<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113165</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 13:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 13:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039;ปัดตีเช็คเปล่าให้กกต.แจงหากยุบสภาใน 120 วันที่แก้กม.ลูกไม่แล้วเสร็จจะเกิดปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.64 - ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่&amp;hellip;) พ.ศ&amp;hellip;. แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91 ว่าด้วยระบบเลือกตั้ง รัฐสภา กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าพรรคเพื่อไทยพยายามนำร่างที่ถูกตีตกไปในวาระที่ 1 ของพรรคพลังประชารัฐกลับเข้ามาสู่การพิจารณาในวาระที่ 2 อีกว่า ในชั้นนี้เป็นการพิจารณาในชั้นกมธ.รัฐสภา ที่ผ่านขั้นตอนการรับหลักการมาแล้ว ขณะนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับพรรคประชาธิปัตย์ และจะไม่เรียกว่าร่างพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเป็นร่างของรัฐสภา โดยมีหลักในการแก้ไข 2 มาตราที่เกี่ยวข้องกับระบบเลือกตั้ง ซึ่งคำว่าระบบไม่ได้มีเพียงแค่ 2 มาตราแน่นอน ตนยอมรับว่ากมธ.มีความหนักใจมาก โดยเฉพาะการแก้มาตรา 83 เรื่องระบบบัตรเลือกตั้งจาก 1 ใบมาเป็น 2 ใบ เมื่อให้โจทย์มาแบบนี้ทางเสียงข้างมากใน กมธ. มีมติชัดเจนว่าเป็นการแก้ไขจากบัตรเลือกตั้ง 1 ใบเป็น 2 ใบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โดยมีการเลือกส.ส.แบบแบ่งเขต 400 คน และแบบบัญชีรายชื่อ 100 คน ซึ่งรัฐธรรมนูญเดิมเขียนไว้ว่ามาตรา 84 , 85 , 86 ,87 , 88 , 89 , 90 , 91 , 92 ,93 และมาตรา 94 รองรับเรื่องบัตรเลือกตั้งใบเดียว แต่ที่รัฐสภารับหลักการมา คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 83 และมาตรา 91 ว่าด้วยเรื่องการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถือว่าเป็นโจทย์ยากที่เรารับมา ทั้งนี้ต้องมาดูรัฐธรรมนูญที่เหลืออยู่ และแก้ไขให้สอดรับกับมาตรา 83 และมาตรา 91 โดยเฉพาะมาตราอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้รองรับและสอดรับกัน จึงจำเป็นต้องแก้มาตราอื่นด้วย และยืนยันว่ารัฐสภามีข้อบังคับอนุญาตให้สามารถดำเนินการได้ แต่ห้ามแก้ไขหลักการ เว้นแต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับหลักการ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า สิ่งที่เป็นปัญหาและเป็นประเด็นในสังคมกล่าวหาว่ากมธ.พรรคเพื่อไทยเขียนเช็คเปล่าให้กกต.ในเรื่องบทเฉพาะกาล และบอกว่าเป็นการพิจารณาเกินหลักการด้วยนั้น ยืนยันว่าบทเฉพาะกาลเขียนไป 2 มาตรา เพราะหากเราแก้รัฐธรรมนูญได้และมีการประการใช้ เกิดมีการเลือกตั้งซ่อมขึ้นมา ก็มีคำถามว่าเราใช้รัฐธรรมนูญฉบับที่แก้ไขแล้วจัดการเลือกตั้งหรือจะใช้รัฐธรรมนูญฉบับเดิม ซึ่งตนเห็นว่าถ้ามีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในขณะที่รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขมีการประกาศใช้แล้ว ก็ยังไม่ควรนำรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปใช้ เพราะจะมีผลใช้กับการเลือกตั้งทั่วไปเท่านั้น หากมีการเลือกตั้งซ่อมในช่วงนี้ห้ามนำมาใช้ เพราะจะมีปัญหาในสภาว่า ส.ส.สภาเดียวกันจะมาจาก 2 ระบบ และเกิดการตีความทำให้สภาทำงานไม่ได้ และอาจทำให้สภาล่มได้ จึงเป็นที่มาของการเขียนบทเฉพาะกาล เพื่อป้องกันการตีความว่ายังไม่ควรนำรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาใช้ และหลังจากฉบับรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขประกาศใช้แล้ว รัฐสภาต้องไปทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการประกอบการเลือกตั้งให้เสร็จภายใน 120 วัน นับตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ เพื่อนำมาใช้ในการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;และเราเป็นห่วงว่าหากภายใน 120 วันนี้เกิดการประกาศยุบสภาโดยที่กฎหมายลูกยังไม่เสร็จแต่รัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว กกต.ก็จะต้องจัดการเลือกตั้งภายใต้การออกประกาศข้อกำหนดของกกต. ได้ โดยยึดสิ่งที่รัฐธรรมนูญแก้ไขเปลี่ยนแปลงไปประกาศเป็นหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้ง เพื่อให้ทุกคนสามารถทำงานได้ แต่พรรคเพื่อไทยกลับถูกหาว่ายัดไส้และทำเกินหลักการ ไปมอบอำนาจให้กกต. ผมถามว่าหากไม่มอบอำนาจให้ กกต. จะเกิดการเลือกตั้งได้หรือไม่ หรือจะให้ฝ่ายบริหารออกพระราชกำหนดประกาศให้มีการเลือกตั้ง ถามว่าจะเอาแบบนั้นหรือ ซึ่งเราก็ไม่เอา ระหว่างเลือกกกต.กับฝ่ายบริหาร เราเลือกกกต.