<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2021 21:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การเมืองไม่ยุ่งมุ่งพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยอดผู้ติดเชื้อใน กทม.และปริมณฑลรายวันยังสูงลิ่ว จำนวนรวมกันเกินครึ่งของยอดป่วยแต่ละวันของทั้งประเทศตลอด ขณะที่แนวโน้มผู้ป่วยอาการหนักและปอดอักเสบอยู่ในระดับน่าเป็นห่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะชุมชนแออัดต่างๆ ใน กทม.เจอผู้ติดเชื้อต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ต้องเร่งปูพรมค้นหาเชิงรุก สลับกับฉีดวัคซีนกันขนานใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ เขตคลองเตยยังเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ในเมืองหลวง ที่หลายภาคส่วนกำลังระดมสรรพกำลังกันเข้าไปเพื่อสะกดไวรัสมรณะให้ได้โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่นับว่าเป็นโชคดีที่คนคลองเตยมี ส.ส.น้ำดีอย่าง &amp;ldquo;มาดามน้อง&amp;rdquo; กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม. จากพรรคพลังประชารัฐ ที่ชาวบ้านยกนิ้วโป้งให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยามวิกฤติ โควิด-19 ระบาด ไม่ว่าระลอกไหน คลองเตยจะเจอผู้ป่วยมากน้อยเพียงไร ไม่เคยหายหน้า ลุยช่วยชาวบ้านตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างรอบนี้ พื้นที่คลองเตย คนเอ่ยปากชมเยอะ ว่า กริ๊งกร๊างหามาดามขอความช่วยเหลือ ไม่เคยถูกปฏิเสธหรือบ่ายเบี่ยงเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยิ่งจุดไหนเจอคนป่วยแล้วต้องการพ่นยาฆ่าเชื้อ ต่อสายหา &amp;ldquo;กรณิศ&amp;rdquo; ไม่มีผิดหวัง แป๊บเดียวทีมงานเข้าถึงพื้นที่ จัดให้แบบรวดเร็ว ทั่วถึง แค่ขอให้บอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน ยังปกป้องผลประโยชน์คนคลองเตยสุดลิ่มทิ่มประตู อย่างวันก่อน &amp;ldquo;มาดามน้อง&amp;rdquo; ออกมาแฉเอง มีขบวนการแจกบัตรคิวฉีดวัคซีนไม่เป็นธรรมในพื้นที่ เล่นเอาหน่วยงานเกี่ยวข้องต้องเข้ามาดูปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะเส้นใหญ่แค่ไหน แต่ถ้าไม่แฟร์ &amp;ldquo;กรณิศ&amp;rdquo; บวกหมด เพราะยามนี้ต้องช่วยประชาชน สนองนโยบาย &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ไม่ใช่ทำพื้นที่หวังผลทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส.ส.กทม.มันต้องแบบนี้ ก่อนเลือกตั้ง หลังเลือกตั้ง มันต้องเป็นคนคนเดียวกัน อย่างนี้ต้องกดไลค์.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฌ.เฌอ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102830</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา, การเมืองไม่ยุ่งมุ่งพื้นที่, คันปากอยากเล่า, ฌ.เฌอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f2ff6c243787.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101640</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2021 18:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2021 18:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.คลองเตย เรียกร้องกทม.ตรวจเชิงรุก คลองเตย 6 จุดครอบคลุม 15 ชุมชน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ค.64 - น.ส.กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม.เขตคลองเตย-วัฒนา พรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า เนื่องด้วยปัจจุบัน หลายๆภาคส่วนมีความกังวลเกี่ยวกับ​ความเป็นไปได้​ของ​ &amp;quot;คลัสเตอร์คลองเตย&amp;quot; ซึ่งมีการแพร่เชื้อติดต่อเป็นวงกว้างจากความเป็นอยู่ทางกายภาพของชุมชนแออัดในพื้นที่เขตคลองเตย (เป็นพื้นที่แออัดที่สุดในประเทศไทย) ประชากรในเขตคลองเตยมีมากกว่า หนึ่งแสนคน (ยังไม่รวมประชากรแฝงอีกมากมายที่ไม่ได้อยู่ในทะเบียนบ้านและทำงานเข้าออกในพื้นที่) และกว่า80% ของประชากรในเขตคลองเตย อาศัยอยู่ในพื้นที่ชุมชนแออัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.กรณิศ ระบุด้วยว่า จากรายงานเบื้องต้นพบว่า มีประชากรเขตคลองเตยยืนยันติดเชื้อไปแล้ววกว่า 300 ราย และจากสถิติการตรวจเชิงรุกในชุมชนคลองเตยไปแล้ว 1500 ราย พบว่ามีผู้ติดเชื้อในอัตราเกือบ10% ซึ่งถือว่าอยู่ในอัตราที่สูงจนน่าเป็นห่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส.ส.กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ในฐานะตัวแทนของประชาชนเขตคลองเตย มีความจำเป็นที่ต้องการให้มีการตรวจเชิงรุกภายในพื้นที่ชุมชนแออัดของคลองเตย จำนวน 6 จุด ครอบคลุม 15 ชุมชน ประกอบด้วย ศูนย์สร้างสุขทุกวัย(ศูนย์เยาวชนคลองเตย) โรงเรียนชุมชนหมู่บ้านพัฒนา แฟลต1-10 แฟลต 11-18 โดมโรงเรียนสามัคคีสงเคราะห์ และโรงเรียนวัดคลองเตย ก่อนที่จะมาการแพร่เชื้อลุกลามไปเกินกว่าจะควบคุมได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#คลองเตยต้องชนะ #เราจะผ่านมันไปด้วยกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101640</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา, พรรคพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608fe053b0e37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จบ!ป้อมรับคุมพปชร. ไพบูลย์งัดกม.บี้เปิดประชุม/&#039;เดียร์&#039;วอนเลิกขัดขา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ลุงตู่ยังเนื้อหอม ชาวบ้านตะโกนเชียร์ &amp;quot;รักลุงตู่ รักตลอดไป&amp;quot; ด้าน &amp;ldquo;ลุงป้อม&amp;rdquo; แบไต๋หัวหน้า พปชร. สมาชิกเลือกอย่างไรก็ว่าตามนั้น &amp;ldquo;อุตตม&amp;rdquo;-&amp;ldquo;วิรัช&amp;rdquo; เผชิญหน้าท่ามกลางบรรยากาศอึมครึม โยนปรับ ครม.