<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119525</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2021 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2021 15:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการแนะศึกษาบทเรียนก่อนดันโครงการยักษ์ &#039;ผันน้ำโขง&#039; โวยไร้ส่วนร่วม-จี้บิ๊กป้อมทบทวนอีไอเอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.64 - นายสันติภาพ ศิริวัฒนไพบูลย์ อาจารย์สาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กรมชลประทานกำลังผลักดันโครงการบริหารจัดการน้ำโขง เลย ชี มูล ซึ่งอยู่ในขั้นตอนจัดทำรายงานการประเมนผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ(กก.วล.) แต่ได้รับการคัดค้านจากภาคประชาชนอย่างหนัก ว่าอยากให้รัฐบาลศึกษาและเรียนรู้ความผิดพลาดจากอดีต เช่น โครงการโขง ชี มูล ซึ่งไม่คุ้มค่าและต้องสูญเสียงบประมาณอีกจำนวนมหาศาลในการแก้ไขปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสันติภาพกล่าวว่า การที่โครงการโขง เลย ชี มูล มีเป้าหมายเอาน้ำจากแม่น้ำโขงมาให้คนอีสานแล้วบอกว่าจะทำให้ชาวบ้านได้อยู่ดีกินดีนั้น อยากถามว่าแล้วทำไมคนภาคกลางที่ทำนากันได้ปีละ 3-4 ครั้ง จึงยังไม่มีใครรวยและไม่ได้อยู่ดีกินดี เพราะต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งการใช้ปุ๋ยใช้สารเคมี แถมยังเกิดมหกรรมทุจริตมากมาย ดังนั้นการได้น้ำมาจึงไม่ใช่หลักประกันที่ทำให้ชีวิตดีขึ้น ทำไมภาครัฐถึงไม่มองในเรื่งภูมิปัญญาท้องถิ่น การทำเกษตรผสมผสานหรืการออกแบบปลูกพืชตามความเหมาะของพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดว่าเหตุผลลึกๆ ในการผลักดันโครงการขนาดใหญ่ทั้งผันน้ำยวมสู่เขื่อนภูมิพล หรือโครงการโขง เลย ชี มูน คืออะไร นักวิชการรายนี้กล่าวว่า น่าจะเป็นเรื่องของความต้องการใช้เงินมากกว่า เพราะภาครัฐเชื่อว่าโครงการขนาดใหญ่เหล่านี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคการก่อสร้าง รวมถึงเป็นเรื่องทางการเมืองซึ่งใกล้การเลือกตั้ง หากไม่ทำกันตอนนี้ก็ไม่รู้ทำกันตอนไหน แต่จะเกี่ยวพันกับการคอรัปชั่นด้วยหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เพราะทุกฝ่ายต้องช่วยกันตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทัศนคติของคนที่รับผิดชอบโครงการใหญ่ๆ เหล่านี้ เขาไมได้ต้องการกระบวนการการมีส่วนร่วมสักเท่าไหร่ คนนั่งหัวโต๊ะเป็นทหารเขาก็ใช้อำนาจที่มีอนุมัติ การจัดทำ EIA จึงไม่รอบคอบ ยกตัวย่างเขาจะขุดอุโมงค์ขนาดใหญ่นับร้อยกิโลเมตร ถามว่าชาวบ้านที่มีที่ดนที่อุโมงค์ผ่านรู้เรื่องแล้วหรือยัง ถ้าชาวบ้านยังไม่รู้เรื่องเลยแล้วคุณจะไปประเมินผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคมกันอย่างไร เพราะการมีส่วนร่วมยังทำไม่ครบ ถ้าในอดีตเขาต้องกลับไปแก้ไขใหม่ โดยเฉพาะโครงการมูลค่านับแสนล้านเช่นนี้ คณะผู้ชำนาญการที่พิจารณาต้องรอบคอบ แต่นี่ กก.วล.ที่เหมือน คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดน้อย เมื่อนำเรื่องเข้าสู่ ครม.ใหญ่ก็ผ่าน ผมไม่รู้ว่าใน กก.วล.มีการแทรกแซงทางการเมืองหรือไม่&amp;rdquo; นายสันติภาพ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา ภาคประชาชนจำนวน 649 รายชื่อ และ 88 องค์กร นำโดยเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงอีสาน ได้มีจดหมายเปิดผนึกส่งถึง พล. อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และในฐานะประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อคัดค้านรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการบริหารจัดการน้ำโขง เลย ชี มูล โดยแรงโน้มถ่วง ระยะที่ 1 โดยเห็นว่าเป็นการดำเนินการทำรายงานที่ไม่ชอบธรรม ขาดกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างรอบด้านจากประชาชนที่จะได้รับผลกระทบ พร้อมกับมีข้อเรียกร้องให้มีการทบทวนรายงานอีไอเอ ฉบับดังกล่าวอย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รายงานฯ นี้ ไม่เข้าใจและไม่ได้กล่าวถึงมิตินิเวศวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น อีกทั้งโครงการบริหารจัดการน้ำโขง เลย ชี มูล ใช้งบประมาณจำนวนมาก และมีผลกระทบโดยตรงต่อชุมชนจำนวนมาก ดังนั้น การประเมินผลกระทบฯ ควรคำนึงถึงและให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างแท้จริง&amp;rdquo; เนื้อหาในจดหมายระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สืบเนื่องจากกรมชลประทาน ได้ทำการศึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) &amp;nbsp;และการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment : SEA) โครงการบริหารจัดการน้ำโขง เลย ชี มูล โดยแรงโน้มถ่วง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แล้วเสร็จเมื่อเดือนกรกฎาคม 2555 โดยการพัฒนาระยะที่ 1 แล้วเสร็จเมื่อเดือนเมษายน 2560 แต่อย่างไรก็ดี คณะผู้ชำนาญการได้พิจารณารายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโดยโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ (คชก.) ได้พิจารณารายงานเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2564 และมีมติให้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. และกรมชลประทาน ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขรายงานดังกล่าว และ สทนช. จะต้องจัดทำข้อมูลเพิ่มเติมตามมติของ คชก. จนกว่าจะผ่านการพิจารณา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิทย์ &amp;nbsp;กุหลาบวงษ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงอีสาน กล่าวว่า การตัดสินใจของรัฐบาลที่รับฟังข้อมูลด้านเดียว และมีธงอยู่แล้วที่จะผลักดันโครงการโขง เลย ชี มูล ดังนั้น การจัดเวทีรับฟังความเห็นต่างๆ จึงเป็นแค่พิธีกรรมที่อ้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งสิ่งที่เป็นข้อกังวลและคำถามของคนอีสานต่อกรณีโครงการผันน้ำ โขง เลย ชี มูล คือ โครงการผันน้ำ โขง เลย ชี มูลนี้มีความคุ้มค่าหรือไม่ที่จะลงทุนหลายหมื่นล้านบาท หรือเป็นแค่การผลาญงบประมาณที่มาจากภาษีประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การผันน้ำโขงจะเอาน้ำมาจากที่ไหนผันเข้ามาในภาคอีสาน เพราะเราก็ทราบกันอยู่แล้วว่าประเทศจีนสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงกักน้ำไว้ตอนบน และ สปป.ลาว สร้างเขื่อนไซยะบุรีกักน้ำไว้เพื่อปั่นไฟฟ้าขายให้กับประเทศไทย ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงยิ่งลดน้อยลงไปอีก และ สปป.ลาว กำลังมีแผนที่จะสร้างเขื่อนสานะคาม ที่อยู่ห่างจากชายแดนไทย อ.เชียงคาน จ.เลย ประมาณ 2.5 กิโลเมตร คาดว่าถ้าสร้างเสร็จจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างมหาศาล และปริมาณน้ำที่จะลดลงอีก&amp;rdquo; นายสุวิทย์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงอีสาน กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;ปัจจุบัน สทนช. ก็กำลังผลักดันโครงการสร้างเขื่อนปากชม (ผามอง) ที่บริเวณบ้านคกเว้า ต.หาดคัมภีร์ อ.ปากชม จ.เลย กั้นแม่น้ำโขงระหว่างพรมแดนประเทศไทยและ สปป.