<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14868</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2026 17:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2018 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลุกพลังปฏิรูปการศึกษา สร้างความเท่าเทียมทุกวัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ประเทศไทยลงทุนด้านการศึกษาปีละ 5 แสนล้านบาท แล้วทำไมการศึกษาไทยยังเหลื่อมล้ำ&amp;rdquo; เป็นโจทย์ที่ผู้เกี่ยวข้องทางด้านการศึกษาตั้งข้อสังเกต พร้อมนำเสนอรายละเอียดทั้งปัญหาและทางออกไว้ชัดเจน ผ่านเวทีเสวนาวิชาการหัวข้อ &amp;ldquo;การพัฒนามนุษย์ที่สมบูรณ์สู่ศตวรรษที่ 21 จากการเรียนรู้ร่วมกันสู่นโยบาย อันเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญที่จัดในมหกรรมสร้างเสริมสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว &amp;ldquo;กว่าทศวรรษ พัฒนาครอบครัวอบอุ่น สร้างคุณค่าคนคือผลงานเรา&amp;rdquo; โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เมื่อไม่นานมานี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับประเด็นหลักดังกล่าว ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้เชี่ยวชาญนโยบายด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษา สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) กล่าวว่า งบประมาณทางด้านการศึกษาปีละ 5 แสนล้านบาท แบ่งเป็นงบประจำปี&amp;nbsp; 74.69% งบส่วนกลาง 16.39% และส่วนที่ 3 เป็นงบที่กระจายให้โรงเรียนโดยตรง 8.93% แต่ปัญหาการศึกษายังมีเพราะบางที่มีความเหลื่อมล้ำสูง และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากพบว่าเด็กไทยอายุ 15 ปี 1 ใน 3 คนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ สำหรับจำนวนนักเรียนไทยนั้นแบ่งเป็นเด็กนอกระบบ 670,000 คน ส่วนเด็กในระบบมี 2 กลุ่ม คือ กลุ่มเด็กยากจนในระบบการศึกษาพื้นฐาน 1.8 ล้านคน และกลุ่มเด็กพิการในระบบศึกษาพื้นฐาน 313,000 คน โดยรัฐบาลสนับสนุนเงินทุนอุดหนุนเพื่อเด็กยากจนชั้น ป.1-ม.3 ให้เด็ก 1.6 ล้านคน แต่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคือ รัฐไม่ทราบว่าใครจนจริง จนเทียม มันแก้ไม่ได้ และเงินเข้าไม่ถึง เพราะเด็กยากจนจริงๆ มีมากกว่านั้นถึง 2 เท่า เนื่องจากมียอดรายงานนักเรียนยากจนมากกว่า 3 ล้านคน ดังนั้นการแก้ปัญหาโดยการอัดฉีดเงินไม่ใช่การแก้ที่ถูกจุด เพราะเอามาตรฐานความจนมาแยกเด็กไม่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักวิชาการรายเดิมจึงระบุว่า ทางออกที่เหมาะสมคือ การปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ในเรื่องกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งเป้าหมายของกองทุนดังกล่าวอยู่ในทุกช่วงวัยก็จริง และมีเด็กต้องการราว 4.3 ล้านคน ในกระบวนการนี้ต้องมีการปฏิรูปแบบทั้งหมด คือใช้นวัตกรรม ข้อมูล เทคโนโลยี และการมีส่วนร่วมเข้ามาช่วยคัดกรองความต้องการของเด็กเป็นรายบุคคล และศึกษาปัญหาความไม่เท่าเทียมของเด็กให้ดี จากนั้นเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างกันทุกกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;


fifa356&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ การพัฒนาศักยภาพดังกล่าวควรทำตั้งแต่ก่อนวัยเรียน โดยให้เด็กทุกคนมีความเสมอภาคทางการศึกษา นั่นคือเรียนในสถาบันที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะเด็กกลุ่มช้างเผือกที่สังคมและโรงเรียนต้องบ่มเพาะให้มีทัศนคติที่ถูกต้อง เพื่อให้สามารถเอาชนะอุปสรรคทางเศรษฐกิจและสังคมได้ โดย 5 ปีแรกไทยต้องตั้งเป้าปลดล็อกความเหลื่อมล้ำให้ได้ โดยทำให้ทุกโรงเรียนมีคุณภาพที่ดีเหมือนกันให้ได้ แล้วปัญหาแป๊ะเจี๊ยก็จะหมดไป เพราะผู้ปกครองไม่ต้องแย่งให้ลูกเรียนโรงเรียนใดโรงเรียนหนึ่ง ขณะที่รัฐบาลเองก็กำลังพิจารณาให้มีกองทุนการศึกษาเพื่อผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เชื่อว่าจะทำให้เด็กยากจนช้างเผือกมีโอกาสได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพอย่างแท้จริง&amp;nbsp;


