<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95802</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 08:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 06:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาสูง-โฆษกกมธ.รัฐสภาแก้รธน.ชี้เปรี้ยงแก้รธน.โดนล้มกระดานแล้วโหวตวาระ3ไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 มี.ค.64 - นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม สมาชิกวุฒิสภา และโฆษกคณะกรรมาธิการร่วมรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 256 และเป็นหนึ่งในสมาชิกรัฐสภาที่ร่วมลงชื่อเสนอญัตติให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยการแก้ไขรธน.มาตรา 256 เพื่อนำไปสู่การร่างรธน.ฉบับใหม่ รัฐสภาแก้ไขได้หรือไม่ กล่าวกับ&amp;quot;ไทยโพสต์&amp;quot;ถึงการนัดประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระสามในสัปดาห์หน้าหลังมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ว่า คำวินิจฉัยของศาลรธน.ได้ตอบกลับมาแล้วว่า หากจะมีการแก้ไขรธน.โดยรัฐสภา ต้องไปทำประชามติถามประชาชนก่อนว่า จะให้รธน.ฉบับใหม่หรือไม่ ศาลชี้ให้เห็นว่า รัฐสภาจะมีอำนาจได้ก็ต่อเมื่อมีเงื่อนไขคือต้องผ่านการทำประชามติก่อน โดยต้องถามประชาชนว่าจะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ หากผลประขามติออกมาว่า ประชาชนเห็นด้วย รัฐสภาถึงค่อยนำผลประชามติมาพิจารณาในที่ประชุมรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ในความเห็นผม เมื่อผลเป็นเช่นนี้ ร่างแก้ไขรธน.มาตรา 256 ที่ผ่านวาระแรกและวาระสองมาแล้วเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มันไม่ผ่านการทำประชามติมาก่อน ดังนั้น รัฐสภาไม่สามารถไปแก้ไขได้ ไปแก้ไขให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญวันนี้ไม่ได้ ดังนั้น ญัตติแก้ไขรธน.ตามร่างที่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภามาวาระหนึ่งและสองมา ที่ค้างอยู่จะโหวตวาระสามจึงต้องตกไป&amp;quot;ส.ว.ผู้นี้ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95802</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้ไขรธน., คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ, ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม, ทำประชามติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210204/image_big_601bae07f334f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59645</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2020 11:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2020 11:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตากมธ.ศึกษาแก้รธน.เปิดรับฟังข้อเสนอครช.-นศ.เดินเท้าเข้ายื่นหนังสือวันนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13มี.ค.63-นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แถลงสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมี 4 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้พิการ ประชาสังคม สตรี และกลุ่มแรงงาน โดยแต่ละกลุ่มมีตัวแทนเข้าร่วมประมาณ 30 คน โดยกลุ้มผู้พิการ ได้มีการเสนอแนะเกี่ยวกับสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญมาตรา71 ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิในการเข้าถึงและโอกาสที่เท่าเทียมกันเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสาร กระบวนการยุติธรรม กฎหมาย รวมถึงอุปกรณ์และเครื่องมือในการเข้าถึงการเลือกตั้ง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นประเด็นคุณภาพความเป็นอยู่ การดำรงอยู่อย่างมีศักดิศรี และความสามารถในการสร้างอาชีพ เพื่อมีรายได้อย่างไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ และร้องขอให้เปลี่ยนถ้อยคำจาก ผู้ด้วยโอกาสเป็นคำอื่นที่มีศักดิ์ศรีมากกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนภาคประชาสังคม มีการกล่าวถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญปี60 เช่น เรื่องการมีส่วนร่วม ที่มาของรัฐธรรมนูญ สิทธิเสรีภาพ ความเท่าเทียม ความเหลื่อมล้ำ การทุจริต การเลือกตั้ง ที่มาของสมาชิกวุฒิสภา และขั้นตอนกระบวนการได้มาของรัฐธรรมนูญที่ไม่ชอบธรรม รวมถึงการจัดสรรทรัพยากรและการสร้างสังคมพหุวัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่กลุ่มสตรี ได้ให้ความสำคัญในเรื่องความเท่าเทียมกันระหว่างชายและหญิง รวมถึงเพศทางเลือก การมีส่วนร่วมทางการเมือง เช่น การมีสัดส่วนในระบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง ซึ่งในรัฐธรรมนูญปี 40และ50 มีการกำหนดหลักการให้คำนึงถึงสัดส่วนชายและหญิง แต่รัฐธรรมนูญปี60ไม่ได้มีการกำหนด ส่วนกลุ่มแรงงานนั้น ได้แสดงความต้องการในส่วนของการมีส่วนร่วม และการสนับสนุนในการสร้างสหภาพแรงงานในสถานประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวธณิกานต์ กล่าวอีกว่า วันนี้ได้มีทางคณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) ได้ร่วมกับภาคประชาชน นิสิต นักศึกษา ได้ประสานงานกับคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เพื่อเดินเท้าจาก MRT กำแพงเพชร เข้ามายื่นหนังสือต่อนายพีระพันธ์ สาลัรัฐวิภาคประธานกรรมาธิการวิสามัญฯ ตนในฐานะโฆษกกรรมาธิการฯ ขอแจ้งว่าทางรัฐสภาได้มีการเตรียมความพร้อมในการออกไปรับหนังสือที่บริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภา และถ่ายภาพร่วมกันกับคณะ เพื่อเป็นการยืนยันว่าทางกรรมาธิการฯได้ให้การสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคเยาวชน โดยคาดว่าจะเดินทางมาถึงในเวลา 11.00 น.โดยทางนายพีระพันธุ์จะลงมารับหนังสือด้วยตนเอง และจากนั้นในเวลา 13.00-16.00 น.จะมีการรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มเยาวชน โดยมีเยาวชน นิสิต นักศึกษาได้ลงชื่อเข้าร่วมประมาณ 150 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ โฆษกกรรมาธิการฯ ยังได้อยากฝากถึงเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากขณะนี้ยังคงมีการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ซึ่งทราบว่าทางคณะที่เดินทางมาก็มีการป้องกันอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามที่รัฐสภาก็มีความห่วงใย จึงมีการจุดคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิ และมีเจลแอลกอฮอร์ไว้ให้บริการ ซึ่งในเรื่องของสิทธิการแสดงออกความคิดเห็นนั้น ทางคณะกรรมาธิการฯก็ยินดีรับฟัง แต่ก็ขอให้คำนึงถึงเรื่องของความปลอดภัยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59645</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้ไขรธน., คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.), ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์, แฟลซม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200313/image_big_5e6b0958abd03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51193</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาร์คหลบนำแก้รธน. ครม.-ปชป.เคาะชื่อ‘กมธ.’ฮือฮา‘ไพบูลย์’เต็งปธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประชาธิปัตย์&amp;rdquo; ถอยแล้ว เคาะชื่อโควตา กมธ.ศึกษารัฐธรรมนูญไร้ชื่อ &amp;ldquo;อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ&amp;rdquo; อ้างได้สัดส่วนน้อยไม่มั่นใจคุมเสียงโหวตได้ แต่ยังส่งตัวจี๊ดเข้าร่วมทั้ง &amp;ldquo;บัญญัติ-เทพไท&amp;rdquo; ส่วน ครม.เคาะตามโผ 6 ราย &amp;ldquo;ไพบูลย์ นิติตะวัน&amp;rdquo; เต็งหามขึ้นแท่นประธาน ฝ่ายค้านวางปฏิทิน 29 พ.ย.ยื่นญัตติอภิปราย จ้องพ่นน้ำลายไม่เกิน 20 ธ.ค. ดักคอรัฐบาลอย่าทำลายกฐินไม่ไว้วางใจบรรจุวาระช่วงสิ้นปี &amp;ldquo;ปิยบุตร&amp;rdquo; อ้างไม่ได้เช็กบิลลุงตู่เรื่องคำสั่ง คสช. ปลุกเสียง ส.ส.ทุกฝ่ายร่วมโหวตตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อสร้างบทเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร ยังคงมีความต่อเนื่องในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการเลือกประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ (กมธ.) เพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะกรณีนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่วิจารณ์ว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นเพียงแค่พิธีกรรมเท่านั้น ซึ่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พูดได้อย่างไร เรื่องนี้ต้องไปถามนายเทพไท ยืนยันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นแน่นอน และไม่จำเป็นต้องเคลียร์ปัญหาเรื่องนี้ในพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงกับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป.ด้วย
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นจุดยืนตั้งแต่เริ่มต้นเป็นนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้วว่าเราจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาเรื่องรัฐธรรมนูญ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลก็ดำเนินการตามที่ได้แถลงไว้ และการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นเรื่องที่เราได้พิจารณาร่วมกันมา ขอให้กระบวนการดำเนินไปตามนี้ อย่าเพิ่งไปประเมินล่วงหน้าในสิ่งที่ยังไม่ได้เกิดขึ้น
นายจุรินทร์กล่าวประเด็นนี้ว่า พรรคไม่ได้ประสงค์ไปกล่าวหาใคร เพราะการทำงานร่วมกันต้องฟังกัน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของพรรคร่วมรัฐบาล แต่ในความคิดเห็น ต้องการเห็นผลสัมฤทธิ์ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นรูปธรรม คือสามารถแก้ได้จริง ซึ่งต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสามฝ่ายต้องเห็นพ้องต้องกัน โดยสภาผู้แทนราษฎรที่ประกอบด้วยฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล สมาชิกวุฒิสภา จึงดำเนินการได้ เพราะต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ยาก เพราะนอกจากต้องใช้เสียงกึ่งหนึ่งจากในรัฐสภาแล้ว ในจำนวนเสียงข้างมากต้องเป็นเสียงจากฝ่ายค้านจำนวนหนึ่ง และเป็นเสียงจาก ส.ว.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าทั้งสามฝ่ายไม่เห็นพ้องกัน การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นไปได้ยาก ผมถึงหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง พยายามแสวงหาความร่วมมือ เพราะความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นไม่เป็นประโยชน์ต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรค ปชป.ก็ไม่ต้องการก่อให้เกิดความขัดแย้งกับฝ่ายใด ดังนั้นต้องหารือกันทั้งฝ่ายค้าน รัฐบาล สมาชิกวุฒิสภา&amp;rdquo; นายจุรินทร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ในฐานะรองหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวว่า กรณีนายเทพไท พรรคก็ต้องไปพูดคุยกับเขา ซึ่งเราในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล จะไปพูดสร้างความขัดแย้งไม่ได้ เพราะอาจเป็นปัญหาระหว่างกัน แต่เรื่องนี้ไม่สำคัญเท่ากับการรักษาความถูกต้องของกฎหมายและกติกาของบ้านเมือง
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า คงไม่ต้องสงสัยกันแล้วว่ารัฐบาลมีความจริงใจในการศึกษาและแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแค่ไหน ขนาดพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเองยังบ่นเสียงดัง รัฐบาลไม่จริงใจ คนในพรรคร่วมชี้เป้าให้สารภาพ ประชาชนจะไม่รับรู้ถึงความไม่จริงใจของรัฐบาลได้อย่างไร พรรคร่วมรัฐบาลยังคงสาละวนสับขาหลอกอยู่แต่กับตัวบุคคลที่จะมานั่งเป็นประธาน กมธ. ทั้งที่ควรให้ความสำคัญกับสาระและแนวคิดหลัก&amp;nbsp;
บิ๊กป้อมตีมึนประธาน กมธ.
สำหรับการเลือกประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ (กมธ.) เพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนในการเลือกประธาน กมธ.ว่า จะไปรู้ได้อย่างไร เป็นเรื่องของ ส.ส. แต่ในฐานะที่เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคก็ต้องส่งคนไปเพื่อไปแข่งขันกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อย้ำว่า คนที่จะนั่งเป็นประธานต้องเป็นคนของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ และยังไม่ได้พูดคุยกับตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้เป็นเรื่องของพรรคที่ต้องพูดคุยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า หากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ เป็นประธาน จะทำให้การทำงานลำบากหรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้ำว่า ไม่รู้ ขณะนี้ยังไม่มีอะไรชัดเจน และเชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่เป็นปัญหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุม ครม. พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์อีกครั้ง โดยเฉพาะโควตา กมธ.ของ ครม.จำนวน 6 คน ว่ามีการเสนอชื่อนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ไปร่วมเป็น กมธ. แต่ยังไม่มีการพูดกันถึงเรื่องประธาน รวมทั้งไม่มีการพูดคุยกับนายจุรินทร์ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณี กมธ.ไม่มีสัดส่วน ส.ว. ว่าไม่ทราบ ต้องไปถาม ส.ว. แต่เขาไม่ได้ถึงขนาดว่ามีมติไม่เข้าร่วม เพียงแต่เมื่อไปถามใครก็บอกว่าไม่เอาเท่านั้นเอง อาจเป็นเรื่องส่วนตัวก็ได้ เพราะไม่เคยมีมติของ ส.ว.ว่าจะไม่ร่วมกับ กมธ.ชุดดังกล่าว แต่ ส.ส.เจ้าของญัตตินี้หลายคนเป็นคนบอกเองว่าไม่อยากให้ ส.ว.ร่วม ส.ว.จึงอาจคิดว่าถ้าอย่างนั้นคงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมานั่ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า กมธ.ชุดนี้ควรมีกรอบเวลาศึกษาหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เป็นเรื่องของสภา ปกติมีทั้ง 2 แบบ คือไม่กำหนดเวลา กับกำหนดเวลา ขณะนี้ไม่ทราบว่าจะออกมาอย่างไร ส่วนประเด็นที่รัฐบาลจะเสนอให้ กมธ.แก้ไขในรัฐธรรมนูญนั้นก็ยังไม่ทราบ ยังไม่เคยมีใครพูดกัน เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นต้องพูดกัน ครม. ซึ่งอาจมีหรือไม่มีก็ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายจุรินทร์กล่าวถึงปัญหาการเลือกประธาน กมธ. ว่าได้มอบให้ประธานวิปของพรรคไปหารือร่วมกับวิปรัฐบาล ส่วนผลจะเป็นอย่างไร ให้นำมาชี้แจงในที่ประชุม ส.ส.ของพรรคให้รับทราบ ส่วนกรณีนายอภิสิทธิ์ หากไม่ได้ดำรงตำแหน่งประธาน กมธ. จะเกิดรอยร้าวภายในรัฐบาลหรือไม่นั้น ในการทำงานร่วมกันแต่ละพรรคร่วมรัฐบาลก็จะมีวิปของตัวเอง ซึ่งแต่ละพรรคก็มีความเห็นที่แตกต่างกันบ้าง สุดท้ายแล้วจะไปหาข้อยุติในที่ประชุมวิปรัฐบาล&amp;nbsp;
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวในประเด็นนี้ว่า ก็ตามรัฐบาล เราเป็นเรือเหล็ก
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุมเห็นชอบรายชื่อ กมธ.ในโควตา ครม. 6 คน ประกอบด้วย 1.นายปกรณ์ นิลประพันธ์ อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) 2.นายวุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า 3.นายอุดม รัฐอมฤต อดีตโฆษก กรธ. 4.นายกฤช เอื้อวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 5.นายไพบูลย์ และ 6.คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สตรีนักธุรกิจ
ปชป.ถอยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ในการประชุม ส.ส.พรรค ปชป.ได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาบุคคลที่มีความเหมาะสมในการเป็น กมธ.ดังกล่าว โดยหลังประชุม นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานวิปพรรค ปชป.กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นด้วยกับการตั้งคณะ กมธ.และมีมติเลือกบุคคลที่จะไปร่วมเป็น กมธ. 4 คน ประกอบด้วย 1.นายบัญญัติ บรรทัดฐาน 2.นายสุทัศน์ เงินหมื่น 3.นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ และ 4.นายเทพไท ในฐานะผู้เสนอ โดยจะนำมติพรรคดังกล่าวเสนอที่ประชุมวิปรัฐบาลในวันที่ 27 พ.ย.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เหตุใดไม่มีชื่อนายอภิสิทธิ์ ซึ่งที่ประชุมเคยเห็นชอบก่อนหน้านี้ นายชินวรณ์กล่าวว่า เรื่องนี้มีการนำมาหารือในที่ประชุม ซึ่งทุกคนเห็นว่านายอภิสิทธิ์เป็นคนที่เหมาะสม มีความรู้ความสามารถ แต่การตั้งประธาน กมธ.เป็นการเลือกกันเองใน กมธ. ซึ่งเป็นเรื่องที่เรามองว่าในส่วนของพรรค ปชป.มีสัดส่วนน้อยกว่า และไม่มีหลักประกันว่าเมื่อเราเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์แล้วจะได้เป็นประธาน กมธ.หรือไม่ เพราะต้องอาศัยเสียงจากพรรคร่วมรัฐบาลด้วย เมื่อไม่มีความชัดเจนในส่วนนี้ เราก็ไม่ควรเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ไปเป็น กมธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความคิดเห็นของฝ่ายค้านนั้น นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา พรรค พท. กล่าวถึงการตั้ง กมธ.