<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116458</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2021 17:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2021 17:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรณ์&#039; ก็มา ! ชี้ &#039;ลิซาฟีเวอร์&#039; เป็น&#039;ซอฟต์พาวเวอร์ &#039; โอกาสเศรษฐกิจตัวใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
12ก.ย.64-จากปรากฎการณ์ &amp;ldquo;ลิซ่าฟีเวอร์&amp;rdquo; ภายหลังจากนักร้องเกาหลีสายเลือดไทย &amp;ldquo;ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล&amp;rdquo; แห่งวงแบล็กพิงก์ (BlackPink) ที่ปล่อย MV เพลง LALISA ซึ่งเป็นซิงเกิ้ลแรกของเธอ มียอดคนเข้าไปชมถล่มทลายเป็นสถิติใหม่ในประวัติศาสตร์ของยูทูบที่มียอดผู้ชม 10 ล้านวิวในเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงครึ่งเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวว่า กระแส LALISA พาซอฟท์พาวเวอร์ (Soft Power) ของไทยไปอวดคนกว่า 70 ล้านวิวทั่วโลกภายใน 24 ชั่วโมง กระแสพลังบวกแห่งวัฒนธรรมไทย (Thainess) ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ การที่กระแส LALISA ในบ้านเราเปรี้ยงปร้างขนาดนี้ ไม่ใช่แค่เพราะสาวก BLINK หรือแฟนคลับลิซ่า แต่เพราะเนื้อหาใน MV ที่มีความเป็นไทยสอดแทรกไว้อย่างน่าดู และน่าชม จากเป้าหมายของอัลบั้ม LALISA คือบุกตลาดอเมริกา หลังจากวงแบล็กพิงก์ตีตลาดจีน และอาเซียนไปได้แล้ว ซึ่งเมื่อโปรดิวเซอร์และทีมกลยุทธ์ตอบสนองความต้องการของลิซ่า โดยเอาความเป็นไทยใส่เข้าไปใน MV ขนาดนี้ ถือเป็นสัญญานที่ดีว่า &amp;ldquo;&amp;#39;เสน่ห์ไทย&amp;#39; ในมุมพลังสร้างสรรค์ยังขายได้ในสายตาชาวโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ซอฟท์พาวเวอร์ คือยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญในการพลิกฟื้นประเทศเกาหลี และเป็นโอกาสของประเทศไทยเช่นกันที่จะใช้ทุนทางวัฒนธรรม ที่เรามีเยอะกว่าประเทศอื่นมากๆ มาพลิกโฉมประเทศไทย ใช้พลังสร้างสรรค์ของคนไทยให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่จะช่วยให้เรารอดและโตอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคกล้า กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรณ์ กล่าวด้วยว่า หนึ่งอุปสรรคในการผลักดันเรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องของมายด์เซ็ทของระบบราชการ ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายที่พอจะชูความเป็นไทยแบบสร้างสรรค์ ต้องไปดันกันนอกประเทศผ่านเพลงเกาหลี (เพราะถ้าอยากทำแบบเดียวกันในประเทศไทย มีปราสาท ชฎา สไบ คงได้เถียงกันหนักกว่านี้) กว่าจะสร้างรายได้ขายเสน่ห์ความเป็นไทย ผู้ใหญ่ต้องเปิดใจ ต้องส่งเสริมให้ผลิตผลงานสร้างสรรค์ได้อย่างเสรี มากกว่ามาจี้ถาม ตรวจสอบควบคุม และที่สำคัญ ต้องเข้าใจผู้บริโภคว่าต้องการอะไร บางอย่างต้องปรุงใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย ดีไซเนอร์ไทยทั้งคุณหมู อาซาว่า ที่ออกแบบชุดไทยประยุกต์ แบรนด์ Hook&amp;#39;s by Prapakas สำหรับรัดเกล้ายอด และเครื่องประดับดอกไม้จากแบรนด์ SARRAN ใน MV นี้เป็นตัวอย่างของการเอาความเป็นไทยไปถ่ายทอดในงานสมัยใหม่ได้สวยงามและลงตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเชื่อว่า