<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2021 16:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2021 16:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรณ์&#039; ขอบคุณผู้บริจาคภาษี หนุนพรรคกล้า 2.5 ล้าน ลั่นทำการเมืองสร้างสรรค์ เน้นเรื่องปากท้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.64 - นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวว่า ขอขอบคุณผู้ที่บริจาคภาษีให้กับพรรคกล้า โดยมียอดรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ล้านบาท ซึ่งเป็นพรรคที่ได้รับเงินบริจาคมากที่สุดเป็นอันดับที่สาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมขอขอบคุณทุกการสนับสนุนจากทุกคนที่เห็นด้วยกับแนวทางของพรรคกล้า ซึ่งเป็นพรรคการเมืองใหม่เปิดมาได้เพียงปีกว่า แม้ไม่มี สส. ในสภา แต่มีความมุ่งมั่นที่จะทำงานการเมืองสร้างสรรค์ ยึดหลัก ปฏิบัตินิยม ลงมือทำ ในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เราขอให้คำมั่นว่า เราจะใช้เงินภาษีที่ได้รับจากประชาชนก้อนนี้ ให้คุ้มค่า และคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งในการทำงานการเมืองของเรา พรรคกล้าตั้งใจจะเข้ามาทำงานเพื่อบ้านเมือง เน้นเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง ให้คนไทยกินดีอยู่ดี เราพร้อมสู้ในสนามเลือกตั้งครั้งต่อไปนี้อย่างเต็มที่ แน่นอน&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคกล้า กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119531</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์ จาติกวณิช, การเมือง, พรรคกล้า, พรรคการเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211012/image_big_61654f2b56e45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 11:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 11:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรณ์&#039;ชี้ยังไม่ต้องกู้เพิ่ม 1 ล้านล้าน ใช้ 5 แสนล้านเดิมให้ดีก่อน แนะขันน็อตระบบราชการให้ทันรับมือวิกฤติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27ส.ค.64-นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และหัวหน้าพรรคกล้า กล่าวในรายการถามอีกกับอิก ถึงกรณีธนาคารแห่งประเทศไทยเสนอกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท เพื่อพยุงเศรษฐกิจว่า ที่ผู้ว่าแบงก์ชาติออกมาพูดถึงการกู้เพิ่มครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่คาดไม่ถึง ซึ่งอีกทางหนึ่งก็สบายใจได้ว่า สถานะทางการคลังของประเทศ สามารถแบกรับหนี้สาธารณะได้อีกหนึ่งล้านล้านบาท โดยไม่ต้องมีความกังวลในแง่ของเสถียรภาพ แต่ก็ต้องตระหนักถึงสถานการณ์ปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่ผู้ว่าแบงก์ชาติ บอกว่า 1 ล้านล้านกู้ได้ เป็นสัญญาณให้รัฐบาลว่า ถ้าจำเป็นต้องกู้ก็เป็นความเสี่ยงที่รับได้ เหลืออยู่ที่ว่าจะกู้ตอนไหน กู้แล้วไปทำอะไร เพราะเท่าที่ดูสถานการณ์ปัจจุบัน ความจำเป็นยังไม่มี เพราะ พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้าน มีการเบิกจ่ายใช้ไปประมาณร้อยละ 20 หรือประมาณ 1 แสนล้าน เหลืออีก 4 แสนล้าน ก็ควรมีแผนงานการและประเมินผลการใช้เงินส่วนนี้ต่อดัชนีเศรษฐกิจ แล้วพิจารณาว่าต้องกู้หรือไม่ เพราะในตัวงบประมาณปี 65 เอง ก็ต้องกู้ 4 แสนล้านอยู่แล้ว ในอีก 1 ปีข้างหน้า โดยที่เราก็หวังว่าการฉีดวัคซีน การบริหารจัดการโควิด จะส่งผลทำให้เราเปิดเศรษฐกิจเปิดประเทศได้ เริ่มจะมีรายได้เข้ามาใส่กระเป๋าประชาชน ถ้าเราทำได้เร็ว ทำได้ดี อาจจะไม่จำเป็นต้องกู้เพิ่มเติม และการพิจารณาว่าจะกู้หรือไม่ในสถานการณ์วิกฤตขนาดนี้ แบงก์ชาติ กระทรวงการคลัง และทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ต้องทำงานเป็นทีม ไม่ใช่ต่างคนต่างทำอย่างที่เป็นอยู่&amp;rdquo; อดีต รมว.