ที่ฝ่ายค้านพยายามนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภา ว่าคงไม่สามารถทำได้ เพราะ ส.ส.รัฐบาลคงไม่ยอมให้มีญัตตินี้เข้าสู่ที่ประชุมได้ง่าย แม้ว่าพรรค ปชป.กับพรรคชาติไทยพัฒนาจะเห็นด้วยกันกับฝ่ายค้าน แต่เชื่อว่าทั้งพรรค พปชร., พรรค ภท. และพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ไม่ยอมแน่ เพราะเสียประโยชน์จากกติการัฐธรรมนูญ โดยจะค้านแบบหัวชนฝา ถึงแม้แก้รัฐธรรมนูญแล้วประชาชนได้ประโยชน์ก็จะไม่ยอม เพราะมองที่ผลประโยชน์ทางการเมืองมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวเรียกร้องว่า อยากขอเวลาสภา ไม่อยากให้เร่งว่าต้องรีบอภิปรายเรื่องรัฐธรรมนูญให้จบแล้วมาเร่งตั้ง กมธ. อยากขอว่าอภิปรายไม่จบก็สามารถอภิปรายต่อ สัปดาห์หน้ายังมี เพื่อให้สมาชิกได้อภิปรายเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่ ส่วนของโควตา กมธ. ถ้าเป็นตามสัดส่วนแบบเดิม พรรคจะได้ 6 คน ซึ่งจะมีทั้ง ส.ส. และบุคคลภายนอก หลักการของพรรคยืนยันเราจะไม่ให้ใครที่เคยมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญของคณะรัฐประหารเข้ามาอยู่ใน กมธ.ชุดนี้ในสัดส่วนของพรรค แต่เราจะมีทั้งภาคประชาชน นักวิชาการมาร่วม ซึ่ง กมธ.ชุดนี้ ต่อไปจะเป็นส่วนหนึ่งผลักดันประเด็นเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ในระดับสภา ดังนั้นต้องเอาคนภายนอกที่สนใจประเด็นเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญมาร่วมกันให้มากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชื่นชอบ คงอุดม โฆษกกลุ่มกิจสังคมใหม่ ระบุว่า ที่ประชุม &amp;nbsp;4 พรรคเล็กเห็นด้วยกับแนวทางจัดตั้ง กมธ. และควรมีตัวแทนของทุกพรรคการเมืองร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย
จ่อยื่นอภิปราย 29 พ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคืบหน้าในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค พท. กล่าวหลังผลการประชุมของวิปพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า ที่ประชุมวิปจะยึดเอาตามปีปฏิทิน วันที่ 27 พ.ย. พรรคร่วมฝ่ายค้านจะประชุมอีกครั้ง เพื่อนำข้อมูลของและพรรคมาประมวล พร้อมทั้งกำหนดความชัดเจนว่า จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ และหลังประชุมคงได้ข้อสรุปคาดว่าจะสามารถยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้ในวันศุกร์ที่ 29 พ.ย. หรืออย่างช้าคือวันจันทร์ที่ 2 ธ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า พรรค พท.อยากให้มีการอภิปรายไม่เกินวันที่ 20 ธ.ค. เพราะหลังจากนั้นจะเข้าบรรยากาศเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขอนแก่น รวมทั้งเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ แต่ตอนนี้เห็นสัญญาณไม่ค่อยดีจากฝ่ายรัฐบาล เมื่อนายวิษณุออกมาพูดว่าการยื่นอภิปรายครั้งนี้ควรนับรอบตามปีปฏิทินหรือนับตามปีการตั้งรัฐบาล ถือเป็นการพูดที่พยายามทำให้ฝ่ายค้านไขว้เขว ทำลายจังหวะพรรค แต่เราก็ไม่รั้งรอจะเดินหน้าต่อไป แม้เชื่อว่ารัฐบาลพยายามจะกลั่นแกล้ง โดยบรรจุญัตติไปในช่วงปลายเดือน ธ.ค.ใกล้กับเทศกาลปีใหม่ ถ้าหากเป็นเช่นนั้น จะเป็นการทำลายบรรยากาศการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขอร้องว่าอย่าใช้วิธีนี้
&amp;ldquo;เมื่อเราอภิปราย อาจได้เห็นการเปลี่ยนแปลงปรับ ครม. ยุบสภา หรือลาออก โดยหวังให้เปลี่ยนแปลงเป็นระดับๆ อย่างไรก็ดีถึงแม้จะเปลี่ยนแปลงถึงขั้นนายกฯ จะลาออก ก็ขออย่าให้บ้านเมืองเสียหาย โดยเฉพาะงบประมาณควรจะออก คุณจะออกก็อย่าให้เรื่องงบประมาณตกไป เดี๋ยวประชาชนจะลำบาก&amp;rdquo; นายสุทินระบุ
ด้าน พล.อ.ประวิตรกล่าวในประเด็นนี้ว่า แล้วแต่ฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะถอยหรือไม่ถอยญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในฐานะรัฐบาลก็จะเดินหน้าทำเพื่อประชาชน จะมีอะไรมาขวางก็ต้องแก้ไขกันไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวถึงกรณีนายสุทินยังสงสัยเรื่องวงรอบอภิปรายนั้น ว่าทำถูกต้องแล้วที่หารือกับประธานสภาฯ ซึ่งข้อเท็จจริงนายสุทินไม่ได้เห็นต่างเรื่องกรอบเวลา เพียงแต่สงสัยเท่านั้นเองว่าใช่หรือไม่ ประเด็นที่ต้องมาถกเถียงกันคือ คำว่า 1 ปี หมายถึงปี พ.ศ.ละครั้ง ซึ่งจะครบในเดือน พ.ค.2563 ซึ่งเห็นอย่างนี้ หรือรอบสมัยประชุมสภา แต่ไม่มีหน้าที่วินิจฉัย และประธานสภาฯ ไม่ได้มีอำนาจโดยตรงที่จะวินิจฉัย แต่ในฐานะที่เป็นผู้รับญัตตินี้ หากเชื่อว่าญัตติที่ยื่นมาถูกต้องสามารถบรรจุวาระได้ แต่หากใครบอกว่าไม่ได้ก็ไปว่ากัน ช่องทางมีอยู่ เรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่รัฐบาล เพราะเป็นผู้ถูกอภิปราย จึงไม่มีหน้าที่ไปดูฤกษ์ยามว่าต้องเมื่อไร เดือนไหน เร็วหรือช้า มีหน้าที่อย่างเดียวคือ เมื่อเขาจะอภิปรายก็ต้องไปชี้แจง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินเชื่อว่า นายกฯ ตอบได้ในการอภิปราย และพร้อมช่วยนายกฯ แน่นอน ต้องช่วยอยู่แล้ว ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลจะต้องนัดพูดคุยกันก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่นั้น น่าจะมีรอนายกฯ นัดหมาย