คนไทยมีความสร้างสรรค์ในสายเลือด แต่ยังขาดกลไกที่จะดึงออกมาสร้างผลทางเศรฐกิจ ถ้าอยากผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ Thai Soft Power เป็น Creative Economy ได้อย่างเต็มรูปแบบไม่ว่าจะเป็น ด้านบันเทิง ดีไซน์ กีฬา e-Sport อาหาร Wellness Events &amp;amp; Tourism หรืออีกหลายเรื่อง ต้องมาจากนโยบายที่เข้าใจความต้องการและคุยกับตลาดโลกให้เป็น แล้วส่งเสริมทั้งเรื่องทุน กับทักษะความรู้ของคนอย่างต่อเนื่อง อยากเก่งเรื่องไหน ดูเลยที่ประเทศไหนเก่งแล้วส่งคนไปเรียน ไปทำงาน ไปฝังตัว ลองผิดลองถูกจนกว่าจะมีฝีมือ เจอช่องทางทำมาหากิน สนับสนุนคนเก่งให้ไปรับวิธีการและวัฒนธรรมการทำงานดีๆ กลับมา ระบบก็จะดีขึ้น คุณภาพงานก็จะดีขึ้น&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคกล้า กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรณ์ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์นี้เป็นเกมยาว เราต้องเอา 1.ทุนเดิมที่เรามีมาบวกกับ 2.การบริหารจัดการที่ดี อาจใช้เวลา 5-10 ปีถึงจะเห็นผล แต่ต้องทำ เพราะนี่คือ &amp;quot;โอกาสของประเทศไทย&amp;rdquo; กับขีดความสามารถใหม่ให้ไทยมีที่ยืนในเวทีโลกอย่างเต็มภาคภูมิ ในระยะสั้นปรากฎการณ์ LALISA จะช่วยกระตุ้นยอดขายกำลังซื้อ เสื้อผ้า งานศิลปะ สินค้าวัฒนธรรมไทยได้อีกมหาศาล ผู้ประกอบการทั้งหลายอย่าปล่อยโอกาสนี้ไปครับ ยุคแห่งอีคอมเมิร์ซ โปรโมทวัฒนธรรมไทยและขายของไทย ดึงสปอตไลท์กลับมาที่ประเทศไทยของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับซอฟท์ พาวเวอร์ เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของพรรคกล้า เนื่องจากมองว่าเป็นโอกาสของประเทศไทย ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกใน ทั้งศิลปวัฒนธรรมที่งดงาม อาหารไทยที่แสนอร่อย มวยไทยเป็นกีฬาที่เป็นเอกลักษณ์ ธรรมชาติที่สวยงาม และที่สำคัญประเทศไทยมีคนเก่งที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีความเป็นครีเอทีพมากมายพร้อมที่จะเป็นกำลังหลักในทุกด้านของภาคส่วนอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นหนัง ละคร เพลง ภาพยนตร์ สื่อโฆษณา แอนิเมชั่น เกม หรือแม้กระทั่ง แฟชั่นเครื่องแต่งกาย ที่เป็นวัฒนธรรมร่วมสมัย เป้าหมายของพรรคกล้า คือการนำทรัพยากรซึ่งมี DNA ของความเป็นไทย ที่มีคุณค่า ไปสู่การนำประเทศไทยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจใหม่เพื่อสร้างมูลค่า Economic Value ผ่านการส่งออกวัฒนธรรมและการเผยแพร่ความคิดสร้างสรรค์ไปทั่วโลก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116458</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์ จาคิกวณิช, ซอฟต์พาวเวอร์, ลิซา แบล็กพิงค์, เศรษฐกิจใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210912/image_big_613dcf3d047f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2021 10:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2021 10:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กล้าเติมอิ่ม&#039;กรณ์&#039;ลุยช่วยผู้เดือดร้อนจากโควิดแจกข้าวกล่องชุมชนฝั่งธนฯ ขยายผลทั่วกทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30 เม.