ลาว เพื่อกักน้ำและยกระดับน้ำให้สูงขึ้นเพื่อให้น้ำเข้าปากแม่น้ำเลย แต่ประชาชนในพื้นที่คัดค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลควรชะลอโครงการผันน้ำโขง เลย ชี มูล ออกไปก่อน และให้มีการศึกษาการจัดการน้ำโครงการ โขง ชี มูล ที่ผ่านมา ในด้านผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม และให้มีการศึกษาร่วมกันระหว่างภาคประชาชน และหน่วยงานรัฐต่อทางเลือกในการจัดการน้ำที่เหมาะสม และสอดคล้องกับระบบนิเวศภาคอีสาน&amp;rdquo; ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงอีสาน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ขณะนี้รัฐบาล โดยกรมชลประทาน กำลังเร่งรัดผลักดันโครงการผันน้ำข้ามลุ่มขนาดใหญ่ อาทิ โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้แก่เขื่อนภูมิพล (แนวส่งน้ำแม่น้ำยวม) ซึ่งเป็นเฟสแรก ที่จะผันน้ำจากแม่น้ำยวม ลุ่มน้ำสาละวิน ปริมาณราว 1,800 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี มายังลุ่มน้ำปิง-เจ้าพระยา มูลค่าโครงการกว่า 7 หมื่นล้านบาท โดยผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้ว นอกจากนี้ยังผลักดันโครงการผันน้ำโขง เลย ชี มูล มูลค่าเบื้องต้นกว่าแสนล้านบาทเพื่อส่งน้ำมายังภาคอีสานและภาคกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119525</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมชลประทาน, ผันน้ำโขง, สิ่งแวดล้อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211012/image_big_6165403537b04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119309</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 15:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 15:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าพระยาน้ำลดลงเตรียมรับมือฝนตกหนักอีกระลอก11-16ต.ค.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค.64-นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำป่าสัก เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ได้ปรับลดการระบายน้ำเหลือ 550 ลบ.ม./วินาที แนวโน้มลดลง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักลดลงอย่างต่อเนื่อง ดังนี้ &amp;nbsp;อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ลดลง 84 ซม. อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ลดลง 90 ซม. อ.เมือง จ.สระบุรี ลดลง 66 ซม. อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ลดลง 34 ซม. เขื่อนพระราม 6 มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 750 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำเหนือเขื่อน ลดลง 23 ซม. คลองระพีพัฒน์รับน้ำ 183 ลบ.ม./วินาที ช่วยลดปริมาณน้ำที่จะไปสมทบกับแม่น้ำเจ้าพระยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา มีแนวโน้มลดลงทุกสถานี ดังนี้ สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีน้ำไหลผ่าน 2,451 ลบ.ม./วินาที ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ลดลงเล็กน้อยประมาณ 6 ซม. ด้านเขื่อนเจ้าพระยาได้ปรับลดการระบายน้ำเหลือ 2,545 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนลดลง ดังนี้ &amp;nbsp;อ.เมือง จ.สิงห์บุรี ลดลง 7 ซม. &amp;nbsp;อ.เมือง จ.อ่างทอง ลดลง 4 ซม. แนวโน้มระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก น้ำล้นตลิ่งอีกระลอก ตามประกาศของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ให้เฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำลพบุรี มีแนวโน้มสูงขึ้นและท่วมขังที่ลุ่มต่ำ บริเวณพื้นที่ อ.เมือง จ.ลพบุรี &amp;nbsp;อ.เมือง จ.สิงห์บุรี &amp;nbsp;อ.เมือง จ.อ่างทอง &amp;nbsp;อ.บางปะหัน อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องจากจะมีฝนตกหนักอีกระลอกในวันที่ 11-16 ต.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119309</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมชลประทาน, น้ำท่วม, น้ำเจ้าพระยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_6162a35dcd973.