<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31023</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2019 10:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2019 10:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯลุยรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยช่วงสงกรานต์เปิดตรวจสภาพรถฟรี20 รายการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค.62-นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก รักษาราชการแทน อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงการบูรณาการด้านความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวก ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2562 พร้อมมอบประกาศเกียรติคุณให้แก่หน่วยงานที่ให้ความร่วมมือในการบรูณาการด้านความปลอดภัยทางถนน ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และภาคีเครือข่ายเอกชนที่มีส่วนร่วมจัดกิจกรรมตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกมล กล่าวว่า ได้ดำเนินโครงการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยบูรณาการกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านความปลอดภัยทางถนนทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ สถานศึกษา และภาคเอกชน จัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการรณรงค์ให้ตรวจสภาพรถก่อนการเดินทาง โดยร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคเอกชน จัดกิจกรรม &amp;ldquo;ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 15 มีนาคม &amp;ndash; 17 เมษายน 2562 ให้บริการตรวจเช็กสภาพความพร้อมของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ก่อนเดินทางกว่า 20 รายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้ง 20 โครงการ ไม่คิดค่าบริการ อาทิ การตรวจระบบเบรก สภาพยาง อุปกรณ์ปัดน้ำฝน ระดับน้ำมันเครื่องและความสกปรกของน้ำมันเครื่อง ท่อยาง หม้อน้ำและรอยรั่ว การทำงานของไฟส่องสว่าง/ไฟสัญญาณต่างๆ ณ สถานบริการที่มีป้ายประชาสัมพันธ์ &amp;ldquo;ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย&amp;rdquo; รวมกว่า 30 หน่วยงาน จุดให้บริการกว่า 2,300 แห่งทั่วประเทศ&amp;rdquo;นายกมล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ประกอบด้วย บริษัทผู้ผลิตและศูนย์บริการตัวแทนจำหน่ายรถยนต์/รถจักรยานยนต์ ศูนย์บริการซ่อมบำรุงรักษารถ ศูนย์ซ่อมรถของบริษัทประกันภัย บริษัทติดตั้งแก๊ส NGV/LPG ในรถยนต์ บริษัทผลิตและศูนย์บริการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง อู่มาตรฐานของบริษัทประกันภัย สถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.) สมาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เชิญชวนลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถยนต์ BMW, Honda, Mazda, Mitsubishi, Nissan, Toyota รุ่นที่ผลิตตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 (ค.ศ. 2000) เข้ารับการตรวจสอบ และแก้ไขชุดถุงลมเสริมความปลอดภัยในรถยนต์ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถตรวจสอบข้อมูลผ่านช่องทางเว็บไซต์ www.checkairbag.com หรือโทรศัพท์ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นกับศูนย์บริการของค่ายรถยนต์ต่างๆ ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในช่วงเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2562 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีประชาชนจำนวนมากใช้รถใช้ถนนในการเดินทางกลับภูมิลำเนา และท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงกว่าช่วงปกติ กรมการขนส่งทางบก โดยกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) นำรายได้ส่วนหนึ่งจากการประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวยทั่วประเทศสนับสนุนงบประมาณให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ตั้งจุดบริการ &amp;ldquo;อาชีวะอาสา&amp;rdquo; จำนวน 189 แห่ง บริเวณถนนสายหลักที่มีการจราจรหนาแน่น