bnk789&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า จากสถานการณ์เทคโนโลยีที่ก้าวหน้ารวดเร็ว หลายธุรกิจต้องปิดตัวลง คนตกงานเยอะ&amp;nbsp;


save168 ทักษะไม่เพียงพอ นั่นเพราะประเทศไทยเน้นการพัฒนามนุษย์โดยให้ความสำคัญกับปริมาณ ให้น้ำหนักเรื่องคุณภาพน้อย โดยเฉพาะคุณภาพคน ซ้ำในส่วนของโครงสร้างกลไกภาครัฐที่มีพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจลดลง มีการสะสมกฎระเบียบต่างๆ ไว้มากจนกลายเป็นตุ้มถ่วง&amp;nbsp;


สล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากต้องเผชิญกับความท้าทายในหลายเรื่อง ได้แก่ ข้อ 1 ความก้าวหน้าแบบอัตราเร่งของเทคโนโลยี ถ้าตามไม่ทันจะเกิดการว่างงาน ข้อ 2 ไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ คนทำงาน 2 คนอาจต้องรับภาระคนที่ไม่ทำงาน 1 คน ข้อ 3 ความท้าทายจากมาตรฐานต่างๆ ของโลกที่จะสูงขึ้น ข้อ 4 โลกเชื่อมโยงกันมากขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นจากที่หนึ่งจะกระทบกับประเทศอื่นได้รวดเร็ว ทั้งนี้ เราจะมีการปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อตอบโจทย์ความท้าทาย นั่นคือภาครัฐเองต้องปรับบทบาทจากกำกับดูแลมาเป็นผู้สนับสนุน โดยคำนึงถึงความยั่งยืนมากขึ้น เน้นความโปร่งใส และกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น พร้อมประสานความร่วมมือ ซึ่งทั้งหมดนี้หากจะทำสำเร็จต้องมีการปฏิรูปการศึกษา และปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฎ อุปนายกสมาคมสหกิจศึกษาไทย กล่าวว่า ยุค 4.0 จะเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ ความเป็น 3.0 ทุกวันนี้ทำลายประเทศ ทำลายโลกและสิ่งแวดล้อม ที่ผ่านมาได้มีการวิจัยไว้ว่า ถ้าพรุ่งนี้โลกเปลี่ยนจากยุค 3.0 เป็น 4.0 คนในประเทศไทยที่เป็นแรงงานในระบบประมาณ 13 ล้านคน หรือ 72% จะต้องเปลี่ยนอาชีพ ในจำนวนนี้ไม่นับแรงงานนอกระบบอีก 20 ล้านคนที่จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนี้ 80-90% ของอุตสาหกรรมบนโลก จะเปลี่ยนรูปแบบวิธีการทำงานที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป คนปลายน้ำที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป และไม่ได้อยู่ในกลุ่ม 28% ที่ภาคอุตสาหกรรมรักษาไว้ จะได้รับผลกระทบภายใน 5 ปี โดยความเป็นอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งมีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย จะไม่จ้างคนเพิ่มหรือจ้างน้อยมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การปฏิรูปคนต้องเริ่มที่การสื่อสาร การทำงานตามทุนนิยม ตอนนี้ได้เข้ามาทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ แต่พอมีเทคโนโลยีเข้ามาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงและมีการสื่อสาร การจัดการที่ท้าทายมากขึ้น เราจะต้องใช้แรงจูงใจเชิงนโยบายว่าทำยังไงให้คนทำงานสามารถต่อสู้ได้ ไม่ใช่ไปมองแค่ระยะสั้น การทำงานในระบบนั้น หากจะทำให้ดีต้องอาศัยนโยบายจากภาครัฐให้รองรับกับอาชีพใหม่ รองรับชีวิตใหม่ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง ไม่เช่นนั้น คนปลายน้ำอายุกว่า 30-50 จะได้รับผลกระทบภายใน 5 ปี คนจะน้อยลงในภาคแรงงาน สะท้อนให้เห็นว่าการศึกษาที่มีความเปลี่ยนแปลงน้อยมาก จะไม่ทันโลก เพราะทุกภาคส่วนเปลี่ยนแปลง