<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120060</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 11:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 11:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ขยายจับมือปั๊มน้ำมัน แก้ไขปัญหาไข่ไก่ล้นตลาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 2564 - นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า เมื่อเข้าสู่เดือนตุลาคมจะเป็นช่วงที่ผลผลิตไข่ไก่เริ่มออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมากในทุกพื้นที่ ประกอบกับปัจจุบันเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้เกิดการชะลอตัวของการรับซื้อของตลาดทั้งในและต่างประเทศ เกษตรกรขาดช่องทางในการกระจายผลผลิต เนื่องจากธุรกิจบริการ อาทิ โรงแรม ร้านอาหาร ไม่เปิดให้บริการ จึงเกิดภาวะไข่ไก่ล้นตลาด นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จึงได้มอบนโยบายให้กรมการค้าภายในเร่งเข้าไปแก้ไขปัญหาสถานการณ์ไข่ไก่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยดำเนินการตามมาตรการ ดังนี้ 1. เชื่อมโยงการจำหน่ายหรือกระจายไข่ไก่ผ่านช่องต่าง ๆ เช่น งานธงฟ้า รถโมบาย และสถานีจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น 2. กำกับดูแลการค้าปลีก โดยติดตามภาวะการค้าปลีกและราคาขายปลีกในตลาดสดให้สอดคล้องกับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์ม รวมทั้งตรวจสอบกำกับดูแลด้านเครื่องชั่ง และการปิดป้ายแสดงราคาขายปลีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกิจกรรมที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น ได้ร่วมมือกับบริษัทผู้จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงรายใหญ่ 1 ราย คือ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด รับซื้อไข่ไก่ในปริมาณ 500,000 ฟอง เพื่อจัดทำโปรโมชันเป็นของสมนาคุณให้กับผู้ใช้บริการในสถานีจำหน่ายน้ำมันเชลล์ (Shell) ในพื้นที่กรุงเทพ และนนทบุรี จำนวน 137 สาขา ซึ่งเป็นการรับซื้อเพิ่มเติมจากบริษัทผู้จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงรายใหญ่ 3 ราย ประกอบด้วย บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา รวมเป็นการรับซื้อไข่ไก่ในปริมาณ 1,950,000 ฟอง โดยกรมฯ ช่วยสนับสนุนค่าบริหารจัดการ เพื่อช่วยขยายช่องทางในการกระจายผลผลิตให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี กรมฯ มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าการใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อเร่งกระจายผลผลิตให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ดังที่ได้กล่าวข้างต้น จะสามารถแก้ไขปัญหาไข่ไก่ล้นตลาด รักษาเสถียรภาพด้านราคาและปรับสมดุลกลไกตลาด อันจะเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ รวมทั้งก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120060</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าภายใน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616cfc3462655.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118741</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมการค้าภายในจับมือปั๊มน้ำมันรับซื้อไข่ไก่แก้ปัญหาล้นตลาด    </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค.64- นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า เมื่อเข้าสู่เดือนตุลาคมจะเป็นช่วงที่ผลผลิตไข่ไก่เริ่มออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมากในทุกพื้นที่ ประกอบกับปัจจุบันเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้เกิดการชะลอตัวของการรับซื้อของตลาดทั้งในและต่างประเทศ เกษตรกรขาดช่องทางในการกระจายผลผลิต เนื่องจากธุรกิจบริการ อาทิ โรงแรม ร้านอาหาร ไม่เปิดให้บริการ จึงเกิดภาวะไข่ไก่ล้นตลาด นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จึงได้มอบนโยบายให้กรมการค้าภายในเร่งเข้าไปแก้ไขปัญหาสถานการณ์ไข่ไก่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรการที่จะดำเนินงาน คือ 1. เชื่อมโยงการจำหน่ายหรือกระจายไข่ไก่ผ่านช่องต่างๆ เช่น งานธงฟ้า รถโมบาย และสถานีจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น 2. กำกับดูแลการค้าปลีก โดยติดตามภาวะการค้าปลีกและราคาขายปลีกในตลาดสดให้สอดคล้องกับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์ม รวมทั้งตรวจสอบกำกับดูแลด้านเครื่องชั่ง และการปิดป้ายแสดงราคาขายปลีก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกิจกรรมที่จัดขึ้นในวันนี้ (4 ต.