มากกว่า&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ชลน่าน กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการเขียนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ใช้โอกาสยุบสภาเร็วขึ้นนั้น คนพูดไล่พล.อ.ประยุทธ์ทุกวันให้ออกไป แต่พอมาสู้กันในมุมกฎหมายกลับย้อนแย้งเสียเอง ซึ่งตนก็อยากให้พล.อ.ประยุทธ์ ยุบสภาโดยเร็ว เพราะเป็นสิ่งที่คนต้องการมากที่สุด อย่างไรก็ตามยืนยันว่าในกมธ.ไม่มีความขัดแย้งและไม่มีการกระหนุงกระหนิง เพราะทุกความคิดเห็นที่เสนอโดยเฉพาะในส่วนของพรรคเพื่อไทยนั้น ไม่ใช่ความคิดเห็นของตนเพียงคนเดียว แต่เราผ่านกระบวนการกลั่นกรองจากพรรคมาเพื่อเสนอให้เป็นไปในด้านที่ดีที่สุด ส่วนฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยจะให้รัฐสภาตีความเรื่องข้อบังคับที่เราใช้นั้นใช้ไม่ได้ ก็สามารถทำได้ หรือจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาหลักผ่านวาระที่ 3 ก็ทำได้ สิ่งที่เกิดขึ้นก็ต้องรอจังหวะเวลา ยืนยันว่าทุกอย่างไม่ได้พิจารณาอย่างร้อนรน เพราะมีเพียงแค่ 2 มาตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113165</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ, ชลน่าน ศรีแก้ว, บทเฉพาะกาล, บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_6116134c10e59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 13:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถกกมธ.แก้รธน.นัดสุดท้าย&#039;ไพบูลย์&#039;ย้ำทำถูกต้องตามข้อบังคับเชื่อ&#039;ก้าวไกล&#039; ยื่นญัตติด่วนไม่ทำสะดุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.64 - ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่&amp;hellip;) พ.ศ&amp;hellip;. แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91 กล่าวถึงการประชุมกมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญนัดสุดท้ายว่า การพิจารณารายมาตราทางกมธ.ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว โดยในวันนี้จะเป็นการพิจารณาแปรญัตติของกมธ.สัดส่วนพรรคก้าวไกลที่เหลือ 2 คน จากนั้นจะนำรายงานของคณะกมธ.มาให้ที่ประชุมตรวจสอบ ถ้าทั้งหมดเห็นชอบก็รับรองรายงาน และส่งนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เพื่อดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคก้าวไกลจะยื่นญัตติด่วนถึงประธานรัฐสภา เพื่อบรรจุวาระให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาโหวตตัดสินว่า กมธ.แก้รัฐธรรมนูญแปรญัตตินอกเหนือจากที่รับหลักการมาในวาระที่ 1 ได้หรือไม่นั้น นายไพบูลย์ กล่าวว่า คงเป็นการใช้สิทธิ์ตามข้อบังคับรัฐสภาข้อที่ 151 ซึ่งทางส.ส.พรรคก้าวไกลคงเห็นว่าข้อบังคับรัฐสภาข้อที่ 124 ไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมในมาตราอื่นใด ทั้งนี้ก็เป็นอำนาจของรัฐสภาต้องตีความเพื่อพิจารณาวินิจฉัย แต่ประเด็นอยู่ที่ข้อบังคับรัฐสภาข้อที่ 124 นั้นเขียนไว้ชัดเจน โดยเฉพาะวรรค 3 ที่สมาชิกสามารถแปรญัตติเพิ่มมาตราได้ แต่ต้องไม่ขัดต่อหลักการ หากเป็นเรื่องที่ขัดกับหลักการก็จะต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกัน เช่น กรณีบทเฉพาะกาล ดังนั้น ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พิจารณานั้นดำเนินการตามข้อบังคับรัฐสภาข้อที่ 124 วรรค 3 ที่เขียนชัดเจน ถ้าพรรคก้าวไกลติดใจก็เสนอต่อที่ประชุมรัฐสภาได้ แต่ตนเชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาหากได้อ่านข้อบังคับดังกล่าวแล้วก็เห็นว่าทุกอย่างมีความถูกต้อง ดังนั้น จึงไม่มีอะไรที่เป็นปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการยื่นญัตติด่วนของพรรคก้าวไกลจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมสะดุดใช่หรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ไม่มีผล ซึ่งผู้ยื่นเองก็ต้องเขียนให้ดี เพราะข้อบังคับรัฐสภาข้อที่ 124 เขียนไว้ชัดเจน หากยังต้องไปตีความ ตนก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน หากอ่านกฎหมายเป็นก็น่าจะเข้าใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามอีกว่าประเด็นที่พรรคก้าวไกลจะยื่นนั้นได้ข้อยุติในชั้นกมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญหรือยัง นายไพบูลย์ กล่าวว่า กมธ.ทำตามข้อบังคับ เมื่ออ่านตามข้อบังคับรัฐสภาข้อที่ 124 แล้ว เราทำอย่างอื่นไม่ได้ คือเมื่อสมาชิกรัฐสภาแปรญัตติมาและมีการเพิ่มมาตรา รวมถึงยังมีเรื่องที่เกี่ยวเนื่องด้วย กมธ.