<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41379</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2019 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2019 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งปรับ&#039;แม่น้องเกด&#039;จัดชุมนุมโดยไม่ได้รับอนุญาต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค.62 - ที่ศาลแขวงดุสิต ถ.นครไชยศรี ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.49/2562 &amp;nbsp;ที่พนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 3 (แขวงดุสิต) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางพะเยาว์ อัคฮาด มารดาของ น.ส.กมนเกด อัคฮาด หรือน้องเกด เป็นจำเลย ในฐานความผิดเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่ได้แจ้งให้ผู้รับแจ้งทราบก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารรณะ พ.ศ.2558&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 9 - 10 ธ.ค.2560 จำเลยได้เป็นผู้จัดให้มีการชุมนุมสาธารณะ โดยโพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก เชิญชวนหรือนัดให้ผู้อื่นมาร่วมชุมนุมแสดงเจตนารมณ์ทวงคืนความยุติธรรมให้ผู้ตาย ในเหตุการณ์ล้อมปราบของทหารในปี 2553 และจำเลยได้จัดให้มีการชุมนุมที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ อันเป็นที่สาธารณะและบุคคลอื่นสามารถเข้าร่วมชุมนุมได้ โดยจำเลยไม่แจ้งความประสงค์ว่าจะจัดการชุมนุมสาธารณะดังกล่าวไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง ก่อนเริ่มการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งตามกฎหมายคือ หัวหน้าสถานีตำรวจนครบาลสำราญราษฎร์ หรือหัวหน้าสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม อันเป็นท้องที่ที่จำเลยจัดให้มีการชุมนุมสาธารณะดังกล่าว อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย เหตุเกิดที่แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจับจำเลยได้พร้อมแผ่นป้ายภาพข้อความจำนวน 1 แผ่นและไม้กวาด จำนวน 2 ด้าม ที่จำเลยได้ใช้ในการชุมนุมสาธารณะโดยไม่ได้แจ้งการชุมนุมอันเป็นความผิดดังกล่าวตามฟ้อง นำตัวส่งส่งพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา โดยในชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้นางพะเยาว์เดินทางมาศาลเพื่อฟังคำพิพากษา ศาลเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์และจำเลยแล้ว พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 มาตรา 10 วรรคหนึ่ง, 28 ให้ปรับ 1,000 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 พร้อมริบของกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางพะเยาว์ อัคฮาด เป็นมารดาของ น.ส.กมนเกด อัคฮาด หรือน้องเกด พยาบาลอาสา 1 ใน 6 ศพที่เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่วัดปทุมวนาราม ระหว่างเดือน เม.ย. - พ.ค. 2553 โดยหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว นางพะเยาว์ก็ได้จัดกิจกรรมทวงความยุติธรรมให้กับบุตรสาวและผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมตามสถานที่ต่างๆ ตลอด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41379</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมนเกด อัคฮาด, พะเยาว์ อัคฮาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190704/image_big_5d1e0a7048039.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18079</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้&#039;ป้อม&#039;ชี้แจง นายพลจุ้นคดี สลายม็อบปี53</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม่น้องเกด-พ่อน้องเฌอ&amp;quot; บุกทำเนียบฯ จี้ &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีข่าวทหารยศนายพลแทรกแซงคดีสลายม็อบปี 53 ให้เป็น &amp;quot;คดีมุมดำ&amp;quot; หรือคดีที่หาผู้กระทำความผิดไม่ได้ ลั่นหากไม่ชี้แจงถือว่ามีส่วนได้เสียกับคดีนี้ ด้านทนาย นปช.