เป็นอำนาจนายกฯ &amp;ldquo;ไพบูลย์&amp;rdquo; จ่อแก้เกมหากยื้องัด ม.41 พ.ร.ป.พรรคการเมือง ใช้เสียง ส.ส. 1 ใน 4 &amp;nbsp;หรือสมาชิกพรรค 1 ใน 10 เปิดประชุมใหญ่ &amp;ldquo;สิระ&amp;rdquo; ฟันธงว่าที่หัวหน้าจบที่ &amp;quot;ลุงป้อม&amp;quot; คนเดียว ซัด &amp;quot;สนธิรัตน์&amp;quot; อย่าเผาบ้าน ส.ส.ระยองจี้รับผิดชอบคำพูดหยามนักการเมืองเก่าหิวโซ ท้าลงสมัครเลขาฯ ชุดใหม่ &amp;ldquo;มาดามเดียร์&amp;rdquo; ผนึก 6 ส.ส. วอนหยุดขัดแย้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน ที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสห้าแยกลาดพร้าว กทม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานในการทดสอบความพร้อมการให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต โดยทันทีที่มาถึง นายกฯ และคณะเยี่ยมชมนิทรรศการที่บริเวณสถานีห้าแยกลาดพร้าว หลังจากกล่าวเปิดงานนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะได้เดินทางโดยขบวนรถไฟฟ้าจากสถานีห้าแยกลาดพร้าว ไปยังสถานีวัดพระศรีมหาธาตุ โดยเมื่อมาถึงสถานีวัดพระศรีมหาธาตุ นายกฯ ได้กดแตร 3 ครั้ง ก่อนถ่ายภาพหมู่ร่วมกับคณะผู้บริหารบีทีเอส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นก่อนเดินทางกลับ ได้มีประชาชนจำนวนหนึ่งพร้อมกับนักเรียนมาต้อนรับและตะโกนว่า &amp;quot;รักลุงตู่ รักตลอดไป&amp;quot; ขณะที่นายกฯ ตะโกนตอบกลับ &amp;quot;รักทุกคน&amp;quot; ก่อนออกเดินทางไปทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสการปรับ ครม.ในขณะนี้ว่า ไม่ทราบ ได้ยินแต่ที่สื่อมวลชนพูด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นายกฯ ได้มาปรึกษาอะไรที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายหากจะมีการปรับ ครม.บ้างหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า นายกฯ ไม่ได้มาปรึกษาอะไรเลย เพราะไม่ได้เกี่ยวอะไรกับข้อกฎหมาย และนายกฯ ก็บอกไปแล้วว่ายังไม่ได้คิด มีแต่คนอื่นไปคิดแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีปรับ ครม.มีการส่งสัญญาณมาหรือไม่ ว่ายังไม่ทราบ นายกรัฐมนตรียังไม่ส่งสัญญาณอะไรมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่ได้ให้สัมภาษณ์ว่าไม่พร้อมหากถูกเสนอชื่อให้เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ว่ายังไม่ถึงเวลา เพราะเมื่อถึงเวลาก็แล้วแต่พรรคและสมาชิกพรรค และว่า &amp;ldquo;ผมไม่เกี่ยว เขาเลือกกันอย่างไร ก็ว่าไปตามนั้น&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่าสามารถเป็นหัวหน้าพรรคได้และเป็นไม่ได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรพยักหน้าและตอบสั้นๆ ว่า &amp;ldquo;อืม&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เวลา 10.00 น. มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ.... นัดประชุมเป็นครั้งแรก ที่ห้องประชุม 416-417 ฝั่งวุฒิสภา โดยก่อนการประชุม ได้แยกประชุมย่อยที่ห้อง 415 เพื่อหารือเบื้องต้น โดยมีนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง เข้าร่วมประชุมด้วย โดยบรรยากาศค่อนข้างอึมครึม เนื่องจากภายในห้องมีนายอุตตมนั่งอยู่ด้วย ขณะที่มี ส.ส.กลุ่มที่เป็นแกนนำเคลื่อนไหวให้นายอุตตม พ้นจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เพื่อดัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นั่งเป็นหัวหน้าพรรคแทนได้นั่งอีกฝั่ง อาทิ &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ขณะที่กลุ่มของนายอุตตมก็มีนายวิเชียร ชวลิต &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเมื่อประชุมกลุ่มย่อยเสร็จแล้ว นายอุตตมออกจากห้องเพื่อประชุม กมธ.วิสามัญฯ พร้อมปฏิเสธคำถามถึงกระแสข่าวการปรับ ครม. โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า &amp;ldquo;ผมไม่ทราบ เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิรัชปฏิเสธตอบคำถามถึงปัญหาภายในพรรคพปชร. กล่าวเพียงว่า &amp;ldquo;ไม่ได้อยู่ในคณะกรรมาธิการฯ เป็นเพียงวิปที่คอยประสานงานให้เท่านั้น ส่วนรัฐมนตรีคลังก็นั่งอยู่ในห้อง &amp;nbsp;อย่าถามผม&amp;rdquo;&amp;nbsp;
งัด พรป.แก้เกมเรียกประชุมใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พปชร. 1 ใน 16 รักษาการกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการประชุมใหญ่สามัญพรรคเพื่อตั้ง กก.บห.ชุดใหม่ภายใน 45 วัน หลัง 18 กก.บห.ลาออก ส่งผลให้ กก.บห.ทั้งชุดสิ้นสภาพว่า ขณะนี้ยังรอนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง รักษาการหัวหน้าพรรค นัดประชุม กก.บห.ที่เหลือ 16 คน เพื่อกำหนดวันประชุมใหญ่สามัญ สถานที่ และระเบียบวาระการประชุม หากยังไม่ชัดเจนหรือยื้อ สัปดาห์หน้าอาจจะใช้แนวทางของกฎหมายตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 41 ที่ระบุว่า สมาชิกซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จํานวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของจํานวนสมาชิกซึ่งเป็น ส.ส. หรือกรรมการบริหารพรรคการเมืองจํานวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจํานวนกรรมการบริหารพรรคการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หรือสมาชิกจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิก ทั้งหมดที่มีอยู่ของพรรคการเมือง หรือไม่น้อยกว่า 250 คน แล้วแต่จํานวนใดจะน้อยกว่า มีสิทธิเข้าชื่อกันยื่นคําร้องขอให้จัดการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคการเมืองนั้นได้ เพื่อขอให้ประชุมใหญ่สามัญประจำปีเพื่อเลือก กก.บห.