ก็มีหน้าที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยพบว่าต้องแก้ไขอยู่หลายมาตรา เพิ่มขึ้นตามที่มีการแปรญัตติมา ยืนยันว่าเป็นการทำหน้าที่ตามข้อบังคับ ตนจึงไม่ได้เป็นห่วงในเรื่องนี้ เพียงแต่เป็นห่วงผู้เสนอให้ตีความเท่านั้นว่าจะไปพูดอย่างไรในรัฐสภา เพราะมันขัดแย้งกับข้อบังคับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามองว่าการยื่นญัตติด่วนครั้งนี้จะเป็นการขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของการใช้สิทธิ์และเป็นเรื่องเล็กน้อย เชื่อว่าไม่มีปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่าดูเหมือนในส่วนประธานกมธ.กับกมธ.ในส่วนพรรคก้าวไกลจะมีปัญหาในการพิจารณาแก้ไขเนื้อหาสาระ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มีปัญหา ซึ่งเป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นของนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่สามารถทำได้ ตนในฐานะประธานก็ต้องควบคุมการประชุม ทุกอย่างอยู่ที่ผลสุดท้าย ถ้าการประชุมและการพิจารณาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตนในฐานะประธานก็มีความพอใจ ส่วนนายธีรัจชัยและนายรังสิมันต์ก็ได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นของตนเองแล้ว เพียงแต่ที่ประชุมไม่เห็นด้วยก็ถือเป็นเรื่องปกติ ตามระบอบประชาธิปไตยของรัฐสภา และทุกอย่างเป็นไปตามข้อบังคับทุกประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามด้วยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกินรายมาตราจากญัตติที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอมา ทางวุฒิสภามีความคิดเห็นอย่างไร นายไพบูลย์ กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามข้อบังคับ โดยเฉพาะข้อบังคับรัฐสภาข้อที่ 124 วรรค 3 ที่สามารถแปรญัตติเพิ่มมาตราได้แต่ต้องไม่ขัดกับหลักการของร่างรัฐธรรมนูญ หรือเว้นแต่เกี่ยวเนื่องกัน เขียนไว้ชัดเจนขนาดนี้ตนเชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร เพราะทางวุฒิสภาก็อ่านกฎหมายกันเป็นประจำอยู่แล้ว ทุกอย่างมีความชัดเจนทุกประการ และที่ผ่านมาวุฒิสภาก็ไม่ได้มีการทักท้วงอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113164</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ, นายธีรัจชัย พันธุมาศ, นายไพบูลย์ นิติตะวัน, ้ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110cd0ac3e91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87234</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2020 12:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2020 12:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุรชัย&#039;คาดร่างพรบ.ประชามติเสร็จสิ้นม.ค.64 เพื่อให้ทันไขแก้รธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 ธ.ค.63 - ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยกรออกเสียงประชามติ พ.ศ..... กล่าวถึงการประชุมของกมธ.ว่า ในช่วงเช้าวันนี้(18 ธ.ค.) ว่า. เป็นการรับฟังความเห็นของ 2 หน่วยงาน คือคณะกรรมาการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง เนื่องจากครม.แจ้งว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง และสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม มาให้ความเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้จะมีส่วนส่งเสริมด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างไร ส่วนช่วงบ่ายจะเป็นการพิจารณารายมาตรา ว่ามีมาตราไหนคววรจะต้องปรับแก้หรือไม่ หลังจากได้เชิญนักวิชาการทั้งภาครัฐและเอกชนมาให้ความเห็นเกี่ยวกับกระบวนการจัดทำประชามติในรูปแบบของประเทศไทยในอดีตที่ผ่านมามีปัญหาอุปสรรคอะไรบ้าง รวมทั้งรูปแบบของต่างประเทศด้วย ทั้งนี้ตนจะเก็บสะสมประเด็นที่คิดว่าจะต้องมีการหารือกับกมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยเพื่อให้สอดคล่องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตั้งใจว่าการพิจารณาของมธ.ฯจะให้แล้วเสร็จในสิ้นเดือนมกราคม 64 เพื่อให้ทันต่อการรองรับการออกเสียงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากกรบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเชื่อมโยงมาสู่เรื่องการทำประชามติ &amp;ldquo;นายสุรชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มีการเสนอให้ทำประชามตินอกราชอาณาจักรด้วยนั้น นายสุรชัย กล่าวว่า จะมีการเชิญกลุ่มนักเรียนไทยในต่างประเทศ ที่เสนอให้มีการจัดการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร มาให้ข้อมูลด้วย ซึ่งเป็นประเด็นที่กมธ.ให้ความสนใจ รวมถึงเรื่องการออกเสียงประชามติล่วงหน้า ซึ่งในร่างที่รัฐบาลส่งมาไม่มีเรื่องนี้ จึงต้องฟังความเห็นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ด้วย จึงให้มอบหมายให้ กมธ.