดยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.63 จะประกาศ บี10 เป็นน้ำมันดีเซลพื้นฐาน เป็นการแก้ปัญหาปาล์มน้ำมันทั้งระบบ เกิดสมดุลยภาพทั้งอุปสงค์และอุปทาน จะมีการใช้ปาล์มน้ำมันมาใช้ผลิตไบโอดีเซลเพิ่มมากขึ้น ปาล์มน้ำมันทั้งระบบจะ มีเสถียรภาพราคามั่นคง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิพานันกล่าวว่า สำหรับมาตรการการช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรนั้น รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังเร่งเดินหน้าแก้ไขปัญหาที่ดินให้กับเกษตรกรให้กับผู้ยากไร้ผ่านวิธีการปฏิรูปที่ดินด้วยโครงการคืนโฉนด เพื่อให้เกษตรกรมีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง และยังช่วยเหลือมอบสินเชื่อเงินกู้เงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมแก่เกษตรกร มีนโยบายดูแลและส่งเสริมการประกอบอาชีพอย่างครบวงจรเพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้พัฒนาอาชีพและสร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพของเกษตรกร มีการประกันราคาพืชผลทางการเกษตร 5 ชนิด ได้แก่ ข้าว ปาล์มน้ำมัน ยางพารา มันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ยังร่วมพัฒนาแอปพลิเคชัน Chaokaset (ชาวเกษตร) สำหรับเกษตรกรไทยให้ดาวน์โหลดฟรีเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไทยในการวางแผนเพาะปลูกอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐกล่าวถึงงานในส่วนของกระทรวงศึกษาก็ได้ดำเนินการเต็มที่ในการพัฒนาวางรากฐานการศึกษา ทั้งสายสามัญและสายอาชีวะ ในสายอาชีวะ ได้ดำเนินการปฏิรูปการศึกษาที่มุ่งเน้นการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทย โดยขอความร่วมมือครูสอนภาษาอังกฤษที่เป็นเจ้าของภาษา (Native Speakers) มาช่วยสอนภาษาอังกฤษ โดยได้นำหลักสูตร BTEC ของ Pearson มาปรับใช้ในประเทศไทยเพื่อรองรับแผนการลงทุนภาคอุตสาหกรรมและทำความร่วมมือกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) โดยจัดส่งครูอาสาสมัครญี่ปุ่นให้สถานศึกษาของไทย และโครงการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผ่านโครงการจัดตั้งสถาบันไทยโคเซ็น (KOSEN) เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทุกภาคส่วนของพรรคพลังประชารัฐทำงานเต็มที่เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข ทั้งในเชิงนโยบายและแก้ปัญหาชาวบ้านโดยผ่านการทำงานในสภา โดยมีนายวิรัช รัตนเศรษฐ เป็นวิปรัฐบาล ที่ทำงานประสานทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านให้ดำเนินด้วยดี พร้อมกับดำเนินการการประสานให้ ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐได้สะท้อนปัญหาต่างๆ ของประชาชนจากการลงพื้นที่ทำงานมาอภิปรายหารือในสภา โดยจากสถิติที่ผ่านมา ส.ส. จำนวนกว่า 79 ท่านได้นำเสนอข้อร้องเรียนทั้งสิ้นกว่า 260 เรื่อง โดยสะท้อนปัญหาและหาแนวทางแก้ไขเพื่อประโยชน์ของพ่อแม่พี่น้อง 77 จังหวัดและ กทม. ซึ่งจะเห็นได้ว่าการทำงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคพลังประชารัฐนั้นทำเต็มที่เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน&amp;rdquo; รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีผลสำรวจซูเปอร์โพล ติดอันดับ 1 สุดยอดรัฐมนตรีแก้ปัญหารากหญ้าว่า ถือเป็นกำลังใจในการทำงานว่า สิ่งที่ตั้งใจทำงานมาตลอด 4 เดือน มีพี่น้องเป็นแรงใจทำให้มีกำลังใจทำงานต่อไป และบังเอิญนโยบายกระทรวงพลังงานหลายด้านเป็นการไปสร้างความแข็งแรงให้กับรากหญ้าจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซล หมุนเร็ว B10 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกปาล์ม ทำราคาปาล์มขึ้นเป็นประวัติการณ์ หล่านี้เริ่มเกิดผล หรือการสนับสนุนทำโรงงานไฟฟ้าชุมชนสิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นผลงานโดยรวม ทำเศรษฐกิจฐานรากเติบโตเป็นรูปธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ขณะที่นโยบายอย่างบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้สร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจโดยรวมในประเทศ และหัวใจสำคัญที่รัฐบาลตระหนักดี ที่รัฐบาลต้องทุ่มเทและทุกกระทรวงต้องช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็ง ถือเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลอยู่แล้ว และเรื่องของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังปีใหม่กระทรวงการคลัง จะเริ่มพิจารณาผู้ที่ตกสำรวจ ทั้งนี้ นโยบายที่ออกไปทั้งหมดถือเป็นการสร้างความยั่งยืน ไม่ใช่นโยบายเฉพาะกิจ อย่างน้ำมันจากปาล์มยังมีทยอยออกมาอีก สร้างความยั่งยืนให้กับปาล์มน้ำมัน และปีหน้าจะเริ่มมีเอทานอลจากอ้อยและมันสำปะหลัง เพื่อผลักดันเรื่องของพืชเกษตรพลังงาน สร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร สร้างชุมชนเข้มแข็งในระยะยาว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์กล่าวว่า สำหรับนโยบายพรรคพลังประชารัฐก็เริ่มเดินหน้าแล้ว อย่างนโยบายข้าว แม้พรรคไม่ได้ดูโดยตรง แต่ได้ผลักดันค่าเก็บเกี่ยวควบคู่กับนโยบายประกันราคาข้าวของพรรคประชาธิปัตย์ หรือพักหนี้กองทุนหมูบ้าน ได้เริ่มแล้วตามที่หาเสียงไว้ ราคาพืชเกษตรไม่ได้ทิ้ง ตามที่ได้หาเสียงไว้ นโยบายด้านสังคม นโยบายมารดาประชารัฐกำลังจะนำฉบับที่หาเสียงไว้มาใช้ ส่วนเรื่องค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ แม้พลังประชารัฐไม่ได้ดูแลโดยตรง โดยในส่วนของพลังประชารัฐไม่ได้หมายความว่า ต้องขึ้นค่าแรงทันที แต่ต้องการให้มีการพัฒนาฝีมือ ให้มีฝีมือทั้งระบบ เพื่อนำไปสู่การยกระดับค่าแรงในอนาคต นโยบายส่วนนี้ของพรรคถือว่าดูแลทางอ้อม อาจไม่มีผลโดยตรงกับค่าแรงปัจจุบัน แต่สิ่งที่เราต้องการคือยกระดับฝีมือแรงงาน ทันเทคโนโลยี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เราเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล มองนโยบายในภาพรวมเป็นตัวตั้ง ไม่ได้เอานโยบายพรรคเป็นตัวตั้งในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล เราพยายามผสมผสานนโยบายพรรคร่วมรัฐบาลและนโยบายพรรคพลังประชารัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่จำเป็นต้องเป็นนโยบายของพรรคพลังประชารัฐเพียงพรรคเดียว เพราะพรรคแกนนำต้องเสียสละประคับประคองรัฐบาลไปข้างหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่สถานีขนส่งหมอชิต จนเกิดกระแสโซเชียลมีเดียวิพากษ์วิจารณ์ถึงความนิยมในตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ลดน้อยลงว่า เป็นเรื่องปกติของสังคมการเมืองที่นายกรัฐมนตรีอยู่ในตำแหน่งอย่างต่อเนื่องยาวนาน อาจจะมีทั้งคนนิยมชมชอบ และมีคนเบื่อหน่ายเป็นเรื่องธรรมดา แต่จากภาพที่ปรากฏตามข่าวที่ผู้หญิงคนหนึ่งแสดงออกถึงอาการไม่พอใจ พล.อ.ประยุทธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ น่าจะมาจากสาเหตุที่ พล.อ.ประยุทธ์ ประเมินสถานการณ์ในขณะนั้นผิดพลาด เพราะ 1.พล.อ.ประยุทธ์ไม่ควรที่จะถามคำถามว่าเบื่อนายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่ เพราะคนที่จะตอบคำถาม อยู่ในอาการหน้าบึ้ง แสดงความไม่พอใจทางสีหน้าอย่างเห็นได้ชัด น่าจะเดาคำตอบได้บ้าง 2.สถานีขนส่งหมอชิต เป็นศูนย์รวมการเดินทางของพี่น้องชาวอีสาน และโดยพื้นฐานคนอีสานส่วนใหญ่ก็ไม่ชอบ พล.อ.ประยุทธ์เป็นพื้นฐาน ตัวพล.อ.ประยุทธ์เองรับรู้มาโดยตลอด 3.ในการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ทุกครั้งที่ผ่านมา จะมีการจัดตั้งมวลชนมาต้อนรับ แต่ที่สถานีขนส่งหมอชิตมีสภาพตามธรรมชาติ ไม่มีการจัดตั้ง ไม่มีกองเชียร์ หรือเสียงสนับสนุน จึงทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นมวลชนเหมือนการลงพื้นที่ในทุกๆครั้งที่ผ่านมา จึงเกิดการหลงประเด็นขึ้นมาได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ในการปฏิบัติหน้าที่ บริหารบ้านเมืองให้ผ่านวิกฤติในทุกๆ ด้านไปให้ได้ แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องของประชาชนที่กำลังย่ำแย่อยู่ในขณะนี้ ให้ดีขึ้น ประชาชนก็จะรักและศรัทธา จะไม่มีคำว่าเบื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ยินอย่างแน่นอน&amp;rdquo; นายเทพไทกล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53456</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ, พชปร., พรรคพลังประชารัฐ, ศึกษาแก้ รธน., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน., ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190917/image_big_5d80614c73ceb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