สถานีบริการน้ำมัน หรือจุดให้บริการร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บริการเช็กสภาพรถและซ่อมรถเบื้องต้นกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน รวมทั้งเป็นหน่วยบริการอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้พักผ่อนคลายความเมื่อยล้าระหว่างการเดินทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ประชาชนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้ด้วยการเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมก่อนขับรถ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 7- 8 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง เมื่อมีอาการเหนื่อยล้าระหว่างการเดินทางควรหยุดพักในจุดที่ปลอดภัยอย่างน้อยทุก 2 &amp;ndash; 3 ชั่วโมง และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด &amp;nbsp;เพื่อประชาชนทุกคนได้เดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัยแลมีความสุขในเทศกาลสงกรานต์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31023</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมล บูรณพงศ์, ตรวจสภาพรถฟรี, รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก, เทศกาลสงกรานต์ 2562</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190311/image_big_5c85d9a6406ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25343</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2018 08:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2018 08:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่ง เลื่อนเชื่อมใบสั่งกับตำรวจคาดใช้ปี63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ธ.ค. 2561 นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.)เปิดเผยว่าเรื่องประเด็นการเชื่อมระบบใบสั่งกับตำรวจจราจรและเรื่องร่าง พ.ร.บ.การขนส่งทางบก ฉบับใหม่.ซึ่งเป็นการควบรวมพระราชบัญญัติ หรือ พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 และ พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นที่เข้าใจกันว่าจะบังคับใช้กันในปีหน้านั้นหากขั้นตอนทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์พร้อมออกประกาศราชกิจจานุเบกษาแล้วกว่าจะมีผลบังคับใช้จริงต้องเป็นปี 2563 หรือรอไปอีกหนึ่งปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เนื่องจากต้องมีห้วงเวลาของการเปลี่ยนถ่ายระบบต่างๆควบรวมเข้าสู่ถังข้อมูลเดียวกัน อาทิ ระบบใบขับขี่ ระบบทะเบียนรถ ไปจนถึงเรื่องการปรับใบอนุญาตรถเดิมเป็นต้น ดังนั้นเมื่อประกาศแล้วจะยังไม่มีผลในทันทีจนกว่าจะถึงเวลาทีเหมาะสม&amp;quot;นายกมลกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกมลกล่าวต่อว่าสำหรับความคืบหน้านั้นขณะนี้ขบ.ได้พัฒนาระบบเชื่อมข้อมูลใบสั่งกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติไว้เรียบร้อยแล้วขณะนี้อยู่ระหว่างรอความพร้อมในการเชื่อมข้อมูล ขณะที่เรื่องของตัวพรบ.ฉบับใหม่นั้นขณะนี้อยู่ระห่างรอเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สตช.) พิจารณาการแปรญัตติเพื่อออกเป็นข้อบังคับต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนด้านกรณีรถป้ายแดงนั้นขณะนี้ยังสามารถใช้ได้อยู่ไปจนถึงปีที่จะบังคับใช้กฎหมายแต่ต้องมีใบอนุญาตถูกต้อง และเมื่อกฎหมายบังคับใช้แล้วจะไม่มีรถป้ายแดงวิ่งบนท้องถนนอีกต่อไปเพราะกฎหมายใหม่จะยกเลิกเรื่องการนำมาใช้ขับขี่จะระบุให้ใช้ป้ายแดงเพื่อขายหรือซ่อมแซมเท่านั้น โดยผู้ที่ซื้อรถใหม่ต้องนำมาจดทะเบียนกับกรมขนส่งทางบก(ขบ.)ทันทีเพื่อรับป้ายทะเบียนไปใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกรมการขนส่งทางบกระบุว่าประเด็นสำคัญของการควบรวมกฎหมายที่จะบังคับใช้ในปี 2563 นั้นประกอบด้วย การเพิ่มโทษปรับใบขับขี่ การขยายความผิดไปยังผู้ประกอบการผลิตรถยนต์ การควบรวมทุกประเภทบังคับใช้กฎหมายเดียวกัน รวมถึงการรวมระบบใบขับขี่เป็นมาตรฐานเดียวกันและการออกใบรับรองพิเศษแยกประเภทเพื่อใช้คู่กับใบขับขี่คล้ายโมเดลในประเทศยุโรป เช่น รถบรรทุกน้ำมันหรือรถสาธารณะเป็นต้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25343</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมล บูรณพงศ์, ตำรวจจราจร, พ.