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119067</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 16:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมชลประทาน ลงพื้นที่ ติดตามความก้าวหน้างานสำรวจ ออกแบบโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก จังหวัดชัยนาท (เพิ่มเติม)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อเร็วๆ นี้ นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมชลประทาน&amp;nbsp; พร้อมคณะผู้บริหาร นำสื่อมวลชน ติดตามความก้าวหน้างานสำรวจ ออกแบบโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก จังหวัดชัยนาท (เพิ่มเติม) และลงพื้นที่ประตูระบายน้ำช่องแค อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างได้เกิดอุทกภัยขึ้นบ่อยครั้งและมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น กรมชลประทานจึงได้จัดทำแผนบรรเทาอุทกภัยเจ้าพระยาตอนล่าง จำนวน 9 แผน โดยมีมติเห็นชอบจากคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2560 ซึ่งโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก เป็น 1 ใน 9 แผนงาน เป็นงานปรับปรุงคลองชัยนาท-ป่าสัก&amp;nbsp; หากโครงการนี้แล้วเสร็จจะสามารถช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในลุมน้ำเจ้าพระยาในภาพรวมของทั้งลุ่มน้ำได้ โดยสามารถตัดยอดน้ำหลากที่ผ่านเขื่อนเจ้าพระยาได้สูงถึง 800 ลบ.ม. / วินาที &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;สำหรับ แนวทางการขยาย/ปรับปรุงคลองชัยนาท-ป่าสัก ประกอบด้วย (1) คลองส่งน้ำดาดคอนกรีต ใช้ชื่อว่า &amp;ldquo;คลองส่งน้ำอนุศาสนนันท์&amp;rdquo; เป็นคลองขุดใหม่แนวคลองขนานไปกับคลองระบายชัยนาท-ป่าสัก ส่งน้ำโดยอาศัยแรงโน้มถ่วงของโลก (Gravity) ต้นคลองรับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านประตูระบายน้ำมโนรมย์ ซึ่งเป็นอาคารรับน้ำปากคลองตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท รับน้ำได้สูงสุด 120 ลบ.ม/วินาที ขนาดคลองส่งน้ำจะมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ ตามปริมาณความต้องการใช้น้ำในพื้นที่โครงการชลประทาน 4 โครงการ ประกอบด้วย โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาช่องแค โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโคกกะเทียม และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเริงราง (2) คลองระบายน้ำหลาก ใช้ชื่อว่า &amp;ldquo;คลองระบายชัยนาท-ป่าสัก&amp;rdquo; ขุดขยายคลองชัยนาท-ป่าสักเดิม ให้ชิดเขตคลองฝั่งซ้าย เพื่อเพิ่มความจุคลองให้สามารถระบายน้ำหลากจากแม่น้ำเจ้าพระยาลงสู่แม่น้ำป่าสักได้สูงสุด 930 ลบ.ม./วินาที มีอาคารรับน้ำปากคลองจากแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านประตูระบายน้ำปากคลองระบายชัยนาท-ป่าสักตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ซึ่งในคลองระบายชัยนาท-ป่าสัก จะมีอาคารบังคับน้ำ 4 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ผ่านมาได้มีการดำเนิน งานสำรวจ ออกแบบ ระยะที่ 1 แล้วเสร็จไปแล้วในปี พ.ศ. 2562 รวมระยะทาง 46.500 กิโลเมตร ส่วนการดำเนินงานในระยะที่ 2 ประกอบด้วย 1. งานสำรวจ ออกแบบ คลองส่งน้ำอนุศาสนนันท์&amp;nbsp; เริ่มตั้งแต่ท้ายประตูระบายน้ำช่องแค จังหวัดนครสวรรค์&amp;nbsp; (กม.46+602) ถึงท้ายประตูระบายน้ำเริงราง จังหวัดสระบุรี (กม.120+732) รวมระยะทางประมาณ 74.13 กม.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2. งานสำรวจ ออกแบบ คลองระบายชัยนาท-ป่าสัก เริ่มตั้งแต่ กม.46+500 อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ จนถึงแม่น้ำป่าสัก ตำบลเริงราง อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี กม.134+365 รวมระยะทางประมาณ 87.86 กม. โดยขุดขยายคลองชัยนาท-ป่าสักเดิม จนถึงเขตคลองทางฝั่งซ้าย พร้อมออกแบบถนนเลียบคลองทั้งสองฝั่ง โดยคลองระบายชัยนาท-ป่าสัก จะทำหน้าที่ผันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเหนือเขื่อนเจ้าพระยาจากปตร.