<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73376</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2020 12:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2020 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุทิน&#039; ย้ำแก้รธน. มาตรา 256 ไม่ควรเกิน 5 เดือน จี้ ส.ว.ต้องเสียสละ แนะพรรคการเมืองแสดงจุดยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.63 - ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน)ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูฐ ว่า กมธ.ได้สรุปไปแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเห็นด้วยที่จะให้มีการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อเปิดทางให้มีการตั้งส.ส.ร. รวมถึงเงื่อนไขเวลาที่ให้กระชับ ซึ่งวันนี้หลายพรรคก็ขานรับนำไปเป็นแนวทางที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การแก้มาตรา 256 อาจติดเงื่อนไขว่าต้องไปทำประชามติ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยาก และต้องใช้ ส.ว.มารับรอง และกระบวนการนี้คาดว่าจะให้เสร็จภายในกี่เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทิน กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญยากอยู่แล้ว การทำประชามติก็เป็นขั้นตอนที่เขียนไว้เพื่อให้เกิดความยุ่งยาก แต่ไม่ว่าจะยุ่งยากขนาดไหนก็ต้องทำ และไม่ใช่เรื่องน่ารังเกียจ แม้จะเสียเวลาก็ยอม เสียเงินยิ่งดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า กมธ.ศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะรายงานต่อสภาได้เมื่อใด ถึงแนวทางแก้ไขมาตรา 256&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทิน กล่าว่า สาระเราได้สรุปแล้ว นี่เป็นเพียงรูปแบบ ซึ่งคาดว่าจะรายงานต่อสภาภายในสิ้นเดือนส.ค.นี้&amp;nbsp;ทั้งนี้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 นี้ คิดว่าควรทำไม่เกิน 5 เดือน และคิดว่าในสัปดาห์นี้พรรคการเมืองต่างๆ คงจะยื่นเรื่อง รวมถึงพรรคเพื่อไทยด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนส.ว.จะเห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรานี้ด้วยหรือไม่นั้น เพราะถูกมองว่าอาจจะถูกลดอำนาจ เรื่องนี้ถ้าเราไปคิดว่า ส.ว.เขาเห็นแก่ตัว เขาหวงอำนาจ แน่นอนว่า ส.ว.คงไม่ให้ความร่วมือ แต่ถ้าเราคิดว่า ส.ว.เห็นประโยชน์ของบ้านเมืองเหมือนกันคงฟังเสียงประชาชน และคิดว่า ส.ว.คงจะไม่ขัดขวาง โดยก่อนหน้านี้ตนไม่มีความหวังกับส.ว. แต่วันนี้เริ่มเห็นความหวังว่าเขาจะเห็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับบ้านเมือง และคิดว่าเขาคงจะเสียสละ ไม่รักษาประโยชน์ของตนเองจนไม่มองบ้านเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าจะมีแนวทางสื่อสารกับนักศึกษาอย่างไร เพื่อไม่ให้มีการยกระดับการชุมนุมจนต้องชิงยุบสภา ก่อนที่รัฐธรรมนูญจะได้รับการแก้ไข นายสุทิน กล่าวว่า เราไปชี้นำไม่ได้ เชื่อว่าเขามีความรู้ มีวิธีคิดของเขา ส่วนเราก็ทำหน้าที่ของเราไป อะไรที่เราตอบสนองได้ และเป็นประโยชน์ต่อสังคมก็ทำ เช่น การยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้านิสิตนักศึกษา มองว่าเขาบรรลุวัตุประสงค์แล้วเขาอาจจะสลายการชุมนุมไป หรือเขาอาจจะมองว่าเป็นปฐมบท ที่เส้นทางอีกยาวการที่นักศึกษาจะถอยเลยเขาอาจจะไว้วางใจได้หรือไม่ จึงอาจอยู่และต้องทวงถามไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นไปได้หลายวิธีการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การที่พรรคการเมืองตั้งเงื่อนไขว่าจะร่วมหรือไม่ร่วมกับรัฐบาลในการแก้รัฐธรรมนูญ ควรตัดสินใจได้เมื่อใด นายสุทิน กล่าวว่า