<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120198</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 15:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 15:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ชักยุ่ง&#039; เอกชัย&#039;จี้คุรุสภากำหนดเวลาปรับปรุงพัฒนาการสอบวิชาเอกให้ชัดเจน เผยมีคนสอบผ่านแล้วร้องเรียน ให้เยียวยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19ต.ค.64 - นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการคุรุสภา มีมติให้ยกเลิกสอบวิชาเอก ในการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เนื่องจากการสอบวิชาเอกยังต้องมีการปรับปรุงและพัฒนาอีกมากนั้น ตนมองว่าในเรื่องนี้เราควรจะต้องคำนึงถึงผลที่ตามมาด้วย ว่า จะรักษามาตรฐานวิชาชีพและคุณภาพของครูไว้ได้อย่างไร หากเลื่อนหรือยกเว้นการสอบวิชาเอกออกไปตามที่มติ แต่ไม่มีกำหนดเวลาชัดเจนว่าจะให้สอบเมื่อไรปีไหน และยังการไม่มีกำหนดให้ชัดเจนแบบนี้ ตนมองว่าอาจจะสร้างปัญหาในอนาคต ดังนั้นเรื่องนี้คุรุสภาต้องมีการกำหนดระยะเวลาที่จะจัดสอบวิชาเอกสำหรับผู้ที่เข้าศึกษาให้แน่นอนว่าจะต้องสอบวิชาเอกในปีไหน เพื่อไม่เป็นการสร้างความสับสนให้กับผู้เรียนหลักสูตรครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ เพราะหากปล่อยให้เกิดช่องว่างโดยเฉพาะไม่ทราบว่าปีใดจะต้องสอบวิชาเอก และหากไปกำหนดว่าต้องทดสอบวิชาเอก &amp;nbsp;ก็อาจจะมีผู้เรียนตั้งคำถามขึ้นมาอีก ว่า ทำไมจึงต้องเริ่มสอบวิชาเอกที่รุ่นของตน และถูกมองว่ามีความเป็นธรรมหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมมองว่ามติใดๆ ที่ออกมา จะต้องคำนึงถึงผลกระทบดังกล่าวด้วย ว่า จะสร้างปัญหาความไม่เท่าเทียมในสิทธิที่จะได้ใบประกอบวิชาชีพให้เกิดขึ้น หรือ หากจะเยียวยาให้ผู้เข้าสอบทุกคนมีสิทธิ์ได้ใบประกอบวิชาชีพก็ยิ่งเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของวิชาชีพครู ที่ว่าเป็นวิชาชีพชั้นสูงต้องมีความรู้ความสามารถในศาสตร์การสอน ศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับความเป็นครู และเนื้อหาวิชาเอกที่จะต้องไปทำหน้าที่สอน อย่างไรก็ตาม คุรุสภาจะต้องมีความชัดเจนด้วย ว่า ผู้ที่สอบไปแล้วกลุ่มไหนจะสามารถได้รับใบอนญาตฯ ทันที เพราะขณะนี้ผมได้รับขอร้องเรียนจากกลุ่มผู้ที่สอบวิชาเอกผ่าน เช่น เตรียมสอบวิชาเอก จึงทำให้ไม่ได้เตรียมความพร้อมในการสอบวิชาชีพครูมากพอ ทำให้สอบไม่ผ่านในส่วนของวิชาชีพครูจึงต้องการที่จะขอรับการเยียวยาด้วย เพราะวิชาเอกที่สอบผ่าน ได้มีการยกเลิกไปแล้ว เป็นต้น&amp;quot;ประธาน กมว.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกชัย กล่าวต่อว่า ในฐานะประธาน กมว. ตนคิดว่ามาตรฐานวิชาชีพวิชาชีพครู ใบประกอบวิชาชีพครูล้วนมีเป้าหมายสำคัญ เพื่อให้ได้คนคุณภาพผ่านกระบวนการคัดกรองความรู้ ความสามารถอย่างแท้จริงมาเป็นครู หวังว่าการมีมติยกเลิกสอบวิชาเอกของคณะกรรมคุรุสภาจะเป็นการชั่วคราวเท่านั้น เพราะหากปล่อยให้ดำเนินการตามความพร้อม และต้องใช้เวลาอีก 2-3 ปีจะยิ่งมีปัญหาคุณภาพครู ที่จะไปทำหน้าที่สอนตามหลักสูตรฐานสมรรถนะหรือหลักสูตรที่จะเปลี่ยนแปลงในอนาคต เพราะหากครูขาดความรู้ความสามารถในเนื้อหาวิชาเอกอย่างแท้จริง ก็อาจจะมีปัญหาในเรื่องการแนะนำ เสริมสร้าง หรือ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสมให้กับผู้เรียนได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120198</URL_LINK>