ชุดใหม่ภายใน 45 วัน นับตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. และหากบางคนในพรรคเห็นว่าควรประชุมกรรมการบริหารทั้ง 34 คน ไม่ใช่ 16 คน เพราะทั้งหมดถือว่าสิ้นสภาพแล้ว ทั้งหมดทำหน้าที่รักษาการกรรมการบริหารพรรค ตนไม่มีปัญหา จะประชุม 16 คนหรือ 34 คนได้หมด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์กล่าวว่า สำหรับการปรับโครงสร้าง กก.บห.ใหม่นี้ เนื่องจากเห็นว่าที่ผ่านมาหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคไม่ได้เข้าร่วมประชุมกับ ส.ส.เท่าที่ควร รวมทั้งไม่มีการนัดประชุม กก.บห. เพราะตั้งแต่มีกรรมการบริหารพรรคชุดนี้ ประชุมไปเพียงครั้งเดียวเมื่อวันที่ 26 ม.ค. ส่วนการทำหน้าที่รัฐมนตรี เป็นเรื่องที่นายกฯ พิจารณา และส่วนตัวมองว่าในฐานะรัฐมนตรี ทั้งนายอุตตมและนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ทำหน้าที่ได้ดี แต่ในฐานะหัวหน้าและเลขาธิการพรรคทำหน้าที่ไม่ดีเท่าที่ควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงการนัดประชุมใหญ่พรรคว่า อยู่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะยังอยู่ในช่วง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และทุกคนที่เป็นสมาชิกพรรค โดยเฉพาะ ส.ส.เมื่อประชุมสภาเสร็จก็ต้องลงพื้นที่ แต่มีผู้ใหญ่ที่เป็นเลขาธิการพรรค คือนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ออกมาให้สัมภาษณ์ในเชิงเผาพรรค เช่น ที่มีปัญหาในพรรค เพราะไปแย่งกันซื้อกองทุนพลังงาน ตนอยากถามกลับไปว่า เขาไปเองหรือเรียกเขาไป เท่าที่รู้มามีการเรียก ส.ส.ไปที่กระทรวงพลังงาน เพื่อไปคุยเรื่องกองทุนพลังงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทุกคนหยุดการเคลื่อนไหว หยุดการสร้างความแตกแยกหมดแล้ว เหลือเพียงนายสนธิรัตน์ ส่วนตัวผมยังเรียกร้องท่านที่เป็นเลขาฯ พรรค หากท่านหยุดพูดคนเดียวทุกอย่างก็จะหยุด ขอให้ท่านรอวันที่เลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ท่านมีโอกาสกลับมา แต่วันนี้ขอท่านอย่าเผาบ้าน พปชร. ถ้าจะไม่ได้รับการเลือกตั้งกลับมาเป็นเลขาธิการพรรคอีก ก็อยู่ที่ดุลพินิจว่าสมาชิกจะเลือกท่านหรือไม่ ขอวิงวอนให้หยุดว่าคนในพรรคได้แล้ว&amp;rdquo; นายสนธิรัตน์ กล่าว
จบที่&amp;quot;ลุงป้อม&amp;quot;คนเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ยังยืนยันที่จะเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตรเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ เพราะ พล.อ.ประวิตรระบุว่ายังไม่พร้อม นายสิระ กล่าวว่า ยืนยันเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตรเป็นหัวหน้าพรรค แต่ท่านจะรับหรือไม่เป็นสิทธิของท่าน แต่ตนยืนยันที่จะเสนอชื่อท่านเป็นหัวหน้าพรรค และหากท่านปฏิเสธตนก็ไม่เสนอชื่อใครเป็นหัวหน้าพรรค เพราะตนมีคนเดียว จบที่ลุงป้อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในความคิดของผมคือ ลุงป้อมคนเดียว แม้แต่สิระยังจบเลย ลองคิดดูว่าคนอื่นจะไม่จบหรือ&amp;rdquo; นายสิระกล่าวเมื่อถามย้ำว่ามั่นใจใช่หรือไม่ว่าหากเป็น พล.อ.ประวิตร ทุกอย่างจะจบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์ โสภณ ส.ส.ระยอง พรรค พปชร. กล่าวถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหาร พปชร.ว่า ตนเป็น ส.ส.หน้าใหม่ แต่กรณีที่นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และอดีตเลขาฯ พรรค พูดว่าสงสาร ส.ส.หน้าใหม่ๆ ในพรรค ถือว่าไม่เหมาะสม อยากเรียนว่าไม่ต้องมาสงสารหรอก เพราะว่าตนมาจากการเลือกตั้ง มาจากเสียงของประชาชน สิ่งที่เกิดขึ้นคิดว่าถูกต้อง นายสนธิรัตน์อย่าคิดว่าทั้งพรรคหรือทั้งประเทศไทยมีคนเก่งแค่คุณเท่านั้น คนที่เขาบริสุทธิ์ใจที่อาสาเข้ามาจากเสียงประชาชน เพื่อประโยชน์ต่อประชาชน เข้ามาเป็น ส.ส.ในสภาทั้ง 500 คน ส.ส.ทุกคนคิดเป็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่คุณพูดว่าการเมืองแบบเก่าหิวโซๆ ถอนทุนจะกลับมา หรือคุณทำงานแบบมือสะอาดนั้น สิ่งที่พูดนั้นคุณสนธิรัตน์หมายความว่า คนที่จะมาเป็นเลขาฯ พรรคแทนคุณนั้นมือไม่สะอาด หรือเป็นนักการเมืองแบบเก่าๆ คุณพูดเล่นนี้ต้องรับผิดชอบ และเป็นการว่า ส.ส.ทั้ง 500 คนใช่หรือไม่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์กล่าวต่อว่า คำพูดของนายสนธิรัตน์เป็นการดูถูกดูแคลนนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งที่มาจากประชาชน คุณไม่เคยมาจากเสียงของประชาชนเลยไม่เข้าใจ ถ้าคุณเรียนเก่ง เรียนสูง มั่นใจตัวเองขนาดนี้ ลองลงเลือกตั้งดู สภาแห่งนี้คงไม่ต่างจากการเรียนหนังสือในห้องเรียน ถ้ามีแต่นักวิชาการทั้งหมด อยากจะสอนนายสนธิรัตน์ว่า การเมืองในสภาหรือคนที่เขาผ่านมาเป็น ส.ส.เขามีวิธีคิดอ่านมากกว่าแน่นอน มิเช่นนั้นการตั้งรัฐบาลหรือ ครม. นายกรัฐมนตรีแต่ละท่านคงเอานักวิชาการมาเป็นรัฐมนตรี กันทั้งคณะ นักวิชาการอย่างนายสนธิรัตน์ไม่มีทางมาเข้าใจความรู้สึกความต้องการของประชาชนรากหญ้า หรือมาเข้าใจการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เพราะว่าคุณอยู่แต่ข้างบน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ฉะนั้นอยากจะฝากคุณสนธิรัตน์ว่าหยุดและพอได้แล้ว อย่ากล่าวหานักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งที่มาจากประชาชน อย่ากล่าวหาว่าคนอื่นๆ จะไม่มีความสามารถแบบคุณ จะมากล่าวหาว่าคนอื่นทำไม่ได้เท่าคุณ ยิ่งพูดยิ่งเป็นการประจานตัวคุณเอง เหมือนกับกำลังดิ้นรนอะไรบางอย่าง ขอให้คุณนิ่งๆ รอวันเลือกกรรมการบริหารพรรคใหม่ และนายสนธิรัตน์อยากพิสูจน์ตัวเองก็สมัครตำแหน่งเลขาฯ พรรคต่อไปเลย&amp;rdquo; นายสมพงษ์กล่าว
