<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116576</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 18:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 17:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชวนอุดหนุน OTOP ขายดีบน SHOPEE ขายออนไลน์สู้โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ประกอบการโอทอปสู้โควิด เปิดร้านออนไลน์บนช้อปปี้ ร่วมแคมเปญ &amp;ldquo;OTOP Midyear Fest 2021&amp;rdquo; ของกรมการพัฒนาชุมชน ปรับตัวพร้อมรับชีวิตวิถีใหม่ เรียนรู้ช่องทางจำหน่ายสร้างรายได้จากที่บ้าน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสาวเสาวนีย์ คงกำเนิด เจ้าของร้านออนไลน์ &amp;ldquo;เหนียวห่อกล้วยยายศรี&amp;rdquo; บนแพลตฟอร์ม SHOPEE กล่าวว่า ได้เข้าร่วมโครงการ &amp;ldquo;OTOP Midyear Fest 2021&amp;rdquo; กับกรมการพัฒนาชุมชนมาตั้งแต่ช่วงแรก พยายามศึกษาและเรียนรู้เครื่องมือการขายออนไลน์ของแพลตฟอร์ม และถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงการระบาดหนักของโควิด-19 แต่ยอดขายก็เพิ่มขึ้นมากจนร้านได้เป็นร้านแนะนำในช้อปปี้ ตอนนี้ทางร้านยังได้ต่อยอดและเพิ่มช่องทางใหม่ๆ ในการจำหน่ายสินค้า เช่น การทำ Live สดของร้านเป็นประจำ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ขอบคุณโครงการดีๆ ของกรมการพัฒนาชุมชน ที่มาช่วยกระตุ้นเพิ่มยอดขาย ช่วยจัดหาช่องทางจำหน่ายให้โอทอปในสถานการณ์แบบนี้&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางสาวเสาวนีย์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน นางวรรณี บุญสวัสดิ เจ้าของร้านออนไลน์ &amp;ldquo;ป้าแกลบทุเรียนทอด&amp;rdquo; กล่าวว่า ปกติมีร้านอยู่แล้ว แต่เมื่อเริ่มเข้าโครงการก็ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น ก่อนหน้านี้เคยขายแบบออฟไลน์แล้วปรับมาขายออนไลน์ในช่วงโควิด-19 ระบาด ถือว่าเป็นช่องทางขายที่ดีมาก เพราะยอดขายเพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อน ขอบคุณ พช. ที่สนับสนุนโครงการดีๆ มาตลอด และยังมีคำแนะนำเรื่องวิธีการขายสินค้า มีการโปรโมตประชาสัมพันธ์สินค้าในเว็บไซต์เพิ่มเติมให้ตลอด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;อยากให้มีโครงการดีๆ แบบนี้เรื่อยๆ ค่ะ เพราะว่าขายเองในเพจแล้วไม่ค่อยมีลูกค้า ขายไม่ค่อยดีเท่าในร้านออนไลน์ พอมีโครงการนี้ช่วยนำไปโปรโมตให้ก็ยิ่งเพิ่มยอดขาย ตอนนี้รายได้ส่วนใหญ่จะมาจากช้อปปี้ และมายช้อปเป็นหลัก&amp;rdquo; นางวรรณีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่ผู้แทน ช้อปปี้ (ประเทศไทย) ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน กล่าวว่ามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในฐานะแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่างเป็นทางการรายแรกที่ได้ร่วมมือกับกรมการพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่องในการเปิดตัวแคมเปญพิเศษ &amp;ldquo;OTOP Midyear Fest 2021&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยความร่วมมือในครั้งนี้สอดคล้องกับพันธสัญญาในการเดินหน้าส่งเสริมการฟื้นตัวของร้านค้าและผู้ขาย เพื่อช่วยให้ร้านค้าและผู้ขายสามารถเพิ่มยอดขายผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ ด้วยศักยภาพของแพลตฟอร์มช้อปปี้ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานในทั่วประเทศ จึงมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยผลักดันและเสริมศักยภาพให้ชุมชนท้องถิ่นสามารถปรับตัวเข้าสู่วิถีชีวิตรูปแบบใหม่และสร้างธุรกิจให้แข็งแรงและเติบโตได้ในระยะยาว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116576</URL_LINK>
                <HASHTAG>OTOP, OTOP Midyear Fest 2021, SHOPEE, กรมการพัฒนาชุมชน, ขายออนไลน์สู้โควิด, ช้อปปี้ (ประเทศไทย), นางวรรณี บุญสวัสดิ, นางสาวเสาวนีย์ คงกำเนิด, ป้าแกลบทุเรียนทอด, ผู้ประกอบการโอทอป, เหนียวห่อกล้วยยายศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210913/image_big_613f254dd31ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2021 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2021 15:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานกี่ทอผ้า เป็นปฐมฤกษ์ให้กับกลุ่มทอผ้าบ้านดอนกอย เพื่อสืบสาน รักษา ต่อยอด ในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์และประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายให้เป็น Premium OTOP กิจกรรมที่ 2 พัฒนารูปแบบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าชุมชนบ้านดอนกอยและเป็นตัวแทนมอบกี่พระราชทานจำนวน 4 หลัง แก่กลุ่มทอผ้าบ้านดอนกอย โดยมีนายวรงค์ แสงเมือง ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาและวิสาหกิจชุมชน (พช.) ในการนี้ นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ นางสาวรติรส ภู่วิภาดาวรรธน์ รองประธานและที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย และทีมวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาดอนกอยโมเดล ด้วยการสร้างแบรนด์ การพัฒนาลายผ้า จากสำนักงานหม่อมไหมเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร หัวหน้าส่วนราชการ นางถวิล อุปรี ประธานกลุ่มทอผ้าชุมชนบ้านดอนกอยและสมาชิกให้การต้อนรับ และนำเยี่ยมชมนิทรรศการ ณ กลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย จังหวัดสกลนคร และร่วมปลูกต้นอินทนิลรอบหนองน้ำสาธารณะ จากนั้น ร่วมปลูกต้นคราม ณ พื้นที่สร้างศูนย์เรียนรู้ผ้าย้อมคราม วิชชาลัยดอนกอย วิถีแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน และเยี่ยมชมป่าชุมชน เพื่อต่อยอดเป็นศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ รักษาภูมิปัญญาและอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่นต่อไป โดยได้มีการดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (covid-19) อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า นับเป็นมิ่งมงคลยิ่งที่กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาที่ทรงมุ่งมั่นที่จะสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านและภูมิปัญญาไทย