อนค.ร่ายเหตุผลจูงใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายปิยบุตรยังกล่าวว่า ในการประชุมสภาสัปดาห์นี้น่าจะมีการลงมติตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบ เกี่ยวกับการใช้อำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) การออกคำสั่งของและการใช้มาตรา 44 ของ คสช. โดยระบุว่า จะเป็นผู้อภิปรายสรุปอีกครั้งในฐานะผู้เสนอญัตติ ทั้งนี้ เพิ่งทราบข่าวว่าวิปรัฐบาลยืนยันว่าไม่เห็นด้วยให้ตั้ง กมธ. ซึ่งเห็นว่าเรื่องการศึกษาผลกระทบจากบรรดาคำสั่ง คสช.นี้ อยากให้มองข้ามเรื่องพรรครัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน ให้มองว่าเป็นภารกิจร่วมกันของ ส.ส.เพราะในช่วงยามที่คณะรัฐประหารปกครองประเทศ ออกคำสั่งเป็นกฎหมายได้หมด ตอนนี้มีการเลือกตั้ง มี ส.ส.แล้ว จำเป็นต้องเอาบรรดาการใช้อำนาจเหล่านั้นมาทบทวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จริงอยู่ว่าเรามี กมธ.สามัญที่สามารถศึกษาเรื่องนี้ได้ คือชุดที่ผมเป็นประธาน นั่นคือ กมธ.กฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน แต่ถ้าจะให้ กมธ.ชุดนี้ศึกษาจะจำกัดวงเฉพาะแค่ กมธ. 15 คนเท่านั้น แต่ถ้าตั้ง กมธ.วิสามัญนอกจากได้คนนอกมาร่วมศึกษาแล้ว ยังได้จัดสรรปันส่วนเปิดโอกาสให้เพื่อน ส.ส. ที่ติดตามประเด็นนี้ได้เข้ามานั่งร่วมกัน และแม้ที่ผ่านมามีการยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช.แล้วหลายฉบับ แต่มีอีกหลายฉบับที่ยังไม่ยกเลิก และบางฉบับแม้เลิกแล้ว แต่เกิดผลกระทบพี่น้องประชาชนจำนวนมากควรศึกษา ควรเยียวยาความเสียหาย ผลกระทบที่ประชาชนได้รับจากการใช้อำนาจนั้นหรือไม่ อย่างไร ไม่ใช่ว่ายกเลิกแล้วเลิกกันเลย จะทำให้เกิดวัฒนธรรมความไม่รับผิดชอบเกิดขึ้นได้&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวว่า อยากเชิญชวน ส.ส.รัฐบาลช่วยกันลงมติเรื่องนี้ นี่ไม่ใช่เรื่องฝ่ายค้านหรือรัฐบาล แต่เป็นเรื่องของสภา และการลงมติเรื่องนี้ไม่ใช่การไปนั่งทวงถาม เช็กบิลตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่เป็นการศึกษาเพื่อเป็นบทเรียนว่าการออกประกาศตามคำสั่งนั้น สร้างความเสียหาย สร้างผลกระทบอย่างไรบ้าง ศึกษาเพื่อเป็นข้อเสนอแนะต่อไป
นายชื่นชอบกล่าวว่า กลุ่มกิจสังคมใหม่มีมติไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอจัดตั้ง กมธ.ในเรื่องนี้ เนื่องจากมี กมธ.ที่สามารถกลั่นกรองความคิดเห็น สภาพปัญหาที่กระทบประชาชนและหน่วยงานในเรื่องนี้อยู่แล้ว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51193</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้ไขรธน., พรรคประชาธิปัตย์, ยื่นญัตติอภิปราย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191126/image_big_5ddd393c27b86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51100</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคร่วมฝุ่นตลบ ชิง‘ประธาน’กมธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รัฐบาลเคาะรายชื่อ กมธ.แก้ไข รธน.แล้ว 6 คน พปชร.ยืนกรานขวาง &amp;quot;มาร์ค&amp;quot; นั่งประธาน พูดตรงๆ จะคุยกับ &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ได้หรือ กำชับวิปทุกพรรคเตรียมพร้อมประชุมสภาพุธนี้ ส่วนชื่อประธานให้พิจารณาหลังได้ กมธ. 49 คน ด้าน ปชป.ขอความชัดเจนวิปรัฐบาลจะยอมให้ &amp;quot;อภิสิทธิ์&amp;quot; เป็นประธาน กมธ.หรือไม่ พท.เสนอ &amp;quot;โภคิน&amp;quot; เข้าชิง ขณะที่ กมธ.พัฒนาการเมือง ส.ว.เรียก กกต.แจงปม อนค.กู้เงิน 191 ล้าน หวั่นนายทุนครอบงำพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ (กมธ.วิสามัญ) ศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี 6 คนว่า ตนไม่รู้ ยังไม่เห็นเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เหมาะสมที่จะนั่งประธาน กมธ.ได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่า แล้วคิดว่าเขาเป็นได้หรือไม่ ส่วนตัวคงจะไปพูดไม่ได้ว่าจะให้เป็นหรือไม่ให้เป็น เป็นเรื่องของ ส.ส.ที่จะไปพิจารณากัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาและกรรมการคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ขณะนี้ได้ตัวบุคคลที่จะมาทำหน้าที่ กมธ. ในสัดส่วนของ ครม.ครบแล้ว โดยเฉพาะในส่วนตัวแทนภาคธุรกิจยอมรับว่าเป็นสุภาพสตรีที่มาจากสภาสตรีแห่งชาติ ซึ่งเป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับจากภาคธุรกิจ วันนี้แต่ละพรรคจะมีการส่งชื่อ กมธ.ในส่วนของพรรคต่างๆ มายังตน ซึ่งจะนำไปหารือในที่ประชุมวิปรัฐบาลก่อนที่จะนำรายชื่อทั้งหมดรายงานให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบในวันที่ 26 พ.ย. จากนั้นจะเสนอญัตติต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ &amp;nbsp;27 พ.ย.เพื่อขอให้สภาตั้ง กมธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล เปิดเผยว่า ญัตติเพื่อจัดตั้ง กมธ.