ตนมองว่าเป็นโอกาสที่พรรคการเมืองจะได้แสดงจุดยืน ทิศทางของพรรคตนเอง เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่สังคมทั้งจับตา และรอคอยความหวัง หากพรรคการเมืองใด จะใช้โอกาสนี้เลือกทางเดินของตัวเอง ใครที่อยู่กับรัฐบาลแล้วจะอยู่ต่อไปเพราะแนวทางตรงกัน หรือมีแนวทางไม่ตรงกันแล้วจะแยกตัวออกมาก็แล้วแต่ เช่นเดียวกับฝ่ายค้านที่จุดนี้จะแสดงจุดยืน แสดงความจริงใจของพรคคการเมือง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73376</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ, มาตรา 256 ตั้ง สสร., สุทิน คลังแสง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200316/image_big_5e6f432878b55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2019 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2019 15:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่พลิกโผ!&#039;พีระพันธุ์&#039;นั่งปธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ธ.ค.62- ที่ห้องประชุม411 รัฐสภา &amp;nbsp;มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 นัดแรก โดยเจ้าหน้าที่ได้นำกล่องลงคะแนนมาวางรอไว้ที่ท้ายห้องประชุมเพื่อพิจารณาเลือกบุคคลทำหน้าที่สำคัญๆในคณะกมธ.ตามระเบียบวาระ อาทิ การเลือกประธานกมธ. รองประธานกมธ. โฆษกกมธ. เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บรรยากาศก่อนการเริ่มประชุมเป็นไปอย่างกันเอง กมธ.ทั้งสัดส่วนฝ่ายรัฐบาล และสัดส่วนฝ่ายค้านต่างทักทาย และจับมือกันด้วยความชื่นมื่น กระทั่งเมื่อกมธ.มาครบองค์ประชุม เป็นที่น่าสังเกตุเจ้าหน้าที่จัดเก้าอี้ให้นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ที่เป็นตัวแทนในนามพรรคพลังประชารัฐ กับ นายศุภชัย ใจสมุทร ที่มาทำหน้าที่ตัวแทนพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นซีกรัฐบาลเหมือนกัน แต่กลับไม่ทักทายกัน ผิดกับนายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค มาจากสัดส่วนครม. กับนายพงศเทพ เทพกาญจนา จากพรรคเพื่อไทย พูดคุยด้วยท่าทีเป็นกันเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเลขานุการคณะกมธ.ได้เปิดการประชุม โดยเชิญนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกมธ.ผู้ที่มีอาวุโสสูงสุด ทำหน้าที่เป็นประธานชั่วคราว ก่อนที่จะเชิญสื่อมวลชนออกจากห้องประชุม เพื่อดำเนินการตามระเบียบวาระต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้ทวิตข้อความถึงผลการลงคะแนนตำแหน่งประธานกมธ.ฯ โดยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้คะแนนมากที่สุด 25 คะแนน ได้นั่งในตำแหน่งประธานกมธ.ฯ ขณะที่นายโภคิน พลกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้คะแนนเป็นลำดับ 2 คือ 19 คะแนน และไม่ประสงค์ลงคะแนน4เสียง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53166</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ, นายโภคิน พลกุล, พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190416/image_big_5cb5a77dd8ea4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52159</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2019 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2019 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สะดุ้ง!&#039;วิษณุ&#039;แจงไม่ส่ง&#039;หนุมาน&#039;ไปศึกษาแก้รธน. หวั่นครหาเลยให้&#039;18 มงกุฎ&#039;ไปแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ธ.ค.62-นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า หลังจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติตั้ง กมธ.