<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95233</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2021 08:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2021 08:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เช็กเลย 10 ตำแหน่งงานที่ตลาดต้องการมากที่สุดเตรียมหาคนกว่า 56,138  อัตรา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค. 2564 นายสุชาติ พรชัยวิเศษกุล อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้ความสำคัญและติดตามสถานการณ์การจ้างงานปัจจุบันมาโดยตลอด ทั้งมอบหมายกรมการจัดหางานทำงานเชิงรุก ติดตามตำแหน่งงานว่าง เพื่อรองรับปัญหาการว่างงาน ซึ่งขณะนี้กรมการจัดหางานได้รวบรวมตำแหน่งงานว่างทั้งงานประจำและงานพาร์ทไทม์ จากนายจ้าง/สถานประกอบการที่ยังมีความต้องการจ้างงาน แบ่งเป็นตำแหน่งงานว่างแบบเต็มเวลาจำนวน 56,138 อัตรา โดยตำแหน่งงานว่าง 10 อันดับแรกที่นายจ้าง/สถานประกอบการต้องการมากที่สุด ได้แก่ 1.แรงงานในด้านการผลิตต่าง ๆ, แรงงานทั่วไป 2.แรงงานด้านการประกอบอื่น ๆ 3.แรงงานด้านการผลิต 4.พนักงานจัดส่งสินค้าอื่น ๆ 5.ตัวแทนนายหน้าขายบริการธุรกิจอื่นๆ 6. ตัวแทนขายผลิตภัณฑ์ 7.พนักงานบริการลูกค้า 8.พนักงานขายสินค้า (ประจำร้าน), พนักงานขายของหน้าร้าน 9.พนักงานขาย และผู้นำเสนอสินค้าอื่น ๆ 10.เจ้าหน้าที่คลังสินค้าอื่น ๆ &amp;nbsp;และเป็นตำแหน่งงานว่าง Part time จำนวน 1,255 อัตรา โดยตำแหน่งงานว่าง Part time ทั่วประเทศ 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.ผู้ขนส่งสินค้าอื่น ๆ &amp;nbsp;2.ผู้ช่วยพ่อครัว 3.พนักงานจัดส่งสินค้าอื่น ๆ 4.พนักงานบริการลูกค้า 5.พนักงานขายสินค้า (ประจำร้าน), พนักงานขายของหน้าร้าน ซึ่งมีตำแหน่งงานว่างรองรับทุกระดับการศึกษา และอัตราค่าจ้างเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ล่าสุดได้สั่งการเจ้าหน้าที่สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 และสำนักงานจัดหางานทุกจังหวัด ลงพื้นที่พบปะนายจ้าง/สถานประกอบการที่ยังมีกำลังการจ้างงาน เพื่อขอข้อมูลตำแหน่งงานว่าง เตรียมพร้อมช่วยเหลือผู้ที่ว่างงานและประสงค์หางานทำ ซึ่งในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา มีผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมที่ออกจากงานมายื่นขอรับสิทธิกรณีว่างงานออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ empui.doe.go.th ของกรมการจัดหางาน จำนวน114,101 คน รายงานตัวผ่านระบบ 487,143 คน ลดลงจากเดือนมกราคม ที่มีผู้ยื่นขอรับสิทธิกรณีว่างงาน 128,079 คน รายงานตัวผ่านระบบ 511,726 คน&amp;rdquo; อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ว่างงานที่ประสงค์จะหางานทำ สามารถเลือกสมัครงานผ่านช่องทางการให้บริการจัดหางานรูปแบบออนไลน์ด้วยตนเองได้ที่เว็บไซต์ smartjob.doe.go.th หรือ ไทยมีงานทำ.com เพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทางไปติดต่อที่สำนักงาน ลดการรวมตัวกันของคนจำนวนมาก และป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 แต่ในกรณีที่ไม่สามารถใช้บริการแบบออนไลน์ได้ สามารถติดต่อขอรับบริการ ณ ศูนย์บริการจัดหางานเพื่อคนไทย (Smart Job Center) สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 และสำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอความร่วมมือให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดระยะเวลาที่ใช้บริการ รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรการที่เจ้าหน้าที่แนะนำอย่างเคร่งครัด หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร.1506 กด 2 กรมการจัดหางาน &amp;nbsp;หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร.1694&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95233</URL_LINK>
                <HASHTAG>10 ตำแหน่งงาน, กรมการจัดหางาน, ตลาดต้องการมากที่สุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210307/image_big_60442c457db66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2020 21:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2020 21:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สำรวจจุดลักลอบเข้าเมืองพรมแดนแม่สาย แรงงานพม่าทยอยเข้าไทย นอภ.แม่สายประชุมด่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำรวจพรมแดนแม่สาย พบง่ายต่อการลักลอบเข้าเมือง แรงงานเพื่อนบ้านทยอยข้ามกลับไทย นายอำเภอแม่สายประชุมด่วน นักวิชาการจวกนโยบายไม่ชัด อธิบดีกรมการจัดหางานแจงกระทรวงแรงงานอยู่ปลายน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ค.63 - ผู้สื่อข่าวได้ติดตามแรงงานชาวพม่าลงพื้นที่สำรวจจุดลักลอบเข้าเมืองบริเวณแม่น้ำสาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้รับแจ้งว่า ขณะนี้แรงงานข้ามชาติได้ทยอยเดินทางกลับเข้ามาหางานทำประเทศไทย ภายหลังจากที่แห่กลับภูมิลำเนาเมื่อ 3 เดือนก่อนในช่วงเริ่มต้นของการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;โดยจุดแรกที่ทำการสำรวจคือ บ้านเหมืองแดง ต.แม่สาย อ.แม่สาย ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีแม่น้ำสายกั้นพรมแดน แต่เนื่องจากแม่น้ำแคบและมีน้ำไม่มาก ทำให้สามารถเดินข้ามได้โดยง่าย แม้ฝั่งพม่าจะมีกำแพงกั้นสูง แต่ก็มีประตูสำหรับออกสู่แม่น้ำ ขณะที่ฝั่งไทยเป็นสวนกล้วยและผืนนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้มีแรงงานจากฝั่งพม่าอพยพข้ามมาแล้วนับพันคนตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนเป็นต้น เพราะมีนายหน้าจัดหาแรงงานชาวพม่าไปป่าวประกาศว่าอีกไม่นานฝั่งไทยจะเปิดให้ทำงานเป็นปกติ ทำให้แรงงานต่างอยากกลับเข้ามาหางานทำในไทย พวกเขาเสียค่าหัวให้กับนายหน้าฝั่งพม่าที่พามาส่งที่ช่องทางธรรมชาติริมแม่น้ำสายหัวละ 3,500 บาท และเสียให้นายหน้าฝั่งไทยอีกหัวละ 5,000 บาทเพื่อพาไปส่งที่เมืองเชียงราย&amp;rdquo; แรงงานชาวพม่า กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกจุดหนึ่งที่ผู้สื่อข่าวได้ไปสำรวจคือ บริเวณริมแม่น้ำสายบ้านป่าซางงาม ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย ซึ่งบริเวณดังกล่าวแม่จะอยู่ใกล้ค่ายทหารและมีการวางลวดหนามกั้นเป็นแนวยาวอยู่ริมถนนที่ขนานอยู่กับแม่น้ำสาย แต่ก็ได้มีการเว้นวรรคลวดหนามในหลายช่วงเพื่อให้ชาวบ้านลงไปทำนาและทำสวนที่อยู่ติดกับแม่น้ำสายจึงกลายเป็นช่องทางให้แรงงานพม่าข้ามเข้ามาโดยง่ายซึ่งสามารถมองสังเกตเห็นเส้นทางลักลอบเข้าไทยจากฝั่งพม่าที่เดินลงสู่แม่น้ำได้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แรงงานเข้ามาจุดนี้มากกว่า เพราะข้ามง่าย ตอนนี้แรงงานที่ทยอยกลับเข้ามาจำนวนมากมีวีซ่าที่ยังไม่หมดอายุ เพราะตอนที่ออกไปก็ไม่ได้ประทับตราที่ ตม. เมื่อลักลอบเข้ามาได้ พวกเขาก็สามารถเดินทางไปหางานทำที่เดิมได้ ขณะนี้หลายคนมุ่งหน้าไปพัทยา เพราะเริ่มรับสมัครคนงานแล้ว&amp;rdquo; แรงงานชาวพม่า กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธยา รัตนวาณิชยกุล ประธานชมรมกรุณาจิตอาสา อ.แม่สาย กล่าวว่าภายหลังจากรัฐบาลปิดด่านเมื่อ 3 เดือนก่อนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิดนั้น ปรากฏว่ามีแรงงานจากฝั่งพม่าตกค้างอยู่ในอำเภอแม่สายราว 3,000 ครอบครัวหรือประมาณ 7,000-8,000 คน โดยส่วนใหญ่ทำงานอยู่ในโรงงานและรับจ้างต่างๆ แต่เมื่อไม่มีงานทำจึงไม่มีรายได้และชีวิตต้องได้รับความลำบาก ซึ่งความช่วยเหลือของภาครัฐก็เข้าไม่ถึงเพราะหน่วยงานรัฐมุ่งเน้นแต่ช่วยเหลือคนไทย ดังนั้นทางชมรมจึงได้นำถุงยังชีพไปแจกจ่ายซึ่งก็พอช่วยประทังความเดือดร้อนได้บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แรงงานข้ามชาติที่ตกค้างส่วนใหญ่เป็นชาวไทใหญ่ ที่ไม่มีบัตรอนุญาตทำงาน มีเพียงหนังสือข้ามแดน คนกลุ่มนี้จึงไม่มีประกันสังคม เมื่อเจ็บป่วยก็ใช้ 30 บาทไม่ได้ สาเหตุที่พวกเขายังอยู่ในแม่สายเพราะมีความหวังว่าจะได้มีงานทำในเร็วๆ นี้ ผมเชื่อว่าภายใน 1-2 เดือนนี้ หากพวกเขายังไม่มีงานทำอีกก็คงอยู่ไม่ไหวแล้วเพราะทั้งค่ากินและค่าเช่าบ้านแทบไม่เหลือแล้ว&amp;rdquo;นายสนธยา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธยา กล่าวว่า หากแรงงานกลุ่มนี้ต้องการเดินทางกลับพม่าก็สามารถทำได้เพราะได้มีข้อตกลงกันไว้กับรัฐบาลพม่าแค่เพียงมีหลักฐานยืนยันได้ว่าเป็นคนจากฝั่งพม่า เขาก็ยินดีรับกลับไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่กำลังเป็นปัญหาในตอนนี้คือ เรื่องเด็กนักเรียนหัวศูนย์ ซึ่งเป็นเด็กที่ข้ามมาเรียนฝั่งไทย เกือบทั้งหมดเป็นเด็กไทใหญ่เพราะนิยมส่งลูกหลานมาเรียนโรงเรียนไทย แต่ตอนนี้ข้ามมาไม่ได้นับพันคนแม้โรงเรียนจะเปิดแล้ว เพราะมาตรการของจังหวัดเชียงรายคือ ก่อนหน้านี้ให้มีการตรวจและการกักตัว หากเข้ามาแล้วไม่ให้กลับไปอีก แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายรวมแล้วกว่า 1 หมื่นบาท ทำให้แทบไม่มีใครมาตรวจ ตอนนี้เลยมีเด็กกลุ่มนี้ติดต่อมายังชมรมฯ เยอะ แต่เราก็ทำอะไรไม่ได้เพราะต้องรอคำสั่งจากผู้ว่าฯ&amp;rdquo;นายสนธยา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสืบสกุล กิจนุกร นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย กล่าวว่าในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 รัฐบาลไม่มีนโยบายให้ความรู้และความช่วยเหลือแก่แรงงานข้ามชาติ จึงแทบไม่มีการแจกหน้ากากหรือเจลแอลกอฮอล์ โดยที่จังหวัดเชียงรายเห็นภาพนี้ชัดเจน เพราะแม้แต่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)ที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุดก็ยังช่วยเหลือไม่ได้ เพราะงบประมาณถูกล็อคไว้ใช้สำหรับคนไทยเท่านั้น ทำให้แรงงานข้ามชาติต้องอยู่กันอย่างแออัดเพราะต่างย้ายมาอยู่รวมกันเพื่อประหยัดค่าเช่า แต่ถือว่ายังโชคดีจากการสุ่มตรวจแรงงานข้ามชาติ 100 รายไม่พบว่ามีการติดเชื้อโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นโยบายของรัฐบาลมักตั้งอยู่บนฐานคิดว่าเขาคือคนไทยหรือไม่ เช่น คนที่ตรวจพบเชื้อที่ด่านสะเดา จ.สงขลา ก็รีบบอกว่าไม่ใช่คนไทย หรืออย่างแรงงานข้ามชาติ 3 พันคนที่เข้ามาก็ได้รับความหวาดระแวง ที่สำคัญคือรัฐบาลไม่มีนโยบายที่ชัดเจนว่าจะเปิดรับแรงงานข้ามชาติอีกหรือไม่ และจะบริหารอย่างไร ทั้งๆ ที่คลายล็อคเกือบหมดแล้ว ทุกวันนี้มีเพียงมาตรการสกัดกั้นไม่ให้เข้ามาเท่านั้น แต่ก็สกัดไม่ได้หมดเพราะพรมแดนอันยาวเหยียด ทำให้มีแรงงานข้ามชาติทยอยกลับเข้ามาตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนและกลายเป็นปัญหาที่มุดดิน ยิ่งทำให้แก้ไขยาก&amp;rdquo; นายสืบสกุล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่ามีข้อเสนอแนะอย่างไรไปถึงรัฐบาล นายสืบสกุลกล่าวว่า 1.ต้องยอมรับก่อนว่า ประเทศไทยต้องอาศัยแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไม่ใช่มีแต่ฐานคิดว่าคนเหล่านี้คือภัยด้านความมั่นคงและเป็นแหล่งแพร่เชื้อโควิด เราต่างต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน 2.ควรมีนโยบายส่งเสริมและเรียนรู้ในเรื่องพหุวันธรรม เพื่อให้แรงงานข้ามชาติและกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ อยู่ในสังคมไทยได้อย่างมีศักดิ์ศรีและมีความสุขร่วมกับคนไทย 3.