<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95804</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 07:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 07:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิกร&#039;มั่นใจร่างแก้ไขรธน.สอดคล้องศาลแล้ว แนะรอคำวินิจฉัยสมบูรณ์​ หวั่นสว.ใช้อ้างคว่ำทั้งฉบับ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 มี.ค.64 - นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับเพิ่มเติม กล่าวภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยกรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ตนรู้สึกดีใจที่ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณา ตามที่สมาชิกร้องได้ขอ โดยยืนยันให้รัฐสภามีหน้าที่ และอำนาจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำให้ไม่มีความขัดแย้งในเชิงอำนาจระหว่างสถาบันนิติบัญตัติและตุลาการขึ้น โดยศาลชี้ให้รัฐสภาทำได้ แต่อำนาจเด็ดขาดในการสถาปนาอยู่ที่ประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับหลักการของกมธ.ในการพิจารณาที่ผ่านมา โดยคำวินิจฉัยนี้ทำให้เกิดการผ่อนคลาย กับสมาชิกรัฐสภาบางส่วนที่ยังมีความกังวลว่า รัฐธรรมนูญจะขัดธรรมนูญหรือไม่ เพราะเมื่อศาลชี้แล้ว รัฐสภาก็สามารถทำได้ โดยสิ้นข้อสงสัย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิกร กล่าวว่า แต่สิ่งที่ตนยังมีความกังวลจากคำวินิจฉัยนี้อยู่ที่ความเห็นในการตีความคำวินิจฉัยของฝ่ายต่างๆในทางการเมืองที่ออกมาไม่เหมือนกัน สมาชิกบางส่วนเห็นว่า ร่างที่ยกร่างถูกต้องสอดคล้องกับคำวินิจฉัยแล้ว ขณะที่อีกฝ่ายเห็นว่า ทุกอย่างที่ทำมาเป็นโมฆะ ต้องเริ่มต้นใหม่โดยกลับไปถามประชาชนก่อน แต่ส่วนตัวแล้วมีความเห็นว่า ร่างของรัฐสภา ที่กำลังรอโหวตวาระสามนั้น สอดคล้องและเป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว เพราะร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รอการพิจารณาอยู่ในขณะนี้ เป็นการการแก้ไขเพียงมาตราเดียว โดยมีการแบ่งเป็น 2 ตอน ตอนแรก เปลี่ยนมาใช้เสียงของรัฐสภา ในวาระ 1 และ 3 เป็น 3 ใน 5 ของรัฐสภาแทนที่บัญญัติไว้รัฐธรรมนูญฉบับเดิม และตอนที่สอง เป็นการเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ ยกเว้นหมวด 1 หมวด 2 โดยให้ส.ส.ร.เป็นผู้ดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เท่ากับว่า มีการเสนอให้จัดทำรัฐธรรมนูญโดยให้ส.ส.ร.ที่มาจากประชาชนเป็นผู้กำหนดได้ตามที่เห็นสมควร ยกเว้นหมวด 1หมวด 2 อันเป็นการทำให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นเป็นของประชาชน โดยหลังจากมีมติในวาระสามของร่างฉบับที่กำลังพิจารณานี้แล้ว ให้ทำประชามติสอบถามประชาชนว่า เห็นชอบหรือไม่ กับการจัดทำใหม่ทั้งฉบับโดยใช้ส.ส.ร. เท่ากับเป็นไปตามที่ข้อวินิจฉัยแรกที่ให้ถามประชาชนของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ซึ่งหากยังมีความกังวลว่า ไม่ครบอาจจะใช้เพิ่มเติมคำถามในการทำประชามติเข้าไปในช่วงนี้ก็สามารถทำได้ ต่อจากนั้นเมื่อมีการเลือกส.ส.ร. และยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่แล้วเสร็จให้นำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เข้าพิจารณารัฐสภาโดยไม่มีการลงมติ จากนั้นให้ประชาชนลงประชามติว่าเห็นชอบกับร่างฉบับใหม่นั้นหรือไม่ ถือเป็นการสอบถามประชาชนเป็นครั้งที่ 2 ตามคำวินิจฉัย&amp;quot; นายนิกร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า กรณีที่ซีกส.ว.เสนอให้มีการย้อนกลับไปทำประชามติ เริ่มต้นใหม่อีกครั้งนั้น นายนิกร กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วย เพราะเรื่องนี้ได้มีการพิจารณาในชั้นกมธ.พิจารณาก่อนรับหลักการมาก่อนแล้วว่า การทำประชามติก่อนที่จะมีการยกร่างแก้ไขนั้น กระทำไม่ได้ เพราะไม่มีอำนาจตามกฏหมายที่จะทำ การใช้มาตรา 166 เป็นของรัฐบาล เกี่ยวกับนโยบายใดๆของฝ่ายบริหารไม่ใช้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นของฝ่ายนิติบัญญัติ ขณะที่การตั้งคำถามก็ไม่สามารถกระทำได้ เพราะไม่มีประเด็นครงถ้วนที่จะถาม และนอกจากนั้นจะถือเป็นการทำประชามติถึง 3 ครั้ง ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยไม่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ถ้าเป็นไปได้น่ารอพิจารณารวมที่สมบูรณ์ และคำวินิจฉัยเป็นรายบุคคล เพื่อจะได้ทราบว่า ศาลชี้ตามแนวทางปฏิบัติว่าอย่างไร เพราะผมเกรงว่า เรื่องนี้มีนัยยะที่มีอันตรายอยู่เช่นกัน เพราะถ้ายังคลุมเครือก็จะเป็นอันตราย เพราะถ้าหากว่า เข้าพิจารณาในวาระสาม อาจมีการยกเป็นข้ออ้างว่า ยังความไม่ชัดเจนในการทำประชามติแล้วงดออกเสียง ซึ่งจะทำให้ได้เสียงจากส.