<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113016</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 20:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรณีเมียนมาตอกย้ำความ ล้มเหลวของการทูตอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิกฤติของเมียนมาทับซ้อนกันหลายชั้น...แต่ที่น่ารันทดที่สุดคือ คนเมียนมาส่วนใหญ่กลายเป็นเหยื่อของรัฐประหารและโควิด-19 ที่มาพร้อมกับการล่มสลายของสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่ากังวลที่สุดคือ อาเซียนอีก 9 ประเทศช่วยคนเมียนมาทั่วไปไม่ได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะอาเซียนขาดเอกภาพ และพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย เล่นกลกับอาเซียนจนสามารถเดินเกมการเมืองของตนเองได้อย่างไม่ต้องฟังเสียงประชาคมนานาชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสียงคนเมียนมาที่เรียกร้องให้ทั้งโลกช่วยให้หลุดพ้นจากการปกครองแบบเผด็จการที่มองไม่เห็นอนาคตตนเอง ไม่ได้รับการเหลียวแลอย่างเป็นรูปธรรมใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมที่คนเมียนมาต้องการอย่างเร่งด่วนก็มิอาจจะเข้าไปถึงชาวบ้านส่วนใหญ่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะผู้นำทหารเมียนมาไม่ยอมทำตามฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และอาเซียนก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากการออกแถลงการณ์ท่องบ่นถ้อยคำในแถลงการณ์นั้น โดยไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงอะไรในประเทศที่ประชาชนกำลังประสบกับความทุกข์ยากอย่างแสนสาหัส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มติสหประชาชาติไม่มีความหมายในทางปฏิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐฯ, จีน, สหภาพยุโรป, รัสเซียและประเทศอื่นๆ ได้แต่ตั้งความหวังไว้กับอาเซียนว่าจะสามารถกดดัน, โน้มน้าว, เชิญชวนและขอความร่วมมือจากมิน อ่อง หล่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่อาเซียนไม่ได้พูดด้วยเสียงเดียว ยิ่งทำให้ผู้นำทหารเมียนมาสามารถเดินหน้าตามแผนของตนเองได้ โดยไม่ยี่หระกับความเสียหายต่อภาพรวมของอาเซียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือ ได้จับอองซาน ซูจี และแกนนำของพรรค NLD ที่ประชาชนได้เลือกอย่างท่วมท้นในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มิน อ่อง หล่าย ตั้งข้อหาอองซาน ซูจี และผู้นำทางการเมืองของรัฐบาลที่กองทัพโค่นลงด้วยการอ้างว่ามีการทุจริตการเลือกตั้งโดยไม่มีหลักฐานอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผ่านมาสามเดือนหลังการรัฐประหาร ผู้นำอาเซียนเรียกประชุมสุดยอดที่อินโดนีเซีย เชิญมิน อ่อง หล่าย ไปร่วม มีฉันทามติ 5 ข้อที่ผู้นำทหารเมียนมาทำเป็นรับปากจะยอมทำตาม แต่ไม่สนใจที่จะเจรจากับอองซาน ซูจี เพื่อหาทางให้ประเทศกลับไปสู่เส้นทางประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หกเดือนผ่านไป คณะผู้บริหารทหารเมียนมาประกาศผลการเลือกตั้งเป็นโมฆะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และประกาศตั้ง &amp;ldquo;รัฐบาลรักษาการ&amp;rdquo; ขึ้น โดยให้มิน อ่อง หล่าย เป็นนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เคยประกาศว่าจะให้มีการเลือกตั้งใหม่ในหนึ่งปีก็กลายเป็นสองปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก็ไม่มีอะไรรับรองได้ว่าจะมีการเลือกตั้งจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และถึงแม้จะมีการจัดการเลือกตั้งจริง ก็มีความเป็นไปได้สูงที่พรรค NLD