<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116701</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 18:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาหารไทย”ยาอร่อยที่สุดในโลก”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมนูอาหารไทยเป็นยาที่เหล่าเซเลบริตี้เชฟระดับเวิลด์คลาสรังสรรค์ขึ้นใหม่ อาทิ &amp;nbsp;ข้าวขยำมันกุ้งที่เต็มไปด้วยสมุนไพรไทย พริก หอมแดง มะม่วง ขิง ตะไคร้ ผักชี&amp;nbsp; กระเทียม บำรุงสุขภาพ &amp;nbsp;,สปาเก็ตตี้น้ำพริกอ่องกระชายต้านอนุมูลอิสระ &amp;nbsp;&amp;nbsp;,ต้มยำกุ้งแม่น้ำสูตรสมุนไพรดีต่อสุขภาพ,กุ้งซอสมะขามสมุนไพรไทย จานอร่อยครบรสเสริมสมดุลร่างกาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือเมนูข้าวมันตะไคร้หมูย่างซอสพริกไทยดำไข่ดองน้ำปลา มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงสมอง &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้เราเห็นภาพความมหัศจรรย์อาหารไทยที่ไม่ได้แค่อร่อย แต่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ&amp;nbsp; ซึ่งหยิบยกมาแนะนำบางส่วนจากโครงการใหม่แกะกล่อง ไทยเทสเทอราปี (Thai Taste Therapy)  ที่ตั้งใจทำให้ทั่วโลกทึ่งและรู้จักว่า &amp;ldquo;อาหารไทยคือยาที่อร่อยที่สุดในโลก&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าวมันตะไคร้หมูย่างซอสพริกไทยดำไข่ดองน้ำปลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวานนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข  และพันธมิตรภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา จัดแถลงข่าวออนไลน์เปิดโครงการไทยเทสเทอราปี  โดยมีเหล่านักวิชาการร่วมเสนองานวิจัย ทำให้ตะลึงอาหารไทยป้องกันโควิด &amp;nbsp;ขณะเดียวกันแนะนำฮาวทูรับประทานอาหารอย่างไรให้มีประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุด นอกจากนี้ มีไลฟ์สดจากโรงแรมแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ระดมเชฟชื่อดังโชว์เมนูอาหารไทยลดโรค อย่างเชฟอรรถพล ไนโต ถังทอง,เชฟแอนดี้ ยัง และเชฟนิค วิพิธิจักษ์  &amp;nbsp; งานนี้ เสริ์ฟเมนูอาหารสำหรับผู้ร่วมงานแถลงข่าวลองชิมถึงบ้านอีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาย นครชัย อธิบดี สวธ. &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;สวธ.มีหน้าที่สืบสาน รักษาและต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมให้ยั่งยืน ที่ผ่านมากรม ฯ ได้ขึ้นทะเบียนอาหารไทย 20 รายการ เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม อาทิ ต้มยำกุ้ง แกงเผ็ด แกงพุงปลา แกงเขียวหวาน ส้มตำ เป็นต้น ในอนาคตเราตั้งใจที่จะขึ้นทะเบียนอาหารไทยอีกหลายรายการ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; &amp;nbsp;การจะสืบสานวัฒนธรรมให้ยั่งยืนนั้นต้องได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย เช่น มรดกภูมิปัญญาก็ต้องมีชุมชนหรือชาวบ้านที่เป็นเจ้าของมรดกมาต่อยอด เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่าง สวธ.กับพันธมิตรจัดโครงการไทยเทสเทอราปีขึ้น เพื่อยกระดับวัฒนธรรมอาหารไทยสู่นานาชาติด้วยการนำเสนอคุณประโยชน์ของอาหารไทยในมิติของสรรพคุณทางยาที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งสอดรับกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่ทุกคนใส่ใจเรื่องการกินมากขึ้น อาหารไทยคือ Soft Power ที่มีศักยภาพในการเข้าถึงนานาประเทศ &amp;ldquo; ชาย กล่าว และมั่นใจว่าไทยเทสเทอราปีจะตอกย้ำให้ทั่วโลกเชื่อมั่นเรื่องความอร่อยของอาหารไทยและยังสร้างมุมมองใหม่อาหารไทยเป็น &amp;ldquo;ยาที่อร่อยที่สุดในโลก&amp;quot; ได้แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เชฟชื่อดังโชว์เมนูอาหารไทยลดโรค เสริมภูมิคุ้มกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า อาหารไทยมีองค์ประกอบเป็นสมุนไพรไทยพื้นบ้านอยู่มากมายทั้งอร่อยและมีคุณค่าต่อสุขภาพ ทำให้อาหารไทยเป็นยาที่อร่อยที่สุดในโลก และมีความสุขเมื่อได้รับประทาน &amp;nbsp;เป็นที่ทราบกันสมุนไพรมีแคลอรี่ต่ำ &amp;nbsp;ช่วยลดการเจ็บป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง มีสารสำคัญช่วยส่งเสริมดูแลสุขภาพ เช่น กระชายขาว จากผลศึกษาวิจัยสามารถต้านไวรัส โดยเฉพาะโควิด-19 สมุนไพรภูมิปัญญาไทยที่น่าสนใจประกอบอาหาร อย่างขิง มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ กินแล้วดีต่อสุขภาพ &amp;nbsp;แก้ปัญหาทางเดินอาหาร ผู้ป่วยเคมีบำบัดกินขิงมีส่วนช่วยเจริญอาหาร ขณะที่กระเพรา พริกไทย พริก มีสารช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า และสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรง &amp;nbsp; ฝากทุกคนอย่าลืมดูแลให้มีสมุนไพรในมื้ออาหาร  เพื่อจะพาเรื่องราวอาหารไทยเป็นยาชั้นเลิศไปไกลทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าวขยำมันกุ้งที่เต็มไปด้วยสมุนไพรไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แกงไทยต้านมะเร็ง ความอร่อยที่สู้โรคภัยได้เป็นอีกความน่าทึ่ง&amp;nbsp; ศ.