ค.64) กรมฯ ได้ร่วมมือกับบริษัทผู้จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง 3 รายใหญ่ ประกอบด้วย บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) , บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR รับซื้อไข่ไก่ในปริมาณ 1,450,000 ฟอง เพื่อจัดทำโปรโมชันเป็นของสมนาคุณให้กับผู้ใช้บริการในสถานีจำหน่ายน้ำมัน พีที พีทีที สเตชั่น และบางจาก ในพื้นที่กรุงเทพ ปริมณฑลฯ และภาคตะวันออก ครอบคลุมพื้นที่ 13 จังหวัด 790 สาขา โดยกรมฯ ช่วยสนับสนุนค่าบริหารจัดการ เพื่อช่วยขยายช่องทางในการกระจายผลผลิตให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมฯ มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าการใช้มาตรการต่างๆ เพื่อเร่งกระจายผลผลิตให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ดังที่ได้กล่าวข้างต้น จะสามารถแก้ไขปัญหาไข่ไก่ล้นตลาด รักษาเสถียรภาพด้านราคาและปรับสมดุลกลไกตลาด อันจะเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ รวมทั้งก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สถานการณ์น้ำท่วมส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกผักในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และจังหวัดพื้นที่ใกล้เคียงมีผลผลิตได้รับความเสียหาย รวมทั้งพฤติกรรมการบริโภคผักในช่วงเทศกาลกินเจมีปริมาณสูง สินค้าผักจึงขาดแคลน ส่งผลให้ราคาสินค้าผักปรับตัวสูงขึ้น กรมฯ ได้ร่วมมือกับบริษัทผู้จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้ง 3 ราย ในการสนับสนุนพื้นที่จำหน่ายเพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าผักให้เกษตรกร ในช่วงประสบภัยน้ำท่วม และให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงสินค้าผักในราคาที่เหมาะสมในช่วงเทศกาลกินเจอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 6 - 13 ตุลาคม 2564 ณ สถานีจำหน่ายน้ำมันในพื้นที่กรุงเทพ และปริมณฑลฯ ที่ร่วมรายการ จำนวน 100 สาขา โดยผักที่นำมาวางจำหน่าย ได้แก่ ผักคะน้า ในราคา 35 บาท กวางตุ้ง 20 บาท ผักบุ้ง 25 บาท ผักกาดขาว 25 บาท และกะหล่ำปลี 20 บาท เป็นต้น โดยกรมฯ ร่วมกับตลาดค้าส่งผัก อาทิ ตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง นำผักมาจำหน่ายเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ในราคาประหยัดกว่าปกติในช่วงเทศกาลกินเจประมาณ 40 % &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118741</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าภายใน, นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม, บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615acb5b7039b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112692</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 13:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พีทีที สเตชั่น เติมเต็มรอยยิ้มให้เกษตรกรไทย รับซื้อมังคุด 100,000 กิโลกรัม  มอบให้ผู้ใช้บริการ พีทีที สเตชั่น ในกรุงเทพฯ และนนทบุรี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;โออาร์ - กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จัดโครงการ เติมเต็มรอยยิ้มให้เกษตรกรไทย รับซื้อมังคุด จำนวน 100,000 กิโลกรัม (100 ตัน) ช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนมังคุดใต้ และมอบมังคุด 1 กก. ให้กับผู้ที่ใช้บริการเมื่อเติมน้ำมันชนิดใดก็ได้ ไม่มีขั้นต่ำ ที่ พีทีที สเตชั่น 218 แห่งในพื้นที่กรุงเทพฯ และนนทบุรี วันที่ 12-15 ส.