ว.ไม่ครบ 1 ใน 3หรือ 84 เสียงส.ว. ตามบทบัญัตติเดิมของรัฐธรรมนูญ ทำให้ร่างนี้ต้องตกไปในทันที จึงสมควรใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง&amp;quot;นายนิกร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95804</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้ไข รธน., คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ, นายนิกร จำนง, โหวตลงมติวาระ3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181206/image_big_5c08e1ba8a0a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87196</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.โวยปิดปากแก้รธน.! วิรัชห้ามแตะหมวดกษัตริย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กมธ.แก้ไข รธน.ซีกฝ่ายค้านโวยประธานที่ประชุมสั่งปิดกลางคันหลังถามถึงความจริงใจขณะพิจารณาหมวด 1, 2, 15 ซัดเป็นขบวนการขัดขวางไม่ให้แก้ รธน.ทั้งฉบับ ด้าน กมธ.สัดส่วนส.ว.โต้กลับ อีกฝ่ายใช้อารมณ์จึงต้องปิดประชุม &amp;quot;วิรัช&amp;quot; ขออภัยทุกคน วอนให้ใจเย็นๆ ย้ำหมวด 1, 2 เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์แก้ไม่ได้ ต้องผ่านประชามติ รัฐบาลเคาะ &amp;ldquo;บิ๊กช้าง-เทอดพงษ์&amp;rdquo; นั่ง กก.สมานฉันท์ส่งถึงมือประธานรัฐสภาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่รัฐสภา วันที่ 17 ธันวาคม นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ. ... แถลงว่า ที่ประชุม กมธ.พิจารณาการแก้ไขมาตรา 256 เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 1 หมวด 2 และหมวด 15 โดยมีการเปรียบเทียบกับหมวดอื่นๆ ว่าควรจะต้องทำประชามติหรือไม่ แต่เมื่อนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะ กมธ. ตั้งคำถามถึงความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ ส.ว. ในฐานะประธานชั่วคราว ได้ใช้อำนาจสั่งปิดประชุม ซึ่งตนผิดหวังในตัว กมธ.จากสัดส่วน ส.ว. เพราะไม่ได้มีเจตนาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่อยากให้รัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คณะ กมธ.ได้ปิดไม่ให้มีการถ่ายทอดออกไปข้างนอกห้องประชุมก่อน เพราะคงกลัวดูไม่ดีในสายตาประชาชน โดยประธานที่ประชุมชั่วคราวพยายามห้ามปรามไม่ให้มีการพาดพิงกัน แต่ก็มีการตะคอกตัดบท จนที่สุดใช้อำนาจสั่งปิดที่ประชุมทันที ประเด็นที่เกิดความขัดแย้งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกล่าวถึงหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ แต่เป็นเรื่องที่มีความเห็นต่างสองฝ่าย ว่าควรให้แก้ไขรัฐธรรมนูญได้โดยง่ายหรือให้แก้ไขรัฐธรรมนูญได้ยาก&amp;quot; นายรังสิมันต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธีรัจชัยกล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ควรจะเปิดให้ กมธ.ได้พูดทุกแง่มุม แต่ตนเองในฐานะเป็นรองประธาน กมธ. ถูกสกัดไม่ให้พูด และถูกใช้อำนาจปิดประชุม เมื่อตั้งคำถามถึงความจริงใจเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญ หลังมีความเห็นแตกต่างกันใน กมธ. ฝ่ายหนึ่งอยากให้แก้ไขรัฐธรรมนูญโดยง่าย อีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้อยากให้แก้ไขรัฐธรรมนูญโดยง่าย ซึ่งตนเองอภิปรายถึงที่มาของรัฐธรรมนูญปี 2560 เพื่อสืบทอดอำนาจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องพูด แต่อาจจะสะกิดความรู้สึก ส.ว. ในคณะ กมธ.จึงถูกคัดค้านจาก ส.ว. ถึงขนาดบอกว่าจะไม่ร่วมทำงานด้วย และขอให้ปิดประชุม ยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้จะไม่ยอมเด็ดขาด ไม่ควรใช้อำนาจกดขี่ ย้ำว่าสิ่งที่พูดทั้งหมดคือความจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ในฐานะ กมธ. กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือขบวนการขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่ญัตตินายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความอำนาจรัฐสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 รวมถึงความพยายามให้ความเห็นว่ารัฐธรรมนูญไม่สามารถแก้ไขได้ทั้งฉบับ ตามความเห็นของนายอุดม รัฐอมฤต อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ทั้งที่เอกสารชวเลขของ กรธ. ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ระบุว่าสามารถจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายโกศล ปัทมะ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะ กมธ. กล่าวว่า เสียดายเวลาที่ประธาน กมธ.สั่งปิดการประชุม เสียดายภาษี เสียดายเบี้ยเลี้ยง เรียกร้องให้ผู้ที่ทำหน้าที่ประธานคณะ กมธ.มีวุฒิภาวะ และใครก็ตามที่จะมาทำหน้าที่ประธานที่ประชุมเพื่อร่างรัฐธรรมนูญ ขอให้เป็นบุคคลที่มีวุฒิภาวะมากกว่านี้ และทุกฝ่ายมีสิทธิ์ชี้แจงทุกแง่ทุกมุมของรัฐธรรมนูญ อาจจะกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่ขอให้ทุกคนมีสิทธิ์ชี้แจง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะโฆษก กมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฯ แถลงว่า ที่ประชุมกมธ.มีการเสนอแก้ไขมาตรา 256 ให้มีเงื่อนไขการแก้ที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่ง กมธ.กำลังพูดคุยกันว่าเห็นอย่างไรเป็นลักษณะการอภิปรายอย่างกว้างขวางที่ยังไม่เสร็จสิ้น และยังไม่มีการลงมติแต่อย่างใด เพราะขณะนี้ยังเป็นการอภิปรายทั่วไปให้ครอบคลุมเนื้อหาที่อยู่ในร่างจากนั้น จึงจะพิจารณาในรายละเอียดแต่ละประเด็นที่ กมธ.แต่ละคนได้แสดงความเห็นไว้ ซึ่งเราเห็นความสำคัญของการพิจารณาที่รอบคอบหลากหลาย ส่วนการถกเถียงกันเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งแต่ละท่านมีการอภิปรายแสดงเหตุผลประกอบ บางครั้งอาจมีการพาดพิงกันบ้าง ถูกกล่าวหาไม่ได้รับความเป็นธรรมบ้าง ก็มีการชี้แจงจากผู้ที่ถูกพาดพิง ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาของการประชุม เหตุการณ์วันนี้อาจมีการกระทบกระทั่งกันบ้าง ที่มีการอ้างอิงถึงรัฐธรรมนูญเก่า แต่ยืนยันว่าการทำงานของ กมธ.ยังเดินหน้าไปด้วยดี โดยที่ทุกคนมุ่งมั่นทำหน้าที่ของตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กมธ.ในส่วนของพรรคก้าวไกลระบุว่าในการประชุมมีการปิดกั้นการแสดงความเห็นและรวบรัดปิดประชุม นายดิเรกฤทธิ์กล่าวว่า เป็นดุลยพินิจของผู้ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมในตอนนั้น เมื่อเห็นว่า กมธ.บางท่านกำลังมีอารมณ์ในการชี้แจงเหตุผลที่ต่างกัน ท่านจึงปิดประชุม ไม่ได้ผิดปกติ แต่เป็นเรื่องธรรมดาที่จะดำเนินการ ถ้า กมธ.บางท่านจะกล่าวหาว่า ส.ว.ไม่จริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขอให้หยุด เราทำงานร่วมกัน ต้องให้เกียรติกัน อยากให้สร้างบรรยากาศให้ดี ไม่กล่าวหากัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธาน กมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แถลงถึงการประชุมแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ตนในฐานะประธานการประชุม ได้ทำหน้าที่ประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นต้องลงมาห้องประชุมใหญ่ จึงมอบหมายงานไว้กับรองประธานคือนายมหรรณพ เดชวิทักษ์ ส.ว. แต่ลงมาได้ไม่ถึง 15 นาทีก็ได้รับโทรศัพท์ให้กลับไปห้องประชุมกมธ.ด่วน เมื่อไปถึงก็พบว่ามีการเตรียมปิดการประชุมวันนี้ไว้อยู่แล้ว เมื่อตนไปถึงก็เลยปิดทันที ทั้งนี้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทุกคำพูด ทุกประโยคในการตัดสินใจ ต้องเป็นไปด้วยความละเอียดอ่อน ต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ซักถาม สอบถาม และอภิปรายอย่างกว้างขวาง แต่เมื่อทราบว่ามีความขัดแย้งจนต้องปิดประชุม ขอเรียนว่าวันนี้ที่ประชุมกำลังพิจารณามาตรา 256 (7) (8) และ (9) ซึ่งตนในฐานะ กมธ.ฝั่งรัฐบาล เห็นว่าควรคง (8) นี้ไว้ ส่วนฝ่ายค้านนั้น เสนอตัด (8) นี้ทิ้งทั้งหมด คิดว่าเรื่องนี้ตนคงต้องไปชี้แจง และตอบคำถามเองว่าเหตุใดจึงต้องคงวงเล็บนี้ไว้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ได้สอบถามหลายท่านที่อยู่ในห้องประชุม รวมถึงคู่ขัดแย้งทั้ง 2 ฝ่าย ผมอยากขออภัยทุกคน และขอให้ใจเย็นๆ เอาเหตุและผลมาคุยกัน ซึ่งทุกคนก็รับปากว่าครั้งหน้าจะมาเข้าประชุม และพิจารณาด้วยเหตุและผลต่อ จะนำมาพิจารณาอีกครั้งช่วงหลังปีใหม่ ประมาณวันที่ 6-8 ม.