รศ.ดร.เรวดี จงสุวัฒน์ ภาควิชาโภชนาวิทยา คณะสาธารณสุข ม.มหิดล &amp;nbsp;ที่ปรึกษาโครงการฯ กล่าวว่า มีงานวิจัยรับรอง เครื่องแกงไทยสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ผล&amp;nbsp; ซึ่งมีสมุนไพรอย่างพริก กระเทียม &amp;nbsp;สามารถลดไขมันในเลือดได้ อาหารไทยเป็นยา อยากสุขภาพดีคำนึงถึงอาหารและโภชนาการ โครงการไทยเทสเทอราปีเน้นวิธีทำอาหารให้เป็นยา ทำความเข้าใจเรื่องสารอาหารและสารประกอบจากธรรมชาติ  ให้เวลากับการทำเมนูอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น ทำให้สามารถจัดอาหารที่เป็นยาป้องกันและรักษาโรคให้กับตัวเองและคนที่ห่วงใยได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อาหารไทยใส่กัญชาอีกสุดยอดความอร่อย นำเสนอผ่าน รศ.ดร.นพ.ธวัชชัย กมลธรรม สาขาวิชากัญชาเวชศาสตร์ มรฏ.สวนสุนันทา วิทยาเขตสมุทรสงคราม &amp;nbsp;เผยว่า ประโยชน์กัญชานำมาปรุงแต่งอาหาร ใช้สารสกัดจากราก ใบ ดอกกัญชา &amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือบดใบเป็นผงพร้อมใช้เป็นส่วนผสมปรุงอาหาร แล้วการปรุงอาหารรูปแบบใบสด ใบหยาบ&amp;nbsp; ซึ่ง CBD สารสกัดสำคัญ ช่วยบรรเทาอาการอักเสบกล้ามเนื้อ ลดการอักเสบ บำรุงประสาท กระตุ้นภูมิคุ้มกัน และเพิ่มความอร่อยเมื่อนำไปผสมอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ศ. ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ ผอ.หน่วยวิจัยความเป็นเลิศวิศวกรรมเนื้อเยื่อและเซลล์ต้นกำเนิด คณะแพทย์ศาสตร์ ม.เชียงใหม่ บอกถึงเมนูอาหารจากผลไม้ว่า &amp;nbsp;ไทยเป็นประเทศเขตร้อนมีความหลากหลายทางชีวภาพมาก ตนวิจัยเรื่องสารอาหารในไทย พบว่ามีสารอาหารรอบตัว&amp;nbsp;  โดยเฉพาะผลไม้ ตระกูลส้ม มะนาว ชาเขียว ข้าวไรซ์เบอร์รี่ และองุ่น ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายสู้โรคโควิด &amp;nbsp;การนำทั้งผลไม้และสมุนไพรมาปรุงอาหารเป็นยาที่ดีและป้องกันโรคดีกว่ามากินยารักษาภายหลัง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไอริณ ฤกษะสาร ผู้บริหารโครงการไทยเทสเทอราปี &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ไอริณ ฤกษะสาร ผู้บริหารโครงการไทยเทสเทอราปี กล่าวว่า โครงการฯ มุ่งให้คนทั่วโลกเห็นความมหัศจรรย์ของอาหารไทยที่เป็นยาที่ดีที่สุด เฟสที่ 1 &amp;nbsp;เชิญเชฟระดับเวิลด์คลาสรังสรรค์เมนูอาหารไทยที่มีคุณประโยชน์ทางยา &amp;nbsp;ร่วมกับร้านอาหารไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศเปิดขายเมนูอาหารไทยเทสเทอราปี 3 เมนู ได้แก่ เมนูเสริมภูมิคุ้มกันต้านโควิด เมนูอาหารจากกัญชาและกระท่อม และเมนูสมุนไพรพื้นถิ่นของไทย สามารถเยี่ยมชมและสั่งร้านอาหาร Thai Taste Therapy และสินค้าสุขภาพจากสมุนไพรไทยที่เข้าร่วมโครงการผ่านทางไลน์ @thaitastetherapy นอกจากนี้ โรงแรมแบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์ ห้องอาหาร พระยา คิทเช่น จัดบุฟเฟต์เมนู อาหารไทยเป็น &amp;ldquo;ยาที่อร่อยที่สุดในโลก&amp;rdquo; ตลอดเดือน ก.ย.และเดือน ต.ค.สอบถามได้ที่ Line OA: @marriottsurawongse&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เร็วๆนี้ จะเปิดแพลตฟอร์ม ThaiTasteTherapy.com  จัดคอร์สสอนทำอาหารไทยเป็นยาผ่านออนไลน์ส่งต่อสูตรอาหารไทย พร้อมส่งออกวัตถุดิบเครื่องปรุงสมุนไพรไทยให้ทั่วโลกสั่งซื้อทางออนไลน์ ส่วนเฟส 2 จะประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวสุขภาพภายในเดือน พ.ย.นี้ สนใจติดตามที่www.thaitastetherapy.com หรือ เฟสบุ๊กwww.facebook.com/thaitastetherapy&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116701</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, ไทยเทสเทอราปี (Thai Taste Therapy)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210914/image_big_6140879a903f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88674</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2021 14:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2021 14:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรคลมจับโป่งเข่า (ข้อเข่าเสื่อม)แพทย์แผนไทยช่วยได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3ธ.ค.63-นพ. ขวัญชัย &amp;nbsp;วิศิษฐานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงนี้อากาศค่อนข้างหนาวเย็น หนึ่งโรคที่มักมากับอากาศที่หนาวเย็น คือ อาการปวดข้อ โดยเฉพาะข้อเข่า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่งเป็นอาการที่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ &amp;nbsp;ทางการแพทย์แผนไทยเรียกโรคข้อเข่าเสื่อมว่า &amp;ldquo;โรคลมจับโปงเข่า&amp;rdquo; แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โรคลมจับโปงน้ำและจับโปงแห้ง จับโปงน้ำจะมีอาการปวดเข่า เข่าบวม อักเสบชัดเจน มีน้ำในข้อเข่า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจับโปงแห้งจะมีอาการปวดเข่า มีเสียงกรอบแกรบในข้อเข่า ข้อเข่าฝืด สะบ้าติด