<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91264</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2021 10:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2021 10:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.แก้รธน.เตรียมเคาะที่มา &#039;ส.ส.ร.&#039; เลือกตั้งทั้งหมด 200 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค.64 - เมื่อเวลา 09.20 น. ที่รัฐสภา นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม&amp;nbsp;กล่าวถึงการพิจารณาในประเด็นที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.)ว่า ในที่ประชุมวันนี้(28 ม.ค.)จะมีการพิจารณาว่ารูปแบบส.ส.ร.จะเป็นอย่างไร ถ้าใครเห็นด้วยให้ส.ส.ร.มาจาการเลือกตั้งทั้งหมด 200 คน และเท่าที่คุยกันไม่จำเป็นว่าต้องยึดร่างของรัฐบาลเป็นหลักเสมอไป หากสิ่งใดที่คิดว่าเหมาะสมกับสถานการณ์ และมีประโยชน์ต่อทุกๆฝ่าย ส่วนแนวทางการเลือกจะเป็นแบบเขตประเทศหรือเขตจังหวัด ก็ต้องมาพิจารณากันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หากพิจารณาทั้ง 2 ส่วนนี้เสร็จ ประเด็นเรื่องคุณสมบัติต่างๆก็คงจะเบาแล้ว และหากเป็นไปตามไทม์ไลน์ที่กมธ.ฯกำหนดไว้ ในสัปดาห์หน้าจะเชิญสมาชิกที่ขอแปรญัตติมาชี้แจง จากนั้นจะสามารถสรุปเล่มและส่งเรื่องให้ประธานรัฐสภาเพื่อเตรียมพร้อมในการพิจารณาวาระ 2 และวาระ 3 ในวันที่ 24-25 ก.พ.นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91264</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ, วิรัช รัตนเศรษฐ, สสร., แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210128/image_big_601235817bc38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2020 11:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2020 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทพไท&#039;หนุนสุดตัวแก้ไขรธน. ชงรัฐบาลเป็นเจ้าภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค. 2563 นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการชุมนุมของสหภาพนักเรียน นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ว่า เป็นการแสดงออกในระบอบประชาธิปไตยภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ในฐานะที่เป็นอดีตผู้นำนักศึกษาคนหนึ่ง รู้สึกเข้าใจและยอมรับการแสดงออกทางการเมืองของกลุ่มนักศึกษา ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มพลังทางสังคมอีกกลุ่มหนึ่ง ที่มีบทบาทสำคัญต่อการเมืองไทยมาโดยตลอด และสนับสนุนการชุมนุมอย่างสงบ สันติ อหิงสา


ส่วนการชุมนุมเมื่อวานนี้นั้น ยังเป็นการชุมนุมที่อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย แม้ว่าจะเป็นการชุมชนภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯก็ตาม แต่ก็เป็นการชุมนุมอย่างสงบ ไม่มีเหตุความรุนแรงใดๆเกิดขึ้น สำหรับข้อเรียกร้องในการชุมนุม3ข้อ คือ 1.ประกาศยุบสภา 2.หยุดคุกคามประชาชน 3.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งข้อเรียกร้องทั้ง3ข้อนั้น ถ้ามีการแก้ไข หรือยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่เป็นประชาธิปไตย และยึดโยงกับประชาชน ก็สามารถตอบโจทย์ข้อเรียกร้องของทุกฝ่ายได้ทั้งหมด ส่วนการยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชนภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็ไม่ก่อเกิดประโยชน์ใดๆ ไม่สามารถแก้ไขปัญหา หรือทำให้สถานการณ์ของบ้านเมืองดีขึ้นมาได้ จึงจำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องตอบรับข้อเรียกร้องของ สนท.ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในทันที

แม้ว่าในขณะนี้จะมีคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 สภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ตาม ตนในฐานะที่เป็นกรรมาธิการคนหนึ่ง ยังเห็นว่าการดำเนินงานเป็นไปด้วยความล่าช้า ยังมีขั้นตอนในทางปฎิบัติอีกหลายขั้นตอน ไม่ทันต่อสถานการณ์ความต้องการของกระแสสังคม และไม่เป็นไปตามแนวนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ที่แถลงต่อสภาผู้แทนราษฎร


จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเสนอตัวเป็นเจ้าภาพในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อปลดล็อคทางการเมือง ไม่ให้บ้านเมืองเดินไปสู่ทางตัน และเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายในสังคมได้มีส่วนร่วมในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ที่ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม และเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ไม่ใช่รัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจของใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71876</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ, นายเทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200717/image_big_5f11253d1d181.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53487</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2019 18:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2019 18:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“พีระพันธุ์”ชี้กมธ.ไม่ปักธงแก้รธน.อย่างเดียว ต้องตอบให้ได้แก้ทำไม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ธ.ค.62​ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ (กมธ.) พิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมวันที่ 14 มกราคม 2563 ซึ่งจะเป็นการประชุมเพื่อพิจารณากำหนดแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ และอาจพิจารณาข้อเสนอให้แก้ไขมาตรา 256 ว่าด้วยการแก้รัฐธรรมนูญ และการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) นั้นว่า การพิจารณามาตราดังกล่าวได้อยู่ในญัตติที่จะต้องพิจารณาอยู่แล้ว ซึ่งในฐานะประธานกมธ.ได้เตรียมแนวทางการหารือการพิจารณา โดยจะให้กรรมาธิการแสดงความคิดเห็นกันก่อน จากนั้นก็นำความคิดเห็นต่างๆ มาประมวลเพื่อเป็นกรอบในการพิจารณาศึกษา ซึ่งกรอบนี้จะเป็นกรอบการพิจารณาที่มาจากความคิดเห็นของทุกคน&amp;nbsp;


เมื่อถามว่านายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) ได้ฝากถึงกมธ.ชุดนี้ให้ศึกษาอย่างจริงจัง เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ได้นั้น นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า แน่นอนว่าจะต้องศึกษากันอย่างจริงจัง โดยเท่าที่พูดคุยกันกมธ.ก็จะต้องดูการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่ามีปัญหาเรื่องอะไรบ้าง ปัญหาดังกล่าวใช่ปัญหาที่แท้จริงที่ควรจะนำมาสู่การแก้ไขใช่หรือไม่ หากเป็นปัญหาก็ต้องคิดว่าจะแก้ไขอย่างไร ดังนั้น กรรมาธิการแต่ละท่านจะต้องพูดกันให้ชัดว่าตรงนั้นตรงนี้เป็นปัญหาอย่างไร เกิดขึ้นอย่างไร แล้วคนอื่นเห็นด้วยหรือไม่รวมถึงเปิดให้แต่ละท่านได้ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่


&amp;ldquo;ไม่ใช่คิดว่าจะแก้ ก็จะแก้อย่างเดียว โดยไม่รู้ปัญหาอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้ ต้องตอบให้ได้ว่าทำไมต้องแก้ ไม่ใช่ว่าอยากแก้ แบบนี้ไม่ถูกต้อง ดังนั้น ก็จะต้องคุยกันก่อนว่าอะไรบ้างที่ควรแก้ไขบ้าง ต้องรู้ที่มาที่ไปกันก่อน ไม่ใช่จะแก้เลย โดยไม่รู้จะแก้อย่างไร เพราะอะไร&amp;rdquo; นายพีระพันธุ์ กล่าว


เมื่อถามอีกว่าการเดินหน้าศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะต้องฟังเสียงนอกสภาฯ หรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ยืนยันว่ากมธ.จะต้องฟังเสียงนอกสภาฯ ด้วย โดยเรื่องนี้ตนได้กำชับไปยังกรรมาธิการทุกท่านแล้วว่าจะต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็นกันด้วย เพราะเราทำเพื่อประชาชน ไม่ใช่ทำเพื่อตัวเราเอง ดังนั้น อะไรที่เกี่ยวข้องกับประชาชนไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรืออ้อม เขามีสิทธิในการแสดงความคิดเห็นและต้องนำมาประกอบด้วย ส่วนจะต้องรับฟังนักวิชาการ นักธุรกิจ หรือไม่นั้น ตนมองว่าก็ต้องรับฟังทุกเสียยงจากทุกภาคส่วนในฐานะที่เป็นคนไทย ไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไรก็ตาม เพราะเราไม่ได้เป็นรัฐธรรมนูญเฉพาะอาชีพ ดังนั้น ต้องดูภาพรวมของคนไทย ปัญหาโดยภาพรวม ไม่ใช่ดูแต่ปัญหาเฉพาะรายอาชีพของนักธุรกิจ ข้าราชการ เพราะรัฐธรรมนูญเป็นของคนไทยทุกคน