ค. 64 นี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) ร่วมกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จัดโครงการ พีทีที สเตชั่น เติมเต็มรอยยิ้มให้เกษตรกรไทย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนมังคุด โดยรับซื้อมังคุดจำนวน 100,000 กิโลกรัมจากเกษตรกรชาวสวนมังคุด จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งประสบปัญหาจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ไม่มีช่องทางระบายสินค้า เป็นผลให้มีผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ และส่งต่อรอยยิ้มโดยนำมังคุดมามอบให้ผู้ใช้บริการ พีทีที สเตชั่น ที่เติมน้ำมันชนิดใดก็ได้ไม่มีขึ้นต่ำ ระหว่างวันที่ 12 -15 สิงหาคม 2564 ณ สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น 218 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและนนทบุรี รับฟรี มังคุด 1 กก. พร้อมกันนี้ โออาร์ ยังได้ส่งมอบมังคุดจำนวน 10,000 กิโลกรัม ให้กับ หน่วยงาน โรงพยาบาล องค์กรเอกชน กลุ่มจิตอาสาต่าง ๆ และศูนย์พักคอยของกรุงเทพมหานคร รวมทั้งสิ้น 79 แห่ง เพื่อสนับสนุนการดำเนินการและเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครอีกด้วย ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1365 Contact Center &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ที่ผ่านมา โออาร์ ดำเนินการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรทั่วประเทศมาอย่างต่อเนื่องเมื่อเกษตรกรประสบปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำผ่านโครงการ &amp;ldquo;พื้นที่ปันสุข&amp;rdquo; เปิดพื้นที่ในสถานีบริการน้ำมันพีทีที สเตชั่น ให้เกษตรกรนำผลผลิตมาจำหน่ายโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งนอกจากจะช่วยระบายสินค้าและสร้างรายได้ให้เกษตรกรแล้ว ยังช่วยให้ผู้บริโภคที่มาใช้บริการที่ พีทีที สเตชั่น ได้ซื้อสินค้าที่มีคุณภาพจากเกษตรกรโดยไม่ผ่านคนกลางอีกด้วย สอดคล้องกับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของ โออาร์ ที่มุ่งขับเคลื่อนการเติบโตร่วมกันกับชุมชน การกระจายรายได้ ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนควบคู่ไปกับดำเนินธุรกิจ เพื่อการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน และขอเป็นกำลังใจให้ทุกภาคส่วนก้าวผ่านสถานการณ์อันยากลำบากไปด้วยกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112692</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โรงพยาบาล, 100000 กิโลกรัม, กรมการค้าภายใน, กระทรวงพาณิชย์, กลุ่มจิตอาสา, ชาวสวนมังคุดใต้, บรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนมังคุด, บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), พีทีที สเตชั่น, พื้นที่ปันสุข, รับซื้อมังคุด, องค์กรเอกชน, เติมเต็มรอยยิ้มให้เกษตรกรไทย, เป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่, โออาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110d00e01575.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112492</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2021 12:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2021 12:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห้ามพลาด &#039;บางจาก&#039; แจกมังคุดครึ่งกิโล เมื่อเติมน้ำมัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ส.ค. 2564 บางจากฯ ร่วมกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ช่วยชาวสวนมังคุดภาคใต้เพื่อช่วยรองรับผลผลิตที่กำลังล้นตลาด โดยรับซื้อมังคุดจากชาวสวนภาคใต้ เพื่อนำมาสมนาคุณลูกค้า เมื่อเติมน้ำมันทุกชนิดทุกยอดการเติมรับฟรีทันทีมังคุดสดๆ จากสวนครึ่งกิโลกรัม ที่สถานีบริการน้ำมันบางจากในเขตกรุงเทพฯ ที่ร่วมรายการ ระหว่างวันที่ 9 -13 สิงหาคม 2564 หรือจนกว่าของจะหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผลผลิตมังคุดภาคใต้ออกมาพร้อมกันจำนวนมากตามฤดูกาลในขณะที่มีตลาดรับซื้อน้อยลงเนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 &amp;nbsp; บางจากฯ &amp;nbsp;ซึ่งร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์มาโดยตลอดจึงได้เข้ารับซื้อมังคุดเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของชาวสวนมังคุดภาคใต้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112492</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าภายใน, บางจาก, มังคุดใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210807/image_big_610e1a51523e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105515</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 09:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 09:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์เพิ่งตื่นตั้งทีมศึกษา&#039;ค่าจีพี&#039; ที่ฟู้ดเดลิเวอรีเก็บจากร้านอาหาร หวังเห็นราคาที่เหมาะสม ทุกฝ่ายอยู่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย. 2564 นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมฯ ดูแลการจัดเก็บค่าส่วนแบ่งการขาย (จีพี) ที่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มส่งอาหาร (ฟู้ด เดลิเวอรี) เรียกเก็บจากร้านอาหาร ที่เข้าร่วมในแพลตฟอร์ม ให้มีความเป็นธรรม และเหมาะสม เพราะได้รับการร้องเรียนจากร้านอาหารรายกลาง รายเล็ก จำนวนมากว่าแพลตฟอร์มบางรายเรียกเก็บในอัตราสูงมาก ซึ่งกรมฯ จะตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อพิจารณาโครงสร้างการจัดเก็บ ก่อนที่จะกำหนดแนวทางการจัดเก็บค่าจีพีให้เหมาะสมต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในปัจจุบันพบว่าแพลตฟอร์มมีการเรียกเก็บค่าจีพีอยู่ที่ 30-35% หรือประมาณ 180-200 บาทต่อ 1 การสั่งซื้อ (ออเดอร์) และในจำนวนนี้ แพลตฟอร์มต้องแบ่งไปให้พนักงานส่งสินค้า (ไรเดอร์) 10-40 บาท และบางส่วนเอามาเป็นส่วนลดราคาอาหารให้กับลูกค้า หากลูกค้าสั่งซื้อไม่ถึง 100 บาท แพลตฟอร์มจะขาดทุน แต่ถ้าเก็บมากไป ร้านอาหารรายเล็กๆ แทบไม่ได้อะไร จึงต้องมาดูความเหมาะสม ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ จะพิจารณากำหนดแนวทางการจัดเก็บที่เหมาะสม และทุกฝ่ายอยู่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน จะพิจารณากำหนดมาตรการกำกับดูแลธุรกิจบริการซื้อขาย และ/หรือบริการขนส่งสินค้าสำหรับธุรกิจออนไลน์ด้วย เพราะธุรกิจดังกล่าวอยู่ในบัญชีสินค้าและบริการควบคุมประจำปี 2563 ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการพ.ศ.2542 ซึ่งเมื่อได้ข้อสรุปแล้ว จะเสนอให้คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ที่มีรมว.พาณิชย์ เป็นประธาน พิจารณากำหนดมาตรการกำกับดูแลตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จากการหารือกับผู้ประกอบการแพลตฟอร์มหลายรายเมื่อเร็วๆ นี้ ได้แก่ Lineman , Grab , Foodpanda , Robinhood , Gojek ทุกรายยืนยันว่า ไม่มีนโยบายปรับขึ้นค่าจีพี และค่าขนส่งในขณะนี้ เพราะทราบดีว่าร้านอาหารได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ยอดขายลดลงมาก และต้องการช่วยเหลือร้านอาหาร โดยแพลตฟอร์มบางรายให้ร้านค้าเลือกที่จะจ่ายค่าจีพีหรือไม่ ส่วนแพลตฟอร์มบางรายไม่ได้เก็บค่าจีพีอยู่แล้ว หรือเก็บเฉพาะจากร้านอาหารรายใหญ่เท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัฒนศักย์กล่าวว่า กกร. จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาทบทวนบัญชีสินค้าและบริการควบคุมประจำปี 2564 ใหม่ เพราะต้องพิจารณาทบทวนทุกปี คาดว่า ในปีนี้ จะไม่ถอดสินค้าหรือบริการใดออกจากบัญชีควบคุม หรือไม่เพิ่มเข้ามาในบัญชี เพราะขณะนี้ สถานการณ์จำหน่ายสินค้าและบริการ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ไม่มีสินค้ารายการใดปรับขึ้นราคามากๆ จนทำให้ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อน แต่อาจจะพิจารณาเพิ่มความเข้มงวด หรือผ่อนคลายการใช้มาตรการกำกับดูแลให้เกิดความเหมาะสมกับสินค้าและบริการควบคุมแต่ละรายการมากกว่า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105515</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าภายใน, การจัดเก็บค่าส่วนแบ่งการขาย (จีพี), ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มส่งอาหาร (ฟู้ด เดลิเวอรี) เรียกเก็บจากร้านอาหาร, วัฒนศักย์ เสือเอี่ยม, โครงสร้างค่าจีพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210504/image_big_6090ec5681cbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103954</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2021 09:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2021 09:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พาณิชย์&#039;ประกาศบิ๊กเซอร์ไพรส์ลดราคาสินค้าช่วยประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค. 2564 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมการค้าภายใน ประสานงานกับแพลตฟอร์มออนไลน์ แอปพลิเคชันส่งอาหารเดลิเวอรี ผู้ผลิต ห้างสรรพสินค้า เตรียมการจัดโครงการพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน Lot 11 และ Lot 12 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งขณะนี้กำลังเจรจาในรายละเอียดต่างๆ อยู่ แต่บอกได้ว่าเป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์แน่นอน โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงปลายเดือนพ.ค. และต้นเดือนมิ.ย.2564 นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนโครงการ Lot 10 ที่ได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 10 พ.ค.-8 มิ.ย.2564 ซึ่งเป็นรอบพิเศษ จัดในรูปแบบรถ Mobile มีจำนวน 730 คัน วิ่งกระจายไปทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑลทุกวัน ประมาณ 500 ชุมชน และเฉพาะที่สำนักงานเขตในกรุงเทพฯ จะมีรถขนาดใหญ่ไปให้บริการประชาชน ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพราะสามารถช่วยลดภาระค่าครองชีพได้จริง และได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์ไปพิจารณาจัดรถ Mobile วิ่งตามเมืองใหญ่ในส่วนภูมิภาค เพื่อช่วยเหลือประชาชนด้วย ซึ่งขณะนี้กำลังเตรียมการอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า โครงการพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน Lot 11 เบื้องต้นจะเป็นการลดราคาขายสินค้าในแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ต่างๆ รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจให้บริการส่งอาหาร (ฟูด เดลิเวอรี) ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการหารือกับผู้ประกอบการจะร่วมลดราคาในสินค้าใดบ้าง และลดได้สูงสุดกี่เปอร์เซ็นต์ ส่วนฟูด เดลิเวอรี นอกจากขอความร่วมมือลดราคาค่าบริการขนส่งแล้ว ยังจะขอให้ลดหรือไม่เก็บค่าส่วนแบ่งการขาย (GP) ที่เรียกเก็บจากร้านอาหารด้วย เพื่อช่วยลดต้นทุนให้กับร้านอาหาร คาดว่า จะดำเนินโครงการเป็นระยะเวลา 1 เดือน เริ่มในช่วงปลายเดือนพ.ค.2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนโครงการพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน Lot 12 จะเป็นการลดราคาขายสินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าจำเป็นต่างๆ ในห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกค้าส่ง ร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ คาดจะเริ่มดำเนินการในช่วงต้นเดือนมิ.ย.2564&amp;nbsp;
ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน กระทรวงพาณิชย์ ได้จัดโครงการพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชนมาแล้ว 10 Lot โดยได้ร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ ทั้งผู้ผลิตสินค้า (ซัปพลายเออร์) ผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกค้าส่งออก ร้านสะดวกซื้อ ร้านโชวห่วยท้องถิ่น ตลาดสด นำสินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าจำเป็น เช่น กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม อาหารปรุงสำเร็จแช่แข็ง ซอสปรุงรส ของใช้ในชีวิตประจำวัน ผลิตภัณฑ์ชำระร่างกาย ผลิตภัณฑ์ซักล้าง มากกว่า 10,000 รายการมาลดราคาขายให้กับประชาชนสูงสุดถึง 80% โดยลดราคาพร้อมกันทั้งประเทศในช่วงจัดทำโครงการ และลงลึกถึงระดับตำบล หมู่บ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับผู้ให้บริการส่งอาหาร เช่น foodpanda , Grab , Lineman , Robinhood , Gojek ลดค่าส่งสินค้าให้ผู้บริโภค และไม่คิดค่า GP ที่เรียกเก็บจากร้านอาหาร