แพทย์แผนไทยรักษาโรคดังกล่าวด้วยการนวดรักษาเฉพาะจุด เพื่อกระตุ้นระบบไหลเวียนบริเวณข้อเข่า ลดอาการปวดเกร็งของกล้ามเนื้อรอบ ๆ ข้อเข่า หลังจากนั้นก็ประคบสมุนไพรหรือใช้ยาพอกเข่า เป็นการเสริมประสิทธิภาพของการนวดในด้านการลดการอักเสบและลดอาการปวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับยาสมุนไพรที่อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติที่ช่วยลดการอักเสบ ชะลอการเสื่อมของข้อเข่า คือ &amp;nbsp;าขมิ้นชัน จากผลการศึกษาวิจัยพบว่า ขมิ้นชัน มีสารกลุ่มเคอร์คูมินอยด์ มีฤทธิ์ต้านการอักเสบได้เหมือนกับ &amp;nbsp; ยาต้านการอักเสบไดโคลฟีแนคของแผนปัจจุบัน อีกทั้งขมิ้นชันยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ก่อให้เกิดผลดี &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อระบบทางเดินอาหาร จึงถือเป็นทางเลือกที่ดีในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ. ขวัญชัย กล่าวในตอนท้ายว่า หากต้องการห่างไกลจากโรคข้อเข่าเสื่อม ควรหลีกเลี่ยง พฤติกรรมเสี่ยง เช่น การไม่ยกของหนัก หรือทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดแรงกดต่อข้อเข่า และควรหลีกเลี่ยง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การรับประทานหน่อไม้ เครื่องในสัตว์ อาหารหมักดอง และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ เพราะจะส่งผลให้ &amp;nbsp; เกิดอาการปวดข้อและข้อบวมมากยิ่งขึ้น อาหารที่ช่วยบำรุงข้อและกระดูก ได้แก่ อาหารจำพวกธัญพืช เมล็ดถั่ว &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมล็ดงา ผักใบเขียว นม ปลาเล็กปลาน้อย ซึ่งเป็นอาหารที่มีแคลเซียมสูง มีส่วนช่วยในการสร้างความแข็งแรง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ของกระดูกและข้อ และควรออกกำลังกายเป็นประจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;สำหรับผู้มีน้ำหนักเกิน ควรออกกำลังกายโดยการว่ายน้ำ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การปั่นจักรยานอากาศ หรือการทำท่ากายบริหารแบบฤาษีดัดตน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับข้อเข่า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ควรพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง และรักษาความอบอุ่นของร่างกายให้เป็นปกติอยู่เสมอ&amp;nbsp;
หากท่านใดสนใจเกี่ยวกับการรักษาอาการปวดเข่าด้วยการแพทย์แผนไทย สามารถเข้ารับบริการได้ที่สถานบริการสาธารณสุขของรัฐทั่วประเทศ หรือต้องการสอบถามเกี่ยวกับการให้บริการด้านการแพทย์แผนไทย สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โทร 0 2149 5678&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88674</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, ข้่อเข่าเสื่อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210103/image_big_5ff176681b7fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79912</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2020 21:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2020 21:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉลองใหญ่&#039;นวดไทย&#039;มรดกโลก บรมครูภูมิปัญญา 4 ภาค - ต้นตำรับวัดโพธิ์ ร่วมสืบสาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 8 ต.ค.ที่วัดพระเชตุพน นายปรเมศวร์&amp;nbsp;งามพิเชษฐ์&amp;nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กระทรวงวัฒนธรรม&amp;nbsp;โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม มีหน้าที่ส่งเสริมและดำเนินการปกป้องคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม องค์การยูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียนรับรองนวดไทยเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติเมื่อวันที่ 12&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ซึ่งภูมิปัญญาด้านการนวดไทยเป็นศาสตร์และศิลป์ทางการแพทย์ดั้งเดิมเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมท้องถิ่น&amp;nbsp;เป็นการรักษาทางเลือกควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพตามแบบแผนตะวันตก&amp;nbsp;เป็นมรดกภูมิปัญญาที่ได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นปัจจุบัน มีองค์กรต่างๆที่ส่งเสริมและพัฒนาการนวดไทยกว่า 50&amp;nbsp;องค์กร&amp;nbsp;รวมถึงองค์กรภาควิชาชีพสถาบันการเรียนการสอนและสถานประกอบการเพื่อสุขภาพทั่วประเทศ&amp;nbsp;การจัดงาน&amp;ldquo;ฉลองนวดไทยมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม&amp;rdquo;&amp;nbsp;ถือว่าเป็นการประกาศและยืนยันบทบาทในการเป็นผู้ปฏิบัติและผู้สืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศไทยในเวทีโลก&amp;nbsp;ซึ่งการจัดงานฉลองจะมีขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ต.ค.ถึงวันที่ 2&amp;nbsp;พ.