                <HASHTAG>#คุรุสภา, กมว., คั๋วครู, นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์, สอบวิชาเอกครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210406/image_big_606c26b3b83ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110340</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 18:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 18:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กมว.&#039;มีมติเอกฉันท์ &#039;ตั๋วครู&#039;ต้องสอบ&#039;วิชาเอก&#039;เสนอให้&#039;บอร์ดคุรุสภา&#039;ทบทวน มติยกเลิก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19ก.ค.64- นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (ประธาน กมว.) กล่าวภายหลังการประชุม กมว. ด่วนนัดพิเศษ เรื่องการสอบวิชาเอกของผู้ขอรับใบประกอบวิชาชีพครู ว่า ที่ประชุม กมว. มีมติเอกฉันท์ ว่า เห็นชอบในหลักการต้องสอบวิชาเอก ดังนั้น กมว. จึงขอเสนอให้คณะกรรมการคุรุสภา มีการทบทวนมติที่ยกเลิกการสอบวิชาเอก เพราะมีปัญหาการปฏิบัติให้เป็นการเลื่อนสอบวิชาเอกไปในเดือนมีนาคม 2565 ให้ผู้ที่จะสอบวิชาเอกครั้งที่ 2 ที่เรียนหลักสูตรหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู (ป.บัณฑิต) ไปสอบวิชาเอกในปีหน้าพร้อมกับผู้เรียนหลักสูตรปริญญาตรี คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ 4 ปีหรือ 5 ปี ที่เข้าศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 และให้ใช้ช่วงเวลานี้ไปดำเนินการทบทวนปรับปรุงผังข้อสอบ รายวิชาเอก ที่ต้องสอบให้แยกวิชาชัดเจน ไม่รวมแบบบางวิชาที่ผ่านมา ทั้งนี้ที่ประชุมยังได้มีมติให้ คณบดี คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณบดี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒรายวิชา 2 สถาบันเป็นหลักในการปรับปรุงพัฒนาแก้ไขผังข้อสอบ การสอบวิชาเอกที่เป็นวิชาการศึกษาพื้นฐาน ส่วนด้านวิชาเอกด้านอาชีวศึกษา ขอให้คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมฯ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง เข้ามาช่วยในการยกร่างปรับปรุงแก้ไข รายวิชา ผังข้อสอบวิชาเอก หากสถาบันคุณวุฒิแห่งชาติมีการทดสอบแล้วก็อาจจะนำผลการทดสอบเป็นการผ่านวิชาเอกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกชัย กล่าวต่อว่า ในส่วนมติเอกฉันท์ที่ยืนยันหลักการต้องสอบวิชาเอกนี้ คาดว่าจะดำเนินการทบทวนการสอบวิชาเอก ปรับผังข้อสอบวิชาเอก แยกวิชาให้ชัดเจน ไม่ให้เกิดปัญหาแบบที่ผ่านมา คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 3 เดือน จากนั้นก็จะดำเนินการเชิญคณาจารย์สถาบันผลิตครูให้เข้ามามีส่วนร่วมรับรู้เพิ่มเติมปรับแก้ไขตามความจำเป็น ต่อไปและสามารถดำเนินการจัดจ้าง สทศ.พัฒนาออกข้อสอบให้ทันการทดสอบต่อไป
&amp;quot; อย่างไรก็ตามการเลื่อนการทดสอบวิชาเอกออกไปแทนการยกเลิกทดสอบวิชาเอก ยังคงหลักการสากลที่ต้องมีการทดสอบวิชาเอก เพื่อสร้างความมั่นใจให้สังคมว่าครูทุกคนมีความรู้ความสามารถผ่านเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพ และเป็นการใช้งบประมาณที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่งเพราะใช้งบประมาณครั้งเดียวสามารถจัดสอบวิชาเอกได้พร้อมกันทั้งหลักสูตร ป.บัณฑิต และหลักสูตร ป.