<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112839</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 15:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลัดเกษตรฯหนุนกรมการข้าวเพิ่มศักยภาพผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว แก้ปัญหาขาดแคลนในตลาด  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า2019(COVID-19)ที่ยังคงระบาดต่อเนื่อง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีความเป็นห่วงผลกระทบที่จะส่งผลต่อเกษตรกรและภาคเกษตรไทยเป็นอย่างมาก  จึงพยายามแก้ไขปัญหาด้านต่างๆ เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมพี่น้องเกษตรกรเพิ่มขึ้นอีก การแก้ปัญหา&amp;ldquo;ขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าว&amp;rdquo; นับเป็นอีกหนึ่งปมสำคัญที่กระทรวงเกษตรฯได้เร่งรัดให้กรมการข้าวเร่งวางแผนทางการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อให้เพียงพอตามเป้าหมาย เพื่อให้ชาวนาได้ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพตรงตามพันธุ์และตรงกับความต้องการของตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เมล็ดพันธุ์ข้าวเป็นหนึ่งในปัจจัยการผลิตที่สำคัญในการผลิตข้าว เนื่องจากเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพดีช่วยให้ได้ผลผลิตต่อไร่มากขึ้น ผลิตผลมีคุณภาพดีและได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับทั้งตลาดภายในและต่างประเทศ นำมาสู่การสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนของเกษตรกร ซึ่งที่ผ่านมาพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเป็นห่วงชาวนาไทยที่กำลังประสบกับปัญหาเมล็ดพันธุ์ข้าวไม่เพียงพอ พร้อมกำชับให้กระทรวงเกษตรฯเร่งหาแนวทางในการเพิ่มศักยภาพการผลิตให้เพียงพอและตรงกับความต้องการของเกษตรกรและตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกข้าวประมาณ70 ล้านไร่ มีความต้องการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีเพาะปลูกปีละประมาณ1,364,800 ตัน แต่ปัจจุบันกรมการข้าว สหกรณ์การเกษตร ศูนย์ข้าวชุมชน และภาคเอกชนผลิตเมล็ดพันธุ์ดีรวมกันได้เพียงประมาณ 537,000 ตัน หรือประมาณ 40% ของปริมาณเมล็ดพันธุ์ดีที่ต้องการใช้ในการยกระดับคุณภาพและปริมาณการผลิตข้าวของประเทศไทย  แบ่งการผลิตออกเป็น กรมการข้าว 95,000 ตัน สหกรณ์การเกษตร 30,000 ตัน ศูนย์ข้าวชุมชน 112,000 ตัน และภาคเอกชน 300,000 ตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากปัญหาการผลิตที่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการ ล่าสุดกรมการข้าวได้รับงบประมาณเพื่อใช้ในการเพิ่มศักยภาพการผลิตตลอดจนปรับปรุงเครื่องจักรอุปกรณ์ ปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวจนสามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ได้ส่วนหนึ่ง จากเดิมที่มีกำลังการผลิต 85,000&amp;ndash;95,000 ตัน/ปี เพิ่มเป็น 120,000 ตัน/ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ดีให้กับพี่น้องชาวนาได้มากยิ่งขึ้น กรมการข้าวได้เตรียมที่จะดำเนินโครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตและประสิทธิภาพการบริหารจัดการเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อรองรับเป้าหมายการผลิต จากเดิมผลิตได้ประมาณ 120,000 ตัน/ปี เพิ่มกำลังการผลิตเป็น 32,000 ตัน/ปี รวมเป็น 152,000 ตัน/ปี ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดอาชีพผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้กรมการข้าว จำนวน 4,400 รายแล้ว ยังเป็นการช่วยกระตุ้นการจ้างแรงงานภาคการเกษตรในชุมชนและสนับสนุนและส่งเสริมการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีเข้าไปในระบบการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ ยกระดับปริมาณและคุณภาพผลผลิตข้าวของประเทศอีกด้วย &amp;rdquo; นายทองเปลว กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทองเปลว กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า นอกจากมาตรการดังกล่าวแล้ว ขณะนี้กรมการข้าวมีแผนที่จะดำเนินการเพิ่มศักยภาพโรงงานปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ โดยการจัดซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ ปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อทดแทนของเดิมที่มีอายุการใช้งานมานานและประสิทธิภาพการทำงานต่ำไม่สอดคล้องกับความต้องการใช้เมล็ดพันธุ์ปัจจุบัน และจะเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเมล็ดพันธุ์ข้าวโดยการก่อสร้างอาคารโรงเก็บเมล็ดพันธุ์ปรับอากาศพร้อมครุภัณฑ์ จำนวน 15 แห่ง สำหรับใช้เก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ข้าวระยะยาวเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น การเกิดโรคและศัตรูข้าวระบาด ภัยพิบัติทางธรรมชาติ การผันผวนของความต้องการพันธุ์ข้าว ราคาข้าวเปลือก เศรษฐกิจครัวเรือนและสำรองไว้เพื่อความมั่นคงทางด้านอาหารของประเทศอีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นอกจากการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เพียงพอและตรงกับความต้องการของตลาดแล้ว มาตรฐานและคุณภาพก็นับเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งได้กำชับกรมการข้าวเร่งออกระเบียบบังคับเรื่องเมล็ดพันธุ์ให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ โดยผู้ที่ทำเมล็ดพันธุ์ชั้นพันธุ์จำหน่ายนั้นจะต้องแสดงหลักฐานว่าได้รับเมล็ดพันธุ์ชั้นพันธุ์ขยายจากกรมการข้าว เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ เมื่อเกิดความเสียหายจากเมล็ดพันธุ์ในบรรจุภัณฑ์ จะได้มีผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจนและสามารถควบคุมราคากลาง ให้เป็นมาตรฐานทั่วประเทศในอนาคต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดีสำหรับจำหน่าย จำเป็นต้องควบคุมการปฏิบัติตั้งแต่ในแปลงนา สถานที่รวบรวม การปรับปรุงคุณภาพและการตรวจสอบเมล็ดพันธุ์ข้าวจนถึงการบรรจุเพื่อลดความเสี่ยงของการปนของข้าวพันธุ์อื่น การทำลายของศัตรูพืช