<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115373</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2021 08:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2021 08:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทท.ลุยเปิดเส้นทางขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟ &#039;ท่าเรือแหลมฉบัง-ท่าเรือกรุงเทพ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย. 2564 นายกมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยว่า กทท. บูรณาการร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเส้นทางขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟเที่ยวปฐมฤกษ์จากท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) มายังท่าเรือกรุงเทพ (ทกท.) เพื่อยกระดับระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ไปสู่การเป็นศูนย์กลางทางการค้า การบริการ และการลงทุนในภูมิภาค สนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของประเทศในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้คาดว่าจะมีปริมาณตู้สินค้าจากการขนส่งทางรถไฟประมาณ 160 ทีอียูต่อสัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับการเปิดเส้นทางการขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟดังกล่าว รฟท. ได้ให้การสนับสนุนในการขออนุมัติเปิดเส้นทางการขนส่งสินค้าขาเข้าจากกรมศุลกากร รวมทั้งการจัดหาหัวรถจักร และแคร่บรรทุกสินค้าขบวนละ 15-20 แคร่ พร้อมพนักงานอำนวยความสะดวกประจำเส้นทางการเดินรถไฟ เพื่อเป็นการพัฒนาการขนส่งทางน้ำและสนับสนุนการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้า (Shift Mode) ตามนโยบายโลจิสติกส์ของประเทศ โดยเพิ่มปริมาณการขนส่งสินค้าทางน้ำและทางราง ทดแทนการขนส่งทางถนน ลดปัญหาการจราจรติดขัด ลดภาระค่าเชื้อเพลิง ลดมลภาวะฝุ่นพิษ PM 2.5 และแบ่งเบาปริมาณตู้สินค้าขาเข้าที่แออัดภายในท่าเรือชายฝั่งของ ทลฉ. ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ในการเปิดเส้นทางดังกล่าว กทท. ได้ดำเนินตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2560-2564) ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทยสามารถยกระดับระบบโลจิสติกส์ของประเทศได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115373</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมลศักดิ์ พรหมประยูร, การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.), งการขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608fa4d2293b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100281</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2021 09:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2021 09:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทท.ลุยเปิด&#039;ซอง5&#039;ข้อเสนอโครงการแหลมฉบังเฟส3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 เมษายน 2564 เรือโท กมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 &amp;nbsp;ได้พิจารณาซองที่ 4 ผลประโยชน์ตอบแทนด้านการเงินของกลุ่ม GPC ประกอบด้วย บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด (PTT TANK) บริษัท ไชน่า ฮาร์เบอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด และมีมติเห็นชอบกลุ่มกิจการร่วมค้า GPC ผ่านการประเมินซองที่ 4 และได้ทำการเปิดเอกสารข้อเสนอซองที่ 5 ซองข้อเสนอแนะในการเพิ่มประสิทธิภาพของโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ต่อหน้าผู้แทนกลุ่มกิจการร่วมค้า GPC ซึ่งได้มีการตรวจสอบเอกสารว่ามีการปิดผนึกในสภาพสมบูรณ์เหมือนเดิมแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในการพิจารณาซองที่ 5 นั้นคณะกรรมการคัดเลือกฯ ได้มีมติตั้งคณะทำงานช่วยพิจารณาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และพิจารณาร่างสัญญาร่วมทุนฯ โดยมีผู้แทนของกรรมการคัดเลือกฯ จากสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นหัวหน้าคณะทำงาน คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ จากนั้นคณะกรรมการคัดเลือกฯ จะพิจารณาร่างสัญญาฯ และสรุปเสนอต่ออัยการสูงสุดพิจารณาได้ประมาณกลางเดือน พ.ค.นี้ คาดว่าจะใช้เวลาในการพิจารณาร่างสัญญาประมาณ 30 วัน เนื่องจากก่อนหน้านี้อัยการสูงสุดได้เคยเห็นชอบร่างสัญญาเบื้องต้นไว้แล้ว และหลังจากอัยการสูงสุดเห็นชอบร่างสัญญาฯ คณะกรรมการคัดเลือกฯ จะประชุมพิจารณาอีกครั้ง และนำเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) กทท.