ค.64 และคาดว่าจะเสร็จสิ้นทุกขั้นตอนประมาณกลางเดือนมกราคม&amp;quot; นายวิรัชกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สาเหตุที่ทะเลาะกันมีประเด็นละเอียดอ่อนเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า ใน (8) นี้ จะไปเกี่ยวข้องกับการแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 ซึ่งถ้าจะแก้ไขต้องทำประชามติ ซึ่งตนได้ให้แขวนประเด็นนี้ไว้ และอยู่ระหว่างการถกเถียงประเด็นกันอยู่ เมื่อถามอีกว่าสรุปแล้วหมวด 1 และหมวด 2 จะสามารถแก้ได้หรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า ยืนยันว่าถ้าคง (8) ไว้จะแก้ไม่ได้ ดังนั้นถ้าจะแก้ต้องทำประชามติก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์สัดส่วนของรัฐบาลว่า พรรคภูมิใจไทยไม่มีปัญหา เป็นเรื่องของแต่ละพรรคการเมือง พรรคภูมิใจไทยเสนอชื่อนายสรอรรถ กลิ่นประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อและประธานที่ปรึกษาพรรคเป็นตัวแทนไปเข้าร่วม สำหรับตัวแทนของรัฐบาลนั้นยังไม่ได้มีการหารือ ส่วนจะเป็นใครนั้นเราไม่มีปัญหา เป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรค รายชื่อที่ออกมาส่วนใหญ่ตนเห็นด้วย เพราะเป็นคนกันเองทั้งนั้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะทำให้การทำงานของคณะกรรมการสมานฉันท์สะดุดจนไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่&amp;nbsp; นายอนุทินกล่าวว่า &amp;quot;ในส่วนของผมไม่มีปัญหาแน่นอน เพราะผมต้องการสมานฉันท์อยู่แล้ว พรรคภูมิใจไทยเน้นการสมานฉันท์ เน้นความสามัคคีปรองดอง ปกป้องสถาบัน นี่คือแนวทางของพวกผม&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า สำหรับความคืบหน้าในการส่งชื่อบุคคลที่จะเข้าร่วมเป็นกรรมการสมานฉันท์ให้กับนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ในสัปดาห์นี้ มีรายงานข่าวว่าเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้ส่งรายชื่อสัดส่วนของรัฐบาลที่จะร่วมเป็นกรรมการสมานฉันท์ถึงประธานรัฐสภาเรียบร้อยแล้ว จำนวน&amp;nbsp; 2 คน ได้แก่ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม และนายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สัดส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล จำนวน 2 คน นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ได้ส่งเรียบร้อยแล้วคือ นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ และนายสรอรรถ กลิ่นประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสัดส่วนของ ส.ว. เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าจะส่งนายวัลลภ ตั้งคณานุรักษ์ เพราะเป็นประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส ซึ่งตำแหน่งนี้เกี่ยวข้องโดยตรง ส่วนอีก 1 คนนั้นมีเสนอหลายชื่อ แต่ยังไม่ได้เคาะ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87196</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้ไข รธน., ผ่านประชามติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมวดพระมหากษัตริย์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201217/image_big_5fdb6aa378406.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85204</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2020 12:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2020 12:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิรัช&#039;ยันจะไม่ยอมให้ร่างแก้รธน.ตกเผยกมธ.พิจารณาเสร็จม.ค.64โหวตก.พ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