และการเสื่อมเสียที่ทำให้เมล็ดพันธุ์ข้าวมีคุณภาพไม่ได้ตามมาตรฐาน&amp;rdquo; นายทองเปลว กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112839</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กรมการข้าว, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, การแก้ปัญหา, ขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าว, ชาวนา, นายทองเปลว กองจันทร์, ปัญหาเมล็ดพันธุ์ข้าวไม่เพียงพอ, ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว, ระเบียบบังคับเรื่องเมล็ดพันธุ์, ศูนย์ข้าวชุมชน, สถานการณ์การแพร่ระบาด, สหกรณ์การเกษตร, เกษตรกร, เกษตรไทย, เพิ่มศักยภาพการผลิต, เมล็ดพันธุ์ข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_6112307b805d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65801</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2020 11:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2020 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาแล้ว! &#039;กรมการข้าว&#039; แจก 5 พันธุ์ข้าวพระราชทาน สร้างสิริมงคลประกอบอาชีพเกษตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค.63 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;ไทยคู่ฟ้า&amp;quot; โพสต์ข้อความว่า แจก 5 พันธุ์ข้าวพระราชทาน สร้างสิริมงคลแก่ประชาชน มาแล้วครับ...เมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน จำนวน 5 พันธุ์ ที่ทางกรมการข้าวได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนำเข้าพิธีในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อเป็นการทำขวัญเมล็ดพันธุ์พืชต่าง ๆ ให้ปลอดจากโรค เจริญงอกงามสมบูรณ์ และเป็นสิริมงคลในการประกอบอาชีพการเกษตรของประชาชนตามประเพณีนิยม ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ข้าวเจ้าที่สามารถทนแล้ง และทนต่อสภาพดินเปรี้ยวและดินเค็มได้ คุณภาพข้าวสุก นุ่ม มีกลิ่นหอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ข้าวปทุมธานี 1 ข้าวเจ้าที่นุ่มเหนียว มีกลิ่นหอมอ่อน ให้ผลผลิตสูง ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยกระโดดหลังขาว โรคไหม้ และโรคขอบใบแห้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ข้าว กข 43 ข้าวเจ้าที่มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น หุงต้มรับประทานดี สุกนุ่ม มีกลิ่นหอมอ่อน ค่อนข้างต้านทานต่อโรคไหม้และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ข้าว กข 6 ข้าวที่มีคุณภาพการหุงต้มดี มีกลิ่นหอม ลำต้นแข็งปานกลาง ต้านทานโรคใบจุดสีน้ำตาล ให้ผลผลิตสูง และทนแล้งดีกว่าพันธุ์เหนียวสันป่าตอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ข้าว กข 79 ข้าวที่มีอมิโลสต่ำ ข้าวสุกนุ่ม ให้ผลผลิตสูง ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และโรคไหม้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่กองเมล็ดพันธุ์ข้าว กรมการข้าว โทร.02-561-3794 หรือศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวทั้ง 28 แห่งทั่วประเทศ
(http://brs.ricethailand.go.th/index.php/2016-05-01-04-43-26)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65801</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการข้าว, กองเมล็ดพันธุ์ข้าว, พันธุ์ข้าวพระราชทานปี63, วันพืชมงคล, เพจไทยคู่ฟ้า, แจกพันธุ์ข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200513/image_big_5ebb77182c0f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2020 20:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2020 19:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ในหลวงพระราชทานเมล็ดพันธุ์ข้าว5สายพันธุ์แจกปชช.วันพืชมงคล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.63-นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ จัดขึ้นเป็นงานเฉพาะเพื่อสร้างความเป็นสิริมงคลแก่การผลิตพืชพันธุ์ธัญญาหารของประเทศไทย มุ่งหมายบำรุงขวัญให้กำลังใจแก่เกษตรกรของชาติ เมื่อย่างเข้าสู่ต้นฤดูกาลเพาะปลูกทุกปี นับตั้งแต่โบราณจวบจนปัจจุบันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเป็นพระราชพิธี 2 พิธีรวมกันคือ พระราชพิธีพืชมงคลอันเป็นพิธีสงฆ์ ประกอบพระราชพิธีวันแรกในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (พิธีไถหว่าน) อันเป็นพิธีพราหมณ์ ซึ่งจะประกอบพระราชพิธีในวันรุ่งขึ้น ณ มณฑลพิธีสนามหลวง ถึงแม้ว่าในปี 2563 นี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะไม่ได้จัดงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เนื่องจากประเทศไทยและนานาประเทศทั่วโลกต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ซึ่งมีมาตรการและข้อปฏิบัติทางสาธารณสุขหลายประการเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยงดการประกอบพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปีนี้จากเดิมที่สำนักพระราชวังได้กำหนดให้ประกอบพระราชพิธีในวันอาทิตย์ที่ 10 และวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2563 โดยขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตประกอบพิธีปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานและพืชพันธุ์ต่าง ๆ ในวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2563 โดยนำพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทานในฤดูทำนาปี 2562 และพันธุ์พืชต่าง ๆ มาเข้าประกอบพิธี พร้อมทั้งพิธีหว่านข้าวในแปลงนาทดลอง สวนจิตรลดา ในวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2563 เพื่อความเป็นสิริมงคลและสร้างขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรทุกสาขาทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดอาราธนาให้สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปทรงเป็นประธานในการประกอบพิธีปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานและพืชพันธุ์ต่าง ๆ พร้อมทั้งพระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ เป็นประธานฝ่ายพราหมณ์ ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 10 พฤษภาคม โดยพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระคันธารราษฎร์ใหญ่ (ประทับนั่ง) และพระคันธารราษฎร์จีน (ประทับนั่ง) ที่ประดิษฐาน ณ หอพระคันธารราษฎร์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไปประดิษฐานเป็นพระพุทธรูปประธานในพิธีปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานและพืชพันธุ์ต่าง ๆ พร้อมทั้งทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานและพืชพันธุ์ต่าง ๆ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 10 พฤษภาคม &amp;nbsp;เวลา 17.00 น. และปฏิบัติหน้าที่ประธานในพิธีหว่านข้าวในแปลงนาทดลอง สวนจิตรลดา ในวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.00 น. โดยมีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้หว่านข้าว เพื่อเป็นเมล็ดพันธุ์สำหรับการประกอบพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปีพุทธศักราช 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ในปีนี้กรมการข้าวได้ขอพระราชทาน พระบรมราชานุญาต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนำเมล็ดพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทานทั้งหมด 5 พันธุ์ จำนวน 1,458 กิโลกรัม เข้าพิธีในพระอุโบสถวัด พระศรีรัตนศาสดาราม เป็นการทำขวัญเมล็ดพันธุ์พืชต่างๆ เพื่อให้ปลอดจากโรคและเจริญงอกงามสมบูรณ์ ซึ่งเป็นข้าวนาสวนที่มีคุณลักษณะและความโดดเด่นในด้านต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบด้วย 1) ขาวดอกมะลิ 105 เป็นข้าวเจ้าที่สามารถทนแล้งได้ดีพอสมควร คุณภาพข้าวสุก นุ่ม มีกลิ่นหอม &amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้ผลผลิตประมาณ 363 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเมล็ดข้าวสารใส แกร่ง คุณภาพการสีดี คุณภาพการหุงต้มดี &amp;nbsp; &amp;nbsp; อ่อนนุ่ม มีกลิ่นหอม และทนต่อสภาพดินเปรี้ยวและดินเค็ม 2) ปทุมธานี 1 เป็นข้าวเจ้าที่นุ่มเหนียว มีกลิ่นหอมอ่อน ให้ผลผลิตสูงประมาณ 650 - 774 กิโลกรัมต่อไร่ ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยกระโดดหลังขาว โรคไหม้ และโรคขอบใบแห้ง 3) กข43 เป็นข้าวเจ้าที่มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น 95 วันเมื่อปลูกโดยวิธีหว่านน้ำตม คุณภาพของเมล็ดทางการหุงต้มรับประทานดี ข้าวสุกนุ่ม มีกลิ่นหอมอ่อน ให้ผลผลิตประมาณ 561 กิโลกรัมต่อไร่ และค่อนข้างต้านทานต่อโรคไหม้และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล 4) กข6 เป็นข้าวที่ให้ผลผลิตสูงและทนแล้งดีกว่าพันธุ์เหนียวสันป่าตอง คุณภาพการหุงต้มดี มีกลิ่นหอมลำต้นแข็งปานกลาง ต้านทานโรคใบจุดสีน้ำตาล คุณภาพการสีดี 5) กข79 เป็นข้าวที่มีอมิโลสต่ำ ข้าวสุกนุ่ม ให้ผลผลิตสูง ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และโรคไหม้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม พันธุ์ข้าวพระราชทานทั้ง 5 พันธุ์จะนำไปบรรจุซองพลาสติกเพื่อแจกจ่ายให้พสกนิกรผู้สนใจและชาวนาทั่วประเทศ สามารถรับไปเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลในการประกอบอาชีพการเกษตรของตนตามประเพณีนิยม เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์สืบไป สำหรับประชาชนที่สนใจพันธุ์ข้าวพระราชทานสามารถสอบถามได้ที่ กรมการข้าว กองเมล็ดพันธุ์ข้าว และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวทั้ง 29 แห่ง ทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65564</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการข้าว, พระราชทาน, วันพืชมงคล, เมล็ดพันธุ์ข้าวทรงปลูก, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200510/image_big_5eb7eea9a29d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35390</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2019 11:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2019 11:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระโคเสี่ยงทายปี 62 กินข้าว-น้ำ-หญ้า ธัญญาหาร พลาหารจะบริบูรณ์ดี น้ำท่าจะบริบูรณ์ พอควร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9&amp;nbsp;พ.ค.62 - เมื่อเวลา&amp;nbsp;08.38 &amp;nbsp;น.&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี จากพระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิตไปยังพิธีมณฑลท้องสนามหลวงในการพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญพุทธศักราช&amp;nbsp;2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถยนต์พระที่นั่งเทียบที่พลับพลาพิธีมณฑลท้องสนามหลวง เสด็จขึ้นพลับพลาพิธีมณฑลท้องสนามหลวง ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ประทับพระราชอาสน์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดีประทับพระเก้าอี้ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่พระยาแรกนา ยาตราขบวนพร้อมด้วยเทพีออกจากโรงพิธีพราหมณ์ เมื่อถึงหน้าพระที่นั่ง พระยาแรกนาเข้าเฝ้าฯ ถวายบังคม แล้วออกไปประกอบพิธีแรกนา ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ริ้วขบวนประกอบด้วยพราหมณ์ เทพีคู่หาบทอง&amp;nbsp;เทพีคู่หาบเงิน จากนั้นพระยาแรกนาเจิมพระโคและคันไถ พระโคแรกนา ได้แก่ พระโคเพิ่มและพระโคพูล ส่วนพระโคสำรอง ได้แก่ พระโคพอ และพระโคเพียง โดยเป็นโคลักษณะดี รูปร่างสมบูรณ์ สีเดียวกัน ผิวสวย เขามีลักษณะโง้งคุ้ม &amp;nbsp;มีขวัญหน้า ขวัญทัดดอกไม้ซ้ายขวาถูกต้อง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปีนี้&amp;nbsp;กรมการข้าวซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดำเนินการปลูกข้าว ณ แปลงทดลองในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาฤดูนาปี&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ได้ขอพระราชทานพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทานทั้งหมด&amp;nbsp;4&amp;nbsp;พันธุ์ เพื่อใช้ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประกอบด้วยพันธุ์ขาวดอกมะลิ&amp;nbsp;105&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;537&amp;nbsp;กิโลกรัม,ปทุมธานี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;290&amp;nbsp;กิโลกรัม