ทรงพระราชทานแบบลายผ้าชื่อลาย &amp;ldquo;ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; แก่พสกนิกรชาวไทย อันเป็นสิ่งที่ประจักษ์ชัดถึงพระปรีชาสามารถในด้านการออกแบบ รวมถึงเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 คราวเสด็จเยี่ยมกลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย หมู่ที่ 2 ตำบลสว่าง อำเภอพรรณนานิคม จังหวัดสกลนคร ทรงมีพระราชวินิจฉัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทอบ้านดอนกอย ให้มีความทันสมัย สวยงาม เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่ง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและตั้งพระทัยของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด ตามพระราชปณิธานสมเด็จพระพันปีหลวง ต่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาหัตถกรรมไทย ให้ดำรงอยู่คู่แผ่นดิน ที่สำคัญที่สุดทรงได้ออกแบบโลโก้หรือตราสัญลักษณ์ที่จะใช้กับผลิตภัณฑ์ของดอนกอยที่มีอัตลักษณ์ สื่อความหมายลึกซึ้ง ในการใช้ภาพหัวใจ ที่ประกอบขึ้นจากใจด้าย เปรียบเสมือน เส้นสายของคนดอนกอยที่นำมามัดร้อยรวมกัน ด้วยความรัก ความสามัคคี ความปรารถนาดีต่อชุมชน อีกทั้ง ทรงมีพระดำริให้พัฒนาผ้าทอชุมชน เป็นชุมชนต้นแบบ เพื่อเป็นปฐมบทแห่งการพัฒนาในโครงการที่ชื่อว่า &amp;ldquo;ดอนกอยโมเดล&amp;rdquo; จากการออกแบบ รวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมชุมชน ภูมิปัญญาด้านการทอผ้า การย้อมคราม และการใช้สีธรรมชาติในการย้อมเส้นใยจากชุมชนบ้านดอนกอย มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย เป็นสากล สร้างคุณค่าของผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับ และสร้างรายได้แก่กลุ่มทอผ้าเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะผ้าลายขอเจ้าฝ้าสิริวัณณวรีฯ พบว่า มียอดขายมากกว่า 500 ล้านบาท และลายต่างๆ อีก 270 ล้านบาท&amp;nbsp; ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาที่ดีขึ้น มุ่งสร้างชุมชนเข้มแข็งและพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน และจะนำโมเดลนี้ไปพัฒนาหมู่บ้านต่างๆ ทั่วประเทศ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณพระองค์ท่านได้พระราชทานคำแนะนำแก่กรมการพัฒนาชุมชนได้เข้ามามีส่วนขับเคลื่อนการสร้างความมั่นคงของการสืบสาน รักษา และต่อยอด ภูมิปัญญาผ้าครามและผ้าทออื่นๆ ที่เน้นใช้สีธรรมชาติ ไม่ใช้สีเคมี ก่อให้เกิดศูนย์เรียนรู้ วิชชาลัยดอนกอย วิถีแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งจะเป็นศูนย์รวบรวมเอาช่างทอและภูมิปัญญาเรื่องลายผ้าต่างๆ ที่ถูกพัฒนาต่อยอดอีกจำนวนนับร้อย โดยได้รับความกรุณาจากท่านผู้อำนวยการโรงเรียนดอนกอยที่ได้เสียสละพื้นที่ของโรงเรียน เพื่อเป็นศูนย์ฝึกและปฏิบัติงานของกลุ่มบ้านดอนกอยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวรติรส&amp;nbsp; ภู่วิภาดาวรรธน์ รองประธานและที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก และผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย กล่าวว่า ในนามรองประธานและที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก สมเด็จเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ มีความประทับใจกับชุมชนดอนกอย จังหวัดสกลนคร เป็นอย่างมาก ในเรื่องของกิจกรรมของกลุ่มการย้อมครามและการทอผ้า พระองค์มีพระทัยแน่วแน่ในการที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอด ของสมเด็จย่าให้มีความทันสมัยให้เข้าสู่ตลาดโลกอย่างจริงจัง พระองค์ทรงมุ่งมั่น ต่อยอดพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสร้างแบรนด์ ทำให้ผลิตภัณฑ์สามารถเพิ่มมูลค่าและมีความทันสมัย พระองค์ทรงมีรับสั่งเสมอว่า ผ้าครามของชุมชนดอนกอย มีความเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะถิ่น จึงขอให้ชุมชนมีความเชื่อมั่นในฝีมือการทอผ้า และพัฒนาลวดลายต่างๆ ให้มีคุณภาพ จนสามารถเเข่งขันเข้าสู่ตลาดโลกได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับเป็นพระกรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงให้ความสำคัญกับการดำเนินกิจกรรมการพัฒนาคุณภาพผ้าของชุมชนบ้านดอนกอย โดยทรงพระราชทานกี่ทอผ้า จำนวน 4 หลัง ผ่านอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เพื่อเป็นปฐมฤกษ์ในการมอบให้กับกลุ่มทอผ้าบ้านดอนกอย จำนวน 4 กลุ่ม ที่เข้าร่วมโครงการฯ ประกอบด้วย 1) กลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย 2) กลุ่มสร้างเสริมอาชีพบ้านดอนกอย 3) กลุ่มเยาวชนบ้านดอนกอย&amp;nbsp; 4) กลุ่มทอผ้าบ้านคำประมง เพื่อเป็นเครื่องมือในการทอผ้า ทำให้เส้นไหมคมชัด และสวยงาม เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ สามารถส่งผ่านเรื่องราวภูมิปัญญาท้องถิ่นไปสู่ลูกหลานรุ่นต่อๆ ไป รวมถึงสามารถนำไปต่อยอดการพัฒนาลายผ้า ออกแบบ การย้อมคราม และสีธรรมชาติอื่นๆ ที่มีความหลากหลาย ร่วมสมัย ใส่ได้ทุกเพศทุกวัย สร้างรายได้ให้แก่กลุ่มเพิ่มมากขึ้น จากฝีมือของช่างทอผ้าทุกท่าน เพื่อเป็นต้นแบบและทำให้คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสืบสานอนุรักษ์ศิลป์ ผ้าถิ่นไทยให้ดำรงไว้ในแผ่นดิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116374</URL_LINK>
                <HASHTAG>Premium OTOP, กรมการพัฒนาชุมชน, กระทรวงมหาดไทย, กลุ่มทอผ้าบ้านดอนกอย, การอนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าไทย, ชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน, ชุมชนบ้านดอนกอย, ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ, ดอนกอยโมเดล, นางสาวรติรส  ภู่วิภาดาวรรธน์, นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์, นายวรงค์ แสงเมือง, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ, พช., สภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ, สำนักงานหม่อมไหมเฉลิมพระเกียรติ, สำนักส่งเสริมภูมิปัญญาและวิสาหกิจชุมชน, สืบสาน รักษา ต่อยอด, โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก, โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายให้เป็น Premium