6 ส.ส.วอนหยุดขัดแย้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน 6 ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ นำโดย น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ, น.ส.กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.เขตคลองเตย-วัฒนา, น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.เขตดุสิต-บางซื่อ, น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.เขตราชเทวี-พญาไท-จตุจักร, น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.เขตบางกะปิ-วังทองหลาง และนายศิริพงษ์ รัสมี ส.ส.เขตหนองจอก ออกมาเรียกร้องหลังเกิดปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐ จากกรณีกรรมการบริหารพรรค 18 คนลาออกจากตำแหน่งว่า เรากลุ่ม 6 ส.ส.พลังประชารัฐ ผนึกกำลังขอให้ผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐที่เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หยุดขัดแย้ง ร่วมรักสามัคคี หยุดเรื่องการเมือง มุ่งหน้าแก้ไขปัญหาความทุกข์ร้อนของประชาชนตามสัญญาที่ให้ไว้ ความขัดแย้งทางการเมืองเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในสังคมประชาธิปไตย แต่ต้องอยู่บนรากฐานที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราขอยึดมั่นในอุดมการณ์ บนเจตนารมณ์แรกของพรรคพลังประชารัฐคือ การสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี และขอเดินหน้าทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ทะนุบำรุงศาสนาทุกศาสนา และปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้สมกับความไว้วางใจที่พวกเราได้รับจากประชาชน&amp;quot; กลุ่ม 6 ส.ส.กล่าว พร้อมติดแฮชแท็ก #หยุดทะเลาะเพื่อประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ร้องทุกข์พรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ กล่าวหา 3 ป. จะได้รับประโยชน์จาก พ.ร.ก.กู้เงิน จำนวน 4 แสนล้านบาท ว่านายรังสิมันต์คงไม่ได้ติดตามการเมือง หรือไม่เคยอ่านประวัติศาสตร์ถึงพูดจากใส่ร้าย พล.อ.ประวิตรมาโดยตลอด ซึ่งอะไรเกี่ยวข้องกับ พล.อ.ประวิตรนั้น นายรังสิมันต์ก็จะพยายามหยิบมาเชื่อมโยงเพื่อปลุกกระแสความเข้าใจผิดให้เกิดขึ้นนอกสภา ที่อ้างว่างบ 4 แสนล้านบาทนั้น นักการเมืองจะได้ประโยชน์ไม่ใช่เรื่องจริง แต่ความจริงรัฐบาลภายใต้การคุมของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีนั้น ทำเพื่อประชาชนที่เดือดร้อนจากวิกฤติโควิด-19 ได้เน้นย้ำอย่างชัดเจนว่าจะไม่มีการปล่อยให้ทุจริตคอร์รัปชัน และการกู้เงินนั้นคนที่ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริงคือ ประชาชน ไม่ใช่ 3 ป. อย่างที่นายรังสิมันต์กล่าวโจมตี พล.อ.ประวิตร ซึ่งตนเป็นห่วงว่าในอนาคตจะโดนคดีเพิ่มเติม เพราะด้วยความมีโทสาคติในใจ ไม่รับฟังความคิดเห็น แล้วเอาข้อมูลเท็จมาบอกประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องภายในของพรรคพลังประชารัฐจะมีการปรับหัวหน้าพรรคหรือไม่ ก็ไม่ใช่กิจการอะไรของพรรคก้าวไกล อยากบอกนายรังสิมันต์ นอกจากควรศึกษาหาความรู้ให้มากขึ้นแล้ว ก็ควรศึกษาเคารพกฎการอยู่ร่วมกันด้วย อย่ามีแต่กฎกูเพียงอย่างเดียว ไม่งั้นกลัวว่าพรรคก้าวไกลจะซ้ำรอยเหมือนพรรคสีส้มเดิมในอดีต&amp;rdquo; นายสามารถกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 กล่าวว่า ไม่ได้รับการทาบทามให้ไปดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และขณะนี้ยังไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองพรรคใด อีกทั้งตอนนี้นายกรัฐมนตรีตั้งเป็นกรรมการบริหารบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อไปแก้ไขปัญหาในการบินไทย ซึ่งตามกฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่า ห้ามไปดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง ดังนั้นข่าวที่ออกมาว่าจะไปรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จึงเป็นไปไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านฯ ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการดำเนินการของคณะผู้ห่วงใยประเทศ หรือกลุ่มแคร์ ที่เป็นการรวมตัวกันของอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทยว่า ตนและผู้ประสานงานกลุ่ม 4 คน ที่เป็นอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย คุยกันเบื้องต้นว่าจะมีการหารือกันของกลุ่มครั้งที่ 2 ในช่วงต้นสัปดาห์หน้า โดยจะหารือต่อเนื่องจากการประชุมครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นชื่ออย่างเป็นทางการของกลุ่ม และแนวทางดำเนินการของกลุ่ม คาดว่าเมื่อทุกอย่างชัดเจนแล้ว จะมีการเปิดตัวกลุ่มอย่างเป็นทางการภายในเดือน มิ.ย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67937</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา, ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, ภูมิธรรม เวชยชัย, วิษณุ เครืองาม, สมพงษ์ โสภณ, สามารถ เจนชัยจิตรวนิช, สิระ เจนจาคะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200605/image_big_5eda3a0c4da57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2019 18:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2019 18:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาดามเดียร์&#039;ลุยหาเสียงช่วยผู้สมัครส.ส.เขตคลองเตย-วัฒนา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มี.ค.62 - นางสาววทันยา วงษ์โอภาสี ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ช่วย นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ผู้สมัคร ส.ส.