เสร็จเรียบร้อยแล้วสามารถดำเนินการได้เลย ซึ่งโดยหลักแล้วเมื่อมีการตั้ง กมธ.วิสามัญขึ้นมา ไม่ว่าชุดไหนก็ตาม คำว่า วิสามัญบอกอยู่แล้วว่า เป็นเฉพาะกิจ มีวันสิ้นสุด ซึ่งทางสภาฯจะต้องบอกตั้งแต่ตอนตั้งว่า มีกำหนดเวลาเท่าไร และเมื่อครบกำหนดยังสามารถขยายเวลาต่อได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้มีการมองกันว่า รัฐบาลไม่จริงใจ เพราะไม่ส่งคนระดับบิ๊กๆ เข้าไปนั่งเป็น กมธ. นายวิษณุ กล่าวว่า ถ้าส่งคนแบบบิ๊กๆ ไป คุณก็จะไปมองอีกแบบหนึ่ง ส่งคนพวกนี้ไปก็อาจจะมองว่า ส่งคนไปห้ำหั่นโรมรันพันตู สมมุติส่งตน นายมีชัย ฤชุพันธุ์ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อย่างนี้บิ๊กหรือไม่ แล้วคุณว่า เสียงวิจารณ์จะออกมาอย่างไร เริ่มต้นเขาก็ตีกันก่อนแล้วว่า ไม่เอานายมีชัย นายบวรศักดิ์ นายวิษณุ ฉะนั้น ก็ไม่ส่งระดับหนุมาน แต่ส่งระดับ 18 มงกุฎไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ทำไมจึงเรียกคนที่ไปเป็น กมธ.ว่า อยู่ในระดับ 18 มงกฎ นายวิษณุ กล่าวว่า &amp;ldquo;อ้าวลูกน้องของหนุมานเขาเรียก 18 มงกุฎ พวกคุณไม่รู้หรอ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามย้ำว่า 18 มงกุฎ ในความเข้าใจของคนทั่วไปคือ ไม่จริงจัง เหมือนโจร นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ใช่ ในรามเกียรติ์คำว่า ถ้าในระดับบิ๊กคือ หนุมาน พาลี สุครีพ ชมพูนท แต่ถ้าระดับอื่น เขาเรียกว่า เป็น 18 มงกุฎ เป็นลิง 18 ตัวสวมมงกุฎ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52159</URL_LINK>
                <HASHTAG>18 มงกุฎ, กมธ.ศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ, นายวิษณุ เครืองาม, รองนายกฯ, หนุมาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191210/image_big_5def1bb5531bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49530</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.ขวางมาร์ค จองปธ.แก้ไขรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; กั๊กหนุน &amp;quot;มาร์ค&amp;quot; นั่งประธาน กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ โยน ส.ส.และ กมธ.พิจารณา &amp;nbsp;&amp;quot;ปชป.&amp;quot; นัด 5 พ.ย.เคาะชื่อ 4 กมธ.ในโควตา &amp;quot;ปธ.วิปรัฐบาล&amp;quot; ย้ำใครนั่งหัวโต๊ะรื้อ รธน.ต้องคุยกันก่อน &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; วอน &amp;quot;บิ๊กตู่-ส.ว.&amp;quot; ร่วมมือ อ้างพรรคร่วมรัฐบาลเห็นพ้องหมด &amp;quot;ภูมิธรรม&amp;quot; ชงให้เป็นวาระสำคัญแห่งชาติ &amp;quot;พท.&amp;quot; ขยับยื่นซักฟอก ครม.ประยุทธ์ บอกทำงานมา 3 เดือนพบร่องรอยส่อทุจริตคอร์รัปชันแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 พ.ย. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีมีการเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรค ปชป.เป็นประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เรื่องนี้ขอไม่พูดถึงตัวบุคคล แต่ขอพูดในหลักการ คือขณะนี้ญัตติการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญได้บรรจุอยู่ในวาระของสภาผู้แทนราษฎร เมื่อมีการหยิบยกขึ้นมาก็จะมีการพิจารณาว่าจะให้มีการตั้งกรรมการวิสามัญหรือไม่ ซึ่งตนเชื่อว่าแนวโน้มคงตั้ง เพราะทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านมีความเห็นร่วมกันให้มีการตั้งอยู่แล้วตอนเสนอญัตติเข้าไป ฉะนั้นเมื่อมีการตั้งก็จะมีการพิจารณาตัวกรรมาธิการที่จะเข้าไปสู่การพิจารณา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์กล่าวว่า ในส่วนของพรรค ปชป.