แก้รัฐธรรมนูญน่าจะมีการพิจารณาภายในสัปดาห์นี้ พร้อมกำชับวิปทุกพรรคฝ่ายรัฐบาลเตรียมความพร้อมวันพุธนี้เวลา 15.00 น. สำหรับ กมธ.พรรคร่วมรัฐบาลแต่ละพรรคจะมีการประชุมเพื่อกำหนดตัวบุคคลวันพรุ่งนี้ ส่วนตำแหน่งประธาน กมธ.น่าจะไปพิจารณาหลังจากได้รายชื่อ กมธ.ทั้ง 49 คน ที่จะพิจารณาบุคคลที่เหมาะสม โดยสัดส่วนยังคงประกอบด้วยฝ่าย ครม. 12 คน พรรคร่วมรัฐบาล 18 คน พรรคร่วมฝ่ายค้าน 19 คน โดยทราบเบื้องต้นว่าฝ่าย ครม.จะแบ่งสัดส่วนให้พรรคร่วมรัฐบาลเพิ่มเติม แต่ยังไม่ทราบจำนวนที่แบ่งชัดเจน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีกระแสข่าวพรรค พปชร.จะเสนอนายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นประธาน กมธ.นั้น นายวิรัช กล่าวว่า นายไพบูลย์ก็อยู่ในรายชื่อผู้ที่จะเป็นแคนดิเดต มีโอกาสเป็นประธาน กมธ.ได้ และยังมีอีกหลายคน อาทิ นายวิเชียร ชวลิต จนไปถึงนายสุชาติ ตันเจริญ ก็มีความเหมาะสมในฐานะรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรค พปชร.และวิปรัฐบาล กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยืนยันเสนอให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ ดำรงตำแหน่งประธาน กมธ.แก้รัฐธรรมนูญว่า เป็นความคิดเห็นของพรรค ปชป.ที่มีสิทธิ์เสนอได้ แต่หากพูดในข้อเท็จจริงแล้วการศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่ละมาตรานั้น แม้เป็นเพียงการศึกษาก็เป็นเรื่องใหญ่ ส่วนตัวมีความเห็นว่าผู้ที่จะนั่งตำแหน่งประธาน กมธ.ต้องเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลเท่านั้น จะไปเอาพรรคร่วมรัฐบาลหรือพรรคอื่นที่ไม่ใช่พรรคแกนนำไม่ได้
&amp;#39;มาร์ค&amp;#39; พูดกับ &amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39; ไม่รู้เรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พูดกันตามตรงว่าอย่างนายอภิสิทธิ์จะสามารถพูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้หรือไม่ ถ้านายกฯ ไม่เอาด้วยแล้ว กมธ.จะทำงานกันต่อไปได้หรือไม่ การตั้ง กมธ.เมื่อตั้งขึ้นแล้วการทำงานต้องมีผลเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เสียเวลาตั้งแล้วไม่เกิดผลใด คนที่เข้ามานั่งใน กมธ.ไม่ใช่ว่านึกจะตั้งใครก็ตั้ง&amp;quot; นายวีระกรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มีรายงานว่า เบื้องต้นมีความชัดเจนแล้วสำหรับ 6 รายชื่อ ครม.ที่จะเข้าไปเป็น กมธ.ประกอบด้วย &amp;nbsp;นายอุดม รัฐอมฤต อดีตโฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.), นายปกรณ์ นิลประพันธ์ อดีต กรธ., &amp;nbsp;นายวุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า, นายกฤช เอื้อวงศ์ รองเลขาธิการ กกต., นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และคุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ตนได้เชิญ ส.ส.ของพรรคมาประชุมเพื่อพิจารณาหาผู้ที่เหมาะสมไปเป็น กมธ.ในส่วนของพรรคจำนวน 4 &amp;nbsp;คน ในวันอังคารที่ 26 พ.ย.นี้ เวลา 13.30 น. พรรคมีบุคคลที่เหมาะสมหลายท่านขึ้นอยู่กับ ส.ส.ของพรรคจะดูว่าใครเหมาะสม โดยจะใช้วิธีเสนอชื่อแล้วให้ ส.ส.เลือกในที่ประชุม โดยผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อต้องสมัครใจที่จะทำงานเป็น กมธ.ด้วย ส่วนที่ที่ประชุม ส.ส.พรรคเคยมีมติเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปเป็นประธาน กมธ.นั้น ก็ยังยืนยันเหมือนเดิม เพราะนายอภิสิทธิ์มีความเหมาะสมที่จะทำหน้าที่ประธาน กมธ. แต่ก็ขึ้นอยู่กับวิปรัฐบาลด้วยว่าจะมีความเห็นอย่างไร ขณะนี้พรรคก็รอฟังจากวิปรัฐบาลอย่างเป็นทางการว่าจะมีมติออกมาอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมทางการเมืองนั้น นายองอาจกล่าวว่า ไม่น่าจะมีผลกระทบอะไรกับการเมืองในภาพรวม เพราะเป็นเพียงเริ่มต้นศึกษาหลักเกณฑ์วิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยังต้องมีกระบวนการที่จะต้องดำเนินการอีกพอสมควร ทุกฝ่ายควรตระหนักร่วมกันว่าการตั้ง กมธ.ครั้งนี้ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่งจึงจะทำให้เกิดผลสำเร็จได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป.กล่าวถึงการประชุมสภาเพื่อพิจารณาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะมีขึ้นในวันพุธที่ 27 พ.ย.นี้ว่า อยากให้วิปฝ่ายค้านและวิปฝ่ายรัฐบาลหารือและมีข้อตกลงเรื่องระยะเวลาในการอภิปรายของแต่ละฝ่ายว่าจะใช้เวลากี่ชั่วโมง หรือจะเปิดอภิปรายกันกี่วัน ขณะนี้มีผู้ประสงค์จะอภิปรายเรื่องนี้เป็นจำนวนมาก ต้องเปิดกว้างให้มีการอภิปรายเต็มที่ ไม่ควรกำหนดเวลา เพราะการอภิปรายเป็นการแสดงจุดยืนของ ส.ส.แต่ละคน และจุดยืนของแต่ละพรรคเพื่อให้สังคมรับรู้ว่ามีจุดยืนอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เท่าที่ปรากฏรายชื่อ กมธ.ออกมา บ่งบอกให้เห็นได้ว่าบางพรรคต้องการแค่พิธีกรรมเพื่อให้เห็นว่าได้ทำตามนโยบายที่ประกาศไว้แล้ว อย่าว่าแต่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่เลย อย่างนี้ต้องเรียกว่าอ้าปากก็เห็นถึงไส้ติ่งด้วยซ้ำไป ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ได้แสดงจุดยืนในเรื่องนี้มาชัดเจน ถ้าไม่มีความจริงใจในเรื่องนี้ก็คงจะไม่มีมติเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาเป็นประธาน กมธ.ชุดนี้ให้เปลืองตัว จึงอยากจะให้วิปรัฐบาลมีข้อสรุปเรื่องตัวประธานนี้ให้ชัดเจนโดยเร็วว่าจะยอมให้นายอภิสิทธิ์เป็นหรือไม่ ถ้าไม่ยอมก็ให้บอกมาให้ตรงๆ อย่าลีลาเล่นเกมโยนหินถามทางที่ปล่อยข่าวรายวัน สร้างความสับสนต่อสังคมมาก&amp;quot; นายเทพไทกล่าว