ร.บ.การขนส่งทางบก ฉบับใหม่, รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก, เชื่อมระบบใบสั่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181030/image_big_5bd7b81308db3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23388</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งเชื่อมตร. ต้น62จับ-ปรับ ต่อภาษีหนีใบสั่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขนส่งลั่นต้นปีหน้าเริ่มเชื่อมข้อมูลใบสั่งกับตำรวจ ยอมให้ผู้มีใบสั่งต่อภาษีได้ แต่พ้น 30 วันยังไม่ยอมเคลียร์ มีความผิดข้อหาไม่ต่อ-ภาษียานพาหนะ เผยกฎหมายใหม่ไม่พกใบขับขี่ปรับโหด 5 หมื่น อยู่ระหว่างแก้ไข อาจให้รัฐบาลใหม่ทบทวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 ธันวาคมนี้ นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยความคืบหน้าแนวทางการเชื่อมระบบอายัดการชำระภาษีประจำปีกับผู้ที่ไม่ชำระค่าปรับจราจร หรือการเชื่อมข้อมูลใบสั่งกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เข้ากับระบบ ขบ.ว่า ได้พัฒนาระบบรองรับไว้เรียบร้อยแล้ว และค่อนข้างมีความพร้อมในการใช้งาน จะเร่งรัดให้ได้ข้อสรุปแนวทางการเชื่อมข้อมูลใบสั่งของ สตช.กับระบบ ขบ. คาดว่าจะเริ่มใช้ได้ช่วงไตรมาส 1 (มกราคม-มีนาคม 2562) เพื่อนำมาบังคับใช้กับผู้ที่ไม่มาชำระค่าปรับตามที่กฎหมายกำหนด ถือเป็นการยกระดับวินัยจราจรและความปลอดภัยบนท้องถนนให้กับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกมลกล่าวว่า ขบ.จะเร่งหารือกับ สตช.ให้ได้ข้อสรุปเรื่องการอุทธรณ์ใบสั่งของประชาชน โดยกรณีที่พบว่าประชาชนยังไม่ได้ชำระค่าปรับโทษจราจร ก็สามารถต่อภาษีได้แม้มีใบสั่งสะสม เบื้องต้น ขบ.จะออกป้ายวงกลมชั่วคราว 30 วัน คล้ายเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีให้กับผู้ที่มาขอต่อภาษียานพาหนะ แต่หากครบกำหนด 1 เดือนแล้วยังไม่เคลียร์โทษทั้งหมด ต้องมีความผิดในข้อหาไม่ต่อภาษียานพาหนะ การอุทธรณ์โทษเป็นหน้าที่ของ สตช.ที่ต้องตัดสินใจ อาทิ โดนใบสั่งในหลายพื้นที่ หรือการโดนใบสั่งจากป้ายสวมทะเบียนรถ เป็นต้น ทั้งนี้ ประชาชนสามารถชำระค่าปรับได้ทั้งที่สถานีตำรวจและที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองอธิบดี ขบ.กล่าวว่า ด้านความคืบหน้าร่าง พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ..... ซึ่งเป็นการควบรวมปรับปรุงกฎหมาย 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 และ พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 เข้าไว้ด้วยกัน โดยมีการปรับแก้โทษปรับเรื่องไม่พกใบขับขี่ จาก 5 หมื่นบาท ให้ลดลงตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งให้ทบทวนนั้น เรื่องอยู่ที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อเตรียมบรรจุวาระเสนอที่ประชุม ครม.ควบคู่ไปกับการส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาการแปรญัตติเพื่อออกเป็นข้อบังคับต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเรื่องหลักที่แก้ไข อาทิ การขยายความผิดไปยังผู้ประกอบการผลิตรถยนต์ การควบรวมทุกประเภทบังคับใช้กฎหมายเดียวกัน รวมถึงการรวมระบบใบอนุญาตขับรถ (ใบขับขี่) เป็นมาตรฐานเดียวกัน และการออกใบรับรองพิเศษแยกประเภทเพื่อใช้คู่กับใบขับขี่คล้ายโมเดลในประเทศยุโรป เช่น รถบรรทุกน้ำมันหรือรถสาธารณะ เป็นต้น ทั้งหมดนี้น่าจะเห็นผลภายในกลางปี 62 แต่ถ้าหากไม่ทัน สนช.ชุดนี้ต้องให้รัฐบาลใหม่เข้ามาตัดสินใจว่าจะเดินหน้าต่อไปหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจาก ขบ.แจ้งว่า เมื่อมีการเชื่อมระบบใบสั่งกับการต่อภาษียานพาหนะแล้วอาจส่งผลให้ประชาชนมาต่อภาษีลดลง เนื่องจากยังไม่ต้องการชำระค่าปรับเป็นเงินก้อนเดียว และอาจเกรงกลัวปัญหาใบสั่งหลายพื้นที่ ทั้งนี้ ปัจจุบัน ขบ.