รับทราบ จากนั้นจะเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เพื่ออนุมัติร่างสัญญา และประกาศผลเพื่อดำเนินการลงนามต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จะมีการรายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เพื่อทราบด้วย สำหรับโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ในส่วนของท่าเทียบเรือ F วงเงิน 84,361 ล้านบาท ระยะเวลาสัมปทาน 35 ปี ตามแผนงานโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2568 และสอดคล้องกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) โครงการเมืองการบินอู่ตะเภา ที่จะแล้วเสร็จในปี 2568&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า เรือโท กมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 และ เรือโท ยุทธนา โมกขาว รองผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร พร้อมด้วยคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการฯ ได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกฯ ครั้งที่ 3/2564 หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบผลประโยชน์ตอบแทนภาครัฐของโครงการฯ โดยมีค่าสัมปทานคงที่มูลค่าสุทธิที่ 29,050 ล้านบาท และให้คณะกรรมการคัดเลือกฯ ดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศฯ กฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100281</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมลศักดิ์ พรหมประยูร, การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.), โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3, ้เปิดซอง 5 ข้อเสนอเพิ่มเติม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605b1806690a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73297</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2020 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2020 16:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทท. เดินหน้าปรับปรุงท่าเรือกรุงเทพ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค. 2563 เรือโท กมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เตรียมดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมท่าเทียบเรือเขื่อนตะวันออก &amp;nbsp;ท่าเรือกรุงเทพ (ทกท.) บริเวณท่าบริการตู้สินค้า 1 และ 2 รวม 7 ท่า เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับความสะดวก คล่องตัว และปลอดภัย ตามมาตรฐานสากล ใช้งบประมาณการก่อสร้างและค่าจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง รวมทั้งสิ้น 174,400,000 บาท รวมระยะเวลาดำเนินการทั้งโครงการประมาณ 630 วัน คาดว่าจะแล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการปรับปรุงซ่อมแซมท่าเทียบเรือเขื่อนตะวันออก ทกท. นั้น เป็นการซ่อมแซมและเสริมกำลังโครงสร้างของท่าเทียบเรือ แบ่งเป็น 2 ท่าบริการ คือ ท่าบริการตู้สินค้า 1 และ 2 มีความยาวประมาณ 1,200 เมตร ประกอบด้วย 7 ท่าเทียบเรือ ได้แก่ ท่า 20A, ท่า 20AB, ท่า 20B, ท่า 20C, ท่า 20D, ท่า 20E และท่า 20F โดยใช้คาร์บอนไฟเบอร์ (CFRP) เพื่อเสริมกำลังโครงสร้างของท่าเทียบเรือให้เป็นไปตามหลักวิศวกรรม ทั้งนี้ จะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 90 วัน ต่อหนึ่งท่า โดยเรียงลำดับการซ่อมแซมจนครบทุกท่า ซึ่งในระหว่างการปิดซ่อมแซมในแต่ละท่าเทียบเรือ ทกท. ได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการหน้าท่าทั้งเครื่องมือทุ่นแรงและพื้นที่ &amp;nbsp;หลังท่า เพื่อรองรับการให้บริการในระหว่างการดำเนินการซ่อมแซมฯ เพื่อความสะดวก คล่องตัวในการหมุนเวียน &amp;nbsp;ตู้สินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้บริการ พร้อมทั้งจัดทำแนวทางอำนวยความสะดวก แก้ไขปัญหา และติดตามผู้ใช้บริการอย่างใกล้ชิด เพื่อลดผลกระทบในระหว่างดำเนินการซ่อมแซมฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมฯ ดังกล่าว จะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นการให้บริการ &amp;nbsp; ที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานสากล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73297</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมลศักดิ์ พรหมประยูร, การท่าเรือแห่งประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200803/image_big_5f27dece33946.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72074</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2020 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2020 10:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทท. เผยเร่งเจรจาต่อรองผลประโยชน์กับ &#039;GPC &#039; ลุยพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส3 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค. 2563 เรือโทกมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึง ความคืบหน้าการดำเนินโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) ระยะที่ 3 (ท่าเทียบเรือ F) โดยคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ได้เจรจาต่อรองผลประโยชน์ตอบแทนรัฐเพื่อให้ใกล้เคียงตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติจำนวน 32,000 ล้านบาท ซึ่งการเจรจาผลประโยชน์ตอบแทนยังไม่ถึงตามที่รัฐคาดหวัง ดังนั้น คณะกรรมการคัดเลือกฯ จึงได้ดำเนินการตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และให้ กทท. ร่วมกับ สกพอ. ตรวจสอบข้อเท็จจริง และนำเสนอผลการเจรจาต่อคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเจรจาต่อรองกับกลุ่มกิจการร่วมค้า GPC ซึ่งประกอบด้วย บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด ในกลุ่ม บมจ.