ขอเรียนว่าการพิจารณาว่าใครจะไปเป็นกรรมาธิการขึ้นอยู่กับที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดย ส.ส.จะเป็นผู้พิจารณา ซึ่งตนคงไม่สามารถเรียนให้ทราบล่วงหน้าได้ว่าจะมีใครสนใจบ้างและควรจะเป็นใคร แต่หลังจากได้ตัวกรรมาธิการครบจะพิจารณาว่าใครจะเป็นประธาน รองประธาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตำแหน่งไหนในกรรมาธิการวิสามัญขึ้นอยู่กับที่ประชุมกรรมาธิการ ซึ่งในส่วนรัฐบาลก็มีวิปรัฐบาลที่จะเป็นผู้พิจารณา โดยวิปในพรรค ปชป.จะเป็นหนึ่งในวิปรัฐบาลที่จะเข้าไปร่วมพิจารณา ซึ่งต้องรอวิปรัฐบาลเป็นผู้พิจารณาอีกขั้นหนึ่งว่าควรจะเป็นใครอย่างไร&amp;quot; นายจุรินทร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าหากวิปรัฐบาลไฟเขียว ในขณะที่ฝ่ายค้านก็เห็นถึงความเหมาะสมของนายอภิสิทธิ์ หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวว่า ขอให้เป็นเรื่องของวิปที่จะไปคุยกัน ในส่วนของพรรคก็จะคุยกัน เพราะเป็นกลไกที่เราทำงานร่วมกันมาตั้งแต่ต้นในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล และจำเป็นจะต้องหารือกันในวิปรัฐบาล เพราะซีกรัฐบาลมีความสำคัญต่อความสำเร็จเหมือนกัน และจะเป็นความสำเร็จของทุกฝ่าย เพราะการแก้รัฐธรรมนูญจะสำเร็จได้ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล แต่ต้องรวมไปถึงวุฒิสมาชิกด้วย นั่นแปลว่าจะต้องมีความเห็นพ้องต้องกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันในส่วนของ ปชป.จะต้องไปนับหนึ่งที่วิปรัฐบาล ในฐานะพรรคร่วม ซึ่งเราจะเจรจากันตรงนั้น &amp;nbsp;ตอนนี้ขอไม่พูดในรายละเอียด ขอให้เป็นหน้าที่วิปที่จะคุยกัน&amp;quot; หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าส่วนตัวเห็นว่านายอภิสิทธิ์มีความเหมาะสมหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ตนไม่มีความเห็นส่วนตัว เป็นเรื่องของพรรคที่จะพิจารณาตัวบุคคล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค ปชป.กล่าวว่า การเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคคาดว่าน่าจะได้จำนวน 4 คน แต่ยังไม่ได้มีการพูดคุยพิจารณาเรื่องดังกล่าวว่าใครจะไปดำรงตำแหน่งบ้าง ซึ่งในการประชุม ส.ส.ของพรรควันที่ 5 พ.ย.นี้ เวลา 13.30 น.จะมีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดคุยกัน ซึ่งผลการประชุมจะออกมาเป็นอย่างไรจะแจ้งให้ทราบภายหลังการประชุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตำแหน่งกรรมาธิการไม่จำเป็นต้องผ่านคณะกรรมการบริหารพรรค เป็นเรื่องในที่ประชุม ส.ส.จะเป็นผู้พิจารณาผู้ที่เหมาะสม&amp;quot; โฆษกพรรค ปชป.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ญัตติเรื่องการตั้ง กมธ.ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจจะเสนอไม่ทันในสัปดาห์นี้ เพราะว่าในวันที่ 6 &amp;nbsp;พ.ย.มีวาระหลายเรื่องที่อาจจะใช้เวลานาน อาทิ วาระหารือทั่วไปของสมาชิก กระทู้ถามสดและกระทู้ถามทั่วไป การรับทราบรายงานประจำปีของหน่วยงานต่างๆ และการรับทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา 270 ที่ต้องรายงานแก่สภาทุก 3 เดือน ตรงนี้อาจจะกินเวลานานเพราะน่าจะต้องมีการอภิปรายของสมาชิกด้วย และญัตติการตั้ง กมธ.ศึกษาผลกระทบคำสั่งคสช.ต้องใช้เวลานานเช่นกันในการอภิปรายถกเถียง แต่ทั้งนี้ตนยืนยันว่าการประชุมจะเป็นไปตามระเบียบวาระตามปกติ ไม่มีการยื้อเวลาหรือถ่วงเวลาอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องการเสนอนายอภิสิทธิ์มาเป็นประธาน กมธ.ศึกษาการแก้รัฐธรรมนูญ ผมยังไม่ทราบรายละเอียด รอให้มีการตั้ง กมธ.