ย.64-นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวว่า ตามที่พรรคกล้าได้ระดมข้าว 2 ตัน ทำข้าวกล่อง 30,000 ชุดเพื่อแจกโรงพยาบาลสนาม โดยถือเป็นการช่วยคนได้สองต่อ ต่อแรกคือชาวนาที่ จ.มหาสารคาม ที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้น และต่อที่สองคือ ข้าวกล้องอินทรีย์จะตกถึงมือผู้ป่วยและคนเดือดร้อน นอกจากนี้ยังได้เปิดศูนย์ #กล้าสู้โควิด ช่วยผุ้ป่วยหาเตียงสำเร็จไปแล้วว่า 70 เคส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อวันก่อนได้ทำข้าวกล่องแจกพี่น้องชุมชน &amp;ldquo;ยานนาวา-บางคอแหลม&amp;rdquo; และวานนี้ (29 เมษายน) ก็ไปแจกที่ที่ &amp;ldquo;ตลิ่งชัน-ภาษีเจริญ&amp;rdquo; กับผู้กล้าของเราคือ &amp;ldquo;หมอแม็พ&amp;rdquo; กันตพงศ์ ดีชัยยะ และจะกระจายไปทุก ๆ เขตทั่วกรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำคัญที่สุดขอขอบคุณเชฟอาสา เชฟแอ้ม นรี บุญยเกียรติ ขอบคุณหลายๆ ท่าน ที่ทยอยส่งวัตถุดิบมาให้ รวมไปถึง อาสาสมัครของแต่ละชุมชนนะครับ ในทุกวิกฤตเราจะเห็นความสวยงามแบบนี้ ก็คือความสามัคคีในการช่วยกันลงมือทำของคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวว่า ทุกท่านสามารถมาลุย&amp;nbsp; &amp;ldquo;กล้าเติมอิ่ม&amp;rdquo; กับเราได้&amp;nbsp; 3 วิธี คือ 1. ร้านอาหารใด ต้องการร่วมโครงการกับเรา ช่วยทำอาหารให้เรา เราจะยินดีมาก 2. ใครสนใจ สมทบวัตถุดิบในการทำอาหาร รวมถึงภาชนะรีไซเคิลได้ในการใส่ข้าวกล่อง inbox มาที่เพจ Korn Chatikavanij ได้เลย จะมีทีมงานติดต่อไป 3. สามารถสมทบทุนข้าวจากชาวนา ได้ที่ โครงการ เกษตรเข้มแข็ง &amp;gt;&amp;gt; เลขที่บัญชี 902-7-11390-2 ธนาคารกรุงเทพ ได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101259</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์ จาคิกวณิช, กล้าเติมอิ่ม, ข้าวกล้องอินทรีย์, เยียวยาโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608b7c9193d55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87646</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2020 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2020 09:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรณ์&#039;แนะรัฐบาลแก้โควิดใช้หลัก&#039;ปฏิบัตินิยม&#039;แทน&#039;อำนาจนิยม&#039;จัดการแรงงานต่างด้าว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ธ.ค.63-&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า โพสต์บทความเสนอแผนการรับมือปัญหาแรงงานต่างด้าวต่อเนื่องจากนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ที่ให้รัฐบาลทบทวนข้อกฎหมายตามมติครม.เอง ที่ส่งผลต่อปัญหาแรงงานต่างด้าว จนลุกลามสู่การเป็นต้นตอของการระบาดใหม่ของโควิด19 โดยระบุว่า..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จัดการแรงงานต่างด้าว &amp;nbsp;ใช้หลัก &amp;ldquo;ปฏิบัตินิยม แทน อำนาจนิยม&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่การควบคุมชายแดนอย่างเข้มงวดเป็นหน้าที่ การขู่จับลูกจ้าง ปรับนายจ้างไม่ใช่ทางออกที่เหมาะกับสถานการณ์ และไม่ช่วยให้สถานการณ์โควิดดีขึ้นได้และอาจจะแย่ลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่มีใครควรทำผิดกฎหมายหรือระเบียบราชการ แต่รัฐบาลต้องตั้งคำถามว่า