เนื่องจากตอนนี้การศึกษายังนิ่งแข็ง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;คุณจะผลิตคนเดิมๆ กระบวนการเดิมไม่ได้แล้ว ความเป็น 4.0 ในวันนี้ต้องการเทคโนโลยีใหม่ คือ Innovation ผมพยายามบอกว่า ถ้าคุณยังเรียนในห้องเรียน เรียนในตำราเหมือนเดิม คนจบจะไม่มีงานทำ การศึกษาร่วมกับภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม การศึกษาร่วมกับหน่วยงานอื่นจำเป็นอย่างมาก เราต้องย้ำและปลุกเรื่องนี้ เราต้องดูให้ทั่ว ภาคประชาชนไม่ได้แอคทีฟเลย จำเป็นต้องหามาตรการใหม่&amp;rdquo; ดร.สัมพันธ์กล่าวปิดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากประเทศไทยปฏิรูปการศึกษาตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญปี 2560 ก็เชื่อว่าจะสร้างเยาวชนที่เติบโตอย่างมีคุณภาพสอดรับการตลาดแรงงานในอนาคตได้. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;ชี้ไอระเหยบุหรี่ไฟฟ้า พ่นสารพิษจำนวนมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รศ.ดร.เนาวรัตน์ เจริญค้า อาจารย์คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) ภาคี สสส. เปิดเผยรายงานการศึกษา &amp;ldquo;ผลกระทบต่อสุขภาพของบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์หรือบุหรี่ไฟฟ้า&amp;rdquo; เมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ.2561 โดยสถาบันวิชาการแห่งชาติด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และการแพทย์ (NASEM) ร่วมกับองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา (US FDA) ที่ได้ข้อสรุปจากผลการวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์ มากกว่า 800 ชิ้น พบว่า ในบุหรี่ไฟฟ้าและไอระเหยที่ผู้สูบพ่นออกมานั้น ประกอบด้วยฝุ่นละอองขนาดเล็กมาก และมีสารนิโคตินและสารพิษอื่นอีกจำนวนมากที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ และอะโครลีน เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยในไอระเหยที่พ่นออกมาสามารถทำลายดีเอ็นเอและทำให้เกิดการกลายพันธุ์ได้ ซึ่งการสูดดมไอระเหยจากบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเวลานานทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง และเป็นอันตรายต่อระบบสืบพันธุ์ และยังมีรายงานการวิจัยที่ระบุถึงอันตรายของการสูดไอระเหยจากบุหรี่ไฟฟ้าที่มีต่อเซลล์เยื่อบุหลอดเลือด โดยภายหลังการสูดควันไอน้ำบุหรี่ไฟฟ้าเพียง 10 ครั้ง จะสามารถตรวจพบเซลล์เยื่อบุหลอดเลือดที่ตายและหลุดลอยอยู่ในกระแสเลือดจำนวนมาก ซึ่งในระยะยาวสามารถนำไปสู่การเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ยังตรวจพบโลหะหนักในไอระเหยจากบุหรี่ไฟฟ้าอีกด้วย ซึ่งอาจมาจากขดลวดที่ใช้เป็นแหล่งความร้อน หรือส่วนอื่นๆ ของแท่งหลอดบรรจุแบตเตอรี่และของเหลว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนรายงานขององค์การอนามัยโลก ปี พ.ศ.2559 ระบุว่า แต่ละยี่ห้อมีความแตกต่างกันมาก ทั้งลักษณะของผลิตภัณฑ์ แท่งหลอดที่บรรจุน้ำยา ส่วนผสมของน้ำยา และลักษณะการใช้อุปกรณ์ โดยแต่ละยี่ห้อมีสารที่เป็นอันตรายในระดับที่สูง และต่ำกว่าควันบุหรี่ธรรมดาแตกต่างกัน ดังนั้นจึงขอสรุปว่าอุปกรณ์ที่จะนำมาใช้เพื่อการเลิกบุหรี่ยังต้องพัฒนา และพิสูจน์ให้มั่นใจว่าปลอดภัยทั้งระยะสั้น และไม่มีผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14868</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.