OTOP</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210911/image_big_613c6e731e1c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113661</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 21:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 21:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พช. สุดปลื้มปิติ! เผยโฉมเหรียญรางวัลพระราชทาน ประกวด &quot;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&quot; เกียรติยศแห่งความสำเร็จและความภาคภูมิใจ สรรพศิลป์ผ้าไทยก้าวไกลสู่สากล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 17 สิงหาคม 2564&amp;nbsp;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทยพร้อมด้วยนายสำราญ เมืองนิล ผู้อำนวยการกองกษาปณ์ นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ รองประธานกรรมการและที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย นายกุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการนิตยสารโว้ก ประเทศไทย และนางสาวรติรส ภู่วิภาดาวรรธน์ รองประธานโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก เข้าร่วมการมอบเหรียญรางวัลพระราชทาน การประกวดผ้าลายพระราชทาน &amp;ldquo;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; ระดับประเทศ&amp;nbsp; ณ โรงกษาปณ์ ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โดยปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Covid-19) อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างยิ่งที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา&amp;nbsp; ทรงพระราชทานแบบลายผ้าแก่ช่างทอผ้า ชื่อลาย &amp;ldquo;ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; ด้วยพระดำริที่ชัดเจนในการสืบสาน รักษา และต่อยอด ตามพระราชปณิธาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาหัตถกรรมไทย ให้ดำรงอยู่ยั่งยืนตลอดไป โดยได้พระราชทานพระอนุญาตให้ กรมการพัฒนาชุมชน และสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จัดการประกวดลายผ้าพระราชทาน &amp;quot;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;quot; ภายใต้โครงการส่งเสริม&amp;nbsp; ภูมิปัญญาและพัฒนาศักยภาพผ้าไทย ในการประกวดผ้าครั้งนี้ ถือว่าเป็นการเผยแพร่พระอัจริยภาพของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ด้านการออกแบบเครื่องแต่งกาย สิ่งทอ และการอนุรักษ์ผ้าไทยให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ ตลอดจนเพื่อพัฒนาศักยภาพผ้าไทยให้มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้แก่ชุมชน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องในโอกาสพิเศษเดือนมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และในโอกาสที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระกรุณาพระราชทานลายผ้า &amp;ldquo;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย รับพระดำริจัดโครงการประกวดผ้าลายพระราชทาน ซึ่งมีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;กว่า 3,000 ราย จากระยะเวลาเพียง 8 เดือนที่มีการเริ่มดำเนินกิจกรรม ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ก่อให้เกิดรายได้แก่กลุ่มทอผ้า โดยเฉพาะผ้าลายขอมากถึง 300 ล้านบาท และกระตุ้นยอดขายแก่ผ้าลวดลายต่างๆ เป็นอย่างมาก อีกทั้งเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทยตามพระราชปณิธานของพระพันปีหลวงอย่างต่อเนื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ การประกวดระดับภาค สำเร็จลุล่วงเป็นไปด้วยดี มีผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้าย จำนวน 50 ราย และในวันที่ 30 ตุลาคม 2564 สมเด็จเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงพระกรุณารับเป็นองค์ประธานตัดสินการประกวดระดับประเทศ และถือเป็นประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ที่ช่างทอผ้าต่างรอคอย รางวัลอันทรงเกียรติและเป็นความภาคภูมิใจของผู้ชนะเลิศที่จะได้รับเหรียญพระราชทานรางวัล ซึ่งประกอบด้วย เหรียญทอง เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดให้ นายศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี ศิลปินผู้มีชื่อเสียงด้านประติมากร ออกแบบเหรียญสำหรับพระราชทาน โดยเหรียญเป็นพระพักตร์ด้านข้าง พระเกศาทัดบุปผาราชินี &amp;ldquo;ดอกแคทลียาควีนสิริกิติ์&amp;rdquo; อันมีความหมายถึง พระราชปณิธานอันแรงกล้าของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่รับสนองแนวพระราชดำริและแนวพระราชเสาวนีย์จากสมเด็จย่าของพระองค์ท่านที่จะธำรงรักษาไว้ซึ่งสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติด้านการทอผ้า ซึ่งเป็นศิลปะชั้นสูงของไทยที่สมเด็จพระบรมราชชนนี พันปีหลวง ทรงหวงแหน เพื่อตอบแทนความตั้งใจ และความตั้งมั่นในการสืบสาน รักษา และต่อยอดของช่างทอผ้า ถือเป็นเครื่องกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาฝีมือ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานศิลปวัฒนธรรมผ้าไทย ให้ก้าวไกลสู่สากล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับเป็นโอกาสและความโชคดีของชาวไทยทุกท่านที่วันนี้สมบัติทางวัฒนธรรมการทอผ้ามีทูลกระหม่อมฯ ทรงรักษาและสืบสานได้เป็นอย่างดีเยี่ยม และกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ขอสนองแนวพระดำริพระองค์ท่าน โดยการทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจในการสืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดินสืบไป อธิบดีพช.กล่าวปิดท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113661</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการพัฒนาชุมชน, กระทรวงมหาดไทย, กองกษาปณ์, ดอกแคทลียาควีนสิริกิติ์, ด้านการออกแบบเครื่องแต่งกาย สิ่งทอ, ตามพระราชปณิธาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, นางสาวรติรส ภู่วิภาดาวรรธน์, นายกุลวิทย์ เลาสุขศรี, นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์, นายสำราญ เมืองนิล, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, บรรณาธิการนิตยสารโว้ก ประเทศไทย, ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ, ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ, พระอัจริยภาพ, สภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา, โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611bc5e0db257.