ร้องอัยการสูงสุด เร่งคดีชันสูตรพลิกศพสลายม็อบ 98 ศพ ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 20 กันยายน &amp;nbsp; นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดาของ น.ส.กมนเกด อัคฮาด &amp;nbsp;หรือน้องเกด พร้อมด้วยนายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ บิดาของ นายสมาพันธ์ ศรีเทพ หรือน้องเฌอ ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมในปี 2553 เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เพื่อเรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีที่ปรากฏข่าวว่ามีนายทหารยศนายพลพยายามเข้ามาแทรกแซงกระบวนการสอบสวนในคดีดังกล่าว ตามที่ปรากฏข่าวในหนังสือพิมพ์ และขอให้มีการแถลงข่าว มิเช่นนั้น จะถือว่า พล.อ.ประวิตรเป็นผู้มีส่วนได้เสียกับคดีนี้ ซึ่งเป็นที่แคลงใจของสังคมอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนางพะเยาว์กล่าวว่า คดีของผู้เสียชีวิต 98 ราย ในการสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อปี 2553 ได้มีการส่งสำนวนชี้มูลความตายแค่กว่า 20 รายเท่านั้น ส่วนที่เหลือคดียังค้างอยู่ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งภายหลังการรัฐประหาร คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เปลี่ยนคณะกรรมการใหม่ และมีคำสั่งระงับการสอบสวน ตนอยากให้ผู้เสียชีวิตทั้ง 98 คน ได้รับการชี้มูลความตายทั้งหมด เพราะหนึ่งในนั้นศพที่เหลือมี พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม อดีตรองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ และนายทหารคนอื่นๆ ที่เสียชีวิตเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ท่านไม่อยากรู้หรือว่าลูกน้องเสียชีวิตเพราะอะไร &amp;nbsp;และเพราะใคร เราเองก็อยากจะทราบ ไม่เช่นนั้นคำว่าชายชุดดำก็ยังถูกใช้เป็นตุ๊กตาตั้งอยู่อย่างนั้น ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นหนังสือตอบรับหรือการแถลง ไม่ว่าอะไรก็ตาม ขอให้ชี้แจงให้พวกเราได้ทราบ ไม่อย่างนั้นเราจะมาทวงคำตอบอีกครั้ง&amp;rdquo; นางพะเยาว์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพันธ์ศักดิ์กล่าวว่า ที่ผ่านมามีความพยายามของนายทหารชั้นนายพลเพื่อทำให้คดีนั้นเป็นคดีมุมดำ หรือเป็นคดีที่หาผู้กระทำความผิดไม่ได้ ซึ่งในข้อเท็จจริงกรณี 6 ศพที่พบในวัดปทุมวนารามฯ ที่ศาลไต่สวนการตาย ได้ชี้ให้เห็นว่ากระสุนปืนที่ทำให้เสียชีวิตมาจากทหาร ตนจึงอยากให้เดินหน้าคดีนี้ต่อไป รวมถึงคดีอื่นๆ ด้วย และอยากให้ชี้แจงประชาชนด้วยว่าตกลงจะเอาอย่างไรกับคดีนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายสมพาศ นิลพันธ์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนในการรับหนังสือ พร้อมกล่าวว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับกระบวนการยุติธรรม ซึ่งจะได้รับเรื่องและส่งต่อให้สำนักงานของ พล.อ.