ผู้สื่อข่าวถามว่าภายหลังเข้ามานั่งเป็นประธานกมธ.แล้ว ยังมีเสียงท้วงติงถึงความเหมาะสมหรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวย้อนถามว่า &amp;ldquo;แล้วคุณได้ยินบ้างหรือไม่ หากไม่ได้ยินก็หมายความว่าไม่มี&amp;rdquo; และกล่าวว่า ส่วนตัวก็ไม่ได้ยินใครท้วงติง และประเด็นดังกล่าวนี้ ได้พูดคุยกันเข้าใจในกมธ.แล้ว ขณะที่ตำแหน่งต่างๆ ก็จัดสรรกันลงตัวเข้าที่ ไม่มีการแข่งแย่ง ชิงตำแหน่งหรือทะเลาะกัน ถือเป็นจุดเริ่มต้นด้วยดี
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53487</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ, นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191219/image_big_5dfb5874a2b3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2019 17:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2019 17:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;นิกร&quot;แนะขั้นแรกปลดล็อกม.256 เปิดทางแก้รธน.ก่อน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 ธ.ค. 2562 นายนิกร จำนง ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) ในฐานะกมธ. วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ปี 60 กล่าวว่า แนวทางพรรคชาติไทยพัฒนามีอยู่แล้ว เบื้องต้นอันดับแรกคือเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ก่อน นั้นหมายถึงเสนอให้แก้ไขมาตรา 256 ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม เพื่อเปิดทางแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ง่ายขึ้น ประเด็นต่อไปถึงไปดูเนื้อใน เพราะในปัจจุบันจะแก้ไขแทบไม่ได้เลย เพราะถ้าแก้ไม่ได้ทุกอย่างก็ไม่มีความหมายทาง ต่อไปก็จะไปดูเนื้อในเน้นในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาชนก่อน และที่สำคัญต้องเปิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง ส่วนจะเป็นรูปแบบสภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.) หรือไม่ ค่อยไปดูกัน แต่ความเห็นส่วนตัวจะให้เหมือนสสร.เลยอาจไม่ได้ เพราะเวลาและสถานการณ์ต่างกัน ส่วนเรื่องของระยะเวลาแก้ไขเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง เพราะต้องทราบกรอบการแก้ไขก่อน ซึ่งตอนนี้เป็นเพียงการศึกษาแนวทางว่าจะแก้อย่างไรและจะแก้อะไร ส่วนการทำประชามติเห็นว่าควรดูเป็นหมวดๆไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53484</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ, นิกร จำนง, พรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e087cfdb2af1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52902</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2019 11:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2019 11:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> โฆษกพท.ชี้49กมธ.แก้ไขรธน.เต็มไปด้วยคนไม่อยากแก้เชื่อรัฐบาลส่งคนมาป่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20ธ.ค.62- นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี 2560 จำนวน 49 คน ว่า รัฐบาลจริงใจแค่ไหนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สังเกตได้จากรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐ เต็มไปด้วยคนไม่อยากแก้รัฐธรรมนูญมากกว่าคนที่อยากแก้ ตั้งใจส่งคนมาป่วน มากกว่าส่งคนมาทำงานที่จะนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ประชาชนอยากเห็นการตั้งใจศึกษาหาวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มากกว่าการซื้อเวลาไปเรื่อยๆ โดยยังคงดำรงเป้าหมายเดิมของรัฐบาลคือจะอย่างไรก็ตาม ต้องไม่ให้มีการแก้รัฐธรรมนูญเกิดขึ้น บุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานกรรมาธิการศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ควรเป็นบุคคลที่มองเห็นปัญหาจากการใช้รัฐธรรมนูญ มีความเป็นกลางทางการเมือง มีชุดความคิดที่มีมาตรฐาน มีวุฒิภาวะ เคารพและฟังเสียงประชาชน
&amp;quot;รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ เผชิญวิกฤติศรัทธารอบด้าน แต่ที่ยังอยู่ได้เพราะรัฐธรรมนูญช่วยไว้ รัฐบาลจึงพิทักษ์รักษาหวงแหนรัฐธรรมนูญฉบับนี้เต็มที่ เพราะตัวเองได้ประโยชน์ ทำอะไรอย่าคิดว่าคนรู้ไม่ทัน&amp;quot; นายอนุสรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52902</URL_LINK>
                <HASHTAG>49อรหันต์แก้ไขรธน., กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ, นายอนุสรณ์  เอี่ยมสะอาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190929/image_big_5d90bd07308e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52364</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉะ‘เนติบริกร’ดูถูกให้18มงกุฎร่วมแก้รธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เพื่อไทยฉุน &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ส่ง 18 มงกุฎนั่ง กมธ.