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 20:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 17:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิบดี พช. กำชับทุกจังหวัด เร่งรัดการจัดซื้อจัดจ้างโครงการ &quot;โคก หนอง นา โมเดล&quot; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2564 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยว่า จากที่มีการนำเสนอข่าวโครงการโคกหนองนาโมเดล ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม พบการขุดปรับพื้นที่แปลงของเกษตรกร ตำบลแคน อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม ผู้รับเหมาขุดผิดแบบ จึงมีข้อสงสัยว่า เหตุใดทางอำเภอจึงเลือกผู้รับเหมาที่ไม่มีความสามารถมาทำโครงการ ซึ่งเป็นการจัดซื้อจัดจ้างวิธีเฉพาะเจาะจง ขณะที่ผู้รับเหมาโครงการระบุว่า ปัญหาการคิดคำนวณค่าจ้างขุด เป็นปัญหาสำคัญของโครงการนี้ พร้อมอ้างว่า เจ้าหน้าที่ขอร้องให้นำรถขนดิน มาถ่ายภาพกับแปลงที่ขุด เพื่อเบิกเงินค่าทอยดินเพิ่ม ทั้งที่การทำงานจริงบางพื้นที่ ใช้รถขนดินไม่ได้ รวมทั้งการเบิกจ่ายที่มีความล่าช้า แม้จะมีการส่งมอบงานไปแล้ว นั้น กรมการพัฒนาชุมชน ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง จากจังหวัดมหาสารคามแล้ว พบว่า โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ &amp;quot;โคกหนองนาโมเดล&amp;quot; (งบเงินกู้) จังหวัดมหาสารคาม ได้รับการจัดสรรงบประมาณดำเนินการในพื้นที่ 11 อำเภอ 85 ตำบล รวมทั้งสิ้น 635 แปลง (พื้นที่ 3 ไร่) ดำเนินการขุดปรับพื้นที่เรียบร้อยแล้ว 587 แปลง เบิกจ่ายเงินแล้ว 390 แปลง อยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารส่งเบิก 197 แปลง กำลังดำเนินการขุดปรับพื้นที่ 12 แปลง และยังไม่ดำเนินการขุด 36 แปลง และโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปีงบประมาณ พ. ศ. 2564 จังหวัดมหาสารคาม ได้รับการจัดสรรงบประมาณดำเนินการทั้งสิ้น 324 แปลง แยกเป็นพื้นที่ 3 ไร่ จำนวน 105 แปลง และพื้นที่ 1 ไร่ 219 แปลง ดำเนินการขุดปรับพื้นที่เรียบร้อยแล้ว 316 แปลง เบิกจ่ายเงินแล้ว 237 แปลง อยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารส่งเบิก 79 แปลง กำลังดำเนินการขุดปรับพื้นที่ 4 แปลง และยังไม่ดำเนินการขุด 4 แปลง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการดำเนินงานโครงการดังกล่าว พบว่าได้มีการดำเนินการขุดปรับพื้นที่เสร็จเรียบร้อยแล้วเป็นจำนวนมาก แต่ผลจากการเบิกจ่ายงบประมาณยังน้อยและมีความล่าช้า ในขั้นตอนการรวบรวมเอกสารรายงานผลจากช่างผู้ควบคุมงาน ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ได้สั่งการให้นายอำเภอดำเนินการติดตามเร่งรัดผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเบิกจ่ายงบประมาณให้กับผู้รับจ้างโดยเร็ว พร้อมทั้งชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้รับจ้างทุกราย โดยในเบื้องต้น ผู้รับจ้างมีความเข้าใจเป็นอย่างดีแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทธิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบกับผู้เข้าร่วมโครงการที่ถูกนำมาอ้างในข่าว คือ นางหนูเกิด ศรีนนเรือง บ้านแวงชัย หมู่ 3 ตำบลแคน อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งได้ยืนยันแล้วว่าการดำเนินการเสร็จเรียบร้อย เป็นไปตามแบบที่ตนเองต้องการหรือตามหลักภูมิสังคมแล้ว และเมื่อมีการดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็สวยงามถูกใจตนเองมาก ที่สำคัญสามารถกักเก็บนำ้ไว้ใช้ในการเพาะปลูกหรือเลี้ยงปลาได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ทางคณะกรรมการก็ตรวจรับไปแล้ว ไม่ได้มีปัญหาตามที่ถูกนำไปอ้างถึงแต่อย่างใด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่ นายโชคชาย โฆตะมะ ตัวแทนผู้รับเหมาโครงการโคก หนอง นา จังหวัดมหาสารคาม ที่ออกมาให้ข่าวว่า ตนได้รับเงินค่าขุดดินตามโครงการฯ น้อยจากงบประมาณที่ตั้งไว้นั้น ทางจังหวัดมหาสารคาม ก็ได้ตรวจสอบข้อมูลการขุดปรับพื้นที่แปลงที่ถูกกล่าวถึงแล้ว พบว่า แปลงดังกล่าวมีพื้นที่ขนาด 3 ไร่ เป็นของผู้สมัครเข้าร่วมโครงการฯ คือ นางบัวพัน ทัดวงษ์ บ้านโนนทอง หมู่ที่ 7 ตำบลสันป่าตอง อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม มีรายละเอียดงานขุดปรับพื้นที่ตามรูปแบบรายการ งบประมาณ 104,000 บาท มีปริมาตรดินขุด 4,000 ลูกบาศก์เมตร ( งานขุดดินด้วยเครื่องจักร บ่อที่ 1 จำนวน 516 ลูกบาศก์เมตร งานขุดดินขนย้ายระยะทางไม่เกิน 1 กิโลเมตร พร้อมเปรียบปรับแต่งบ่อที่ 1 จำนวน 384 ลูกบาศก์เมตร และงานขุดดินด้วยเครื่องจักร บ่อที่ 2 จำนวน 503.25 ลูกบาศก์เมตร งานขุดดินขนย้ายระยะทางไม่เกิน 1 กิโลเมตร พร้อมเตรียมปรับแต่งบ่อที่ 2 จำนวน 3 96.75 ลูกบาศก์เมตร งานขุดดินด้วยเครื่องจักร ขุดร่องน้ำ คลองส่งน้ำ คลองไส้ไก่ ความยาว 1.100 เมตร จำนวน 2,200 ลูกบาศก์เมตร) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งทางอำเภอนาเชือกได้ทำสัญญาจ้างกับห้างหุ้นส่วนจำกัด บางแก้ว 2009 โดยทางห้างหุ้นส่วนฯ มอบหมายให้ นายโชคชัย โฆตะมะ เป็นผู้นำเครื่องจักรเข้าไปขุดปรับพื้นที่ตามโครงการดังกล่าว และจากการตรวจสอบผลการดำเนินงานขุดปรับพื้นที่ พบว่า ผู้รับจ้างได้ทำงานขุดดินตามโครงการ ได้ปริมาตรดินขุดรวมทั้งสิ้น 2,016 ลูกบาศก์เมตร โดยคิดคำนวณปริมาตรจากงานขุดดินด้วยเครื่องจักร บ่อที่ 1 และบ่อที่ 2 และงานขุดคลองไส้ไก่ โดยไม่มีปริมาตรดินจากงานดินขุดขนย้าย ระยะทางไม่เกิน 1 กิโลเมตร พร้อมเกลี่ยปรับแต่ง บ่อที่ 1 และบ่อที่ 2 ตามที่ระบุในรูปแบบรายการมาคิดคำนวณร่วมด้วย แต่เนื่องจากผู้รับจ้างไม่ได้มีการขุดขนย้ายดินดังกล่าวจริง และจากการตรวจแนะนำของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดมหาสารคาม (สตง.) ได้ระบุว่า การเบิกจ่ายค่าขนย้ายดินจะเบิกจ่ายได้ต่อเมื่อ ผู้รับจ้างบริการขนย้ายโดยมีรถบรรทุกมาขนย้ายดินในการทำงานจริงเท่านั้น และต้องมีภาพถ่ายขณะดำเนินการไว้เป็นหลักฐานสำหรับการตรวจสอบด้วย แต่ในแปลงนี้ ผู้รับจ้างไม่มีการขุดขนย้ายดินจริง