ฯ ที่เป็นผู้แทนจาก กกต. ไปศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้ข้อมูลต่อ กมธ.ในการพิจารณาประเด็นดังกล่าว รวมถึงรูปแบบการออกเสียงแบบอิเลคทรอนิกส์ด้วย ซึ่งที่ผ่านมา กมธ.ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาชี้แจงอุปสรรคการออกเสียงประชามติที่ผ่านมา และเปรียบเทียบรูปแบบการออกเสียงประชามติของต่างประเทศด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87234</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ, ร่างพรบ.ประชามติ, สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af5206a484f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85255</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้ก.พ.โหวตวาระ3รธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชวน&amp;quot; เผยอดีตนายกฯ ทุกคนประสานเสียงอยากเห็นบ้านเมืองสงบ ขอเวลาสักนิด กก.สมานฉันท์ยังตั้งไข่ ด้าน &amp;ldquo;วิรัช&amp;rdquo;ยัน กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญพิจารณาเสร็จ ม.ค.64 โหวตวาระ 3 ก.พ. ขณะที่ &amp;quot;รังสิมันต์&amp;quot; ตะเพิด &amp;quot;ไพบูลย์&amp;quot; โทษฐานห้ามแตะหมวด 1 และ 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา&amp;nbsp; กล่าวถึงการตอบรับเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการสมานฉันท์ของอธิการบดีมหาวิทยาลัยต่างๆ ว่ายังไม่มีการตอบรับเข้ามา เพราะเพิ่งส่งหนังสือไปเมื่อวันที่ 26&amp;nbsp; พ.ย.ที่ผ่านมา ทั้งนี้เราไม่ได้กำหนดเวลาว่าจะต้องตอบรับในวันใด อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้มีมติตั้งนายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาฯ เป็นเลขานุการของที่ประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า แม้จะมีการพูดคุยสมานฉันท์ แต่หลายฝ่ายกังวลในส่วนของการแก้รัฐธรรมนูญว่าการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)จะเสมือนเป็นการตีเช็คเปล่า ตรงนี้จะทำให้การทำงานสวนทางกันหรือไม่ ประธานรัฐสภาชี้แจงว่า คนละส่วนกัน อันนี้เป็นข้อเสนอของสภาที่สภารับมาทำ โดยเรื่องที่ต้องเดินต่อไปคือเรื่องรูปแบบที่ 2 ที่เคยบอกไว้ว่าจะมีคณะกรรมการขึ้นมาทำงานในระยะยาวนั้น เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายการเมือง แต่เป็นเรื่องที่เราจะมองอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปัญหาใดที่เราสามารถป้องกันได้ในอนาคต หรือสามารถพยากรณ์ได้โดยผู้รู้หรือเทคโนโลยี ที่ถ้าเราใช้ในทางที่เป็นประโยชน์ เช่น วิทยุท้องถิ่น ที่ใช้เผยแพร่สิ่งที่เป็นประโยชน์ ก็จะมีประโยชน์ต่อท้องถิ่น แต่หากใช้เพื่อโจมตี ด่าคนเพื่อการเมือง ก็จะเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเราดูผลการศึกษาในอดีต เขามีตัวอย่างที่ดีหลายเรื่อง เราก็สามารถนำมาถอดบทเรียนได้ อะไรที่เรา สามารถทบทวนอดีตและป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำรอยเราก็ควรทำ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า รูปแบบที่ 2 ที่พูดถึงนี้ จะสามารถเคาะได้เมื่อไหร่ นายชวนตอบว่า จะให้ทางสถาบันพระปกเกล้าเป็นผู้รับผิดชอบ โดยทำหน้าที่เป็นเลขานุการในกรณีนี้ แต่ขอเวลาสักนิด เพราะยังคุยกับคนได้ไม่ทั่ว เพราะเวลาไม่ค่อยมี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงอดีตนายกฯ ที่ได้คุยมีความเห็นอย่างไรบ้าง ประธานรัฐสภาเผยว่า ทุกท่านก็สนับสนุนและเห็นดีกับการทำงานที่พยายามให้บ้านเมืองสงบ เพราะทุกคนก็ห่วงใยความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง แต่หลายท่านก็ไม่ได้อยู่ในฐานะที่สามารถมานั่งประชุมทั้งวันทั้งคืนได้ จึงไม่สามารถเข้ามาเป็นกรรมการ แต่จะมีใครเข้ามาเป็นบ้างก็ยังบอกไม่ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรรมการชุดนี้ แม้บางฝ่ายมีความเห็นว่าไม่น่าจะนำไปสู่ข้อยุติที่จะเกิดความสมานฉันท์ แต่ก็คิดว่าไม่อยากเห็นการตีตนไปก่อนไข้ เพราะอย่างน้อยการมีกรรมการชุดนี้ยังดีกว่าไม่มี และก็ยังเป็นความหวังที่จะให้ประเทศมีทางออกได้ในช่วงระยะเวลาต่อสถานการณ์สั้นๆ นี้ ส่วนปัญหาไหนที่คิดว่ายังค้างคาและยังไม่สามารถหาความเห็นร่วมหรือฉันทามติร่วมกันได้ ก็จะมีกรรมการอีกชุด ก็จะตั้งขึ้น โดยให้สถาบันพระปกเกล้าไปออกแบบคณะทำงานชุดนี้ ดังนั้นปัญหาระยะกลาง ระยะยาว ก็สามารถยกยอดไปพูดในที่ประชุมนั้นได้อีก