ศึกษาแก้รัฐธรรมนูญ เป็นการดูถูกเหยียดหยาม ตอกกลับเป็นนักกฎหมายหรือช่างทาสี ทำงานผิดอาชีพหรือเปล่า ด้าน &amp;quot;อนุสรณ์ ธรรมใจ&amp;quot; เรียกร้องรัฐบาลส่งคนมีทัศนคติทางบวกเป็น กมธ. เชื่อตั้งเพื่อยืดเวลาให้กับระบอบการสืบทอดอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เปิดเผยว่า การให้ความเห็นทางกฎหมายของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี หลายครั้งทำลายความเชื่อมั่นของรัฐบาลและหลักการทางกฎหมาย โดยเฉพาะในประเด็นรัฐธรรมนูญ ที่นายวิษณุให้ความเห็นขัดแย้งกับหลักทางกฎหมาย รัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่พวกของท่านร่างกันขึ้นมา แต่เวลาจะแก้ไขท่านก็ดูถูกเหยียดหยามคนที่ร่างกันขึ้นมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คุณวิษณุต้องทำตัวให้สมกับเป็นผู้ใหญ่ในวงการกฎหมาย ให้คนเชื่อถือทุก แต่คุณวิษณุทำลายตัวเอง ทำลายความน่าเชื่อถือลดลงไปมาก วงการกฎหมายมองว่าการให้ความเห็นที่ผ่านมาของคุณวิษณุไม่มีความน่าเชื่อถือมานานแล้ว&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า น่าเสียดายวิชาความรู้ความสามารถของนายวิษณุ ที่ต้องมาหมดความน่าเชื่อถือในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เพราะท่านให้ความคิดเห็นทางกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ผู้มีอำนาจมากกว่าจะเอื้อประโยชน์ต่อประชาชน นักกฎหมายอย่างนายวิษณุไม่ควรสอนลูกศิษย์อีกต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิดยังกล่าวว่า กรณีที่รัฐสภามีการพิจารณาการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอนั้น นายวิษณุให้สัมภาษณ์ว่า คณะรัฐมนตรีไม่ส่งคนระดับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ มาร่วมในคณะกรรมาธิการด้วย แต่จะมีการส่ง 18 มงกุฎมาร่วมในคณะกรรมาธิการนั้น แสดงว่าคนที่รัฐบาลส่งมาเป็นคนไม่ดีอย่างนั้นหรือ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ แต่เมื่อใช้แล้วพบว่ามีปัญหา รวมทั้งเป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศ จึงต้องตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อศึกษาแก้ไข&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เชื่อว่าคนที่เข้ามาร่วมเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ ไม่อยากให้ไปดูถูกเหยียดหยามเช่นนั้น ท่านต้องทบทวนในการให้ความเห็นทางกฎหมาย บทบาทของนายวิษณุที่ผ่านมาสังคมสงสัยว่า สรุปคุณวิษณุเป็นนักกฎหมายหรือช่างทาสี คุณวิษณุทำงานผิดอาชีพหรือเปล่า&amp;rdquo; นายสมคิดกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุสรณ์ ธรรมใจ ประธานคณะกรรมการบริหารภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย เสนอให้คณะกรรมาธิการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้กำหนดกรอบเวลาในการศึกษาการแก้ไขให้ชัดเจน และขอให้รัฐบาลส่งผู้มีทัศนคติทางบวกต่อการปรับแก้รัฐธรรมนูญให้ดีขึ้นมาเป็นคณะกรรมาธิการ เนื่องจากคณะรัฐมนตรีขอโควตาถึง 6 ท่าน หาก 6 ท่านนี้มีทัศนคติและจุดยืนไม่ยอมรับความเห็นต่างและต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้น คณะกรรมาธิการชุดนี้จะทำงานไม่ได้ ทำลายภาพพจน์และบทบาทของรัฐสภา สมประโยชน์ฝ่ายปรปักษ์ประชาธิปไตย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเชื่อว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้จะเป็นเพียงการยืดเวลาให้กับระบอบการสืบทอดอำนาจและระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบเท่านั้น จะไม่ได้เป็นจุดเริ่มต้นอันสร้างสรรค์ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับสัญญาประชาคมของประชาชนชาวไทยทุกกลุ่ม ที่ชาวไทยร่วมทำให้เกิดขึ้นจากการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กระบวนการจัดทำ &amp;ldquo;รัฐธรรมนูญ&amp;rdquo; เพื่ออนาคต และจะเป็นกระบวนการในการปฏิรูปประเทศก็จะไม่เกิดขึ้น กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถเป็นกระบวนการในการเปลี่ยนมวลพลังของความขัดแย้งต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา ให้ไปเป็นพลังขับเคลื่อน เพื่อยกระดับการเมือง เศรษฐกิจ สังคมไทยได้ หากทุกฝ่ายมีความจริงใจในการทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52364</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศึกษาแก้รัฐธรรมนูญ, กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ, วิปฝ่ายค้าน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191212/image_big_5df24a0beb8f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2019 19:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2019 19:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิปรัฐบาลมั่นใจตั้งกมธ.ศึกษาแก้รธน.ราบรื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8​ ธ.ค.นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 11 ธ.ค.ซึ่งจะมีการพิจารณาญัตติด่วน เรื่อง ให้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญ (กมธ.) เพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า คาดว่าจะไปในทิศทางเดียวกัน การอภิปรายและการโหวตตั้งกมธ.จะเป็นไปโดยไร้ปัญหา แต่การอภิปรายคงไม่จบภายในวันเดียว ซึ่งเฉพาะคนที่เสนอ โดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ก็หมดเวลาแล้ว ยังไม่ทันถึงคิวผู้อภิปราย โดยทางฝ่ายรัฐบาล พรรคพปชร.มีผู้อภิปรายราว 8-9 คน ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ 5-6 คน