และ กข&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;46&amp;nbsp;กิโลกรัม รวมน้ำหนักเมล็ดพันธุ์ข้าวทั้งสิ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;1,206&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp; และจัดเป็นพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน และบรรจุในซองพลาสติกแจกจ่ายให้เกษตรกรและประชาชนทั่วประเทศ เพื่อเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลในการประกอบอาชีพการเกษตรตามประเพณีนิยม เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์สืบไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อไถหว่านครบ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;รอบ เสร็จแล้วกลับโรงพิธีพราหมณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พราหมณ์นำสิ่งของ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;สิ่ง มีข้าวเปลือก ข้าวโพด ถั่วเขียว งา เหล้า น้ำ และหญ้า &amp;nbsp;ไปเลี้ยงพระโคที่หน้าพระที่นั่ง เจ้าหน้าที่นำพระโคไปกินเลี้ยงของเสี่ยงทาย เมื่อพระโคกินเสร็จแล้ว โหรหลวงได้ถวายคำพยากรณ์ โดยนายมีศักดิ์ ภักดีคง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้อ่านกราบบังคมทูลความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผลการเสี่ยงทายของพระยาแรกนาเนื่องในงานพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี พุทธศักราช&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;โหรหลวงได้ให้คำพยากรณ์ว่า พระยาแรกนาเสี่ยงทายผ้าสำหรับนุ่งไปประกอบพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ดังนี้ เสี่ยงผ้านุ่งปีนี้ พยากรณ์ว่า น้ำสำหรับปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนาจะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหารจะอุดมสมบูรณ์ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเสี่ยงทายพระโคกินเลี้ยง ปีนี้พระโคกินข้าว พยากรณ์ว่า ธัญญาหาร พลาหารจะบริบูรณ์ดี น้ำ หญ้าพยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์ พอควร พร้อมด้วยธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร อุดมสมบูรณ์ดี ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ&amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กราบบังคมทูลเบิกชาวนาผู้ชนะการประกวดผลผลิตและเกษตรกรดีเด่นเข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานรางวัลประจำปีพุทธศักราช &amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ประกอบด้วยปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน รวม &amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประเภท &amp;nbsp;เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ รวม&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ประเภท ผู้แทนสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ รวม12&amp;nbsp;ประเภท ผู้แทนสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติรวม&amp;nbsp;&amp;nbsp;7&amp;nbsp;สหกรณ์ &amp;nbsp;รวมผู้เข้ารับพระราชทานโล่รางวัลปีนี้&amp;nbsp;38&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น ยาตราขบวนพระยาแรกนาขณะผ่านหน้าพระที่นั่งพระยาแรกนาจะได้เข้าเฝ้าฯถวายบังคมแล้วขึ้นรถยนต์หลวงไปรอเฝ้าฯที่แปลงนาสาธิตสวนจิตรลดาทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินไปยังสวนจิตรลดาพระราชวังดุสิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนจำนวนมากสวมเสื้อเหลือง รวมทั้งเกษตรกรชาวนา ชาวสวนจากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศมาโดยรอบท้องสนามหลวงเนื่องในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญอันสำคัญ เฝ้ารอรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เมื่อเสร็จสิ้นพระราชพิธี ประชาชนต่างเข้ามาเก็บพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทานที่พระยาแรกนาหว่านในพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคล บางคนตั้งใจเก็บเพื่อนำผสมกับพันธุ์ข้าวที่ตนเองเพาะปลูก เพราะถือเป็นพันธุ์ข้าวที่ดี เป็นพระราชพิธีที่ประชาชนและเกษตรกรเฝ้ารอทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35390</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการข้าว, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ, พระโคเสี่ยงทาย, พระโคแรกนา, มณฑลพิธีท้องสนามหลวง, วันพืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190509/image_big_5cd3a966ccacf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2019 18:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2019 14:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดร.นิพนธ์ แห่งทีดีอาร์ไอ ฉะสนช. ไม่เข้าใจกลไกข้าวแท้จริง ในร่างพ.ร.บ.ข้าว มี 3 จุดอ่อน ไม่มีเนื้อหาพัฒนา&quot;อาชีพทำนา&quot; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18ก.พ.62-ประเด็นพ.ร.บ.ข้าว ที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันกว้างขวาง ร้อนแรง โดยเฉพาะเรื่องของการซื้อขายเมล็ดพันธุ์ ที่กำจัดสิทธิ์ชาวนา&amp;nbsp; ถึงกับทำให้รัฐบาลต้องออกมาชี้แจง ว่าไม่ได้มีวาระซ่อนเร้น และไม่ได้จำกัดเสรีภาพชาวนาในการซื้อขายเมล็ดพันธ์&amp;nbsp; ไม่ได้เป็อย่างที่้กระแสโซเชียลเข้าใจ ล่าสุด ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิขาการเกียรติคุณ จาก สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) ได้เขียนบทความเรื่อง&amp;quot;ร่าง พ.ร.บ.