มีปริมาณการต่อภาษีอยู่ที่วันละ 100,000 ราย ผู้ขับขี่ที่หลบเลี่ยงการต่อภาษีจะมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ข้อหาใช้รถไม่เสียภาษีตามเวลาที่กำหนด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23388</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมล บูรณพงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181203/image_big_5c053466ae3b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16454</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งเด้งสนองประยุทธ์ ทบทวนโทษไม่พกใบขับขี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขนส่งเด้งรับลูกนายกฯ ทบทวนโทษไม่พกใบขับขี่ ปรับหนัก-เบาตามขนาดรถ เปิดฟังความคิดเห็นทุกฝ่าย พร้อมหารือหน่วยงานปฏิบัติ คาดเสนอร่างใหม่ก่อนเลือกตั้ง 62
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่เห็นด้วย และสั่งให้ทบทวนการเพิ่มอัตราโทษกรณีไม่พกใบอนุญาตขับรถ ตามร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกฉบับใหม่ ซึ่งกำหนดโทษสูงสุด จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท ว่าให้กรมการขนส่งทางบกไปพิจารณาทบทวนการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว โดยอาจจำเป็นต้องแบ่งระดับความรุนแรงของมาตรการลงโทษตามประเภทของรถ เช่น รถขนาดเล็กอาจมีบทลงโทษที่รุนแรงน้อยกว่ารถขนาดใหญ่ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า ขณะนี้ยังเป็นร่างกฎหมาย ยังไม่เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หลังจากนี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะส่งร่างกฎหมายดังกล่าวกลับมาที่กระทรวงคมนาคม ขณะเดียวกัน ขบ.อยู่ระหว่างรวบรวมความคิดเห็นจากประชาชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักโพล และสื่อมวลชนต่างๆ เพื่อรวบรวมความเห็น ทบทวน และพิจารณาเพื่อเสนอร่างดังกล่าวต่อไป ซึ่งการทบทวนต้องดูข้อกฎหมาย ตามที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เสนอ โดยเน้นเรื่องความปลอดภัย ทั้งถนน รถ และคนขับรถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การปรับลดโทษไม่พกใบขับขี่หรือไม่นั้น ต้องนำความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่ท้วงติงและเสนอแนะเกี่ยวกับไม่มีใบขับขี่ ใบขับขี่หมดอายุ และการแสดงใบขับขี่ ที่มองว่าโทษสูงเกินไปหรือไม่ การบังคับใช้จะมีปัญหากับเจ้าพนักงานที่บังคับใช้มาพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่ร่วมออกบทบัญญัติก่อน โดยร่างกฎหมายฉบับนี้มีทั้งหมดกว่า 360 มาตรา ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้รับฟังความคิดเห็นจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้ และบทบัญญัติมาจากการเสนอ ส่วนใหญ่มองว่าสิ่งเหล่านี้มีความเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ ภาครัฐจึงมาทบทวนและพิจารณาหาจุดที่มีความเหมาะสมและความลงตัวในการบังคับใช้ แต่ยืนยันว่าความปลอดภัยเป็นข้อห่วงใยและให้ความสำคัญ&amp;quot; อธิบดี ขบ.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดี ขบ. กล่าวว่า การทบทวนใหม่จะปรับลดโทษหรือไม่นั้น ต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่บังคับใช้กฎหมาย เช่น ตำรวจ ที่ดูแล พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 โดยจะนำมาเทียบเคียงบทลงโทษที่เกี่ยวข้องนำมาประกอบ และพิจารณาโทษตามข้อหาและระดับของการกระทำความผิด ไม่ควรต่างกันมาก หรือต้องดูลักษณะการกระทำความผิดหรือวิธีการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับร่างกฎหมายฉบับใหม่นี้เทียบจากกฎหมายเดิม เพราะกฎหมายปัจจุบัน พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 บทลงโทษการขับรถไม่มีใบขับขี่ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท ซึ่งเป็นโทษสูงอยู่แล้ว และร่างนี้มีความเกี่ยวกับยานพาหนะขนาดเล็กตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ตอนนี้เปิดรับฟังความคิดเห็นทุกช่องทาง ถึงวันที่ 11 ก.