ตรี&amp;quot;นายเอกชัยกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110340</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตั๋วครู, กมว., คุรุสภา, นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์, สอบวิชาเอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210406/image_big_606c26fbcf0e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109947</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 14:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 14:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมว.ประชุมด่วน 20 ก.ค.นี้ หาทางออกยกเลิกสอบวิชาเอกขอ &quot;ตั๋วครู&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16ก.ค.64-นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (ประธาน กมว.) กล่าวว่า ในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ จะมีการประชุม กมว. วาระพิเศษเพื่อพิจารณา หาทางออกในการที่คณะกรรมการคุรุสภา มีมติให้ยกเลิกการสอบวิชาเอก ในการทดสอบเพื่อขอรับในอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นการขัดหลักการที่เป็นสากล ทั้งนี้ สำหรับทางออก กมว.สามารถเสนอให้มีการทบทวนมติได้ และตนจะเสนอให้มีการคงหลักการสอบวิชาเอกไว้ แต่ให้เลื่อนการสอบวิชาเอกในเดือนตุลาคม หรือพฤศจิกายน 2564 นี้ออกไปก่อน หรือหากจะสอบ 4 วิชาไปก่อนในการสอบครั้งที่ 2 ตามที่สำนักงานคุรุสภาต้องการ ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ส่วนวิชาเอกไปสอบเดือนกุมภาพันธ์ 2565 พร้อมกับนิสิต นักศึกษา ปริญญาตรีหลักสูตร 4 ปี ทั้งนี้เพื่อให้มีเวลาปรับปรุงแก้ไขปัญหาการปฏิบัติเรื่องแบบทดสอบที่รวมหลายวิชาอยู่ในวิชาเอกให้มีความรอบคอบสมบูรณ์ขึ้น และหากจำเป็นที่จะต้องจัดทำหรือปรับผังข้อสอบวิชาเอกที่มีปัญหาใหม่ให้เหมาะสมและเชื่อถือได้ก็จะมีเวลาในการแก้ปัญหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ผมมองว่าการเลื่อนสอบเฉพาะวิชาเอกครั้งที่ 2 ออกไปก่อนน่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่าการเลิกสอบวิชาเอกเพราะยังคงหลักการสำคัญของมาตรฐานวิชาชีพอยู่ เมื่อดำเนินการเสร็จ ก็เผยแพร่ให้ผู้เข้ารับการทดสอบได้เตรียมตัวระยะเวลาหนึ่ง หากสามารถจัดสอบวิชาเอกพร้อมกับนิสิต นักศึกษาหลักสูตร 4 ปี นอกจะเป็นการประหยัดงบประมาณการสร้างข้อสอบแล้วยังจะเป็นการสอบวิชาเอกที่เป็นมาตรฐานเดียวกันของผู้เรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู (ป.บัณฑิต) และปริญญาตรี คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ &amp;quot;นายเอกชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานกมว.ย้ำอีกว่า &amp;nbsp;เมื่อเห็นว่าครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง ก็ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้สังคมได้เห็นว่า ผู้ขอรับใบประกอบวิชาชีพครูทุกคนผ่านการทดสอบความรู้ความสามารถในวิชาเอก มีความรู้จริง ผ่านมาตรฐานการทดสอบอย่างภาคภูมิใจ การเลื่อนสอบเฉพาะวิชาเอกออกไปก่อน หรือจะเลื่อนสอบทุกวิชาก็ย่อมมีเหตุผลที่รับได้เพราะการสอบรุ่นแรกของผู้เรียนป.บัณฑิต ที่ผ่านมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ก็เลื่อนมาจากเดือนตุลาคม 2563 เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมจะเสนอทางออกในการประชุมให้เลื่อนการสอบวิชาเอกออกไปเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ให้จัดสอบพร้อมกับการสอบของหลักสูตร ป.ตรี 4 ปี เพราะเป็นการแก้ปัญหาเรื่องงบประมาณจัดทำข้อสอบครั้งเดียว สอบทั้ง ป.