ข้าว : เพื่อชาวนาจริง หรือ ? &amp;nbsp;เนื้อหามีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เหตุผลของการตรากฎหมายข้าวเป็นเหตุผลที่ดี กล่าวคือ ผู้ร่างต้องการแก้ปัญหาอาชีพชาวนาที่เสี่ยงขาดทุนสูง คนรุ่นใหม่ไม่มีแรงจูงใจจะทำนา ร่างกฎหมายข้าวต้องการให้มีนโยบายข้าว และสถาบันที่สนับสนุนส่งเสริมการพัฒนากระบวนการผลิต (และจำหน่าย) ตลอดห่วงโซ่การผลิต เกิดการพัฒนาอาชีพทำนาที่มั่นคง ยั่งยืน อย่างบูรณาการและเป็นเอกภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในร่างแรกที่นำเข้าสู่ สนช. กลับเน้นเรื่องให้อำนาจแก่กรมการข้าวในการควบคุมและลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องกับการค้าข้าว เสมือนหนึ่งประเทศไทยยังอยู่ในยุคด้อยพัฒา หรือภาวะสงคราม รวมทั้งการเพิ่มอำนาจหน้าที่ให้กรมการข้าว ทั้งๆที่อำนาจหน้าที่เหล่านั้นมีหน่วยราชการอื่นดูแลรับผิดชอบตามกฎหมายอยู่แล้ว โดยไม่มีสาระสำคัญด้านการแก้ปัญหาอาชีพชาวนาและการพัฒนาห่วงโซ่การผลิตข้าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้ตัดมาตราเหล่านั้นออกหลายมาตรา รวมทั้งแก้ไขความขัดแย้งระหว่างหน่วยราชการ เรื่อง การกำหนดให้กระทรวงเกษตรฯ(โดยกรมการข้าว) เป็นเลขานุการคนที่หนึ่งของคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ข้าว ที่ผ่านวาระ 1 เมื่อ 30 มกราคม 2562 ยังมีมาตราสำคัญบางมาตราที่เป็นอันตรายต่อการพัฒนาคุณภาพข้าวไทย อีกทั้งยังไม่มีมาตราชัดเจนเรื่องการพัฒนาอาชีพทำนาที่มั่นคง และการส่งเสริมการพัฒนาห่วงโซ่การผลิตข้าว หากสภานิติบัญญัติแห่งชาติผ่านกฎหมายดังกล่าว จะเกิดความเสียหายใหญ่หลวงต่อวงการข้าวไทย โดยเฉพาะการซื้อขายเมล็ดพันธุ์ข้าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือ เหตุผลที่สมาคมด้านข้าว 4 สมาคม และสถาบันด้านวิชาการ 2 สถาบันต้องร่วมกันจัดสัมมนาเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 เพื่อแถลงข้อเท็จจริงและผลกระทบด้านต่างๆ ให้สังคมได้รับทราบและมีส่วนร่วมแสดงข้อคิดเห็นเพิ่มเติม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่ง นานๆครั้งเราจะเห็นสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย สมาคมผู้รวบรวมเมล็ดพันธุ์ข้าว สมาคมโรงสี และสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยมารวมตัวกันได้ เพราะมีความเห็นตรงกันเรื่องความเสียหายที่จะเกิดจากมาตราบางมาตรา ปรกติสมาคมทั้งสี่ (และสมาคมชาวนาอีกสี่สมาคม) มักจะมีความเห็นขัดแย้งกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี รับทราบผลการสัมมนาและเข้าใจปัญหาของร่าง พ.ร.บ. ข้าว เป็นอย่างดี และด้วยความกังวล ฯพณฯ จึงมีบัญชาให้พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ปรึกษาหารือกับ รองประธานกรรมาธิการวิสามัญ (พลโท จรรศักดิ์ อานุภาพ) และกรรมาธิการวิสามัญบางท่าน รวมทั้งประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรฯ เพื่อหาทางแก้ไขร่าง พ.ร.บ. ข้าว หลังจากนั้นกรรมาธิการวิสามัญฯ ก็ได้ประชุมเพื่อแก้ไขปัญหา เมื่อวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นสำคัญที่สุดที่มีการแก้ไข ได้แก่ มาตรา 27/1 วรรค 3 &amp;nbsp;เรื่องการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวจะจำหน่ายได้เฉพาะเมล็ดพันธุ์ที่กรมการข้าว รับรองแล้วเท่านั้น แม้จะมีข้อยกเว้นให้ชาวนาจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ที่ยังไม่ได้รับการรับรองให้แก่ผู้รวบรวมพันธุ์ข้าว แต่ผู้รวบรวมพันธุ์ข้าวไม่สามารถนำไปขายต่อได้....หากผู้รวบรวมนำไปขายต่อก็ติดคุก.....และทันทีที่กฎหมายฉบับนี้มีผลใช้บังคับ การซื้อขายเมล็ดพันธุ์และข้าวเปลือกไรซ์เบอร์รี่จะผิดกฎหมายทันที เพราะกรมการข้าวยังไม่ได้รับรองพันธุ์ข้าวไรซ์เบอร์รี่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรานี้จึงเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการค้าขายของประชาชนอย่างร้ายแรง ยิ่งกว่านั้นกรรมาธิการฯไม่ได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน จึงไม่มีความเข้าใจเรื่องการพัฒนาคุณภาพพันธุ์ข้าวไทย แต่กลับเข้าใจผิดว่า&amp;rdquo;พันธุ์ข้าวส่วนใหญ่ในตลาด&amp;rdquo;ไม่มีคุณภาพ และหากสามารถจำกัดการค้าขายเฉพาะเมล็ดพันธุ์ข้าวที่กรมการข้าวรับรอง ชาวนาจะได้พันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพไปปลูก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา 27/1 วรรคสาม จะปิดกั้นกระบวนการพัฒนาปรับปรุงพันธ์ข้าวของตลาดข้าวไทยอย่างไร ??? &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลาดข้าวไทยมีกระบวนการคัดเลือกปรับปรุงพันธุ์ข้าวให้มีคุณภาพสูง ข้าวอร่อยถูกปากทั้งคนไทยและคนเอเซียและอาฟริกา ข้าวไทยขายได้ราคาสูงกว่าคู่แข่ง และระยะหลังเริ่มมีข้าว&amp;rdquo;สี&amp;rdquo;เพื่อสุขภาพเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว เช่น ไรซ์เบอร์รี่ ข้าวสังข์หยด ทับทิมชุมแพ ฯลฯ &amp;nbsp;กระบวนการคัดสรรคุณภาพข้าวนี้เกิดจากวีรบุรุษ/วีรสตรีนิรนาม (unsung heroes) ในวงการข้าว ไม่ว่าจะเป็นชาวนา ผู้รวบรวมเมล็ดพันธุ์ข้าว โรงสี หยง ผู้ส่งออก ผู้ผลิตเครื่องจักรกลเกษตร รวมทั้งนักวิจัยปรับปรุงพันธุ์ข้าวที่กรมการข้าว ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ และมหาวิทยาลัยต่างๆ บุคคลเหล่านี้ร่วมกันพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ข้าวและเมล็ดพันธุ์ข้าวตามความต้องการของตลาด และทำให้ตนได้กำไรจากการปลูก/การสี/การค้า ข้าวพันธุ์ไหนที่ปลูกแล้วได้ผลผลิตต่ำ หรือสีแล้ว เต็มไปด้วยข้าวหัก ผู้บริโภคไม่ชอบ ก็จะถูกทิ้งไป (รวมทั้งพันธุ์ที่ราชการให้การรับรองแล้ว) &amp;nbsp;พันธุ์ไหนที่อร่อยถูกปาก ขายได้มีกำไรดี ก็จะมีการบอกต่อๆกัน กลายเป็นพันธุ์ยอดนิยมในตลาดก่อนที่ทางราชการจะให้การรับรองในภายหลัง เพราะกระบวนการรับรองต้องมีขั้นตอน ต้องใช้เวลาเพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อนำไปปลูกทั่วประเทศจะไม่มีปัญหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระบบการคัดสรรพันธุ์ข้าวให้มีคุณภาพแบบนี้ เรียกว่า การควบคุมคุณภาพแบบกระจายอำนาจในตลาดข้าวที่เป็นการค้าเสรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาสตราจารย์ ดร. เบญจวรรณ ฤกษ์เกษม นักวิชาการด้านเกษตรที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งได้รับการนับถือยกย่องในระดับนานาชาติให้ความเห็นว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มาตรา 27/1 ดูเป็นการจำกัดการพัฒนาพันธุ์ใหม่ๆ.....ในปัจจุบันเมล็ดพันธุ์ข้าวเป็นปัจจัยการผลิตที่มีการซื้อขายมากขึ้น มีการผลิตเพื่อใช้เอง และแลกเปลี่ยนกันน้อยลง ที่ผ่านมาข้าวพันธุ์ท้องถิ่นหรือพันธุ์พื้นเมือง (ที่ยังไม่ได้รับการรับรองจากกรมการค้าข้าว) ที่ได้กลายเป็นพันธุ์ยอดนิยม (รวมทั้งข้าวหอมมะลิ) ได้แพร่หลายไปโดยชาวนาก่อน แล้วราชการ (ในชื่อกรมการค้าข้าว หรืออื่นๆ) จึงทำทำเป็นพันธุ์รับรองตามหลัง หาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ออกใช้ก่อน พ.ศ. 2500 เราคงอดมีข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ขาวตาแห้ง 17 ช้าวไรซ์เบอร์รี่ ฯลฯ &amp;ldquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