27 พ.ย.63 - ที่รัฐสภา นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม กล่าวว่า ในการประชุม กมธ.ฯ วันนี้ เบื้องต้นน่าจะเป็นเรื่องกรอบเวลาของวันประชุม เนื่องจากหลายคนบอกว่าวันศุกร์อาจจะไม่สะดวก จึงอยู่ที่ที่ประชุมจะเสนอว่าจะประชุมกันวันไหนหรือจะเพิ่มวันนอกจากวันศุกร์ และเรื่องการตั้งที่ปรึกษาให้เข้ามาร่วมประชุม และเรื่องการอนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปฟังในห้องประชุม ซึ่งก็จะอยู่ที่ที่ประชุมว่าจะมีมติกันอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยังมีกังวลว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายวิรัช กล่าวว่า ต้องดูที่การกระทำในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะที่ผ่านมาตนเป็นคนหนึ่งที่พยายามเริ่มตั้งแต่ตั้งต้น จะสะดุดในส่วนไหนก็อยู่ในส่วนนั้น ยืนยันตนจะไม่ยอมให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตก ถึงแม้จะต้องหยุดพักบางช่วงแต่ก็เดินหน้ามาเรื่อยๆ จนถึงวันนี้ที่ผ่านวาระที่ 1 และหากตามกำหนดการกลางเดือนมกราคม 64 คาดว่าการพิจารณาจะเสร็จ ทั้งนี้ก็อยู่ที่กมธ.ด้วยว่าจะให้ความร่วมมือมากน้อยเพียงใด หากไม่มีประเด็นอะไรมากก็คิดว่าจะจบและสามารถเข้าสู่วาระที่ 2 ในการพิจารณาของรัฐสภาได้ก่อนสิ้นเดือนมกราคม 64 และเดือนกุมภาพันธ์ 64 ก็น่าจะโหวตวาระที่ 3 ซึ่งตนอยากให้จบเร็วที่สุด ไม่อยากเก็บไว้นาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิรัช ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีที่รัฐสภาส่งจดหมายเชิญเพื่อขอให้ส่งคนเข้าร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์ ว่า วิปรัฐบาลจะมีการหารือเรื่องนี้ในวันที่ 30 พ.ย.นี้ เพื่อพิจารณานำเสนอบุคคล ซึ่งในส่วนของรัฐบาล จะต้องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) จึงคาดว่าน่าจะเป็นวันที่ 2 ธ.ค. จะได้รายชื่อครบเกือบทุกคน โดยในขั้นต้นก็จะหาคนที่เป็น ส.ส. แต่ถ้าไม่ได้ก็จะเป็นคนนอก ที่คิดว่าเป็นคนที่หลายฝ่ายยอมรับ ส่วนตนนั้นขอสละสิทธิ์เนื่องจากงานเยอะ ขอให้ตัดชื่อตนออหเลย เพราะไม่มีเวลาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85204</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้ไข รธน., นายวิรัช รัตนเศรษฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201127/image_big_5fc08cbd22f70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เถื่อน!สาดสีบุกสน. แอมมี่อ้างต่อสู้เพื่อปชต./ตู่ซัดเผด็จการพันธุ์ใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; รายงานการศึกษา กมธ.แก้ไข รธน.เสร็จเรียบร้อย&amp;nbsp; &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; เผยความเห็นส่วนตัวแก้ รธน.60 ไล่ทีละหมวด ยันหมวด 1-2 แก้ไขได้ ยกเลิก ส.ว.เหลือสภาเดียว ห้ามเครือข่าย คสช.เป็นส.ส.ร. เพิ่มหมวดการลบล้างผลพวงรัฐประหาร &amp;quot;จตุพร&amp;quot; จวกก้าวไกล-ก้าวหน้าอย่ากินแรงเด็ก ท้าให้ออกไปเป็นหัวขบวนนำเอง ซัด &amp;quot;เผด็จการพันธุ์ใหม่&amp;quot; จัดทัวร์ลงคนเห็นต่าง 15 แกนนำ ปชช.ปลดแอกเข้ารับทราบข้อหาปลุกปั่น พิลึก! สาดสีใส่ ตร. อ้างเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้เพื่อ ปชต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม มีรายงานความคืบหน้าการทำงานของคณะกรรมาธิการ ( กมธ.) พิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์&amp;nbsp; แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ที่ล่าสุด นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน กมธ.ชุดดังกล่าว เปิดเผยว่า รายงานการศึกษาของ กมธ.เสร็จเรียบร้อยแล้ว เตรียมยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคมนี้ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบ และจะส่งรายงานฉบับนี้ไปให้รัฐบาลดำเนินการต่อไปนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในรายงานฉบับดังกล่าว นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ในฐานะ กมธ. ได้จัดทำความเห็นโดยสังเขปต่อการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแนบไปด้วย ซึ่งเอกสารดังกล่าวเป็นความเห็นส่วนตัว ความยาว 25 หน้ากระดาษ ไล่เรียงไปทีละหมวด ว่าควรต้องแก้ไขเรื่องอะไร และแนวทางเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งได้มีการเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปอ่านได้ที่เว็บไซต์คณะก้าวหน้า และเพจของนายปิยบุตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกสารดังกล่าวมีหลายประเด็นเกี่ยวกับการแก้ไขที่น่าสนใจ อาทิ ในหมวดที่ 1 และ 2&amp;nbsp; ยืนยันว่าสามารถแก้ไขได้ และในอดีตก็เคยมีการแก้ไขมาแล้ว โดยในหมวด 2 หากต้องแก้ไขเพื่อให้สถาบันพระมหากษัตริย์ดำรงอยู่อย่างสอดคล้องกับประชาธิปไตยก็ควรมีการพิจารณาหมวดที่ 3 