ขั้นตอนระบบราชการโปร่งใสและมีประสิทธิภาพแล้วหรือยัง? เหตุใดจึงมีช่องทางการทุจริตมากมาย? โดยเฉพาะกรณีการลักลอบเข้าเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุผลที่ การจับแรงงานต่างด้าว และลงโทษนายจ้าง โดยไม่ทบทวนปัญหาจากระบบราชการ ไม่ใช่ทางแก้ที่เหมาะสมกับสถานการณ์โควิด 19 ซ้ำร้ายจะเป็นการตอกย้ำปัญหาให้ SME และธุรกิจรายเล็ก สาเหตุคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ไทยขาดแคลนแรงงานจริง และธุรกิจยังต้องเดินต่อท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจ งานหลายอย่างคนไทยไม่ทำ ซึ่งขณะนี้ไม่สามารถหาคนงานใหม่แบบถูกกฎหมายได้โดยสะดวกเพราะเงื่อนไขระบบราชการที่ยุ่งยากและเอื้อต่อการทุจริตคอร์รัปชั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การผลักแรงงานเถื่อนออกจากประเทศไม่ง่าย เพราะเพื่อนบ้าน พม่า ลาว กัมพูชา ยังปิดประเทศ และการมีมาตรการให้เกิดการกบดานหลบหนียิ่งอันตรายต่อไทยเราเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ดังนั้นควรปรับยุทธศาสตร์เป็นการทำให้แรงงานต่างด้าวเข้าในระบบ และเพิ่มความปลอดภัยด้วยการตรวจเชื้อให้ทุกคนรวมถึงครอบครัวโดยเร็ว - ใช้ online มาช่วยได้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ถึงเวลาที่เราจริงใจกับการปรับมาตรฐานความเป็นอยู่ของแรงงานต่างด้าว - ที่แพกุ้งสมุทรสาครการอยู่ร่วมกัน 7-8 คนในห้องขนาดเพียง 15 ตรม. เป็นเรื่องปกติ การแพร่เชื้อจึงเกิดขึ้นโดยง่าย สุดท้ายกลับมากระทบคนไทยเราเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่มีสังคมไหนที่ยินดีกับการต้องพึ่งแรงงานต่างด้าว แต่เวลาผมไปเยี่ยมแรงงานไทยที่ต่างประเทศ ผมก็เรียกร้องให้ประเทศนั้นๆกำกับให้มีการดูแลคนของเราที่ดี ฉันใดฉันนั้นครับ และการดูแลแรงงานต่างด้าวในประเทศเราจะช่วยลดความเสี่ยงต่อสังคมเราในด้านต่างๆ ทั้งทางสาธารณสุขและปัญหาอาชญากรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในระยะยาว ถ้าเราตัองการลดการพึ่งพาแรงงานต่างด้าว เราต้องยกระดับเศรษฐกิจเราให้มีการใช้แรงงานลดลง ใช้ทักษะและเทคโนโลยีมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การใช้หลัก &amp;lsquo;อำนาจนิยม&amp;rsquo; อย่างเดียวไม่ตอบโจทย์ครับ เห็นมาแล้วในเกือบทุกเรื่อง ยิ่งโดยเฉพาะสถานการณ์แบบนี้ หลัก &amp;quot;ปฏิบัตินิยม&amp;quot; จะแก้ปัญหาได้ตรงจุดที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87646</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, กรณ์ จาคิกวณิช, แรงงานเมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201222/image_big_5fe14a84b826f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85200</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2020 11:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2020 11:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรณ์&#039;หนุนโครงการคนละครึ่งคุ้มค่าแต่คนยากจนจริงๆไม่ได้สิทธิ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ย.63 - นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กมีเนื้อหา ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ตอบคำถาม &amp;#39;เป๋าตัง&amp;#39; จากห้องเรียนธรรมศาสตร์
.