ย.61 มาประกอบการพิจารณาและหารือร่วมด้วยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายต้องใช้ระยะเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จะไม่ขยายการรับฟังความคิดเห็น เพราะตอนนี้สามารถประเมินได้แล้วว่าความคิดเห็นจะเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่ง คาดว่าจะได้ข้อสรุปเสนอกระทรวง เสนอ ครม. และ สนช. ก่อนจะมีการเลือกตั้งในปี 62 แต่จะใช้ระยะเวลาดำเนินเท่าไหร่นั้น ไม่สามารถตอบได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16454</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมล บูรณพงศ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สนิท พรหมวงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180829/image_big_5b86ad98a343d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3802</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2018 12:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2018 12:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯเผยคนแห่จดทะเบียนรถจักรยานยนต์สูงสุดถึง1.6แสนคัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขนส่งฯ เผยรถจดทะเบียนป้ายแดง ม.ค.61 รวมทั่วประเทศ 2.6แสนคัน รถจักรยานยนต์ครองสถิติจดทะเบียนใหม่สูงสุด 1.6แสนคัน ทั่วประเทศรวมกว่า 20 ล้านคัน &amp;nbsp;สั่งเข้มรถป้ายแดงต้องจดทะเบียนรถภายใน 30 วัน นับจากวันรับรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24ก.พ.61-นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เปิดเผยถึงสถิติรถจดทะเบียนใหม่ป้ายแดง เฉพาะเดือนมกราคม 2561 พบว่ามีผู้นำรถใหม่ป้ายแดงมาจดทะเบียนกับสำนักงานขนส่งทั่วประเทศ รวม 268,989 คัน โดยรถจักรยานยนต์มีสถิติการจดทะเบียนใหม่สูงที่สุด จำนวน 167,039 คัน รองลงมาคือรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รถเก๋ง) มีสถิติการจดทะเบียนใหม่จำนวน 63,646 คัน รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (รถกระบะ) มีสถิติการจดทะเบียนใหม่จำนวน 24,117 คัน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน มีสถิติการจดทะเบียนใหม่จำนวน 1,129 คัน รถโดยสารประจำทางจดทะเบียนใหม่จำนวน 939 คัน รถโดยสารไม่ประจำทางจดทะเบียนใหม่จำนวน 724 คัน ส่วนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่ จำนวน 5,731 คัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากจำนวนการจดทะเบียนรถใหม่ป้ายแดงดังกล่าว ส่งผลให้จำนวนรถจดทะเบียนสะสมทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ม.ค.61) มีจำนวนทั้งสิ้น 38,428,304 คัน ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์จำนวน 20,548,178 คัน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน จำนวน 8,796,543 คัน รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจำนวน 6,451,730 คัน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน จำนวน 424,922 คัน ส่วนรถโดยสารประจำทางรวมจำนวนทั้งสิ้น 78,390 คัน ในขณะที่รถโดยสารไม่ประจำทางสะสมจำนวน 68,015 คัน และรถบรรทุกจำนวน 1,090,765 คัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้เข้มงวดกวดขันการใช้ป้ายแดงเพื่อป้องกันการฉวยโอกาสและเป็นช่องว่างให้กลุ่มมิจฉาชีพนำรถไปใช้ก่อปัญหาอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและยากต่อการควบคุมกำกับดูแลการใช้รถใช้ถนน โดยกำหนดระยะเวลาที่อนุญาตให้ใช้ป้ายแดงได้เป็นการชั่วคราวไม่เกิน 30 วัน นับจากวันรับรถ ซึ่งเป็นระยะเวลาที่กำหนดไว้สำหรับให้เจ้าของรถดำเนินการจดทะเบียนรถให้เรียบร้อย หากพบผู้ฝ่าฝืนใช้รถป้ายแดงเกินระยะเวลาที่กำหนด มีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 6 ฐานใช้รถที่ยังไม่จดทะเบียน มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3802</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมล บูรณพงศ์, ขนส่งทางบก, ขบ., ป้ายแดง, รถจักรยานยนต์, รถยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180224/image_big_5a90efba0e94b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