ปตท (PTT) บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) บริษัท ไชน่า ฮาร์เบอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ในการร่วมลงทุนกับ กทท. เพื่อพัฒนา ทลฉ. ระยะที่ 3 (ท่าเทียบเรือ F) ในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก นั้น เพื่อมุ่งให้ได้ผลประโยชน์ตอบแทนตามที่รัฐกำหนดตามที่ ครม. อนุมัติให้มากที่สุด โดยอนุมัติไว้ที่จำนวน 32,225 ล้านบาท กลุ่ม GPC ได้เพิ่มผลประโยชน์ตอบแทนมากกว่าเดิมเกินกว่า 100%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คณะกรรมการคัดเลือกฯ จึงได้ดำเนินการตามประกาศ (สกพอ.) เรื่อง การประกาศเชิญชวน วิธีการประกาศเชิญชวนด้วยวิธีการคัดเลือก หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน รายละเอียดของเอกสารการคัดเลือก และข้อกำหนดมาตรฐานของร่างสัญญาร่วมลงทุน พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติมตามประกาศ สกพอ. ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2562 ลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 ข้อ 18 วรรค 2 กำหนดให้ในกรณีที่ไม่มีผู้ยื่นข้อเสนอ ซึ่งหากการเจรจาแล้วผลประโยชน์ตอบแทนของภาครัฐที่จะได้รับ ไม่ถึงตามที่รัฐคาดหมายซึ่งระบุไว้ในหลักการของโครงการฯ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้หน่วยงานผู้เป็นเจ้าของโครงการ คือ กทท. นำเสนอผลการเจรจาของคณะกรรมการคัดเลือกฯ ต่อ สกพอ. และให้ กทท. ร่วมกับ สกพอ. ตรวจสอบข้อเท็จจริงและจัดทำความเห็น เพื่อใช้ประกอบการนำเสนอผลการเจรจาต่อ สกพอ. ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กทท. และ สกพอ. ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงในด้านผลประโยชน์ตอบแทนที่กลุ่ม GPC เสนอ เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับต้นทุนที่ กทท. ได้ลงทุนที่แท้จริงอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งต้องดำเนินการตรวจสอบและพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อจัดทำความเห็นนำเสนอผลการเจรจาต่อ กพอ. พิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72074</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมลศักดิ์ พรหมประยูร, การท่าเรือแห่งประเทศไทย, โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) ระยะที่ 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200721/image_big_5f165d319bfc1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29452</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2019 09:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2019 09:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียว“กมลศักดิ์”นั่ง ผอ.กทท. พร้อมเดินหน้าลงทุนแสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือโท กมลศักดิ์ พรหมประยูร รองผู้อำนวยการสายบริหารสินทรัพย์และพัฒนาธุรกิจ กทท เปิดเผยภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย ว่าหลังจากที่ได้รับตำแหน่งพร้อมที่จะขับเคลื่อนแผนลงทุนมูลค่า 1 แสนล้าน ไม่ว่าจะเป็นโครงการสมาร์ท คอมมูนิตี้ ยกระดับชุมชนคลองเตย(Smart Community),โครงการพัฒนาทางเชื่อมต่อท่าเรือกรุงเทพและทางพิเศษ สายบางนา-อาจณรงค์ (S1) รวมถึงเร่งดำเนินการการจัดตั้งบริษัทลูกบริหารสินทรัพย์ให้เข้ามากำกับดูแลด้านการสร้างรายได้เพิ่มให้องค์กรตลอดจนวางแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ และโครงการบรรจุสินค้าเพื่อส่งออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังต้องเร่งขับเคลื่อนโครงการในพื้นที่อีอีซี อย่างโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง เฟสสามวงเงิน 8.4 หมื่นล้านบาทซึ่งขณะนี้ได้เปิดให้เอกชนซื้อซองร่างเอกสารขอบเขตการประกวดราคา(TOR) ไปแล้ว ตามแผนต้องเร่งประมูลโครงการและลงนามสัญญาภายในรัฐบาลชุดนี้ ต้องให้ลุลวง เนื่องจากเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการให้สัมปทานและการก่อสร้าง รวมถึงดต้องดูรายละเอียดของ ทีโออาร์ ให้ชัดเจนตามแผนต้องเร่งประมูลโครงการและลงนามสัญญาภายในรัฐบาลชุดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือโทกมลศักดิ์ กล่าวว่า จากกระแสข่าวต่างๆที่เกิดขึ้น เป็นข่าวเท็จ ถ้าเป็นคนในจะรู้ดีว่าเป็นอย่างไร ที่ผ่านมามีคนสร้างข่าวทำเสื่อมเสีย พนักงานทุกคนจะรับรู้ดี เพราะอยู่ที่ กทท.มา 33 ปี &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29452</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทท., กมลศักดิ์ พรหมประยูร, ประกาศลงทุนแสนล้าน, ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190219/image_big_5c6b62afdcace.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