ก.พ.64โหวตรธน.วาระ3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงาน (วิป) รัฐบาล กล่าวว่า ส่วนตัวขอปฏิเสธไม่เข้าไปร่วมเป็นกรรมการ เนื่องจากมีภารกิจมากแล้ว เบื้องต้นจะคัดเลือกจาก ส.ส.ก่อน แต่ หากไม่ได้ก็จะพิจารณาจากบุคคลภายนอกต่อไป คาดว่าภายในวันพุธที่ 2 ธันวาคมนี้ จะได้รายชื่อในสัดส่วนของรัฐบาล ทั้ง ส.ส. และคณะรัฐมนตรีครบถ้วน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ยืนยันว่าจะไม่ยอมให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตก ถึงแม้จะต้องหยุดพักบางช่วงแต่ก็เดินหน้ามาเรื่อยๆ จนถึงวันนี้ที่ผ่านวาระที่ 1 และหากตามกำหนดการกลางเดือนมกราคม 64 คาดว่าการพิจารณาจะเสร็จ ทั้งนี้ก็อยู่ที่ กมธ.ด้วยว่าจะให้ความร่วมมือมากน้อยเพียงใด หากไม่มีประเด็นอะไรมาก ก็คิดว่าจะจบ และสามารถเข้าสู่วาระที่ 2 ในการพิจารณาของรัฐสภาได้ก่อนสิ้นเดือนมกราคม 64 และเดือน กุมภาพันธ์ 64 ก็น่าจะโหวตวาระที่ 3 ซึ่งตนอยากให้จบเร็วที่สุด ไม่อยากเก็บไว้นาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม โฆษกคณะ กมธ. แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณากรอบเวลาการพิจารณาเพื่อให้เสร็จทัน 45 วัน ซึ่งจากเดิมประชุมทุกวันศุกร์ จะเพิ่มวันประชุมเป็นวันพฤหัสบดี เวลา 09.30-12.00 น.อีกหนึ่งวัน โดยจะเริ่มวันที่ 3 ธ.ค.เป็นต้นไป และหากยังไม่เพียงพอ ก็จะเพิ่มวันประชุมอีก โดยจะต้องให้เสร็จในกรอบเวลาวันที่ 8 ม.ค. อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้ลงในเนื้อหา เนื่องจากรอการแปรญัตติของสมาชิกอยู่ โดยขณะนี้เริ่มทยอยส่งเข้ามาแล้ว ซึ่งวันที่ 3 ธ.ค. จะเป็นวันสุดท้ายในการแปรญัตติ จากนั้นจะเชิญผู้แปรญัตติมาชี้แจงเหตุผลต่อที่กรรมาธิการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีการเสนอว่าหากมีความจำเป็นที่จะต้องมีที่ปรึกษาเข้ามาร่วมประชุมด้วย ก็จะมีการเชิญนักวิชาการ ผู้มีส่วนได้เสียมาให้ข้อคิดเห็นในการพิจารณา รวมทั้งมีการรับฟัง ความเห็นจากทุกภาคส่วน โดยกรรมาธิการได้เปิดรับฟังความคิดเห็นทุกช่องทาง อาทิ&amp;nbsp; ตู้ ปณ.256 หรือส่งตรงมายังกรรมาธิการได้ และช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 18 ธ.ค. เป็นต้นไป และยังได้อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังการพิจารณาเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะในประเด็นที่เป็นที่สนใจของสาธารณะ&amp;nbsp; เนื่องจากกรรมาธิการยึดหลักเปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงความเป็นอิสระและประสิทธิภาพในการทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะรองประธานกมธ. กล่าวว่า ในการพิจารณาคงต้องนำความเห็นของ ส.ว.อภิปราย และการแปรญัตติ แต่ก็ไม่ทิ้งของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน และข้อเสนอของภาคประชาชน มาดูว่าอะไรเป็นข้อกังวล เช่น เรื่องพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ ไม่ได้มีอยู่แต่หมวด 1 หมวด 2 เท่านั้น แต่มีอยู่ในอีก 38 มาตรา ถ้าไปแก้ไขทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ แล้วสังคมรับไม่ได้ ก็จะนำไปสู่ความขัดแย้ง จึงจำเป็นต้องเขียนให้รัดกุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ก็ต้องดูคุณสมบัติให้ชัดเจน เพราะที่ผ่านมา เขียน ส.ส.ร.แล้วตัวเองได้ประโยชน์ จากการกลับเข้ามาเป็น ส.ส.และ ส.ว. หรือองค์กรอิสระ แม้กระะทั่งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญยังมีบทยกเว้นว่าควรจะเว้นวรรคกี่ปี ที่จะไม่เข้าไปเป็น ส.ส. ส.ว. หรือองค์กรอิสระ ดังนั้น คุณสมบัติ ส.ส.ร.ก็ควรจะมีจำกัดเหมือนกัน เพราะต้องไปเขียนรัฐธรรมนูญของประเทศ ไม่ใช่เป็นการเซ็นเช็คเปล่า หากไม่มีคุณสมบัติใดๆ เลยก็อาจจะเขียนรัฐธรรมนูญโอนอำนาจใดๆ ก็ได้เอื้อประโยชน์กลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลัง
ไม่ใช่การตีเช็คเปล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชายกล่าวว่า ไม่ว่าการร่างรัฐธรรมนูญจะให้ ส.ว.อยู่หรือไป ตนไม่ติดขัดอะไร เพราะในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ก็ยังมีการเซตซีโรบางองค์กรอิสระ ดังนั้น ส.ว.ก็เหมือนกัน ถ้าจะให้ไปก็ไป ให้อยู่ก็อยู่ แต่อำนาจการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น เกิดขึ้นจากการทำประชามติของประชาชน หากจะแก้ไขตัดอำนาจ ส.ว.ในเรื่องนี้ จะทำอย่างไร ล้มไปเฉยๆ เลย หรืออาจจะต้องกลับไปถามประชาชนอีกครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องหารือกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะ กมธ. กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญยังเป็นกระบวนการที่ไม่รู้จะจบอย่างไร มีหลายส่วนที่จะต้องพูดคุยกัน แต่ยอมรับว่ากังวลคณะ กมธ. จะทำให้ ส.ส.ร.