บัณฑิต และ ป.ตรี โดยไม่เสียหลักการสอบวิชาเอก&amp;quot;ประธาน กมว.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109947</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตั๋วครู, กมว., นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์, สอบวิชาเอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210406/image_big_606c26b3b83ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109427</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 10:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 10:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอกชัย&#039;ลั่นคุรุสภาใช้อะไรคิดเลิกสอบวิชาเอก&#039;ตั๋วครู&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
12ก.ค.64- &amp;quot;เอกชัย &amp;quot;ลั่น &amp;quot;ตั๋วครู&amp;quot; &amp;nbsp;ต้องสอบวิชาเอก ถามไม่ทราบว่าสำนักงานคุรุสภา ใช้หลักคิดอะไรที่น่าเชื่อถือทางวิชาชีพ ชี้สาเหตุที่ร้องเรียนข้อสอบยากคนสอบผ่านน้อย มาจากกลุ่ม ป.บัณฑิต สอบผ่านแค่ 10% &amp;nbsp; ถ้าตัดทดสอบเอกเท่ากับผิดเจตนารมณ์การได้ครูดีมีคุณภาพ และตัดโอกาส คนเรียนครูหลักสูตร 4 ปี ที่ยังไม่ได้รับการทดสอบ &amp;nbsp;และได้สิทธิสอบครั้งแรกในปี 65

ตามที่คณะกรรมการคุรุสภามีมติให้ตัดหมวดความรู้วิชาเอกออกไป จากการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านความรู้ และประสบการณ์วิชาชีพ ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ในการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ที่จะจัดขึ้นครั้งที่ 2 ในเดือนตุลาคมนั้น

นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (ประธาน กมว.) กล่าวว่า กมว.ได้มีมติยืนยันว่าต้องสอบสิชาเอก และหากไม่มีวิธีการอื่นที่น่าเชื่อถือได้ เรื่อง ความรู้ความสามารถวิชาเอก ยังคงต้องทดสอบไปก่อนซึ่งเจตนารมณ์เรื่องนี้ มีมานานกว่า 10 ปี เรื่องความพยายามหาวิธีดำเนินการเกี่ยวกับการทดสอบเพื่อขอรับใบประกอบวิชาชีพครูและวิชาชีพควบคุม เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ครูที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพที่กำหนดไว้ และได้ดำเนินการจนกระทั่งมีประกาศ เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีทดสอบฯ และประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครูเพื่อขอรับใบประกอบวิชาชีพครู เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ.2563 เรื่องการจัดสอบเพื่อขอรับใบประกอบวิชาชีพครู 5 วิชา คือ การสื่อสารภาษาไทย การสื่อสารภาษาอังกฤษ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา วิชาชีพครู และวิชาเอก ซึ่งประกาศคุรุสภาดังกล่าวมีผลบังคับใช้กับผู้ที่เข้าศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 เป็นต้นไปทุกหลักสูตร ที่ต้องการใบประกอบวิชาชีพครู การสอบเพื่อขอใบประกอบวิชาชีพครู การทดสอบครั้งแรก คือ กลุ่มที่เรียนประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู (ป.บัณฑิต) ประมาณ 7,200 คน ได้เข้ารับการทดสอบเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่าสอบวิชาครู จากคะแนนดิบผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 60 มีไม่ถึงร้อยละ10 จนต้องมีการปรับค่าสถิติช่วยเหลือจึงได้ผู้สอบผ่านวิชาครูขึ้นมาเป็นตัวเลขประมาณเกือบร้อยละ 40 ส่วนวิชาเอก คะแนนดิบสอบผ่านไม่ถึงร้อยละ 40 เช่นกัน จึงมีผลให้เกิดการอ้าง เรื่อง การออกข้อสอบยาก ไม่ตรงตามผังข้อสอบจนถึงขนาดขอให้ยกเลิกการสอบวิชาเอก ทั้งๆ ที่วิชาเอกเป็นสิ่งที่สำคัญและสร้างความมั่นใจกับผู้ปกครอง และสังคมให้เชื่อมั่นว่าได้ครูเก่งในเนื้อหาวิชาที่สอนจริงตามมาตรฐานวิชาชีพครู