คลัง กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรณ์ กล่าวว่า ช่วงที่รัฐบาลกู้ 1 ล้านล้านบาทครั้งแรก มีนักเศรษฐศาสตร์หลายท่านรวมทั้งตนเอง กังวลว่าอาจจะไม่พอ และยังกังวลว่าถ้าเบิกจ่าย พ.ร.ก.ที่สองคือ 5 แสนล้านบาทครบถ้วนแล้ว จะดันหนี้สาธารณะเทียบกับจีดีพีขึ้นไปเกือบ ๆ จะชนเพดาน อยู่ที่ระดับร้อยละ 58 ถ้าเทียบกับการกู้ยืมเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณในปี 65 ที่สภาฯ เพิ่งอนุมัติไป ทำให้หนี้สาธารณะทะลุเพดานร้อยละ 60 แน่นอน ซึ่งมีความจำเป็นที่นายกรัฐมนตรีอาจต้องปรับ เงื่อนไขตามกฎหมายวินัยทางการคลัง ให้เพดานหนี้สาธารณะขึ้นไปอีกที่ร้อยละ 70 เพราะมีแนวโน้มว่ายังขาดดุลประมาณ 4-5 แสนล้านบาท ไปอีกระยะหนึ่ง ยังไม่เห็นสัญญาณที่จะจัดงบสมดุลได้อีกหลายปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรณ์ ยังกล่าวถึงการคาดการณ์รายรับปี 2565 ว่า การตั้งสมมุติฐานรายได้ของรัฐบาลอาจจะสูงเกินไป อย่างปี 2564 จะเห็นว่ารายรับของรัฐบาลต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ และหวังว่า ปี 65 จะไม่ต่ำกว่านี้ จนเป็นเหตุที่ต้องให้กู้เพิ่มอีก ซึ่งเป็นสาเหตุให้ต้องมาพิจารณากันอย่างละเอียดว่าการออก พ.ร.ก. 1 ล้านล้านบาท เป็นจังหวะที่เหมาะสมหรือไม่ ซึ่งจากความเห็นผู้ว่าแบงค์ชาติ ที่บอกว่าถ้าจะกู้ก็กู้ได้ เงินมี และข้อดีอีกอย่างของประเทศไทย มีหนี้สาธารณะจำนวนหนึ่ง ซึ่งไม่ได้มากนักเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจ ประเทศอื่น ๆ หลายประเทศหนี้สาธารณะเท่ากับร้อยละ 100 ของจีดีพีเลยด้วยซ้ำ ในขณะที่ของเราอยู่ที่ร้อยละ 50 กว่า ข้อดีอีกอย่างคือหนี้สาธารณะกว่าร้อยละ 98 เป็นการกู้เงินบาทภายในประเทศ ลดความเสี่ยงลงไปมาก ผิดกับอินโดนีเซียที่กู้เงินเป็นเงินดอลลาร์ เมื่อธนาคารกลางสหรัฐเปลี่ยนนโยบายทางการเงิน ทำให้ความเชื่อมั่นในเงินรูเปียห์ ของอินโดนีเซียลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่ผู้ว่าแบงก์ชาติบอกว่า ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย จะทำให้เกิดหลุมดำขนาดของรายได้จะหายไปราว 2.6 ล้านล้านบาท อดีต รมว.คลัง กล่าวว่า หลุมดำมันมีอยู่แล้วจากการล็อกดาวน์ และการห้ามรับนักท่องเที่ยว และอื่น ๆ เราไม่มีรายได้มาเป็นปีแล้ว ผู้หาเช้ากินค่ำไม่มีเงิน ไม่มีรายได้ เจ้าของร้านอาหาร ผับ บาร์ โรงแรม ท่านจึงมองว่าต้องอัดฉีดงบประมาณเข้ามา หนึ่งในประเด็นปัญหาที่ผ่านมา คือการขับเคลื่อนนโยบายของแบงก์ชาติเองด้วย ผู้ว่าฯ บอกจะกู้ 1 ล้านล้านอัดฉีดเข้าไป แต่หากเราย้อนไปดู การออก พ.ร.บ.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท จริง ๆ มันมีการออกกฎหมายอีกสองฉบับ เป็น พ.ร.ก. เช่นเดียวกัน คือ พ.ร.ก. เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งเวลาผ่านไปนานหลายเดือน มีเสียงสะท้อนชัดเจนว่าเขาเข้าไม่ถึงเงินส่วนนี้ เพราะโครงสร้างการปล่อยสินเชื่อจากแบงก์ชาติผ่านธนาคารพาณิชย์ มันจึงเป็นปัญหาคอขวด ทั้งความเสี่ยง และความพร้อมในการรับความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์&amp;nbsp; ทำให้ไม่พิจารณาอนุมัติให้กับผู้เดือดร้อนจริง จึงไปไม่ถึงกลุ่มเป้าหมาย แม้ต่อมามีการปรับเงื่อนไขให้มันง่ายขึ้นแต่ก็ยังยากอยู่ดี ถามผู้ประกอบการเอสเอ็มอีวันนี้ว่า อะไรคือปัญหาหลักของเขา คำตอบคือขาดสภาพคล่อง และไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อตามนโยบายของรัฐบาลและของแบงก์ชาติได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนถ้ากู้เพิ่มอีก 1 ล้านล้านบาทแล้วจะจบหรือไม่ อดีต รมว.