ที่จะมีขึ้นในอนาคตทำงานยากขึ้น ตนยกตัวอย่างตามที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะรองประธาน กมธ.ให้สัมภาษณ์ไม่เห็นด้วยที่จะมีการแก้ไขปลดล็อกหมวด 1 หมวด 2 ที่ ส.ส.ร.จะเข้ามาแก้ไขได้ รวมถึงญัตติต่างๆ ที่เคยตกไปแล้ว ทั้งอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรีของ ส.ว. หรือมาตรา 279 ซึ่งเป็นบทบัญญัติรับรองคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) สิ่งเหล่านี้หากเราล็อกไว้หมด ตกลงเรากำลังจะทำหน้าที่แทน ส.ส.ร.หรือไม่ ซึ่งจุดนี้ตนคิดว่าอันตราย การทำหน้าที่ของ ก มธ. สิ่งที่เราควรจะคิดให้มากที่สุดคือจะทำอย่างไรให้ ส.ส.ร.สามารถทำงานได้ง่าย และร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ไม่ใช่ว่า ส.ส.ร.ทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ไม่ได้ แต่ควรทำเรื่องนี้เท่านั้น ถ้าเราทำแบบนี้แสดงว่าเราทำแทน ส.ส.ร. และคิดแทนประชาชน ซึ่งไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการตั้ง กมธ. การที่นายไพบูลย์ออกมาให้สัมภาษณ์ในลักษณะนี้ เท่ากับว่านายไพบูลย์คิดเอาแต่ได้ ไม่สนใจว่ารัฐธรรมนูญของประชาชนจะเป็นอย่างไร ถ้านายไพบูลย์คิดเรื่องดังกล่าวมาก ขอเสนอว่านายไพบูลย์ควรทำ 2 อย่างคือ 1.ไปรณรงค์ในวันที่มี ส.ส.ร. เพื่อโน้มน้าวให้ ส.ส.ร.รับฟังเหตุผล และร่างรัฐธรรมนูญในสิ่งที่นายไพบูลย์ต้องการออกมา และ 2.นายไพบูลย์ลาออกไปเป็น ส.ส.ร.จะดีกว่าการที่จะมาใช้กลไกของ กมธ. เพราะเราอยากเห็นรัฐธรรมนูญที่มาจาก ส.ส.ร.ที่เป็นตัวแทนของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สรุปว่าประเทศนี้เราจะไม่ไว้ให้ประชาชนร่างรัฐธรรมนูญของประชาชนใช่หรือไม่ ผมยืนยันว่าการที่มี ส.ส.ร. ไม่ใช่การตีเช็คเปล่า สิ่งที่เรากำลังทำคือเรากำลังออกแบบว่าเราต้องการเห็นการร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชน โดยพรรคก้าวไกลเราก็มีความเห็นในหลายเรื่องที่เราพร้อมที่จะรับฟัง และรณรงค์ผลักดันความคิด แต่ท้ายที่สุดเรามีความเห็นว่า ส.ส.ร.ที่มาจากประชาชนต้องเป็นคนหาข้อยุติด้วยกันเอง และถ้าเราต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาของประเทศที่ทุกคนสัมผัสได้ ว่าเรากำลังมีวิกฤติ อย่าซ้ำในกรณีที่เรากำลังมีปัญหาจากรัฐธรรมนูญ 2560 ที่มันไม่ชอบธรรมต่อประชาชน ดังนั้นผมขอให้กรรมาธิการทุกคนช่วยกันร่างรัฐธรรมนูญของประชาชน โดยการสร้างกระบวนการที่ ส.ส.ร. มีความเป็นประชาธิปไตย ยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด อย่าไปใช้กระบวนการแบบให้มี ส.ส.ร.แต่งตั้งแบบร่างรัฐบาลกำลังทำ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น รัฐธรรมนูญฉบับต่อไปก็ยังคงมีปัญหา และสุดท้ายประเทศชาติก็ไม่เกิดการพัฒนา&amp;quot; นายรังสิมันต์กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85255</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ, สมานฉันท์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดีตนายกฯ, อยากเห็นบ้านเมืองสงบ, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201124/image_big_5fbcb1921b8d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2020 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2020 13:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมชาย&#039;ไม่ขัดเซ็ตซีโร่ส.ว.แนะเขียนคุณสมบัติส.ส.ร.ให้ชัดหวั่นเอื้อประโยชน์คนอยู่เบื้องหลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27 พ.ย.63 - ที่รัฐสภา นายสมชาย แสวงการ ส.ว. ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม กล่าวว่า ในการพิจารณาคงต้องนำความเห็นของส.ว.อภิปรายและการแปรญัตติ แต่ก็ไม่ทิ้งของส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน และข้อเสนอของภาคประชาชน มาดูว่าอะไรเป็นข้อกัวล เช่น เรื่องพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์&amp;nbsp; ไม่ได้มีอยู่แต่หมวด 1 หมวด 2 เท่านั้น แต่มีอยู่ในอีก 38 มาตรา ถ้าไปแก้ไขทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆแล้วสังคมรับไม่ได้ก็จะนำไปสู่ความขัดแย้ง จึงจำเป็นต้องเขียนให้รัดกุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย กล่าวว่า ส่วนเรื่องสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.)ก็ต้องดูคุณสมบัติให้ชัดเจน เพราะที่ผ่านมาเขียนส.ส.ร.แล้วตัวเองได้ประโยชน์ จากการกลับเข้ามาเป็นส.ส.และส.ว.หรือองค์กรอิสระ แม้กระะทั่งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญยังมีบทยกเว้นว่าควรจะเว้นวรรคกี่ปี ที่จะไม่เข้าไปเป็นส.ส. ส.ว.หรือองค์กรอิสระ ดังนั้นคุณสมบัติส.ส.ร.