หลังจากการทำความเข้าใจถึงประเด็นนี้ คณะกรนอกจากนี้คณะกรรมาธิการฯ เพิ่มมาตราด้านการส่งเสริมชาวนา เพราะร่างเดิมไม่มีมาตราด้านนี้เลย มาตราที่จะเพิ่มขึ้น คือ &amp;ldquo;เพื่อเป็นกรมส่งเสริมให้ชาวนาใช้พันธุ์ข้าวที่ดีมีคุณภาพในการเพาะปลูก (และมีความเหมาะสมกับเขตศักยภาพการผลิตที่กระทรวงเกษตรฯประกาศ) ให้ชาวนาซึ่งปลูกข้าวโดยใช้พันธุ์ข้าวที่กรรมการข้าวประกาศรับรองพันธุ์และเพาะปลูกในพื้นที่มีความเหมาะสม (ตามเขตศักยภาพการผลิตข้าว) ได้รับความช่วยเหลือ ส่งเสริมหรือสนับสนุนตามมาตรการที่คณะกรรมการประกาศกำหนดโดยความเห็นธรรมของคณะรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การแก้ไขดังกล่าวน่าจะพอยอมรับได้ในระดับหนึ่ง เพราะมีการตัดมาตราที่จะก่อความเสียหายแก่วงการข้าวออก มีมาตราที่กำหนดให้รัฐต้องส่งเสริมสนับสนุนชาวนาที่ใช้พันธุ์ข้าวของรัฐ และที่สำคัญ คือ ชาวนามีตัวแทนในคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ดี ร่าง พ.ร.บ. ข้าว ยังมีจุดอ่อนสำคัญ 3 ประการๆ แรก มาตรา 20 กำหนดให้ผู้รับซื้อข้าวเปลือกออกใบรับซื้อข้าวเปลือกทุกครั้งและให้ส่งสำเนาใบรับรับซื้อข้าวเปลือกให้กรมการข้าว โดยให้มุ่งเน้นการใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิคส์
มาตรานี้เป็นการขี่ช้างจับตั๊กแตน เพราะแม้จะมีผู้รับซื้อข้าวเปลือกที่ตัดราคาชาวนา แต่ใบรับซื้อข้าวเปลือกไม่สามารถพิสูจน์ความผิดได้ เพราะทันทีที่ซื้อข้าวเปลือกจากชาวนา ผู้รับซื้อก็นำข้าวเปลือกที่ซื้อมาเทกองรวมกับข้าวเปลือกของชาวนารายอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ยิ่งกว่านั้นปัจจุบันโรงสีก็ต้องเก็บหลักฐานใบรับซื้อให้กรมสรรพากรตรวจ และรวบรวมทำรายงานการค้าข้าวส่งให้กระทรวงพาณิชย์อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
หากกรมการค้าข้าวอ้างว่าจะนำหลักฐานใบรับซื้อไปข้าวเปลือก ไปจัดทำบิ๊กดาต้า (big data) ก็กรุณาเขียนกฎหมายบังคับว่ากรมฯจะนำข้อมูลไปทำประโยชน์อะไรบ้างให้ชาวนาหรือวงการข้าว เพื่อให้คุ้มกับเงินภาษีของประชาชน และถ้าเป็นเรื่องบิ๊ดาต้า ก็ไม่ต้องมีบทลงโทษ ไม่ต้องให้อำนาจเจ้าพนักงาน เพราะเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาการทุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จุดอ่อนประการที่สอง คือ ร่างกฏหมายยังไม่มีมาตราที่จะพัฒนาส่งเสริมอาชีพชาวนาให้มั่นคงยั่งยืน หรือสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่มาประกอบอาชีพทำนาตามเหตุผลที่ระบุไว้ในร่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จุดอ่อนข้อสามของร่างพรบ.ข้าว (มาตรา 27/3) คือ การโอนอำนาจการควบคุมเมล็ดพันธุ์ข้าวในพรบ.พันธุ์พืช 2518 และอำนาจการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ตามพรบ. คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 จากกรมวิชาการเกษตรมายังกรมการข้าว ในปัจจุบันกรมวิชาการเกษตรก็สามารถทำหน้าที่กำกับควบคุมได้เป็นอย่างดี แม้จะล่าช้าตามระบบราชการบ้างก็ตาม การโอนอำนาจหน้าที่นี้ไปกรมการข้าวจะเกิดผลเสีย 2 ประการ คือ (ก) สร้างปัญหาความขัดแย้งระหว่างผลประโยชน์ของกรมการข้าวในฐานะผู้วิจัยและให้ทุนวิจัยด้านข้าว กับอำนาจการกำกับควบคุมโดยการออกใบอนุญาต (ข) การทำหน้าที่ตามกฎหมายสองฉบับข้างต้น ต้องอาศัยทีมงานนักวิชาการสาขาต่างๆ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญภายนอก เรียกว่าเกิดประโยชน์จากการมีความรู้หลากหลายสาขา และความชำนาญเฉพาะด้าน (economies of scale and specialization) การแยกงานด้านกำกับควบคุมข้าวออกไป นอกจากจะลดทอนประสิทธิภาพของการกำกับดูแลด้านข้าวแล้ว รัฐยังต้องสูญเสียงบประมาณเพิ่มขึ้นทั้งด้านลงทุนในอุปกรณ์-เครื่องมือ และเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ในกรมการข้าว โดยไม่ทราบว่าจะได้ประโยชน์คุ้มค่าหรือไม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนั้นก็มีจุดอ่อนอื่นๆ เช่น การขาดระบบการติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐ การที่คณะกรรมการด้านผลิตและด้านการตลาดส่วนใหญ่ยังประกอบด้วยปลัดกระทรวง และ อธิบดี (รวม 14 คน)และผู้แทนภาคเอกชนและเกษตรกร (รวม 7 &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คน) &amp;nbsp;แทนที่จะเป็นกรรมการผู้เชี่ยวชาญจากวงราชการ และไม่มีนักวิชาการจากสถาบันการศึกษา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กรมการข้าวเป็นหน่วยงานสำคัญด้านวิจัยและพัฒนาข้าวที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ก่อตั้งเป็นกรม&amp;nbsp;
หลักการและเหตุผลของการจัดตั้งกรมการข้าวในปี พ.ศ. 2549 กำหนดให้กรมการข้าว &amp;ldquo;เพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบดูแลเรื่องข้าวโดยเฉพาะให้ครอบคลุมถึงการปรับปรุงพัฒนาการปลูกข้าวให้มีผลผลิตต่อพื้นที่และคุณภาพสูงขึ้น การพัฒนาพันธุ์ อนุรักษ์และคุ้มครองพันธุ์ การผลิตเมล็ดพันธุ์ การตรวจสอบรับรองมาตรฐาน การส่งเสริมและเผยแพร่เพื่อพัฒนาชาวนา การแปรรูปและการจัดการอื่นๆเพื่อเพิ่มมูลค่าข้าว รวมทั้งการตลาดและส่งเสริมวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกับข้าว&amp;rdquo; (ราชกิจจานุเบกษา พรบ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2549)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การมีพันธกิจหลักด้านการวิจัยและพัฒนาการผลิตข้าวทำให้กรมการข้าวเป็นกรมขนาดเล็ก คนบางคนเลยอยากให้กรมการข้าวมีอำนาจในการกำกับควบคุม เพื่อจะได้เพิ่มจำนวนข้าราชการและงบประมาณมากขึ้น