พท.ส่ง &amp;#39;โภคิน&amp;#39; ชิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ขณะนี้รายชื่อ กมธ.เรียบร้อยกว่า 90% แล้ว และจะสามารถยื่นเสนอได้ในวันที่ 28 พ.ย. โดยส่วนใหญ่จะเป็นนักกฎหมาย แกนนำของพรรค ประกอบด้วย นายโภคิน พลกุล, นายชูศักดิ์ ศิรินิล, นายชัยเกษม นิติสิริ, นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา, นายวัฒนา เมืองสุข, นายนพดล ปัทมะ รวมถึงตนเอง และนายจตุพร เจริญเชื้อ ส.ส.ขอนแก่น พรรค พท. ซึ่งเป็นผู้เสนอญัตติ และอีก 1 คนอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาระหว่าง น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ กับนายอุดมเดช รัตนเสถียร ส.ส.กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่านายโภคิน &amp;nbsp;พลกุล อดีตประธานรัฐสภา มีความเหมาะสมจะเป็นประธาน กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ในภาพรวมคิดว่าประธาน กมธ.ดังกล่าวควรมาจากบุคคลที่เป็นกลางหรือฝ่ายค้านที่มีความตั้งใจอยากแก้รัฐธรรมนูญ เพราะเชื่อว่าจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญประสบความสำเร็จได้รับความร่วมมือ แต่หากได้บุคคลที่เป็นกลางแต่ไม่มีเจตนาอยากแก้รัฐธรรมนูญจะทำให้การแก้รัฐธรรมนูญเป็นไปได้ยาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ชลน่านกล่าวว่า กรณีที่จะมีอดีต กรธ.เข้ามาเป็น กมธ. ถ้าเข้ามาช่วยกันผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเห็นว่าวิธีคิดตอนร่างรัฐธรรมนูญกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมีผลให้รัฐธรรมนูญมีปัญหาจริง จะทำให้การแก้รัฐธรรมนูญเป็นไปได้ แต่ถ้าเข้ามาขัดขวางจะมีผลให้การผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปได้ยาก มีอุปสรรคมากขึ้น ทั้งนี้กรอบการทำงานของ กมธ.ชุดนี้ควรกำหนดไว้ไม่เกิน 90 วัน เพราะหากมีเวลาศึกษามากกว่านี้หรือนานเกินไปจะทำให้การทำงานไม่เกิดประโยชน์ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวว่า ส.ว.จะไม่เข้าไปมีส่วนร่วมใน กมธ.ของสภา จะให้เป็นหน้าที่ของ ส.ส.เพราะเรื่องดังกล่าวไม่ใช่การทำงานของ ส.ว. ทั้งนี้ไม่ใช่ ส.ว.ไม่ให้ความร่วมมือ แต่ ส.ว.มีภาระหน้าที่บทบาทว่าควรหรือไม่ควรทำอะไร อีกทั้ง กมธ.วิสามัญฯ ดังกล่าวเป็นเพียงการทำหน้าที่ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญเท่านั้น ยังไม่ถึงขั้นตอนการแก้ไขแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุทิน คลังแสง ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการยื่นหนังสือหารือประธานสภาเกี่ยวกับรอบระยะเวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า เรื่องนี้เราส่งในนามผู้นำฝ่ายค้าน แต่เนื่องจากส่งกระชั้นชิดไปหน่อยหนังสือจึงยังไม่ถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภา แต่ก็ได้มีการคุยนอกรอบกับคณะที่ปรึกษานายชวนบ้างแล้ว ซึ่งเราอยากได้ความชัดเจนกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุวงรอบการอภิปรายนับจากเดือนพฤษภาคม หมายความว่าจะอภิปรายในการทำงานของรัฐบาลปีแรกถึงเดือนพฤษภาคม 63 หรือยื่นอภิปรายได้หลังเดือนพฤษภาคม 2563 วันที่ 26 พ.ย.น่าจะได้ข้อยุติ เมื่อได้ข้อสรุปอย่างไรก็จะนำมาประกอบการพิจารณาในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยขณะนี้เองก็กลัวว่าเขาจะแกล้งบรรจุญัตติตรงกับช่วงปีใหม่ หรือช่วงเลือกตั้งซ่อมเขต 7 &amp;nbsp;ขอนแก่น เราก็ต้องดูกรอบระยะเวลาที่จะยื่นเปิดอภิปรายด้วย โดยเราจะยื่นญัตติไปก่อน แต่หากเป็นอย่างที่กังวลก็จะพิจารณาถอนญัตติดังกล่าว&amp;quot; นายสุทินกล่าว
ส.ว.เรียก กกต.แจงเงินกู้ อนค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า จะยังไม่มีการเสนอให้ปลด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ปปช.) ที่จะมีการประชุมช่วงเช้าวันพุธนี้ เพราะต้องรอให้มีการเสนอชื่อนายไพบูลย์ นิติตะวัน ทำหน้าที่ใน กมธ.ในช่วงบ่ายเพื่อให้มีเสียงใน กมธ.ครบ 15 เสียง แล้วสัปดาห์ถัดไปจึงจะเสนอให้มีการลงมติในที่ประชุม กมธ.ว่าจะให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ทำหน้าที่ประธานต่อหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะยื่นเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.สอบสวน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากกรณีมีคำสั่งแต่งตั้งที่ปรึกษาประธาน กมธ.โดยไม่มีมติที่ประชุม และใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ.2554 โดยไม่มีมติที่ประชุม ยืนยันว่าไม่มีการไกล่เกลี่ยแน่นอน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้อสังเกตว่าการเสนอปลดประธานจะเป็นแบบอย่างให้ กมธ.