สังคม เด็ก เยาวชน, ครอบครัว, ครอบครัวอบอุ่น, มหกรรมสร้างเสริมสุขภาวะเด็ก, สสค, สสส, เศรษฐศาสตร์การศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180807/image_big_5b69120f077dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2018 13:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2018 13:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  รัฐบาลยกผู้สูงอายุเป็นวาระแห่งชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.61- ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการการสังคม เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ร่วมกับกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) และสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จัดโครงการเสวนา เรื่อง &amp;ldquo;สังคมผู้สูงอายุในยุคไทยแลนด์ 4.0&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง &amp;ldquo;นโยบายแห่งรัฐ : ระเบียบวาระแห่งชาติโดยสมบูรณ์&amp;rdquo; ตอนหนึ่งว่า ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาทุกภาคส่วนยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องผู้สูงอายุมากเท่าที่ควร แต่ในรัฐบาลชุดปัจจุบันนั้นมีแนวทางที่จะมุ่งไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 สิ่งหนึ่งที่จะสามารถขับเคลื่อนให้ประเทศเดินหน้าไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ได้นั้น คือ คน ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะนำประเทศเดินหน้าไปได้ ดังนั้น ต้องคิดถึงวิธีทำให้คนมีความสมบูรณ์ และมองโครงสร้างประชากรในอีก 20 ปีข้างหน้าด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวอีกว่า สถานการณ์ผู้สูงอายุในปี 51 มี 50 เปอร์เซ็นของประชากรทั้งหมด ในปี 64 จะมี 40 เปอร์เซ็น และปี 74 จะมี 30 เปอร์เซ็นต์ &amp;nbsp;ซึ่งถือว่าอันตรายสูงสุด ดังนั้นเราจึงต้องคิดถึงโครงสร้างของประชากรด้วย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกำหนด 4 มาตรการเพื่อรองรับ ได้แก่ 1. การจ้างงานผู้สูงอายุ โดยลดภาษีให้กับภาคเอกชนในการจ้างงานผู้สูงอายุ 2.สร้างที่พักให้แก่ผู้สูงอายุ โดยใช้ที่ราชพัสดุทำบ้านประชารัฐ อีกทั้งห้างร้านใดที่ต้องการสร้างบ้านผู้สูงอายุจะได้รับสิทธิพิเศษ 3.ผู้สูงอายุตั้งแต่อายุ 60-80 ปี ที่มีที่ดินให้นำมาจำนองกับธนาคารได้ วงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาท ซึ่งธนาคารจะจ่ายเงินเป็นรายเดือนให้ทุกเดือน เมื่อเสียชีวิตที่ดินดังกล่าวจะตกเป็นของธนาคาร หรือลูกหลานสามารถนำมาไถ่คืนได้ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และ4.กำหนดกองทุนบำเน็ญบำนาญแห่งชาติ(กบช.) เป็นกองทุนที่ทุกภาคบังคับส่งเสริมให้คนทำงานได้ออมเงินไว้ใช้ภายหลังเกษียณอายุ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกองทุนฯ ทั้งนี้ 4 มาตรการดังกล่าว ถ้าพูดแบบทหาร คือ ตั้งรับอย่างเดียว แต่ปัจจุบันต้องคิดเลยไปข้างหน้าก่อนที่พวกเขาจะเป็นผู้สูงอายุ โดยต้องคิดว่ารวยก่อนแก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องนี้ แต่จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าหากเราไม่ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคประชาสังคม เอกชน ภาครัฐ ทั้งนี้ หากเราไม่วางแผนอนาคตในการเดินหน้าประเทศจะทำให้ต้องเดินหน้าไปเรื่อยๆตามวังวนเดิม จึงเป็นสิ่งที่ดีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อเป็นหัวขบวนในการนำพาประเทศเดินหน้าไปตามแผนแม่บทที่ได้วางไว้&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6739</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.สังคม เด็ก เยาวชน, ผู้สูงอายุ, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, รัฐบาล, สังคมผู้สูงอายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180115/5a5c4f301ae68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