คลัง กล่าวว่า มันก็ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการใช้เงิน ยกตัวอย่าง เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทแรก กว่าจะเบิกจ่ายใช้เงินก็ใช้เวลานานพอสมควร แต่ในส่วนของ 5 แสนล้านที่กู้เพิ่ม ตอนนี้ใช้ไปแค่ 1 แสนล้านเหลืออีก 4 แสนล้าน ก็มีคำถามว่าเงินจำนวนนี้จะเบิกจ่ายให้เข้ามาอยู่ในระบบเศรษฐกิจเมื่อไหร่ และหลังจากใช้เงินนั้นไปแล้ว เป็นจังหวะที่เศรษฐกิจของเราจะกลับเข้ามาเป็นปกติแล้วหรือยัง ตรงนี้จะเป็นคำตอบว่าเราจำเป็นต้องกู้เพิ่มอีก 1 ล้านล้านบาทหรือไม่ ทั้งนี้ เมื่อดูประสิทธิภาพในการใช้เงินกู้ที่ผ่านมา เราจะเห็นว่า เมื่อเป็นลักษณะการผันเงินตรงให้กับประชาชนส่วนนี้มีประสิทธิภาพสูงมาก แต่พอโครงการที่ต้องพึ่งระบบราชการ เราจะเห็นว่าประสิทธิภาพลดลงไปมาก รัฐบาลมีความจำเป็นต้องขันน็อตเพื่อปรับระบบการทำงานในภาวะวิกฤต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีว่ามีความจำเป็นต้องเยียวยารายได้ประชาชน อีกนานแค่ไหน อดีต รมว.คลัง กล่าวว่า โดยส่วนตัวคิดว่า ให้รัฐบาลคิดเผื่อไว้เลยอย่างน้อย 3 เดือนหรือจนถึงสิ้นปี เพื่อสร้างความมั่นใจประชาชนว่ารัฐบาลดูแล โดยอาจจะเป็นยอดเงิน 5,000 บาทต่อเดือน ในกลุ่มอยู่ในเขตล็อกดาวน์ เชื่อว่าเงินประมาณสามแสนล้าน ทำให้ดูแลประชาชนมีอยู่มีกินไปต่อไปได้ แต่ถ้าจะกู้มาเพื่อมาจัดสรรให้กับโครงการต่าง ๆ ที่ไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะหน้า ที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชนโดยตรง ไม่เห็นด้วย จัดสรรไป ก็ใช้ไม่ทันอยู่ดี และเงินเข้ามาในระบบเศรษฐกิจก็ไม่ทันเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114702</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์ จาติกวณิช, กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท, ผู้ว่าแบงก์ชาติ, พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_6128650b91cde.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112561</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2021 10:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2021 10:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคกล้าชวนอุดหนุนมังคุดใต้ คัดเกรดพรีเมี่ยมส่งตรงจากเมืองคอน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8 ส.ค. 2564 นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า และนายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรค ประสานเสียงชวนคนไทยอุดหนุนมังคุดใต้ ส่งตรงจากชาวสวน จ.นครศรีธรรมราช รสชาติเหมือนนั่งกินในสวน โดยจะทำการ live สดขายผ่านเพจ &amp;ldquo;PokPok รถอาหารแสนอร่อย&amp;rdquo; ในวันอังคารที่ 10 สิงหาคม เวลา 19.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรณ์ กล่าวว่า จากปัญหาภาคขนส่งติดโควิด พ่อค้าคนกลางกดราคา มังคุดขายหน้าสวนราคาเพียง กิโลละ 5-8 บาท ส่งผลให้ชาวสวนเดือดร้อน PokPok จึงได้ซื้อมังคุดตรงจากชาวสวนในราคา กิโลกรัมละ 20 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรได้กำไร โดยมีเงื่อนไขให้ชาวสวนคัดมังคุดอร่อยของสวนตัวเอง พร้อมติดโลโก้สวนเพื่อประชาชนสัมพันธ์ โดย PokPok รถอาหารแสนอร่อย พร้อมพันธมิตร MuvMi ตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า จะนำมังคุดมาช่วยจัดการจนส่งถึงบ้านคุณ ในราคาเพียงกล่องละ 300 บาท (10 กก.) เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เนื่องจากการขนส่งในต่างจังหวัดยังติดขัดด้วยระบบโลจิสติกส์ที่ตัองใช้เวลาหลายวันอาจทำให้เกิดความเสียหายได้ นอกจากนี้ยังสามารถซื้อได้ที่ WeChef Food Truck ในราคา กก. ละ 30 บาท โดยรถจะจำหน่ายในปั๊ม ปตท.สาขา ถ. กัลปพฤกษ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เชิญนะครับ นอกจากจะได้อร่อยไปกับมังคุดแล้ว ท่านยังได้ช่วยเกษตรกรโดยตรงอีกด้วยพบกัน 1 ทุ่มตรง 10 สิงหาคมนี้ ของมีจำนวนจำกัดครับ ห้ามพลาด&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคกล้ากล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112561</URL_LINK>