เรื่องสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทยนั้น ต้องบัญญัติไว้ให้ชัดเจน นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการเพิ่มสิทธิใหม่ๆ เข้าไปด้วย ได้แก่ สิทธิในการมีน้ำสะอาดบริโภค&amp;nbsp; สิทธิในการมีอากาศบริสุทธิ์ สิทธิในการมีที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในความเห็นโดยสังเขปดังกล่าว มีหลายหมวดที่เสนอว่าควรยกเลิก เพราะเห็นว่าไม่จำเป็นต้องบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญก็ได้ อาทิ หมวด 4 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย, หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ, หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ และหมวด 16 การปฏิรูปประเทศ ขณะที่ในหมวด 7 รัฐสภา เสนอให้ยกเลิกวุฒิสภา (ส.ว.) ใช้ระบบสภาเดียว ให้เพิ่มบทบาทของฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาล และให้สภาตั้งผู้ตรวจการกองทัพ ผู้ตรวจการศาล ผู้ตรวจการ องค์กรอิสระด้วย, ในหมวด 10 ศาล เสนอระบบตรวจสอบถ่วงดุลศาล และออกแบบจุดยึดโยงกับประชาชนมากขึ้น, ในหมวด 11 ศาลรัฐธรรมนูญ แก้ไขที่มาให้มีความชอบธรรมทางประชาธิปไตย ยึดโยงกับประชาชน, หมวด 12 องค์กรอิสระ แก้ไขที่มาให้เชื่อมโยงกับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในหมวด 15 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ นายปิยบุตรได้เสนอเพิ่มเติมหมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ที่ให้ความชัดเจนเกี่ยวกับระยะเวลาและขั้นตอนต่างๆ มากขึ้น และนอกจากนี้ ห้ามผู้เคยดำรงตำแหน่งในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ รัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีหรือตำแหน่งอื่นใดตามรัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) พ.ศ.2557 ลงสมัครเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) หรือมีตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และนอกจากนี้ยังเสนอให้เพิ่มเติมหมวด 17 การลบล้างผลพวงรัฐประหารและการป้องกันรัฐประหารเอาไว้ด้วย
พท.ปัดขัดแย้งก้าวไกล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ส.ว. กล่าวถึงข้อเสนอให้ปิดสวิตช์อำนาจ ส.ว.ว่า เคยเป็น ส.ว.มาทั้ง 3 แบบ คือมาจากการแต่งตั้ง มาจากการรัฐประหาร และมาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่ละแบบมีอำนาจหน้าที่แตกต่างกัน โดยที่มาจากการเลือกตั้งรัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้ค่อนข้างมาก ส่วนมาจากแต่งตั้งมีอำนาจเพียงกลั่นกรองกฎหมาย ซึ่งในหลักการเห็นว่าที่มาแบบใดควรได้อำนาจตาม แบบนั้นจึงไม่ติดใจ หากจะลดทอนบทบาทอำนาจของ ส.ว. ตนเฉยๆ ถึงอย่างไรก็ทำหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เสียงเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรเกินกึ่งหนึ่ง โดยที่ ส.ว.ไม่ลงมติให้ก็เป็นนายกฯ ได้อยู่แล้ว ในทางกลับกันบุคคลใดก็ตามหากจะมาเป็นนายกฯ แล้วได้เสียงในสภาไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ก็ไม่ควรเป็นอยู่แล้ว ถ้าตัดอำนาจ ส.ว.ไม่ให้เลือกนายกฯ เป็นเรื่องดีและสบายใจด้วยตนรับได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า กรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ มติดังกล่าวเป็นมติของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ไม่ใช่เฉพาะพรรคเพื่อไทย แม้ภายหลังพรรคก้าวไกลมีมติถอนชื่อออกไป ก็ไม่ใช่ปัญหา พรรคร่วมฝ่ายค้านเคารพในมติของพรรคเพื่อก้าวไกล การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เป็นเสมือนการเปิดประตูบ้านไว้ก่อน เพื่อที่จะให้มีการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าจะเอาอย่างไร หลังจากนั้นจึงไปเลือกตั้ง ส.ส.ร.กรณีพรรคก้าวไกลจะเสนอแก้ไขมาตรา 272 ทางพรรคเพื่อไทยไม่มีปัญหา แต่ไปร่วมไม่ได้ เพราะพรรคเพื่อไทยมีมติไปแล้ว จะกลับมติพรรคตัวเองไม่ได้ การเสนอญัตติของทั้งสองพรรคไม่มีความขัดแย้งกันแต่อย่างใด ส่วนกรณีที่ ส.ว.ไม่เห็นด้วยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่แปลกใจกับการทำตัวเป็นจระเข้ขวางคลอง เพราะหวงอำนาจ อยากเตือนว่า ส.ว.ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง ต้องปรับตัว ส.ว.