สำหรับสาเหตุที่ผู้เรียนหลักสูตร ป.บัณฑิต สอบวิชาเอกผ่านน้อย เพราะความจริงที่ปรากฏเป็นข้อมูลก็คือผู้เรียนป.บัณฑิตมีไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 30-40 ที่สอนไม่ตรงวิชาเอกที่จบมา เช่น จบการท่องเที่ยวไปสอนภาษาจีน เป็นต้น เลยขอสอบวิชาภาษาจีนที่ตนเองสอน เพราะไม่มีวิชาการท่องเที่ยวให้ทดสอบ การสอนไม่ตรงวิชาเฉพาะ (วิชาเอก) ก็ไม่เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพครูอยู่แล้ว เพราะกำหนดให้ปฏิบัติการสอนวิชาเฉพาะ นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้เรียน ป.บัณฑิตที่เข้ารับการทดสอบรุ่นแรกสอบไม่ผ่านวิชาเอกเกินครึ่งของผู้เข้ารับการทดสอบเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยที่ผู้เรียนหลักสูตรครูจริงๆ ทั้ง 4 ปี และ 5 ปีที่เข้าศึกษาตั้งแต่ปี การศึกษา 2562 ยังไม่ได้รับการทดสอบเลย เพราะจะมีสิทธิสอบครั้งแรกในปี 2565 ก็มายกเลิกการสอบวิชาเอก ทั้งๆที่กลุ่มเป้าหมายนิสิต นักศึกษาครู ในสถาบันผลิตครูจริงๆ ยังไม่ได้เข้ารับการทดสอบเลย การคิดยกเลิกการสอบวิชาเอกก่อนที่กลุ่มเป้าหมายหลักจะทดสอบ ไม่ทราบว่าสำนักงานคุรุสภา ใช้หลักคิดอะไรที่น่าเชื่อถือทางวิชาชีพครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ความพยายามสร้างกระแสให้มีการยกเลิกการสอบวิชาเอก หรือให้ผู้เรียน ป.บัณฑิตทุกคน ได้ใบประกอบวิชาชีพครู ของนักการเมืองบางคนใช้หลักคิดอะไร หรือต้องการคะแนนเสียงนิยมมากกว่าคุณภาพครูที่จะมีผลต่อคุณภาพนักเรียน และผู้เรียน ป.บัณฑิต รุ่นแรกที่ผ่านการสอบมาเมื่อต้นปีบางกลุ่มที่พยายามอ้างข้อสอบยาก ข้อสอบไม่เป็นไปตามผังข้อสอบ ก็เป็นเรื่องที่รับฟังได้มีเหตุและคงต้องให้ สทศ.ในฐานะผู้รับผิดชอบการออกข้อสอบทำการทบทวน หากเป็นจริงก็ต้องปรับแก้ไข สำนักงานคุรุสภาเองก็ต้องมีหลักการที่ถูกต้องในการดำเนินการเกี่ยวกับการทดสอบเพื่อให้ได้ครูวิชาเอกที่มีคุณภาพเก่งเนื้อหาจริงๆ การยกเลิกสอบวิชาเอกด้วยเหตุผล เพราะเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีกระบวนการสอบวัดความรู้วิชาเอกอยู่แล้ว เช่น การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;และการปฏิบัติงานในสถานศึกษา โดยประเมินจากการสอบสัมภาษณ์ แฟ้มสะสมงาน และการสอบสาธิตการปฏิบัติการสอนอยู่แล้ว&amp;rdquo;ประธาน กมว.กล่าว

นายเอกชัย กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าเรื่องการทดสอบเพื่อขอรับใบประกอบวิชาชีพตามมาตรฐานวิชาชีพ กับการปฏิบัติการสอน ในสถานศึกษา และการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นคนละวัตถุประสงค์กัน ไม่สามารถนำมาเป็นข้ออ้างที่จะไม่ทดสอบวิชาเอกไ้ด้ เพราะถ้าจะอ้างเช่นนั้นการทดสอบทุกวิชาก็ไม่จำเป็นเช่นกันไม่ว่าจะภาษาไทย ภาษาอังกฤษ เทคโนโลยีฯ หรือวิชาครู เพราะการเรียนการสอนในสถาบันก็มีการสอบอยู่แล้ว และหลายวิชาการสอบแข่งขันบรรจุก็มีการทดสอบอยู่แล้วเช่นกัน ซึ่งตรรกะการคิดและผลกระทบที่ตามมาเกี่ยวกับคุณภาพของครูสำคัญ ถ้าเมื่อใดที่เล่นการเมืองในการบริหารวิชาชีพครู หรือวิชาชีพควบคุมอย่างที่เห็นและเป็นอยู่โดยไม่ห่วงคุณภาพผู้เรียนเลย ถ้าทุกคนไม่ห่วงคุณภาพครูที่จะส่งผลถึงคุณภาพเด็ก แต่ตนมีความห่วงใยอย่างมาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109427</URL_LINK>