ให้เรียบร้อยก่อนดีกว่า เพราะวันนี้ยังไม่รู้เลยว่าแต่ละพรรคใครจะมาบ้าง &amp;nbsp;และเมื่อมาแล้วต้องมาคุยกันก่อนว่าใครจะเป็นประธาน&amp;quot; ประธานวิปรัฐบาลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ถึงการเสนอชื่อประธาน กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญว่า จะต้องเป็นคนในพรรค พปชร. ซึ่ง กมธ.ชุดดังกล่าวเป็นแค่การศึกษาหาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยังไม่ได้เป็นเรื่องของการแก้รัฐธรรมนูญอย่างจริงจัง โดยจะไปสามารถแก้ไขอย่างรวดเร็วคงไม่ใช่ ก็ต้องศึกษาก่อน เพราะฉะนั้นคนในพรรค พปชร.ก็สามารถนั่งเป็นประธาน กมธ.ได้ทั้งนั้น เบื้องต้นอาจเป็นนายวิรัช รัตนเศรษฐ, นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรค พปชร. หรือแม้แต่ตนก็สามารถนั่งเป็นประธาน กมธ.ได้ โดยจะต้องผู้ที่มีความอาวุโส ซึ่งภายในพรรคก็มีผู้ที่มีความอาวุโสอยู่หลายคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเห็นอย่างไรต่อกระแสข่าวการผลักดันให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นประธาน นายวีระกรกล่าวว่า เป็นเรื่องปกติของกรรมาธิการคณะใหญ่ๆ ที่จะต้องเป็นแกนนำพรรครัฐบาล แต่เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็นแกนนำพรรครัฐบาล ซึ่งการเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์นั้นมีสิทธิ์ที่จะเสนอได้ แต่ตามหลักและมารยาทจะต้องเป็นพรรคใหญ่ที่สุดของรัฐบาลนั่งเป็นประธาน กมธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าสามารถกล่าวได้หรือไม่ว่า พปชร.ไม่ขัดข้องหากนายอภิสิทธ์จะนั่งประธาน กมธ. นายวีระกรกล่าวย้ำว่า จะบอกว่าขัดข้องหรือไม่ขัดข้องนั้นไม่ได้ แต่ย้ำว่าไม่ได้รังเกียจนายอภิสิทธิ์ แต่เขาเสียงน้อยมานั่งตรงนี้คงจะไม่ได้ ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์มีความเหมาะสมในสายตาของตน แต่เป็นตัวแทนพรรค ปชป.มองว่ายังเล็กไป ควรจะต้องเป็นพรรครัฐบาลหรือพรรค พปชร. สำหรับคุณสมบัติประธาน กมธ.จะต้องรู้เรื่องกฎหมายและมีประสบการณ์ทางการเมืองมากพอสมควร รวมถึงจะต้องรู้ว่ารัฐธรรมนูญเก่าๆ ที่ผ่านมาให้สิทธิเสรีภาพอย่างไร หรือมีอะไรที่แตกต่างจากฉบับปัจจุบันเพื่อเปรียบเทียบ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์จะมาเป็นประธาน กมธ.ศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า คนนอกมีสิทธิ์ที่จะเข้าไปเป็น กรรมาธิการได้ ส่วนตนจะร่วมไปเป็นกรรมาธิการด้วยหรือไม่ คงต้องรอพรรคหารือกันเพื่อเสนอว่าจะส่งใครเข้าไป แต่อยากให้เป็นคนที่มีความรู้ด้านกฎหมายเข้าไปนั่งเป็นกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อจะไปช่วยผลักดันให้การทำงานของ กมธ.ให้ประสบผลตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค พท.กล่าวถึงข่าวนายอภิสิทธิ์จะมาเป็นประธาน กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า พรรคไม่ได้ยึดติดกับตัวบุคคล เป็นใครก็ได้ เป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย ทุกภาคส่วน และมีหลักที่ชัดเจน ไม่กลับไปกลับมา รวมทั้งต้องทำให้ประชาชนมั่นใจ มีจุดยืนที่เป็นประชาธิปไตย มีหลักการที่เป็นสากล จะเป็นชื่อใครไม่มีปัญหา เราลดเงื่อนไข แสวงจุดร่วมสงวนจุดต่างเพื่อนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ชงแก้ รธน.วาระแห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พท.กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจากการพูดคุยกับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทย พรรคพลังประชารัฐ เห็นตรงกันว่าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี แต่อุปสรรคคือหากสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) หรือผู้มีอำนาจไม่เอาด้วยก็ไม่สามารถแก้ไขได้ ดังนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องให้ผู้มีอำนาจและสมาชิกวุฒิสภาเห็นด้วย แต่ก็ไม่ง่ายเพราะ ส.