บางส่วนที่มาจากการลากตั้ง ส่วนใหญ่อยู่มานานเกิน 10 ปี&amp;nbsp; ไม่ยอมที่จะถอยออกมา ขออย่าเห็นแก่ตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ตอนหนึ่งว่า เห็นใจพรรคเพื่อไทยและพรรคฝ่ายค้านร่วม เมื่อพรรคก้าวไกลเห็นชอบในที่ประชุมพรรคร่วมให้แก้ ม.256 เว้นหมวด 1-2 จนมีการลงชื่อเพื่อยื่นญัตติแก้ไขเข้าสภา แต่กลับลำมาถอนชื่อออกไปในช่วงไม่กี่นาที พรรคเพื่อไทยต้องถูกกระทืบซ้ำอีก เมื่อไม่เห็นด้วยกับการปิดสวิตช์ ส.ว. พลังมวลชนเล่นงานกันหนักหน่วง&amp;nbsp; ต้องเสียคนเสียหน้าครั้งใหญ่จากเสียงวิจารณ์ในคำพูดรู้ว่าจะรบแพ้แล้วรบไปทำไม ทั้งที่คำพูดนั้นเป็นการสะท้อนถึงปัญหาจำนวนเสียงในการลงมติแก้รัฐธรรมนูญ ที่ถูกล็อกด้วยเสียงสองสภาเกินครึ่ง แล้วยังถูกบังคับให้ต้องมี ส.ว.อีก 84 เสียงลงมติผ่านด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;การเดินทางต่อไปนี้ต้องแฟร์กัน การเรียกร้องให้ ส.ว.ลาออกในเดือนกันยายนนั้น มีใครเชื่อบ้างว่า ส.ว.จะลาออก ซึ่งคนหนุ่มสาวมีสิทธิ์เรียกร้อง แต่ไปถามดูว่าน้ำหน้า 250 ส.ว.จะลาออกหรือไม่&amp;nbsp; อีกอย่างเมื่อขีดเส้นตายแล้ว จำเป็นต้องยกระดับการชุมนุมกดดัน ถ้าเชื่อมั่นว่าข้างนอกกดดันปิดสวิตช์ ส.ว.ได้จริง คุณต้องร่วมรับผิดชอบกับคนหนุ่มสาว ต้องไปถือธงนำร่วม ถูกคดีอะไรก็เหมือนกัน และเหมือนพวกผมที่ทำมาก่อน จนมีคดียาวเป็นห่างว่าว นี่คือความรับผิดชอบ แต่ผมไม่มีวันขอแรงมวลชนเพื่อมาสนับสนุนโดยที่ตัวเองไม่ต้องออกแรงเลย ถ้าคุณประกาศพร้อมมีความเชื่อแบบนี้ อย่ากินแรงเด็ก ต้องนำหน้าหรือเคียงข้างเขา ในการต่อสู้มีความเป็นความตาย ต้องร่วมเป็นชะตากรรมเดียว ถ้าเชื่อว่าต้องใช้ขบวนการคนหนุ่มสาว คุณอย่ากินแรงเด็ก ลงมาร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขา รับชะตากรรมอย่างเท่าเทียม และต่อสู้ตามความเชื่อ ส่วนผม รอวันที่เบี้ยว ก็ได้เวลาผม พูดง่ายๆ ว่าวันไหน เบี้ยว 256 วันนั้นก็เจอกับผม&amp;quot; นายจตุพรกล่าว
จวกเผด็จการพันธุ์ใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ นายจตุพรกล่าวถึงกรณีที่ออกมาสนับสนุนแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย และไปวิพากษ์วิจารณ์แนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคก้าวไกล&amp;nbsp; จนถูกกระแสในโลกโซเชีย ลออกมาโจมตีในทางเสียหายจนถูกทัวร์ลงว่า เราเป็นนักประชาธิปไตย ต้องทนเห็นความแตกต่างกันได้ ไม่ใช่วิพากษ์วิจารณ์ฝ่ายหนึ่งได้ คนอื่นมาวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ เดี๋ยวทัวร์ลง นี่จะเป็นเผด็จการแบบใหม่นะจะบอกให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ได้หมายความว่าซีกเพื่อไทยเขาจะไม่เห็นด้วยกับการปิดสวิตช์ แต่เขาต้องการให้คนปิดสวิตช์คือประชาชน มติพรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่ต่างกัน เมื่อมีความเห็นเป็นอย่างอื่น ก็เห็นด้วยมาตลอด แล้วคุณมาเปลี่ยนก่อนไม่กี่นาที แล้วคนไม่เปลี่ยนมีความผิดได้อย่างไร มันก็ไม่ยุติธรรม นักประชาธิปไตยทำแบบนี้ไม่ได้ มันก็ต้องมีเกียรติกันตลอดสนามเหมือนกัน ผมก็ไม่บ้าจี้กระแสอะไร เอาตามที่เชื่อ เชื่ออะไรก็ว่าอย่างนั้น ใครเชื่ออย่างไรก็เป็นเสรีภาพ ไม่ใช่เห็นต่างเป็นศัตรูทันที คุณก็แค่เผด็จการพันธุ์ใหม่เท่านั้นเอง&amp;quot; นายจตุพรกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ สน.สำราญราษฎร์ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน พร้อมกลุ่มผู้มีรายชื่อที่ถูกออกหมายเรียกรวม 15 คน กรณีการชุมนุมเยาวชนปลดแอกเมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา เข้าพบ พ.ต.อ.อิทธิพล พงษ์ธร ผกก.สน.สำราญราษฎร์&amp;nbsp; เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, ความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร, พ.ร.บ.ความสะอาด, พ.ร.บ.ควบคุมโรค โดยมีเจ้าหน้าที่จากองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ส.ส.