                <HASHTAG>#คุรุสภา, กมว., นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์, สอบตั๋วครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_6076917399848.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98519</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2021 16:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2021 16:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กมว.ตั้งอนุกก.พัฒนาหลักเกณฑ์รับรองหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพครู  แทนป.บัณฑิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6เม.ย.64-นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (ประธาน กมว.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กมว.ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการพัฒนาหลักเกณฑ์วิธีการรับรองหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาครู โดยมีตนเป็นประธาน ซึ่งคณะอนุกรรมการชุดนี้จะทำหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการการรับรองการเปิดหลักสูตรนี้ อีกทั้งหลักสูตรดังกล่าวถือว่าเป็นหลักสูตรที่เทียบเท่ากับหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู (ป.บัณฑิต) และมหาวิทยาลัยสามารถนำมาใช้เปิดสอนได้เลย ไม่จำเป็นต้องผ่านการรับรอง โดยหลักสูตรนี้จะเรียนวิชาครู 30 หน่วยกิต ตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (มคอ.) 2 เหมือนกับการเรียนในคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ระดับปริญญาตรี และมหาวิทยาลัยสามารถปรับหลักสูตรให้เข้ากับปัจจุบันได้ตลอด และเมื่อผู้เรียนเข้ารับการศึกษาจบหลักสูตรดังกล่าวแล้ว จะต้องผ่านทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ โดยจะทดสอบในส่วนของวิชาชีพครูก่อน เมื่อสอบผ่านก็จะได้รับใบประกาศนียบัตรวิชาชีพครู สามารถนำไปใช้ในสมัครเป็นครูได้ และเมื่อสอนตามวิชาเอกระยะเวลาครบตามที่หลักสูตรฯ กำหนด ก็จะมีอาจารย์จากหลักสูตรฯ มาประเมิน และได้ใบรับรองมาใช้ในการทดสอบในส่วนของวิชาเอกต่อไป เมื่อสอบผ่านครบแล้วจึงจะได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มหาวิทยาลัยที่เป็นหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาครู จะไม่สามารถเปิดหลักสูตร ป.บัณฑิตด้วยได้ สามารถเป็นได้เพียงหลักสูตรเดียว ซึ่งผมคิดว่าอนาคตหลักสูตร ป.บัณฑิต จะค่อยๆ หายไป และหลักสูตรใหม่นี้ จะทำให้ผู้ที่เรียนคณะมนุษยศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ หรือคณะอื่นๆ ที่สนใจเป็นครู ก็สามารถเข้ามาเรียนหลักสูตรนี้เพิ่มเติมได้ แต่ครูในกลุ่มดังกล่าวจะสอนได้ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเท่านั้น เพราะคนกลุ่มนี้ถือว่ามีความเก่งด้านเนื้อหา อีกทั้งเรื่องนี้ยังจะช่วยแก้ปัญหาที่หลักสูตร ป.บัณฑิต เปิดมาเพื่อรับนักศึกษา หรือ จบป.บัณฑิตแล้วสอนไม่ตรงกับวิชาเอก&amp;quot;ประธาน กมว.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98519</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมว., นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์, หลักสูตรป.บัณฑิต, หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210406/image_big_606c26d87c921.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98343</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2021 09:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2021 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;กมว.&quot;รื้อใหม่ขึ้นสู่ตำแหน่งผอ.รร. รองรับพ.ร.บ.ศึกษาชาติ เปลี่ยนเรียก&quot;หัวหน้าสถานศึกษา&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