ย. 2563&amp;nbsp;ที่วัดพระเชตุพน&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นแหล่งองค์รวบรวมความรู้นวดไทยที่สำคัญระดับโลก ทั้งการนวดไทยและฤๅษีดัดตน ที่มีทั้งจารึกตำราและรูปหล่อฤๅษีดัดตนเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้&amp;nbsp;ภายในงานจะมีนิทรรศการให้ความรู้&amp;nbsp;สาธิตนวดไทย&amp;nbsp;อีกทั้ง สวธ.ได้คัดเลือกสุดยอดการแสดงทางวัฒนธรรมที่มีความสวยงามและมีเอกลักษณ์แสดงถึงความเป็นไทยมาจัดแสดงทุกวันตลอดการจัดงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;พระธรรมรัตนากร&amp;nbsp;เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพน&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;องค์การยูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียนรับรองนวดไทยเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติโดยเฉพาะนวดตำรับวัดพระเชตุพนได้มีการจารึกไว้ในจารึกวัดพระเชตุพนถือว่าเก่าแก่ ทรงคุณค่า เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่ามีความครบถ้วนและสมบูรณ์ทุกประการ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;จุดกำเนิดการนวดไทยเกิดขึ้นที่นี่&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันภายในวัดพระเชตุพนยังเป็นที่ตั้งของโรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดพระเชตุพน&amp;nbsp;มีการให้บริการและสอนด้านการนวดไทยแก่ผู้สนใจ&amp;nbsp;ดังนั้น องค์ความรู้ด้านการนวดตำรับวัดพระเชตุพนนี้จึงได้มีการถ่ายทอดแตกแขนงออกไปอย่างกว้างขวางจนถึงปัจจุบันช่วงที่โควิด-19&amp;nbsp;ยังไม่ระบาดมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมายังวัดพระเชตุพนเฉลี่ยวันละประมาณ&amp;nbsp;6,000-10,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และในจำนวนนักท่องเที่ยวเหล่านี้มักจองคิวเพื่อขอรับบริการนวดไทยตำรับวัดพระเชตุพนพร้อมกันเสมอ&amp;nbsp;การจัดงานฉลองนวดไทยวันที่ 29&amp;nbsp;ต.ค.ถึงวันที่ 2&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;มีกิจกรรมมากมายทำให้คนไทยรู้จักและเข้าใจคุณค่านวดไทยเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;พญ.อัมพร&amp;nbsp;เบญจพลพิทักษ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การจัดงานฉลองนวดไทยมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมวันเปิดงาน&amp;nbsp;คือวันที่29&amp;nbsp;ตุลาคม2563&amp;nbsp;ถือเป็นวันภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยแห่งชาติด้วย&amp;nbsp;ทางกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกมีส่วนร่วมการจัดนิทรรศการและการสาธิตการนวดไทยของบรมครูและภาคีเครือข่ายนวดไทยที่เดินทางมาจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศเพื่อมาสาธิตนวดไทยภายในงาน&amp;nbsp;โดยเฉพาะนวดตำรับวัดพระเชตุพนที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานจะมาเปิดสาธิตให้ชมด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;&amp;nbsp;ภูมิปัญญานวดไทยคือสิ่งสำคัญ&amp;nbsp;เชิงนโยบายต้องขยายภูมิปัญญาดั้งเดิมนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;นี่คือศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่&amp;nbsp;นวดไทยตอบโจทย์เชิงสุขภาพ&amp;nbsp;จุดที่กดมีคำอธิบายทางการแพทย์&amp;nbsp;เป็นจุดเริ่มต้นกล้ามเนื้อ&amp;nbsp;เป็นจุดศูนย์รวมปลายประสาท&amp;nbsp;กดแล้วคลายกล้ามเนื้อ&amp;nbsp;โดยไม่เกิดผลข้างเคียงเหมือนการใช้ยาปฏิชีวนะและช่วยผ่อนคลายจิตใจ&amp;nbsp;ประชาชนที่มาชมงานนวดไทยจะได้เห็นรูปแบบและภูมิปัญญาด้านการนวดไทยของแต่ละภูมิภาคที่มีความแตกต่างกันไปในงานเดียวซึ่งมีความน่าสนใจมาก&amp;nbsp;นอกจากนี้จะมีการเสวนาทางวิชาการเป็นประจำทุกวันมีการออกร้านและจำหน่ายสินค้าสมุนไพรเพื่อสุขภาพมีการให้บริการอาหารเพื่อสุขภาพต่างๆ&amp;rdquo; พญ.อัมพรกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฐาปน สิริวัฒนภักดี ไวยาวัจกรวัดพระเชตุพนและกรรมการมูลนิธิสิริวัฒนภักดี ซึ่งให้ความสำคัญกับกิจกรรมต่างๆ ของวัดพระเชตุพนรวมทั้งการนวดไทย กล่าวว่า จารึกนวดไทยและฤๅษีดัดตนเกิดจากพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1&amp;nbsp;และพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;รัชกาลที่ 3&amp;nbsp;โปรดสร้างไว้เป็นทานเมื่อครั้งสถาปนาและปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนจนเปรียบเทียบว่า&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดพระเชตุพนเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทยและเป็นแหล่งเล่าเรียนสรรพวิชาความรู้ภูมิปัญญาไทยหลายแขนงในบรรดาสรรพวิชา&amp;ldquo;จารึกวัดโพธิ์&amp;rdquo;&amp;nbsp;ซึ่งมีทั้งหมด1,440&amp;nbsp;ชิ้น ซึ่งได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกโดยองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(UNESCO)&amp;nbsp;โดยในจำนวนนั้นมี 60&amp;nbsp;ชิ้นพิเศษจารึกเกี่ยวกับการนวดไทยไว้เป็นหลักฐานองค์ความรู้การนวดไทยที่มีความสมบูรณ์ครบถ้วนมากที่สุดในปัจจุบัน&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติของ UNESCO&amp;nbsp;ปี2562&amp;nbsp;อีกด้วย เมื่อวัดพระเชตุพนจะจัดงาน&amp;ldquo;ฉลองนวดไทยมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม&amp;rdquo;&amp;nbsp;เป็นโอกาสที่จะเผยแพร่ความรู้และภูมิปัญญาด้านสุขภาพของประเทศไทยทั้งการนวดไทยและฤๅษีดัดตนที่มีทั้งจารึกตำราและรูปหล่อฤๅษีดัดตนนับเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์กับมวลมนุษยชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79912</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, จารึกวัดโพธิ์, ฉลองนวดไทย, นวดไทยมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ, นสพ.