ก็ควรจะมีจำกัดเหมือนกัน เพราะต้องไปเขียนรัฐธรรมนูญของประเทศไม่ใช่เป็นการเซ็นต์เช็คเปล่า หากไม่มีคุณสมบัติใดๆเลยก็อาจจะเขียนรัฐธรรมนูญโอนอำนาจใดๆก็ได้เอื้อประโยชน์กลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จำเป็นจะต้องคุ้มครองอำนาจของส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรี และต้องให้อยู่ครบตามวาระ 5 ปีหรือไม่นั้น นายสมชาย กล่าวว่า ไม่ว่าการร่างรัฐธรรมนูญ จะให้ ส.ว.อยู่หรือไป ตนไม่ติดขัดอะไร เพราะในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ก็ยังมีการเซ็ตซีโร่บางองค์กรอิสระ ดังนั้น ส.ว.ก็เหมือนกัน ถ้าจะให้ไปก็ไป ให้อยู่ก็อยู่ แต่อำนาจการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น เกิดขึ้นจากการทำประชามติของประชาชน หากจะแก้ไขตัดอำนาจ ส.ว.ในเรื่องนี้ จะทำอย่างไร ล้มไปเฉยๆ เลย หรืออาจจะต้องกลับไปถามประชาชนอีกครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องหารือกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85206</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ, นายสมชาย แสวงการ, ส.ส.ร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201127/image_big_5fc09632856f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2020 07:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2020 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คิดเยอะๆ&#039;เทพมนตรี&#039;เตือนเยาวชนปลดแอกอย่าทำม็อบเพื่อนักการเมืองสวะบางคนได้อำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.63 - นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระด้านประวัติศาสตร์และนักเทววิทยา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นต่อการเคลื่อนไหวของม็อบเยาวชนปลดแอก มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เยาวชนปลดแอกเขาทำเพื่อใครให้ได้อำนาจ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขออย่าทำเพื่อนักการเมืองสวะบางคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นักการเมืองสวะบางคนกำลังนั่งมองดู หรือเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเสียเอง เขาคือผู้ทำร้ายอนาคตเยาวชนนักศึกษา ซึ่งเคยทำมาแล้วหลายครั้งในหลายเหตุการณ์
เยาวชนนักศึกษาคือตุ๊กตาเกมส์การเมืองของเขาที่พยายามพลักดันให้ออกมามากที่สุดผสมเครือข่ายนักวิชาการที่เพาะบ่มครูอาจารย์กลายเป็นยาพิษแทรกซึม
เยาวชนปลดแอกท่านเรียกร้อง 3 ข้อ คือ
รัฐบาลยุบสภา ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และหยุดคุกคามประชาชน
ทั้ง 3 ข้อ นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ข้อแรก 1) ถ้ารัฐบาลยุบสภา ส.ส.ในสภากลับไปสู่การเลือกตั้ง และสูตรสำเร็จที่เรารู้กันก็คือพวกเขาจะกลับมาใหม่อีกรอบ
ส.ส.สอบตกอาจมีไม่มาก ประเทศไทยของเราก็จะได้นักการเมืองหน้าเดิมๆ สไตล์เดิม นิสัยเดิมๆ และแย่งเก้าอี้รัฐมนตรีเหมือนเดิม
เยาวชนปลดแอกจะทำไปเพื่ออะไร ถ้าสภาพการมันยังอยู่ในวงจรเดิมๆแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ถ้าเป็นผม ผมจะเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมือง
ส.ส. ลงสมัครรับเลือกตั้งได้ไม่เกิน 2 สมัย ผู้สืบสายโลหิตสันดานลงสมัครรับเลือกตั้งต่อไม่ได้ ต้องเว้นวรรค 8 ปี
พรรคการเมืองต้องส่งรายชื่อรัฐมนตรีก่อนมีการประกาศผู้สมัครรับเลือกตั้งในแต่ละเขต อะไรทำนองนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เรื่องการปฏิรูปมีมากมาย เยาวชนปลดแอกบางคนเรียนรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ มามากมายทำไมไม่ใช้โอกาสนี้ออกมาเรียกร้องอย่างสร้างสรรค์ พวกคนดูลุงป้าน้าอาที่ถูกเรียกว่าเป็นคนรุ่นเก่าซึ่งเฝ้ามองอนาคตของชาติ ถ้าเสนออย่างน่ารับฟังก็ไม่สามารถต่อว่าอะไรได้เลย จริงไหม
เรื่องนี้ถ้าไม่มีเลศนัยหรือเบื้องหลังทำด้วยใจบริสุทธิ์จริงๆเห็นประโยชน์ส่วนรวมจริงๆ ย่อมมีคนออกมาร่วมด้วยแน่นอน
เพราะเขาก็เบื่อลุงป้อมที่เดินไม่ไหวแล้ว!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่เขาไม่แน่ใจก็คือ ยังมีพวกอีแอบ และนักการเมืองจำนวนหนึ่งกระสันอยากจะเปลี่ยนขั้วหรือต้องการให้ประเทศชาติพังไปเพราะเยาวชนนักศึกษา ถ้าพวกเขาได้ประโยชน์เขาก็จะเชียร์พวกเรา แต่ถ้าพวกเขาดูแล้วเสียประโยงชน์เขาก็จะโบ้ยว่าเป็นความผิดของเยาวชนนักศึกษา
แล้วเราได้อะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ถ้าแน่จริงเสนอตัวเลย ถ้ามีความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยที่ท่องจำมาดีพอก็เสนอตัวไปเลยว่า แกนนำเยาวชนปลดแอกมีคุณสมบัติพร้อมจะบริหารประเทศ