ของอองซาน ซูจี จะถูกกระบวนการทางการเมืองที่มิน อ่อง หล่าย ตั้งขึ้นมานั้น สั่งให้ยุบพรรคเสียก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นแปลว่า อองซาน ซูจี (ปีนี้อายุ 75) จะไม่มีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง และพรรคของเธอก็จะถูกเบียดตกออกไปจากวงการเมืองอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อหาที่ฝ่ายทหารยัดเยียดให้อองซาน ซูจี มากมายหลายข้อ ล้วนแล้วแต่มีเจตนาที่จะทำให้เธอหมดสภาพของการเป็นนักการเมืองที่สามารถจะนำประเทศได้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากมีการซื้อเวลากันมาอย่างน้อย 3 เดือนหลังการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ก็มีการประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรีต่างประเทศบรูไน Erywan Yusof เป็น &amp;ldquo;ทูตพิเศษอาเซียนว่าด้วยกิจการเมียนมา&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก็ไม่มีความชัดเจนว่า มิน อ่อง หล่าย จะยอมให้ตัวแทนอาเซียนมาพบปะกับแกนนำของฝ่ายต่างๆ ในเมียนมาเพื่อนำไปสู่การเจรจาหาทางออกที่จะสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนคนเมียนมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ค่อนข้างแน่ชัดว่า มิน อ่อง หล่าย ต้องการจะยึดอำนาจเป็นของตนให้ยาวนานที่สุดด้วยการซื้อเวลาไปเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกมของผู้นำทหารเมียนมาคนนี้คือ ทำทีว่าพร้อมจะร่วมมือกับอาเซียนเพื่อหาทางออกให้กับเมียนมา แต่ขณะเดียวกันก็อาศัยความแตกแยกของอาเซียนเองในการที่เขาจะสามารถเดินหน้าตามแผนการของตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในบรรดาสมาชิกอาเซียน อินโดนีเซีย, มาเลเซียและสิงคโปร์มีความกระตือรือร้นที่จะผลักดันให้กองทัพเมียนมายอมถอยกลับเข้ากรมกอง และให้ประชาชนคนเมียนมากำหนดชะตากรรมของตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่สมาชิกอีกกลุ่มหนึ่ง เช่น เวียดนาม, กัมพูชา และลาวมีแนวโน้มที่จะยอมให้กองทัพเมียนมารักษาอำนาจเอาไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟิลิปปินส์อยู่กลางๆ ส่งเสียงบ้างเป็นครั้งคราว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรูไน ในฐานะประธานหมุนเวียน ปีนี้ทำหน้าที่เป็นผู้เข้าใจทุกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาระจึงตกอยู่กับประเทศไทยที่เป็นเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดกับเมียนมามากที่สุด และมีความคุ้นเคยสนิทสนมกับผู้นำเมียนมาทั้งทางทหารและพลเรือนมากกว่าใครอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่รัฐบาลไทยอ้างว่าพยายามจะหาทางออกให้กับเมียนมาด้วย &amp;ldquo;การทูตเงียบ&amp;rdquo; แต่ถึงวันนี้ก็ยังไม่มีผลอะไรที่จับต้องได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสมือนเป็นการยืนยันความคลางแคลงของหลายฝ่ายว่า เพราะกองทัพไทยกับกองทัพเมียนมามีความสนิทสนมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงหวังได้ยากว่ารัฐบาลไทยจะจริงจังกับการพยายามกดดันและโน้มน้าวให้มิน อ่อง หล่าย ยอมเจรจากับ &amp;ldquo;ผู้มีส่วนได้เสีย&amp;rdquo; อื่นๆ ในเมียนมา เพื่อนำความปกติสุขกลับมาสู่เพื่อนบ้านทางตะวันตกของเราได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113016</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณีเมียนมาตอกย้ำความ ล้มเหลวของการทูตอาเซียน, กาแฟดำ, สุทธิชัย หยุ่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a1204492e.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