                <HASHTAG>PokPok รถอาหารแสนอร่อย, กรณ์ จาติกวณิช, พรรคกล้า, มังคุดใต้, วรวุฒิ อุ่นใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610f4e5d82ca6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 16:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรณ์ จาติกวณิช&#039;โพสต์ทวิตเตอร์แจ้งอาการ&#039;อะตอม สัมพันธภาพ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักการเมืองคนดัง กรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า ได้ออกมาโพสต์ทวิตเตอร์แจ้งอาการของลูกพรรคอย่าง นักแสดงหนุ่ม อะตอม สัมพันธภาพ ที่ก่อนหน้านี้ได้ประสบอุบัติเหตุขณะกำลังเดินทางขึ้นเหนือ เพื่อเตรียมงานโครงการสร้างป่าสร้างรายได้กับชาวบ้านที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;อะตอม สัมพันธภาพ อดีตนักแสดง อดีตนักกีฬาเทนนิสเยาวชนทีมชาติ และกำลังสำคัญของทีม #กล้าอาสา ซึ่งกำลังเดินทางขึ้นเหนือ เพื่อเตรียมงานโครงการสร้างป่าสร้างรายได้กับชาวบ้านที่แม่ฮ่องสอน จนประสบอุบัติเหตุบาดเจ็บสาหัส อย่างไรก็ตาม ผมได้รับแจ้งจากคุณหมอที่รพ. ว่าอะตอมพ้นขีดอันตรายแล้ว&amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังได้โพสต์ทวิตเตอร์อีกว่า &amp;ldquo;ทุกๆ ปีวันนี้เป็นวันที่สำคัญสำหรับอะตอมมาก เขาเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีจิตใจแข็งแกร่ง แน่วแน่ในการพิทักษ์ปกป้องสถาบันหลัก &amp;quot;ชาติ ศาสน์ กษัตริย์&amp;quot; ผมในฐานะหัวหน้าพรรคของอะตอม และในฐานะผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เอ็นดูอะตอมมานับสิบปี ผมขอถวายพระพรแทน &amp;quot;อะตอม&amp;quot; มา ณ โอกาสนี้ครับ &amp;quot;ขอพระองค์ทรงพระเจริญ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111417</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์ จาติกวณิช, หัวหน้าพรรคกล้า, อะตอม สัมพันธภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_61011d41512d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110863</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 17:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 17:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรณ์&#039; ฉะ  สธ.-ดีอีเอส บริหารข้อมูลผู้ป่วยโควิดล้มเหลว แนะปลดล็อกระบบราชการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.64 - นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า ไลฟ์สด บอกเล่าถึงประสบการณ์การทำงานของพรรคกล้า โครงการ กล้าหาเตียง โดยระบุว่า พบปัญหาอุปสรรคมากมาย เชื่อว่าภาระต่างจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละวัน กว่าที่ผู้ป่วยจะสามารถเข้าสู่ระบบการรักษาพยาบาลในระดับต่างๆ ได้ ทั้งนี้ จากสถิติการฉีดวัคซีนวันละ 250,000 โดส ถือว่ามากขึ้นเรื่อย ๆ โดยขณะนี้สามารถฉีดให้กับประชาชนแล้ว 15 ล้านคน แต่ก็ยังห่างไกลจากเป้าหมายที่รัฐบาลประกาศไว้จะฉีดให้ครบ 100 ล้านโดส ภายในสิ้นปี หมายความว่าในอีก 160 วันที่เหลือ จะต้องฉีดให้ได้วันละ 500,000 โดส จึงจะสามารถครอบคลุมได้ตามเป้าหมาย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรณ์ บอกว่า จากที่ได้รับการติดต่อขอความช่วยเหลือจากผู้ป่วยท่านหนึ่ง เมื่อกลางดึกวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา ผู้ป่วยสูงวัยมีโรคประจำตัวทั้งโรคไตและเบาหวาน ทีมอาสาพรรคกล้าาพยายามช่วยเต็มที่ แต่ถูกโรงพยาบาลประจำของผู้ป่วยปฏิเสธที่จะรับดูแล