เขต คลองเตย วัฒนา เบอร์6 หาเสียงในชุมชนแฟลต2คลองเตย พร้อมพูดคุยรับฟังปัญหาจากกลุ่มเยาวชนเกี่ยวกับสนามฟุตบอล ณ ลานกีฬา ภายในศาลาธรรมชุมชนคลองเตย รวมถึงพื้นที่ทำกิจกรรมในชุมชน และได้ร่วมเตะฟุตบอลกับเด็กและเยาวชนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาววทันยา กล่าวภายหลังลงพื้นที่ ว่า วันนี้ตั้งใจมารับฟังปัญหาเด็กๆในท้องที่ โดยก่อนหน้านี้ได้ลงพื้นที่ไปในชุมชนต่างๆของ กทม. ก็มักจะมีน้องเยาวชนที่เล่นฟุตบอล รวมตัวกันมานำเสนอ มาพูดคุย ว่าจะทำอย่างไรที่ทางพรรคพลังประชารัฐจะเข้ามาช่วยสนับสนุนได้บ้าง &amp;nbsp; และส่วนมากที่พบปัญหาจะเป็นเรื่องของสถานที่ สนามฟุตบอล ซึ่งในหลายชุมชนมักจะไม่มีสถานที่จะใช้เล่นกีฬาฟุตบอล จึงอยากจะจัด เพิ่มสถานที่ให้เด็กๆได้มีพื้นที่เล่นกีฬาในชุมชนเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาววทันยา กล่าวว่าส่วนชุมชนคลองเตยที่ลงพื้นที่ในวันนี้ เป็นตัวอย่างที่ดี เพราะเด็กๆเรียกร้องเรื่องของสถานที่สำหรับใช้ในการฝึกซ้อมเช่นกัน เรื่องจากพื้นที่ซ้อมฟุตบอลปกติ เป็นพื้นปูนไม่เหมือนการฝึกที่สนามหญ้า รวมถึงเด็กๆในชุมชนต้องการโอกาสที่จะไปแข่งขันในระดับชุมชน เพื่อเป็นประสบการณ์ที่เปิดกว้าง ทั้งนี้หากใครมีพรสวรรค์ ก็จะนำไปสู่โอกาสทางการศึกษาทางกีฬาด้วย ทั้งนี้เชื่อว่า เด็กไทยทุกคนอยากมีโอกาสเป็นหนึ่งในทีมชาติ ดังนั้นจะต้องสนับสนุนน้องๆให้ไปถึงฝันได้ &amp;nbsp;โดยหลังจากนี้ ก็จะลงพื้นที่ไปสำรวจ ความต้องการ ความขาดแคลนพื้นที่ต่างๆเกี่ยวกับเรื่องกีฬา ให้ครบถ้วนมากขึ้น เพื่อนำเสนอเป็นนโยบายดีๆให้ทางพรรคนำไปสานต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาววทันยา ยังกล่าวถึงกระแสข่าวที่มาลงเล่นการเมือง ว่าไม่ได้มาเล่นๆ ด้วยว่า หลังจากเข้ามาสู่การเมือง ก็มักมีกระแสว่ามาทำการเมืองเพราะหวังผลทางธุรกิจหรือไม่ ซึ่งยืนยันว่า การมาเล่นการเมือง ต้องลาออกทุกตำแหน่งทางการทำงาน และวันนี้ตั้งใจที่จะมาทำงานการเมืองจริงๆไม่ได้มาเล่นๆเพื่อแค่เอาชื่อเสียงเท่านั้นแล้วผ่านพ้นไป และจากการลงพื้นที่ก็แสดงให้เห็นชัดเจนว่า เมื่อเข้ามาเห็นถึงความต้องการของประชาชน ก็พร้อมที่จะผลักดันและทำทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการร่วมเวทีดีเบต ที่ผ่านมา ก็ได้มีโอกาสไปร่วมในหลายๆเวที และได้เจอตัวแทนจากพรรคอนาคตใหม่ และคนรุ่นใหม่หลายๆพรรค ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ได้เห็นคนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นสมาชิกพรรคของพรรคการเมือง ได้เห็นมุมมองของคนรุ่นใหม่เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ยืนยันว่า ส่วนตัว มั่นใจและพร้อมที่จะไปร่วมเวทีดีเบตทุกเวที กับทุกพรรค หากเป็นเวทีดีเบตเพื่อการสร้างสรรค์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นางกรณิศ ผู้สมัคร ส.ส.เขตคลองเตย วัฒนา กล่าวว่าจากการลงพื้นที่ การตอบรับดีมากสำหรับพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค และช่วงโค้งสุดท้ายเชื่อมั่นว่าจะนำชัยชนะมาสู่พรรคได้ ทั้งนี้ทุกครั้งที่ลงพื้นที่จะต้องนำเสนอนโยบายพรรคว่าจะก้าวข้ามความขัดแย้ง และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วย.
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30834</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา, ผู้สมัคร ส.ส.เขต คลองเตย วัฒนา, พรรคพลังประชารัฐ, มาดามเดียร์, วทันยา วงษ์โอภาสี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190308/image_big_5c8250888569a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19990</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถอดหัวโขนลงพื้นที่ 3รมต.อ้างเข้าใจบทบาทดี ดูดลูกกำนันเซียะซํ้า&#039;เป๊าะ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; 3 รัฐมนตรีพลังประชารัฐเดินสายการเมืองแล้ว ลงพื้นที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยมรับฟังปัญหา &amp;nbsp;ชี้มาในฐานะพรรคถอดหัวโขน รมต.แล้ว ยันเข้าใจบทบาทตัวเองดี &amp;ldquo;อุตตม&amp;rdquo; ลั่นมีแผนเดินสายวันหยุดอีก เผยเหตุ &amp;ldquo;โพธิพิพิธ&amp;rdquo; ยกครัวมาซบเพราะผู้ใหญ่อ้างจะช่วยเหลือเหมือนกรณี &amp;ldquo;กำนันเป๊าะ&amp;rdquo; หากปักธงเมืองกาญจน์ยกจังหวัด มาร์ครู้ปัญหาแต่ไม่ขอพูดมาก พื้นที่สระบุรีเดือด &amp;ldquo;อดิเรกสาร&amp;rdquo; มึนดูดจนพื้นที่ทับซ้อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันจันทร์ถือเป็นครั้งแรกที่ 3 รัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ประกาศไปร่วมงานการเมืองกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ลงพื้นที่ระดมสมองและรับฟังปัญหาที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ซึ่งนายชวน ชูจันทร์ ว่าที่กรรมการบริหาร พปชร.และประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรตลาดน้ำคลองลัดมะยมได้จัดขึ้น โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยก่อนเริ่มกิจกรรม นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม ว่าที่หัวหน้าพรรค พปชร. และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ว่าที่โฆษกพรรค พปชร.ได้เยี่ยมชมซุ้มต่างๆ ที่นำมาแสดงและได้ทดลองนวดแผนไทยด้วย ขณะที่นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ว่าที่เลขาธิการพรรค พปชร.