การกำหนดให้กรมการข้าวเพิ่มอำนาจหน้าที่ด้านกำกับควบคุม นอกจากจะกระทบประสิทธิภาพและประสิทธิผลการทำงานด้านวิจัยและพัฒนาแล้ว ยังกลับจะลดทอนความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจที่ชาวนาและผู้เกี่ยวข้องมีให้กับกรมการข้าว เพราะกรมการข้าวจะถูกลากเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งด้านการมืองและผลประโยชน์ของฝ่ายต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แม้กรมการข้าวจะเป็นกรมขนาดจิ๋ว แต่แจ๋ว การทำงานวิจัย-พัฒนาและรับรองพันธุ์ข้าวเป็นงานปิดทองหลังพระที่ก่อคุณค่าและประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาลต่อชาวนาและเศรษฐกิจของประเทศ &amp;nbsp;งานปิดทองหลังพระเหล่านี้จึงเป็นงานที่ &amp;ldquo;มีพลานุภาพ&amp;rdquo;ยิ่งกว่าอำนาจทางกฎหมายในการกำกับควบคุม นักวิชาการของกรมการข้าวไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งดังกล่าว ปล่อยให้หน่วยงานอื่นทำหน้าที่กำกับควบคุม จะดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
หากสมาชิกสนช.ต้องการเห็นร่าง พ.ร.บ. ข้าว เป็นประโยชน์แท้จริงต่อชาวนา และอนาคตวงการข้าวไทย ขอความกรุณาระดมสมองผู้เชี่ยวชาญด้านวิจัยและพัฒนาข้าวตลอดห่วงโซ่การผลิต เพื่อเพิ่มเติมหรือแก้ไขร่างกฎหมายดังกล่าวอย่างรอบคอบก่อนตราเป็นกฎหมาย ทิ้งประเด็นการเมือง โดยเอาผลประโยชน์ของชาวนาและการค้าข้าวเป็นหลักในการพิจารณา &amp;nbsp;และหากเป็นไปได้ขอให้เพิ่มมาตราจัดตั้งกองทุนวิจัยและสร้างระบบและกลไกความร่วมมือด้านการวิจัยและส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ระหว่างนักวิจัย-นักส่งเสริมเกษตร 4 ฝ่าย คือ กรมการข้าว มหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และกลุ่มเกษตรกร เพื่อเพิ่มรายได้ให้ชาวนา และความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29395</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สนช., กรมการข้าว, ทีดีอาร์ไอ, นืพนธ์ พัวพงศกร, พ.ร.บ.ข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190218/image_big_5c6a5e45b997e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9028</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระราชทานพันธุ์ข้าว3.6แสนซองวันพืชมงคล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพันธุ์ข้าวทรงปลูก 7 พันธุ์กว่า 3.6 แสนซองแก่พสกนิกร-ชาวนา เป็นสิริมงคลวันพืชมงคล กรมข้าวชูงานวิจัยข้าวป่ายับยั้งเซลล์มะเร็ง ส่วนประมงนำร่อง &amp;quot;ปลานิลจิตรลดา 4&amp;quot; ที่เบตงสร้างสันติสุข โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดาเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ไอศกรีมนมระดับพรีเมียม 3 รส &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 พ.ค. เวลา 09.00 น. โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กรมอนามัย กรมประมง กรมการข้าว โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) ร่วมกันแถลงข้อมูลและการจัดแสดงนิทรรศการเนื่องในงานวันพืชมงคล ประจำปี พ.ศ.2561 ณ อาคารศาลามหามงคล ภายในพื้นที่เขตพระราชฐานพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในเวลา 10.00 น. วันที่ 14 พ.ค. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทอดพระเนตรความก้าวหน้าโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เนื่องในโอกาสวันพืชมงคล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโอภาส วรวาท ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวฉะเชิงเทรา กรมการข้าว กล่าวรายงานสรุปผลผลิตการดำเนินงานปี 2560 ณ แปลงนาทดลองในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาว่า แปลงนาทดลองฯ มีผลผลิตพืชหมุนเวียนตระกูลถั่วและตระกูลไร่ รวมทั้งสิ้น 325 กิโลกรัม ผลผลิตข้าวนาสวน พันธุ์คัด จำนวน 45 สายพันธุ์ ผลผลิตรวมทั้งสิ้น 24,515 รวง ผลผลิตข้าวนาสวนพันธุ์หลัก จำนวน 7 พันธุ์ รวมทั้งสิ้น 1,799 กิโลกรัม โดยนำผลผลิตข้าวนาสายพันธุ์หลักจำนวน 7 พันธุ์ ได้แก่ ข้าวเจ้าพันธุ์ปทุมธานี 1 กข &amp;nbsp;71 กข 43 ขาวดอกมะลิ 105 กข 6 กข 57 และข้าวสังข์หยดพัทลุง ผลผลิตรวมทั้งสิ้น 1,799 กิโลกรัม ขอพระราชานุญาตจัดเป็นพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน บรรจุซอง 361,000 ซอง แจกจ่ายให้พสกนิกร ชาวนาผู้สนใจเพื่อเป็นสิริมงคล ส่วนหนึ่งนำเข้าพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปี 2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโอภาสกล่าวต่อว่า สำหรับการจัดนิทรรศการในงานวันพืชมงคล ประจำปี พ.ศ.2561 วันที่ 14 พ.ค.นี้ &amp;nbsp;ได้แก่ นิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร &amp;quot;น้อมนำคำ &amp;quot;พ่อ&amp;quot; สอน&amp;quot; สานต่อปณิธานการวิจัยและพัฒนาข้าวไทย นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงงานด้านข้าว นิทรรศการพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงงานด้านข้าว &amp;nbsp; &amp;nbsp;นิทรรศการพระประวัติพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิทรรศการแปรรูปข้าวเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากข้าว 3 พันธุ์ &amp;nbsp;ได้แก่ พันธุ์ข้าว กข 75 นำมาผลิตเป็นแป้งทำขนมดอกจอก พันธุ์ข้าว ข้าวเหนียวดำหมอ 37 เป็นพันธุ์ข้าวเพาะปลูกมากใน จ.