ว.เกรงว่าอำนาจที่ตัวเองมีจะหายไป ดังนั้นอาจจะต้องหารือกับ ส.ว.ว่าเราจะแก้ไขในส่วนใดบ้าง อาจจะมีการแก้ในส่วนของบทเฉพาะกาล ให้คงอำนาจของ ส.ว.ตามวาระ หลังหมดวาระแล้วว่ากันใหม่ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งหมดทั้งมวลการแก้รัฐธรรมนูญต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย รวมทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หากไม่ร่วมมือหรือไม่เห็นแก่ประชาชนก็แก้รัฐธรรมนูญไม่ได้&amp;quot; นพ.ชลน่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเรื่อง &amp;quot;ลดเงื่อนไข เลิกแบ่งฝ่าย ร่วมมือกันแก้ไขรัฐธรรมนูญ&amp;quot; ตอนหนึ่งระบุว่า ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญสมควรที่พรรคฝ่ายค้านและพรรคฝ่ายรัฐบาลจะยึดเอาประโยชน์ของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด โดยร่วมกันทำให้วาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นวาระสำคัญของชาติ และช่วยกันเร่งสร้างบรรยากาศความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ประชาชนในสังคม มุ่งช่วยกันปลดล็อกหาทางออกให้ประเทศ โดยลดอคติการแบ่งฝักฝ่าย ลดการสร้างเงื่อนไขต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย วันเดียวกันมีการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพรรคตรวจสอบการทำงานรัฐบาล เตรียมความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยมีแกนนำพรรคเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค พท.แถลงหลังการประชุมว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พรรคมีข้อมูลการบริหารงานรัฐบาลที่บกพร่องไร้ประสิทธิภาพ แม้รัฐบาลนี้จะบริหารงานมาเพียง 3 เดือนเศษ ก็พบร่องรอยบางประการที่อาจจะมีการทุจริตคอร์รัปชัน จากข้อมูลที่ได้มาเรามีความพร้อมที่จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้พรรค พท.ทำงานร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งรายละเอียดวันอภิปรายจะยื่นอภิปราย ครม.ทั้งคณะหรือรายบุคคล รัฐมนตรีคนใด กระทรงใดบ้าง คงต้องรอการหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอีกครั้ง แ ต่ยืนยันว่าข้อมูลที่เราได้มา มีรัฐมนตรีหลายคนเข้าข่ายถูกอภิปรายได้ ตอนนี้ขอยังไม่เปิดเผยว่ามีใครบ้าง กระทรวงใดบ้าง แต่อาจจะมีบางคนที่คาดไม่ถึงรวมอยู่ด้วย&amp;quot; เลขาฯ พรรค พท.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า การเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล อาจจะมีคำถามตามมาว่าพรรคฝ่ายค้านยื่นเร็วไปหรือไม่ ต้องบอกว่ารัฐบาลประยุทธ์อยู่ในอำนาจมา 6 ปีแล้ว &amp;nbsp;ไม่ใช่อยู่มา 3 เดือน เราไม่อยากให้คนผิดลอยนวล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมตัวอภิปรายอย่างเต็มที่ ซึ่งยืนยันเวลานี้การทำงานของพรรคร่วมฝ่ายค้านยังเหนียวแน่นมั่นคง รวมทั้งเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญเราก็เปิดใจกว้าง จะเป็นใครทั้งนายอภิสิทธิ์หรือใครก็ได้ที่มีความเหมาะสม มาเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 เราก็เปิดใจกว้างรับ เช่นเดียวกับ ส.ว.ถ้ายินดีจะมาในขั้นตอนนี้เราก็เปิดใจกว้างรับ&amp;quot; ประธานวิปรัฐบาลกล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49530</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ, กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, วิปรัฐบาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191104/image_big_5dc039aee945c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