ส.ส.ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ห้ามเข้ามายุ่งโดยเด็ดขาด เสนอนายอานนท์ มาเป็นนายก แพนกวิน รมต.มหาดไทย เอกชัย รมต.กลาโหม เลย
อย่าออกมาทำม๊อบแล้วเตะอ้อยเข้าปากหมา เสียของเสียเวลา เข้าใจไหม!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ข้อสอง 2) ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ต้องเรียกร้องให้ ส.ว.ที่มีลาออกด้วย อันนี้ต้องชัดเจนว่าแก้ไขมาตราใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ข้อสาม3) เรื่องการคุกคาม ถ้าไม่มีใครไปจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ มันก็ไม่เกิดโดยเด็ดขาด และจงรณรงค์ให้ สมศักดิ์ ปวิน และแอนดรูว์ มักเลิกจาบจ้วง ถ้าทำได้ เราจะกลายเป็นเยาวชนที่คิดเป็น คิดเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ไม่ใช่ไปสนองตัณหาความต้องการของ 3 ตัวนั่น
ถ้าเรารักระบอบประชาธิปไตย เราต้องเข้าใจวัฒนธรรมไทย เราต้องเข้าใจว่าทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยๆไป สถาบันเองก็มีพัฒนาการมีการปรับตัวอยู่เสมอ เพราะถึงอย่างไรก็ต้องอยู่ร่วมกับประชาชนคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระเมตตาเพราะทรงเห็นปัญหาที่เกิดขึ้น และทรงห่วงใยทุกคนที่เป็นคนไทย
ถ้าพูดเช่นนี้ด้วยความจริงใจแล้วยังไม่เข้าใจชีวิตจริงๆ ผมเองก็คิดว่ามันยากแล้ว มันยากที่จะทำความเข้าใจในสิ่งที่เราเรียกว่า ความเป็นไทย ซึ่งแตกต่างจากประเทศอื่นๆที่เขาไม่มี
ผมได้พูดไปเยอะแล้ว ลองไปหาวิดีโอดูเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ถ้าเรามีใจบริสุทธิ์เราได้อำนาจมา เราจะไปยกอำนาจนั้นให้นักการเมืองสวะที่เห็นเพื่ออะไร เราออกมาทำม๊อบถ้าเก่งจริงก็เอาอำนาจนั้นไว้แล้วขึ้นมาบริหารประเทศ ลองดูสิว่านักการเมืองสวะมันจะยอมพวกเราไหม
คิดเยอะๆ ท่านเยาวชนนักศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72597</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ, ยุบสภา-ลาออก, เทพมนตรี ลิมปพยอม, เยาวชนปลดแอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200318/image_big_5e71723064a27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67881</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2020 12:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2020 12:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดเป็นเหตุ!กมธ.ศึกษาแก้ไขรธน.เคาะขยายเวลาทำงานเพิ่ม 90 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย.63 - เมื่อเวลา 9.30น. ที่รัฐสภา นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายพีระพันธุ์ ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่าในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด19 ได้ทำหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เพื่อขอขยายระยะเวลาการทำงานของคณะกรรมาธิการออกไปอีก 70 วัน ซึ่งประธานสภาฯได้อนุญาต แต่ระยะเวลาดังกล่าวจะครบในวันที่ 25 มิ.ย. จึงมีความเห็นว่าควรขยายเวลาการทำงานออกไปอีก 60 วันนับจากวันที่ 25 มิ.ย. เพื่อให้คณะกรรมาธิการมีเวลาการจัดทำรายงานข้อเสนอแนะได้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาทั้งนายโภคิน พลกุล และ นายวัฒนา เมืองสุข กรรมาธิการจากพรรคเพื่อไทย มีความเห็นว่าควรขยายเวลาเป็น 90 วัน โดยนายโภคิน กล่าวว่า&amp;nbsp; สถานการณ์ของโควิด19น่าจะคลี่คลายลงรวมไปถึงการผ่อนคลายเรื่องการห้ามนอกเคหสถาน หรือ เคอร์ฟิว จึงคิดว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญจะสามารถรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามกระบวนการการมีส่วนร่วมได้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัฒนา กล่าวว่า หากขยายเวลาแค่ 60 วันแล้ว แต่คณะกรรมาธิการไม่สามารถทำงานได้แล้วเสร็จ การไปขอขยายเวลาอีกครั้งอาจจะเป็นปัญหาได้ จึงคิดว่าควรขยายเวลาไปคราวเดียว 90 วัน เพื่อให้การพิจารณาของคณะกรรมาธิการมีความสมบูรณ์มากที่สุดและไม่เร่งรีบเกินไปซึ่งถ้าคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จก่อนครบกำหนด 90 วันก็ไม่เป็นไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันให้ขยายเวลาออกไปอีก 90วัน นับจากวันที่ 25 มิ.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67881</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ, การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ( COVID-19 ), นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, โภคิณ พลกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200605/image_big_5ed9d0b8262a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