เมื่อวานผมไปเป็นอาจารย์รับเชิญที่ธรรมศาสตร์ ส่วนใหญ่พูดคุยเรื่องเศรษฐกิจ และโอกาสในอนาคตของคนรุ่นใหม่ ในส่วนหนึ่งผมได้พูดถึงโครงการ &amp;lsquo;คนละครึ่ง&amp;rsquo; ของรัฐบาล
.
มีนักศึกษาถามคำถามที่ดีว่าจุดด้อยของนโยบายนี้คืออะไร และนโยบายนี้เหมาะสมหรือไม่ในเมื่อต้องใช้เงินกู้
.
ผมว่าเป็นคำถามที่ดี เป็นเรื่องที่ประชาชนต้องถาม และได้ตอบไปว่า ในมุมมองของผม โครงการนี้เป็นโครงการที่ดี เพราะเป็นความพยายามที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจตามหน้าที่ของรัฐบาล โดยที่มีการออกแบบมาให้ผู้ได้ประโยชน์เป็นร้านค้าขนาดเล็ก (ร้านใหญ่เข้าร่วมโครงการไม่ได้) และเป็นสิทธิที่ให้กับประชาชนทั่วไป ผลของโครงการคือกระตุ้นให้มีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น และลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ
.
ข้อต้องปรับปรุงคือ ประชาชนหลายคนเข้าไม่ถึงสิทธิ เพราะขึ้นทะเบียนไม่ทัน และคนยากจนจริงๆหลายคนไม่มี smartphone จึงถูกตัดสิทธิโดยปริยาย ส่วนร้านค้าหลายร้านบอกผมว่าเขาไม่เข้าโครงการนี้เพราะเขาต้องหมุนเงินทุกวัน รอการโอนเงินเข้าบัญชีข้ามวันไม่ได้ - ประเด็นเหล่านี้ต้องช่วยกันคิดว่าจะมีวิธีอุดช่องว่างอย่างไร
.
ส่วนเรื่องการใช้เงินกู้ผมอธิบายว่า งบประมาณโดยรวมเป็นงบขาดดุล ดังนั้นตามจริงก็คือทุกเรื่องที่รัฐบาลทำก็คือใช้เงินกู้และเงินภาษีคละกันไป เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ดังนั้นประเด็นการใช้เงินกู้ผมมองว่าไม่ใช่สาระสำคัญ
.
สิ่งที่สำคัญก็คือเป็นการใช้เงินที่คุ้มค่าหรือไม่ รั่วไหลหรือไม่ เป็นธรรมหรือไม่ ซึ่งในกรณีนี้ผมว่าคุ้มกว่าการใช้เงินในหลายโครงการของรัฐบาลและราชการ การรั่วไหลก็น้อยมาก เพราะเงินไม่ผ่านมือนักการเมืองราชการ หรือคนกลาง ส่วนคำถามว่าเป็นธรรมหรือไม่นั้น ก็เป็นธรรมมากกว่าอีกหลายโครงการ (ตามเหตุผลที่อธิบายแล้ว) แต่ยังไม่ 100%
.