พรรคก้าวไกล&amp;nbsp; และนักวิชาการ มาร่วมสังเกตการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศที่หน้าโรงพัก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางกำลังพร้อมตั้งแผงเหล็กเป็นแนวกั้นล้อมรอบบริเวณทางเข้า-ออกอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรวมถึงสื่อมวลชนเข้าไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมร่วมกว่า 100 คนเดินทางมาถึงหน้าโรงพัก ก็ถกเถียงกับตำรวจหน้าแผงกั้น ก่อนจะวิ่งกรูฝ่ากันเข้ามา โดยนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอททอมบูลส์ ถือถังสีพลาสติกมาสาดใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่วางกำลังอยู่อีกชั้นหนึ่งก่อนถึงใต้ถุนโรงพัก จนตำรวจเปื้อนสีทั้งตัว ทำให้เกิดความวุ่นวาย แล้วผู้ชุมนุมก็พากั้นยื้อแย่งแผงเหล็กอีกชั้นจนเข้ามาถึงใต้ถุนโรงพัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไชยอมรกล่าวว่า &amp;quot;นี่ไม่ใช่คำขู่ หากยังคุกคามพวกเราอยู่ ผมจะคุกคามคุณกลับด้วยวิธีที่เป็นศิลปะ&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เพจ &amp;quot;สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;quot; เผยภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกสาดด้วยสีน้ำเงิน หลังจากกลุ่มประชาชนปลดแอกจัดกิจกรรมก่อนเดินขบวนไปรับทราบข้อกล่าวหา ภายหลัง โพสต์ดังกล่าวได้เผยแพร่สู่โลกออนไลน์ มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น ต่างรู้สึกเห็นใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ
สาดสีใส่ตร.คือการสู้เพื่อปชต.
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายจตุภัทร์พร้อมพวกรวม 15 คน ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว&amp;nbsp; โดยนายจตุภัทร์กล่าวว่า ทั้งหมดที่ถูกออกหมายเรียกได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยจะให้การเป็นลายลักษณ์อักษรอีกครั้ง ซึ่งตำรวจนัดส่งสำนวนให้อัยการศาลแขวงดุสิตในวันที่ 16&amp;nbsp; ก.ย.นี้ ส่วนการสาดสีโดนตำรวจและสื่อมวลบางส่วนนั้น เป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยโดยไม่มีความรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องขอโทษกับเหตุการณ์ที่มีผู้สาดสีใส่ตำรวจเมื่อช่วงเช้า หลังจากนี้พวกเราจะระดมเงินซื้อชุดเครื่องแบบให้ใหม่ ยืนยันว่าเราไม่ได้สู้กับตำรวจเมื่อเช้า แต่เราสู้กับระบบ เพราะพวกคุณเป็นตัว แทนผู้มีอำนาจ หากการทำตามคำสั่งนายแล้วมันขัดกับความสำนึก ทุกคนล้วนมีราคาต้องจ่าย หากพวกท่านปลดแอกตัวเองจากระบบนี้ได้ ก็ไม่ต้องไปฟังคำสั่งใครอีก&amp;quot; นายจตุภัทร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า จากเหตุที่มีผู้ชุมนุมสาดสีใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ มีตำรวจที่ถูกสีจนเปื้อนเครื่องแบบรวมทั้งหมด 13 นาย เป็นตำรวจกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (คฝ.) 11 นาย สวป. 1 นาย และชุดสืบสวน 1 นาย โดยผู้บังคับบัญชาได้มอบเงินค่าตัดชุดใหม่นายละ 2,500 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ วานิช ตัวแทนคณะก้าวหน้า จัดกิจกรรมพบปะพูดคุยกับสมาชิกและผู้สนใจ ในหัวข้อความมีส่วนร่วมของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย ณ โรงแรมดารา จ.ภูเก็ต โดยน.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า เมื่อมีเยาวชนออกมาแสดงพลังเรียกร้องเพื่อรื้อเพดานปรับโครงสร้างสังคม เป็นหน้าที่หนึ่งของสภา และนักการเมืองต้องเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้มีการพูดคุย ซึ่งพรรคการเมือง สภา และประชาชน ต้องช่วยกัน เพราะเป็นการต่อสู้ของประชาชน เชื่อว่าครั้งนี้ถ้าเรียกร้องไม่สำเร็จจะล้มยาว นิสิตนักศึกษาทุ่มเทหมดหน้าตัก ขอให้ช่วยกันเดินไปอย่างเสรี เป็นหน้าที่ของประชาชนต่อสู้ทางการเมือง ประชาชนเดิมพันด้วยกันของอนาคตของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเฟซบุ๊กเพจ &amp;quot;ไทยภักดี ประเทศไทย&amp;quot; ของกลุ่มไทยภักดี แจ้งว่า เนื่องจากมีเหตุขัดข้องบางประการ กลุ่มไทยภักดีขอย้ายสถานที่จัดกิจกรรม จากหอศิลปฯ กรุงเทพฯ มาเป็นศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานครไทย-ญี่ปุ่น (สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง) วันที่ 30 สิงหาคม เวลา 14.00-18.00 น. เช่นเดิม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75844</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้ไข รธน., ส.ส.ร., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200828/image_big_5f490deaadf2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