กล่าวก่อนเริ่มกิจกรรมว่า ขอทำความเข้าใจวันนี้ไม่ได้มาในนามรัฐมนตรี แต่มาในนาม พปชร. จึงอยากให้ทุกคนสบายใจ ไม่ได้มีหัวโขนติดมา โดยอยากมาฟังพี่น้องประชาชนจากตัวแทนกลุ่มต่างๆ มาแลกเปลี่ยนกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เราจะรวบรวมสิ่งเหล่านี้สู่การขับเคลื่อนในระดับนโยบาย เพราะสิ่งเหล่านี้หากได้ทำจะช่วยพี่น้องประชาชน ช่วยเปลี่ยนแปลงประเทศ ช่วยคนข้างล่างได้มีโอกาส นี่คือสิ่งที่ตั้งใจมา&amp;rdquo; นายสนธิรัตน์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อมาในวงหารือเครือข่ายประชาชนกลุ่มต่างๆ กว่า 200 คนได้มีการแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม และส่ง 3 รัฐมนตรีเข้ารับฟัง โดยมีตัวแทนผู้นำชุมชนแสดงความเห็นทีละคน ซึ่งส่วนใหญ่ชื่นชมการทำงานของรัฐบาล พร้อมขอบคุณรัฐมนตรีที่ใช้แนวทางประชารัฐแก้ไขปัญหาให้ชุมชน ทั้งนี้นายภานุมาศ แก้วนอก &amp;nbsp;ตัวแทนชาวนาจาก จ.นครราชสีมา เรียกร้องให้เร่งทำพื้นที่ภาคอีสานเป็นมหาอำนาจด้านการผลิตข้าว &amp;nbsp;โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาน้ำ ซึ่งหาก พปชร.ผลักดันจริงจัง เชื่อว่านายอุตตมจะได้เป็นนายกฯ แน่นอน &amp;nbsp;และ พปชร.จะได้ใจคนอีสานทั้ง 20 จังหวัด นอกจากนี้ตัวแทนยังเรียกร้องให้ปลดหนี้เกษตรกร, ทำให้ชาวนามีเงินเดือน 3,000 บาทต่อครอบครัว และส่งเสริมเรื่องของการท่องเที่ยววิถีชุมชน รวมถึงการคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งจากตัวแทนเกษตรกร&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอุตตมกล่าวว่า ยินดีที่ประชาชนตื่นตัว ตื่นรู้ว่าอยากได้ประเทศและคนที่ขึ้นมาดูแลบริหารประเทศอย่างไร การพูดคุยวันนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีต่อการเมืองต่อไปในอนาคต และทุกเรื่องวันนี้จะรับไปดำเนินการเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ภายหลังวงหารือเสร็จสิ้น นายชวนได้ร้องเพลงอยากให้ความรักที่แต่งขึ้นเอง พร้อมแต่งกลอนพลังใจ ก่อนระบุว่าชุมชนไม่ต้องห่วงถ้ายังมีพวกเราอยู่ ประเทศไม่ต้องห่วงถ้ายังมีพวกเรา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสนธิรัตน์ให้สัมภาษณ์ถึงการวางตัวในบทบาทรัฐมนตรีและผู้บริหารพรรค พปชร. หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่าไม่ควรใช้ที่และเวลาราชการในการสัมภาษณ์การเมืองว่า เราเข้าใจบทบาทตัวเองอยู่แล้ว จึงใช้โอกาสวันหยุดมารับฟังประชาชน ยืนยันว่าไม่ได้ใช้เวลาหรือทรัพยากรของรัฐมาใช้ ในเวลาราชการจะไม่คุยเรื่องการเมือง เราระมัดระวังมากเรื่องการตอบคำถาม เพราะอยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎกติกา จึงขอให้สบายใจได้ว่าจะเข้มงวด ไม่คิดจะใช้ความได้เปรียบของตำแหน่งและบทบาทหน้าที่รัฐมนตรีไปสร้างผลประโยชน์ทางการเมือง แต่จะเดินหน้าทำงานโดยไม่เอาบทบาทรัฐมนตรีไปสร้างประโยชน์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ 4 รัฐมนตรีเข้าไปพูดคุยกันในห้องทำงานของนายสมคิด จาตุศรีทักษ์ รองนายกฯ ซึ่งเป็นสถานที่ราชการ นายสนธิรัตน์ตอบว่าไปคุยกันเรื่องงาน ต้องดูว่าทำในบทบาทใด ถ้าคุยการเมืองเราจะไปประชุมข้างนอก เพราะไม่ถูกต้องที่จะใช้สถานที่ราชการ ส่วนเสียงวิจารณ์ว่าการลงพื้นที่ต่างๆ เป็นการหาเสียงล่วงหน้านั้น ยืนยันไม่ได้หาเสียง เพียงแต่มาประชุม หากกลุ่มใดเชิญไปเราก็จะไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่ากลัวกระแสต่อต้านการดำเนินงานของพรรคจะบานปลายและกระทบพรรคหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ทุกอย่างมีกรอบและหลักเกณฑ์ ที่การเมืองบอบช้ำนั้นเพราะไม่ได้อยู่บนหลักการ สิ่งที่เราทำในอดีตก็เคยทำกันมา เราเข้ามาทำย่อมลำบากใจมากกว่านักการเมืองในอดีตแน่นอน ซึ่งเราจะระมัดระวังมากที่สุด และเวลาที่เหลืออยู่จะทำหน้าที่ในตำแหน่งรัฐมนตรีให้ดีที่สุด โดยจะยุติบทบาทรัฐมนตรีเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เมื่อถึงเวลานั้นจะเดินหน้าทางการเมืองเต็มตัว เวลานี้ยังไม่ถึงเวลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนนายอุตตมกล่าวว่า มาในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่จะมาทำงานให้ชาติ และเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่ได้เห็นคนไทยทำอะไรดีๆ เพื่อประเทศ ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้มารับฟัง และไม่ใช่มาในนามพรรคการเมืองหรือมานำเสนอนโยบาย เพราะพรรคยังไม่เกิด ซึ่งการลงพื้นที่รับฟังปัญหาและความเห็นประชาชนนั้น เบื้องต้นเป็นไปได้ที่จะลงพื้นที่เพิ่มเติมช่วงวันหยุดราชการ เพื่อนำประเด็นที่ได้จากการพูดคุยไปใช้ในการทำนโยบายในอนาคต ส่วนจะลงพื้นที่ไหนหรือจังหวัดนอกพื้นที่ กทม.หรือไม่ ขอพิจารณาตามโอกาสอีกครั้ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามถึงการดึงตัวอดีต ส.ส.พรรคการเมืองอื่นเข้าร่วม นายอุตตมกล่าวว่า เป็นปกติของนักการเมืองที่จะย้ายพรรค แต่กลุ่มไม่ได้ทำสิ่งใดที่เกินเลย ส่วนเสียงวิจารณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้ &amp;nbsp;แต่สุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้พิจารณาว่าข้อกล่าวหาที่มีเชื่อถือได้หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่าล่าสุดพบว่ามี 3 อดีตสมาชิกสภากรุงเทพ (ส.ก.) ของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มาร่วมฟังความเห็นครั้งนี้ด้วย ถือเป็นการเปิดตัวเข้าร่วมหรือไม่ นายอุตตมกล่าวว่าไม่ขอแสดงความเห็น ส่วนกรณี นพ.พลเดช ปิ่นประทีป อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นั้น มีการส่งตัวแทนมาพูดคุย แต่ยังไม่ได้พูดคุยโดยตรง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ ในงานเครือข่ายขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากชุมชน ตลาดน้ำคลองลัดมะยม มี ส.ก.ของพรรค ปชป.ที่มีข่าวว่าได้ย้ายมาสังกัด พปชร. 3 คน ได้แก่ น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ อดีต ส.