นอกจากนั้นการพัฒนา App &amp;lsquo;เป๋าตัง&amp;rsquo; นี้สามารถนำไปขยายผลได้อีกหลายเรื่องที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน รวมไปถึงการสร้าง e-commerce platform ของไทย ที่จะช่วยให้เรามีช่องทางการนำสินค้าของประชาชนสู่ผู้บริโภคได้โดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85200</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์ จาคิกวณิช, แอปเป๋าตัง, โครงการคนละครึ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201127/image_big_5fc081c45e9a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83704</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2020 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2020 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;กรณ์&#039;มองทะลุ&#039;คนละครึ่ง&#039;กับบทบาทภาครัฐต่ออนาคตE-commerceไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 พ.ย.63 - นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า โพสต์เฟซบุคโดยระบุว่า ได้อ่านหลายความคิดเห็น หลังจากที่ตัวเองได้โพสต์เกี่ยวกับธุรกิจการค้าออนไลน์ พบว่ามีหลายคำถาม ว่าทำไมประเทศไทย ไม่พัฒนาระบบ E-commerce Platform ของตัวเองบ้าง ทั้ง ๆ ที่ไทยมียอดการใช้จ่ายในโลกออนไลน์เพิ่มขึ้นทุกปี อุปสรรคคืออะไร ทำไมเรายังไม่ไปถึงจุดนั้น ผมว่าโอกาสเรามี แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะมีคนมองเห็นมันหรือไม่
.
เขากล่าวด้วยว่า โดยนอกเหนือจากเหตุการณ์โปรดุ 11.11 แล้ว ก็มีอีกหนึ่งโครงการที่ร้อนแรงไม่แพ้กัน กับมาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ &amp;lsquo;คนละครึ่ง&amp;rsquo; ที่รัฐบาลช่วยออกค่าใช้จ่าย ในการซื้อสินค้าและบริการ ให้กับประชาชนครึ่งหนึ่ง ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยการเปิดให้ลงทะเบียน รอบ 2 นั้นครบกำหนดตามสิทธิ์อย่างรวดเร็ว ซึ่งตั้งแต่เปิดโครงการมา มียอดการใช้จ่ายผ่าน app &amp;quot;เป๋าตัง&amp;quot; ไปแล้วถึง 1.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งเงินเหล่านี้ไปถูกกระจายไปสู่ผู้ประกอบการรายย่อย ที่ลงทะเบียนแล้ว กว่า 5.7 แสนร้าน รวมไปถึงแผงลอยตามตลาด ทำให้สามารถเข้าไปกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้ตามความตั้งใจ
.
&amp;ldquo;โดยโครงการนี้ &amp;#39;ไม่อนุญาต&amp;#39; ให้ร้านค้าขนาดใหญ่ และโมเดิร์นเทรด เข้ามาสร้างความได้เปรียบแก่ผู้ประกอบการขนาดเล็ก และภาครัฐกำลังพิจารณาที่จะเปิดรอบ 3 เพิ่มขึ้นอีกในช่วงปลายปี ขอให้ลองคิดตามนะครับ ว่ารัฐตอนนี้ได้ทำให้คน 12 ล้านคนยอมรับและคุ้นเคยกับการใช้ cashless มากขึ้น และเช่นเดียวกันผู้ค้ากว่า 600,000 รายก็เข้ามาอยู่ในระบบ ดิจิตอล ดังนั้นสิ่งที่รัฐมีมากมายคือ &amp;lsquo;Data ข้อมูล&amp;#39; ลองจินตนาการต่อไปว่าในอนาคต หากรัฐเปิดโอกาสให้เราคนไทย เสนอขายสินค้าโดยตรงกับผู้บริโภคตามฐานข้อมูลที่รัฐมี และรัฐยังช่วยสนับสนุนด้วยโปรโมชั่น ต่าง ๆรวมถึงบริการส่งของผ่าน ไปรษณีย์ไทย...นี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของ e-commerce platform ของไทยที่เรารอคอย&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคกล้า กล่าว
.
นายกรณ์ กล่าวว่า โดยสรุปคือข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นนั้น มีประโยชน์อย่างมากต่อการนำมาพัฒนา E-commerce Platform ต่อในอนาคต นอกจากทำให้เงินไม่ไหลไป แพลตฟอร์มต่างประเทศแล้ว ยังช่วยให้สินค้าไทยมีพื้นที่ตลาดที่ชัดเจนของเราเอง ข้อมูล data พฤติกรรมคนไทยไม่รั่วไหลไปสู่ต่างชาติ รวมถึงสามารถช่วยประเทศไทยให้เข้าสู่ระบบ Cashless Society
.