จึงทำให้ไม่สามารถนำมาเบิกจ่ายเงินให้กับผู้รับจ้างได้ จึงเป็นเหตุให้ผู้รับจ้างไม่พอใจและออกมาเรียกร้องต่อสื่อมวลชนตามข่าวที่ปรากฏ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ได้เชิญประชุมหัวหน้าส่วนราชการและนายอำเภอ เพื่อหารือข้อราชการที่สำคัญ โดยได้ติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ โคกหนองนาโมเดล และโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง โดยเน้นย้ำให้เร่งรัด การเบิกจ่ายงบประมาณให้กับผู้รับจ้างโดยเร็ว และหากมีปัญหา อุปสรรค หรือข้อจำกัดใดๆ ให้รายงานจังหวัด ทราบโดยด่วน เพื่อจะได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพต่อไปด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กรมการพัฒนาชุมชน ยังได้กำชับให้สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด เร่งรัดการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นไปตามขั้นตอนและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมทั้งให้ปฏิบัติตามกลไกเฝ้าระวังการใช้จ่ายงบประมาณตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ &amp;quot;โคกหนองนาโมเดล&amp;quot; มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง นายสุทธิพงษ์กล่าวย้ำในตอนท้าย &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112093</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการพัฒนาชุมชน, การจัดซื้อจัดจ้าง, ขุดผิดแบบ, งบเงินกู้, จังหวัดมหาสารคาม, นางหนูเกิด ศรีนนเรือง, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, นายโชคชาย โฆตะมะ, สตง., สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดมหาสารคาม, เคร่งครัด โปร่งใส ตรวจสอบได้, โคกหนองนาโมเดล, โครงการโคกหนองนาโมเดล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_6109205ca13e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109961</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 15:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พช. ต่อยอดขาย OTOP ออนไลน์ ผนึกกำลัง Shopee จัดแคมเปญพิเศษ “OTOP Midyear Fest 2021” ช่วยผู้ประกอบการกว่า 600 ร้านค้า สร้างรายได้สู้วิกฤตโควิด-19 พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมอุดหนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน ผ่านช่องทางออนไลน์ 16 ก.ค. – 15 ต.ค. นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กรมการพัฒนาชุมชนได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์ออนไลน์ OTOP รวมใจ สู้ภัยโควิด-19 โดยร่วมมือกับ ช้อปปี้ (Shopee) ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน นำสินค้า OTOP ที่คัดสรรจากผู้ประกอบการทั่วประเทศกว่า 600 ร้านค้า จำหน่ายออนไลน์ บน Microsite : www.shopee.com/otop ภายใต้แคมเปญพิเศษ &amp;ldquo;OTOP Midyear Fest 2021&amp;rdquo; ระหว่าง 16 กรกฎาคม &amp;ndash; 15 ตุลาคม 2564 ซึ่งเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากแคมเปญ &amp;ldquo;OTOP Midyear 2020 Online&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;OTOP Next Normal 2020&amp;rdquo; ในปี 2563 รวมทั้งเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ OTOP สู้วิกฤตโควิด-19 ซึ่งสถานการณ์การแพร่ระบาดทำให้กรมการพัฒนาชุมชนต้องงดจัดงานแสดงสินค้า OTOP หลายงานในปีนี้ ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ OTOP ที่จัดเตรียมสินค้าไว้จำหน่ายเป็นจำนวนมาก ดังนั้นแคมเปญพิเศษ &amp;ldquo;OTOP Midyear Fest 2021&amp;rdquo; ในครั้งนี้จึงเป็นช่องทางหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมผู้ประกอบการให้มีศักยภาพและพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ให้สามารถแข่งขันได้ผ่านตลาดออนไลน์ซึ่งเป็นช่องทางที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ทั้งนี้เมื่อมีมาตรการผ่อนคลายแล้ว กรมการพัฒนาชุมชนก็จะเดินหน้าจัดงาน เพื่อให้ผู้ซื้อได้มีโอกาสพบปะและสนับสนุนผู้ประกอบการ OTOP อย่างต่อเนื่องเช่นเดิม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอเชิญชวนช่วยกันอุดหนุนสินค้า OTOP ผ่านแคมเปญพิเศษนี้ เพราะมีสินค้าดีๆ มากมายจากทั่วประเทศจัดเตรียมไว้จำหน่าย เป็นการจับมือฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน นอกจากนี้ผู้ประกอบการ OTOP ที่ต้องการเข้าร่วมแคมเปญขายออนไลน์นี้ สามารถสมัครเข้าร่วมได้ผ่านสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดของท่านไปจนกว่าจะจบแคมเปญในเดือนตุลาคมครับ&amp;rdquo; อธิบดี พช. กล่าวเชิญชวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ช้อปปี้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า &amp;ldquo;มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในฐานะแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่างเป็นทางการรายแรกที่ได้ร่วมมือกับกรมการพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่องในการเปิดตัวแคมเปญพิเศษ &amp;ldquo;OTOP Midyear Fest 2021&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยความร่วมมือในครั้งนี้สอดคล้องกับพันธสัญญาของเราในการเดินหน้าส่งเสริมการฟื้นตัวของร้านค้าและผู้ขาย เพื่อช่วยให้ร้านค้าและผู้ขายสามารถเพิ่มยอดขายผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ ด้วยศักยภาพของแพลตฟอร์มช้อปปี้ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานในทั่วประเทศ เรามีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยผลักดันและเสริมศักยภาพให้ชุมชนท้องถิ่นสามารถปรับตัวเข้าสู่วิถีชีวิตรูปแบบใหม่และสร้างธุรกิจให้แข็งแรงและเติบโตได้ในระยะยาวกับเรา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ โครงการ &amp;ldquo;OTOP Midyear Fest 2021&amp;rdquo; จะจัดขึ้นในวันที่ 16 กรกฎาคม &amp;ndash; 15 ตุลาคม 2564 โดยผู้สนใจสามารถติดตามและสั่งซื้อได้ที่ https://shopee.co.th/otop ได้ตลอดทุกวัน 24 ชม. พร้อมรับส่วนลดพิเศษ 20%&amp;nbsp; (โค้ด OTOP20) ตลอดแคมเปญ และระหว่างนี้กรมการพัฒนาชุมชนก็จะประสานผู้ประกอบการ OTOP ในการเปิดร้านกับ Shopee เพิ่มขึ้น เพื่อสร้างโอกาสทั้งผู้ซื้อและผู้ขายได้มีโอกาสพบปะกันบนช่องทางออนไลน์มากยิ่งขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109961</URL_LINK>