เราพยายามหาช่องทางอื่น และโทรเบอร์ 1669 ตามคำแนะนำของโรงพยาบาล แต่ถูกตัดสายทุก 4 นาที ส่วนเบอร์ 02-2705685-9 ของกองทัพบกที่แจ้งว่าเปิดรับสายตลอด 24 ชั่วโมง ก็โทรไม่เคยติด วันต่อมาผู้ป่วยอาการผู้ป่วยทรุดลงอย่างรวดเร็ว จึงตัดสินใจส่งรถไปรับเพื่อจะพาไปโรงพยาบาลแต่รถไปไม่ทัน จนเช้าตรู่วันที่ 23 กรกฎาคม ทราบว่าผู้ป่วยเสียชีวิตแล้ว และได้ทำการฌาปณกิจในทันที สร้างความสลดหดหู่ใจของกลุ่มอาสา แต่ก็เทียบไม่ได้กับความรู้สึกของครอบครัวที่ต้องสูญเสียคนที่รัก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมต่อสายไปคุยกับภรรยาผู้เสียชีวิต ท่านไม่ได้ติดใจกับระบบการช่วยเหลือ ท่านเข้าใจว่าเป็นช่วงสถานการณ์วิกฤต หากระบบดี เชื่อว่าวันนี้ผู้ป่วยก็ยังคงมีชีวิตอยู่ เรื่องราวเหล่านี้กำลังกลายเป็นเรื่องปกติ ที่เรารับทราบทุกวัน พวกเรามานั่งสุมหัวกัน เพื่อทบทวนถึงระบบระเบียบราชการ และขั้นตอนที่เป็นอุปสรรคมากมาย ที่อาจใช้ได้ในภาวะปกติ แต่ในภาวะวิกฤตควรจะปรับปรุง โดยเฉพาะเมื่อผู้ป่วยมีการตรวจ Rapid Antigen แล้วพบว่าติดโควิด หลังตรวจวัดค่าออกซิเจนแล้ว ก็ควรให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาพยาบาลในทันที ไม่ต้องมาตรวจ PCR ตามเงื่อนไขของทางราชการอีก ตอนนี้การตรวจก็ยาก ผู้ตรวจออกไปหาพื้นที่ที่ต้องตรวจ นอกจากเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยเองแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อผู้ที่เดินทางมาตรวจด้วย ตอนนี้การตรวจเริ่มผ่อนคลาย แต่ก็มีผลแค่การรู้เท่านั้น แต่ยังไม่มีผลกับการใช้สิทธิในการเข้าถึงการรักษาพยาบาล &amp;nbsp;เราก็ยังขอเรียกร้องว่าการตรวจให้กับประชาชนในพื้นที่เสียง ต้องฟรี&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคกล้า กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรณ์ กล่าวว่า อีกหนึ่งปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไขคือ การเข้าถึงระบบการรักษา ผ่านช่องทาง Call Center รัฐบาลควรเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มจำนวนผู้รับสาย เพิ่มข้อมูลให้กับผู้รับสายให้เขามีข้อมูลเพียงพอให้คำปรึกษากับผู้ป่วย เช่นเดียวกับประเด็นยา ที่ยังถกเถียงกัน ข้อเท็จจริงวันนี้คือ ระบบสาธารณสุขของรัฐ ไม่สามารถรองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลสนามได้ &amp;nbsp;ผู้ป่วยที่ติดค้างอยู่ตามวัด ตามชุมชน จำนวนมากเข้าไม่ถึงยา วันนี้รัฐบาลมีนโยบายแยกตัวผู้ป่วยออกจากครอบครัว โดยให้ สปสช.ดูแลเรื่องยา อาหารสามมื้อ และให้คำปรึกษาทางการแพทย์ แต่หลังจากตรวจสอบพบว่า ผู้ที่เข้าระบบของเราแทบไม่เจอใครได้รับยา หรือรับการช่วยเหลือจากราชการ ตามนโยบายที่กำหนดไว้ &amp;nbsp;นโยบายก็เรื่องหนึ่ง แต่ผลในทางปฏิบัติ เป็นหนังคนละม้วน จึงขอให้ผู้มีอำนาจช่วยลงมาดูด้วยตัวเอง ว่านโยบายของท่านนำไปสู่การปฏิบัติได้ไหม และที่ยังทำไม่ได้มันติดอะไร สามารถปลดล็อค ปลดแอกได้ไหม เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงนโยบายที่ท่านกำหนดให้โดยสะดวกมากขึ้น อีกเรื่องคือศูนย์พักคอย พรรคกล้าได้ให้ความร่วมมือสร้างศูนย์พักคอย &amp;nbsp;2 แห่ง เพราะเรามองว่าแนววิธีนี้เป็นประโยชน์ต่อการตัดวงจรการแพร่เชื้อในชุมชนกันเอง เนื่องจากส่วนใหญ่อยู่กันอย่างแออัดในครอบครัว ดังนั้นจึงให้คำแนะนำกับชุมชน ในการใช้พื้นที่ส่วนกลาง สร้างศูนย์พักคอย แยกตัวผู้ป่วยมาได้อย่างปลอดภัย &amp;nbsp;แต่ศูนย์พักคอยที่มีอยู่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเกือบ 150,000 คน ทั่วประเทศ รักษาหาย 7,500 คน ขณะที่เรามีผู้ป่วยต่อวันเกือบหมื่นคน ที่ต้องเข้ารับการรักษา จึงต้องเร่งสร้างศูนย์พักคอยเพิ่มขึ้น กทม. ประกาศจะสร้างศูนย์พักคอยทั้ง 50 เขต จำนวน 5,000 เตียง มันไม่พออยู่แล้ว