ไทยโพสต์, สวธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201008/image_big_5f7f25263b700.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2019 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2019 15:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์แผนไทยคัดกรองตำรับยาไทย2.5 หมื่นสูตร หาสูตรผสมกัญชาที่ใช้ได้ บื้องต้นพบ 16ตำรับ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กรมแพทย์แผนไทยพบมี 16ตำรับยาไทยที่มีกัญชาเป็นส่วนผสม หากออกกม.รองรับใช้ได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25ม.ค.62-นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก &amp;nbsp;กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมฯ ได้มีการรวบรวมสูตรตำรับยาแผนไทย เพื่อเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)เบื้องต้นได้มีการศึกษาและหารือกันกับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ต่างๆหลายครั้ง สุดท้ายได้ข้อสรุปว่า ควรจะมีการใช้ตำรับยาที่มีส่วนผสมของกัญชามาจากตำรับตำราขาของชาติเท่านั้นที่มีอยู่กว่า 26,000 ตำรับ &amp;nbsp;ซึ่งเมื่อตรวจสอบดูแล้ว เบื้องต้นมีอยู่ 212 ตำรับ แต่มีความซ้ำซ้อนกัน &amp;nbsp;ซึ่งเมื่อดูแล้วเหลือเพียง 90 ตำราที่มีกัญชาเป็นส่วนผสม จึงต้องมาประชุมกันอีกว่าในส่วนนี้จะสามารถนำมาใช้ตรงไหนได้บ้าง เนื่องจาก ของเดิมถูกห้ามใช้เนื่องจากบอกว่าเป็นยาเสพติด ซึ่งเมื่อได้มาสรุปกันแล้วสามารถแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่ม ก. 16 ตำรับซึ่งมีกัญชาเป็นส่วนประกอบใหญ่ และบางตำรับก็เป็นยาที่ใช้กันอยู่ แต่มีการตัดส่วนผสมที่เป็นกัญชาออก &amp;nbsp;ซึ่งในกลุ่มนี้น่าจะสามารถปรุงเอง รักษาเองจัดการเองได้ไม่ยาก แต่หากโรงพยาบาลใดที่ไม่พร้อมแต่มีแพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ แพทย์พื้นบ้าน อยากใช้จริงๆ ก็สามารถที่จะกรมการแพทย์แผนไทยฯจะผลิตและ จำหน่ายผ่านสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ตามระบบซึ่งจะสามารถใช้ทั่วประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับ 16 ตำรับส่วนใหญ่รักษาเรื่องลม &amp;nbsp;การนอนหลับ แก้ปวด รับประทานอาหารได้ เน้นการส่งเสริมสุขภาพ ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ประกอบด้วย &amp;nbsp;1. ยาน้ำมันสนั่นไตรภพ &amp;nbsp;2.ยาอัคคินีวคณะ 3.ยาศุขไสยาศน์ &amp;nbsp;4.ยาแก้ลมเนาวนารีวาโย 5.ยาแก้ลมขึ้นเบื้องสูง 6.ยาไฟอาวุธ 7.ยาแก้นอนไม่หลับ หรือยาแก้ไข้ผอมเหลือง 8.ยาแก้สัณฑฆาต กร่อนแห้ง 9.ยาอัมฤตโอสถ 10.ยาอไภยสาลี 11.ยาแก้ลมแก้เส้น 12.ยาแก้โรคจิต 13.ยาไพสาลี &amp;nbsp;14.ยาทาริดสีดวงทวารหนักและโรคผิวหนัง 15.ยาทำลายพระสุเมรุ &amp;nbsp;และ 16.ยาทัพยาธิคุณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ.มรุต กล่าวต่อว่า กลุ่ม ข. 11 ตำรับ คือกลุ่มที่เห็นว่าส่วนหนึ่งเป็นประโยชน์และมีประสิทธิภาพ แต่วิธีที่จะมาปรุงยาอย่างไร บางครั้งยังไม่ชัดเจน หรือมียาสมุนไพรบางอย่างที่ระบุเอาไว้ยังหาได้ยาก ซึ่งอาจจะต้องมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมก่อน กลุ่ม ค. มี 31 ตำรับ คือกลุ่มที่ยังไม่แน่นอน และมีส่วนผสมของกัญชาน้อยดูแล้วไม่น่าะมีผลเท่าใดนัก แต่มีการเขียนไว้ในคัมภีร์ คำกลอน บ้าง หรือยังไม่ระบุว่าสามารถรักษาโรคต่างๆ หรือวิธีการใช้ วิธีการปลูกก็ยังได้ชัดเจน ซึ่งหากจะใช้จริงก็ต้องมีการศึกษาวิจัยก่อนว่าใช้ได้ผลอย่างไร &amp;nbsp;และ กลุ่ม ง. หลายตัวมีแพทย์แผนไทยบางส่วนอยากใช้ แต่เนื่องจากมีสารพิษบางตัวผสมอยู่ เช่น ปรอท สารหนู หรือมีตัวที่ทางWHO ห้ามใช้ เช่น คล้ายเครือ เนื่องจากมีสารพิษอยู่ หรือมีส่วนประกอบของพืชและสัตว์ ซึ่งประกาศห้ามใช้ตามอนุสัญญาไซเตส(CITES) หากใช้เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ไปจากโลก ดังนั้นในกลุ่มนี้หากจะมีการใช้ตัดบางตัวที่เป็นพิษออกไปได้หรือไม่ หรือจะใช้บางตัวบอกว่าพิษแก้พิษ เราก็ไม่กล้าใช้ ทั้งนี้หากจะใช้ในส่วน ค.ง. ต้องมีการดูแลประชาชนอย่างดี หากเกิดผลเสียการคุ้มครองผู้บริโภคก็จะเสียไป เพราะฉะนั้นต้องเป็นโครงการงานวิจัยเท่านั้นที่จะวิจัยและมีการติดตามพิเศษเพื่อเช็คผลที่จะเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ดังนั้น ที่ใช้ได้เลยหากกฎหมายออกมาก็คือ กลุ่ม ก ซึ่งมี 16 ตำรับ แต่ทั้งหมดก็ต้องขออนุญาตตามคณะกรรมการยาเสพติด และเกณฑ์ตามที่ อย.กำหนด จากนั้นจึงออกเป็นประกาศโดยรัฐมนตรีว่าการ สธ.