                <HASHTAG>OTOP, OTOP Midyear 2020 Online, OTOP Midyear Fest 2021, OTOP Next Normal 2020, OTOP รวมใจ สู้ภัยโควิด-19, SHOPEE, กรมการพัฒนาชุมชน, กระทรวงมหาดไทย, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, พช., ส่วนลดพิเศษ 20%, โครงการส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์ออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f14519ad7e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109960</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พช. ต่อยอดขาย OTOP ออนไลน์ ผนึกกำลัง Shopee จัดแคมเปญพิเศษ “OTOP Midyear Fest 2021” ช่วยผู้ประกอบการกว่า 600 ร้านค้า สร้างรายได้สู้วิกฤตโควิด-19 พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมอุดหนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน ผ่านช่องทางออนไลน์ 16 ก.ค. – 15 ต.ค. นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กรมการพัฒนาชุมชนได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์ออนไลน์ OTOP รวมใจ สู้ภัยโควิด-19 โดยร่วมมือกับ ช้อปปี้ (Shopee) ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน นำสินค้า OTOP ที่คัดสรรจากผู้ประกอบการทั่วประเทศกว่า 600 ร้านค้า จำหน่ายออนไลน์ บน Microsite : www.shopee.com/otop ภายใต้แคมเปญพิเศษ &amp;ldquo;OTOP Midyear Fest 2021&amp;rdquo; ระหว่าง 16 กรกฎาคม &amp;ndash; 15 ตุลาคม 2564 ซึ่งเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากแคมเปญ &amp;ldquo;OTOP Midyear 2020 Online&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;OTOP Next Normal 2020&amp;rdquo; ในปี 2563 รวมทั้งเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ OTOP สู้วิกฤตโควิด-19 ซึ่งสถานการณ์การแพร่ระบาดทำให้กรมการพัฒนาชุมชนต้องงดจัดงานแสดงสินค้า OTOP หลายงานในปีนี้ ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ OTOP ที่จัดเตรียมสินค้าไว้จำหน่ายเป็นจำนวนมาก ดังนั้นแคมเปญพิเศษ &amp;ldquo;OTOP Midyear Fest 2021&amp;rdquo; ในครั้งนี้จึงเป็นช่องทางหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมผู้ประกอบการให้มีศักยภาพและพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ให้สามารถแข่งขันได้ผ่านตลาดออนไลน์ซึ่งเป็นช่องทางที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ทั้งนี้เมื่อมีมาตรการผ่อนคลายแล้ว กรมการพัฒนาชุมชนก็จะเดินหน้าจัดงาน เพื่อให้ผู้ซื้อได้มีโอกาสพบปะและสนับสนุนผู้ประกอบการ OTOP อย่างต่อเนื่องเช่นเดิม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอเชิญชวนช่วยกันอุดหนุนสินค้า OTOP ผ่านแคมเปญพิเศษนี้ เพราะมีสินค้าดีๆ มากมายจากทั่วประเทศจัดเตรียมไว้จำหน่าย เป็นการจับมือฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน นอกจากนี้ผู้ประกอบการ OTOP ที่ต้องการเข้าร่วมแคมเปญขายออนไลน์นี้ สามารถสมัครเข้าร่วมได้ผ่านสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดของท่านไปจนกว่าจะจบแคมเปญในเดือนตุลาคมครับ&amp;rdquo; อธิบดี พช. กล่าวเชิญชวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ช้อปปี้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า &amp;ldquo;มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในฐานะแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่างเป็นทางการรายแรกที่ได้ร่วมมือกับกรมการพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่องในการเปิดตัวแคมเปญพิเศษ &amp;ldquo;OTOP Midyear Fest 2021&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยความร่วมมือในครั้งนี้สอดคล้องกับพันธสัญญาของเราในการเดินหน้าส่งเสริมการฟื้นตัวของร้านค้าและผู้ขาย เพื่อช่วยให้ร้านค้าและผู้ขายสามารถเพิ่มยอดขายผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ ด้วยศักยภาพของแพลตฟอร์มช้อปปี้ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานในทั่วประเทศ เรามีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยผลักดันและเสริมศักยภาพให้ชุมชนท้องถิ่นสามารถปรับตัวเข้าสู่วิถีชีวิตรูปแบบใหม่และสร้างธุรกิจให้แข็งแรงและเติบโตได้ในระยะยาวกับเรา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ โครงการ &amp;ldquo;OTOP Midyear Fest 2021&amp;rdquo; จะจัดขึ้นในวันที่ 16 กรกฎาคม &amp;ndash; 15 ตุลาคม 2564 โดยผู้สนใจสามารถติดตามและสั่งซื้อได้ที่ https://shopee.co.th/otop ได้ตลอดทุกวัน 24 ชม. พร้อมรับส่วนลดพิเศษ 20%&amp;nbsp; (โค้ด OTOP20) ตลอดแคมเปญ และระหว่างนี้กรมการพัฒนาชุมชนก็จะประสานผู้ประกอบการ OTOP ในการเปิดร้านกับ Shopee เพิ่มขึ้น เพื่อสร้างโอกาสทั้งผู้ซื้อและผู้ขายได้มีโอกาสพบปะกันบนช่องทางออนไลน์มากยิ่งขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109960</URL_LINK>
                <HASHTAG>OTOP, OTOP Midyear 2020 Online, OTOP Midyear Fest 2021, OTOP Next Normal 2020, OTOP รวมใจ สู้ภัยโควิด-19, SHOPEE, กรมการพัฒนาชุมชน, กระทรวงมหาดไทย, ช้อปปี้, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, พช., ส่วนลดพิเศษ 20%, โครงการส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์ออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f14519ad7e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105951</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2021 18:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2021 18:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนึ่งในน้ำพระทัย &quot;เจ้าฟ้าหญิงสิริวัณณวรีฯ&quot; พระราชทานแบบลายผ้าบาติก สู่ชาวไทย พช.