เราต้องเผื่อไว้อย่างน้อย 100,000 เตียง คำนวณง่าย ๆ &amp;nbsp;ในแต่ละวันมีผู้ป่วย 5,000 คน ใช้เวลารักษาฟื้นตัว 20 วัน ถึงจะออกไป และให้ผู้ป่วยท่านใหม่เข้ามาแทนที่ จำนวนเตียงที่ต้องเตรียมคือ 100,000 เตียง วันนี้แถวบ้านผม ทราบว่ามีคนงาน &amp;nbsp;20 คนนอนติดเชื้อโควิด ไม่ได้อยู่ในระบบการรักษา และเราไม่รู้เลยว่า ทั้ง 20 คนนั้นสลับกันไปจ่ายตลาดเพื่อหาอาหารสิ่งของจำเป็นประทังชีวิต ผมรู้สึกอึดอัดกับเรื่องราวที่รับทราบในแต่ละวัน&amp;rdquo; นายกรณ์ กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวว่า จากข้อเสนอข้างต้นนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายที่หน่วยราชการจะทำ แต่อยู่ในวิสัยที่ปรับปรุงแก้ไขได้และต้องเร่งทำ โดยเฉพาะกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ล้มเหลวเรื่องระบบการจัดการข้อมูล วันนี้เราไม่รู้เลยว่า ผู้ป่วยอยู่ไหน ใครอยูในพื้นที่เสี่ยงที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนกี่คน เขาเหล่านั้นอยู่ที่ไหน โรงพยาบาลมีเตียงว่างกี่เตียงและอยู่ที่ไหน การบริหารจัดการที่ดีเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่ปรับปรุงระบบการจัดการและนี่คือภาระสำคัญเร่งด่วน ของ กระทรวงดีอีเอส ที่ต้องสร้างอีโคซิสเต็มให้ผู้ป่วยแบบเรียลไทม์ ต้องรู้ว่าผู้ป่วยอยู่ไหน เตียงว่างกี่เตียงและอยู่ที่ไหน กลุ่มเสี่ยงรอการฉีดวัคซีนกี่คน อยู่ที่ไหนบ้าง ข้อมูลเหล่านี้รัฐต้องมีอยู่ในมือ และต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เรื่องการทำมาหากิน เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องการเยียวยา ควรสร้างแพลตฟอร์มอีโคซิสเต็ม สร้างโอกาสการทำมาหากินในช่วงล็อคดาวน์ วันนี้กระทรวงดีอีเอสทำน้อยไป ทั้งที่มีเครื่องมือในมือ วันก่อนได้พูดคุยกับ คุณเชาว์ หรือนายสมคิด จิรานันตรัตน์ ผู้ออกแบบแอป &amp;#39;เป๋าตัง&amp;#39; วันนี้ประชาชนโหลดแอปเป๋าตังอยู่ในมือถือจำนวน &amp;nbsp;30 ล้านคน เป็นแพลตฟอร์มที่ควรจะขยายผลให้มีการจองวัคซีน โดยไม่จำเป็นต้องไปออกแบบแอปใหม่ให้ยุ่งยาก วันนี้ร้านอาหารที่ถูกสั่งปิด ผู้ประกอบการจำนวนมากไม่อยู่ในระบบดิลิเวอรี่ เพราะเขาทำไม่เป็น กระทรวงดีอีเอส ก็ควรจะทำให้เขาเข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ท่านนายกรัฐมนตรี เชิญ 40 ซีอีโอ รวมถึงประธานหอการค้า ประธานสภาอุตสาหกรรม เข้ามาพูดคุยปรึกษาที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันก่อน เป็นเรื่องที่ดี แต่คิดว่าการพูดคุยทำมาแล้วหลายครั้ง เขาก็ฝากรัฐหลายครั้ง สุดท้ายรัฐก็ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง พวกเราทุกคนที่อยู่หน้าด่าน เราพบขีดจำกัดของระบบราชการ นายกฯ ควรมองข้ามระบบราชการ ไปสู่เครื่องมืออื่น ๆ ที่มีอยู่ในประเทศ ว่ามีภารกิจอะไรบ้างที่มอบให้หน่วยราชการไปทำ แต่ไม่สามารถทำได้ ยกตัวอย่าง call center เบอร์ที่จัดมา หลักการมันดีอยู่แล้ว แต่ในความเป็นจริงไม่สามารถจัดการให้รองรับความต้องการของประชาชนได้ ถึงเวลาแล้ว ที่ทาจะไปปรึกษาผู้ประกอบการว่า เอกชนรับไปทำได้ไหม ยกตัวอย่าง AIS TRUE รับภาระไปได้ไหม ศูนย์พักคอย หน่วยราการ อาจสร้างไม่ทัน กลุ่ม เอสซีจี ทำได้ไหม เขาก็ทำเตียงกระดาษบริจาคให้รัฐอยู่แล้ว ลองดูทักษะการบริหารจัดการของเขา สามารถช่วยสมทบ หรือ ทำหน้าที่แทนระบบสาธารณสุขของรัฐ ได้แค่ไหน ศูนย์พักคอย ขณะนี้มีหลักแสนเตียง หามรุ่งหามค่ำ ประเด็นอาหาร ท่านมอบให้ซีพีเลยได้ไหม เซเว่นมี 10,000 สาขา ทั่วประเทศเขามีอาหารอยู่แล้ว เขาสามารถจัดส่งได้ถึงมือผู้ป่วยได้ทันที &amp;nbsp;สถานการณ์วันนี้จึงไม่ใช่แค่รับฟังข้อเสนอแนะ แต่ต้องเป็นการระดมผู้รู้ ที่มีความสามารถ มีทรัพยากรในมือ เพื่อช่วยกันนำพาพวกเราผ่านด่านอุปสรรคนี้ไปให้ได้ เชื่อว่า