ลงนาม ดังนั้น ขณะนี้ จึงยังใช้ไม่ได้ เพราะกฎหมายยังไม่มีมารองรับ&amp;rdquo; นพ.มรุต กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากกฎหมายให้ใช้กัญชาทางการแพทย์ได้ ทางกรมมีความพร้อมอย่างไร นพ.มรุต กล่าวว่า ขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมแล้ว ทั้งเรื่องการผลิตตัวยาตำรับทั้ง 16 ตำรับ โดยจะเป็นไปตามข้อกฎหมายทั้งหมด ส่วนผู้ที่จะใช้มี 4 กลุ่มใหญ่ คือ แพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ แพทย์พื้นบ้าน และหมอพื้นบ้าน โดยทั้ง 4 กลุ่มจะต้องผ่านการอบรม และผ่านการอนุญาตก่อน ซึ่งจะมีเกณฑ์ต่างๆ โดยการจะใช้กับผู้ป่วยก็จะมีข้อกำหนดว่า ใช้กับผู้ป่วยแบบใด อาการมากน้อยแค่ไหน และมีการติดตามผลอย่างน้อย 6 เดือน ซึ่งการระบุแบบนี้ก็ไม่ต่างจากแพทย์แผนปัจจุบัน เรียกว่าจะต้องมีการขึ้นทะเบียนก่อนนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า กฎหมายจะรองรับให้รายบุคคลใช้ได้แล้วหรือไม่ นพ.มรุต กล่าวว่า อนุญาตใน 4 กลุ่ม แต่ต้องผ่านการอบรม การขออนุญาต ซึ่งจะมีระบบในการตรวจสอบเข้มงวด เพราะกัญชาก็เป็นยาเสพติด เพียงแต่อนุญาตให้นำมาใช้ทางการแพทย์ รวมทั้งเมื่ออนุญาตแล้วก็จะมีระบบตรวจสอบอีก ที่สำคัญแพทย์พื้นบ้าน และหมอพื้นบ้าน ในกติกาเดิมสามารถปรุงยาของตัวเองได้ ซึ่งอาจต่างจาก 16 ตำรับนั้น โดยในเรื่องนี้ก็ต้องเอาตำรับของตัวเองมาแจ้งทางกรมฯ และจะต้องผ่านคณะกรรมการว่าใช้ได้หรือไม่ &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการรัดกุม และป้องกันการใช้ในทางที่ผิด ทางกรมฯ มี 2 ทางเลือก คือ 1.จะผลิตออกเป็นตำรับยาสำเร็จ และกระจายให้ทางโรงพยาบาลต่างๆ ที่ต้องการมาขึ้นทะเบียนรับไปใช้ประโยชน์กับผู้ป่วยแบบมีข้อกำหนด และ 2.จะทำเป็นเครื่องยาผสมกัญชากลาง สำหรับการปรุงยาเฉพาะรายขึ้น เพื่อให้ไม่ต้องไปหาวัตถุดิบเอง ไม่ต้องหากัญชาเดี่ยวๆ แต่เราจะทำเป็นเครื่องยาผสมกัญชาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ขณะนี้เรากำลังสำรวจหมอแพทย์ไทยว่า มีจำนวนเท่าไหร่จะใช้บ้าง และใช้ปริมาณเท่าไหร่ อย่างไร โดยเราจะได้เตรียมพร้อมว่า จำนวนที่จะขึ้นทะเบียนทั้ง 4 กลุ่ม คือ แพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ แพทย์พื้นบ้าน และหมอพื้นบ้าน ทั้งหมดมีเท่าไหร่ เพื่อทำให้เป็นระบบทั้งประเทศ &amp;nbsp;ส่วนเรื่องสิทธิบัตรกัญชา ที่ยังไม่ชัดเจนนั้น ของเรากระทบน้อย ตรงที่เป็นการใช้แบบสด แต่ที่ต่างชาติมาจดสิทธิบัตรจะเป็นเรื่องสารสกัด THC และ CBD &amp;nbsp;แต่กรมฯก็เป็นห่วง เพราะจริงๆ ก็ไม่น่าจะขอสิทธิบัตรได้ เนื่องจากเป็นสารธรรมชาติ และตัวกัญชาก็ยังเป็นยาเสพติดอยู่ด้วย.&amp;quot;อธิบดีกรมแพทย์แผนไทยกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27504</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กัญชาเพื่อการแพทย์, 16ตำรับยาไทยที่มีกัญชาเป็นส่วนผสมใช้ได้ทันที, กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190125/image_big_5c4ac3b749a32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13782</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2018 18:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2018 18:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปรับทัศนคติใหม่  ผู้ป่วยมะเร็งกับการรักษาโรค  เน้นสมาธิบำบัด  ช่วยฆ่าเซลล์มะเร็งได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก &amp;nbsp;เปิดเวทีหมอพบผู้ป่วยมะเร็ง สรุปผลการรักษาแบบองค์รวม &amp;nbsp; ดีที่สุด ย้ำสมาธิสามารถช่วยฆ่าเซลล์มะเร็งได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20 ก.ค.61-นพ.สรรพงศ์ &amp;nbsp; ฤทธิรักษา &amp;nbsp;รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ให้สัมภาษณ์ภายหลัง การเสวนาวิชาการเรื่อง ความหลากหลายการจัดการมะเร็ง &amp;nbsp;ตอนจุดเปลี่ยน ที่ต้องทบทวน ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 15 ว่า สถานการณ์โรคมะเร็งในประเทศไทย &amp;nbsp;เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศ และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ &amp;nbsp;1 &amp;nbsp;ของคนไทย โดยล่าสุดพบผู้ป่วยใหม่ กว่า 1 แสนคนต่อปี ดังนั้น การจัดเสวนาในครั้งนี้จึงเป็นเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ จากผู้ป่วยและแพทย์ผู้รักษาด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย &amp;nbsp;วิทยากร &amp;nbsp; ที่ร่วมเสวนา ในครั้งนี้ ประกอบด้วย แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต &amp;nbsp;ผู้ก่อตั้งเสถียรธรรมสถาน &amp;nbsp;นางสาววิไลลักษณ์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ตันติตระกูล &amp;nbsp;พยาบาลวิชาชีพ &amp;nbsp;วัดคำประมง และนพ.วัฒนะ พันธุ์ม่วง ผอ.รพ.การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ผสมผสาน กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แม่ชีศันสนีย์ &amp;nbsp;เสถียรสุต &amp;nbsp;ผู้ก่อตั้งเสถียรธรรมสถาน &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp; การเผชิญหน้ามะเร็ง ต้องเริ่มการทำความเข้าใจ มองมะเร็งด้วยความอ่อนโยน อย่าให้มะเร็งมาทำลายความสุขในชีวิต มองหาเหตุและปัจจัยของโรค มะเร็งเป็นที่กาย แต่ต้องไม่เป็นมะเร็งที่ใจ การทำงานผู้ป่วยยังคงทำงานได้ตามปกติ &amp;nbsp;ตอนแรกของการรักษาเริ่มจากการรับยาร่วมกับการภาวนา &amp;nbsp;ตอนหลังเหลือแต่การภาวนาอย่างเดียว &amp;nbsp;และขณะนี้ขนาดก้อนมะเร็งค่อยๆลดลง &amp;nbsp; นอกจากนี้ยังให้กำลังใจกับคนรอบข้างด้วย สิ่งสำคัญคือเราต้องรู้จักสังเกตร่างกายตัวเอง &amp;nbsp;ดูการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เพราะไม่มีใครรู้จักตัวเราดีที่สุด นอกจากตัวเราเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านนางสาววิไลลักษณ์ &amp;nbsp; ตันติตระกูล &amp;nbsp; พยาบาลวิชาชีพ &amp;nbsp; วัดคำประมง &amp;nbsp; กล่าวว่า ประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้จากผู้ป่วยมะเร็งวัดคำประมง &amp;nbsp;เน้นการรักษานำเรื่องศาสนามาเยียวยาจิตใจ ควบคู่การปรับสภาพแวดล้อม ใช้ธรรมชาติบำบัด &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้เกิดความสงบสุข ความสุข &amp;nbsp; ช่วยให้จิตใจของผู้ป่วยและญาติได้ผ่อนคลาย เจ้าหน้าที่เองก็ไม่เครียดจากการทำงาน &amp;nbsp;พร้อมนำหลักศาสนา มาดูแลผู้ป่วย 4 ข้อ 1. สุทธิ ความบริสุทธิ์ ไม่หวังประโยชน์ใดๆจากผู้ป่วยและญาติ 2.ใช้ปัญญา ในการรักษาอย่างใคร่ครวญดูสภาวะร่างกายของคนไข้ และอย่าใช้คำพูดทำร้ายคนไข้ 3.เมตตา มองผู้ป่วยและญาติด้วยความเมตตา &amp;nbsp;ต้องเข้าใจการยอมรับความตายแต่เป็นเรื่องยาก 4. ขันติ ความอดทน รับแรงปะทะจากผู้ป่วยและญาติ &amp;nbsp; เพราะผู้ป่วยและญาติ มีบาดแผลทางใจอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่มีหน้าที่แค่ช่วยเหลือ ทั้งนี้ในแต่ละปีวัดคำประมงใช้งบประมาณดูแลผู้ป่วยประมาณกว่า 100 &amp;nbsp;ล้านบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับ นพ.วัฒนะ พันธุ์ม่วง ผอ.รพ.การพทย์แผนไทย และการแพทย์ผสมผสาน กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;โรงพยาบาลแพทย์แผนไทยฯ มีการตรวจโรคคล้ายแผนปัจจุบัน &amp;nbsp; แต่ลงรหัสโรคแบบแผนไทย ใช้ยาไทย ในการรักษา เช่น ท้องอืดท้องเฟ้อ ใช้อบเชย &amp;nbsp;ส่วนมะเร็งในคัมภีร์แพทย์แผนไทย เกิดจากธาตุดินที่แกร่งขึ้น ทำให้ธาตุลมติดขัด ธาตุไฟอ่อน เกิดความคลั่งค้าง ท้องปวด ขาบวม ต้องทำให้ธาตุดินอ่อน ใช้ยาไทย เติมน้ำ ให้ร่างกายสมดุล มะเร็ง เน้นการดูแลผู้ป่วยประคับประคอง ดูแลทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ในการรักษาอาหารมีส่วนสำคัญ เน้น การไม่ดื่มเหล้า และสูบบุหรี่ ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ใหญ่ &amp;nbsp;ทานปลามีเกล็ด ทานผัก &amp;nbsp;งดของหมักดอง เพราะถือเป็นของแสลง ทั้งนี้ยังจัดให้มี &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นักโภชนาการมาให้คำแนะนำ &amp;nbsp;ในส่วนตำรับยาไทย ที่ใช้รักษามะเร็งเป็นที่ยอมรับได้แก่ ยาเบญอำมฤตย์ &amp;nbsp;เป็นกลุ่มยาระบาย &amp;nbsp;ขับลม ทำให้คนไข้สบายตัว ท้องบวมลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 15 &amp;nbsp;จะมีไปจนถึง วันที่ 21 กรกฏาคม 2561 ชาเลนเจอร์ 2 อิมแพค &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองทอง ภายในงานสามารถรับการตรวจรักษาโรคด้านศาสตร์การแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางการเลือก และร่วมชมตลาดความรู้ รวมถึงซื้อสินค้าผลิตภัณฑ์ไทย และสมุนไทยด้วย.
//////
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13782</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, นพ.วัฒนะ พันธุ์ม่วง ผอ.รพ.การพทย์แผนไทย และการแพทย์ผสมผสาน, นพ.สรรพงศ์   ฤทธิรักษา, นั่งสมาธิฆ่าเซลล์มะเร็งได้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b51c0ea42fca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7778</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2018 19:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2018 19:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยาในตำนาน!&#039;หมอแสง&#039;แจกต่อ ลั่นทดลองในคนอีกแม้ผู้ป่วยติดเตียงตายแล้ว500ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย.- ที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้มีการหารือร่วมกัน เรื่องประสิทธิภาพสมุนไพรสูตรของนายแสงชัย ต่อการรักษาโรคมะเร็ง โดยมีนพ.ปราโมทย์ สเถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผอ.สถาบันมะเร็งแห่งชาติ นายแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือหมอแสง และทีมนักวิจัยประสิทธิภาพสมุนไพรสูตรของนายแสงชัย ต่อการรักษาโรคมะเร็ง โดยเริ่มมีการหารือตั้งแต่ 09.00 น.ใช้เวลา 3 ชั่วโมง ไม่ให้สื่อมวลชน หรือผู้ใดเข้าร่วมรับฟังแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 12.00 น. นพ.