ปากคลองระบายชัยนาท-ป่าสัก (กม.0+370) ด้วยอัตราการระบายน้ำสูงสุด 930 ลบ.ม./วินาที ไปถึง กม.126+879 ซึ่งเป็นจุดแยกการระบายน้ำ ปริมาณน้ำส่วนหนึ่งจะระบายผ่านคลองระบายชัยนาท-ป่าสัก 800 ลบ.ม./วินาที ไหลลงแม่น้ำป่าสักหน้าเขื่อนพระรามหกแห่งใหม่ ตำบลเริงราง อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี และปริมาณน้ำอีกส่วนหนึ่งจะระบายผ่าน ปตร.ปากคลองชัยนาท-ป่าสัก (เดิม) (กม.0+286) ด้วยอัตราการระบาย 130 ลบ.ม./วินาที เข้าคลองชัยนาท-ป่าสัก (เดิม) ไหลลงแม่น้ำป่าสักเหนือเขื่อนพระรามหก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พร้อมทั้งออกแบบอาคารประกอบต่าง ๆ รวม 76 แห่ง ประกอบด้วย อาคารบังคับน้ำในคลองส่งน้ำอนุศาสนนันท์ อาคารบังคับน้ำในคลองระบายชัยนาท-ป่าสัก สถานีสูบน้ำ อาคารรับน้ำป่า อาคารระบายน้ำ อาคารเชื่อมคลอง ตลอดจนท่อประปาหมู่บ้าน เป็นต้น&amp;nbsp; นอกจากนี้ทั้งสองคลองมีสะพานรถยนต์ 33 แห่ง และรถไฟ 1 แห่ง ข้ามคลองส่งน้ำอนุศาสนนันท์ และคลองระบายชัยนาท-ป่าสัก&amp;quot; นายเฉลิมเกียรติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว จะช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากอุทกภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน&amp;nbsp; เพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำให้กับพื้นที่ชลประทาน รวมทั้งสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้สำหรับอุปโภค-บริโภค อีกทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน/ผู้ประกอบการ ส่งเสริมให้เกิดการลงทุนและจ้างงานในท้องถิ่น ซึ่งหลังจากสำรวจ-ออกแบบโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จจะได้การนำเสนอโครงการ ต่อคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ กนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในลำดับต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119067</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมชลประทาน, จังหวัดชัยนาท, นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์, ลงพื้นที่, อุทกภัย, โครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615eb6993dddd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 17:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 17:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นผลกระทบอื้อ! คนพะเยาต้านสร้างอ่างแม่ลาว ห้ามตัวแทนกรมชลฯ-บริษัทรับจ้างทำอีไอเอเข้าหมู่บ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้กลุ่มรักษ์คะแนง บ้านคะแนง หมู่ 10 ตำบลแม่ลาว อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ได้ร่วมกันติดตั้งป้ายคัดค้านโครงการอ่างเก็บน้ำแม่ลาวตามบ้านเรือนและบริเวณทางเข้าหมู่บ้าน โดยมีข้อความระบุ&amp;rdquo;ห้ามชลประทานและบริษัททำ EIA&amp;nbsp;เข้าพื้นที่ เราไม่ต้อนรับคนสร้างเขื่อน&amp;rdquo; ซึ่งการขึ้นป้ายไม่ต้อนรับกรมชลประทานและบริษัทที่ปรึกษาในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการที่ชาวบ้านไม่เห็นด้วยกรณีที่กรมชลประทานเตรียมดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำแม่ลาว ที่อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นอ่างเก็บน้ำน้ำแม่ลาว &amp;nbsp;โดยชาวบ้านเพิ่งทราบข้อมูลการศึกษาดังกล่าวเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งชาวบ้านต่างยืนยันว่าโครงการศึกษาดังกล่าวไม่เคยแจ้งหรือชี้แจงต่อชาวบ้านบ้านคะแนงที่จะได้รับผลกระทบเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวเจมจิรา ทายะ ตัวแทนชาวบ้านกลุ่มรักษ์คะแนง กล่าวว่า เราไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้เนื่องจากจะสร้างผลกระทบทำให้ชาวบ้านทั้งหมู่บ้าน และมีชาวบ้านมากกว่า 20 ราย จะต้องสูญเสียที่ดินซึ่งจะจมอยู่ใต้อ่างเก็บน้ำ ดังนั้นเจ้าของที่ดินทั้งหมดจึงไม่เห็นด้วยนี้ และไม่เอาค่าชดเชยอันใดทั้งสิ้น หมู่บ้านของพวกเราและหมู่บ้านใกล้เคียง รวมถึงพื้นที่ด้านล่าง เช่น บ้านแม่ลาว บ้านน้ำมิน ไม่ได้มีปัญหาการขาดแคลนน้ำ และหมู่บ้านดังกล่าวก็ยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับโครงการเช่นกัน โครงการนี้จะกระทบต่อพื้นที่ต้นน้ำลาว เพราะสร้างในพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำที่มีความหลากหลายของชนิดพันธุ์ปลา พันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ที่สำคัญหลายชนิดซึ่งมีอยู่ในพื้นที่ต้นน้ำ เช่น เต่าปูรู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ฉันมีที่ดินอยู่ 3 แปลง เป็นมรดกตกทอดมาจากพ่อแม่ ใช้ในการทำการเกษตร และมีความพอใจและเต็มใจที่จะอยู่ตามวิถีชีวิตแบบนี้ของตนเองและครอบครับ หากโครงการอ่างเก็บน้ำลาวสร้างขึ้นจริง ที่ดินทั้งหมด 3 แปลงที่มีอยู่ทั้งหมดของครอบครัวก็จะจมน้ำ ฉันจะรักษาที่ดินของฉันไว้ ต่อให้เอาเงิน 10 ล้าน หรือ 100 ล้านมาชดเชยฉันก็ไม่เอา พี่น้องบ้านคะแนงทั้งหมดไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ และไม่ต้อนรับคนของชลประทานและบริษัทที่ปรึกษาที่ศึกษาโครงการนี้ เราจะไม่ให้ความร่วมมือใดๆรวมถึง ไม่ให้ข้อมูลกับหน่วยงานเหล่านี้เด็ดขาด ผลการศึกษาที่ผ่านมาถือว่าไม่เป็นความจริงเพราะไม่เคยถามชาวบ้านคะแนง วันนี้จึงขอประกาศว่าชาวบ้านคะแนง ไม่เอาอ่างเก็บน้ำลาว&amp;rdquo; นางเรียน ฉิมฉวี ชาวบ้านบ้านคะแนง กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสายัณน์ ข้ามหนึ่ง รองผู้อำนวยการสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิตกล่าวว่า โครงการนี้จะมีการสร้างเขื่อนที่มีความสูง 62 เมตรยาว 450 เมตรกั้นแม่น้ำลาวห่างจากหมู่บ้านบ้านคะแนง ประมาณ 500 เมตร โดยบริเวณที่จะสร้างเป็นพื้นที่ทางจิตวิญญาณของบรรพบุรุษที่หลายหมู่บ้านเคารพนับ เดิมทีกรมชลประทานเคยมีโครงการที่จะสร้างอีกจุดหนึ่งแต่คงเป็นว่าจะกระทบพื้นที่ป่าชั้น 1 เอ จึงขยับมาพื้นที่นี้ซึ่งกระทบกับป่าต้นน้ำเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ชาวบ้านเขามีระบบบริหารจัดการน้ำที่ดีอยู่แล้ว เขาใช้ระบบเหมืองฝายของตัวเอง ชาวบ้านเสนอเรื่องการซ่อมแซมฝายน้ำล้น 13 แห่งที่ชำรุดเสียหาย เพราะระบบฝายใช้การได้ดี ทางภาครัฐอ้างว่าอ่างเก็บน้ำแห่งนี้จะบรรเทาน้ำท่วมน้ำแล้งในอำเภอเชียงคำ แต่ชาวบ้านบอกว่าก่อนหน้านี้ทางการได้อนุมัติอ่างเก็บน้ำญวนซึ่งแก้ปัญหานั้นอยู่แล้ว&amp;rdquo;นายสายัณน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ ภายหลังจากทราบข่าวว่ากรมชลประทานจะสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำแม่ลาว ชาวบ้านได้ร่วมประชุมกันและชักชวนกันติดป้ายต่อต้านตามบ้านเรือน แต่เมื่อเรื่องทราบถึงทางอำเภอจึงได้มีคำสั่งมายังผู้ใหญ่บ้านประกาศเสียงตามสายเพื่อขอให้ชาวบ้านเอาป้ายลง แต่ชาวบ้านไม่ยินยอมเพราะต้องการแสดงออกให้เห็นถึงการคัดค้านโครงการดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118982</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมชลประทาน, พะเยา, อ่างเก็บน้ำแม่ลาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d78f519250.