5เม.ย.64-&amp;nbsp;กมว. ทบทวน กรณีผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ไม่จำเป็นต้องจบป.โท บริหารการศึกษา &amp;quot;เอกชัย&amp;quot; เผย อนาคต ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาจะไม่มี เน้นประสบการณ์ &amp;nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับพ.ร.บ.การศึกษาชาติฉบับใหม่ ที่ยกเลิกคำว่า&amp;quot;ผู้อำนวยการ&amp;quot;ให้ใช้คำว่า&amp;quot;หัวหน้าสถานศึกษา&amp;quot;แทน

นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (ประธาน กมว.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในที่ประชุม กมว.ได้มีการพิจารณาร่างมาตรฐานวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาและการศึกษา ซึ่งที่ประชุมมีความเห็นว่าอาจจะต้องมีการพิจารณาทบทวน กรณีผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ไม่จำเป็นต้องจบปริญญาโท สาขาบริหารการศึกษา แต่จะต้องมีประสบการณ์การบริหารการศึกษา โดยจากนี้คณะอนุกรรมการฯ ชุดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจะนำความเห็นนี้ไปดำเนินการปรับปรุงร่างมาตรฐานวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาและการศึกษา เมื่อแล้วเสร็จจะเสนอให้ที่ประชุมสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ แห่งประเทศไทยพิจารณา และขั้นตอนต่อไปก็จะจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นแบบกลุ่ม (Focus Group) โดยเชิญผู้อำนวยการ ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เข้าร่วม เมื่อได้ข้อสรุปทั้งหมดแล้ว ก็จะนำเข้าพิจารณาในที่ประชุม กมว. ก่อนจะเสนอให้คณะกรรมการคุรุสภา พิจารณาและประกาศเป็นข้อบังคับ

ประธานกมว.กล่าวอีกว่า าเหตุที่ต้องปรับร่างมาตรฐานวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาและการศึกษา เพื่อที่จะทำให้ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป และเน้นเรื่องสมรรถนะให้มากขึ้น อีกทั้งร่างนี้ฯ จะเป็นแนวทางให้มหาวิทยาลัยนำไปใช้ในการออกแบบหลักสูตร ซึ่งการปรับในครั้งนี้จะสอดคล้องกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... ที่กำหนด ให้คำว่า ผู้อำนวยการสถานศึกษา ใช้คำว่า หัวหน้าสถานศึกษาแทน และจะใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพกับหัวหน้าสถานศึกษาไม่ได้ ดังนั้น จากนี้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาจะไม่มี และผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา จะต้องมีประสบการณ์การบริหาร และผ่านการดำรงตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าสถานศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;เรื่องนี้จะช่วยแก้ปัญหามหาวิทยาลัยที่เร่งเปิดหลักสูตรบริหารสถานศึกษา เพื่อรับผู้เรียนจำนวนมากจนไม่มีประสิทธิภาพ และปัญหาที่ครูจบใหม่ ศึกษาต่อเพื่อให้ได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อจะสอบเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน&amp;quot;นายเอกฃัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาเหตุส่วนหนึ่งที่ พ.