นอกจากนี้ ปัญหาหนึ่งของรัฐไทยคือการทำงานแบบ &amp;lsquo;silo&amp;rsquo; คือต่างคนต่างทำ อย่างกรณีนี้ข้อมูล &amp;lsquo;คนละครึ่ง&amp;rsquo; อยู่ที่กระทรวงการคลัง แต่ผู้ที่มีพันธกิจสร้าง e-commerce platform คือ กระทรวงดิจิตอล และกระทรวงพาณิชย์ ดังนั้นการขับเคลื่อนจึงต้องมีวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์จากส่วนกลางที่ชัดเจนกว่านี้ นายกรณ์ กล่าวทิ้งท้ายพร้อมกับย้ำว่า #ไทยจะดีกว่าถ้ากล้าลงมือทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83704</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์ จาคิกวณิช, กระตุ้นเศรษฐกิจ, อีคอมเมิร์ช, โครงการคนละครึ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201113/image_big_5fadebbe3c121.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82262</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2020 10:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2020 10:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;กรณ์&#039;พบประธานJFCCTยก3ความท้าทายและโอกาสทางเศรษฐกิจหลังโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30 ต.ค.63 - นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า พร้อมด้วยนายภิมุข สิมะโรจน์ ประธานทีมนโยบายพรรคกล้า ได้เข้าพบกับคุณ Stanley Kang ประธานหอการค้าร่วมต่างประเทศในไทย JFCCT (Joint Foreign Chambers of Commerce in Thailand) โดยได้ถกกันในหลายประเด็นเศรษฐกิจของไทย ทั้งโอกาสและความท้าทาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรณ์ บอกว่า เนื้อหาสำคัญที่ได้ถกกันคือเรื่องที่ 1) นักลงทุนต่างชาติกังวลต่อไทยคือ &amp;quot;ปัญหากฎระเบียบราชการต่อความน่าลงทุน&amp;quot; ในประเทศไทย ซึ่งหมายถึง ระบบราชการที่ไม่เอื้ออำนวย เรื่องจากกฎระเบียบที่ล้าหลังและไม่มีประสิทธิภาพหลายฉบับที่ไปไม่ทันโลก ซึ่งหลายเรื่องนำไปสู่ความไม่โปร่งใสในการทำงานโดยราชการ โดยเราได้ปรึกษากันถึงแนวทางการปลดล็อกอุปสรรคต่างๆ เหล่านี้เพื่อช่วยผู้ประกอบการ SME ทั้งไทยและเทศ ใครเป็นนักธุรกิจโดยเฉพาะรายเล็กจะเข้าใจดี เรื่องนี้เป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญที่พรรคกล้าเล็งสร้างเป็นนโยบายตามภารกิจของเราที่เรียกว่า #เศรษฐกิจเพื่อคนตัวเล็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องที่ 2) เราคุยกันถึงโอกาสที่ไทยจะสามารถดึง &amp;quot;แรงงานฝีมือ และการลงทุนทันสมัย&amp;quot;
ในยุค post Covid ซึ่งมีประเด็นที่เกี่ยวกับกฎหมายธุรกิจต่างด้าว และการออกนโยบายดึงอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เข้ามาไทย สอดคล้องกับแนวคิด &amp;lsquo;Work from Thailand&amp;rsquo; ที่เราเคยนำเสนอไปก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องที่ 3) โอกาสทางเศรษฐกิจของไทย จากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีน กับสหรัฐอเมริกา ซึ่งผู้ประกอบการข้ามชาติต้องวางแผนแหล่งผลิตสินค้าใหม่เพื่อบริหารความเสี่ยงที่เกิดจากความขัดแย้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนประเด็นการเมืองในบ้านเรา ต่างชาติมองว่าการประท้วงเป็นเรื่องปกติในประเทศประชาธิปไตย และนักธุรกิจต่างชาติเชื่อว่าโครงสร้างสังคมไทยเรามีเสถียรภาพ และความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะรับสถานการณ์ได้&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคกล้า กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82262</URL_LINK>