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118804</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 11:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วราวุธ&#039;เผย​สถานการณ์น้ำฝั่งตะวันตก-เจ้าพระยา ตะวันออก-ป่าสัก ยังหนัก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.64- &amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ว่า ขอพูดถึงภาพรวมทางฝั่งตะวันตกของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะนี้กรมชลประทานได้เพิ่มปริมาณน้ำที่ผันจากเหนือเขื่อนเจ้าพระยา มาทางประตูน้ำพลเทพ เข้ามาในแม่น้ำท่าจีนเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ชะลอปริมาณน้ำทุ่งที่จะไหลมาจากแม่น้ำท่าจีน จึงทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลในแม่น้ำท่าจีนอยู่ในปริมาณเท่าเดิมอยู่ เนื่องจากน้ำในฝั่งตะวันตกมีปริมาณมาก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเรือ และประสานงานกับกรมชลประทาน ในการนำเครื่องผลักดันน้ำไปติดตามจุดต่างๆ เพื่อผลักดันน้ำจากแม่น้ำท่าจีนไปสู่อ่าวไทยโดยเร็ว ทั้งนี้ ฝั่งตะวันตกมีจุดด้อยคือการเดินตัวของน้ำนั้นช้า จากฝั่งตะวันออกคือลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา สถานการณ์ของฝั่งตะวันออกก็หนักไม่แพ้กัน เนื่องจากการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักที่มีความจุเกิน 100 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงทำให้สถานการณ์ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและอ่างทอง หนักหนาขึ้น ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พยายามประสานงานกับจังหวัดต่างๆหากมีส่วนใด หน่วยงานของกระทรวง สามารถเข้าไปแก้ปัญหาได้เราก็จะเร่งดำเนินการ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118804</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมชลประทาน, น้ำท่วม, วราวุธ ศิลปอาชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615bbdeaaab2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 17:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 17:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมชลฯ เร่งเปิดประตูระบายน้ำในชุมชนบางกุ้ง-วัดจุฬามณี จ.อยุธยา ผันน้ำสู่ทุ่งนาลุ่มต่ำพร้อมมอบถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กรมชลประทาน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่บางกุ้ง-วัดจุฬามณี&amp;nbsp; จ.อยุธยา&amp;nbsp; เปิดประตูระบายน้ำเพิ่ม เพื่อลดระดับปริมาณน้ำท่วมขัง ในชุมชน หลังได้รับผลกระทบน้ำท่วมขังสูง 2 เมตร พร้อมมอบสิ่งของอุปโภค-บริโภค เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนชาวอยุธยาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (4 ตุลาคม 2564) นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายสุรศักดิ์ รังรองธานินทร์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามหาราช เจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่บริเวณประตูระบายน้ำบางกุ้ง - วัดจุฬามณี ต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำเจ้าพระยาตอนล่าง ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสูง เข้าที่พักอาศัย&amp;nbsp; ทำให้ประชาชน และพระสงฆ์ ในบริเวณดังกล่าว ได้รับผลกระทบ ดังนั้นทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามหาราช ได้ทำการเปิดประตูระบายน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีก 1.50 เมตร&amp;nbsp; เพื่อเร่งระบายน้ำลงพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางกุ้ง ให้ลดระดับโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; การเปิดประตูระบายน้ำในพื้นที่ประตูระบายน้ำบางกุ้ง - วัดจุฬามณี เป็นการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับปัญหาจากน้ำท่วมเข้าที่พักอาศัย ที่สูงประมาณ 2 เมตร ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่สามารถคลี่คลายได้โดยเร็ว&amp;rdquo; กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กรมชลฯได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม พร้อมมอบสิ่งของอุปโภค-บริโภค จำนวน 100 ชุด ณ ชุมชนบริเวณพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย ต.