ควรมีการยกเครื่องระบบการบริหารจัดการแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อให้มีกระบวนการรองรับที่ชัดเจน เพราะเชื่อว่ามีแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมากที่ต้องการกลับเข้ามาทำงานในประเทศไทย แต่ขณะนี้กลับยังไม่มีความชัดเจนใดๆ ด้านนโยบายเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประเทศไทยควรมีกรอบความร่วมมือในการช่วยเหลือเพื่อนบ้านเรื่องโควิด เพราะเรามีระบบสาธารณสุขที่ดีและพร้อมกว่า ดังนั้นจึงควรมีความช่วยเหลือ เช่น การตั้งจุดตรวจในพื้นที่ชายแดน ซึ่งโรงพยาบาลใหญ่ๆ หรือมหาวิทยาลัย ต่างก็มีศักยภาพที่จะทำได้ ซึ่งเท่ากับเป็นการเปิดช่องทางในการอำนวยความสะดวกให้กับแรงงานข้ามชาติด้วย&amp;rdquo;นายสืบสกุล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชาติ พรชัยวิเศษกุล อธิยดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า กรณีแรงงาน 3 สัญชาติ ตามแนวทางที่ผ่านมาได้มีการผ่อนผันตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) 30 มิถุนายน และทั่วประเทศดำเนินการตามกระบวนการ ส่วนแรงงานที่เข้ามาตามข้อตกลงความร่วมมือซึ่งจะครบ 4 ปี และมติครม.ขยายออกไปถึง 31 กรกฎาคม โดยจะประเมินสถานการณ์กันอีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าได้มีการประเมินความต้องการใช้แรงงานและจำนวนคนที่ต้องการทำงานบ้างหรือไม่ว่าเป็นอย่างไร นายสุชาติกล่าวว่าได้มีการประชุมและหารือเรื่องนี้กันอยู่เสมอ แต่ตอนนี้ยังมีแรงงานต่างด้าวอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องการเปลี่ยนนายจ้างและถูกเลิกจ้าง ซึ่งแนวทางที่เป็นประโยชน์มากที่สุดคือเอาคนกลุ่มนี้เข้าสู่กระบวนการจ้างงานให้เร็วสุด ขณะเดียวกันตนได้เดินทางไปหารือกับทูตพม่าประจำประเทศไทยเพื่อหารือกันถึงเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าจะใช้โอกาสวิกฤตโควิดปฎิรูประบบแรงงานต่างด้าวหรือไม่ อธิบดีกรมการจัดหางานกล่าวว่า เราดูกลไกกันเสมอ ผ่านกระบวนการทางกฎหมายเพื่อแก้ไขให้รวดเร็วขึ้นและได้มีการประชุมผ่านวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ร่วมกัน 3 ประเทศคือ พม่า กับพูชาและลาว เพื่อที่จะทำงานร่วมกันและแก้ไขปัญหารายละเอียดต่างๆ รวมถึงกระบวนการจ้างงานตามแนวชายแดนให้กระชับขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการดูแลแรงงานต่างด้าวอย่างไรเพื่อให้ความมั่นใจว่าจะไม่มีการแพร่ระบาดของโควิดในกลุ่มนี้ นายสุชาติกล่าวว่า จริงๆแล้วกระทรวงแรงงานอยู่ปลายน้ำ ส่วนต้นทางต้องดูว่าเรามีมาตรการสกัดกั้นอย่างไร เพราะเรามีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านยาวจึงอาจมีการหลุดรอดเข้ามาบ้าง ดังนั้นทุกภาคส่วนคงต้องช่วยกันดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า ในวันที่ 8 กรกฎาคม นายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอแม่สาย ได้มีหนังสือเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับแรงงานข้ามชาติ อาทิ ตม. ชุดปฎิติบัติการตชด. ตำรวจ สภ.แม่สาย รวมถึงกำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ชายแดน เข้าร่วมประชุมเนื่องจากมีขบวนการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเขาไทยโดยผ่านช่องทางธรรมชาติโดยมีผู้นำหมู่บ้านและชาวบ้านรู้เห็นและเรียกรับผลประโยชน์ซึ่งอาจส่งผลให้โควิดกลับมาระบาดเพราะแรงงานเหล่านี้ไม่ผ่านกระบวนการคัดกรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70808</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการจัดหางาน, จังหวัดเชียงราย, พรมแดนแม่สาย, แรงงานพม่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200707/image_big_5f04801e0749a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60077</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2020 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2020 19:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ฟิล์ม รัฐภูมิ&#039; ฝาก &#039;หม่อมเต่า&#039; ดูลูกน้องห่วงแต่ต่อใบอนุญาตต่างด้าว ไม่สนเชื้อโรคแพร่กระจาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.63 - ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ พระเอกหนุ่ม&amp;nbsp;โพสต์เฟซบุ๊กว่า&amp;nbsp;วันนี้พนักงานร้านก๋วยเตี๋ยวของผมไปต่อใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวครับ ที่งงคือ ทางกรมการจัดหางานไม่มีคำสั่งหยุดหรือเลื่อนไปก่อน กับมีแต่คำสั่งขู่ออกมาว่า หากไม่ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 31 มีค. 63&amp;nbsp;จะกลายเป็นคนเถื่อนทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมถามว่าจากรูปนี้โอกาสเสี่ยงเท่าไหร่? ระบบตรวจหรือป้องกันอยู่ไหน? ผมอยากให้ รมต.แรงงานลงไปดูลูกน้องท่านหน่อยว่าโอเคไหม? ขอความปลอดภัยให้กับประชาชนทีเถอะครับ ใช้ใจดูแลกันหน่อยนะครับ ท่านผู้เป็นใหญ่ที่เคารพ #กลัว #covid_19&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60077</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการจัดหางาน, ต่อใบอนุญาตแรงงาน, ฟิล์ม รัฐภูมิ, เชื้อไวรัสโควิด-19, แรงงานต่างด้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180109/5a54c83b2713e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37735</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2019 14:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2019 14:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.แรงงาน รับสมัครทดสอบภาษาเกาหลี ไปทำงานเกาหลีใต้ 7–9 มิถุนายนนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมการจัดหางาน เปิดรับสมัครทดสอบภาษาเกาหลีและทักษะการทำงาน (Point System) ครั้งที่ 7 เพื่อไปทำงานเกาหลีใต้ในกิจการอุตสาหกรรมการผลิต เกษตร/ปศุสัตว์ และกิจการก่อสร้าง ระหว่างวันที่ 7-9 มิถุนายน 2562 &amp;nbsp;ผู้สนใจยื่นใบสมัครด้วยตนเอง ณ ศูนย์การรับสมัครจังหวัดปทุมธานี ลำปาง อุดรธานี และนครราชสีมา จัดส่งโดยรัฐ ไปทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และไม่เสี่ยงถูกหลอกเสียเงินฟรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;05 มิ.ย.62- นางเพชรรัตน์ สินอวย อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงานของไทยและกระทรวงแรงงานและการจ้างงานสาธารณรัฐเกาหลีได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดส่งแรงงานไปทำงานสาธารณรัฐเกาหลีตามระบบการจ้างแรงงานต่างชาติ (Employment Permit System for Foreign Workers : EPS) มาตั้งแต่ปี 2559 โดยกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ทำหน้าที่ในการรับสมัครคัดเลือก และจัดส่งคนหางานไปทำงาน ซึ่งคนหางานที่จะเดินทางไปทำงานต้องผ่านการทดสอบภาษาเกาหลี (EPS-TOPIK) และทักษะการทำงานตามที่ทางการเกาหลีกำหนด ซึ่งการรับสมัครทดสอบภาษาเกาหลีและทักษะการทำงาน (Point System) ในครั้งนี้รับสมัครใน 3 ประเภทกิจการคือ 1. กิจการอุตสาหกรรมการผลิต 2. เกษตร/ปศุสัตว์ 3. กิจการก่อสร้าง โดยประเภทกิจการอุตสาหกรรมการผลิตและก่อสร้างรับเฉพาะเพศชาย ส่วนประเภทกิจการเกษตร/ปศุสัตว์ รับทั้งเพศชายและเพศหญิง อายุ 18 &amp;ndash; 39 ปีบริบูรณ์ ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา สายตาไม่บอดสี ร่างกายสมบูรณ์ สุขภาพแข็งแรง ไม่มีประวัติกระทำผิดทางอาญาหรือเป็นภัยต่อสังคมและความมั่นคง เป็นบุคคลซึ่งไม่ถูกห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เป็นบุคคลซึ่งไม่มีประวัติการถูกเนรเทศ หรือเคยถูกปฏิเสธการเข้าสาธารณรัฐเกาหลี หรือเคยกระทำผิดกฎหมายของสาธารณรัฐเกาหลี เป็นบุคคลซึ่งไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทุกชนิด ไม่เคยพำนักอาศัยในสาธารณรัฐเกาหลีด้วยวีซ่า E-9 หรือ E-10 หรือ วีซ่า E-9 และ E-10 รวมกัน 5 ปี หรือมากกว่า 5 ปีขึ้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักฐานการสมัคร ได้แก่ สำเนาหนังสือเดินทาง (ถ้ามี) ต้องระบุวันเดือนปีเกิดให้ครบถ้วน จำนวน 2 ใบ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ต้องชัดเจนและระบุวันเดือนปีเกิดให้ครบถ้วน จำนวน 2 ใบรูปถ่ายสีขนาด 3.5 x 4.5 เซนติเมตร ฉากด้านหลังสีขาว ถ่ายมาแล้วไม่เกิน 3 เดือน ผู้สนใจต้องยื่นใบสมัครด้วยตนเอง ณ ศูนย์การรับสมัคร 4 แห่งคือ 1. ศูนย์การรับสมัครกรุงเทพมหานคร ณ อาคารเดอะฮับ ชั้น 3 เซียร์รังสิต จังหวัดปทุมธานี 2. หอประชุมจังหวัดลำปาง (ภายในศาลากลางจังหวัด) 3. ศูนย์การรับสมัครจังหวัดอุดรธานี ศูนย์การค้า ตึกคอมแลนด์มาร์คอุดรธานี ถ.