กว่าที่จะถึงวันที่เราประกาศเอาชนะโควิด คงต้องมีการสูญเสียคนอีกหลายร้อยหลายพันชีวิต แต่จะสูญเสียมากน้อยแค่ไหน ต้องขึ้นอยู่กับการทำงานของทางราชการเป็นหลัก วันนี้ต่อให้มีเงินหลักแสน ก็ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ ขอเป็นกำลังให้ทุกคน อย่าป่วย อย่าเสี่ยงต่อการติดเชื้อ สตางค์ไม่สามารถซื้อความปลอดภัยได้ &amp;rdquo; นายกรณ์ กล่าวพร้อมกับย้ำว่า พรรคกล้ายังคงเป็นหน่วยประสานงานช่วยเหลือผู้ป่วยหาเตียง สามารถติดต่อไปได้ที่เพจ Kla party &amp;nbsp;จะมีกลุ่มอาสารอรับเรื่องตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110863</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์ จาติกวณิช, การเมือง, พรรคกล้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fa9d1d75b57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109418</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 08:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 08:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรณ์&#039;แนะทางออกชุดตรวจโควิดแอนติเจน ปชช.พื้นที่สีแดงต้องเข้าถึงฟรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค. 64 - นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข จะพิจารณาปลดล็อก Rapid Antigen Test ชุดตรวจ โควิด-19 หลังจากที่กองควบคุมเครื่องมือแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีมติเห็นชอบไปแล้วนั้นว่า พรรคกล้าได้พยายามย้ำ และส่งแรงดันต่อเนื่องมาหลายวัน ถึงข้อเสนอแนะเร่งด่วนให้รัฐบาลเรื่องการเข้าถึงการตรวจโควิดให้สะดวกขึ้นและทันท่วงที สิ่งที่ต้องทำคือยอมรับและจัดให้มีการเข้าถึง &amp;quot;การตรวจแบบ Rapid Antigen&amp;quot; ให้กับทุกคนที่มีความเสี่ยงหรือมีอาการ แทนที่จะต้องให้ประชาชนต้องวิ่งรอบโรงพยาบาล หรือต้องไปรอคิวข้ามคืนเพื่อรับสิทธิตรวจ PCR&amp;nbsp; ซึ่งต่อมากระทรวงสาธารณสุขก็ได้แถลงตามแนวที่เราเสนอ&amp;nbsp; แต่ยังไม่สุดและยังไม่สามารถแก้ปัญหาการเข้าถึงยาและเตียงรักษาพยาบาลอย่างทันท่วงที ปัญหาสำคัญคือหากผลตรวจ Antigen เป็นบวก ทางสาธารณสุขยังไม่ยอมรับผลเพื่อนำไปสู่การรักษาทันที แต่ยังต้องให้เราไปเข้าคิวรอการตรวจ PCR ต่ออีกรอบหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากการที่ผมและทีมงานพรรคกล้าได้ไปแจกข้าวกล่องให้กับผู้เข้าคิวรอตรวจโควิดที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขนเมื่อวันก่อน และได้มีโอกาสพูดคุยกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและแพทย์หน้างาน พบว่าผู้ป่วยต้องรอคิวตรวจข้ามคืน ซึ่งเป็นปัญหาคอขวด พรรคกล้าจึงขอเสนอแนวทางนี้ เพื่อให้การใช้การตรวจ Antigen มีประสิทธิผลมากที่สุด ใน 2 แนวทางคือ 1.ขอให้ทุกครัวเรือนในพื้นที่สีแดงมีสิทธิรับระบบตรวจ Antigen เพื่อตรวจเองได้ฟรีในจำนวนที่เหมาะสม เมื่อตรวจเองและมีผลบวก ประชาชนจะได้รู้ตัวที่จะกักตัวเอง ไม่ต้องเสี่ยงแพร่หรือติดเชื้อจากการออกไปรอคิวตรวจตามศูนย์ ผู้สูงอายุไม่ต้องลำบาก&amp;nbsp; 2.หากตรวจ Antigen มีผลบวกและมีอาการป่วย ขอให้ประชาชนสามารถเข้าระบบรอเตียงได้โดยไม่ต้องรอตรวจ PCR อีกรอบเพื่อลดความเสี่ยงสำหรับผู้ที่มีแนวโน้มว่าอาการจะรุนแรง และในระหว่างเข้าระบบรอเตียง ก็สามารถตรวจ PCR ซ้ำเพื่อความแม่นยำ พร้อมยืนยันอีกครั้งตอนได้เตียง เราต้องช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้เร็วที่สุดครับ&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคกล้า ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109418</URL_LINK>