บ้านใหม่ และวัดจุฬามณี ต.บ้านกุ่ม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118745</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมชลประทาน, มอบสิ่งของอุปโภค-บริโภค, วัดจุฬามณี, สถานการณ์น้ำท่วม, อยุธยา, เปิดประตูระบายน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615ad5c999df1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118441</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 14:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 14:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พรรคกล้า&#039;ลงพื้นที่น้ำท่วมพบ&#039;บางบาล&#039;ระบายน้ำลงทุ่งรับน้ำไม่ได้ เหตุติดบ่อทรายเอกชน จี้รัฐรีบแก้ไข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1ต.ค.64 -นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า พร้อมด้วยนายประวิทย์ สุวรรณสัญญา ผู้เสนอตัวสมัคร ส.ส.พระนครศรีอยุธยา ลงพื้นที่ให้กำลังใจ แจกสิ่งของยังชีพให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมเขต อ.ผักไห่ และ อ.บางบาล จ.อยุธยา โดยนายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่น้ำท่วมมาตั้งแต่จ.นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นจุดอ่อนไหวที่สุด โดยเฉพาะคลองบางบาล , ชุมชนแม่น้ำน้อย ได้แก่ ต.หัวเวียง อ.เสนา , ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ เพราะแค่เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำเกินกว่า 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที น้ำก็ท่วมพื้นที่เหล่านี้แล้ว ซึ่งขณะนี้ระบายน้ำอยู่ประมาณ 2,775 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แม้พื้นที่นี้จะน้ำท่วมเป็นประจำ แต่ชาวบ้านบอกมาว่าครั้งนี้หนักสุดในรอบ 4 ปี ส่วนหนึ่งเพราะไม่สามารถระบายน้ำไปยังทุ่งรับน้ำที่อยู่อีกฝั่งถนนได้ เนื่องจากบริเวณทุ่งรับน้ำมีการประกอบธุรกิจบ่อทรายหลายเจ้า ชาวบ้านเลยฝากบอกมาว่า ถ้าจะไม่ระบายน้ำลงไปในทุ่ง ภาคเอกชนที่ทำบ่อทรายก็ควรช่วยเหลือประชาชนบ้าง และทราบว่าถ้าภายใน 4 วันสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ประชาชนในพื้นที่อาจเจาะคันถนนระบายน้ำออกไปในทุ่งด้วยตัวเอง&amp;quot; เลขาธิการพรรคกล้า กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถวิชช์ กล่าวอีกว่า กรมชลประทาน ในฐานะคนทำงาน คงเข้าใจว่ามีทุ่งบางบาลคอยรับน้ำอยู่ แต่ในความเป็นจริงมีถนนคันดินและบ่อทรายเอกชน ขวางไม่ให้น้ำลงทุ่งรับน้ำ เรื่องนี้ฝ่ายปกครองของกระทรวงมหาดไทยและกรมชลประทาน ต้องลงมาดูหน้างานด้วยตัวเองแล้วรีบแก้ปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายประวิทย์ กล่าวว่า ขณะนี้ในพื้นที่น้ำท่วมสูงเกินกว่า 2 เมตรแล้ว หลายพื้นที่น้ำไหลแรง ชาวบ้านเป็นห่วงตัวบ้านได้รับความเสียหาย เพราะระดับน้ำยังคงสูงขึ้นเรื่อยๆ อีกหลายครัวเรือนก็ร้องเรียนว่าไม่มีห้องน้ำใช้ ซึ่งเบื้องต้นพรรคกล้าก็นำสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปให้ช่วยเหลือประชาชนผู้เดือดร้อนในพื้นที่แล้ว แต่ก็ขอฝากไปถึงเจ้าหน้าที่รัฐและผู้เกี่ยวข้องโดยตรง เร่งช่วยเหลือเยียวยาประชาชนโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118441</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมชลประทาน, นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี, น้ำท่วมบางบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_6156b7f9b54ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