อุดรดุษฎี ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี 4. ศูนย์การรับสมัครจังหวัดนครราชสีมา คลังพลาซ่า จอมสุรางค์ จำกัด (คลังใหม่) รับสมัครตั้งแต่วันที่ 7 &amp;ndash; 9 มิถุนายน 2562 เวลา 09.00 &amp;ndash; 16.00 น. และลงทะเบียนเพื่อแจ้งความประสงค์ในการสมัครงาน เพื่อเลือกประเภทกิจการ ศูนย์ที่จะสมัคร และวันที่จะสมัครได้ที่ toea.doe.go.th โดยไม่ต้องใส่ www. ได้ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม จนถึงวันปิดรับสมัครวันที่ 9 มิถุนายน 2562 เวลา 12.00 น.
ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสมัครด้วยตนเองพร้อมหลักฐานการสมัครภายในวันเวลาและสถานที่ดังกล่าวข้างต้น และลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านหน้าเว็บไซด์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน โทร. 0-2245-9429 0-2245-6716 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร.1506 กด 2 กรมการจัดหางาน นางเพชรรัตน์ฯ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37735</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการจัดหางาน, เกาหลี, เพชรรัตน์ สินอวย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190605/image_big_5cf77486d35b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36581</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2019 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2019 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุยจับต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทย พบ เมียนมามากสุด ส่งกลับประเทศแล้วกว่า 6,200 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2562 นางเพชรรัตน์ สินอวย อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า กรมการจัดหางาน ได้บูรณาการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกรมการปกครอง เข้าตรวจสอบ จับกุมและดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้ามาทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานและแย่งอาชีพคนไทย ทำให้คนไทยได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ตนได้สั่งการให้กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ และสำนักงานจัดหางานจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดที่มีแรงงานต่างด้าวทำงานเป็นจำนวน 5 หมื่นคนขึ้นไป เช่น สมุทรสาคร ปทุมธานี สมุทรปราการ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี สงขลา เชียงใหม่ กรุงเทพมหานคร อาทิ เขตห้วยขวาง เขตสุขุมวิท เป็นต้น ซึ่งมีการลักลอบทำงานเป็นจำนวนมาก ให้จัดชุดเฉพาะกิจลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และฝ่ายปกครองในพื้นที่ตรวจเข้มการทำงานของแรงงานต่างด้าวและดำเนินคดี ซึ่งตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2561 &amp;ndash; 22 พฤษภาคม 2562 ได้ตรวจสอบการทำงานของแรงงานต่างด้าวไปแล้ว จำนวน 371,823 คน และดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน ขายสินค้า ขายอาหารตามแผงต่างๆ ขายของหน้าร้าน รวมทั้งเร่ขายสินค้า และงานอื่น ๆ ได้แก่ พนักงานรักษาความปลอดภัย วินมอเตอร์ไซต์ นวดแผนไทย และเสริมสวย ซึ่งเป็นงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำตามกฎหมาย จำนวน 6,206 คน พบส่วนใหญ่เป็นสัญชาติเมียนมามากที่สุด รองลงมาเป็นเวียดนาม ลาว กัมพูชา อินเดีย จีน และอื่น ๆ ตามลำดับ โดยได้เปรียบเทียบปรับแรงงานต่างด้าว คิดเป็นเงินค่าปรับรวม 24,793,100 บาท ผลักดันส่งกลับแรงงานแล้ว จำนวน 6,081 คน