                <HASHTAG>Rapid Antigen, กรณ์ จาติกวณิช, ชุดตรวจ, พรรคกล้า, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210712/image_big_60eb9e3c2afc8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109189</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2021 21:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2021 21:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พรรคกล้า&#039; แจกแมสก์ 5 ล้านชิ้น แนะรัฐปรับวิธีตรวจเชื้อต้องให้ทุกคนเข้าถึงง่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ค.64 - นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวถึง มาตรการที่ ศบค. เพิ่งมีมติออกมาและจะบังคับใช้วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคมนี้ว่า ในพื้นที่สีแดงเข้มที่จะใช้มาตรการเคอร์ฟิวอาจไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหา ยังมีปัญหาการฉีดวัคซีน ปัญหาการเข้าถึงการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เป็นปัญหาหนักมาก ประชาชนส่วนมากที่ติดเชื้อไม่สามารถเข้าถึงการตรวจ จึงไม่สามารถเข้าระบบรอเตียงรักษาพยาบาลได้ ซึ่งพรรคกล้าได้ตั้งกลุ่ม &amp;quot;กล้าหาเตียง&amp;quot; เพื่อช่วยผู้ติดเชื้อหาเตียง โดยตลอด 2 เดือนที่ผ่านมาพบอุปสรรคมากมาย พรรคกล้าจึงขอให้รัฐบาลเปลี่ยนนโยบายเกี่ยวกับวิธีการตรวจเชื้อ ประชาชนทุกคนต้องสามารถเข้าถึงการตรวจได้ด้วยเทคโนโลยี Rapids Antigen ซึ่งสะดวกและรวดเร็วมาก เพียง 20 นาที สามารถรู้ผลได้ นำไปสู่การรักษา หรืออย่างน้อยได้รับยาระหว่างรอเตียง แต่หากต้องรอการตรวจนานอาจจะสายเกินไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรณ์ ย้ำว่า แม้จะออกมาตรการอะไรก็แล้วแต่ แต่หากประชาชนไม่สามารถเข้าถึงการตรวจเช็คตัวเองได้ มาตรการต่างๆ ก็ไม่ได้ผลอยู่ดี และมาตรการเพิ่มเติมที่รัฐออกมา จะต้องไม่ลืมการเยียวยาควบคู่ไปด้วย ซึ่งมาตรการที่ออกมาเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน วันนี้หลายที่เงินยังไม่ถึงประชาชน ดังนั้นมาตรการเยียวยาต้องจัดมาให้เต็มให้เร็ว ซึ่งเป็นเสียงสะท้อนจากพี่น้องตลาดรุ่งเจริญและคนทุกพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า ลงพื้นที่แจกหน้ากากอนามัยและพบปะให้กำลังใจประชาชน ชุมชนประดิษฐ์โทรการ พหลโยธิน 47 โดยกล่าวถึงมาตรการ ศบค. ที่ออกมาว่า เป็นมาตรการที่เจ็บแต่ไม่จบ เพราะหัวใจสำคัญอยู่ที่การตรวจเชิงรุก หากพบผู้ติดเชื้ออยู่ในระดับสีเขียว ควรนำตัวแยกจากครอบครัวไปจุดพักคอยทันที แต่กรณีผู้ป่วยระดับสีเหลืองและสีแดง มีอัตรการการเสียชีวิตที่โรงพยาลสูงขึ้น สะท้อนว่าระบบสาธารณสุขไทยมันเต็มศักยภาพ เพราะฉะนั้นในเดือนนี้จะเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด เราจึงนำหน้ากากอนามัยมาแจก เพื่อให้ทุกคนป้องกันตัวเอง อยู่บ้าน ระมัดระวังตัวเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ตอนนี้ประชาชนต้องไปรอคิวตรวจตั้งแต่ตี 5 เป็นทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน คนที่เสี่ยงติดเชื้อก็ไปรอคิวรวมกัน ยิ่งจะทำให้การเกิดการแพร่ระบาดมากขึ้น ขณะที่ประเทศชั้นนำอย่างอังกฤษ แม้ยังมีผู้ติดเชื้ออยู่บ้าง แต่ก็มีการแจก Rapids Test ให้ไปตรวจง่ายๆ ที่บ้าน จึงอยากเห็นรัฐบาลใช้เงินกู้มา ซื้อชุดตรวจที่สามารถตรวจเองตามบ้านได้ ซึ่งประเทศอังกฤษสามารถหยุดการระบาดได้พอสมควรด้วยวิธีนี้ หรือสามารถเปิดให้ซื้อได้ตามร้านขายยา เพราะเป็นเรื่องน่าแปลกที่รัฐเปิดให้ตรวจได้ แต่ไม่มีการขาย หากประชาชนเข้าถึงการตรวจได้เร็ว การแพร่เชื้อสูงในระดับผู้ป่วยสีเขียวก็จะลดลง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109189</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์ จาติกวณิช, พรรคกล้า, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210709/image_big_60e857368ad18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