อย่างไรก็ตาม ญัตติดังกล่าวจะเปิดให้มีการอภิปรายอย่างเต็มที่ ยืนยันว่าทางเราไม่ได้มีความขัดแย้งใดๆ ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล โดยตนพยายามทำหน้าที่ในฐานะประธานวิปรัฐบาลอย่างเต็มที่ ประสานงานกับพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงมีหน้าที่ทำให้งานในส่วนของสภาฯ ที่เกี่ยวกับรัฐบาลเป็นไปด้วยความความเรียบร้อย ขณะที่ในการรักษาองค์ประชุม หรือมาตรการดำเนินการกับผู้โหวตสวนมติวิปรัฐบาล เรื่องนี้เป็นเรื่องของพรรคร่วมที่จะต้องไปพูดคุยกันเอง ซึ่งจะนำเรื่องนี้เข้าไปพูดคุยในที่ประชุมวิปรัฐบาล ในวันที่ 9 ธ.ค. รวมถึงพูดคุยเพื่อพิจารณาเสนอรายชื่อบุคคลให้ดำรงในตำแหน่งต่างๆ ในกมธ. และตัวประธานกมธ.ด้วย


นายวิรัช กล่าวถึงความคืบหน้าของสัดส่วนกมธ. รวม 49 คน ว่า คาดว่าแต่ละพรรคได้รายชื่อในสัดส่วนของตนเองครบถ้วนแล้ว ซึ่งทุกพรรคคัดสรรบุคคลที่มีความเหมาะสม แต่ในขณะนี้ยังไม่ได้พรรคใดส่งรายชื่อมาที่ตน เพราะขอให้แต่พรรคจะจัดส่งรายชื่อเข้ามาในวันที่ญัตติด่วนเรื่องนี้เข้าสู่สภาฯ ก่อน ส่วนตำแหน่งประธานกมธ.มีการพูดคุยกันในวิปรัฐบาล แต่ตอนนี้ยืนยันว่ายังไม่มีการตั้งใครเป็นประธานกมธ. ยังไม่ได้คลอดชื่อใคร เพราะตั้งก่อนไม่ได้ มันผิดหลัก ต้องพูดคุยกันก่อน ส่วนคุณสมบัติจะเป็นใครหรือมาจากพรรคไหน ยังไม่ได้จำกัดอยู่ที่ทุกฝ่ายมองเห็นถึงความเหมาะสม ไม่ใช่เฉพาะในพรรคพปชร. แต่ย้ำว่าทุกฝ่ายต้องร่วมกันพิจารณา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52026</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ, นายวิรัช รัตนเศรษฐ, วิปรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190721/image_big_5d345c4d83622.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