ชวนประทับใจ ยกระดับความร่วมสมัย ก้าวไกลสู่ระดับสากล เพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;วันที่ 10 มิถุนายน 2564&amp;nbsp;ปิติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระกรุณาพระราชทานลายผ้าบาติก ในโอกาสเปิดการประกวดผ้าลายพระราชทาน&amp;ldquo;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิจกรรมประกวดผ้าลายพระราชทาน ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวีฯ โครงการส่งเสริมภูมิปัญญาและพัฒนาศักยภาพผ้าไทย ระดับภาค พื้นที่ภาคกลาง โดยมี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน เป็นประธานในการประกวด ฯ ร่วมด้วย นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม ทีมคณะกรรมการ นำโดย นายศิริชัย ทหรานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย นายกุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหารของนิตยสารโว้ก ประเทศไทย นางสาวรติรส ภู่วิภาดาวรรธน์ และคณะ ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ&amp;nbsp; โรงแรมแคนทารี โฮเทล อยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการประกวดในวันนี้ ถือเป็นปฐมฤกษ์ โดยเริ่มต้นจากภาคกลาง เพื่อคัดเลือก 75 ผ้าพื้นถิ่น จาก 4 ภูมิภาค เข้าตัดสินในระดับประเทศ โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นองค์ประธานการตัดสิน ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2564 และนับเป็นมิ่งมงคลยิ่งต่อการเริ่มต้นกิจกรรมการประกวดในครั้งนี้ โดยพระองค์ได้พระราชทาน แบบผ้าบาติกลายพระราชทาน 3 ลาย เป็นดังของขวัญพระราชทานอันมีนัยยะถึงความรักและความห่วงใยในพสกนิกรไทย ที่สะท้อนมาจากพระอัจฉริยภาพในการสร้างสรรค์ศิลปะ วัฒนธรรมอันงดงามของไทย กับความเป็นสากล ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งทุกลวดลาย สีสัน ล้วนสื่อความหมาย ได้แก่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ้าบาติกลายพระราชทาน &amp;ldquo;ปาเต๊ะร่วมใจเทิดไท้เจ้าหญิง&amp;rdquo; สื่อถึงธรรมชาติอันบริสุทธิ์ วิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่งดงาม ลวดลายประกอบด้วย ลายนกยูง หมายถึง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ,ลายคลื่นน้ำ หมายถึง ท้องทะเลภาคใต้ ที่มีธรรมชาติอันสวยงาม ,ลายเรือกอและ หมายถึง วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของภาคใต้ที่ควรรักษาไว้ ,ลายดอกไม้โปรย สื่อถึงมิตรภาพและความจริงใจที่ประชาชนชาวภาคใต้มอบให้กับพระองค์ ลายพระอาทิตย์ หมายถึง พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ,ลายกรอบตัว S อักษรพระนามาภิไธย S หมายถึง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ้าบาติกลายพระราชทาน &amp;ldquo;ท้องทะเลไทย&amp;rdquo; ด้วยแรงบันดาลพระทัยในการอนุรักษ์สัตว์ทะเลและสิ่งแวดล้อมของท้องทะเลไทย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงออกแบบลายผ้าบาติกพระราชทาน &amp;lsquo;ท้องทะเลไทย&amp;rsquo; ด้วยทรงพระดำริ ให้เป็นการจุดประกายความคิดเพื่อให้ ผู้คนเกิดจิตสำนึกในการหวงแหนและรักษาทรัพยากรทางทะเลไทยอันมีค่า ลวดลายประกอบด้วย ลายกะละปังหา หมายถึง ต้นกะละปังหาที่แตกกิ่งก้านออกเป็นรูปพัด เป็นบ้านของสัตว์ทะเลหลายชนิด ,ลายม้าน้ำ ม้าน้ำที่ขดตัวเป็นอักษรพระนามาภิไธย S หมายถึง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ,ลายคลื่น ลูกคลื่นที่ล้อไปกับอักษรพระนามาภิไธย S หมายถึง ความห่วงใยใน สิ่งแวดล้อมของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ,ลายดาวทะเล หมายถึง สัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลไทย ,ลายขอบตัว S อักษรพระนามาภิไธย S หมายถึง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ้าบาติกลายพระราชทาน &amp;lsquo;ป่าแดนใต้&amp;rsquo; สื่อถึงวิถีชีวิตและธรรมชาติของภาคใต้ที่มีเอกลักษณ์ จึงได้ทรงออกแบบผ้าบาติกลายพระราชทาน &amp;lsquo;ป่าแดนใต้&amp;rsquo; ด้วยทรงพระดำริให้เป็นการจุดประกายความคิด ในเรื่องของการอนุรักษ์ป่าฝนเขตร้อนที่มีระบบนิเวศอันอุดม ลวดลายประกอบด้วย ลายดอกดาหลาสัญลักษณ์ของดอกไม้พื้นถิ่นภาคใต้ ,ลายนกเงือก 10 ตัว หมายถึง พระบาทสมเด็จ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และยังหมายถึงความรักที่ซื่อสัตย์ ,ลายเถาไม้รูปตัว S หมายถึง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ,ลายคลื่นตัว S และลายลูกปลากุเลา หมายถึง ความห่วงใยในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของภาคใต้ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ,ลายปารังและลายต้นข้าว สัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ของภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยทรงมีพระประสงค์ให้ประชาชนใช้เวลาว่างในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ต้องทำงานอยู่ที่บ้านให้เป็นประโยชน์&amp;nbsp; มีรายได้เสริม และสร้างสรรค์งานศิลปะ เพื่อจรรโลงจิตใจ ในยามวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า &amp;ldquo;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมุ่งมั่นที่จะสืบสานพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านและภูมิปัญญาไทย เพื่อฟื้นฟูมรดกงานศิลป์ล้ำค่าของแผ่นดินไทยอย่างแท้จริง ด้วยพระอัจฉริยภาพ พระองค์ทรงต่อยอดผสมผสานมุมมองด้านแฟชั่นที่ร่วมสมัย แต่ยังคงไว้ซึ่งการสืบสานอัตลักษณ์ เรื่องราวประจำภูมิภาค เป็นคุณูปการอย่างยิ่งแก่ปวงชนคนไทยไม่ว่าจะในชนบทและเมือง ทรงพระราชทานแบบลายผ้า ชื่อลาย &amp;ldquo;ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; แก่พสกนิกรชาวไทย อันเป็นสิ่งที่ประจักษ์ชัดถึงพระปรีชาสามารถในด้านการออกแบบ ตอกย้ำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าความงดงามของผ้าไทยจะคงอยู่คู่กับสังคมไทย ทำให้พี่น้องทั้งหลาย กล้าที่จะออกจากกรอบความคิดที่มีต่อผ้าไทยแบบดั่งเดิม ในวันนี้คุณูปการที่เกิดขึ้นจึงไม่เพียงแต่วงการทอผ้าเท่านั้น แต่ยังต่อยอดไปถึงการสร้างคุณค่าในงานหัตถกรรม หัตถศิลป์ประเภทอื่นๆ อีกด้วย ด้วยพระทัยอันเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา หนุนให้พี่น้องช่างฝีมือ กลุ่มทอผ้า ผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP ยังคงสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนเลี้ยงดูครอบครัว แม้ต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้ฝ่าฟันไปได้อย่างมั่นคง จึงนำมาซึ่งความซาบซึ้งจนมีคำกล่าวถึงสิ่งที่พระองค์ทรงพระราชทานว่า &amp;ldquo;เปรียบเสมือนน้ำทิพย์ที่หยาดลงในทะเลทราย&amp;rdquo; และด้วยพระวิริยะอุตสาหะของพระองค์ที่ทรงเสด็จไปยังหัวเมืองทั้ง 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ถึง 2 รอบ พระองค์ได้มีพระกรุณาแนะแนวทางการพัฒนา ยกระดับ ให้กลุ่มหัตถกรรมทั้งหลายได้เพิ่มความประณีต ใส่ฝีมือ ใส่ลูกเล่นลงไป ผลงานที่ปรากฏในวันนี้จำนวน 197 ผืนในส่วนของภาคกลาง และ 3,215 ผืนจากทั่วประเทศ จึงเป็นดังดอกผล ของความมหัศจรรย์ที่พระองค์ได้ทรงพระราชทาน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับเป็นนิมิตรหมายอันดีสำหรับการประกวดในวันนี้ โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้พระราชทาน แบบผ้าบาติกลายพระราชทาน 3 ลาย &amp;ldquo;ปาเต๊ะร่วมใจเทิดไท้เจ้าหญิง&amp;rdquo; &amp;ldquo;ท้องทะเลไทย&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ป่าแดนใต้&amp;rdquo; ที่พระองค์ได้แรงบันดาลพระทัยจากการเสด็จไปทอดพระเนตรงานศิลปหัตถกรรมจากภูมิปัญญาพื้นถิ่นในภาคใต้หลายครั้ง ทรงพบเห็นวิถีชีวิตและธรรมชาติของภาคใต้ที่มีเอกลักษณ์ พระดำริทั้งหมดถูกถ่ายทอดลงบนผ้าลายบาติกพระราชทานนี้ เพื่อพระราชทานให้กับช่างฝีมือบาติก เป็นของขวัญตอบแทนมิตรภาพ และความจริงใจที่ประชาชนชาวภาคใต้มอบให้กับพระองค์ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มคุณค่าและมูลค่าของผลิตภัณฑ์ด้วยเรื่องราวและความหมายชวนประทับใจเป็นการยกระดับผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย สามารถก้าวสู่ระดับสากล เพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประกวดผ้าลายพระราชทาน&amp;ldquo;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; ตามโครงการส่งเสริมภูมิปัญญาและพัฒนาศักยภาพผ้าไทย ระดับภาค ในวันนี้เป็นสิ่งที่นำมาซึ่งความภาคภูมิใจที่กรมการพัฒนาชุมชน ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์&amp;nbsp; และทุกภาคีเครือข่าย ได้มีโอกาสน้อมนำเอาแนวพระราชดำริในวิถีของการการวิจัยและพัฒนา หรือ R&amp;amp;D ผ้าไทยให้ได้รับการยกระดับ และคุณภาพมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อกระตุ้นให้พี่น้องกลุ่มทอผ้าทั้งหลาย ได้พัฒนาฝีมือ ค้นหาเทคนิควิธีการในการผลิตผ้าไทยให้ดีขึ้นเหมาะสมแก่การตัดเย็บเสื้อผ้าสมัยใหม่ เหนือล้ำไปกว่าการมุ่งหวังผลแพ้ชนะ คือการการสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง องค์อุปถัมภ์แห่งศิลปาชีพไทย ที่ทรงริเริ่มนำหัตถกรรมพื้นถิ่น เสน่ห์ของงานฝีมือดั้งเดิม และวิถีชีวิตให้กลายเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้ชาวบ้านอย่างมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับจากนี้ ตลอดทั้งเดือนมิถุนายนจนถึงเดือนกรกฎาคม 2564 กรมการพัฒนาชุมชน จะมีการดำเนินการประกวดโดยเริ่มจากระดับภาค ไปสู่ระดับประเทศ ทั้งนี้ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในพื้นที่ภาคกลางเป็นจุดแรก จากนั้นไปภาคใต้ เป็นจุดที่ 2 ระหว่างวันที่ 13 - 14 มิถุนายน 2564 จังหวัดนครศรีธรรมราช จุดที่ 3 ภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 17 - 18 มิถุนายน 2564 จังหวัดเชียงใหม่ และสุดท้ายจุดที่ 4 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุดรธานี ต่อด้วยการประกวดในรอบ Semi Final รอบตัดสิน 75 ผืนสุดท้าย ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ณ โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร และประกาศผลรอบตัดสิน 75 ผืนสุดท้าย ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 สำหรับการประกวดในระดับประเทศ รอบตัดสินรางวัล ดำเนินการ ระหว่างวันที่ 27 &amp;ndash; 29 กรกฎาคม 2564 ณ ทรูไอคอนฮอลล์ ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม กรมการพัฒนาชุมชน และสภาสตรีแห่งชาติ ในพระราชินูปถัมน์ ได้กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานในการตัดสิน นับว่าเป็นสิ่งที่เป็นขวัญและกำลังใจอย่างยิ่งกับพี่น้องวงการผ้าไทย ปลุกกระแสวงการผ้าไหม ให้เกิดการสืบสาน รักษา ต่อยอด ภูมิปัญญาให้ดำรงเอกลักษณ์ไทยไว้ได้อย่างสมบูรณ์งดงาม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมการพัฒนาชุมชน ขอน้อมนำพระดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการเพิ่มคุณค่า และมูลค่ายกระดับผลิตภัณฑ์ผ้าไทย ให้สามารถก้าวสู่ระดับสากล เพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน โดยพระราชทาน &amp;ldquo;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&amp;rdquo; และผ้าบาติกลายพระราชทาน ทั้ง 3 ลวดลาย เปรียบดังแสงสว่างแห่งวิถีความงดงามของอัตลักษณ์ไทย ส่งผ่านไปสู่พี่น้องประชาชน นำทางให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนเศรษฐกิจฐานราก อันเป็นพลังที่จะสืบสานความเป็นไทยให้คงอยู่สืบไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105951</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการพัฒนาชุมชน, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, กรมหม่อนไหม, กระทรวงมหาดไทย, การประกวดผ้าลายพระราชทาน, ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ, ท้องทะเลไทย, นางสาวรติรส ภู่วิภาดาวรรธน์, นายกุลวิทย์ เลาสุขศรี, นายชาย นครชัย, นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์, นายปราโมทย์ ยาใจ, นายภานุ แย้มศรี, นายศิริชัย ทหรานนท์, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, บรรณาธิการบริหารของนิตยสารโว้ก ประเทศไทย, ประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน, ประธานสภาสตรีแห่งชาติ, ปาเต๊ะร่วมใจเทิดไท้เจ้าหญิง, ป่าแดนใต้, ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ผ้าบาติกลายพระราชทาน, ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ, พระราชทานลายผ้าบาติก, ลายกรอบตัว S, ลายคลื่นน้ำ, ลายดอกไม้โปรย, ลายพระอาทิตย์, ลายเรือกอ, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา, โครงการส่งเสริมภูมิปัญญาและพัฒนาศักยภาพผ้าไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210610/image_big_60c1f80bee60f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