ก.พระนคร, &amp;nbsp;นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา อดีต ส.ก.คลองเตย และนางกนกนุช กลิ่นสังข์ อดีต ส.ก.ดอนเมืองมาร่วมด้วย โดยนางกรณิศระบุว่าการตัดสินใจย้ายจาก ปชป.ไม่ใช่เพราะคำชวนของนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ &amp;nbsp;รองเลขาธิการนายกฯ แต่ตัดสินใจเอง หลังจากเห็นแนวคิดและแนวทางการทำงานที่เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ ส่วนจะถึงขั้นลงเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแกนนำพรรค และไม่ทราบว่าจะมี ส.ก.ปชป.ย้ายมาสังกัดอีกหรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึง 3 รัฐมนตรีลงพื้นที่พบประชาชนที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยมว่า เอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นไม่ใช่แค่ 100% แต่เป็น &amp;nbsp;10,000% เพราะเอาเปรียบตั้งแต่คิดตั้งพรรคการเมืองในทำเนียบรัฐบาล ชวนคนเข้าไปในทำเนียบฯ เอาเปรียบมาเป็นปีแล้ว ครั้งนี้จะเอาเปรียบอีกสักหน่อยก็คงไม่เป็นไร หากไม่อาย สังคมจะต้องมองเรื่องนี้ให้ละเอียด&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ท่านไม่ได้มาจากฐานของประชาชน แล้วยังเอาอำนาจที่มีอยู่ไปหาเสียงโดยอ้างประชาชน แล้วจะให้ประชาชนยอมรับได้อย่างไร การจะไปบอกให้ 3 รัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่งเป็นการสีซอเปล่าๆ ไม่มีประโยชน์&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีรัฐมนตรีในรัฐบาลเข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐลงพื้นที่พบประชาชน แต่อ้างว่าไม่ได้สวมหัวโขนรัฐมนตรีนั้น ความเป็นจริงคนเป็นรัฐมนตรีแล้วมีอำนาจบริหารถึงอย่างไรก็ไม่สามารถปฏิเสธการเป็นรัฐมนตรีได้ จึงถือเป็นการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นที่ถูกแช่แข็งไม่ให้เคลื่อนไหวอย่างยิ่ง ถ้าอยากแข่งขันกันแฟร์ๆ คสช.ก็ควรเปิดโอกาสให้ทุกพรรคการเมืองได้ทำกิจกรรมเช่นเดียวกับพรรคพลังประชารัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกกลุ่มสามมิตร กล่าวว่า อยากให้ทุกพรรคการเมืองให้ความสำคัญและเอาจริงเอาจังกับนโยบายสร้างความปรองดองให้คนในชาติ เพราะที่ผ่านมาบ้านเมืองขัดแย้งมานาน &amp;nbsp;แต่พอจะมีการเลือกตั้ง การสร้างความปรองดองกลายเป็นเพียงวาทกรรมเท่านั้น เพราะเริ่มสาดโคลนใส่กันทันที อยากให้เล่นการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เน้นการแข่งขันกันทางนโยบาย และหยุดความขัดแย้งไว้ก่อน เพื่อสร้างความอยู่ดีกินดีให้พี่น้องประชาชน
&amp;quot;การเลือกตั้งก็สู้กันด้วยนโยบาย แพ้ชนะแล้วจบ เพื่อนำพาประเทศไปข้างหน้า แต่ถ้าหากปล่อยไปเช่นนี้หลังเลือกตั้งประเทศก็คงจะมีความขัดแย้งอีก&amp;quot; โฆษกกลุ่มสามมิตรกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกันยังมีความเคลื่อนไหวในกรณีการย้ายพรรคอีก โดยเฉพาะกรณีนายธรรมวิชญ์ และนายอัฏฐพล โพธิพิพิธ บุตรชายนายประชา โพธิพิพิธ หรือกำนันเซียะ อดีต ส.ส.กาญจนบุรี ปชป.จะย้ายไปพรรค พปชร. โดยมีรายงานแจ้งว่ามีการเจรจาโดยใช้เงื่อนไขคดีบุกรุกที่ดินราชพัสดุ ซึ่งนายประชาถูกศาลฎีกาตัดสินจำคุก 2 ปี 8 เดือน และหลบหนีไปอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยยื่นข้อเสนอผ่านนางเขมพร ต่างใจเย็น หรือซ้อเขม ภรรยากำนันเซียะที่หลบหนีไปด้วย โดยประสานงานกว่า 2 สัปดาห์ เพราะผู้ใหญ่ใน พปชร.ตั้งเป้าต้องปักธงที่กาญจนบุรีให้ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;มีการอ้างถึงผู้มีอำนาจว่าจะช่วยดูแลให้ในลักษณะเดียวกับนายสมชาย คุณปลื้ม หรือกำนันเป๊าะที่ได้รับการพักโทษไปก่อนหน้านี้ และกลุ่มพรรคพลังชลของนายสนธยา คุณปลื้ม จะเข้าซบ พปชร. ซึ่งลูกชายกำนันเซียะต้องย้ายพรรค โดยได้แจ้งให้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตเลขาธิการพรรค ปชป.ที่ทั้งสองให้ความเคารพรับทราบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; รายงานแจ้งอีกว่า พปชร.ยังมีความพยายามที่จะดูดอดีต ส.ส.กาญจนบุรี ปชป.อีก 2 คน คือ นายปารเมศ โพธารากุล หรือกำนันบอย และนายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ให้ไปร่วมงานด้วย โดยมีซ้อเขมเป็นผู้ประสานงาน และขอร้องเพื่อช่วยกำนันเซียะกลับไทยเร็วขึ้น เนื่องจากมีการตั้งเงื่อนไขว่าต้องได้ยกจังหวัด&amp;nbsp;
นายปารเมศยอมรับว่าถูกทาบทามจากผู้มีอำนาจหลายด้าน ทั้งตำรวจ ทหาร และผู้ใหญ่ที่นับถือว่าขอให้ย้ายไปอยู่ พปชร.เพื่อพัฒนาจังหวัดในทิศทางเดียวกัน จะได้ไม่มีความขัดแย้ง ซึ่งตนยังไม่ได้ตัดสินใจ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนนายฉัตรพันธ์กล่าวว่า มีการทาบทามให้ไปสังกัด พปชร.จริง แต่จะยืนหยัดอยู่กับ ปชป.ต่อ &amp;nbsp;เนื่องจาก ปชป.ให้โอกาสได้เกิดทางการเมือง&amp;nbsp;