ชุดอื่น และเกิดปัญหาลุกลามบานปลายหรือไม่ นายสิระกล่าวว่าอยู่ที่การทำหน้าที่ของประธาน หากทำหน้าที่ได้ดีไม่บกพร่องก็ไม่มีเหตุปลดออกจากตำแหน่ง สำหรับข้อวิจารณ์ว่าตนและ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐเป็นตัวป่วน ยืนยันว่าทำหน้าที่ด้วยเหตุผล ตั้งใจแก้ปัญหารับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน น.ส.ปารีณาก็ทำหน้าที่อยู่ในกรอบอย่างเต็มที่ ส่วนข้อกล่าวหาที่ดินรุกที่ ส.ป.ก.อยู่ในขั้นตอนการสอบสวน ยังไม่เข้าสู่กระบวนการของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่รัฐสภา นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา กล่าวว่า ที่ประชุมเชิญนายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต.มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับคดีเงินกู้ 191 ล้านบาทของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ซึ่งนายแสวงให้ข้อมูลเป็นหลักการทั่วไปว่า รายได้ของพรรคการเมืองจะมีที่มาอย่างไรบ้าง ซึ่งบัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดในคดี เนื่องจากยังอยู่ในการพิจารณาของ กกต.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสรีกล่าวว่า การตรวจสอบเรื่องนี้ของ กมธ.สามารถดำเนินการได้ เพราะการใช้เงินของพรรคการเมืองจะมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาและปฏิรูปการเมืองในอนาคต คดีนี้ในความเห็นส่วนตัวเห็นว่า การกู้เงินของพรรคการเมืองไม่สามารถทำได้ เพราะมาตรา 62 ของ พ.ร.บ.ดังกล่าวกำหนดให้พรรคการเมืองมีรายได้ 7 ทาง โดยไม่ได้ระบุการได้มาซึ่งรายได้ของพรรคการเมืองผ่านทางการกู้เงิน อีกทั้งถ้าให้กู้เงินได้จะทำให้นายทุนเข้ามาครอบงำพรรค ประชาชนจะไม่สามารถเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองกับพรรคการเมืองได้ ทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับนายทุนในฐานะเจ้าหนี้พรรคการเมือง และจะก่อให้เกิดอำนาจต่อรองให้นายทุนเข้ามามีตำแหน่งทางการเมืองได้&amp;nbsp;
พท.เคาะ &amp;#39;ธนิก&amp;#39; สู้เลือกตั้งซ่อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่ายวันเดียวกัน นายมานพ คีรีภูวดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 53 พรรคอนาคตใหม่ เข้ารายงานตัวต่อสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากได้เป็น ส.ส.แทนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้สิ้นสุดความเป็นสมาชิกภาพ ส.ส.ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่พรรคเพื่อไทย แกนนำพรรค อาทิ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค, นายภูมิธรรม เวชยชัย &amp;nbsp;ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาฯ พรรค, นายพงศกร อรรณนพพร ผู้อำนวยการการเลือกตั้งซ่อมจังหวัดขอนแก่น, นายธนิก มาสีพิทักษ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท., นายอดิศร &amp;nbsp;เพียงเกษ โฆษกผู้นำฝ่ายค้าน แถลงผลการประชุมเพื่อเคาะตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งซ่อมเขต 7 จ.ขอนแก่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอดิศรกล่าวว่า คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติส่งนายธนิกลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม เขต 7 &amp;nbsp;ขอนแก่น ซึ่งเป็นอดีต ส.ส.ของพรรค พท. ตนเห็นด้วยว่านายธนิกคือคนที่เหมาะสม เพราะนายธนิกเกาะติดพื้นที่ หาก พท.ชนะการเลือกตั้งในเขตดังกล่าว นายธนิกจะสามารถดูแลพื้นที่และพี่น้องประชาชนได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะทำงานควบคู่กับตนที่ทำหน้าที่เป็นโฆษกผู้นำฝ่ายค้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธนิกกล่าวว่า ถือเป็นโอกาสอันดีที่ตนได้รับโอกาสเป็นตัวแทนของพรรค พท.ในการทำหน้าที่รักษาพื้นที่ในนามพรรค และขอบพระคุณนายอดิศรที่ให้โอกาสตน ตนพร้อมที่จะทำหน้าที่นำธงชัยชนะมาให้พรรค พท. พื้นที่ขอนแก่นเป็นพื้นที่ของเราที่แพ้ไม่ได้ ครั้งนี้จะเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ อย่างไรก็ตามขณะนี้เริ่มมีการใช้อำนาจรัฐ ใช้วิชามารแทนการใช้วิชาธรรมาภิบาลแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงศกรกล่าวว่า เราขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่าเราต้องการการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม เป็นกลาง และต้องการให้ข้าราชการ เสนาบดีวางตัวเป็นกลาง อย่าใช้อำนาจเกินหน้าที่ เรามั่นใจมากถึงมากที่สุดในการเลือกตั้งในเขตนี้ และมั่นใจมากว่าอีก 1 เสียงจะกลับมาสู่พรรค พท.ของเรา การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการวัดคะแนนความนิยมของรัฐบาลและฝ่ายค้านได้ และเราจะชนะด้วย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51100</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กมธ.แก้ไขรธน., ประธานกมธ.แก้ไขรธน., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนค.กู้เงิน 191 ล้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191125/image_big_5ddbe0b681189.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