ณรงค์ ให้สัมภาษณ์ว่า ทางกรมฯ ได้นำตัวอย่างสมุนไพรนายแสงชัยมาทดลองในลักษณะตัวยาที่มีความเข้มข้นต่างกัน แยกเป็นที่อยู่ในสารน้ำ ในเลือด และปริมาณที่มีความเข้มข้นสูงๆ ไปทดสอบในหลอดทดลองกับเซลล์มะเร็ง 7 แบบ คือ มะเร็งเต้านม 3 ชนิด มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ และมะเร็งกระเพาะอาหาร ผลการทดลองในหลอดทดลองนั้นพบว่าตัวฤทธิ์ของสมุนไพรไม่สามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ ทั้งนี้ในเรื่องการเดินหน้าวิจัยในสัตว์ทดลอง และในคนต่อหรือไม่นั้นต้องมีการคุยกันพอสมควร เพราะหลายมุมมอง เท่าที่คุยกันในวันนี้คิดว่าคงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง แต่ต้องเรียนว่าการดูแลแบบคู่ขนาน ทุกระยะ คิดว่าถ้าช่วยกันดูแลประชาชนน่าจะได้ประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากบอกพี่น้องประชาชนว่าอย่ารักษาข้างใดข้างหนึ่ง โดยเฉพาะระยะต้นๆ ส่วนกลุ่มที่เป็นระยะท้ายๆ การมารับยานายแสงชัย เพื่อประคับประคองนั้นสามารถทำได้ &amp;nbsp;ซึ่งนายแสงชัยก็เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม ในการทดสอบสมุนไพรของนายแสงชัยในเรื่องคุณภาพชีวิตนั้น พบว่าไม่มีความเป็นพิษ ดังนั้นการรักษาคู่ขนานน่าจะเป็นคำตอบที่ดีกับประชาชน ส่วนประเด็นว่าระหว่างนี้จะมีช่องทางในการขึ้นทะเบียนสมุนไพรสูตรของนายแสงชัย เป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพใดตามกฎหมาย ซึ่งนายแสงชัยเองก็ได้สอบถามในประเด็นนี้เช่นกันก็ขอเรียนว่าคงยังไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายแสงชัย กล่าวว่า สิ่งที่กรมการแพทย์นำไปทดลองนั้น เป็นเพียงการวิจัยในหลอดทดลอง ซึ่งปรากฎว่าไม่มีผลในการยับยั้งเซลล์มะเร็ง แต่ไปอยู่ในตัวคนแล้วเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าเข้าร่างกายแล้วมันก็ไปตามเส้นเลือดไม่รู้จะรักษามะเร็งได้หรือไม่ ซึ่งกรมการแพทย์ก็บอกว่าคนที่พอมีฐานะ มีความรู้ กลัวจะเสียโอกาสก็ให้ไปให้แพทย์รักษา อย่าพยายามมากินสมุนไพรตัวนี้เลย ยืนยันว่าถ้าไม่มีการห้ามก็จะยังแจกสมุนไพรต่อไป เพราะเป็นความหวังของประชาชน จริงๆ แล้วถามว่าที่เราทำมา 10 กว่าปี ก็ย่ำอยู่กับที่ เปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทย อธิบดีกรมการแพทย์มากี่คนแล้ว สถาบันมะเร็งก็เปลี่ยนผอ.มาหลายคน แต่ของเรายาเป็นตำนาน ส่วนเรื่องสูตรจะขายให้ต่างชาติหรือไม่นั้นก็ไม่แน่ หากหมอไทยบอกไม่ได้ผล ซึ่งมีหมอจากเยอรมัน &amp;nbsp;รพ.จากอเมริกาเขาก็มาเฝ้าทุกระยะเพื่อติดต่อขอซื้อ แต่ยังไม่อยากขาย โดยจะไปแจกต่อที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในวันที่ 2 พ.ค.นี้ &amp;nbsp;ทั้งนี้ในการชี้แจงต่อประชาชนนั้นประชาชนต้องการรู้แค่ว่าตนต้องการจะแจกยาต่อหรือไม่เท่านั้นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามต่อว่าผลทดลองบอกไม่ได้ผลในการฆ่าเซลล์มะเร็ง ดังนั้นจะปรับกลุ่มการแจกสมุนไพรหรือไม่ นายแสงชัยตอบว่า ถ้าผู้ป่วยเขาพร้อมจะไปรับเราก็ให้ หรือถ้าเขาสะดวกก็ไปที่สถาบันมะเร็งซึ่งรักษาทุกระยะ ไม่มีไล่กลับบ้าน รับได้หมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ยืนยันว่าผู้ป่วยที่มารับสมุนไพรนั้นไม่มีการทิ้งการรักษาแผนปัจจุบัน แต่คนป่วยที่หมดทางรักษาแล้วอยู่ในมือเราหลายพันคน ซึ่งสมุนไพรเราเองก็ไม่มีสูตรแยกว่าเป็นมะเร็งชนิดไหน มะเร็งคือไวรัสชนิดหนึ่งเราก็ฆ่ามันเท่านั้นเอง &amp;nbsp;ส่วนในเรื่องการขยายผลจริงๆ อยู่ที่ภาครัฐ ตนมีแค่หน้าที่ผลิต ซึ่งก็ทำมาตลอด แต่ก็บอกทุกครั้งว่าให้รักษาควบคู่กันไป ตนบอกตลอดว่าไม่ใช่หมอ แต่เป็นผู้แบ่งปันคนหมดหนทาง ไม่เป็นไร วันนี้กำลังการผลิตอยู่ที่ 4 แสนเม็ดต่อเดือน จะแจกต่อไปจนกว่าจะไม่ไหว ซึ่งคาดว่าเร็วๆนี้ สำหรับกรณีมีคนตั้งข้อสังเกตเรื่องว่าทำไมต้องมีการลงบันทึกประจำวันนั้นก็คงต้องไปถามคนที่ตั้งคำถามว่าคนที่ผ่าตัดในรพ. ทำไมต้องให้ญาติเซ็น คนจะตาย ตายแล้วไม่เดือดร้อนเราให้แค่นี้พอ พอแจ้งความแล้วตำรวจจะรู้ยอดคนจะได้ให้การดูแลได้ ที่มาของยา 6 เม็ด เพราะมันไม่พอเลยแบ่งจาก 10 เม็ดเหลือ 6 เม็ด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแสงชัย บอกว่า ที่รัฐทำคือทดลองในหลอดทดลอง จะเอามาทดลองในคนไม่ได้ เพราะผิดจริยธรรม แต่ตนทำตายไปหลายคนแล้ว เพราะเราทดลองตามผู้ป่วยติดเตียง ตามบ้าน ตามวัดก็ตายประมาณ 300-500 คน ซึ่งผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่มีทางรอด ญาติยอมเราก็ให้กิน อันนั้นคือคิดการใหญ่ใจต้องถึง มัวแต่ไปรอภาคส่วนรัฐที่ต้องรอทดลองในหลอดทดลองแล้ว สัตว์น้อย สัตว์ใหญ่ &amp;nbsp;ตนไม่เอาหรอก จะรักษาคน ไม่ได้รักษาสัตว์ ไม่ได้รักษาสัตว์ทดลอง ก็เลยเอาคนจริง ซึ่งก็ขออนุญาตญาติเขาแล้ว ไม่กังวลว่ามันเป็นการวิจัยในมนุษย์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7778</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, กัญชารักษามะเร็ง, ฆ่าเซลล์มะเร็งไม่ได้, ผู้ป่วยติดเตียงตายแล้ว300-500 ราย, ยาในตำนาน, หมอแสง, แจกต่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5adf2064b65e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