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และหัวหน้า ปชป.กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า รับทราบถึงสถานการณ์และเงื่อนไขของอดีต ส.ส.กาญจนบุรีทั้งสองคนเป็นอย่างดี จึงไม่อยากพูดอะไรมาก ขอให้ไปสัมภาษณ์นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคที่ดูแลภาคกลางแทน อย่างไรก็ตามไม่หนักใจต่อกระแสดูดที่ยังคงมีการดึงตัวอดีต ส.ส.ของพรรคไปสังกัด พปชร.อย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร อดีต ส.ส.สระบุรี ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งพรรค พปชร.กล่าวถึงกระแสข่าวแกนนำ พปชร.ทาบทาม น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย อดีต ส.ส.สระบุรี ปชป.มาร่วมงาน จนอาจส่งผลทำให้เกิดการแย่งชิงพื้นที่เลือกตั้งสระบุรีเขต 1 ว่า ถ้าเป็นจริงจะทำให้เกิดปัญหาแน่นอน เนื่องมีฐานเสียงตรงข้ามกันมาตลอด ซึ่งบางทีคนในพรรคอาจไม่เข้าใจตรงนี้ลึกซึ้ง และได้วางตัวทีมงานลงแทนในเขตนี้ไว้นานแล้ว คือนายปริญญา วันทา ที่ปรึกษา อบจ.สระบุรี และเคยพานายปริญญาไปพบผู้ใหญ่ในพรรค &amp;nbsp;รวมถึงให้ความเห็นชอบแล้วด้วย แต่ถ้าจะเปลี่ยนเเปลงอะไร แกนนำพรรคต้องมาบอกกล่าวให้รับทราบก่อน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและคดี คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่าไม่ควรพูดเรื่องการเมืองในทำเนียบฯ ว่า ทำเนียบฯ เป็นสถานที่บริหารราชการแผ่นดิน หากจะแยกแยะไม่ให้พูดเรื่องการเมืองอาจเป็นเรื่องยาก แทนที่ กกต.จะไปจับตาตรงนั้น อยากให้ กกต.ไปจับตาในพื้นที่ทั่วประเทศด้วย เพราะขณะนี้มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองกัน ล่าสุดวันที่ 14 ต.ค.ได้รับแจ้งจากอดีต ส.ส.ของพรรคในพื้นที่ จ.พะเยา ว่าตัวแทนพรรค พปชร.มีการแนะนำว่าที่ผู้สมัครของพรรค พปชร.เขต 1 จ.พะเยา โดยจัดให้มีการชุมนุมของประชาชนและผู้นำท้องถิ่น ทั้งกำนันและผู้ใหญ่บ้านเข้าร่วมหลายร้อยคน ถือเป็นการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองที่ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.หรือไม่ ตรงนี้อยากให้ กกต.เข้าไปตรวจสอบด้วย หากพรรคการเมืองหนึ่งทำได้ แต่อีกพรรคทำไม่ได้ จะเกิดการได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนนายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการ พท.กล่าวถึงกรณีนายชูกัน กุลวงษา อดีต ส.ส. นครพนม เขต 4 ย้ายไปอยู่ พปชร.และทำให้ตนเองอาสามาลงเขตดังกล่าวแทนว่า เมื่อวันที่ 14 ต.ค.ได้ลงพื้นที่รับทราบปัญหาประชาชน แต่มีทหารสองนายนอกเครื่องแบบตามประกบถึงในห้องประชุม ซึ่งคาดว่าจะมีทหารชั้นผู้น้อยได้รับคำสั่งเช่นนี้ทุกเขตเลือกตั้ง ทุกจังหวัด ซึ่งน่าจะไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของทหารซึ่งเป็นสถาบันหลักด้านความมั่นคงของชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ขออนุญาตฝากท่านผู้บังคับบัญชา ควรมอบหมายภารกิจให้ถูกต้องกับหน้าที่ของทหาร ผมหวังที่จะเห็นทหารที่ลงตามหมู่บ้านต่างๆ ทั่วประเทศขณะนี้ได้กลับกรมกอง บ้านเมืองมิได้มีภัยคุกคามใดๆ &amp;nbsp;เลย ตรงกันข้ามถ้าทหารยังอยู่ตามตำบลหมู่บ้านในช่วงเวลานี้ จะถูกสังคมกล่าวหาว่าบล็กพรรคการเมืองอื่น แต่ปล่อยพรรคการเมืองฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาล การเลือกตั้งจะไม่เสรีและไม่เป็นธรรม อันจะส่งผลให้ความเชื่อมั่นประเทศถดถอย จึงขอฝากให้พิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม&amp;quot; นายชวลิตกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19990</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนกนุช กลิ่นสังข์, กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา, กอบศักดิ์ ภูตระกูล, กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ, ชวลิต วิชยสุทธิ์, ธนกร วังบุญคงชนะ, พรรคพลังประชารัฐ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร, วรชัย เหมะ, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, สมคิด เชื้อคง, สามารถ แก้วมีชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181015/image_big_5bc49eed68fbe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2018 14:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2018 14:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พลังประชารัฐ&#039; ดูดรัวๆ  3 อดีตสก.หญิงประชาธิปัตย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานเครือข่ายขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากชุมชน ตลาดน้ำคลองลัดมะยม มีการปรากฎตัวอย่างเป็นทางการของ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) พรรคประชาธิปัตย์ ที่มีข่าวว่าได้ย้ายสังกัดไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ จำนวน 3 คน ได้แก่ น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ อดีตส.ก.พระนคร, นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา อดีตส.ก.คลองเตย และ นางกนกนุช กลิ่นสังข์ อดีตส.ก.ดอนเมือง ได้ร่วมเปิดตัวในงานดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนางกรณิศ ให้สัมภาษณ์ยืนยันถึงการตัดสินใจย้ายจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า ไม่ใช่เพราะคำชวนของ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แต่เป็นการตัดสินใจด้วยตนเอง หลังจากที่เห็นแนวคิดและแนวทางการทำงานที่เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งการทำงานในท้องถิ่น กว่า 12 ปี เป็น ส.ก. จำนวน 2 สมัย เห็นชัดเจนว่าแนวทางที่ท้องถิ่นควรต้องขับเคลื่อนมีประเด็นใดบ้าง ส่วนจะถึงขั้นลงเลือกตั้ง ส.ส. หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแกนนำพรรคอีกครั้ง ส่วนหลังจากนี้จะมี ส.ก.ของพรรคประชาธิปัตย์ย้ายสังกัดอีกหรือไม่ยังไม่ทราบ เพราะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจโดยสมัครใจของแต่ละบุคคล.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19949</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนกนุช กลิ่นสังข์, กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา, กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ, พปชร., พลังดูด, พลังประชารัฐ, อดีตสก.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181015/image_big_5bc43d858ba95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