พัทลุง มีวิตามินบี 1 และ 6 ธาตุเหล็ก สังกะสีและไอโอดีนมากกว่าข้าวชนิดอื่น ใช้เป็นวัตถุดิบในการทำข้าวต้มใบกะพ้อ ขนมพื้นเมืองของชาวใต้สำหรับใช้ในงานบุญ รวมทั้งพันธุ์ข้าว ขะสอ เป็นพันธุ์ข้าวที่ปลูกในระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเล ตั้งแต่ 1,200-1,500 เมตร เดิมทีชาวลาหู่เป็นผู้ริเริ่มเพาะปลูก สามารถนำมาผลิตเป็นสุราพื้นบ้าน นิทรรศการข้าวเหนียวดำหมอ 37 นิทรรศการข้าวพันธุ์ใหม่ที่รอการรับรอง ข้าวพันธุ์ขะสอ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีรพล ม่วงงาม นักวิชาการเกษตร ปฏิบัติการ กรมการข้าว กล่าวว่า นิทรรศการในวันพืชมงคลปีนี้ยังมีนิทรรศการข้าวป่ากับคุณค่าทางเภสัชกรรม จะนำเสนอผลการศึกษาข้าวป่าสปีชีส์ O.officinalis ซึ่งพบในเขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ใบของข้าวป่าสปีชีส์นี้มีคุณสมบัติยับยั้งเซลล์มะเร็งได้สูง ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่เล่าว่า พบสุนัขป่วยเป็นเนื้องอกที่บริเวณหน้าอก เมื่อได้กินใบของข้าวป่าดังกล่าว ทำให้เนื้องอกยุบลง จึงเก็บตัวอย่างใบนำไปวิเคราะห์ฤทธิ์ในการยับยั้งเซลล์มะเร็ง ซึ่งผลตรวจพบสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้สูง ทั้งมะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งเต้านม ปี 2561 จึงเริ่มทำโครงการวิจัยอย่างจริงจัง เน้นการศึกษาเปปไทน์ หากรู้ว่าเป็อะมิโนชนิดใด ก็สามารถสังเคราะห์ขึ้นมาเพื่อขยายผลนำไปสู่การใช้ในวงการเภสัชกรรมและวงการแพทย์ ขณะนี้ยังเป็นผลการทดลองเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม พบภัยคุกคามจากการขยายตัวของหมูบ้านจัดสรร ทำให้พื้นที่แปลงข้าวป่าดังกล่าวลดลง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายก่อเกียรติ กูลแก้ว ผู้ตรวจราชการกรมประมง กล่าวว่า ปัจจุบันศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำปทุมธานี กรมประมง ทำการทดลองเลี้ยงเปรียบเทียบ &amp;quot;ปลานิลจิตรลดา 4&amp;quot; กับสายพันธุ์เดิมที่มีอยู่ พบว่า ปลานิลจิตรลดา 4 ให้ผลผลิตสูงกว่าถึงร้อยละ 36 และเป็นครั้งแรกที่ อ.เบตง จ.ยะลา ทดลองปฏิบัตินำร่องเป็นหมู่บ้านปลา มีเกษตรกรสนใจเลี้ยง 200 ราย เลี้ยงด้วยระบบน้ำไหล ออกแบบให้มีบ่อระบบน้ำไหลผ่าน 24 ชั่วโมง มีการจัดวางระบบน้ำโดยการวางท่อทางธรรมชาติบางส่วนเพื่อให้น้ำไหลผ่านบ่อเลี้ยง และไหลออกจากบ่อกลับสู่ทางน้ำธรรมชาติตามเดิม ทำให้สามารถผลิตปลาคุณภาพ ไร้กลิ่นโคลนให้ผู้บริโภค ราคาขายอยู่ที่ 100-120 บาทต่อกิโลกรัม จะผลักดันปลานิลเป็นหนึ่งในกุญแจเปิดประตูสันติสุข เพราะปลานิลสร้างรายได้ สร้างเศรษฐกิจ ดึงดูดนักท่องเที่ยวสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ในงานวันพืชมงคลประจำปี 2561 กรมอนามัยจะจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับโครงการนมฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุในประเทศไทย ซึ่งทางกรมร่วมกับโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ดำเนินโครงการตั้งแต่ปี 2543 จนถึงปัจจุบัน เพื่อสืบสานพระราชปณิธานแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 สร้างเด็กไทยฟันดีอย่างยั่งยืน ภายใต้การสนับสนุนด้านวิชาการจากองค์การอนามัยโลก ในรูปแบบการเสริมฟลูออไรด์ผ่านทางนม ซึ่งอยู่ในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนเพื่อป้องกันฟันผุ มีความสอดคล้องกับวิถีชีวิตเด็กไทยที่ดื่มนมที่โรงเรียนทุกวัน เริ่มครั้งแรกที่กรุงเทพฯ เนื่องจากพบปัญหาฟันผุสูง และมีฟลูออไรด์ในน้ำบริโภคต่ำ โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาจึงได้พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตนมฟลูออไรด์เป็นแห่งแรกในประเทศ ในรูปแบบนมพาสเจอไรซ์ขนาดถุงละ 200 มิลลิลิตร ปริมาณฟลูออไรด์ 0.5 มิลลิกรัมต่อถุง ปัจจุบันโครงการทำใน 12 จังหวัด ส่วนใหญ่เป็นภาคใต้ ได้แก่ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ชุมพร สุราษฎร์ธานี กระบี่ พัทลุง ตรัง อีกทั้งพบปัญหาที่ขอนแก่น สระแก้ว ชลบุรี มีโรงนมที่ร่วมผลิตนมฟลูออไรด์รวม 21 แห่ง กระจายในจังหวัดเหล่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โครงการมีความก้าวหน้า จากผลศึกษาพบว่าการดื่มนมฟลูออไรด์ต่อเนื่อง 5 ปี ลดโรคฟันผุในฟันแท้ได้ ร้อยละ 34.4 ไม่พบผลเสียเรื่องฟันตกกระ และเด็กยังต้องแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ตามปกติ และจากการกำกับเฝ้าระวังปริมาณฟลูออไรด์ทั้ง 12 จังหวัด พบเด็กได้รับฟลูออไรด์ระดับพอเหมาะป้องกันฟันผุตามค่ามาตรฐาน WHO ปีนี้มีแผนการปรับปรุงข้อมูลปริมาณฟลูออไรด์ในแหล่งน้ำบริโภคของจังหวัดที่ร่วมโครงการ เพื่อจัดทำแผนที่ฟลูออไรด์ต่อไป&amp;quot; นายแพทย์ดนัยกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเจ้าหน้าที่โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา กล่าวว่า ขณะนี้มีแผนดำเนินการปรับปรุงอาคารและโรงงานต่างๆ ของโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เพื่อให้มีความเหมาะสมและทันสมัยมากยิ่งขึ้น เพื่อสืบสานพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นอกจากนี้ ยังมีแผนเพิ่มเติมจัดสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อจัดแสดงนิทรรศการพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรด้วย&amp;nbsp;
เจ้าหน้าที่คนเดิมกล่าวว่า ปัจจุบันโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดาเตรียมจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ ไอศกรีมนมคุณภาพสูง เพิ่มเติมอีก 3 รสชาติ ได้แก่ ไอศกรีมนมกลิ่นวานิลลา ที่ใช้ฝักวานิลลาแท้ ไอศกรีมนมรสกาแฟผสมอัลมอนด์ และไอศกรีมนมรสช็อกโกแลตผสมช็อกโกแลตชิพ โดยใช้นมผงที่ใช้ผลิตนมอัดเม็ดมาเป็นส่วนประกอบหลักในการผลิต นอกจากนี้มีการปรับปรุงบรรจุภัณฑ์นมให้มีความทันสมัยและสะดวกในการบริโภคขึ้น โดยหลังจากเสร็จงานนิทรรศการวันพืชมงคล 14 พฤษภาคมแล้ว จะมีการวางจำหน่ายตามร้านค้าโครงการส่วนพระองค์ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จากกระแสความนิยมบริโภคผลิตภัณฑ์นมอัดเม็ดจิตรลดา รวมถึงผลิตภัณฑ์นมพาสเจอไรซ์จนขาดตลาดนั้น เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่า เกิดจากกำลังการผลิตจำกัดเพียง 5 หมื่นซองต่อวัน อีกทั้งผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสูง จึงเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะชาวจีนที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ ที่สำคัญที่นี่เป็นเพียงโรงงานสาธิต จึงผลิตในจำนวนจำกัด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9028</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการข้าว, กรมประมง, กรมอนามัย, ก่อเกียรติ กูลแก้ว, นพ.ดนัย ธีวันดา, ปลานิลจิตรลดา, พระราชดำริฯ, พีรพล ม่วงงาม, ยะลา, วันพืชมงคล, สวนจิตรลดา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อพ.สธ., โอภาส วรวาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af59b66415b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