ขณะเดียวกัน ได้ร่วมมือกับแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ เช่น Lazada , Shopee , Ohlala , จตุจักรมอลล์ , Lalamove , Thailandpostmart.com ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ลดราคาขายสินค้าในแต่ละแพลตฟอร์มด้วย โดยโครงการทั้ง 9 Lot ที่ผ่านมา ช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชนได้ 3,500 ล้านบาท ส่วน Lot 10 อยู่ระหว่างดำเนินโครงการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103954</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าภายใน, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, รพาณิชย์ลดราคา!</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210425/image_big_6084f813c97e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102124</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 19:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2021 19:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมการค้าภายในคุมแพลตฟอร์มห้ามขึ้นค่าขนส่งเดลิเวอรี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯ ได้หารือร่วมกับผู้ให้บริการส่งอาหารและแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ 11 แพลตฟอร์ม ได้แก่ Lineman , GRAB , Foodpanda , Robinhood , Gojek , Lazada , Shopee , JJmall , ไปรษณีย์ไทย , Ohlala Shopping และ Lalamove โดยผู้ให้บริการยืนยันว่าไม่มีการปรับขึ้นราคาค่าบริการขนส่งเดลิเวอรีอย่างแน่นอน และหลายแพลตฟอร์มมีการจัดโปรโมชัน เพื่อช่วยเหลือประชาชนอยู่แล้ว แต่ก็ได้มีการเตรียมพร้อมเพิ่มสายการให้บริการให้มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้บริการ หากมีจำนวนเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ประกอบการแจ้งว่า สถานการณ์ยอดการสั่งซื้อส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย 5-10% เท่านั้น หรือบางรายไม่เพิ่มขึ้น เนื่องจากประชาชนมีการปรับตัวรับสถานการณ์ได้ดีมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าแพลตฟอร์มต่างๆ มีการปรับขึ้นค่า GP (Gross Profit) หรือค่าคอมมิชชันที่ร้านอาหารต้องจ่ายให้เป็นค่าดำเนินการที่ทางแพลตฟอร์มเรียกเก็บนั้น แพลตฟอร์มต่างๆ ยืนยันว่าไม่มีนโยบายปรับค่า GP หรือค่าบริการขนส่ง เนื่องจากเข้าใจสถานการณ์และต้องการช่วยเหลือร้านค้าต่างๆ อยู่แล้ว โดยในส่วนการเก็บค่า GP บางรายให้ร้านค้าเลือกที่จะจ่ายค่า GP หรือไม่ บางรายไม่มีการเก็บค่า GP หรือเก็บค่า GP เฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่เท่านั้น ซึ่งได้ขอให้แพลตฟอร์มที่มีการเก็บค่า GP พิจารณาปรับลดค่า GP เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหารที่ไม่สามารถให้บริการนั่งทานในร้านได้ในช่วงนี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำให้แพลตฟอร์มรักษามาตรฐานสุขอนามัยของพนักงานส่งสินค้า เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน รวมทั้งให้แพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ดูแลร้านค้าที่จำหน่ายหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ ห้ามขายเกินราคาที่กำหนด และต้องแสดงราคาให้ชัดเจนอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเข้ามาดูแลค่าบริการขนส่งเดลิเวอรี่ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ประชาชนมีการทำงานที่บ้านเพิ่มขึ้น รวมถึงในหลายจังหวัดมีการห้ามนั่งรับประทานอาหารภายในร้าน ประชาชนจึงหันมาใช้บริการการซื้อออนไลน์ โดยเฉพาะการสั่งซื้ออาหาร นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จึงได้สั่งการให้กรมการค้าภายในติดตามดูแลราคาค่าบริการขนส่งเดลิเวอรี่อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันผลกระทบต่อผู้บริโภค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102124</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าภายใน, วัฒนศักย์ เสือเอี่ยม, แพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210507/image_big_60952ba70d9fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