ประวิตร ดำเนินการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่ายวันเดียวกัน ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ นายองอาจ คำทอง ทนายความกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ยื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุด ขอให้เร่งรัดดำเนินคดีเหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 98 ราย เมื่อปี 2553 และขอคัดค้านการยุติชันสูตรพลิกศพ โดยมีนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้แทนรับเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายองอาจเปิดเผยว่า เนื่องจากมีการนำเสนอบทความของสื่อมวลชนเกี่ยวกับการดำเนินคดีดังกล่าว ซึ่งมีเนื้อหาระบุว่า จะงดการทำสำนวนคดีดังกล่าว โดยกระทำให้ผู้เสียชีวิต 98 รายหาตัวผู้กระทำผิดไม่ได้ จึงมีความกังวลว่าคดีจะมีความผิดปกติ และจะไม่ได้รับความเป็นธรรม อีกทั้งกฎหมายบัญญัติให้การตายโดยผิดธรรมชาติ ให้พนักงานอัยการทำคำร้องขอต่อศาล เพื่อให้ศาลทำการไต่สวนและทำคำสั่งว่าผู้ตายคือใคร ตายที่ใด เมื่อใด สาเหตุการตายคืออะไร จึงอยากให้อัยการดำเนินการสอบสวนคดีต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมาศาลได้ดำเนินการไต่สวนสาเหตุการเสียชีวิตไปเกือบ 20 คดี แต่ยังเหลือสำนวนคดีอีก 70 คดีที่ยังไม่มีอะไรคืบหน้า หวังว่าอัยการสูงสุดจะให้ความเป็นธรรม สำหรับคดีดังกล่าว ก่อนหน้านี้ทนายความคดีหลัก และกลุ่มญาติผู้เสียชีวิตได้มายื่นเรื่องขอให้อัยการเร่งดำเนินคดีไปแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้าคดีเพิ่ม ซึ่งทางอัยการมีการตั้งคณะทำงานเพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไรทางกลุ่ม นปช.ไม่เคยทราบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายองอาจกล่าวถึงคดี นปช.ก่อการร้ายด้วยว่า ตนเป็นทนายความในส่วนของคดีที่อัยการยื่นฟ้องแกนนำ นปช.รวม 24 คน ในความผิดฐานก่อการร้าย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสืบพยานจำเลย แต่เนื่องจากคดีมีรายละเอียดมาก และมีพยานบุคคลหลายปาก ดังนั้น คู่ความจึงตกลงรับกัน ให้จำเลยส่งบันทึกคำเบิกความแทนการสืบพยานจำเลยส่งศาล เพื่อส่งต่อให้อัยการทำคำคัดค้าน ซึ่งจะเป็นการประหยัดเวลา คาดว่าคดีน่าจะเสร็จการพิจารณาประมาณเดือน ก.ย.2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และประชาชน 98 ราย ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 2553 ว่า ดีเอสไอได้สรุปสำนวนคดีดังกล่าวและคดีก่อการร้ายของชายชุดดำให้อัยการไปแล้ว แต่บางสำนวนอัยการสั่งสอบเพิ่มเติม ซึ่งดีเอสไอได้สอบสวนในประเด็นต่างๆ เสร็จสิ้น และส่งกลับไปที่อัยการเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ยังมีคดีบางส่วนที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งกลับมาให้ดีเอสไอ ขณะนี้กำลังสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ประธานกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย เดินทางมาพร้อมมวลชนจำนวน 6 คน เพื่อจะยื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เพื่อนำนายไสว ทองอ้ม มวลชนแนวร่วม นปช. ที่ถูกยิงได้บาดเจ็บสาหัสจนแขนข้างซ้ายพิการในช่วงสลายชุมนุมของ นปช.ที่แยกสามเหลี่ยมดินแดง เมื่อปี 52 และได้ฟ้องร้องค่าเสียหายจากกองทัพบก ต่อมาศาลสั่งยกฟ้องและตัดสินให้นายไสวชดใช้ค่าเสียหายเป็นค่าธรรมเนียมศาลและค่าทนายความเป็นเงิน 212,114 บาท ให้กับกองทัพบก แต่นายไสวไม่มีเงินจ่าย จึงถูกยึดที่ดินทำกิน นอกจากนี้ นายไสวได้ร้องเรียนต่อกระทรวงกลาโหมแล้ว แต่ไม่มีความคืบหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พ.อ.วิชิต คล้ายทอง นายทหารเวร ออกมารับหนังสือ โดยนายไสวกล่าวว่า ในวันนี้มายื่นหนังสือให้ทาง ผบ.ทบ. เพื่อติดตามผลการดำเนินงานจากกองทัพบกในเรื่องที่ร้องขอความเป็นธรรม และขอให้กองทัพบกยุติการยึดที่ดินทำกินของตน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18079</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมนเกด อัคฮาด, พะเยาว์ อัคฮาด, พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ, สมาพันธ์ ศรีเทพ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180920/image_big_5ba3a8aa25b34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