                <HASHTAG>post Covid, กรณ์ จาคิกวณิช, ประธานหอการค้าร่วมต่างประเทศในไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201030/image_big_5f9b86b88a3cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78013</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2020 13:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2020 13:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรณ์&#039;ชูพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนเน้นย่านต้องสำคัญกว่าห้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย.2563&amp;nbsp; นายกรณ์ จาติกวณิช กล่าวในโอกาสวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;เป็นวันอนุรักษ์คูคลอง โดยระบุว่า การขุดคูคลองในกรุงเทพฯ ดำเนินมาตั้งแต่ก่อตั้งเมือง ปัจจุบันเรามีคลองในกรุงเทพฯ จำนวน&amp;nbsp;1,161&amp;nbsp;คลอง และคูอีก จำนวน&amp;nbsp;521&amp;nbsp;คู รวมเป็น&amp;nbsp;1,682&amp;nbsp;คูคลอง ความยาว&amp;nbsp;2,604&amp;nbsp;กม.

หนึ่งในคลองสำคัญคือ&amp;nbsp;&amp;#39;คลองแสนแสบ&amp;#39;&amp;nbsp;มีความยาว&amp;nbsp;73&amp;nbsp;กม. ขุดในยุครัชกาลที่ ๓ ใครลองสังเกตดูทุกวันนี้ส่วนของคลองที่ไหลผ่าน &amp;quot;ย่าน-หนองจอก-มีนบุรี-คลองสามวา&amp;quot; นํ้ากลับมาสะอาดขึ้น จากการรณรงค์ของชาวบ้านที่ส่วนใหญ่เป็นพี่น้องชาวมุสลิมที่อาศัยอยู่ตามแนวคลองสามเขตนี้

เมื่อวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2537&amp;nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพฯ ได้เสด็จประพาสทางเรือจากสะพานผ่านฟ้าฯ ไปสุดคลองแสนแสบที่ฉะเชิงเทรา เพื่อสำรวจสภาพคลอง และเริ่มฟื้นฟูตั้งแต่ช่วงดังกล่าวเป็นต้นมา จึงมีการกำหนดทุกวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กันยายนเป็น &amp;lsquo;วันอนุรักษ์ คู คลอง แห่งชาติ&amp;rsquo;

&amp;nbsp;วิถีชีวิตชาวบ้านริมคลองถือเป็น &amp;lsquo;unseen Bangkok&amp;rsquo;&amp;nbsp;ใครจะคิดว่านี่คือคลองเดียวกันกับที่วิ่งผ่านประตูน้ำ ชิดลม นานา เสน่ห์เมืองหลวงของเรามีมากกว่าภาพจำที่เราพบเห็นทั่วไปอีกมาก

&amp;ldquo;ผมและทีมงานพรรคกล้า&amp;nbsp;#กล่องภารกิจเมืองและคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;ร่วมกับรองหัวหน้าพรรค คุณ&amp;nbsp;&amp;#39;โจ-พงศ์พรหม ยามะรัต&amp;#39;&amp;nbsp;เรามาสำรวจโอกาสการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในโซนนี้ คุณโจย้ำหลักคิดสำคัญกับผมเสมอว่า&amp;nbsp;#ย่านต้องสำคัญกว่าห้าง&amp;nbsp;คืนเม็ดเงินจากนายทุนใหญ่กลับสู่ชุมชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากการลุยย่านกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกรอบนี้ พบโอกาสและความเป็นไปได้มากครับ&amp;rdquo; นายกรณ์ ระบุ



&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78013</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์ จาคิกวณิช, พรรคกล้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200920/image_big_5f66efeb3d4fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