ร.บ.การศึกษาชาติฉบับใหม่&amp;nbsp; ยังไม่คลอดออกมามีผลบังคับใฃ้ เนื่องจาก มีเสียงคัดค้านไม่เห็นด้วย ที่จะเปลี่ยนแปลงคำเรียกตำแหน่ง &amp;quot;ผู้อำนวยการโรงเรียน&amp;quot; เป็น&amp;quot;ครูใหญ่ &amp;quot;โดยผู้ร่างกม.ระบุว่าผู้อำนวยการโรงเรียน ไม่ได้เป็นเพียงผู้บริหารโรงเรียนเท่านั้น แต่ต้องมีจิตสำนึกความเป็นครูด้วย &amp;nbsp;แต่ก็มีเสียงคัดค้านไม่เห็นด้วยมาตลอด ทำให้ต้องมีการปรับปรุงแก้ไขร่างพ.ร.บ.การศึกษาชาติหลายคร้ั้ง ในที่สุดมาลงตัวที่ การเปลี่ยนจากผู้อำนวยการโรงเรียน มาเป็น &amp;quot;หัวหน้าสถานศึกษา&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98343</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ผู้อำนวยการโรงเรียน, #พ.ร.บ.การศึกษาชาติ, กมว., หัวหน้าสถานศึกษา, เอกชัย กี่สุขพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200515/image_big_5ebe43f84aeec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98126</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2021 17:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2021 17:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมว. ตีตกครูขอ “ตั๋วผู้บริหาร” เหตุเคยเกี่ยวข้องคดีทุจริต สั่ง&quot;คุรุสภา&quot;ทำสื่อออนไลน์ สะท้อนความรุนแรงระหว่างครูกับเด็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2เม.ย.64-นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (ประธาน กมว.) กล่าวภายหลังการประชุม กมว. ว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณากรณีคดีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าค่ายลูกเสือ ฝึกมุดน้ำหลบระเบิดแล้วจมน้ำตาย และกรณีที่ครูตั้งกฎให้เด็กตบหน้ากันเอง ซึ่งขณะนี้ กมว.ได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง ทั้ง 2 กรณีแล้วและเมื่อผลการสืบข้อเท็จจริงได้ข้อสรุปเมื่อไร ก็สามารถตั้งคณะกรรมการสอบสวนได้ทันที เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรวดเร็ว
&amp;nbsp;นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มีมติพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ที่มีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศ จำนวน 2 ราย รวมถึงยังมีมติไม่อนุมัติใบอนุญาตผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 1 ราย เนื่องจากเคยมีประวัติการเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตมาก่อน ซึ่งหากมีกรณีในลักษณะนี้เกิดขึ้นทาง กมว.จะถือว่าครูคนดังกล่าวเคยมีพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงจะกระทำการทุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้งนี้ประชุมยังมีมติให้คุรุสภาทำสื่อออนไลน์ที่แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงระหว่างครูและเด็ก เพื่อเป็นการสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ครูในเรื่องจรรยาบรรณ และระมัดระวังการปฏิบัติหน้าที่&amp;rdquo;ประธาน กมว.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98126</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมว., คุรุสภา, ตั๋วผู้บริหารสถานศึกษา, นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200921/image_big_5f68668c1404a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