&amp;ldquo;แรงงานต่างด้าวต้องมีใบอนุญาตทำงานและทำงานตรงกับที่ระบุไว้ในใบอนุญาต โดยงานที่ทำต้องไม่ใช่งานที่ห้ามคนต่างด้าวทำหรือนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับ 5,000-50,000 บาท หากผู้ใดพบเห็นคนต่างด้าวทำงานผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบต่อไป&amp;rdquo; นางเพชรรัตน์ฯ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36581</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการจัดหางาน, แรงงานเมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190523/image_big_5ce6155803d21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34193</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2019 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2019 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แรงงานต่างด้าวเข้า-ออกงาน ต้องแจ้งกรมการจัดหางาน ฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุด 20,000 บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมการจัดหางาน ย้ำนายจ้างที่จ้างคนต่างด้าวทำงานจะต้องแจ้งการเข้า-ออกในการทำงานของคนต่างด้าวภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุด 20,000 บาท ขณะเดียวกันนายจ้างต้องจัดทำสัญญาการจ้างงาน และเก็บสัญญาจ้างงานไว้ ณ ที่ทําการของนายจ้าง และสําเนาสัญญาจ้างดังกล่าวให้ลูกจ้างเก็บรักษาไว้ ปฏิบัติตามกฎหมายสบายใจทั้งนายจ้างและลูกจ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เม.ย. 62- นางเพชรรัตน์ สินอวย อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า ขณะนี้นายจ้างที่จ้างคนต่างด้าวทำงานอยู่ในประเทศไทยยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับข้อปฏิบัติในการแจ้งเข้า-ออกจากงานของคนต่างด้าว ดังนั้น กรมการจัดหางานจึงขอประชาสัมพันธ์ให้นายจ้างทราบว่า พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2561 มาตรา 13 กำหนดให้นายจ้างที่จ้างคนต่างด้าวทำงาน มีหน้าที่ต้องแจ้งให้กรมการจัดหางานทราบชื่อและสัญชาติของคนต่างด้าวและลักษณะงานที่ให้ทําภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่จ้างและเมื่อคนต่างด้าวนั้นออกจากงานก็ต้องแจ้งให้กรมการจัดหางานทราบภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่คนต่างด้าวออกจากงาน พร้อมทั้งระบุเหตุแห่งการออกจากงานของคนต่างด้าวนั้นด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีที่คนต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศไทยตามระบบการนำเข้าแบบ &amp;nbsp;MOU &amp;nbsp;โดยการนำเข้าของผู้รับอนุญาตให้นําคนต่างด้าวมาทํางาน (บริษัทนำคนต่างด้าวมาทำงานในประเทศ) เมื่อคนต่างด้าวนั้นออกจากงาน นายจ้างที่จ้างคนต่างด้าวจะต้องแจ้งให้ผู้รับอนุญาตฯ และกรมการจัดหางานทราบภายใน &amp;nbsp;7 วันนับตั้งแต่วันที่คนต่างด้าวออกจากงาน พร้อมทั้งระบุเหตุแห่งการออกจากงานของคนต่างด้าวนั้นด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ก่อนคนต่างด้าวเข้าทํางานกับนายจ้างตามระบบการนำเข้า MOU นายจ้างต้องจัดทําสัญญาจ้างเป็นหนังสือ โดยมีรายการอย่างน้อยตามที่อธิบดีกําหนด และเก็บสัญญาจ้างงานไว้ ณ ที่ทําการของนายจ้างเพื่อให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้ และสําเนาสัญญาจ้างดังกล่าวเพื่อให้ลูกจ้างเก็บรักษาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเพชรรัตน์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า &amp;nbsp;หากนายจ้างไม่แจ้งการเข้า-ออกจากงานของคนต่างด้าวในกรณีดังกล่าวข้างต้น จะมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท โดยนายจ้างสามารถแจ้งการเข้า-ออกจากงานของคนต่างด้าวได้ที่สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน สำนักงานจัดหางานจังหวัด หรือที่สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 ในเขตพื้นที่ที่เป็นสถานที่ตั้งของสถานประกอบการที่คนต่างด้าวทำงานอยู่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกระทรวงแรงงานโทร. 1506 &amp;nbsp;กด 2 กรมการจัดหางาน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34193</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการจัดหางาน, ต่างด้าว, นายจ้าง, เพชรรัตน์ สินอวย, แรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190422/image_big_5cbd6dfabfc15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33361</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2019 14:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2019 14:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“บิ๊กแรงงาน” ห่วงคนงานไทยถูกลอยแพในต่างแดน สั่งคุมเข้มตรวจสอบ จับกุมผู้กระทำผิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมการจัดหางาน เผยยอดเดือนมีนาคมสกัดกั้นผู้ลักลอบไปทำงานต่างประเทศ 261 คน เป็นเกาหลีใต้มากสุด 213 คน ขณะที่มีคนหางานเดินทางไปทำงานต่างประเทศผ่านด่านตรวจคนหางานสุวรรณภูมิจำนวน 6,137 คน ส่วนใหญ่นิยมไปไต้หวันมากที่สุดถึง 2,096 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย. 62 -นางเพชรรัตน์ สินอวย อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยพี่น้องคนงานไทยที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศเกรงว่าจะถูกหลอกเสียเงินฟรี และยังถูกลอยแพอยู่ในต่างประเทศเพราะไม่มีงานให้ทำ ต้องอยู่อย่างหลบซ่อน โดยได้สั่งการให้ด่านตรวจคนหางานของกรมการจัดหางานเฝ้าระวังและตรวจสอบอย่างเข้มงวด ซึ่งเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมานั้น กรมการจัดหางานได้ระงับการเดินทางของผู้ที่มีพฤติการณ์จะลักลอบไปทำงานในต่างประเทศและให้การยอมรับว่าจะไปทำงานต่างประเทศ จำนวน 261 คน โดยระงับไปเกาหลีใต้มากที่สุด 213 คน คิดเป็นร้อยละ 81.61 ของผู้ที่ถูกระงับการเดินทาง รองลงมาเป็นบาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โอมาน และอิหร่าน ตามลำดับ ขณะที่มีคนหางานเดินทางไปทำงานต่างประเทศผ่านด่านตรวจคนหางานสุวรรณภูมิ จำนวน 6,137 คน ยังคงนิยมไปไต้หวันมากที่สุด จำนวน 2,096 คน คิดเป็นร้อยละ 34.16 รองลงมาเป็นเกาหลีใต้ อิสราเอล ญี่ปุ่นตามลำดับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพฤติกรรมการหลอกลวงนั้นพบว่ากลุ่มมิจฉาชีพยังคงนิยมใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการโฆษณาชักชวนให้ไปทำงานในต่างประเทศโดยผิดกฎหมาย และขอย้ำเตือนว่าผู้ใดหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปีหรือปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ โดยคนหางานสามารถสอบถามข้อมูลการไปทำงานต่างประเทศหรือแจ้งเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่1-10 หรือที่กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน โทร. 0-2248-4792 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน นางเพชรรัตน์ฯ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33361</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการจัดหางาน, คนงานไทย, อดุลย์ แสงสิงแก้ว, อธิบดีกรมการจัดหางาน, เกาหลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190410/image_big_5cad9e6907784.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
